ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-02-2020, 03:05
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เสียหายครับ เอาชื่อ"เสรีไทย" ตั้งเวป แต่กลับมีอุดมการณ์สนับสนุน"คอมมิวนิสต์" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เสียหายครับ เอาชื่อ"เสรีไทย" ตั้งเวป แต่กลับมีอุดมการณ์สนับสนุน"คอมมิวนิสต์"  (อ่าน 3871 ครั้ง)
พลีชีพ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« เมื่อ: 07-11-2006, 19:42 »

 อดีตสมาชิก "เสรีไทย" รวมถึงทายาทฉุน!! เมื่อมีการใช้ชื่อ เสรีไทย ไปตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง พากันรวมตัวต่อต้านคัดค้านที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (7 พ.ย.) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) อดีตเสรีไทยและทายาท แถลงข่าวคัดค้านการนำชื่อ "เสรีไทยไ เป็นชื่อพรรคการเมือง และไปใช้ในกิจการสาธารณะอื่นๆ โดย ร.ต.ปราโมทย์ สูตะบุตร เสรีไทยในประเทศ กล่าวว่า เนื่องจากมีข่าวว่าอดีตสมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง มีดำริจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ใช้ชื่อว่า พรรคเสรีไทย ขณะเดียวกัน ปรากฏว่า มีกลุ่มบุคคลเปิดเว็ปไซด์ใช้ชื่อว่า ขบวนการเสรีไทย
ดังนั้น ในฐานะอดีตเสรีไทยทั้งภายในและภายนอกประเทศ และทายาท ขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว เนื่องจาก ขบวนการเสรีไทยนั้น จัดตั้งขึ้นโดยนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในปี 2484 เพื่อประโยชน์ของประชาชนไทยทั้งชาติ ช่วยให้ประเทศไทยก้าวออกมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยที่ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม มีการเชิดชูเกียรติขบวนการเสรีไทย โดยตั้งชื่อถนนสายหนึ่งว่า ถนนเสรีไทย และสวนเสรีไทย ในบริเวณใกล้เคียงกัน รวมทั้งจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เสรีไทยนุสรณ์ภายในสวนดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ อดีตเสรีไทย และทายาท รวมทั้งนักคิดนักวิชาการ ประมาณ 260 คน ได้ร่วมกันลงชื่อคัดค้านการกระทำดังกล่าว และจะยื่นคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันเดียวกันนี้ด้วย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ http://webboard.mthai.com/16/2006-11-07/280084.html



* 280084.jpg (39.58 KB, 300x411 - ดู 194 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 07-11-2006, 19:46 »

หัวข้อมันเกี่ยวกับเนื้อข่าวไหมเนี่ย...
บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #2 เมื่อ: 07-11-2006, 19:47 »

เสรีไทยของจริงเขา          ประชาธิปไตย


แล้วพวกเทิดทูนเผด็จการนี่ของจริงป่าวน้อ
บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #3 เมื่อ: 07-11-2006, 19:58 »

* ถ้าคุณจะพูดว่า ... มีการเอาชื่อ เสรีไทย .. มาตั้งเป็นชื่อแล้วเสียหาย

   ชื่อนี้ตั้งกันมาตั้งแต่สมัย ..ห้องราชแล้ว

   และเวปนี้ ... ก็มีมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ...ผ่านมาเกือบปีทำไมเพิ่งจะมารู้สึกเสียหายตอนนี้

   ................  ดัดจริต

   ชื่อ:  see_you

   วันที่สมัครสมาชิก:  21-03-2006, 10:14



ปล.  ตั้งหัวข้อ กระทู้ .. ให้มันโยงกะเนื้อหาหน่อยคุณ ...

       ตรงไหนของเนื้อหาข้อความมีคำว่า "คอมมิวนิสต์"  หือ ..ออออ


       อ้อ !  มาเพิ่มเติมว่า ดิฉัน .. สมัครเป็น สมาชิก ของที่นี่สมัยห้องราชด้วย รหัส 009 ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 20:11 โดย see_you » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #4 เมื่อ: 07-11-2006, 20:08 »

"อุดมการณ์คอมมิวนิสต์"ผิดตรงไหน Gu-1 ลองอ่านบทความ เรื่อง "พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย" ของ "ชัยวัฒน์  สุรวิชัย" เล่น ๆ ดูน่ะ

ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ระหว่างธรรมกับอธรรม ชนชั้นสูงผู้กดขี่ได้เบียดเบียนและฉกชิงผลผลิตจากแรงงานของเพื่อนมนุษย์ด้วยวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ การเบียดเบียนได้เปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการของพลังและวิถีการผลิต ได้มีการสร้างกลไกการปกครอง กฎหมาย ตลอดจนวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการกดขี่ขูดรีดในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ระบบการขูดรีดได้เพิ่มพูนพลังขึ้นมากจาก ระบบการกดขี่แบบทาส แบบศักดินา แบบทุนนิยม มาสู่ระบบจักรพรรดินิยม, พฤติกรรมกดขี่เหล่านี้มีลักษณะเป็นอำนาจอธรรม ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อมนุษยชาติอย่างมหาศาล เป็นการทำลายคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนผู้ยากไร้อย่างที่สุด

การต่อสู้ของมวลชนผู้ถูกกดขี่เป็นการต่อสู้ของฝ่ายธรรม กลุ่มชนผู้กล้าหาญได้สละเลือดเนื้อชีวิต และประโยชน์สุขส่วนตนทุ่มเทพลังกาย พลังปัญญา เพื่อให้ได้มาและดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม ด้วยความมั่นใจว่าธรรมจะต้องชนะอธรรม………………………”

                นี่คือคำประกาศ พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

เนื้อหาที่มีพลังและชีวิตที่ปลุกเร้าจิตใจกลุ่มชนผู้กล้าหาญ ให้ทุ่มเทพลังกาย พลังปัญญา และชีวิต……….ให้กระโดดก้าวเข้ามาร่วมขบวนสายธารของประชาชน โดยมิหวาดหวั่นหรือท้อแท้ต่ออุปสรรค และอำนาจอิทธิพลใด ๆ ที่กั้นขวาง

ผมเป็นอีกคนหนึ่งในกระแสธารประวัติศาสตร์ ที่เต็มใจและให้ทั้งชีวิตแก่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยเหตุผลใหญ่ 3 ประการคือ:-

หนึ่ง ความตระหนักในความรับผิดชอบที่ตนมีส่วนร่วม ซึ่งก่อให้เกิดการเสียชีวิตของวีรชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ผมจำได้ว่า ผมสัญญากับตัวเองหลังจากเสร็จงานในวันที่ 15 ตุลาคม 2516 ว่า “ผมน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว หลังจากถูกจับในการแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2516 และถูกนำไปขังไว้ที่คุกการเมือง “โรงเรียนพลตำรวจบางเขน”………ชีวิตใหม่ที่เกิดจากการที่ประชาชนนักเรียนนักศึกษาเรือนแสนเรือนล้านที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ “ถนอม-ประภาส-ณรงค์” ทำให้รัฐบาลเผด็จการจำใจจะต้องปล่อย “สิบสามกบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” ออกมา………ฉะนั้นผมจะขอมอบชีวิตใหม่ของผมให้กับภารกิจของประชาชนต่อไปจนถึงที่สุดเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของประชาชน”

ประการที่สอง ซึ่งผมขอนำมมากล่าวก่อน คือ คำมั่นสัญญาที่ผมให้ไว้กับประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในชนบทที่ได้ใช้ชีวิตเข้าต่อสู้กับอำนาจและอิทธิพลที่ไม่เป็นธรรม และการปกป้องรักษาชีวิต ของนักศึกษาประชาชนและผู้รักชาติรักประชาธิปไตย และรวมทั้งชาวสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ที่ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าร่วมการต่อสู้ในเขตชนบทกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

และประการสุดท้าย ก็คือ คำประกาศของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยที่มีความหมายต่อชีวิต และได้เข้าร่วมก่อตั้งและร่วมงานกับเพื่อนมิตรสหายในภาวะการณ์ที่มีการต่อสู้อันดุเดือดและแหลมคม ระหว่างพลังอำนาจของประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายธรรม กับอำนาจธรรมของกลุ่มเผด็จการ และกลุ่มอนุรักษ์นิยม

นานแสนนานที่ไม่ได้เห็น “คำประกาศแห่งแผ่นดินนี้ จนกระทั่งในงานเคารพและไว้อาลัยคุณไขแสง สุกใส นักสู้สังคมนิยมผู้อาวุโสแห่งแดนสยาม” ณ. เมรุวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2543 ที่คนผู้กล้าเพื่อนพ้องน้องพี่หลากหลายแทบทุกวงการที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมามากกว่า 3,000 คน ซึ่งนับเป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของเมืองไทย ผมตื่นเต้นที่ได้พบ “คำประกาศที่ศักดิ์สิทธิ์” ในหนังสืองานศพจนอดไม่ได้ที่จะหลบผู้คนไปหามุมสงบอ่าน

ยังคงมีพลังและดูเหมือนจะมีชีวิต และกระตุ้นความคิดให้หวนกลับไประลึกถึงวันวานที่ผ่านมา ภาพของผู้คนและเหตุการณ์ต่าง ๆ ปรากฏขึ้น……..ชัดบ้าง คลุมเครือบ้าง และบางภาพก็เบาบางจนจำไม่ได้ เพราะกาลเวลาผ่านมากว่า 25 ปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 20:34 โดย ss2507 » บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 07-11-2006, 20:11 »

ความน่าเชื่อถือของคนตั้งกระทู้ มันไม่เหลือแล้ว บางทีก็ก้อบข่าวมาไม่หมด

กระทู้นี้ไม่ทราบว่าไปเปลี่ยนข่าวเค้าอีกหรือเปล่า ...

คนเราทำอะไรไม่น่าเชื่อถือแล้ว ต้องไปเปลี่ยนชื่อมาใหม่เถอะ
บันทึกการเข้า

นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #6 เมื่อ: 07-11-2006, 20:12 »

การประกาศให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองของรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ กลางปี 2517 ทำให้บรรดาพรรคการเมืองเริ่มมีชีวิตชีวา ต่างพากันขยับตัว และหลายคนเดินออกมาจากสุสานการเมือง “ที่ถูกปิดไปโดยคำประกาศของคณะรัฐประหารที่นำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514” เที่ยวเดินเพ่นพ่าน จับกลุ่มพูดคุยกันถึงการรื้อฟื้นพรรคการเมืองเก่าขึ้นมาบ้าง จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่บ้าง และต่างคุยอวดโขมงว่า “จะแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและบ้านเมือง” ทั้ง ๆ ที่ในช่วงเผด็จการครองเมือง ไม่เคยคิดออกมาต่อต้าน หรือจะเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มี กติกาปกครองบ้านเมือง หรือรัฐธรรมนูญกันเลย ภารกิจหลักของกลุ่มคนเหล่านี้ นอกจากการรวบรวมนักการเมืองเก่าที่มีศักยภาพและประสบการณ์เก๋ากึ๊กแล้ว ยังวิ่งเข้าไปหานายทุนใหญ่ เพื่อให้เข้ามาสนับสนุนแก่พรรคของตน

                มีเรื่องราวที่แปลกออกไปจากปรกติเกิดขึ้นในแผ่นดิน

                คือ มี “ปีศาจ” อยู่กลุ่มหนึ่งมีความคิดใหญ่ ปรารถนาจะกู้บ้านแปงเมืองให้ประชาชนคนส่วนใหญ่ของแผ่นดินของแผ่นดินสามารถลืมตาอ้าปาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย และได้รับความเสมอภาคเป็นธรรมอย่างแท้จริงด้วยอุดมการณ์สังคมนิยม

                แนวคิดสังคมนิยมถูกนำมาเผยแพร่อย่างกว้างขวางในขอบเขตทั่วประเทศ ทั้งทางด้านวิชาการและการเคลื่อนไหวทางสังคม จากกระแสสูงของประชาธิปไตย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อันยิ่งใหญ่ของประชาชนไทย, แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 1 ปี แต่ประชาชนก็ต่างพากันขานรับกับ อุดมการณ์สังคมนิยม ที่จะเป็นความหวังอีกครั้งหนึ่งในการปลดปล่อยพลังชีวิตของผู้ทุกข์ยากในแผ่นดินที่เกิดจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบกับคนกลุ่มน้อยที่มีอภิสิทธิ์อำนาจในสังคมไทย

                ที่มีของคนกลุ่มนี้มาจาก 3 สายธาร ซึ่งมาร่วมและก่อตัวเป็นแม่น้ำใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราดมีพลังเข้มแข็งดุดันในสังคมไทยในอีก 2 ปีต่อมา

                สายธารแรก เป็นเหล่านักการเมืองแนวสังคมนิยม ที่เคยต่อสู้มาในระบบรัฐสภาอย่างอย่างโชคโชนในยุคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นลุงชิต เวชประสิทธิ์ จากพรรคสหชีพ, พอ.สมคิด ศรีสังคม, อาจารย์บุญเย็น วอทอง ฯลฯ จากพรรคสังคมประชาธิปไตย, นายไขแสง สุกใส จากพรรคประชาชน, คุณวิชัย เสวมาตย์ ฯลฯ

                ถัดมาเป็น เหล่านักวิชาการก้าวหน้าและโดดเด่นจากรั้วมหาวิทยาลัย ที่มีความคิดในเชิงสังคมนิยม ตั้งแต่นักวิชาการสังคมนิยมที่มีบทบาทและเป็นที่ยอมรับระดับสากลนาม ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน, และอีกคนที่มีความรู้ความสามารถซึ่งมีเพื่อนฝูงและลูกศิษย์ลูกหาให้การยอมรับอย่างสูงคือ ดร.แสง สงวนเรือง และรวมทั้งนักคิดและปัญญาชนคนสำคัญอีกจำนวนหนึ่ง เช่น อ.ทวี หมื่นนิกร อาจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.วีรพงศ์ มารางกูร(จากเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ) พี่คำสิงห์ ศรีนอก นักประพันธ์ชื่อดังเจ้าของผลงานอำมตะ “ฟ้าบ่กั้น”, อ.ไร่น่าน อรุณรังษี(นักวิชาการอิสลาม) อ.นพพร สุวรรณพานิช, แหลมทอง พันธุ์รังสี ฯลฯ

               สุดท้าย ที่ค่อนข้างดุเดือดมีพลังแรงสูง และผ่านประสบการณ์ในช่วงระยะใกล้ที่ดุเดือดแหลมคมมา คือ บรรดาผู้นำนักศึกษาในยุคนั้น ตั้งแต่:- ประสาร มฤคพิทักษ์, ปรีดี บุญซื่อ, ชัยวัฒน์ สุรวิชัย, ธัญญา ชุนชฎาธาร, จรัล ดิษฐาอภิชัย, วิรัติ ศักดิ์จิระพาพงษ์, สมคิด สิงสง, วิสา คัญทัพ ฯลฯ และรวมทั้งผู้นำที่มีบทบาทในท้องถิ่นอีกไม่น้อย เช่น คุณวิชัย หินแก้ว, คุณเฉลิม – เลียมละออ กลางสาธร, สุรสีห์ ผาธรรม, อุดม ตะนังสูงเนิน, ศรีศักดิ์ นพรัตน์, กมล กมลตุงวัฒนา ฯลฯ

                และมีบางส่วนที่ไม่ปรากฏชื่อในทางสาธารณะ แต่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหว เช่น คุณธีรยุทธ บุญมี ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงและมีบทบาทสูง, ลุงฟัก ณ สงขลา(ทนายความที่ว่าความกรณีสวรรคตให้แก่ อ.ปรีดี พนมยงค์), ลุงแช่ม พนมยงค์(มุตตาฟา)และ คุณพันศักดิ์ วิญญารัตน์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาปรึกษาพูดคุยกันบ่อยครั้งในช่วงนั้น และที่จะต้องกล่าวไว้ ณ ที่นี้ ก็คือ บุคคลที่กล่าวมาข้างต้นส่วนหนึ่งมาจาก “กลุ่มคน 100 คน ที่ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” และ “13 กบฏ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ” จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

                อนึ่งยังมีกลุ่มคนที่มีบทบาทต่อมาของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย แต่ได้เข้ามาในช่วงหลัง ทั้งจากการเข้าลงสมัคร สส. ในนามของพรรค ได้แก่ – ประยงค์ มูลสาร, อุดร ทองน้อย, ประเสริฐ เลิศยะโส, ศิริ ผาสุก, สุทัศน์ เงินหมื่น, อินสอน บัวเขียว, อาคม สุวรรณนพ, ชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ และ พิรุณ ฉัตรวานิชกุล, พีรพล ตรียะเกษม และผู้ปฏิบัติงานที่สำคัญในนามของกลุ่ม 6 และกลุ่มแท็กซี่ก้าวหน้า ฯลฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 20:38 โดย ss2507 » บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #7 เมื่อ: 07-11-2006, 20:14 »

ใครเป็นคนริเริ่ม
                คงจะพูดจำเพาะเจาะจงลงไปให้ชัดเจนได้ยาก แต่สามารถกล่าวได้ว่า “ความคิดในการจัดตั้งพรรคการเมืองแนวทางสังคมนิยม เป็นไปตามคำเรียกร้องต้องการของประชาชนในยุคนั้น” และโดยเฉพาะพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ต้องกล่าวว่าเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะ เพียงมองตาคุยกันไม่กี่คำ สายน้ำทุกสายธารก็พร้อมที่จะไหลมารวมกันอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ

                แต่กว่าจะสามารถก่อตั้งพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยได้, ผู้ก่อการ ต้องทำงานกันอย่างหนัก ต้องไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในด้านอุดมการณ์ของพรรค, แนวทาง-นโยบาย โดยเฉพาะนโยบายรูปธรรม และบุคคลที่จะมาเข้าร่วมวงสนทนามีทั้งที่บ้าน, ที่ทำงาน, ห้องประชุม โดยเฉพาะที่สำนักงานธรรมรังสี ถนนสุทธิกษัตริย์, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บ้านของ ดร.บุณสนอง บุณโยทยาน ที่อยู่ในซอยโรงแรมอพอลโล ถนนวิภาวดีรังสิต และที่ทำการพรรคแห่งแรก ณ. บ้านเลขที่ 20 ซ.ร่วมมิตร ถนนพระราม 6 กทม.

                ซึ่งคงกล่าวได้ว่า “ได้ลงทุนทางความคิด และเหนื่อยกันไม่น้อย” กว่าจะมาเป็นพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

                เรื่องที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด กลับกลายเป็น เรื่องชื่อของพรรค ใช้เวลานาน และถกกันหลายรอบ โดยเฉพาะคำต่อท้าย “แห่งประเทศไทย” เพราะบางท่านโดยเฉพาะผู้อาวุโสมีความเห็นว่ารุนแรงเกินไป อาจจะทำให้ถูกต่อต้าน ร่วมทั้งการถูกใส่ร้ายป้ายสีอย่างหนัก เพราะไปใกล้เคียงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่ก็ไม่สามารถสู้กับเสียงหนุ่มสาว ที่ต้องการความคม ชัดเจน และมีพลังได้

                ส่วนเรื่องสัญลักษณ์ของพรรค “สี่เคียวเกี่ยวกันในฟันเฟือง” ก็ใช้เวลากันไม่นานนักในช่วงปลายของการก่อตั้ง, มีความคิดและเห็นตรงกันว่า ควรจะต้องเป็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศคือ กรรมกรและชาวนา ในขอบข่ายทั่วประเทศ 4 ภาค และผู้ที่รับหน้าที่ออกแบบก็ตกเป็นของ ศิลปินล้วน เขจรศาสตร์ ในเรื่องคำขวัญแทบจะเป็นเอกฉันท์ เพราะถูกใจทุกฝ่าย คือ “ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

                และอีกเรื่องที่แทบจะไม่มีปัญหาเลย แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่แย่งและชิงกันเป็นหัวหน้าพรรค และแกนนำของพรรค ซึ่งคงเป็นเพราะทุกคนไม่ได้คิดถึงเรื่องการเป็นใหญ่, สิ่งที่มาก่อนคือ “งานและการเคลื่อนไหว” ภาพที่เกิดขึ้นคือการยอมรับบทบาทและฐานะของกันและกัน และสิ่งที่ต่างไปจากพรรคอื่น ๆ อีกประการหนึ่งคือ ตำแหน่งผู้นำ เราใช้ ประธานพรรค ฉะนั้น พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยจึงมี พอ.สมคิด ศรีสังคม เป็นประธานพรรค รองคือ คุณไขแสง สุกใส, เลขาธิการพรรค คือ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน และรองเลขาธิการพรรค คือ  คุณวิรัตน์ ศักดิ์จิระภาพงษ์ และมีกรรมการบริหาร และผู้ปฏิบัติงานของพรรคอีกจำนวนหนึ่ง

ใบทะเบียนพรรคการเมือง

มีชื่อพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย เป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในวันที่ 24 ตุลาคม 2517 กล่าวโดยสรุป องค์ประกอบ ของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยมีที่มาจากหลากหลายวงการ ล้วนแต่เป็นคนที่มีประวัติศาสตร์ ในการคิดและการทำงานเพื่อประชาชนมาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองแนวสังคมนิยมรุ่นอาวุโส, กลุ่มนักวิชาการมหาวิทยาลัยที่มีความคิดในเชิงสังคมนิยม, กลุ่ม 13 กบฏ เรียกร้องรัฐธรรมนูญและผู้ร่วมลงชื่อ 100 คน, กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(ปช.ปช.) , อดีตผู้นำและผู้นำนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและในเหตุการณ์ 14 ตุลา, รวมทั้งผู้มีอุดมการณ์และผู้รักชาติรักประชาธิปไตยจากหลากหลายอาชีพ ทั้งสื่อสารมวลชน, นักกฎหมาย, ครู, นักประพันธ์, ผู้นำชุมชน ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด และที่สำคัญมี มวลชน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสนับสนุนอยู่ทั่วประเทศ
บทบาทและผลงาน
           
บทบาทในรัฐสภา: การเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ในวันที่ 26 มกราคม 2518 พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยได้ สส. 15 คน และเมื่อร่วมกับพรรคแนวร่วมสังคมนิยมที่ได้ 10 ที่นั่ง และ สส. จากพรรคพลังใหม่ที่ได้ 10 ที่นั่ง รวมกันเป็น 37 คน สร้างอำนาจการต่อรองได้สูง

                สส. 15 คน พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย

                พ.อ.สมคิด ศรีสังคม, โสภณ วีรชัย, สม วาสนา, เติม สืบพันธ์ จากอุดรธานี, ไขแสง สุขใส จากนครพนม, วิชัย เสวมาตย์ และ สุทัศน์ เงินหมื่น จากอุบลราชธานี, อุดร ทองน้อย และประยงค์ มูลสาร จากยโสธร, ประเสริฐ เลิศยะโส จากบุรีรัมย์, ศิริ ผาสุก จากสุรินทร์, ชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ และ อาคม สุวรรนพ จากนครศรีธรรมราช, เปรม มาลากุล ณ. อยุธยา จากอุตรดิตถ์ และ อินสอน บัวเขียว จากเชียงใหม่
               
สส. ของพรรคสังคมนิยมได้แสดงบทบาทที่โดดเด่น ตั้งแต่การหาเสียงในฐานะผู้สมัคร สส. เพราะใช้รูปแบบของการปราศรัย, การเข้าถึงชาวบ้าน และหลายครั้งต้องนอนและกินร่วมกับชาวบ้าน เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด, ทางพรรคได้มอบเงินให้ผู้สมัครแต่ละคน 30,000 บาท เท่านั้น แต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้าน เนื่องจากเป็นช่วงกระแสสูงของประชาธิปไตย รวมทั้งได้ผลพวงจากการที่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้นำนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศลงพื้นที่ชนบท ไปรณรงค์เรื่องประชาธิปไตย และกลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย “ปช.ปช.” ที่เคลื่อนไหวร่วมกับชาวบ้านทั่วประเทศในการแก้ปัญหา จนทำให้ได้ สส. มาถึง 15 คน และมีจำนวนไม่น้อยเป็น สส. รุ่นหนุ่มสาว, คุณอุดร ทองน้อย นับเป็น สส. ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 25 ปีเศษ เท่านั้น

                ผลงานในรูปของกฎหมาย ที่โดดเด่น ได้เป็นผู้นำเสนอ พ.ร.บ. “อาวุธปืนเถื่อนต้องมาจดทะเบียน” การเสนอกฎหมายควบคุมการถือครองที่ดิน มีการผลักดันจนผ่านสภาผู้แทน แต่วุฒิสภาไม่เอาด้วยจึงกลับมาสู่ที่ประชุมร่วม และไม่ทันที่จะได้พิจารณาก็ต้องยุบสภาไปในวันที่ 11 ม.ค. 2519 นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปเยี่ยมสาธารณรัฐสังคมนิยมจีน และเวียดนาม รวมทั้ง ได้ไปร่วมเฉลิมฉลองวันชาติลาว 2 ธันวาคม 2518 ซึ่งเป็นปีแรกที่ประชาชนลาวได้รับการปลดปล่อย
               
                 มีเรื่องที่เป็นข่าวฮือฮาทางการเมือง เมื่อ สส. 3 คนของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคคือ คุณเปรม มาลากุล, คุณสม วาสนา และคุณเติม สืบพันธ์ ได้ไปยกมือสนับสนุนคุณประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ (โควตงหมง) เป็นประธานสภา แทนที่จะสนับสนุน พ.อ.สมคิด ศรีสังคม รวมทั้งการไปสนับสนุน รมว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีแทน พ.อ.สมคิด ศรีสังคม ซึ่งนอกจากกรรมการบริหารพรรคจะมีมติขับออกจากพรรค โดยไม่กลัวเสีย สส. ไปถึง 3 คน ในภาวะที่จำนวน สส. 3 คน จะมีผลต่อทางการเมืองมาก เพราะคะแนนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีจำนวนใกล้เคียงกัน, ทางมวลชนของพรรคได้นำชื่อสส. ทั้ง 3 คน คือ เปรม, สม, เติม, ไปจารึกบนหนังหมา(หมาเป็น ๆ ) เป็นข่าวที่สื่อมวลชนได้ให้ความสำคัญพาดหัวเกือบทุกฉบับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 20:46 โดย ss2507 » บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 07-11-2006, 20:16 »

เดี๋ยวนี้ เป็นคอมมูนิสต์ ก็ไม่ผิดกฎหมายแล้วครับ เค้ายกเลิกกฎหมายไปหลายปีแล้ว ตั้งแต่มี รัฐธรรมนูญ 2540 มั๊ง
บันทึกการเข้า

พลีชีพ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« ตอบ #9 เมื่อ: 07-11-2006, 20:19 »

กระทู้ผมอ้างอิงมาจาก Mthai ครับ เนื้อหาก็ไปดูที่ กรุงเทพธุรกิจ



....ผิดตรงไหน คุณss2507 ก็กลับไปถามคนเดือนตุลา กับ พฤษภา ดูสิครับ

เราอยู่บนเวทีประชาธิปไตย เขาเปิดให้ทั้ง2ฝ่ายหรือ หลายฝ่าย สู้กันอย่างเสรี

ไปดูใต้หวันสิ มันยกพวกชุนนุมทะเลาะกันทุกวัน แต่มีทหารตุ๊ดที่ไหนบ้าง มันทำการปฎิวัติ

ไม่ใช่วันนี้ ปิดปากคลื่นใต้น้ำ แต่ฝ่ายพวกกรูแพ่มได้ ทั้งวันทั้งคืน

ตัวเองยังไม่มีความยุติธรรม แต่กลับทำตัวเหมือน ผู้พิพากษา

มาวันนี้ก็ออกลายอีก รับเงินเดือน อีกตำแหน่ง 120,000 บาท
แถมรับเงินเดือนตำแหน่งเดิม เข้าไปอีก

พอเพียงคุณพ่อ คุณเหรอทำแบบเนี่ย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 07-11-2006, 20:23 »

คอมมูนิสต์ ในไทยรักไทย อื้อซ่า แม้แต่จาตุรนต์ หัวหน้าพรรคเดี๋ยวนี้ ก็อดีตสหายเก่าทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #11 เมื่อ: 07-11-2006, 20:25 »


                และมีบางส่วนที่ไม่ปรากฏชื่อในทางสาธารณะ แต่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหว เช่น คุณธีรยุทธ บุญมี ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงและมีบทบาทสูง, ลุงฟัก ณ สงขลา(ทนายความที่ว่าความกรณีสวรรคตให้แก่ อ.ปรีดี พนมยงค์), ลุงแช่ม พนมยงค์(มุตตาฟา)และ คุณพันศักดิ์ วิญญารัตน์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาปรึกษาพูดคุยกันบ่อยครั้งในช่วงนั้น และที่จะต้องกล่าวไว้ ณ ที่นี้ ก็คือ บุคคลที่กล่าวมาข้างต้นส่วนหนึ่งมาจาก “กลุ่มคน 100 คน ที่ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” และ “13 กบฏ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ” จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

จากบทความที่Copyมาให้อ่านในท่อนที่สอง จะเห็นว่ามีชื่อ "ลุกฟัก ณ สงขลา ทนายความที่ช่วยว่าความให้กับ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทย" รวมอยู่ด้วย
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #12 เมื่อ: 07-11-2006, 20:31 »

กระทู้ผมอ้างอิงมาจาก Mthai ครับ เนื้อหาก็ไปดูที่ กรุงเทพธุรกิจ



....ผิดตรงไหน คุณss2507 ก็กลับไปถามคนเดือนตุลา กับ พฤษภา ดูสิครับ

เราอยู่บนเวทีประชาธิปไตย เขาเปิดให้ทั้ง2ฝ่ายหรือ หลายฝ่าย สู้กันอย่างเสรี

ไปดูใต้หวันสิ มันยกพวกชุนนุมทะเลาะกันทุกวัน แต่มีทหารตุ๊ดที่ไหนบ้าง มันทำการปฎิวัติ

ไม่ใช่วันนี้ ปิดปากคลื่นใต้น้ำ แต่ฝ่ายพวกกรูแพ่มได้ ทั้งวันทั้งคืน

ตัวเองยังไม่มีความยุติธรรม แต่กลับทำตัวเหมือน ผู้พิพากษา

มาวันนี้ก็ออกลายอีก รับเงินเดือน อีกตำแหน่ง 120,000 บาท
แถมรับเงินเดือนตำแหน่งเดิม เข้าไปอีก

พอเพียงคุณพ่อ คุณเหรอทำแบบเนี่ย

จริง ๆ แล้วบทความยังไม่จบ แต่เห็นท่า "Gu1-เวsกรรม" แล้ว เอาแค่นี้ก็คงจะพอ และผมก็คงไม่ไปถามหรอกน่ะที่บอกมาน่ะ เพราะบทความชิ้นนี้ก็ของ "คนเดือนตุลา"ทั้งดุ้นเลยหล่ะ
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 07-11-2006, 20:33 »

ตามไปดูแล้ว...ไม่เห็นมีตรงใหนที่เอ่ยถึง "คอมมูนิสต"์ แบบนี้ สื่อเทียมหรือเปล่าครับ

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานนะ...ถ้าทำอีกบ่อย ๆ คงไม่มีคุยด้วย
บันทึกการเข้า

Tam-mic-ra
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


« ตอบ #14 เมื่อ: 07-11-2006, 20:36 »

เดี๋ยวนี้ เป็นคอมมูนิสต์ ก็ไม่ผิดกฎหมายแล้วครับ เค้ายกเลิกกฎหมายไปหลายปีแล้ว ตั้งแต่มี รัฐธรรมนูญ 2540 มั๊ง

เอ่อ.........ผมว่าเดี๋ยวนี้ไม่ควรมีใครเป็นคอมมูนิสต์ จะดีกว่าน่ะลุง  หลายๆอย่าง ที่ระบบเสรีมีข้อดีกว่ากันมากมายนะครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 07-11-2006, 20:40 »

ควรหรือไม่ควรผมไม่ทราบ แต่ อาจารย์ใจ แกก็ทำของแกไปได้เรื่อย ๆ

จนเค้าจะตั้งพรรคคอมมูนิสต์ ลงมาสมัครเลือกตั้งแล้วครับ

แตกต่างทางความคิด มันไม่ผิดอะไรหรอกครับ ขอให้อยู่ในแนวทางสันติ
บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #16 เมื่อ: 07-11-2006, 20:42 »

เสรีไทยและทายาทค้านใช้ชื่อตั้งพรรคการเมือง

7 พฤศจิกายน 2549 15:12 น.

อดีตเสรีไทยและทายาทร่วมกันแถลงคัดค้านนำชื่อ "เสรีไทย" ไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง และในกิจกรรมสาธารณะอื่นๆ เผยมีกลุ่มบุคคลเปิดเว็บไซต์อ้างชื่อ แต่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
     
      พล. ต.นิรัตน์สมัถพันธุ์ อดีตเสรีไทย กล่าวว่าขบวนการเสรีไทยจัดตั้งโดย นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อปี 2484 เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศช่วยให้ไทยก้าวออกมาจากสงครามโลก ครั้งที่ 2 ด้วยเกียรติศักดิ์และเกียรติภูมิของชาติ ประเทศไทยไม่ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงคราม ทั้งยังสามารถรักษาอธิปไตยไว้ได้ และด้วยเจตจำนงในการรักษาเอกราชของชาติ คณะรัฐมนตรียังกำหนดให้ วันที่ 16 สิงหาคมเป็นวันสันติภาพไทย รวมทั้งกรุงเทพมหานครได้เชิดชูเกียรติ ด้วยการตั้งชื่อถนนเสรีไทย สวนเสรีไทย และพิพิธภัณฑ์เสรีไทยนุสรณ์

       ขบวนการเสรีไทยเป็นตำนานประวัติศาสตร์ไทยอดีตเสรีไทยและทายาท รวมทั้งนักวิชาการจึงขอคัดค้านกลุ่มบุคคล หรือบุคคลใด ๆ ที่จะนำชื่อเสรีไทยไปเป็นชื่อพรรคการเมือง หรือนำไปใช้ในกิจการสาธารณะอื่น ๆ อันทำให้เกิดความเสียหาย และผิดวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งขบวนการเสรีไทย พล.ต.นิรัตน์กล่าว

       ด้านร.ต.ปราโมทย์สูตะบุตร อดีตเสรีไทย กล่าวว่า พวกเราพยายามที่จะรักษาชื่อเสียงมานาน และไม่ต้องการให้มีการนำชื่อไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าเราอาจจะไม่มีสิทธิในชื่อดังกล่าว แต่เราก็มาก่อน ขอความกรุณาให้ความเป็นธรรม เพราะเราไม่ต้องการเสียชื่อเมื่อแก่

       ขณะที่อดีตเสรีไทยและทายาทคนอื่น ๆ เห็นว่า การนำคำว่าเสรีไทยไปจดเป็นชื่อพรรคการเมือง และชื่อของเว็บไซต์ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่บังควร เป็นการอกตัญญู และเห็นว่า คำดังกล่าวเป็นคำวิสามัญในหนังสือราชการ เป็นที่รู้จักของนานา ๆ ประเทศ จึงควรรักษาไว้ แต่คงไม่ถึงกับต้องจดสิทธิบัตรในคำดังกล่าว แต่อาจมีการตั้งโต๊ะเพื่อให้มีการลงนามคัดค้านการนำชื่อเสรีไทยไปจัดตั้ง เป็นชื่อพรรคการเมือง

       อย่างไรก็ตามกลุ่มอดีตเสรีไทยและทายาท จะเดินหน้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการใช้ชื่อเสรีไทยในการจัดตั้งพรรคการเมืองแม้ได้ตรวจสอบกับ กกต.แล้วพบว่ายังไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคในชื่อดังกล่าว และยังไม่ได้รับการชี้แจงจากนักการเมืองที่ออกมาระบุว่าจะนำคำดังกล่าวไป จัดตั้งเป็นชื่อพรรคการเมืองก็ตาม

http://www.bangkokbiznews.com/level3/news_118828.jsp
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 20:49 โดย Cherub Rock » บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #17 เมื่อ: 07-11-2006, 20:46 »

เสียหายครับ เอาชื่อ"เสรีไทย" ตั้งเวป แต่กลับมีอุดมการณ์สนับสนุน"คอมมิวนิสต์"


เจ้าของกระทู้ใส่ใข่ ใส่ความ บิดเบือนข้อเท็จจริง สมาชิกขบวนการเสรีไทยบนเว็บบอร์ดและเสรีไทยเว็บบอร์ด มีใครให้การสนับสนุน หมอเลี๊ยบ หมอมิงค์ ภูมิธรรม ธงชัย สุธรรม พินิจ..... ฯลฯ  Question


ถ้าคนรักทักษิณ สาวกฯ หวอรูม ไม่มีมิจฉาทิฐิ ไม่งมงายเผด็จการทักษิณเกินควร จะต้องยอมรับความจริงว่า.....
เสรีไทยรุ่นก่อน เสี่ยงชีวิต ต่อต้านการยึดครองของกองทัพญี่ปุ่นและเผด็จการ ป.พิบูลสงคราม... Exclamation
เสรีไทย  บนเว็บบอร์ด เสี่ยงชีวิต เสียงอันตราย ต่อต้านและขับไล่ทักษิณเผด็จการจากการเลือกตั้งและแกนนำพรรคฯ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ไทย.. Exclamation

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 07-11-2006, 20:48 »

กระทู้ล่อเป้านี่นา 
บันทึกการเข้า

ไทมุง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,543



« ตอบ #19 เมื่อ: 07-11-2006, 21:02 »


คุณเวรกรรม กลุ่มของคุณต่างหากที่สนับสนุนเหล่าสหายทั้งหลายที่เป็นสมาชิก ทรท.

เว็บนี้ไม่สนับสนุนหมอมิ้ง นายอ้วน และนายอื่นๆ ตั้งแต่แรก

ให้ย้อนกลับไปมองความคิดของตัวเองก่อน  หรือมองไม่เห็น..เพราะไม่มี
บันทึกการเข้า
ทองเปลว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 541



« ตอบ #20 เมื่อ: 07-11-2006, 21:05 »

คอมมิวนิสต์คืออะไรเหรอครับคุณเวร ไม่ทราบเกิดทันหรือเปล่าครับ
ต่อต้านเผด็จการทหารหนีเข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์
กลับออกมาจากป่ามาเป็นนักประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทหาร
มันสับสน
บันทึกการเข้า

เพื่อนหมัก หักเหลี่ยมหด
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #21 เมื่อ: 07-11-2006, 22:10 »

เดี๋ยวนี้ เป็นคอมมูนิสต์ ก็ไม่ผิดกฎหมายแล้วครับ เค้ายกเลิกกฎหมายไปหลายปีแล้ว ตั้งแต่มี รัฐธรรมนูญ 2540 มั๊ง

2543 ครับลุงแคน ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ผมยกมาให้ดูท้ายกระทู้นี้แล้ว

*  (53.89 KB - ดาวน์โหลด 58 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 22:13 โดย ss2507 » บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #22 เมื่อ: 07-11-2006, 22:20 »

คอมมิวนิสต์ ไอ้ที่เขี้ยวยาว ๆ ตัวสูงใหญ่ มีหางไว้รัดคอมนุษย์ และชอบจับเด็กกินนั้นหรือเปล่า?

มันจะน่ากลัวเท่านักการเมืองในบางประเทศรึเปล่าวะ
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 07-11-2006, 22:32 »

เรื่องนี้ก็ควรให้ลอง ๆ พิจารณาดูกันนะครับ พวกเราพร้อมจะเปลี่ยนชื่อเว็บบอร์ด หรือขบวนการหรือไม่

ส่วนผมเฉย ๆ ใครให้เป็นอะไรเป็นได้ทั้งนั้น แต่วิธีคิด วิธีทำงานก็คงเหมือนเดิมนั่นแหละ

หรือจะกลับหัวกลับหางเป็น "ไทยเสรี" ก็ไม่แปลก เพราะยังไงเราก็ "เสรี" ตามแบบของเรา

เดี๋ยวจะหาว่าเราอาศัยชื่อคนอื่นมาทำงาน...ใจเขาใจเรา...ก็แล้วแต่กรรมการทั้งหลายจะพิจารณา

แต่อยากขอร้องเจ้าของกระทู้ เมื่อไหร่จะเลิกใส่ความหรือตัดข่าวแบบไม่รับผิดชอบมาลง

ผมเห็นกระทู้ที่แล้ว ก็ตัดเฉพาะที่ตนเองอยากสื่อความเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เรื่องการเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจ เค้าคิดมา 8 ปีแล้ว
บันทึกการเข้า

คาคาชิ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 521


ที่นี่เหมือนโลกที่โดนมนุษย์ต่างดาวบุกหาตรรกะไม่เจอ


« ตอบ #24 เมื่อ: 07-11-2006, 22:44 »

ก็ผมเคยบอกแล้วไงครับ

ว่า "มันตั้งกระทู้ เพื่อให้คนอ่านเฉพาะ หัวข้อกระทู้ เท่านั้น"

เนื้อใน มันจะโดนประจานยังไง มันไม่สนหรอก

เพราะ หน้าที่มัน มีเท่านี้
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #25 เมื่อ: 07-11-2006, 23:06 »

หัวข้อมันเกี่ยวกับเนื้อข่าวไหมเนี่ย...

แปลกดีครับ
สงสัยจะหมดน้ำยาแล้วละมั้ง
น่าสงสารจังเลย


 Wink
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
พลีชีพ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« ตอบ #26 เมื่อ: 07-11-2006, 23:44 »

คำว่าเสรีไทย คือ การปลดปล่อย อย่างอุดมการณ์ ของท่าน ปรีดีพนมยงศ์

แต่ทุกวันนี้ เวปบอร์ดนี้ แสดงถึงความเป็นเสรีไทย ตรงไหน

เสรีไทย คือคนที่สนับสนุนปฎิวัติรัฐประหารหรือ

นี่หรือความหมายของเสรีไทย เจอทหารมาจำกัดสิทธิเสรีภาพ และการแสดงคิดเห็นแบบนี้

ยังมีหน้าใช้คำว่าเสรีไทยอีกหรือ

เสรีไทย กับ ประชาธิปไตย เป็นของคู่กัน

แต่ไม่เคยได้ยินว่า เสรีไทย คู่กับ รัฐประหาร

แบบนี้ใครได้ยินมันไม่ดี ไม่งั้นเขาจะออกมาโวย ทำสาก อะไรละวะครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 07-11-2006, 23:49 »

มาจากใหนครับเนี่ย...เว็บก็เว็บ คนก็คน ไม่เห็นจะต้องเอาไปปนกัน

ในมวลหมู่สมาชิกก็มีทั้งไล่เหลี่ยม รักเหลี่ยม

มีทั้งต้านเผด็จการ ชื่นชมเผด็จการ( หน้าเหลี่ยม ) ล้วนหลากหลาย

แบบนี้คุณก็มาเป็นสมาชิกที่นี่ ก็โดนด้วยสิ...

ใช้สมองให้มาก ๆ หน่อยก็ดีนะครับ
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #28 เมื่อ: 07-11-2006, 23:50 »

เผด็จการกับคอมมิวนิสต์อยู่คนละขั้วนะ ไปทำความเข้าใจมาใหม่
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #29 เมื่อ: 07-11-2006, 23:55 »

เว็บนี้ชื่อ "ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด" เน้อ

แล้วถนนเสรีไทย...ต้องเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อเดิมมั้ยคะ 

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 08-11-2006, 00:05 »

กระทู้ล่อเป้านี่นา 

 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
TheBluECaT
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 824


"แมวน้อยสีน้ำเงิน..."


« ตอบ #31 เมื่อ: 08-11-2006, 00:10 »


ทำใจหน่อยครับ...

เป็นกระทู้ล้อเป้า "ท่าไม้ตาย" ที่ว่ากันมาตั้งแต่อยู่ใน รดน.แล้ว

ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผมว่าเกือบครบ 100 กระทู้แล้วนะครับ

และหวังว่ามันยังคงมีกระทู้เยี่ยงนี้อีกต่อไป   
บันทึกการเข้า

"ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงส์  ยามบุญหลงหงส์เป็นกาน่าฉงน...
ยามบุญมาหมูหมากลายเป็นคน  ยามบุญหล่นคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์"
room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #32 เมื่อ: 08-11-2006, 05:54 »

ลิ่วล้อตัวนี้โง่สุดในฝูงเลย
บันทึกการเข้า
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #33 เมื่อ: 08-11-2006, 08:08 »

อ้างจาก จขกท

เสรีไทย กับ ประชาธิปไตย เป็นของคู่กัน  ไม่เคยได้ยินครับ
แต่ไม่เคยได้ยินว่า เสรีไทย คู่กับ รัฐประหาร อันนี้ก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน

เสรีไทยก่อตัวเกิดขึ้นตอนสงครามโลกซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับคอมมูนิสต์หรือประชาธิปไตยเลย
ไม่ทราบเอามารวมเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร
บันทึกการเข้า
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #34 เมื่อ: 08-11-2006, 08:59 »

พระเอกเสรีไทยของเราอยู่ทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา มี หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน เป็นหัวหน้าเสรีไทยในอังกฤษ ส่วนหัวหน้าเสรีไทยในอเมริกาคืออัครราชทูตไทย ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เสรีไทยคือนักเรียนไทยที่ถูกส่งตัวมาศึกษาในสาขาต่างๆในมหาวิทยาลัย หนุ่มไทยเหล่านี้สละการเรียน สมัครเข้าฝึกตามรูปแบบกองโจรและยุทธวิธีสงคราม ร่วมมือกันทั้งอเมริกาและอังกฤษ ส่วนในประเทศไทย เสรีไทยมีอยู่ ๒ คณะด้วยกัน ฝ่ายหนึ่งมีหัวหน้าคือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม(ปรีดี พนมยงค์) และอีกฝ่ายหนึ่งคือ พล.ต.อ.อดุล หรือหลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ ต่างคนต่างก็ได้ปฏิบัติการลับเพื่อเอกราชของไทย แต่ยังมิได้ร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เก็บมาฝาก จขกท.

http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=251&PHPSESSID=d25498ba692150cc657a94fb20ec0ae9
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
หน้า: [1]
    กระโดดไป: