ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-11-2019, 07:34
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กระทู้รวม : วิพากษ์ อสมท. กับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อ (Update!) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
กระทู้รวม : วิพากษ์ อสมท. กับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อ (Update!)  (อ่าน 6316 ครั้ง)
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #50 เมื่อ: 09-11-2006, 09:37 »

เมื่อเช้าไม่ได้ดูช่องเก้าเหรอ พนักงานรวมทั้งท่านรองกจก.เค้าสอนมวยหนะ
มี link มั้ย พอดีผมหา link ไม่เป็น ไอ้ผู้จัดการก็ 1 ในอีแร้งเหมือนกัน มันถึง
จะออกมาด่าไง พวกนี้ก็งุบงิบจะเอารายการตัวเองยัดลงให้ได้โดยทางลัด
ไม่ต้องผ่านการพิจารณาเหมือนรายอื่น น่าอนาถแท้ตอนนั้นด่าเค้าไว้เยอะ
พอถึงเวลาก็ทำเอง เลวชาติจริงๆ
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #51 เมื่อ: 09-11-2006, 09:51 »

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ


ตอนจัดรายการ 96.5 ของอสมท. และให้ไอ้มิ้งเข้าสาย รับรองว่า ตอนนั้นอัดกันมันหยด กรูไม่สนว่าเอ็งเป็นรัฐมนตรี พูดอยู่ในประเด็น

ไอ้มิ้งสู้ไม่ได้เลย

ผลลัพท์ คุณพิเชียร กระเด็นออกจากรายการอีกไม่กี่วันถัดมา


แล้วพัชระ คู่หูตัวหลบ แค่ถามว่า คุณพิเชียรไปไหน ๆ แค่นั้นครับ

ไม่กล้าพูดแม้แค่คำว่า โดนปลดออกจากรายการ ?


- ตอนแถลงข่าวเรื่องภาษีกลุ่มชิน แอมเพิลริช ทั้ง สุวรรณ วลัยฯ และ กรมสรรพากร ว่าถูกต้องชอบธรรมทุกประการ ผมก็เห็น อสมท.ถ่ายทอดทุกแม๊ทช์น่ะครับ

พวกอุดมเงินทั้งหลาย และพนักงาน อสมท.จำใว้ด้วยว่าคุณคือ พนักงาน?
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #52 เมื่อ: 09-11-2006, 10:03 »

"อวรรณ"ไม่ขอทาบบารมี"สนธิ" หลังท้าออกเมืองไทยรายสัปดาห์

นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย หนึ่งในแกนนำกลุ่มประท้วงคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เห็นด้วยต่อกรณีการปรับเปลี่ยนนโยบาย ปรับผัง และรูปแบบรายการ ของสถานีโทรทัศน์ โมเดินร์นไนน์ทีวี กล่าวผ่านทางรายการข่าวเด็นประเด็นร้อน ทางวิทยุเอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด กรณีนายคำนูณ สิทธิมาน ผู้ดำเนินรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ซึ่งออกอากาศทาง เอเอสทีวี เรียกร้องให้นางอรวรรณ เข้าร่วมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในทุกเรื่อง และทุกข้อกล่าวหากรณีมีตัวแทนอักษรย่อค.ควายจากเครือผู้จัดการ ไปร่วมหารือกับนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เพื่อแบ่งเค้กการจัดรายการใน อสมท.ว่า ตนมีบารมีไม่กล้าแกร่งพอ ที่จะร่วมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ กับนายสนธิ และโดยส่วนตัวก็เคารพรักกัน และจะขออนุญาตส่งเทปบรรยากาศการประชุมทั้งหมด ของพนักงาน อสทม. ไปให้แทน เพื่อให้ช่วยตรวจสอบดูว่าหาก อสมท. จะมีรั้วที่แข็งแรง มีระบบปัดกวาดบ้านของตนเอง และพนักงานของอสมท.ได้ร่วมกันสร้างกลไกตนเอง ให้ปลอดจากการเมือง หรือแม้แต่นายทุนสื่อด้วยกันเอง แล้วมันผิดตรงไหน

"นำเสนอมาได้เลย อยากเห็นอสมท. เป็นทิศทางไหนที่ดีที่คืนกำไรให้กับสังคม บอกได้เลย ทำไมเราจะไม่ฟัง ยินดีทุกอย่างเพื่อปรับปรุงองค์กรของเราให้แข็งแรงให้ดีขึ้น ให้มีคุณภาพตลอดเวลา" นางอวรรณ กล่าว.

http://www.posttoday.com/breakingnews.php?sec=breaking&id=130755
--------------

เอารายการข่าวเช้า ไปโต้สนธิซ่ะ

ห้าปีในรัฐบาลชุดเก่า อยู่กันสบายเลยน่ะครับ พนักงาน อสมท.ทั้งหลาย 555++++
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 09-11-2006, 10:15 »



  เอาเลยครับ อยากดูๆๆๆ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 12:08 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 09-11-2006, 11:38 »

พนักงาน อสมท คงทำใจยังไม่ได้ และยังไม่เข้าใจ

ถึงอาจารย์ป๋องไม่เป็นผออสมท

ผอคนใหม่มา ก็โดนล้างบางอยู่ดีหละครับ 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 09-11-2006, 11:59 »

พนักงาน อสมท คงทำใจยังไม่ได้ และยังไม่เข้าใจ

ถึงอาจารย์ป๋องไม่เป็นผออสมท

ผอคนใหม่มา ก็โดนล้างบางอยู่ดีหละครับ 


ผมว่าเป็นเพราะพนักงาน อสมท.ยึดติดอยู่กับตัวบุคคลอย่างนายมิ่งขวัญมากเกินไป
เช่นเดียวกับประชาชนรากหญ้า ที่ยังยึดติดอยู่กับอดีตนายกฯ ทักษิณ เหมือนกัน
  Exclamation
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 09-11-2006, 12:04 »

"ปราโมช"รื้อช่อง11 ล้างบางทุน "ทักษิณ"
ประกาศปรับโฉมช่อง 11 ใหม่ปีหน้า เน้นรายการท้องถิ่นมากขึ้น เปิดทางผู้ผลิตหน้าใหม่

"ปราโมช รัฐวินิจ" อธิบดีกรมประชาฯ คนใหม่ เตรียมทบทวนนโยบายช่อง 11 และวิทยุในสังกัด พร้อมดันผู้ผลิตหน้าใหม่เพิ่มความหลากหลาย คาดกลุ่มทุนสื่อยุคทักษิณ ถูกล้างบางภายหลังสัญญาสิ้นสุดปลายปีนี้ โชว์วิสัยทัศน์เดินหน้าโครงการเอสดียู ยึดบทบาทสื่อของรัฐเพิ่มความคล่องตัว นักวิชาการเรียกร้องสื่อภาคประชาชน

นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) คนใหม่ เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงแนวนโยบายการบริหารสื่อกรมประชาฯ ว่า ทั้งในส่วนของโทรทัศน์ช่อง 11 และวิทยุ จะต้องกลับมาทบทวนใหม่ ถึงกลุ่มเป้าหมายของผู้ชมรายการ หรือ กลุ่มผู้ฟังวิทยุ เป็นกลุ่มใด หลังจากนั้น จะต้องจัดผังรายการให้ตอบสนองผู้ชมและผู้ฟัง เพราะการทำรายการที่ผู้ชมไม่ให้ความสนใจ จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับการบริหารสื่อของรัฐ

"การผลิตรายการให้ตอบสนองผู้ชม ไม่ได้หมายความว่า สื่อของกรมฯ จะเข้าไปแข่งขันกับสื่ออื่นๆ แต่วัตถุประสงค์คือต้องการให้มีผู้ชมดูรายการที่สื่อในสังกัดจัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่ข่าวสารตามหน้าที่สื่อของรัฐ โดยยึดหลักเนื้อหาด้านข่าว สารประโยชน์ และกีฬา เป็นหลัก" นายปราโมช กล่าว

***ปีหน้าปรับผังช่อง11คัดผู้ผลิตใหม่

นายปราโมช กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการบริหารช่อง 11 ในปีหน้าจะมีการปรับผังรายการใหม่ โดยจะให้ความสำคัญกับรายการท้องถิ่นมากขึ้น ด้วยการจัดสรรพื้นที่การนำเสนอเป็นเนื้อหารายการจากส่วนกลางและท้องถิ่น ปัจจุบันช่อง 11 นำเสนอรายการจากท้องถิ่นเพียงวันละครึ่งชั่วโมง ทั้งที่มีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ในต่างจังหวัดถึง 12 แห่ง ที่มีศักยภาพในการผลิตรายการเพื่อป้อนให้กับช่อง 11 ได้ ในผังรายการปีหน้า กรมฯ จะเพิ่มสัดส่วนรายการท้องถิ่นให้ได้วันละ 6 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผังรายการใหม่ของช่อง 11 จะเริ่มจากการกำหนดสัดส่วนรายการว่าช่วงเวลาใด เหมาะสมกับรายการประเภทใด เช่น ช่วงเช้าเป็นรายการข่าวสารของหน่วยงานรัฐ รายการข่าว ความรู้ด้านประชาธิปไตย รายการกีฬา เป็นต้น หลังจากนั้นจะเริ่มคัดเลือกผู้ผลิตรายการที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะยึดหลักการร่วมผลิตกับภาคเอกชน เนื่องจากรายการบางประเภทบุคลากรของกรมฯ อาจไม่พร้อม

อย่างไรก็ตาม แนวทางในการคัดเลือกผู้ผลิตรายการในช่อง 11 จะเปิดกว้างให้ผู้จัดทุกราย โดยเฉพาะรายใหม่ๆ รวมทั้งรายเดิมที่ทำงานให้ช่อง 11 มาเสนอรูปแบบรายการที่เหมาะกับช่อง เพื่อป้องกันการผูกขาดรายการในช่อง 11

แหล่งข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของผังรายการช่อง 11 และวิทยุกรมประชาฯ หลายคลื่น ในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลเข้ามาผลิตรายการ โดย บริษัท ทราฟฟิก คอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้ผลิตรายการให้ทั้งในส่วนของวิทยุและโทรทัศน์ โดยเฉพาะข่าวต้นชั่วโมงของวิทยุในสังกัดกรมประชาฯ ทราฟฟิก คอร์นเนอร์ฯ เป็นผู้ผลิตให้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้บริหารคลื่น เอฟเอ็ม 105 ด้วย

ทั้งนี้ สัญญาระหว่างเอกชนกับกรมประชาฯ ในระยะที่ผ่านมา เป็นสัญญาปีต่อปี ซึ่งคาดว่าในสิ้นปีนี้ ทุนสื่อในสมัยรัฐบาลชุดก่อน น่าจะไม่มีโอกาสร่วมงานกับกรมฯ ต่อ

ส่วนการดำเนินงานวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมฯ จะดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ เงื่อนไขของกรมฯ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุด ตามเจตนารมณ์ของสื่อดังกล่าว ซึ่งการเปิดให้มีโฆษณาในวิทยุชุมชนได้ 6 นาทีต่อชั่วโมง ไม่ใช่ปัญหาของการดำเนินงานวิทยุชุมชน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีการละเมิดระเบียบการส่งกระจายคลื่น ซึ่งกรมฯ จะเข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายหลังจากนี้

นายปราโมช ถูกย้ายจากรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

***เดินหน้า "เอสดียู" เพิ่มความคล่อง

นอกจากนี้ นายปราโมช ยังกล่าวว่า จะสานต่อการบริหารงานที่สร้างประสิทธิภาพให้กับกรมประชาฯ โดยเฉพาะการบริหารในรูปแบบเอสดียู (Service Delivery Unit) ที่มีความคล่องตัวสูง โดยจะจัดทำในส่วนงาน สถาบันการประชาสัมพันธ์ วิทยุแห่งประเทศไทย และช่อง 11 ที่จะทำให้องค์กรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่จะปรับกระบวนการดำเนินงานใหม่ ด้วยการปรับวิธีการทำงานให้มีความคล่องตัว ปรับวิธีการให้ค่าตอบแทน เพื่อจูงใจให้บุคลากรของกรมฯ ยินดีเข้าสู่การบริหารแบบเอสดียู ต่างจากระบวนการทำงานที่ผ่านมา ที่จะผลักดันให้บุคลากรของกรมฯ เข้าสู่เอสดียู แต่ไม่มีหลักประกันเรื่องค่าตอบแทน ทำให้คนของกรมฯ ไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน

***นักวิชาการจี้ดึง กปส.สู่พีเอสบี

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน กล่าวว่า การบริหารงานของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามในการผลักดันหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ที่มีโอกาสหารายได้ ไปสู่องค์กรที่สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเอง หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการปรับรูปแบบบริหารจัดการใหม่ เพื่อผลักดันองค์กรดังกล่าว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป เช่นเดียวกับ อสมท

โดยเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นกับกรมประชาฯ ซึ่งการประชุมนัดสุดท้ายของนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กับข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้เดินหน้าผลักดันโครงการเอสดียูของกรมประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง โดยหน่วยงานที่พร้อมให้บริการในรูปแบบเอสดียูก่อน คือ สถาบันการประชาสัมพันธ์ ส่วนอีกสองส่วน คือ วิทยุแห่งประเทศไทยและช่อง 11 อยู่ระหว่างการดำเนินการให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

ที่ผ่านมารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บริหารสื่อ ของกรมฯ ผิดวัตถุประสงค์ เพราะตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ รัฐจะต้องจัดการให้มีสื่อสาธารณะ (Public Service Broadcasting : PSB) ซึ่งก็คือช่อง 11 แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคไม่ได้ดำเนินการให้ช่อง 11 เป็นบทบาทสื่อพีเอสบี

ดร.เอื้อจิต กล่าวอีกว่า มาถึงรัฐบาลปัจจุบัน จึงต้องการให้ผู้ที่รับผิดชอบดูแลกรมฯ ร่วมกันสร้างผลงานระดับชาติ ด้วยการนำพาช่อง 11 ไปสู่สื่อสาธารณะอย่างสมบูรณ์แบบ ร่วมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชน โดยเฉพาะประเด็นการปล่อยให้มีโฆษณา ได้สร้างความเสียหายและบิดเบือนบทบาทหน้าที่ของสื่อชุมชนให้เปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม นอกจากนี้จะต้องเร่งให้เกิดกระบวนการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) โดยเร็ว เพื่อมาทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งล่าช้ามาเกือบ 10 ปี แล้ว
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 09-11-2006, 13:39 »

ผู้จัดการออนไลน์สัมภาษณ์ "สมเกียรติ อ่อนวิมล" สมาชิก สนช. อดีต สว.สุพรรณบุรี และเป็นคนที่เคยคร่ำหวอดในวงการสื่อสารมวลชน ที่ทำให้ข่าวช่อง 9 ได้แจ้งเกิดเมื่อ 10 ปีก่อน ให้มุมมองถึงการบริหารของ อสมท.ไว้อย่างน่าสนใจ

“การปรับรูปแบบเนื้อหาสาระของรายการ มันไม่กระทบรายได้ และอาจจะดีกว่าเดิม ถ้าหากว่ายึดหลักสิทธิเสรีภาพและคุณภาพการผลิตรายการข่าวสารและสาระประโยชน์ทางโทรทัศน์ ..อสมท.มีรายได้ทางอื่น ไม่ใช่แค่โทรทัศน์ สิ่งที่กำลังจะเกิด โดยรัฐบาลอยากเห็นก็คือ แค่รายการ โดยผลิตโดยคนใหม่ 2-3 คนเอง สมมติรวมผมด้วย ก็เป็น 4 คน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ของโลกเลยนะ และไม่ใช่เรื่องทำให้กำไรหรือรายได้ตก เฉพาะ 4 รายการนี้(อสมท)อาจจะได้(รายได้)คงเดิมหรือได้มากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าเช่าต่างหาก อสมท นี่บริหารโดยค่าเช่า ถ้าคุณคิดค่าเช่าคุณสนธิ คุณสุทธิชัย อ.เจิมศักดิ์ และผม เท่ากับคุณสรยุทธ์ ที่เขาอาจจะถูกลดรายการลง ก็ไม่ได้เปลี่ยนรายได้ สมมติจะประท้วงบอร์ดทั้งบอร์ด ก็คือ การประท้วงนโยบายใหม่ ซึ่งบอร์ดประกาศว่า จะทำประโยชน์สาธารณะโดยไม่คำนึงถึงผลกำไร ที่จริงต้องให้บอร์ดชี้แจงว่า ทำไมต้องพูดเช่นนั้น ถ้าบอร์ดบอกว่า เปลี่ยนนโยบาย ทำประโยชน์เยอะขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร และเปลี่ยนเป็นพูดใหม่ว่า โดยจะระมัดระวังไม่ให้กระทบผลกำไร เพราะโลกนี้สามารถสร้างผลกำไรที่เป็นเงิน และกำไรทางข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะได้พร้อมๆ กัน ถ้าบอร์ดพูดใหม่ ก็จบ และหาคนที่เหมาะสมมาบริหารให้ได้ตามเป้าหมาย ผมว่า บอร์ดน่าจะมีนโยบายคือ ทำให้ อสมท.เป็นองค์กรที่ผลิตข่าวสารและสาระประโยชน์ที่เกิดประโยชน์ต่อคนในประเทศไทย และมีความยิ่งใหญ่เป็นสากล ส่วนนโยบายด้านธุรกิจก็ทำให้มันทันสมัยและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าสื่อมวลชนในทวีปเอเชียหรือในโลก พูดแค่นี้ ไม่ต้องพูดเป็นบาทเป็นสตางค์หรอก เพราะว่าเขาก็ได้กำไรกันทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะรอยเตอร์ เอพี หรือซีเอ็นเอ็น..... ผมไม่เห็นเขาเดือดร้อนรำคาญใจในเรื่องการทำประโยชน์เลย“

นอกจากนี้ สมเกียรติยังถามหาจิตสำนึกของพนักงาน อสมท.ในทำนองที่ต้องตระหนักว่า ตนเองเป็น”พนักงาน” ไม่ใช่ ”ข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ”แบบเดิมแล้ว ดังนั้นหากบอร์ดมีนโยบายเน้นกำไรจากการตอบแทนสังคม ก็ต้องยอมรับ ถ้ารับไม่ได้ ก็ลาออกไป หรือถ้าใครซื้อหุ้น อสมท ไว้ แล้วรับไม่ได้ เพราะต้องการแต่กำไรที่เป็นตัวเงินเท่านั้น ก็ขายหุ้นทิ้ง แล้วไปซื้อหุ้นอื่น

“ความพอดีมันอยู่ตรงไหน ผมว่าทั้ง พนง.และผู้ถือหุ้น ก็ต้องเข้าใจว่า อสมท มีบทบาทหน้าที่อย่างไร การที่อยู่ในตลาดฯ หรือไม่อยู่ในตลาดฯ เอกลักษณ์ของ อสมท จะเป็นยังไงก็ได้แล้วแต่ผู้บริหารจะกำหนด ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยบอร์ด เพราะฉะนั้นถ้าบอร์ดหรือคณะกรรมการบริหาร อสมท ชุดใหม่ บอกว่า อสมท จะต้องเป็นสาระประโยชน์ ข่าวสารมากขึ้น และไม่คำนึงผลกำไร ถ้าเขาพูดอย่างนี้ ก็เป็นอำนาจของบอร์ดน่ะ ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นรัฐบาล คือ กระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอำนาจของผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็ต้องยอมน่ะ เพราะคุณถือเป็นธุรกิจนี่ ผู้ถือหุ้นใหญ่บอกว่า “ตอบแทนสังคมเต็มที่” พนักงาน อสมท.ก็ต้องยอม เพราะคุณเป็น”พนักงาน” เขาจ้างคุณ คุณไม่ใช่”ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ” เพราะฉะนั้นถ้าบริษัทที่คุณทำงานให้กับเขา เขาจ้างคุณมาด้วยเงินเดือนเท่านี้ เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงเงินเดือนคุณ แต่เขาบอกว่าเขาจะลดกำไรลง ซึ่งหมายความว่า โบนัสคุณอาจจะลดลงก็ได้ จริงๆ แล้วเขาไม่ควรประกาศว่า ลดกำไรไง ประเด็นของผมคือ คุณจะประกาศนโยบายยังไงก็ได้ ไม่ต้องไปพูดเรื่องลดกำไร แต่ถ้าเกิดบริษัทมีผลกำไรลดลง เนื่องจากนโยบายเนี่ย คุณก็ได้โบนัสน้อยลง ก็ต้องยอมรับ เพราะคุณเป็น พนง.บริษัท ถ้าจะพูดว่า เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนผู้ถือหุ้น ก็ต้องขายหุ้นสิ ใช่มั้ย เพราะคุณต้องการซื้อหุ้นด้วยการ”ทำเงิน” ประโยชน์ที่อยากได้คือ ผลกำไรจากการประกอบการ คือการเล่นหุ้น ซื้อขายประจำวัน ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น แล้ว อสมท บริษัทนี้เขามีนโยบายใหม่ คุณก็ขายทิ้งไป ก็ไปซื้อหุ้นอื่น ไปหากำไรที่อื่น เพราะ”คุณไม่ต้องการกำไรจากการตอบแทนสังคม” อสมท ยุคใหม่นี่ของ อ.พงษ์ศักดิ์เนี่ย ต้องตอบแทนสังคม ซึ่งเป็นกำไรที่สังคมพึงจะได้ด้วย และถ้าด้วยความยุติธรรมของ อ.พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียรนะ จริงๆ อสมท ถือหุ้นโดยประชาชนทั้งประเทศโดยอ้อม เพราะทรัพยากรของรัฐ คือ คลื่นความถี่เนี่ย อสมท ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเลย เพราะฉะนั้นต้องเป็นของประชาชน คุณก็ต้องตอบแทนประชาชน ส่วนการทำกำไรเป็นเงิน อาจจะลดลงก็ได้ ก็บริษัทเขาต้องการอย่างนี้ สมมติผมตั้งบริษัท แล้วผมบอกไม่เอากำไร จะทำแต่ความดี ก็มีตั้งเยอะแยะไปในโลกนี้ เพราะฉะนั้นใครอยากทำงานบริษัทนี้ก็มา ไม่อยากทำก็ไม่ต้องมา ลาออกไป และใครจะถือหุ้น ก็มา ทำได้ และไม่ผิด และเป็นเรื่องของการสร้างจรรยาบรรณของสื่อและธุรกิจสื่อที่สูงด้วย”

ใครสนใจอยากจะอ่านมุมมองจาก อ.สมเกียรติเพิ่มเติม ก็คลิกอ่านเพิ่มเติมได้

• รายงานพิเศษ : “อสมท” สู้เพื่อ “รายได้” หรือ “อุดมการณ์” กันแน่?

นอกจากนี้ บทความจากคอลัมน์ "ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์" ก็ได้ตีพิมพ์ล่วงหน้าเรื่อง "ใครทำร้าย อสมท.?" ซึ่งจะถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ฉบับวันพรุ่งนี้ พูดถึงการเคลื่อนไหวในอดีตที่ผ่านมาของ อสมท. และเหตุข่าวลือที่สร้างความน่าเป็นห่วงจนต้องออกมาประท้วง ในเรื่องของหุ้น อสมท.เป็นหลัก

• ใครทำร้าย อสมท. ?
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 09-11-2006, 13:45 »

บอร์ดอสมท พิจารณาข้อเรียกร้องพนักงานพรุ่งนี้
9 พฤศจิกายน 2549 12:04 น.
บอร์ดอสมทพิจารณาข้อเรียกร้องของพนักงานพรุ่งนี้ ขณะพนักงานในนามกลุ่มพลังอสมท ออกแถลงการณ์อีกรอบ ต้าน'สนธิ'จัดรายการ


นายบุญปลูก ชายเกตุ ประธานกรรมการ บมจ.อสมท(MCOT) กล่าวว่าพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) บอร์ดจะหารือกรณีพนักงานอสมท เรียกร้องให้ปลด นายพงษ์ศักด์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท และการปรับผังรายการ แต่จะไม่มีการปรับผังรายการ เพื่อให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ามาตามที่เป็นข่าว

"พรุ่งนี้เราจะคุยกันประเด็นว่า ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รักษาการหรือเปล่า ถ้าใครรักษาการแล้วมันจะดีขึ้นหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่า กรรมการแต่ละคน ต้องการทำให้อสมท ดีขึ้น และต้องการทำประโยชน์เพื่ออสมท ผู้ถือหุ้น และประชาชน" นายบุญปลูกกล่าว

ในการประชุมครั้งแรกได้มอบนโยบายการจัดทำผังรายการแก่ฝ่ายบริหารซึ่งอสมท มีคณะทำงานจัดผังรายการ ซึ่งเป็นคนในอสมท ดูแลอยู่ เป็นคณะทำงานที่มีความอิสระในการพิจารณา คาดว่าจะเสนอมายังบอร์ดในวันพรุ่งนี้

หลักการใหญ่เราต้องการให้มีหลากหลาย ไม่ได้บอกเอาคนนั้นมา เอาคนนี้ออก เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน วันนี้คณะทำงานยังทำกันอยู่ ยังไม่มาที่บอร์ดเลย แล้วบอร์ดจะไปรื้อได้อย่างไร ใครจะสั่งเขาได้ เขามีอิสระในการพิจารณา นายบุญปลูก กล่าว

สาเหตุที่พนักงานออกมาเรียกร้องให้ปลดบอร์ด อสมท และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพราะราคาหุ้นปรับตัวลงมาก จาก 46 บาทซึ่งน่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะราคาหุ้นมีขึ้นและมีลง แต่อย่างน้อยก็จะบริหารเพื่อทำให้ราคาหุ้น ต้องไม่น้อยกว่าราคาปกติ

ล่าสุดราคาหุ้น MCOT บวก 0.87% มาที่ 29.00 บาท

ขณะที่เช้าวันนี้ (9 พ.ย.) กลุ่มพลัง อสมท ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 "เมื่อความจริงปรากฏ" ระบุว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เพื่อนพนักงานได้ออกมาร่วมกันแสดงจุดยืนเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของชาว อสมท ด้วยการรวมตัวที่ห้องออดิโทเรี่ยม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รองประธานกรรมการ และ รก.กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ.อสมทจนกระทั่งความจริงประเด็นสำคัญต่างๆ ปรากฏ โดยนายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่าสั่งการให้ฝ่ายข่าวไปทำข่าวการเปิดเวทีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล จริง แต่ยังพยายามเลี่ยงว่าเป็นวิจารณญาณ หากฝ่ายข่าวเห็นว่าไม่มีความไม่เหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้ ยังมีการยอมรับว่ามีความพยายามในการวางผังรายการโมเดิร์นไนน์ ด้วยช่องทางที่ไม่ถูกต้อง ชอบธรรม หรือที่ภาษาสื่อเขียนว่าแบ่งเค้กจริง โดยนายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ชี้แจงว่าได้เข้าไปหารือร่วมกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ประกอบการสื่อ 3-4 รายอยู่ด้วยซึ่งปรากฏชื่อตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

แถลงการณ์ของกลุ่มพลังอสมท ยังระบุว่า ในการตอบคำถามกับพนักงานนายพงษ์ศักดิ์ ยังไม่สามารถทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นคาใจถึง เหตุผลที่ทำให้นายพงษ์ศักดิ์ยอมทิ้งมติชนบ้านเก่าที่สร้างมากับมือแล้วจะมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับชาว อสมท ทั้งที่ได้ประจักษ์กับสายตาตัวเองแล้วว่าเพื่อนพนักงาน อสมท ให้การยอมรับนับถือมากน้อยแค่ไหน

"จากปัญหาข้างต้นวันนี้อยากบอกให้เพื่อนพนักงานให้รู้ว่าปัญหาที่พวกเรากำลังเผชิญกำลังถูกบิดเบือนเจตนาจากความพยายามในการรักษาบ้านของเราเป็นการปกป้องผลประโยชน์และลิ่วล้อรัฐบาลทักษิณมีการปลุกระดมให้เราถูกมองเป็นศัตรู ผลักให้พวกเราอยู่ตรงข้ามกับประชาชน ซึ่งปราศจากข้อเท็จจริง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ จำเป็นต้องใช้เวลาและความร่วมมือร่วมใจสมัครสมานสามัคคีของพวกเราต่อไป" แถลงการณ์ระบุและยังเรียกร้องให้พนักงานจับมือกันให้มั่น และให้ผู้บริหารเข้าร่วมกับพนักงาน "รวมพลังเสื้อดำย้ำเจตนา ปกป้อง อสมท บ้านของเราต่อไป"

กรุงเทพธุรกิจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 13:48 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 09-11-2006, 14:04 »

วันนี้หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วิพากษ์วิจารณ์ อสมท.กับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างบอร์ดกับพนักงาน อยากรู้ว่ามุมมองจากคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์จะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

• คิดจากข่าว : วิกฤติศรัทธาที่อสมท

บทความนี้เขียนโดย ผศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ออกมาตั้งคำถามว่า "สังคมอุดมปัญญา กับสัมมาปัญญา เป็นปฏิปักษ์กันได้จริงๆ หรือ ?" และ "พนักงาน อสมท ทั้งที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน และที่ไม่ได้คัดค้าน จะต้องตระหนักด้วยคือ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร ?" โดยได้ตั้งข้อสังเกตถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของ อสมท.ว่าเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์และโฆษณาชวนเชื่อให้กับรัฐบาลทักษิณ ซึ่งหมายถึงวิกฤติศรัทธาที่แท้ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน ของพนักงานและองค์กรแห่งนี้ แต่ไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ มีข้อน่าสังเกตที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ที่ ผศ.สุรสิทธิ์ระบุในบทความเอาไว้ว่า

"แต่ก็น่าสนใจตรงที่การคัดค้าน ไม่ได้มุ่งไปที่ประเด็นจนเด็ดขาดกันว่า แนวนโยบายสังคมอุดมปัญญากับสัมมาปัญญา มันด้อยกว่ากันอย่างไร แต่มีการเจาะจงไปที่ มีข่าวถึงการเตรียมนำอดีตผู้จัดการของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 หลายรายการกลับเข้ามาทำรายการ และอาจจะมีการถอดรายการบางรายการ

สำคัญตรงที่ผู้จัดการรายการในข่าวลือนั้น ไม่เป็นที่พอใจของพนักงาน แม้ว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือ ยังไม่เห็นว่าผังรายการใหม่ มีการนำผู้จัดรายการตามที่เป็นข่าวยกโขยงมาทำรายการ"


อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ที่ ผศ.สุรสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตก็คือ การย้อนหลังไปการก่อตั้ง อสมท เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เห็นว่าย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนทั้งประเทศมากกว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นและพนักงาน แต่วันนี้ ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจนำ อสมท ดำเนินการขายหุ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณนั้น ทำให้ความรับผิดชอบนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะประชาชนที่ไม่ได้ถือหุ้น และไม่ได้เป็นพนักงานของ อสมท มีความเป็นเจ้าของลดน้อยลงไปแล้วด้วยใช่หรือไม่ ?

• ความกล้าของ "คน อสมท" ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้ว

คนที่ใช้นามแฝง "คนกันเองโมเดิร์นไนน์" คาดหวังเอาไว้ว่า

"อยากเห็น "คน อสมท" มีความกล้ามานานแล้ว อย่างที่ร่วมใจแต่งชุดดำประท้วงบอร์ดใหม่ อสมท เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาทำอะไรตามอำเภอใจกับ อสมท ที่มีโทรทัศน์ 1 ช่อง กับสถานีวิทยุอีกกว่า 60 สถานี แต่ "ความกล้า" ควรจะอยู่ภายใต้พื้นฐานคำขวัญของสถานี "สังคมอุดมปัญญา" ที่ซึบซาบเข้าไปในจิตสำนึกจิตวิญญาณจริงๆ อย่าไปหยิบยก "ราคาหุ้น อสมท" ที่ตกรูดมาพร่ำบ่น พูดแล้วพูดอีกว่า เกิดจากคำพูดของ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนโมเดิร์นไนน์จาก "สังคมอุดมปัญญา" เป็น "สัมมาปัญญา"
 
ทั้งนี้ ผู้เขียนเรียกร้องให้พนักงาน อสมท. กับนายพงษ์ศักดิ์และบอร์ดใหม่ เลิกใช้อารมณ แล้วหันมาใช้สติในการเรียนรู้ เพื่อทำงานเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน เพราะในขณะนี้ความขัดแย้งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พนักงาน อสมท. กับบอร์ด "ต่างคนต่างพูด"

ด้านบรรณาธิการเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ จับตามองถึงความขัดแย้งครั้งนี้เป็นพิเศษ

Bizonline : ต้านบอร์ด อสมท.

กรุงเทพออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์การรวมตัวของพนักงาน อสมท ประมาณ 700 คน ต้านการเปลี่ยนแปลงผังรายการของคณะกรรมการ อสมท ชุดใหม่ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการผู้อำนวยการ อสมท เข้ามาคุมรายการสื่อ ถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของการเสนอข่าวทางช่อง 9 อสมท หลังจากได้รื้อบอร์ดชุดก่อนออกไป

เพราะถือว่าการรวมพลังพนักงาน อสมท ที่ได้ผลประโยชน์อยู่ก่อน ในการต้านบอร์ดชุดใหม่ ถือว่าผลประโยชน์กำลังจะเปลี่ยนมือ ทั้งในแง่ของการผลิตรายการและโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้และกำไรจำนวนมหาศาล ที่กำลังจะถูกรื้อและปรับเปลี่ยนผังรายการอย่างแน่นอน

ดังนั้นไม่ว่าท่าทีของนายพงษ์ศักดิ์ จะออกมายืนยันความตั้งใจการเข้ามาทำงานในองค์กรแห่งนี้ภายใน 1 ปี โดยจะนำเอาความคิดเห็น ความต้องการของพนักงาน อสมท ว่าจะปกป้องทำหน้าที่สื่อมีความเป็นอิสระ ที่ไม่ให้ใครหรือผู้มีอำนาจเข้ามาสั่งการได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถลดความคลางแคลงใจของพนักงาน อสมท ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ออกไปได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่ามีกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนบอร์ดชุดใหม่อย่างแน่นอน ไม่ว่าการเปิดให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ และอีกหลายกลุ่มเข้ามาหาประโยชน์จากการผลิตรายการ

โดยเฉพาะนางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล นักข่าวอาวุโส อสมท หนึ่งในแกนนำเรียกร้อง ตัวแทนจากฝ่ายพนักงาน ได้แสดงความคิดเห็นถึงการที่ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล อสมท อยู่ ได้เรียกกลุ่มต่างๆ เข้าหารือ ให้เข้ามาทำรายการใน อสมท แล้ว

ทีมงานเวบไซต์ เชื่อว่าเป็นความขัดแย้งผลประโยชน์ ระหว่างทีมบอร์ดชุดใหม่ของ อสมท กับพนักงาน อสมท รวมถึงคณะกรรมการผังรายการที่ทำหน้าที่กลั่นกรองข่าวอยู่ในขณะนี้ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้เป็นอย่างอื่นไปได้

ทีมงานของเราจะเกาะติดเรื่องนี้ และนำมาเสนอให้กับท่านผู้อ่านเป็นระยะๆ ติดตามได้ที่ www.bangkokbiznews.com
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #60 เมื่อ: 09-11-2006, 15:15 »

อีแร้งสามค่ายจะมาทึ้ง อสมท เค้าปกป้องผลประโยชน์เค้าก็ถูกต้องแล้ว ถ้าต่อไปมีแต่รายการหัวเหน่ง
ส้นธิ กับ เจิมสาก แล้วมันจะมีคนดูเหรอ ที่เค้าเฉดหัวออกไปจริงๆ เพราะรายการพวกนี้มันไม่มีคนดู พอมี
อำนาจก็ทำแบบนอกระบบ จะยัดเยียดรายการเข้ามาโดยคุยกับไอ้รัฐมนตรีนี่ ถ้ารายการพวกนี้เข้ามาได้
นอกจาก อสมท จะไม่มีความเจริญแล้วพนักงานจะยังอยู่แบบไม่มีศักดิ์ศรีอีก

ดร.ธีรภัทร์ เรียกผู้บริหารของเราท่านหนึ่งไปพบในห้องทำงานในทำเนียบ มีคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณอดิศักดิ์ (ลิมปรุ่งพัฒนกิจ) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เพื่อตกลงเรื่องรายการ โดยไม่ได้เปิดให้คนอื่นรู้ตัว นั่นเป็นวิธีที่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงมาก้าวก่ายหรือไม่ แม้คนที่ต้นทุนต่ำ เคยดูแล อสมท มาก่อน ก็ยังไม่ทำอย่างนี้กับ อสมท และเป็นการแทรกแซงชนิดที่ว่า รมต.ที่เป็นนักการเมืองยังไม่กล้าอีกด้วย
บันทึกการเข้า
justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #61 เมื่อ: 09-11-2006, 16:16 »

อีแร้งสามค่ายจะมาทึ้ง อสมท เค้าปกป้องผลประโยชน์เค้าก็ถูกต้องแล้ว ถ้าต่อไปมีแต่รายการหัวเหน่ง
ส้นธิ กับ เจิมสาก แล้วมันจะมีคนดูเหรอ ที่เค้าเฉดหัวออกไปจริงๆ เพราะรายการพวกนี้มันไม่มีคนดู พอมี
อำนาจก็ทำแบบนอกระบบ จะยัดเยียดรายการเข้ามาโดยคุยกับไอ้รัฐมนตรีนี่ ถ้ารายการพวกนี้เข้ามาได้
นอกจาก อสมท จะไม่มีความเจริญแล้วพนักงานจะยังอยู่แบบไม่มีศักดิ์ศรีอีก


นั่งลุ้นอยู่นี่ เมื่อไหร่จะได้เวลา...อยากดู 

ดูที่ ASTV มันไม่สะใจ  เปิดไว้ทั้งคืน รีเพลย์ไปมาหลายรอบ ถัดไปอีกวันก็จะดูอีก มันไม่เบื่อว่างั้นเถอะ

แต่เกลียดพวกละคร พวกโชว์น้ำเน่าค่ะ

 
บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 09-11-2006, 16:23 »

คุณพิเชียร ที่เคยจัดรายการ 96.5 เพิ่งให้สัมภาษณ์ 97.75 เมื่อกี้

เขาโดนเด้ง ให้หยุดจัดรายการเพราะ การถูกแทรกแซงทางการเมือง ในยุคระบอบทักษิณเรืองอำนาจ
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #63 เมื่อ: 09-11-2006, 17:04 »

อีแร้งสามค่ายจะมาทึ้ง อสมท เค้าปกป้องผลประโยชน์เค้าก็ถูกต้องแล้ว ถ้าต่อไปมีแต่รายการหัวเหน่ง
ส้นธิ กับ เจิมสาก แล้วมันจะมีคนดูเหรอ ที่เค้าเฉดหัวออกไปจริงๆ เพราะรายการพวกนี้มันไม่มีคนดูพอมี
อำนาจก็ทำแบบนอกระบบ จะยัดเยียดรายการเข้ามาโดยคุยกับไอ้รัฐมนตรีนี่ ถ้ารายการพวกนี้เข้ามาได้
นอกจาก อสมท จะไม่มีความเจริญแล้วพนักงานจะยังอยู่แบบไม่มีศักดิ์ศรีอีก


นั่งลุ้นอยู่นี่ เมื่อไหร่จะได้เวลา...อยากดู 

ดูที่ ASTV มันไม่สะใจ  เปิดไว้ทั้งคืน รีเพลย์ไปมาหลายรอบ ถัดไปอีกวันก็จะดูอีก มันไม่เบื่อว่างั้นเถอะ

แต่เกลียดพวกละคร พวกโชว์น้ำเน่าค่ะ

 


ส้นธิ(คุณสนธิ ลิ้ม) กับ เจิมสาก(ดร.เจิมศักดิ์) แล้วมันจะมีคนดูเหรอ ที่เค้าเฉดหัวออกไปจริงๆ เพราะรายการพวกนี้มันไม่มีคนดู
  คุณชอบแถหยิกแก้มตนเอง แล้วรู้สึก ชาด้านใช่หรือไม่ Question

นักวิเคราะห์การเมือง นักวิชาการ มีความเห็นตรงกันว่ารายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์" ของคุณสนธิ ลิ้มฯ และรายการของ ดร.เจิมศักดิ์ที่มีอยู่ใน ASTV1 มีผลเสทือนต่อ"รักษาการนายกฯทักษิณ คุณธรรม จิรยธรรม ความล้มละลายทางความเชื่อถือของทักษิณ ที่เคยมีในประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ประชาชน รังเกียจ ชิงชัง และยอมรับ ต้อนรับการทำรัฐประหารของคณะปฎิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ถ้าสถานีโทรทัศน์ช่องเก้า โมเดิร์นไนน์ จะถูกปรับปรุงเป็นสถานีโทรทัศน์ อสมท.เพื่อประชาชน มีนักจัดรายการ ผู้ดำเนินรายการที่เปิดเผย หรือบอกเล่าความเลวร้ายของระบอบทักษิณ เผด็จการจากการเลือกตั้ง และการคอร์รั่ปชั่น การเอารัดเอาเปรียบ ผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้"ข่าววงใน" เอาเปรียบคู่แข่งทางธุรกิจของครอบครัวและบริษัท เทียมรักเทียม(ทรท.)จำกัด

ผมเชื่อว่า รมว.ธีรภัทร์ คุณพงษ์ศักดิ์ ดร.สมเกียรติ ดร.เจิมศักดิ์ มี"ต้นทุน"ทางสังคม ความเชื่อถือของสังคมสูงกว่า กลุ่มพนักงาน อสมท.ที่ประท้วงอยู่ในขณะนี้หลายเท่า...

ผมเชื่อว่า รมว.ธีรภัทร์และคุณพงษ์ศักดิ์จะสามารถทำให้สถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ไม่เป็นสถานีโฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาล เหมือนรัฐบาลทักษิณ สร้างผลประโยชน์ให้คุณมิ่งขวัญ+ผู้ถือหุ้นใหญ่(เอกชนและนักธุรกิจการเมือง) และพนักงานฯ...

แต่เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ให้ข่าวสารที่ถูกต้องของรัฐบาล ให้ความรู้แก่ประชาชน และลบล้างการโฆษณาชวนเชื่อ การสร้างภาพให้แก่ทักษิณ และนักการเมืองกลุ่มเทียมรักเทียม(ทรท.)อย่างเคยเป็น




พนักงาน อสมท.กลุ่มประท้วง คัดค้าน....รักษาผลประโยชน์ของประชาชน หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่+พนักงานฯ.... Question


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 17:10 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 09-11-2006, 17:20 »

Breaking News สำนักข่าวเนชั่น

พงษ์ศักดิ์ ย้ำไม่ให้ใครหาประโยชน์ อสมท นอกจาก อสมท เอง
 
15:40 น. นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รองประธานกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ออกหนังสือชี้แจงเป็นฉบับแรก โดยระบุว่า

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับนโยบายในการดำเนินงานของ บมจ.อสมท โดยคณะกรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กรณีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานขององค์กรไปสู่องค์กรที่ไม่มุ่งหวังกำไร เปลี่ยนรูปแบบรายการ รวมถึงการปลดรายการคุยคุ้ยข่าว ถึงลูกถึงคน กบนอกกะลา และจะนำผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาผลิต-รายการแทนรายการเดิม การปรับรูปแบบของสถานีวิทยุฯ เอฟเอ็ม 107 เมกะเฮิรตซ์ นั้น

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จึงขอชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่ ปรากฏเป็นข่าวดังนี้

1.คณะกรรมการบริษัทฯ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มีนโยบายในการเสริมสร้าง บมจ.อสมท ให้มีความแข็งแกร่ง และเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง และสามารถดำรงอยู่ในฐานะองค์กรด้านการสื่อสารมวลชนระดับชาติ โดยมุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติและผู้ถือหุ้นเป็นหลัก

2.บมจ.อสมท จะคงความเป็นสังคมอุดมปัญญา ที่ถูกต้อง ชอบธรรม และเสริมสร้างสังคมให้เป็นสุข

3.บมจ.อสมท ต้องสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่โดยผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่ยึดติดกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งจะสร้างความสมดุลระหว่างการสร้างกำไรให้กับสังคม และการสร้างกำไรตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

4.บมจ.อสมท ต้องพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัท

5.การดำเนินงานของบริษัทยังคงดำเนินไปตามแนวทางที่วางไว้เดิม โดยเฉพาะผังรายการโทรทัศน์ ซึ่งจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงการพิจารณาปรับผังรายการโทรทัศน์ประจำปี ซึ่งปัจจัยสำคัญในการปรับผังคือ คุณภาพของรายการ และความนิยมที่ประชาชนมีต่อรายการนั้น นอกจากนี้ผู้บริหารและคณะกรรมการผังรายการที่เกี่ยวข้องของ บมจ.อสมท ไม่ได้มีการตัดสินใจที่จะถอดถอนรายการ กบนอกกะลา ถึงลูกถึงคน และคุยคุ้ยข่าว ออกจากผังตามที่ปรากฏในรายงานข่าวแต่อย่างใด

6.ในขณะเดียวกันก็ได้มีการตกลงร่วมกับผู้ผลิตรายการในการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบและคุณภาพของรายการ ตลอดจนการนำเสนอรายการรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิดสังคมอุดมปัญญา สำหรับผังรายการใหม่ในปีหน้า

7.ขอยืนยันว่าไม่มีการให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาประโยชน์อย่างแน่นอน ทุกอย่างจะดำเนินไปโดย บมจ.อสมท เอง

8.จะเน้นด้านข่าวมากขึ้น ทั้งข่าวในประเทศและต่างประเทศ โดยให้สำนักข่าวไทยเป็นตัวหลัก ในการผลิตและพัฒนาให้มีความหลากหลายและมีความเข้มมากขึ้น มีตัวแทนในต่างประเทศขยายงานของสำนักข่าวไทยให้เป็น Profit Center เป้าหมายเป็นสำนักข่าวระดับทวีปและระดับโลก เผยแพร่ข่าวสาร สารคดี บทวิเคราะห์ รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ฯลฯ ทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังต้องมีหน่วยงานที่จะต้องทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ และให้คำปรึกษาในการปรับปรุงคุณภาพของข่าว และรายการทุกประเภทของ บมจ. อสมท

9.ขอยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการเป็นผู้บริหารของ บมจ.มติชน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกับ บมจ.อสมท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะเป็นสื่อคนละประเภท อีกทั้งการเข้ารับหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จนกว่าจะสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่นั้น ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการบริษัทได้รับเลือกจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งแสดงว่าได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

10.สำหรับกรอบระยะเวลาในการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นอยู่กับ บมจ.อสมท ต้องเสนอความต้องการและคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา และจะพยายามดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 เดือน

11.บมจ.อสมท จะใช้สื่อช่วยสร้างความสมานฉันท์ชายแดนภาคใต้โดยรายการของโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่ออกอากาศใน 3 จังหวัดภาคใต้ จะมีคำแปลภาษาท้องถิ่น (ภาษายาวี) วิ่งอยู่ด้านล่าง และจะมีบางรายการที่นำเสนอเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนสถานีวิทยุภูมิภาคโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเพิ่มให้มีรายการที่ใช้ภาษาท้องถิ่นเพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นและวิถีชีวิตของพี่น้องในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ คำชี้แจงดังกล่าว ทางฝ่ายสื่อสารองค์กร อสมท ได้ปิดประกาศไว้หน้าลิฟต์ อาคารปฏิบัติการและประตูทางออกห้องส่ง 5 ด้วย
 
พนักงาน อสมท ย้ำจุดยืน ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ในฐานะสื่อ 

16:33 น. ทันทีที่นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท ออกแถลงการณ์ชี้แจงสื่อต่างๆ โดยพยายามอ้างความชอบธรรมถึงนโยบายการบริหารงาน ที่ไม่มีการแทรกแซงการดำเนินงาน รวมถึงมีความโปร่งใสในแนวคิดการปรับเปลี่ยนรายการของ อสมทฯ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่พนักงาน อสมทฯ จนต้องเปิดแถลงข่าวตอบโต้ที่อาคารปฏิบัติการ ท่ามกลางสื่อทุกแขนงเข้าร่วมฟัง

พนักงาน อสมทฯ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลประโยชน์ในการจัดทำผังรายการใหม่ รวมทั้งคำชี้แจงแบบกลับลำล่าสุดของนายพงษ์ศักดิ์ ที่ปฏิเสธข่าวการเปลี่ยนแปลงนโยบายสังคมอุดมปัญญา เป็นสัมมาปัญญา สำหรับสาเหตุที่กลุ่มพนักงาน หรือ กลุ่มพลัง อสมทฯ ไม่ลุกขึ้นต่อต้านการแปรรูปเมื่อ 2 ปีก่อน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนฐานะเป็นบริษัทมหาชน จะทำให้องค์กรมีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามระบบธรรมาภิบาล และก้าวสู่การเป็นสื่อสาระและบันเทิงทางเลือกใหม่ ยืนยันการเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่ออุดมการณ์ในฐานะสื่อสารมวลชนของประเทศ ไม่ได้หลงใหลกับอำนาจทุนนิยม หรือระบบใดๆ ตามที่ถูกบิดเบือน

บอร์ด อสมท อ่อนข้อหุ้นหล่นวูบทันที 0.87%  

17:00 น. ภาวะการซื้อขายหุ้นบริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) หรือ MCOT วันนี้(9 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.15 น.หล่นวูบลงมาทันที 0.87%
ที่ระดับราคา 28.50 บาท ลดลง 0.25 บาท ด้วยปริมาณการซื้อขาย 1.6 ล้านหุ้น มูลค่า 46.20 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ช่วงเช้านักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุน ทำให้ระดับราคาหุ้นสามารถยืนอยู่ที่ 29 บาท ได้อย่างแข็งแกร่งทั้งนี้ นายบุญปลูก ชายเกตุ ประธานกรรมการบริษัท(บอร์ด) อสมท กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้(10 พ.ย.)บอร์ดจะหารือกรณีพนักงาน อสมท เรียกร้องให้ปลดนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมทฯ และการปรับผังรายการ แต่จะยังไม่มีการปรับผังรายการใหม่เพื่อให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ามาจัดทำรายการแต่อย่างใด

พร้อมทั้งกล่าวว่า จากกระแสที่พนักงานออกมาเรียกร้องให้ปลดบอร์ด อสมทฯ และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพราะราคาหุ้นปรับตัวลงมาจาก 46 บาทนั้น น่าจะเป็นเพียงสาเหตุส่วนหนึ่ง เพราะราคาหุ้นมีขึ้นและมีลง อย่างไรก็ตาม จะบริหารเพื่อทำให้ราคาหุ้นไม่น้อยกว่าราคาปกติ โดยล่าสุดราคาหุ้น MCOT บวกร้อยละ 87 มาที่ 29 บาท ทันที่ที่มีการแถลงจบและมีข่าวออกไป ราคาหุ้นก็วูบลงมาทันที

อ่านเพิ่มเติม : ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

• งอแงไม่เลิก! ม็อบเสื้อดำไล่ “อาจารย์ป๋อง” ต่อ
• บอร์ด"อสมท"อ่อนข้อหุ้นหล่นวูบทันที0.87%
• “อ.ป๋อง”ลั่น!ไม่คิดเฉือนอสมท กิน- ย้ำ"สรยุทธ์"ยังไม่หลุดผัง

และล่าสุด หมายเหตุผู้จัดการ ตีพิมพ์ในผู้จัดการออนไลน์แล้ว สดๆ ร้อนๆ และจะตีพิมพ์ลงในผู้จัดการรายวัน ฉบับวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) และล่าสุดกับคอลัมน์ หน้ากระดานเรียงห้า ของคุณสุรวิชย์ วีรวรรณ

• เจ้าซื่อต่อคนคด…แต่ทรยศต่อคนไทย / หมายเหตุผู้จัดการ
• ฟังก่อน Shit-narong และคน อสมท / หน้ากระดานเรียงห้า โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ

เอาไปอ่านนะครับ ... พรุ่งนี้ผมมีนัดที่บ้านเจ้าพระยา รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร บรรยากาศเป็นอย่างไรไว้ผมจะเล่าให้ฟัง (ถ้าไม่มีการแคนเซิลนะ) [/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 18:12 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #65 เมื่อ: 09-11-2006, 17:45 »

เมื่อไหร่ช่อง 11 จะเป็น BBC ของไทยแบบที่โม้ซะที
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #66 เมื่อ: 09-11-2006, 19:03 »

ดร.สมเกี่ยรติยังรีบชิ่งบอกผมไม่เกี่ยวกับไอ้แร้งสามตัวนั่น ก็พอจะมีความดีอยู่มั่งนะด๊อกเตอร์
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #67 เมื่อ: 09-11-2006, 19:32 »

ดร.สมเกี่ยรติยังรีบชิ่งบอกผมไม่เกี่ยวกับไอ้แร้งสามตัวนั่น ก็พอจะมีความดีอยู่มั่งนะด๊อกเตอร์


ถ้า"ไอ้แร้งสามตัวนั่น" หมายถึง ดร.เจิมศักดิ์ คุณพงษ์ศักดิ์ และ อาจารย์ธีรภัทร์
ไอ้/อี ผีปอบ ต้องหมายถึงทักษิณแน่นอน.....กินแผ่นดินไทย ขายทรัพย์สินไทยให้ต่างด้าว โกง/เลี่ยงภาษี ฉ้อราษฎร์บังหลวง...
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 09-11-2006, 20:50 »

ช่อง 9 มันเป็นแดนสนธยา และมี การเมืองบุกมานานแล้วครับ

ผมมองไปที่ ช่อง 11 มากกว่า อยากดูฝีมือ อธิบดีคนใหม่เหมือนกัน

คิดว่าคงไม่มี "คลื่นใต้น้ำ" ออกมาเหมือนช่อง 9
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #69 เมื่อ: 09-11-2006, 21:56 »

ช่อง 9 มันเป็นแดนสนธยา และมี การเมืองบุกมานานแล้วครับ

ผมมองไปที่ ช่อง 11 มากกว่า อยากดูฝีมือ อธิบดีคนใหม่เหมือนกัน

คิดว่าคงไม่มี "คลื่นใต้น้ำ" ออกมาเหมือนช่อง 9




ถ้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และ ช่อง 11 สามารถนำข้อเท็จจริงสู่ประชาชน
การหลอกลวง การฉ้อฉล การเอารัดเอาเปรียบ การใช้อำนาจเป็นธรรม
ผลประโยชน์ทับซ้อน การเลี่ยงภาษี การคดโกงประชาชน  ฯลฯ

จะปิดตายทักษิณกลับมามีอำนาจใหม่....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
easy
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #70 เมื่อ: 10-11-2006, 05:34 »

เจ้าซื่อต่อคนคด…แต่ทรยศต่อคนไทย / หมายเหตุผู้จัดการ

คนเสียประโยชน์ ไม่ได้อ่าน
บันทึกการเข้า
Politician Boss
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #71 เมื่อ: 10-11-2006, 11:40 »

ที่จริงปัญหานี้มันเกิดจาก คนอยากผลิตรายการมันมีมากกว่า ช่อง และเวลาที่ให้ออก ผมว่า ใครอยากตั้งกี่ช่อง ก็ให้ตั้งกันเข้าไป เถอะ ทีวีเรากดได้ตั้งหลายสิบ
ช่อง เดี๋ยวประชาชน เขาเลือกกันดูเอง แต่สงสัยช่องต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว จะขัดขวางแหง ๆ เพราะลูกค้าโฆษณา จะถูกแบ่งไปเยอะ
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #72 เมื่อ: 10-11-2006, 12:25 »

ดูข่าว ASTV1 กะช่อง 9 แล้วมันระเบิด
- ทางช่อง 9 บอกว่า จะไม่ไปออกรายการที่ ASTV หรอก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน
- ถ้าต้องทำข่าว ต้องเปลืองเงินติดเสาเพิ่ม
- ไม่ได้ต่อต้านเพื่อผลประโยชน์ ฯลฯ


* ASTV บอกว่า ทำข่าวไม่ต้องติดเสาเพิ่ม เพราะทาง อสมท มันดู ASTV ได้ตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมายกป้ายด่าว่ารายการห่วยได้ยังไง
* ใครคือแร้งที่ทึ้ง อสมท เมื่อเอาหุ้นออกขาย ให้พนักงาน ราคา 5 บาท ให้ประชาชน 22 บาท ส่วนต่าง 17 อยู่ในปากใคร
* ไม่ต้องกร้าวร้าว ไม่รู้ตัวว่าจะมีใครเอาเทปไปออกอกาศ ต่อไม่จะไม่แสดงท่าทีให้ดีขึ้น อ้าวอย่างนี้แปลว่ายังไง
* ฯลฯ
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 10-11-2006, 15:01 »

ดูข่าว ASTV1 กะช่อง 9 แล้วมันระเบิด
- ทางช่อง 9 บอกว่า จะไม่ไปออกรายการที่ ASTV หรอก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน
- ถ้าต้องทำข่าว ต้องเปลืองเงินติดเสาเพิ่ม
- ไม่ได้ต่อต้านเพื่อผลประโยชน์ ฯลฯ


* ASTV บอกว่า ทำข่าวไม่ต้องติดเสาเพิ่ม เพราะทาง อสมท มันดู ASTV ได้ตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมายกป้ายด่าว่ารายการห่วยได้ยังไง
* ใครคือแร้งที่ทึ้ง อสมท เมื่อเอาหุ้นออกขาย ให้พนักงาน ราคา 5 บาท ให้ประชาชน 22 บาท ส่วนต่าง 17 อยู่ในปากใคร
* ไม่ต้องกร้าวร้าว ไม่รู้ตัวว่าจะมีใครเอาเทปไปออกอกาศ ต่อไม่จะไม่แสดงท่าทีให้ดีขึ้น อ้าวอย่างนี้แปลว่ายังไง
* ฯลฯ



น่ากลัวถึงวคราที่ต้องใช้คำพูุดว่า...."เเผ่นเสียงตกร่องแล้วกระมั่ง..."

เพราะัมันพูดกี่ที่ต่อกี่ที่ก็ว่าได้ทำทำเพื่อผลประโยชน์...


และถ้ามันกล้าจริง..แน่จริง..เหตุไรต้องกลัวไปเจอกะคนอย่างสนธิ..

เพราะคนอย่างสนธิ..ถ้าเราจักสู้..เราต้องสู้ด้วยเหตุและผล..

อย่าสู้ด้วยวาทะ...

หรือเหตุที่ไม่ไป..เพราะกลัวสนธิมันถามว่า...


"ถ้าไม่ได้สู้เพื่อตนเอง..แต่เหตุไรยุคเหลี่ยมครองเมืองไม่ออกมาต้านมิ่งขวัญกันล่ะ..!!??"

คำถามที่ผมอ่านข่าวมาตั้งหลายวัน...และผมก็ตั้งข้อสงสัยไปทั้งที่นี้และในบล็อคผม..


แต่เหตุไร..

ทั้งนายตุ้ยและนางอรวรรณ..และพนักงานอสมท.ผู้ปีกกล้าปากดี..ที่เวลาคนพูุดไม่ถูกใจก็โห่..

[จากภาพข่าวเเละเสียงที่ช่องนี้มันเอามาออกเองในกรณีพงษ์ศักดิ์เขาเเถลงการณ์...]

จึงไม่มีใครกล้าออกมาตอบคำถามนี้....!!????


หรือว่านอกจากจะไม่กล้าต้านเหลี่ยม..แต่ยังมีนิสัยแบบเหลี่ยกอีกด้วย..

ก็คือพวกเก่งแต่ในบ้านตัวเอง..โถ่ๆพวกเกรียน..นี้หว่า....
 
บันทึกการเข้า
banana_dot
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 187



« ตอบ #74 เมื่อ: 10-11-2006, 15:14 »

มีเบื่องหลังแน่นอน ผมว่าอาจจะเป็นการดิ้นของบอร์ด
โดยนำชื่อรายการที่มีเรดติ้งดี มาเป็นชนวน ดึงมวลชนต่อต้าน
การที่ อสมท.ในยุคของมิ่งขวัญ ผมชื่นชอบการทำงานน่ะ
แต่รายอื่นที่ดิ้นตอนนี้ไม่รู้มันเป็นไคร...
บันทึกการเข้า

-"ภาพแห่งความทรงจำ แม้จะเลือนรางไปตามการเวลา หากแต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ ย่อมจะย้อนกลับมาทำให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเสมอ "
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #75 เมื่อ: 10-11-2006, 17:46 »

'ธีรภัทร์'ส่งเรื่องปปช.-สตง.สอบทุจริต อสมท

10 พฤศจิกายน 2549 17:08 น.

รมต.ประจำสำนักนายกฯชี้ "ชิดณรงค์"เชิญอดีตผู้จัดรายการสื่อมาหารือตามนโยบายคปค. อัดถูกรัฐบาลเก่าใช้เสนอข้อมูลด้านเดียวมาตลอด 5ปี รับมีผู้ยื่นเรื่องสอบทุจริต อสมท.พร้อมส่งต่อ ป.ป.ช., สตง.และบอร์ดพิจารณา


     

       นายธีรภัทร์เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานกับบอร์ด อสมท. ว่า การเชิญอดีตผู้จัดการรายการเก่าทางโทรทัศน์ช่อง 9 ที่ถูกปลดในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น เกิดจากข้อเสนอของนายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท.ขณะนั้น ที่ได้พูดคุยกับคณะกรรมการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค) หลังการรัฐประหารใหม่ๆ

       โดยเห็นว่าสื่อของรัฐบาลนำเสนอข่าวสารด้านเดียวตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจึงเรียกร้องว่า เมื่อไหร่จะนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน นายชิดณรงค์จึงบอกว่า จะเชิญผู้จัดการรายเก่ามาหารือ พร้อมกับระบุชื่อ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว. กทม. ซึ่งตนบอกว่า ควรจะเชิญรายการอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลที่แล้วที่เป็นที่ยอมรับ เช่นรายการของสุทธิชัย หยุ่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล ส่วนเรื่องช่วงเวลาเป็นเรื่องที่นายชิดณรงค์ ไปหารือกันเอง โดยได้ย้ำว่า อยากให้ดึงคนของ อสมท.เข้ามาจัดรายการด้วยเพื่อพัฒนาคนของ อสมท. โดยหลักคือต้องการให้ อสมท. มีเสรีภาพ ทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมาเชียร์รัฐบาล

       "ประชาชนต้องการให้เกิดข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายส่งเสริมบรรยากาศประชาธิปไตยให้มีการวิจารณ์มากขึ้น ไม่ใช่นำเสนอข้อมูลด้านเดียวเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา มากล่าวหาผมว่า ไม่โปร่งใสได้อย่างไร และทำไมช่วงรัฐบาลที่แล้วถึงไม่ออกมาเคลื่อนไหว ทั้งที่ผมอยากเห็น อสมท.เป็นสื่อที่อิสระ ทำหน้าที่ได้อย่างมีเสรีภาพ ตรงไปตรงมา เป็นกลาง นำเสนอข้อมูลที่เป็นธรรม เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน อยากเห็น อสมท.เป็นสมบัติของประชาชน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นหัวใจสำคัญเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้สื่อของรัฐเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของรัฐบาล" นายธีรภัทร์กล่าว

       ส่วนกรณีที่เกรงว่าอสมท.ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน จะทำกำไรไม่ได้เท่าเดิมตามที่บางฝ่ายเป็นห่วงนั้น นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้บริหาร ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพของ อสมท เรตติ้งใดรายการก็ต้องดี อยากให้พนักงาน อสมท.เข้าใจตรงนี้ให้ตรงกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เป็นเรื่องของบอร์ดกับผู้บริหาร อสมท. ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่อยากให้บอร์ดและพนักงานรวมใจกันสนับสนุนเพื่อให้ อสมท.เป็นที่พึ่งของประชาชน ร่วมกันกำจัดทุจริต ผลประโยชน์ให้หมดไป และอยากให้ อสมท.พ้นจากการครอบงำจากอิทธิพลต่างๆ เพื่อให้องค์กรนี้เป็นอิสระ ยกระดับความเป็นสถาบันสื่อด้วย

       "สื่อบางฉบับไม่ให้ความเป็นธรรมกับผมขาดจรรยาบรรณ ใครจะทำอะไรผมไม่ทราบ แต่อย่าโยงเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่ท้อถอย ยังมีแนวคิดที่อยากเห็นสื่อทุกประเภทมีคุณภาพและอิสระต่อไป ส่วนกรณีกระแสข่าวที่มีผู้ร้องเรียนยื่นเรื่องให้สอบปัญหาทุจริตใน อสมท.นั้น ยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง เมื่อมีผู้ยื่นให้สอบปัญหาทุจริตใน อสมท จึงได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และบอร์ด อสมท. ดำเนินการแล้ว รายละเอียดต้องไปถามหน่วยงานเหล่านี้" นายธีรภัทร์กล่าว

http://www.bangkokbiznews.com/level3/news_120318.jsp
********

ต้องมีอะไรแน่ ๆ เลย โปรดติดตามตอนต่อไป

ทำไมกลัวกันนักหนา 

บันทึกการเข้า
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #76 เมื่อ: 10-11-2006, 19:59 »

อ่านกระทู้นี้ มันส์มาก
ไม่ใช่คนสื่อ อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

***ได้เวลาล้างบาง อสมท แร้ววววว***

ค่าใช้จ่ายอสมท ตอนยิงสดคำพูดได้บักเหลี่ยมจากนิวยอร์คมาเมืองไทยครึ่งๆกลางๆ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะ อยากรู้ จัง???
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #77 เมื่อ: 10-11-2006, 20:49 »

ล่าสุดนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีข่าวว่า เครือเนชั่นได้เสนอขายโฆษณาต่อเอเจนซี่ ในชื่อรายการ"เนชั่นนิวส์ทอล์ก" ซึ่งกำหนดจะออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา "ถึงลูกถึงคน" ตั้งแต่วันที่8 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยเขาระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และคิดว่าเป็นเรื่องของฝ่ายขายที่ทำหน้าที่ล้ำเส้น ยอมรับในการพบกับนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมผู้ผลิตสื่ออีก 3 -4 รายไม่ได้มีการนำฝ่ายขายของเนชั่นเข้าไปด้วย และทางเนชั่นได้รับการร้องขอจากนายรองพล เจริญพันธุ์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งรักษาการคณะกรรมการบริหาร อสมท หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่าอยากให้รายการของช่อง9 มีความหลากหลายโดยอยากให้มีการเสนอรายการที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย ซึ่งผู้บริหาร อสมท อยากให้เนชั่นเข้าไปทำรายการด้วย


โธ่ไอ้ถุยเอ๊ย พอผิดโดนจับได้ไปโทษฝ่ายขาย อีแร้งตัวผู้หรือเปล่าวะเนี่ย
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 10-11-2006, 21:12 »

เมื่อตอนทุ่มครึ่ง...

ผมได้ทราบซึ้งเข้าไปถึงทรวงกะความเป็นกลางที่โคตรจักมีจริยธรรมของสื่อมวลชนของนักข่าวอสมท.


ที่วันนี้พวกมันได้ทำรายงาน การเคลื่อนไหวของพวกมัน...

โดยที่เอาแต่พวกที่เห็นชอบกะการชุมนุมใส่้เสื้อดำของพนักงาน...

และเอาคำพูดของพนักงาน และนางอรวรรณเอามาออกซะ99.99%


และอีก1%ที่เหลือ...

คือคำพูดของคุณพงษ์์ศักดิ์เรื่องการที่แกจักไม่ยอมลาออกจากบอร์ดอสมท.ด้วยเหตุผลอะไร...

แค่นั้นเอง....และส่วนคนที่เขาค้านมันก็ไม่เอามาออก...


ผมถาม..ผมขอถามอีกครั้ง...ว่านี้น่ะหรือ....

คือความเป็นกลางของสื่อมวลชน... ที่มันบอกว่าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง...!!??
 
แต่เวลาออกข่าวของตัวมัน..กลับหาความเป็นกลางซะไม่มีเลย.. 

 
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #79 เมื่อ: 10-11-2006, 21:17 »

ลบเลขยังไงคับเนี่ย ที่บ้านใช้ 100.99% เหรอคับ มาไม่สง่างามถ่างตั้งแต่เข้าประตู ออกไปก็ดีแล้วนี่ครับ
เค้าไม่ทักก็ถ่างมันอยู่นั่นแหละ ทียังงี้เอาจริยธรรมยัดใส่ตูดหมด
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #80 เมื่อ: 10-11-2006, 21:18 »

น่าสงสารเน๊าะ

สนธิ ลิ้มฯ ตีแผ่ซ่ะ ไม่เหลือความดี ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว


กระจาย 
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #81 เมื่อ: 10-11-2006, 21:23 »

คำว่า พนักงาน  = ลูกจ้าง = อาชีพรับจ้าง

มิใช่ เจ้าของ  หรือผู้บริหารวางแผนงาน แต่อย่างใด



และอย่าบังอาจว่า กระทำเพื่อประชาชน มาตลอดห้าปี ในการป้องกันการโกงชาติ โกงแผ่นดิน

เพื่อพี่น้องชาวไทย ทุกคน

( ถุย )

 
บันทึกการเข้า
สะพานหิน
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #82 เมื่อ: 10-11-2006, 21:30 »

หุหุหุ..พวกเสียผลประโยชน์ของบักแม้วอยู่ที่นี่เอง
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #83 เมื่อ: 10-11-2006, 21:46 »

น่าสงสารเน๊าะ

สนธิ ลิ้มฯ ตีแผ่ซ่ะ ไม่เหลือความดี ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว


กระจาย 

"เพื่อนๆ อสมท อย่าโกรธกัน .... "

วันนี้อสมทโดน สนธิ ลิ้ม ครบชุด กระอักครับงานนี้

ผมลบ mem FM 96.5 ออกจากวิทยุรถ 2 วันแล้ว 

ผิดหวังในตัว คุณอรวรรณ   ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-11-2006, 22:13 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 10-11-2006, 22:00 »

ลบเลขยังไงคับเนี่ย ที่บ้านใช้ 100.99% เหรอคับ มาไม่สง่างามถ่างตั้งแต่เข้าประตู ออกไปก็ดีแล้วนี่ครับ
เค้าไม่ทักก็ถ่างมันอยู่นั่นแหละ ทียังงี้เอาจริยธรรมยัดใส่ตูดหมด

แหม.. แถก็..

ก็จริยธรรมของคนอสมท.มันโคตรจักสูงน่ะแถ...

ก็เลยต้องสูงกว่าร้อยเปอร์เซนน่ะ..

เข้าใจไหมครับ คุณ แถ...

เพราะคนที่นั้นเขามีจริยธรรมประจำใจสี่ข้อ..
 
๑... จริยธรรมต่อหุ้น คือต้องอย่าทำให้หุ้นตก

๒... จริยรรมต่อคนทำให้หุ้นขึ้น คือ เจ้มิ่ง

๓... จริยธรรมต่อคนที่ทำให้อสมท.เข้าตลาดหุ้นคือเเม้ว
 
๔... จริยธรรมที่จักขอต่ต้าน..คนที่มาทำร้ายทำลายต่อจริยธรรมข้อ๑-๓

นี้คือจริยธรรม๔ข้อที่คนอสมท.เขามี...
บันทึกการเข้า
noppon
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 165



« ตอบ #85 เมื่อ: 10-11-2006, 22:02 »

น่าสงสารเน๊าะ

สนธิ ลิ้มฯ ตีแผ่ซ่ะ ไม่เหลือความดี ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว


กระจาย 

"เพื่อนๆ อสมท อย่าโกรธกัน .... "

วันนี้อสมทโดน สนธิ ลิ้ม ครบชุด กระอักครับงานนี้

ผมลบ mem FM 96.5 ออกจากวิทยุรถ 2 วันแล้ว 



เจอของจริงเข้าไปแบบนี้ ถึงว่า ไม่กล้ามา ASTV กัน
วันนี้สนธิ top form อีกวันหนึ่งแล้ว
บันทึกการเข้า

สมาชิกลำดับที่ #71 ครับ
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #86 เมื่อ: 10-11-2006, 22:03 »

เละครับ เละ!!!   

โดนเข้าไปเต็มๆแบบนี้รับรองว่าไปไม่เป็น 

ต้องคอยดูพรุ่งนี้ว่าสหภาพ อสมท.มันจะแถไปทางไหนอีก  เกลียดจริงๆไอ้พวกอกตัญญูด่าครูบาอาจารย์ 
มิน่ามันถึงมีปัญญากันอยู่แค่นี้ หายใจเข้าก็หุ้น หายใจออกก็ผลประโยชน์.. ผมขอตราหน้าไว้เลย ไอ้พวกนี้ไม่มีวันเจริญ!!!  ริยำได้ถ้วยกันจริงๆ .....

ไล่มันออกไปให้หมดก็หมดเรื่อง ฝีมือก็งั้นๆ ยังมาทำเรื่องมากยังกับตัวเองเป็นเจ้าของอสมท.
ผมเชื่อว่ายังมีคนต่อคิวเข้าไปทำงานในอสมท.อีกเยอะ  ลองเชือดแต่เฉพาะไอ้ตัวแกนนำก่อนก็ได้ ดูซิไอ้พวกที่เหลือจะยังแหกปากต่ออีกมั๊ย 
 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #87 เมื่อ: 10-11-2006, 22:12 »

ผู้บริหารเครือเนชั่นยัน “ชิตณรงค์” ระบุเองต้องปรับผังโมเดิร์นไนน์ โดยลดเวลา “ถึงลูกถึงคน” ให้หลายส่วนเข้าไปจัดรายการให้ความรู้การเมืองแก่ ปชช.เพื่อความหลากหลาย ย้อนอดีตรายการเครือเนชั่น และ “เจิมศักดิ์” ก็เคยถูกถอดอย่างไม่เป็นธรรมใน “รัฐบาลทักษิณ” อัดอย่ามุ่งแต่ทำกำไรสูงสุด
      
       วันนี้ (10 พ.ย.) นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าเครือเนชั่นได้เสนอขายโฆษณาต่อเอเยนซีในชื่อรายการ “เนชั่นนิวส์ทอล์ก” ซึ่งกำหนดจะออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา “ถึงลูกถึงคน” ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และคิดว่าเป็นเรื่องของฝ่ายขายที่ทำหน้าที่ล้ำเส้น
      
       ในการให้สัมภาษณ์ของนายอดิศักดิ์ ที่ปรากฏในเว็บไซต์ของกรุงเทพธุรกิจ ยอมรับในการพบกับนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล อสมท เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมผู้ผลิตสื่ออีก 3-4 รายไม่ได้มีการนำฝ่ายขายของเนชั่นเข้าไปด้วย และทางเนชั่นได้รับการร้องขอจากนายรองพล เจริญพันธุ์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งรักษาการคณะกรรมการบริหาร อสมท หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ว่าอยากให้รายการของช่อง 9 มีความหลากหลาย โดยอยากให้มีการเสนอรายการที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย ซึ่งผู้บริหาร อสมท อยากให้เนชั่นเข้าไปทำรายการด้วย
      
       นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ในอดีตเนชั่นเคยมีรายการกับช่อง 9 มีรายการ “เนชั่นนิวส์ทอล์ก” แต่ถูกถอดพร้อมรายการ “ขอคิดด้วยคน” ของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เมื่อเดือนสิงหาคม 2544 เมื่อครั้งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยถูกถอดอย่างไม่เป็นธรรม และปัจจุบันเนชั่นยังมีรายการช่อง 9 เช่น “ชีพจรโลก” ดังนั้น เมื่อทาง อสมท ให้เนชั่นเข้าไปทำรายการเพื่อประชาธิปไตย ทางเนชั่นก็ยินดี และถือเป็นบทบาทของสื่อสารมวลชน เพราะสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ สื่อทีวีไม่ได้เสนอความจริงเกี่ยวกับระบอบทักษิณ
      
        “ในการหารือกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บอกว่า หากจะปรับเปลี่ยนผัง รายการที่สามารถเปลี่ยนได้ทันที คือ รายการถึงลูกถึงคน ซึ่ง อสมท ดำเนินรายการเอง และหากปรับรายการให้มีความหลากหลาย น่าจะดึงเรตติ้งได้ โดยมีการวางกรอบระยะเวลาว่า หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ก็จะมีรายการใหม่ โดยรูปแบบรายการจะเป็นการสนทนาทางการเมือง เพื่อให้ความรู้กับประชาชน แต่เมื่อไม่สามารถดำเนินการได้ก็ต้องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด อสมท โดยนายชิตณรงค์จะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งในการหารือบอกว่าก็คงต้องรอมติของบอร์ดก่อน” นายอดิศักดิ์ กล่าว
      
       นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า แม้ อสมท จะเป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท.ก็ต้องพิจารณาในฐานะสื่อของรัฐก็ขอย้อนถามกลับไปยัง อสมท ว่า วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาเกิดอะไรกับ อสมท และเห็นว่าการถ่ายทอดสดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นหน้าที่ของสื่อรัฐ บอกว่า อสมท ควรจะมีกำไรพอประมาณ เฉพาะแค่ได้รับรายได้จากค่าสัมปทานจากช่อง 3 และยูบีซีก็น่าจะพอแล้ว ไม่ใช่มุ่งทำกำไรสูงสุด และเห็นว่าหาก อสมท ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนใน ตลท. เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อสมท ก็ต้องถูกปรับผังรายการอยู่แล้ว และถือว่ารัฐบาลชุดนี้มีมารยาทมาก ที่ยังยอมให้มีการเสนอข่าวการเคลื่อนไหวประท้วงของพนักงาน อสมท ซึ่งถ้าเป็นสมัย พ.ต.ท.ทักษิณข่าวนี้คงไม่ได้นำเสนอ
      
       อย่างไรก็ตาม ยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อสมท และเนชั่น ยังดีอยู่ ทั้งที่ผ่านมาและในอนาคต ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะทางเนชั่นเสนอผังรายการเป็นสารคดีชุดแม่น้ำโขง เจ้าพระยา และเศรษฐกิจพอเพียง ให้บอร์ดในสมัยนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ พิจารณา แต่ยังไม่มีข้อสรุป ก็มาเกิดเหตุทางการเมืองก่อน และยืนยันว่าหาก อสมท ยินดีให้เข้าไปทำรายการ ทางเนชั่นก็ยินดี
      
       นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ในกรณีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ยืนยันว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถทางด้านสื่อ เพราะมุ่งมั่นไปพัฒนาสำนักข่าวไทย และเชื่อว่าหากนายพงษ์ศักดิ์เป็นรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จะเป็นเกราะในการป้องกันการแทรกแซงจากรัฐบาล และทหารได้
      
       อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าทางสำนักข่าวไทยของ อสมท.ได้หยิบยกเอาประเด็นว่า "เนชั่นยอมรับว่าฝ่ายขายโฆษณาล้ำเส้นกรณีขายเอเยนซีล่วงหน้า" มาเป็นประเด็นพาดหัวแทนที่จะเป็นประเด็นที่ฝ่ายเนชั่นบอกว่า นายชิตณรงค์ เป็นผู้เสนอปรับผังรายการของอสมท.กับอดีตผู้ผลิตรายการ 3-4 รายที่ร่วมหารือในวันนั้น


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000139349

เอ้า ! รู้ตัวคนจัดโผแล้ว ด่ากันเข้าไป


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000138426

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-11-2006, 22:14 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #88 เมื่อ: 10-11-2006, 22:16 »

วันนี้ไปบ้านเจ้าพระยามาครับ ไม่มีพนักงานชุดดำจาก อสมท.มาแต่อย่างใด
ตอนที่นายสนธิจะออกมาถอดคำพูดของพนักงาน รู้สึกว่าจะมีคนมาบอกว่านายพงษ์ศักดิ์ขอร้องมาว่าอย่าพูด
จึงเปลี่ยนแผนมาเป็นการให้ดาวน์โหลดเอกสารในเว็บแทน ซึ่ง บก.ข่าวบอกว่าบอกว่าถ้าอัพเสร็จจะนำมาขึ้น

เตรียมตัวอ่านเอกสารถอดเทปคำพูดของพนักงาน อสมท. ที่ออกมาเถียงกับนายพงษ์ศักดิ์ทุกคำพูด ทุกประโยค
จากมือนายสนธิมีอยู่ประมาณ 15 หน้ากระดาษ ให้ช่วยกันตรวจสอบต่อมจริยธรรมของบรรดาพนักงานชุดดำ
ที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพนักงานฝ่ายการตลาด ที่นายมิ่งขวัญรับในสมัยเป็น ผอ.อสมท.โดยมีคนของสำนักข่าวไทยส่วนหนึ่ง

ขออภัยที่วันนี้ไม่ได้อัพข่าวความเคลื่อนไหวให้ เราจะมาเก็บตกกันอีกครั้งวันพรุ่งนี้ ... ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #89 เมื่อ: 10-11-2006, 22:43 »

 ความเคลื่อนไหวของคนอสมท ที่ "กล้า"ต่อต้านกับความไม่ชอบมาพากลใดๆ ของนักการเมืองที่กำลังจะสอดแทรกเข้ามาทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นสิ่งที่ควรจะ "ปรบมือ"ดังๆ

       แต่น่าเสียดาย"ความกล้า" เช่นนี้มาช้าไปหลายปี จนคนทั่วไปหลงเข้าใจไปว่า "คน อสมท" ที่เคยมี "คนกล้า" หายหน้าไปไหนกันหมด มองเห็นแต่คุณมิ่งขวัญแสงสุวรรณ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทำงานหนักเป็น "วันแมนโชว์" จนถูกกล่าวหาว่ารับใช้ระบอบทักษิณอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

       ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้โมเดิร์นไนน์เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อนโยบายประชานิยมของรัฐบาลอย่างเต็มที่ แลกกับการสั่งให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ แบบ "ขอร้องแกมบังคับ" เทงบไปว่าจ้าง อสมท ทำ "ประชาสัมพันธ์" สร้างภาพพจน์ "จำแลง" เป็นจำนวนมาก

      จนชาวบ้านรากหญ้าเสพติดประชานิยมที่นำไปสู่สังคมบริโภคนิยม


       เรื่องนี้ใครๆในวงการสื่อและโบรกเกอร์นักวิเคราะห์หุ้น ก็รู้กันทั่วไปว่า ผลประกอบการ อสมท ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา มาจาก "งบพิเศษ"จากรัฐวิสาหกิจกว่าครึ่งหนึ่ง

http://www.bangkokbiznews.com/level3/news_119995.jsp

* ASTV ดร.เสรี กำลังอธิบายต่อเกี่ยวกับ อสมท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-11-2006, 22:53 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #90 เมื่อ: 11-11-2006, 13:31 »

เผยหลักฐานทุจริตในอสมท ร้องรมต.ตรวจสอบ

11 พฤศจิกายน 2549 12:36 น.


       ทั้งนี้เนื้อหา ในเอกสารดังกล่าว มีดังนี้

       ตามที่ปรากฎข่าวการทุจริตใน บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการไม่เรียกเก็บค่าโฆษณาเกิน ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ทางโทรทัศน์โมเดิร์นไนนท์ นั้น ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนผู้บริโภคและผู้ถือหุ้น ขอเรียนข้อเท็จเบื้องต้นดัง ต่อไปนี้

       สถานะของบริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทมหาชน ตามพระราชบัญญัติบริษัท มหาชน พ.ศ.2535 ดังปรากฎตามหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารแบนที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ 17 ส.ค.47 และเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ซ.2535 โดยแปรรูปมาจากองค์กรสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ เมื่อเดือนกันยายน 2547 บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 จึงมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ

       คณะกรรมการและพนักงานของบริษัทอสทม.จำกัด (มหาชน) มีฐานะเป็นพนักงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502

       คณะกรรมการประธานกรรมการและกรรมการบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นคณะกรรมการประธานกรรมการ และกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด ตามพระราชบัญญัติบริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535 และตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535

       พฤติกรรมในการทุจริต

       1.ระหว่างปี 2547 - 2549 บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าทำสัญญากับบริษัท ไร้ส้ม จำกัด โดยตกลงให้บริษัทไร่ส้ม ฯ แพร่ภาพออกอากาศรายการโทรทัศน์รายการ "คุยคุ้ยข่าว" เพื่อออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี รายละเอียดปรากฎตามสัญญาร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์ ปี 2547 และในปี 2549 เอกสารแบบที่ 2 สัญญาดังกล่าวไม่ปรากฎเงื่อนไขในการชำระเงินและการวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ทั้งนี้บริษัทไร่ส้มฯ เพิ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 และเข้าทำสัญญากับ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 โดยมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท

       2.ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ปรากฎว่า บริษัท ไร่ส้มฯ ได้ใช้สิทธิโฆษณาเกินกำหนดไว้ตามสิทธิในสัญญาในปี 2547 ปี 2548 และ ปี 2549 (มกราคม - มิถุนายน 2549) การโฆษณาเกินเฉพาะในปี 2549 (กุมภาพันธ์ - มิถุนายน ) มีถึงกว่า 150 ครั้ง เป็นเงิน (มกราคม - มิถุนายน) 98,790,000 บาท ดังปรากฎตามเอกสารแนบที่ 3 และพบว่า มีการโฆษณาเกินมาตั้งแต่ปี 2547 - 2549 (มกราคม -มิถุนายน) ในส่วนของบริษัทไร่ส้มฯ เป็นเงินถึง 138,790,000 บาท และในส่วนของพนักงาน บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เอง อีก 1,130,000 บาท รายละเอียดปรากฎตามเอกสารแนบที่ 4 ทีมีการโฆษณาเกินเฉพาะรายการนี้รวมกว่า 139,900,000 บาท โดยไม่มีการจ่ายเงินให้แก่บริษัท

       บริษัทอสมท. จำกัด (มหาชน) คงมีแต่การจ่ายเงิน 770,000 บาท สำหรับการโฆษณาเกิน จำนวนเงิน 800,000 บาท ในเดือนเมษายน 2548 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งไม่มีการติดส่วนแบ่งรายรับจากการได้ประโยชน์ทางการค้าในรูปโลโก้ ตัวสินค้าในรายการซึ่งมีจำนวนมากอีกด้วย แต่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ก็ได้ต่อสัญญาให้กับบริษัทไร่ส้มฯ อีกหลายครั้งตั้งแต่ปี 2547 ถึงปี 2549 ต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นแล้วแต่อย่างใด

       3.เมื่อพิจารณางบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัทไร่ส้มฯ ปี 2548 ไม่พบรายการค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 40,110,000 บาท ที่จะต้องชำระเป็นค่าโฆษณาส่วนเกินในปี 2548 ให้แก่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด ดังปรากฎตามเอกสารแนบที่ 5

       4.การกระทำดังกล่าวเคลือบแคลงสงสัยว่า เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตของบริษัทไร่ส้มฯ และพนักงานของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) โดยคณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหารจัดการของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ผู้มีฐานะตามกฎหมายเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ ใดๆ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้รับเอาทรัพย์นั้นเสียหรือไม่ หรือเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็ฯการเสียหายแก่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) หรือไม่ หรือเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) หรือผู้ถือหุ้น หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่ และยัง เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 85 ถึง มาตรา 91 และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 307 ถึง มาตรา 315 ด้วยหรือไม่

       5.การกระทำทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ต่อเนื่องเป็นรายวันมาโดยตลอดจนถึงมิถุนายน 2549 เป็นระยะเวลาประมาณ 30 เดือน อันมีการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระเกิดขึ้นหลายร้อยครั้ง และการโฆษณาเกินเป็นเงินจำนวนมากน่าเคลือบแคลงสงสัยว่า เป็นการที่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) สมคบร่วมกันกับให้บริษัทไร่ส้มฯ ลงโฆษณาในรายการคุยคุ้ยข่าว เกินกว่าที่ทางราชการกำหนดและตามระเบียบของทางราชการและประกาศกรมประชาสัมพันธ์ ดังกล่าวปรากฎตามเอกสารแนบที่ 6 โดย บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่า ไม่อาจกระทำได้โดยชอบ ทำให้มีการโฆษณาเกินเป็นจำนวนมากแต่กลับเจตนาไม่เรียกเก็บเงินติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายปี และเป็นเงินจำนวน มากกวา 149 ล้านบาท ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ต่อรัฐ และต่อผู้ถือหุ้น

       อีกทั้งยังน่าสังเกตอีกด้วยว่าตามเอกสารแนบที่ 3 รายการโฆษณาในเดือน มิถุนายน 2549 ในวันเสาร์ และอาทิตย์จะมีการโฆษณาเกินสูงมาก และเมื่อรวมโฆษณาในส่วนของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เองเข้าด้วยแล้ว การโฆษณาในรายการนี้จะเกินกว่าที่ชั่วโมงละ 12 นาที 30 วินาที ตามประกาศกรมประชาสัมพันธ์ เอกสารแนบที่ 6 ตัวอย่างเช่น ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2549 และวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2549 บริษัทไร่ส้มฯ ส่งค่าโฆษณาเกินถึง 6.15 นาที รวมเป็นโฆษณาตามสิทธิของบริษัทไร่ส้มฯ จะเท่ากับ 5+6.15 = 11.15 นาที หากนับรวมโฆษณาในส่วนของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) อีก 5 นาทีแล้ว จะเท่ากับมีการโฆษณาทั้งสิ้น 16.15 นาที เกินกว่าที่ทางราชการกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและประกาศของทางราชการอย่างชัดเจนและมีผลกระทบต่อรายการถัดไปหาก บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ไม่ใช่สิทธิลงโฆษณาในส่วนของคนไม่ถึง 5 นาที ก็จะทำให้น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุใดในรายการเดียวกันและในวันเดียวกัน บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) จึงมีความสามารถในการโฆษณาได้น้อยกว่า บริษัท ไร่ส้มฯ มาก หรืออาจเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีการสมคบร่วมกันที่จะลงโฆษณาในส่วนของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ให้น้อยกว่าสิทธิ เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทไร่ส้มฯ สามารถลงโฆษณาเกินได้อย่างไม่มีขอบเขต หรือพนักงานของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) หาโฆษณาได้แล้วเอาไปลงให้กับบริษัทไร่ส้มฯ แทนที่จะลงให้แก่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) หรือไม่

       6.บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้มีข้อบังคับของบริษัทและได้แต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และคณะกรรมการตรวจสอบไว้ แล้ว ปรากฎตามเอกสารแนบที่ 7 และบุคคลเหล่านี้ยังมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร การที่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) จะรวบรัดสรุปผลการสอบสวนกรณีนี้ และลงโทษแต่เฉพาะพนักงาานชั้นผู้น้อยเพียง 1 ราย และพนักงานระดับบริหารระดับกลางอีก 2 ราย จึงไม่ถูกต้องตามพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดที่แท้จริง และไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นเพราะพนักงานชั้นผู้น้อยเพียง 1 คน ได้กระทำการแก้ไขข้อมูลการลงโทษเกินดังกล่าว เพราะการที่ได้มีการตรวจสอบพบการกระทำความผิดแล้ว หากแต่น่าสงสัยว่าเป็นการสมคบร่วมกันหลายฝ่ายและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานหลายระดับรวมถึงคณะกรรมการบริษัทฯ มาเป็นระยะเวลา ยาวนาน

       7.ในปี 2548 บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้รับรองความถูกต้องงบดุลและงบกำไรขาดทุน ส่งให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงพาณิชย์ และผู้ถือหุ้นแล้ว และได้ใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นและในการชำระภาษี ซึ่งตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ดังกล่าวข้างต้น ปรากฎว่า อย่างน้อยยังมีรายรับอีกประมาณ 40 ล้านบาท ที่ไม่ได้ถูกนำมารวมในงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบการเงินในปี 2548 ของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็จะเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการที่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) โดยคณะกรรมการบริษัทฯ รับรองงบดุลและงบกำไรขาดทุนดังกล่าวเป็นเท็จ อันอาจเป็นการกระทำที่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นรวมทั้งประมวลกฏหมายอาญามาตรา 269 และกฎหมายภาษีอากรอีกด้วย

       8.ยังปรากฎข้อเท็จจริงที่น่าสงสัยว่ามีการทุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายในการประกอบกิจการของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) อื่นๆ อีก อาทิเช่น

       8.1 การจ่ายรางวัลค่านำเข้าซ้ำ ตามเอกสารแนบที่ 8

       8.2 การปล่อยให้มีการโฆษณาเกินโดยไม่เรียกเก็บเงิน ในรายการโทรทัศน์สารคดี บุคคลสำคัญของโลกของบริษัท จินตภา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

       8.3 การยินยอมให้บริษัทยูบีซีออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่น่าจะฝ่าฝืนสัญญาร่วมดำเนินการระหว่าง อ.ส.ม.ท. กับ บริษัท ไอ.บี.ซี. จำกัด

       8.4 การยินยอมให้บริษัท ยูบีซี นำเอาโลโก้ TRUE มาใช้ร่วมกับโลโก้ UBC และ MCOT ในการออกอากาศรายการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกเพื่อประโยชน์ในทางการค้า ทั้งที่ บริษัท TRUE ไม่ใช่ใช่สัญญากับ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)

       จึงเรียนมาเพื่อได้โปรดดำเนินการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำความผิดในกรณีต่างๆดังกล่าวโดยด่วนและแจ้งผลการตรวจสอบให้ข้าพเจ้าทราบด้วย และหากมีกรรมการของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ผู้ใดที่มีส่วนในการกระทำผิดดังกล่าว บุคคลผู้นั้นก็ไม่สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการชุดใหม่ของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)

http://www.bangkokbiznews.com/level3/news_120441.jsp
*********

ว่าไงครับ พนง.อสมท. 
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: 11-11-2006, 13:55 »

กรรมกรข่าวของทักษิณ

นี่ถ้าทักษิณยังอยู่อาจได้เป็นผอหรือบอร์ดอสมท

....

อสมท กำลังหาตัวเองไม่เจอ

เรื่องภายในถ้าขุดมากๆเข้าไป น่ากังวลแทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2006, 14:11 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #92 เมื่อ: 11-11-2006, 13:58 »

เห็นบอกว่า รมต. เค้าส่งเรื่องร้องเรียน เข้า ปปช. ไปแล้วนี่ครับ

ทีนี้เห็นท่าจะแก้ตัวลำบากหน่อยแล้ว
บันทึกการเข้า

banana_dot
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 187



« ตอบ #93 เมื่อ: 12-11-2006, 16:54 »

จะโทษพนักงานก็ไม่ได้นา
ตกเป็นเครื่องมือการดิ้นมากกว่า
บันทึกการเข้า

-"ภาพแห่งความทรงจำ แม้จะเลือนรางไปตามการเวลา หากแต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ ย่อมจะย้อนกลับมาทำให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเสมอ "
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #94 เมื่อ: 12-11-2006, 21:07 »

ล่าสุดนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีข่าวว่า เครือเนชั่นได้เสนอขายโฆษณาต่อเอเจนซี่ ในชื่อรายการ"เนชั่นนิวส์ทอล์ก" ซึ่งกำหนดจะออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา "ถึงลูกถึงคน" ตั้งแต่วันที่8 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยเขาระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และคิดว่าเป็นเรื่องของฝ่ายขายที่ทำหน้าที่ล้ำเส้น ยอมรับในการพบกับนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมผู้ผลิตสื่ออีก 3 -4 รายไม่ได้มีการนำฝ่ายขายของเนชั่นเข้าไปด้วย และทางเนชั่นได้รับการร้องขอจากนายรองพล เจริญพันธุ์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งรักษาการคณะกรรมการบริหาร อสมท หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่าอยากให้รายการของช่อง9 มีความหลากหลายโดยอยากให้มีการเสนอรายการที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย ซึ่งผู้บริหาร อสมท อยากให้เนชั่นเข้าไปทำรายการด้วย


โธ่ไอ้ถุยเอ๊ย พอผิดโดนจับได้ไปโทษฝ่ายขาย อีแร้งตัวผู้หรือเปล่าวะเนี่ย



โธ่ ไอ้ถุยเอ๊ย พอผิดโดนจับได้ไปโทษ"ทุจริตทางนโยบาย" "บกพร่องโดยสุจริต" "เจตนาร้าวทางเทคนิค" อีแร้งตัวผู้หรือเปล่าวะเนี่ย....



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: 13-11-2006, 02:37 »

แถไม่ออกหรอกครับ ให้ดี ต้องอ่านที่อาจารย์สมเกียรติพูดน่ะ ชัดที่สุดแล้ว

ถ้าอยากได้กำไรจากหุ้น ก็ขายทิ้งซะ มันคนละเรื่องมันเป็นเรื่องของ "นักลงทุน"

หากเค้าไม่ทำกำไร แล้วไม่แบ่งโบนัส นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อนักลงทุน

พวกนั้นเค้าลงทุนมีความเสี่ยง ไปสนใจทำไมครับ หน้าที่เราก็ทำหน้าที่ในฐานะ "ลูกจ้าง" ให้ดีก็พอ

ถ้าพนักงาน อสมท. จะเอาความเป็น "เจ้าของ อสมท." ในฐานะ "ผู้ถือหุ้น" มาพูด นี่เข้าข่าย "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ไปโน่นเลยนะ...

ทำหน้าที่ สื่อมวลชนที่ดี ก็พอแล้ว...ให้ความรู้ ให้ความจริง ให้ทัศนคติที่ดี ๆ แก่ประชาชนเจ้าของประเทศดีที่สุดครับ

งานนี้พนักงาน อสมท. มองยังไงก็ "จมดิน" ไม่ได้ผุด ไม่ได้เกิด...หากยังสู้แบบนี้...จะไปทำข่าวแข่งช่องใหนได้..

มันแสดงถึงความไม่มีวุฒิภาวะจริง ๆ

ส่วน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้สัมภาษณ์เรื่อง ช่อง 11 นั่น เค้าสัมภาษณ์ เข้าท่าที่สุด อิ อิ

จะล้างกลุ่มทุนทักษิณ นี่สิได้ใจประชาชน ( แอบเชียร์หน่อยนะ )
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: