|
หัวข้อ: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: Killer ที่ 14-05-2006, 15:04 ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวไทยไทม์ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า
กกต.เตรียมขอความช่วยเหลือไปยังศาลตามมาตรา 144 และมาตรา 145(2) เพื่อให้ช่วยในเรื่องการ พิจารนาแจกใบเหลืองใบแดงหลังการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่กกต.พยายามหาทางออกให้ ตัวเองโดยการยอมถอยลงมาหนึ่งก้าว เพื่อเช็คกระแสสังคมและศาลด้วยว่าจะเป็นอย่างไร (สาระแนอะไรไม่เข้าท่า ตัวเองเป็นนักรัฐศาสตร์ แส่ไปให้ความเห็นทางกฏหมาย บ้านเมืองมันยังวุ่นไม่พออีกหรือ ใครอยากจะฟังความเห็นนักการเมืองตกกระป๋อง แล้วแถมยังวางตัวไม่เป็นกลางอีก...เห็นคุยนักคุยหนาว่าเจ๋งไง โดนเฉดหัวออกจากพรรคแล้วยังไม่สำนึกตัวอีกหรือ ) ซึ่งถือว่าเป็นการดิ้นเพื่อยื้ออำนาจตัวเองไว้ เนื่องจากคงกลัวว่าหากยอมลาออกจากตำแหน่งแล้วอาจมีการเช็คบิลย้อนหลัง (ก็แน่นอนอยู่แล้ว เขาทำพลาดก็ติดคุกติดตารางไปเอง หน้าที่เค้า) แต่อย่างไรก็ ตามภาพลักษณ์ที่ผ่านมาทำให้คนในสังคม(สังคมบ้านมันรึเปล่ามาสรปมั่วๆซั่วๆ)ไม่ไว้วางใจการทำงานขององค์กรอิสระอย่างกกต.ชุดนี้แล้ว แม้ พยายามหาทางออกโดยให้ศาลเข้ามาช่วยฟอกตัวเองก็ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมในการอยู่ตำแหน่งต่อไปได้ ดร.เอนก ยังเสนอให้ กกต.มีท่าทีที่ชัดเจนกว่านี้หลังคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องการว่าจ้าง พรรคเล็กลงเลือกตั้งมีข้อสรุปออกมา เนื่องจากสังคม(มันอ้างอีกแล้ว)กำลังจับตาอยู่ ดังนั้นกกต.จำต้องเร่งพิจารนานี้อย่างเร่งด่วน และอนุคณะกรรมการชุดนี้กกต.เป็นผู้แต่งตั้งและให้อำนาจเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่ควรมีท่าทีบ่ายเบี่ยงข้อสรุปนั้น กกต.ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อแสดงให้เห็นว่า กกต.ไม่ได้อยู่ภายใต้แอกของใครบางกลุ่ม (ประเภทนั่งเทียนแหกปากไปวันๆ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่ได้เสนอแนะทางออกที่เป็นกลางอย่าสาระแน แส่ ออกมาให้ความเห็นเลยดีกว่า หรือพยายามสร้างราคาฟอกตัวเองให้กลับมาดั่งเดิม เอาไว้ชาติหน้าละกัน ทุเรศ...) หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 14-05-2006, 15:25 ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวไทยไทม์ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กกต.เตรียมขอความช่วยเหลือไปยังศาลตามมาตรา 144 และมาตรา 145(2) เพื่อให้ช่วยในเรื่องการ พิจารนาแจกใบเหลืองใบแดงหลังการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่กกต.พยายามหาทางออกให้ ตัวเองโดยการยอมถอยลงมาหนึ่งก้าว เพื่อเช็คกระแสสังคมและศาลด้วยว่าจะเป็นอย่างไร (สาระแนอะไรไม่เข้าท่า ตัวเองเป็นนักรัฐศาสตร์ แส่ไปให้ความเห็นทางกฏหมาย บ้านเมืองมันยังวุ่นไม่พออีกหรือ ใครอยากจะฟังความเห็นนักการเมืองตกกระป๋อง แล้วแถมยังวางตัวไม่เป็นกลางอีก...เห็นคุยนักคุยหนาว่าเจ๋งไง โดนเฉดหัวออกจากพรรคแล้วยังไม่สำนึกตัวอีกหรือ ) หลายคนอยากฟัง รวมทั้งคนที่ไปฟังแล้วเอามาตั้งกระทู้ว่าเขาอยู่นี่ เพราะถ้าไม่อยากก็คงไม่ไปสนใจ จริงไหม? หัดรู้ใจตัวเองบ้าง ไม่ต้องทำปากอย่างใจอย่างให้มันวุ่นวาย ซึ่งถือว่าเป็นการดิ้นเพื่อยื้ออำนาจตัวเองไว้ เนื่องจากคงกลัวว่าหากยอมลาออกจากตำแหน่งแล้วอาจมีการเช็คบิลย้อนหลัง (ก็แน่นอนอยู่แล้ว เขาทำพลาดก็ติดคุกติดตารางไปเอง หน้าที่เค้า) แต่อย่างไรก็ ตามภาพลักษณ์ที่ผ่านมาทำให้คนในสังคม(สังคมบ้านมันรึเปล่ามาสรปมั่วๆซั่วๆ)ไม่ไว้วางใจการทำงานขององค์กรอิสระอย่างกกต.ชุดนี้แล้ว แม้ พยายามหาทางออกโดยให้ศาลเข้ามาช่วยฟอกตัวเองก็ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมในการอยู่ตำแหน่งต่อไปได้ สังคมทั่วไป นอกวงจร คนรัก ทรท. ดร.เอนก ยังเสนอให้ กกต.มีท่าทีที่ชัดเจนกว่านี้หลังคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องการว่าจ้าง พรรคเล็กลงเลือกตั้งมีข้อสรุปออกมา เนื่องจากสังคม(มันอ้างอีกแล้ว)กำลังจับตาอยู่ ดังนั้นกกต.จำต้องเร่งพิจารนานี้อย่างเร่งด่วน และอนุคณะกรรมการชุดนี้กกต.เป็นผู้แต่งตั้งและให้อำนาจเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่ควรมีท่าทีบ่ายเบี่ยงข้อสรุปนั้น กกต.ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อแสดงให้เห็นว่า กกต.ไม่ได้อยู่ภายใต้แอกของใครบางกลุ่ม (ประเภทนั่งเทียนแหกปากไปวันๆ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่ได้เสนอแนะทางออกที่เป็นกลางอย่าสาระแน แส่ ออกมาให้ความเห็นเลยดีกว่า หรือพยายามสร้างราคาฟอกตัวเองให้กลับมาดั่งเดิม เอาไว้ชาติหน้าละกัน ทุเรศ...) สิทธิเสรีภาพในการพูดเป็นของทุกคน ไม่ชอบก็ไม่ต้องฟัง จะมาห้ามเขาพูดได้ไง ชาติหน้าของบางคนก็ไม่นานเท่าไหร่ ไม่แน่ว่าอาจกลับมาได้เร็วๆ นี้ เร็วกว่าสุดที่รักของบางคน หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: เสียงส่วนน้อย ที่ 14-05-2006, 15:27 อิอิอิ แล้วคราวที่แล้วนี่ ได้ 2 คน รายชื่อบ๋อแบ๋ ยังกล้าออกความเห็นอีกหรือนี่ อิอิอิ
หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 14-05-2006, 15:31 อิอิอิ แล้วคราวที่แล้วนี่ ได้ 2 คน รายชื่อบ๋อแบ๋ ยังกล้าออกความเห็นอีกหรือนี่ อิอิอิ เป็น "เสียงส่วนน้อย" แล้วยังไม่รู้ค่าของตัวเองอีก คนอาไร้ จำใจเป็นใช่ไหมล่ะ จริงๆ แล้วอยากเป็น "เสียงส่วนใหญ่" มากกว่า พวกปากไม่ตรงกับใจ :mozilla_tongue: หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: เสียงส่วนน้อย ที่ 14-05-2006, 15:36 อิอิอิ แล้วคราวที่แล้วนี่ ได้ 2 คน รายชื่อบ๋อแบ๋ ยังกล้าออกความเห็นอีกหรือนี่ อิอิอิ เป็น "เสียงส่วนน้อย" แล้วยังไม่รู้ค่าของตัวเองอีก คนอาไร้ จำใจเป็นใช่ไหมล่ะ จริงๆ แล้วอยากเป็น "เสียงส่วนใหญ่" มากกว่า พวกปากไม่ตรงกับใจ :mozilla_tongue: ผมตอบในประเด็น คุณตอบมาแบบนี้ จะด่ากันใช่ไหม ถึง post ตอบนอกเรื่องแบบนี้ พวกคุณ post ป่วนคนอื่นได้ โดยไม่โดนลบ เลยได้ใจใช่ไหม หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: ชัย คุรุ เทวา โอม ที่ 14-05-2006, 15:36 ดร.เอนก เค้าพูดในฐานะนักวิชาการ ที่ไม่พอใจการกระทำของตัว กกต แล้ว กกต ยังหน้าหนา ไม่ฟังคำพุดดูแล้วสงสัยมีแผลใหญ่แน่เลย เลยกลัวกันใหญ่ไม่กล้าลงจากอำนาจโดนด่าขนาดนี้ เหมือนใครบางคนนะ
หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 14-05-2006, 15:42 อิอิอิ แล้วคราวที่แล้วนี่ ได้ 2 คน รายชื่อบ๋อแบ๋ ยังกล้าออกความเห็นอีกหรือนี่ อิอิอิ เป็น "เสียงส่วนน้อย" แล้วยังไม่รู้ค่าของตัวเองอีก คนอาไร้ จำใจเป็นใช่ไหมล่ะ จริงๆ แล้วอยากเป็น "เสียงส่วนใหญ่" มากกว่า พวกปากไม่ตรงกับใจ :mozilla_tongue: ผมตอบในประเด็น คุณตอบมาแบบนี้ จะด่ากันใช่ไหม ถึง post ตอบนอกเรื่องแบบนี้ พวกคุณ post ป่วนคนอื่นได้ โดยไม่โดนลบ เลยได้ใจใช่ไหม โอ๊ย กลัวแล้วจ้า ไม่ต้องทำตัวหนังสือใหญ่มาข่มก็ได้ แล้วก็ไม่เคย "ด่า" ใคร ถ้าคิดว่า "โดน" ก็ไปฟ้อง เอ๊ย ร้องเรียนผู้ใหญ่เลย พูดกับคนขี้ใจน้อยนี่มันลำบากจริง ไม่เล่นด้วยก็ได้ ไปละ :mozilla_sealed: หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: Killer ที่ 14-05-2006, 16:07 ดร.เอนก เค้าพูดในฐานะนักวิชาการ ที่ไม่พอใจการกระทำของตัว กกต แล้ว กกต ยังหน้าหนา ไม่ฟังคำพุดดูแล้วสงสัยมีแผลใหญ่แน่เลย เลยกลัวกันใหญ่ไม่กล้าลงจากอำนาจโดนด่าขนาดนี้ เหมือนใครบางคนนะ อ๋อ...ตกลงเค้าพูดในฐานะนักวิชาการเหรอ มันเปลี่ยน Mode กันได้ยังไง จากเป็นนักการเมือง ไปเป็น นักวิชาการ ปุ่มสวิชมันอยู่ตรงหน้าผากเหรอไงมิทราบ อย่างไอ้สังซีดงี้ ไอ้วุฒิเพรียบงี้...สงสัยจะ Model เดียวกัน ไม่พอใจก็บอกสิว่าเป็นความเห็นส่วนตัว มาหน้าด้านอ้าง สังคม มั่วซั่วได้ไงล่ะ สังคมเค้าไม่ได้คิดแบบนั้นเสียทั้งหมดเมื่อไหร่ ไอ้ประเภทที่บอกว่าไม่กล้า ลงจากตำแหน่งเพราะกลัวแผลเปิด นี่เห็นพูดกันมาเยอะแล้ว พอออกไปจริงๆ ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เป็นแค่คำล่อลวงสนุกปากไปงั้นแหละใช่หรือเปล่า หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: snowflake ที่ 14-05-2006, 16:21 คนเราย่อมมีหลายบทบาท
เช่น เป็นคนโหดประจำบอร์ด แต่เป็นลูกชายที่น่ารักของพ่อแม่ที่บ้านก็เป็นได้ มันก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ ทั่น ดร. คงลืมนึกไปว่าสังคมเดี่ยวนี้มีแบ่งแยกว่า สังคมของใคร สังคมฝ่ายไหน นึกถึงชื่อพรรคแล้วให้รู้สึกสะท้อนใจ บอกว่า ไทยรักไทย เห้นแต่ทำให้ ไทยเกลียดไทย ใครไม่ใช่พวกก็เป็นศัตรู จ้างม็อบชนม็อบ ทำกติกาให้เป็นกติกู เศร้าๆๆ :cry: :cry: :cry: หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: Killer ที่ 14-05-2006, 16:28 ใช่เลยมีหลายสถานะจริงๆ
อย่างเจ้าตัวอย่างว่า... แถวบ้านผมเรียกว่า ตะกวด ทางใต้เรียก ตัวแลน บางแห่งเรียกตัวเงินตัวทอง เพราะ ลิ้นมันสองแฉก หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป เริ่มหัวข้อโดย: ชัย คุรุ เทวา โอม ที่ 14-05-2006, 16:34 เค้าไม่ได้อ้างสังคมหรอกครับ สังคมอยากรู้จริงๆ แต่คนที่อ้างสังคมคือบางกลุ่มที่เอาเงินซื้อมา และกล่าวว่านี่คือเสียงที่สนับสนุนเค้าจริง ซัก16ล้านได้มั้ง แล้วตอนแรกมัน19ล้าน ตอนหลังไม่ได้จึงตู่ว่า หายไป3ล้านเพราะไม่ได้มาเลือกตั้ง คิดได้ไง
หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: An.mkII ที่ 14-05-2006, 16:41 ดร.เอนก เค้าพูดในฐานะนักวิชาการ ที่ไม่พอใจการกระทำของตัว กกต แล้ว กกต ยังหน้าหนา ไม่ฟังคำพุดดูแล้วสงสัยมีแผลใหญ่แน่เลย เลยกลัวกันใหญ่ไม่กล้าลงจากอำนาจโดนด่าขนาดนี้ เหมือนใครบางคนนะ อ๋อ...ตกลงเค้าพูดในฐานะนักวิชาการเหรอ มันเปลี่ยน Mode กันได้ยังไง จากเป็นนักการเมือง ไปเป็น นักวิชาการ ปุ่มสวิชมันอยู่ตรงหน้าผากเหรอไงมิทราบ อย่างไอ้สังซีดงี้ ไอ้วุฒิเพรียบงี้...สงสัยจะ Model เดียวกัน ไม่พอใจก็บอกสิว่าเป็นความเห็นส่วนตัว มาหน้าด้านอ้าง สังคม มั่วซั่วได้ไงล่ะ สังคมเค้าไม่ได้คิดแบบนั้นเสียทั้งหมดเมื่อไหร่ ไอ้ประเภทที่บอกว่าไม่กล้า ลงจากตำแหน่งเพราะกลัวแผลเปิด นี่เห็นพูดกันมาเยอะแล้ว พอออกไปจริงๆ ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เป็นแค่คำล่อลวงสนุกปากไปงั้นแหละใช่หรือเปล่า ถ้าดร.เอนกมี...อดีตผู้นำประเทศบางคนก็ต้องมี.... เพราะบางครั้งผมก็สงสัยว่า..บางครั้งเขาพูดในฐานะหัวหน้ารัฐบาล..หรือหัวหน้าพรรค... หรือผัว..หรือพ่อของลูก..เพราะผมก็งงเหมือนกัน... และก็สมควรที่จะโดนด่าแบบนี้ด้วย....เพราะผมก็แยกสถานะเขาไม่ออกเหมือนกัน... ดังนั้นคำด่ามันจึงใช้ได้คือๆกัน....จึงขอยืมเอามาใช้หน่อย.... ใช่เลยมีหลายสถานะจริงๆ อย่างเจ้าตัวอย่างว่า... แถวบ้านผมเรียกว่า ตะกวด ทางใต้เรียก ตัวแลน บางแห่งเรียกตัวเงินตัวทอง เพราะ ลิ้นมันสองแฉก หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: davil amature ที่ 14-05-2006, 16:44 เอาเงินซื้อมา? ใครหว่า? ผมจำได้ 7-8 ปีก่อนนี่คือก่อนเลือกตั้งหมาหอนกันกรียว ช่วงหลัง ๆ นี่เพลา ๆ ไปบ้างล่ะ
หัวข้อ: Re: ด.ช. เอนก เขาพูดในฐานะนักการเมืองตกกระป๋อง หรือว่า นักวิชาเกินกันแน่ เริ่มหัวข้อโดย: เสียงส่วนน้อย ที่ 14-05-2006, 21:10 คนเราย่อมมีหลายบทบาท เช่น เป็นคนโหดประจำบอร์ด แต่เป็นลูกชายที่น่ารักของพ่อแม่ที่บ้านก็เป็นได้ มันก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ ทั่น ดร. คงลืมนึกไปว่าสังคมเดี่ยวนี้มีแบ่งแยกว่า สังคมของใคร สังคมฝ่ายไหน นึกถึงชื่อพรรคแล้วให้รู้สึกสะท้อนใจ บอกว่า ไทยรักไทย เห้นแต่ทำให้ ไทยเกลียดไทย ใครไม่ใช่พวกก็เป็นศัตรู จ้างม็อบชนม็อบ ทำกติกาให้เป็นกติกู เศร้าๆๆ :cry: :cry: :cry: จ้างม้อบชนม้อบนะ ไปดูที่ม้อบกู้ซากไป ใครๆ ก็รู้ว่าจ้างมาจากไหน ยกเว้นแกล้งโง่หรือโง่จริง |