ทั่วไป => ชายคาพักใจ => ข้อความที่เริ่มโดย: รวงข้าวล้อลม ที่ 14-06-2007, 08:28



หัวข้อ: ...เสียงสะท้อนจากครูคนหนึ่ง ขอเสนอใช้หลักพอเพียงในการเลื่อนวิทยฐานะ
เริ่มหัวข้อโดย: รวงข้าวล้อลม ที่ 14-06-2007, 08:28
....  เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว  กลยุทธิ์  วิธีการการปรับเลื่อนวิทยฐานะของครู  มิว่าจะเป็น

ชำนาญการพิเศษ  ครูผู้เชี่ยวชาญ  มานานหลายปีแล้ว....ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยนะคะ

กับวิธีการ  ที่ประเมิน  โดยใช้ตัวเอกสารมากมายก่ายกองขนาดนี้  โดยเฉพาะตรงจุดที่

เรียกว่า  ผลงานทางวิชาการ   ซึ่งโดยประมาณ  ไม่ควรต่ำกว่า  ร้อยหน้า  มาใช้ตัดสิน

ในการประเมินว่า  ผ่านไม่ผ่าน ...เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง  ตามหลักการพอเพียง  จะทำอะไร

ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า  ค้มทน  ไม่เกินตัว  ใช่มั๊ยคะ   การที่ครูได้ผลงาน  ผ่าน

การเลื่อนวิทยฐานะ  ได้หลากหลาย  แต่ประสิทธิภาพในสภาพจริง ( ไม่ใช่ตัวข้อมูล

ตัวเลขที่นำเสนอ)  ของผู้เรียน ในเรื่อง  การอ่านออก  เขียนได้  การเป็นคนดี  คนเก่ง

และการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  ไม่ได้พัฒนาไปพร้อมกับ  การผ่านผลงานของครู

จะถึอว่า  ใช้หลักพอเพียงได้อย่างไร


    มิว่ายุคนี้  หรือยุคไหนๆ  เราควรเน้นหลักความพอเพียงมาใช้ในทุกเรื่องทุกราวใช่มั๊ยคะ

ครูจะใช้หลักการพอเพียงไปสอนเด็กได้อย่างไร  ในเมื่อ ตัวครูเอง  โดนมารตรการไม่พอเพียง

มาบังคับใช้ซะแล้ว   ครูคือผู้ยกระดับจิตวิญญาณของมนุษย์  คำว่ายกระดับจิตวิญญาณ

คำนี้  พูดง่าย  แต่เมื่อลงมือทำ  ค่อนข้างทำยากสักนิด  ต้องใช้เวลา  ต้องใช้ความอดทน

ต้องใช้แรงใจ  แรงกายขับเคลื่อน  โดยใช้หลัก  หัวใจพระโพธิสัตว์  คือ เมตตา  กรุณา

มุทิตา  อุเบกขา  เวลาส่วนมากจะใช้ในกระบวนการปฏิบัติจริง  มากกว่าตัวทฤษฎี


    เห็นด้วย  กับการที่สนับสนุนให้ครู  พัฒนาตัวเอง  ใขว่คว้าหาความรู้  มุ่งมั่นพัฒนา

ตนเอง มาเพื่อพัฒนาเด็ก ...แต่มิใช่ด้วยวิธีการเขียนผลงาน  สรุปผลงานลงในกระดาษ

เป็นร้อยหน้าเช่นนี้  ซึ่งมิได้เขียนแบบธรรมดาด้วย  จะต้องใช้สมอง  ใช้ความคิด  ใช้เทคนิค

พิเศษสร้างสรรค์  มาประดิษฐ์  บรรจง  ใส่ลงในตัวอักษรด้วย  ยิ่งไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

เพราะในเวลา  7 - 8  ชั่วโมงที่ครูอยู่ในโรงเรียน  แทนที่จะใช้สมอง  ใช้เวลา  มาพัฒนา

ศักยภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล  ตามหลักการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 

ตามมาตรา  22 - 23  ใน พรบ. การศึกษา  2542  นั้นย่อมไม่เกิดประสิทธิภาพ

แน่นอน .....เพราะจิตใจของครูย่อมอดที่จะไปคิด  หมกมุ่นเกี่ยวกับคิดเทคนิค พิศดาร

เพื่อใช้ในการเขียนผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ไม่ได้ ....เพราะเมื่อครูเหล่านั้นคิดทำผลงาน

ก็ย่อมหวัง  การผ่าน  การได้เลื่อน ....ซึ่งตามข้อเท็จจริง  เด็กมี  สามพวกใหญ่ๆ  เท่านั้นเอง

คือ  กลุ่มเก่ง  กลุ่มปานกลาง  กลุ่มอ่อน.....ครูแค่ มีจิตใจที่ใช้หัวใจพระโพธิสัตว์ ดังกล่าว

สี่ข้อ  คือ  เมตตา  กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  มาใช้กับเด็กด้วยใจที่จริงใจจริงๆ ....เด็กก็

บรรลุ  การเป็นคนดี   คนเก่ง  และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขแล้ว  ไม่จำเป็น

ต้องไปทำผลงาน  อ้างหลักการ ทฤษฎีนู้นนี้ให้ปวดหัวหรอก  บางครั้ง  และหลายคนทีเดียว

ที่อ้างทฤษฎีหลักการนู้นนี้ใส่ไปในผลงาน ....แต่พอกระบวนการปฏิบัติจริง หลังจากผลงาน

ผ่านไปแล้ว  มีกระบวนการติดตามผล  ประเมินผลของภาครัฐตรงไหนบ้างที่ตรวจสอบว่า

ได้ใช้ทฤษฎีเหล่านั้น  มาใช้กับชีวิตประจำวันของครูคนนั้นจริงๆ  และอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

และในข้อเท็จจริง  เด็กสามกลุ่มที่ว่า  มีความจำเป็นต้องใช้ทฤษฏีอะไรมาแก้ให้วุ่นวายหรือเปล่า

ไม่จำเป็นเลย  ครูทุกคนกว่าจะจบมาได้  มวลสารความรู้ย่อมตกตะกอนมากมาย  แค่ มีใจ

เมตตา  กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  กับเด็กเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง  ทุกอย่างก็จะดีเอง


.....แต่ทว่า   การที่ครูไม่ต้องใช้เอกสารในการทำผลงานเลื่อนขั้นเลย  ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้

เพราะตรวจสอบได้ยาก   ขอเสนอเช่นนี้ได้มั๊ยคะว่า ....

ถ้าจะพิจารณาการเลื่อนขั้นของครู   


ใช้หลักการตรวจสอบดังนี้ได้ไหม

1.  การรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของครูแต่ละคน  เป็นรายวัน  อย่างสม่ำเสมอ

2.  การทำแผนกิจกรรมการเรียนรู้ ( แผนการสอนเดิม)  อย่างเป็นปัจจุบัน  และพัฒนา

     อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

3. การนำข้อมูลทุกอย่าง  มารายงานเชิงวิจัยหน้าเดียว  ภาษาง่ายๆที่บ่งบอกว่าทำได้จริง

    และอ่านแล้วสะท้อนว่าทำจริงๆ  ไม่ใช่สร้างภาพ....


 ขอแค่นี้จะได้มั๊ยคะ
 


หัวข้อ: Re: ...เสียงสะท้อนจากครูคนหนึ่ง ขอเสนอใช้หลักพอเพียงในการเลื่อนวิทยฐานะ
เริ่มหัวข้อโดย: GN-001 Exia ที่ 20-06-2007, 18:36
ส่วนตัวผมอยากให้...

ขึ้นเงินเดือนครูครับ...

ให้เท่ารัฐวิสาหกิจ หรือมากกว่า ให้เป็นวิชาชีพที่สูงส่งผลตอบแทนสูงในสายตาสังคม...

แต่การควบคุมประเมินผลต้องเข้มงวดมากๆ ครูห้ามไปขายตรง ห้ามกั๊กวิชาไปสอนพิเศษ สอนในห้องเท่านั้น นัดนักเรียนมาสอนเสริมได้...

ประเมินผลครูจากความรู้และความพอใจของนักเรียนโดยตรง ใครทำได้ต่ำต้องมีการลงโทษ ทำดีมีการให้รางวัล...

คงจะทำให้ครูหันมาสนใจนักเรียนจริงๆจังๆต้องทำตัวให้นักเรียนรักด้วย...


หัวข้อ: Re: ...เสียงสะท้อนจากครูคนหนึ่ง ขอเสนอใช้หลักพอเพียงในการเลื่อนวิทยฐานะ
เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 21-06-2007, 10:57
ส่วนตัวผมอยากให้...

ขึ้นเงินเดือนครูครับ...

ให้เท่ารัฐวิสาหกิจ หรือมากกว่า ให้เป็นวิชาชีพที่สูงส่งผลตอบแทนสูงในสายตาสังคม...

แต่การควบคุมประเมินผลต้องเข้มงวดมากๆ ครูห้ามไปขายตรง ห้ามกั๊กวิชาไปสอนพิเศษ สอนในห้องเท่านั้น นัดนักเรียนมาสอนเสริมได้...

ประเมินผลครูจากความรู้และความพอใจของนักเรียนโดยตรง ใครทำได้ต่ำต้องมีการลงโทษ ทำดีมีการให้รางวัล...

คงจะทำให้ครูหันมาสนใจนักเรียนจริงๆจังๆต้องทำตัวให้นักเรียนรักด้วย...

จริงๆสมัยไอ้เหลี่ยมได้มีการตั้งหน่วยงานนึงขึ้นตรงกับสำนักนายก เพื่อเอาไว้ตรวจพวกโรงเรียนต่างๆว่า มีผลการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง อันนี้ผมว่าดีนะครับ เสียแต่ว่าหน่วยงานนี้ผู้ตรวจสอบจะต้องเป็นคนที่เขี้ยวสุดๆ เพราะต้องเผชิญกับปัญหานาๆประการที่เกิดจากการที่ไปประเมินเค้า

เคยคุยกับอาจารย์ท่านนึงที่ทำงานตรงนี้อยู่ ท่านบอกว่า โรงเรียนบางโรงเรียนใหญ่โต นักเรียนแยะ ครูเยอะ แต่ประเมินแล้วไม่ผ่าน กับอีกโรงเรียนนึง ครูมีไม่กี่คน นักเรียนไม่กี่คน แต่ประเมินแล้วผ่าน แค่นี้ ก็มีปัญหากับครูใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นแล้วล่ะครับ

ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานและเหตุผลอย่างไร โรงเรียนทึ่ประเมินไม่ผ่าน ก็ไม่ค่อยจะยอมอยู่ดี  :slime_hmm: