|
หัวข้อ: ปาฏิหารย์มีจริง วันนี้...กำลังใจอุ้มชีวิตน้องเอ็มเจ เริ่มหัวข้อโดย: ไทมุง. ที่ 12-05-2007, 17:00 (http://www.matichon.co.th/newsphoto/matichon/lad01110550p1.jpg) ยังเป็นห่วงเป็นใยกันอยู่ตลอดเวลา สำหรับเรื่องราวของหนูน้อย "เอ็มเจ" หรือเด็กชายมิ้ง อาชวุฒิกุลวงศ์ ลูกชายคนแรก ที่เกิดมาช่วยเติมเต็มชีวิตครอบครัวของนายสุวิทย์ อาชวุฒิกุลวงศ์ อายุ 42 ปี และนางอิสรีย์ อาชวุฒิกุลวงศ์ อายุ 36 ปี แต่โชคร้าย หนูน้อยกลับถูกพี่เลี้ยงใจโหดทำร้ายจนเลือดออกในสมอง เลือดออกในช่องอก แล้วกระดูกซี่โครงทั้งสองข้างหักอีกด้วย จากวันนั้นวันที่เราทุกคนรู้จักน้องเอ็มเจ เห็นภาพน้องเอ็มเจที่ระโยงระยางไปด้วยสายน้ำเกลือ สายเลือด หลายคนเฝ้าติดตามข่าวนี้ ด้วยหัวใจที่ห่วงใยโดยเฉพาะหัวอกคนที่เป็นพ่อ แม่ จนถึงวันนี้เวลาผ่านไปเกือบ 2 เดือน น้องเอ็มเจสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้แล้ว แต่กระนั้นยังคงต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด พ่อของน้องเอ็มเจเล่าด้วยใบหน้าที่ดูมีความหวัง และมีความสุขมากกว่าครั้งก่อนๆ ว่าลูกชายนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกือบ 2 เดือน ตอนนี้สามารถกลับมารักษาตัวที่บ้านได้แล้ว แต่ต้องดูแลเรื่องสมองอย่างใกล้ชิด และไม่รู้ว่าเมื่อเอ็มเจโตขึ้นจะมีพัฒนาการที่ปกติ เหมือนเด็กทั่วไปหรือไม่ "ลูกกลับมาอยู่ที่บ้านเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา อาการของเขาดีขึ้น แต่เรายังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่ หมอบอกว่าสมองซีกขวาถูกทำลาย ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ ภาษา ที่สำคัญตอนนี้ลูกอายุเพียง 2 เดือน จึงยังไม่รู้ว่าสมองของลูกจะปกติเหมือนเด็กทั่วไปไหม เพราะดูไม่ออกเลย ลูกยังเล็กอยู่ หมอบอกว่าจะรู้ผลว่าปกติหรือไม่ต้องตอนลูกอายุ 1 ขวบ แต่ถ้าโชคร้ายสมองถูกทำลาย ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้รับการพัฒนาได้มากขนาดไหน" สิ่งที่ครอบครัวของเอ็มเจทำได้คือ รอความหวังอย่างเดียว แต่การรอความหวังครั้งนี้หลายคนก็ยังภาวนาขอให้สมองของเด็กน้อยเอ็มเจ ต้องไม่ถูกกระทบกระเทือนอะไร แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คุณพ่อเล่าถึงชีวิตทุกวันนี้ของน้องเอ็มเจว่า ทุกคืนลูกชายสุดที่รักยังคงร้องไห้ บางคืนร้องจนหลับไป และลูกชาย ก็ยังมีอาการผวาอยู่เป็นระยะๆ "ผมกับภรรยาสงสารลูกมาก อาการของลูกตอนนี้บางคืนเขาจะร้องไห้เยอะมาก ร้องจนแกหลับไปเอง บางทีมีอาการผวา หรือไม่ก็ละเมอร้องไห้ ลูกต้องกินยากันชักด้วยเพราะออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อย ถ้าลูกชักสมองอาจถูกทำลายเพิ่ม ผมสงสารลูกมาก ไม่อยากให้แกทรมาน ตอนนี้สิ่งที่ลูกต้องการคือกำลังใจจากพ่อแม่" พ่อเอ็มเจยังบอกอีกว่า ตอนนี้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่ลูกสามารถกลับมาอยู่กับครอบครัวได้เหมือนเดิม ขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยกันภาวนา ให้น้องเอ็มเจอาการดีขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก "ชีวิตครอบครัวตอนนี้ต้องสร้างกำลังใจต่อไป ต้องเข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อช่วยดูแลลูกให้ดีขึ้น เพราะตอนนี้ลูกไม่ใช่เด็กที่ต้องดูแลตามวัยปกติ มีหน้าที่มีแรงแค่ไหนต้องทำเต็มที่ และจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะให้ลูกได้" ส่วนเรื่องคดีนั้น ทางครอบครัวอาชวุฒิกุลวงศ์บอกว่า อยู่ในคดีอาญา สำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้วเตรียมส่งให้อัยการและรอฟ้องศาลอย่างเดียว แต่ล่าสุดความรับผิดชอบที่ทางพี่เลี้ยงและทางศูนย์จัดส่งพี่เลี้ยงยังไม่ถึงมือ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาเอ็มเจทางครอบครัวต้องออกไปก่อน ซึ่งเป็นเงินที่สูงมาก "ผมได้รับแฟ็กซ์จากศูนย์พี่เลี้ยงว่า ไม่ขอแสดงความรับผิดชอบ เพราะพนักงานคนนี้ผ่านการอบรมแล้ว ผมรู้สึกแย่มากๆ ค่าใช้จ่าย ผมเป็นคนรับผิดชอบหมด ไม่มีใครมาร่วมรับผิดชอบ อยากสะท้อนให้สังคมได้รับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในสังคม พอเกิดเรื่องก็โยน ความรับผิดชอบ ผมไม่ใช่คนอนาถา แต่อยากให้แสดงความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ต้องทำ" สุดท้ายครอบครัวอาชวุฒิกุลวงศ์ ฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า กรณีอย่างนี้เป็นสิ่งที่สังคมต้องตระหนัก และต้องร่วมกันแก้ไข พี่เลี้ยงเป็นคนใกล้ตัว หากเกิดเรื่องขึ้นก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว "ผมว่าไม่จำเป็นต้องติดวิดีโอที่บ้านคอยจับตาพี่เลี้ยง แต่อยากให้มีมาตรการป้องกันแก้ไข รวมทั้งต้องมีบทลงโทษทั้งศูนย์พี่เลี้ยง และตัวพี่เลี้ยงเอง ตอนนี้ครอบครัวผมก็หวังให้ลูกเติบโตและมีชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไปเท่านั้น" ครอบครัวอาชวุฒิกุลวงศ์เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สะท้อนให้เห็นถึงครอบครัวยุคใหม่ที่พ่อแม่ต้องทำมาหากิน อาจไม่มีเวลาจึงจำเป็น ต้องพึ่งศูนย์ให้บริการคนดูแลเด็ก ถ้าก่อนหน้านี้ทั้งคู่เลือกได้ก็คงไม่เลือกที่จะไว้ใจให้คนอื่นมาดูแลแก้วตาดวงใจ แต่เมื่อเลือกไม่ได้ เขาจึงต้องตัดสินใจเช่นนั้น แต่กระนั้นแล้วเมื่อรัฐเปิดโอกาสให้มีศูนย์ให้บริการคนดูแลเด็ก ศูนย์ให้บริการคนดูแลผู้สูงอายุที่ผุดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐต้องเข้าไปควบคุมดูแลหามาตรการป้องกันไม่ให้ศูนย์เหล่านี้เป็นศูนย์เถื่อนหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าหน่วยงานทั้งหลาย ที่เคยตื่นตัวตื่นเต้นเมื่อตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ จนป่านนี้ได้ดำเนินการกันไปถึงไหนแล้ว แจ้งให้ทราบบ้างก็ดี หรือว่าจนป่านนี้ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01lad01110550&day=2007/05/11§ionid=0115 ขอส่งกำลังใจให้ ครอบครัวอาชวุฒิกุลวงศ์ หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์มีจริง วันนี้...กำลังใจอุ้มชีวิตน้องเอ็มเจ เริ่มหัวข้อโดย: อธิฏฐาน ที่ 12-05-2007, 19:18 ขอให้น้องเอ็มเจหายเป็นปกติโดยเร็วด้วยค่ะ หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์มีจริง วันนี้...กำลังใจอุ้มชีวิตน้องเอ็มเจ เริ่มหัวข้อโดย: ล้างโคตรทักษิณ ที่ 13-05-2007, 14:47 :slime_worship:
หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์มีจริง วันนี้...กำลังใจอุ้มชีวิตน้องเอ็มเจ เริ่มหัวข้อโดย: อังศนา ที่ 13-05-2007, 18:13 ..ดูจากสายตาของน้องเอ็มเจในรูป :slime_fighto:
ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะบอกว่า สายตาแสดงความรู้ตัว หวังว่าสมองของน้องเอ็มเจจะไม่มีปัญหาที่น่าวิตก และหวังว่าวิบากกรรมของน้องเอ็มเจจะหมดเพียงเท่านี้ ขอให้หมดเคราะห์หมดโศก อย่าให้ได้เจอคนใจร้ายอีกเลย (http://i30.photobucket.com/albums/c329/Seaspica/pink_flowers.gif) หัวข้อ: Re: ปาฏิหารย์มีจริง วันนี้...กำลังใจอุ้มชีวิตน้องเอ็มเจ เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 14-05-2007, 14:26 สำหรับคนที่มีลูก คงไม่ต้องบรรยาย ว่า พ่อแม่ น้องเอ็ม เจ จะรู้สึกอย่างไร.......ถึงแม้น้อง เอ็ม เจ จะได้กลับบ้าน แล้ว แต่ผมเชื่อเหลือเกิน พ่อแม่ ของน้อง ฯ ยังคงอยู่ในอารมณ์ วิตก หวาดระแวง ไปอีกซักพัก ใหญ่ .....เห็นใจ จริง ๆ ครับ .........เด็ก รุ่นอายุขนาดนี้ ดูยังไง ก็น่ารัก จริง ๆ
ขออย่าให้น้อง เค้าเป็นอะไรอีกเลยครับ :slime_worship: |