ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-11-2019, 18:40
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กระทู้รวม : วิพากษ์ อสมท. กับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อ (Update!) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
กระทู้รวม : วิพากษ์ อสมท. กับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อ (Update!)  (อ่าน 6318 ครั้ง)
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 07-11-2006, 15:04 »

ใจจริงจะตีพิมพ์เรื่องคอลัมน์คุณกาแฟดำ แต่ทำไปทำมามีเรื่องประดังเข้ามามากมาย เพื่อประหยัดพื้นที่ และให้การติดตามเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง จึงเปลี่ยนกระทู้เป็นการวิพากษ์ อสมท. ขอเชิญสมาชิกทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ อสมท. และวงการสื่อสารมวลชนได้ที่กระทู้นี้

กาแฟดำ : 'ค่า'ของ อสมท อยู่ที่ความเป็นอิสระ
7 พฤศจิกายน 2549 00:00 น.
ความเป็นมืออาชีพและภูมิคุ้มกันต่อการเมือง


ใครได้ดูรายการพิเศษภายใต้หัวข้อ"วิพากษ์นโยบายรัฐบาล" ของช่อง 9 อสมท เมื่อคืนวันเสาร์แล้ว ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านบวกอย่างชัดแจ้งของสถานี "สังคมอุดมปัญญา" แห่งนี้

เป็นครั้งแรกในหลายปีที่ความเห็นหลากหลายทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคม สามารถนำมาแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้อง "เชลียร์" รัฐบาล ไม่ต้องเอาอกเอาใจพรรคการเมืองหรือกลุ่มอำนาจใดในบ้านเมือง... เพราะนี่คือการแสดงจุดยืนของสถานีโทรทัศน์ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ และเนื้อหาสาระเพื่อสาธารณะที่ต้องการได้ยินได้ฟังความเห็นจากทุกๆ ด้าน เพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบบ้านเมืองนำไปพิจารณา และแก้ไขอย่างถูกต้อง ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

เพราะสถานีโทรทัศน์ใช้คลื่นความถี่ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ (ไม่ใช่รัฐบาลหรือกลุ่มการเมืองที่เข้ามามีอำนาจในช่วงใดช่วงหนึ่ง) ดังนั้น จึงต้องนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของการสื่อความหมายของสังคมมิใช่เป็น "เครื่องมือ" ของผู้หนึ่งผู้ใดหรือคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

ที่ว่าน่าชื่นชมเพราะนักวิชาการ นักคิด นักปฏิบัติมากมายหลายคน ได้รับเชิญให้มาแสดงความเห็นเพื่อวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เพิ่งแถลงต่อสภานิติบัญญัติไปก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน

หลายคนที่แสดงความเห็นในรายการทางช่อง 9 คืนนั้น ไม่เคยได้รับเชิญจากสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ เพราะเป็น "บุคคลต้องห้าม" ในสายตาของระบอบทักษิณ เหตุเพราะท่านเหล่านั้นมีความเห็นเป็นอิสระ กล้าวิจารณ์นโยบายของรัฐบาล (ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯก็ตาม) และสะท้อนถึงความคิดความอ่านที่ประชาชนจำนวนไม่น้อย ต้องการได้ยินเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาล

แปลว่าต่อแต่นี้ไปช่อง 9 จะเป็น "เวทีเพื่อประชาชน" อย่างแท้จริง และคำว่า "มหาชน" ของอสมท จะไม่ใช่เพียงสะท้อนถึงโครงสร้างการถือหุ้นเท่านั้น หากแต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความเป็น "มหาชน" ในเนื้อหาสาระที่นำเสนอต่อประชาชนได้ด้วย

ที่น่ายินดีไม่น้อยไปกว่าการได้เห็นและได้ยินนักคิดนักวิเคราะห์ที่กล้าพูดกล้าแสดงออกได้มีโอกาสเสนอความเห็นต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผยก็คือ ภาพที่เห็นผู้ดำเนินรายการสามท่านที่เป็นคนของช่อง 9 เอง...แสดงถึงศักยภาพของบุคลากรของ อสมท ที่จะทำรายการที่มีคุณภาพ น่าสนใจและเป็นตัวแทนของประชาชนในการตั้งคำถามและยกประเด็นที่ควรจะถาม

รายการพูดคุยและสัมภาษณ์ของสถานีโทรทัศน์ที่เป็นของมหาชนไม่จำเป็นต้องเป็นรายการแบบ "ขอรับกระผม...รัฐบาลของท่านเก่งจังเลยครับ...ท่านช่วยเล่ารายละเอียดของความสำเร็จแห่งนโยบายของท่านได้ไหมครับ?" อีกต่อไป

นี่เป็นโอกาสทองสำหรับทุกคนที่รักอสมท จะใช้เพื่อการปรับเปลี่ยนให้องค์กรแห่งนี้มีความเป็นมืออาชีพและมีความเป็นอิสระที่จะรับใช้ประชาชนทางด้านข้อมูลข่าวสาร และเป็นเวทีกลางสำหรับสาธารณชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง และสังคมอย่างแท้จริง

นี่เป็นช่วงจังหวะที่คนของอสมท ทั้งปวง จะร่วมมือช่วยกันผลักดันให้คณะกรรมการบริหารหรือ Board of Directors ใหม่ที่มีอิสระทางความคิด ไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรืออิทธิพลด้านธุรกิจจากกลุ่มไหนของสังคมในอันที่จะสร้าง "ภูมิต้านทาน" ของตนในระยะกลางและระยะยาวในอนาคตหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่

นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งที่คนของอสมท จะนั่งลงกับบอร์ดใหม่แห่งนี้ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ในอันที่จะช่วยกันเขียนกติกามารยาทใหม่เพื่อให้ อสมท เป็นทั้งองค์กรแห่ง "สังคมอุดมปัญญา" ที่มีความคล่องตัวทางธุรกิจ

อสมทมีความเป็น "โมเดิร์น" ในระดับหนึ่งทางด้านการตลาดและเนื้อหาของรายการที่น่าประทับใจแล้ว แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ "ความเป็นอิสระและมืออาชีพ" ที่ยั่งยืนและได้รับการปกป้องจากประชาชนคนดูผ่านกฎกติกาที่จะเขียนในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกที่จะตามมา

ผู้อำนวยการคนที่ผ่านมา(รวมทั้งคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ) ได้สามารถสร้างความสำเร็จทางด้านภาพลักษณ์และการตลาดที่ดีระดับหนึ่ง

แต่ความสำเร็จด้านการตลาดและภาพลักษณ์ที่อสมท ได้มาทุกวันนี้ เกิดจากบรรยากาศการเมืองใน "ระบอบทักษิณ" ที่ไม่อนุญาตให้ อสมท มีความเป็นอิสระทางความคิด ไม่อนุญาตให้ทำหน้าที่ของ "สื่อเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ" อย่างแท้จริง ...การเซ็นเซอร์ทั้งเนื้อหาและทิศทางของข่าว และรายการสาระภายใต้ระบอบทักษิณ เป็นเช่นไร คนใน อสมท ย่อมทราบดี

เพราะความเป็นคนข่าวด้วยกันผมเข้าใจถึงความอึดอัดและความผิดหวังของคนมืออาชีพใน อสมท อย่างลุ่มลึก

ต่อแต่นี้ไปความสำเร็จของ อสมท และ "ค่า" ของ อสมท (ไม่ว่าจะเป็นคุณค่าแห่งความเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้ใจหรือราคาของหุ้นซึ่งจะต้องไปด้วยกัน) จะอยู่ที่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นมืออาชีพ อิสระ สามารถตอบคำถามของประชาชนได้ และดำเนินธุรกิจอย่างคล่องแคล่ว สามารถแข่งขันกับสถานีโทรทัศน์ข่าวสารและสาระของต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

อสมทมีลักษณะแปลกไปจากองค์กรสื่ออย่างอื่น ตรงที่ว่าขณะที่เป็นบริษัทเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็ยังเป็นของรัฐเพราะกระทรวงการคลังยังถือหุ้นอยู่เกินร้อยละ 70

ข้อดีของโครงสร้างนี้คือความคล่องตัวในการทำงาน ข้อเสียคือยังอาจอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมือง และความอ่อนไหวในตลาดหุ้นที่มักจะมองทุกอย่างในระยะสั้น เพราะต้องแสดงตัวเลขกำไรขาดทุนทุกสามเดือน

แต่อสมท ก็ย่อมจะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างนี้เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางด้านธุรกิจและความเป็นมืออาชีพทางด้านสื่อที่อิสระ ด้วยการให้กระทรวงการคลังที่ถือหุ้นใหญ่เกินร้อยละ 70 นี้ ให้ความมั่นใจด้วยการดูแลรับผิดชอบในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยเรื่องของความผันผวนของราคาหุ้นระยะสั้น ณ ปัจจุบัน ขณะที่ อสมท เดินหน้าสร้างคุณภาพ สร้างความแข็งแกร่งในความเป็นอิสระให้กับองค์กรและคนทำงานทั้งหมด

น่าชื่นชมด้วยซ้ำไปที่ผู้รับผิดชอบของอสมท ประกาศว่าการทำกำไรเป็นเพียงส่วนเดียวของภารกิจขององค์กรสื่อเพื่อประชาชนแห่งนี้ เพราะเหนือกำไรยังต้องมีคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

ไม่ต่างอะไรกับแนวทาง"เศรษฐกิจพอเพียง" ที่ไม่เน้นแต่เพียงอัตราเติบโตของ GDP ของประเทศแต่ต้องเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและจริยธรรมกับความรับผิดชอบต่อสังคม

ระดับชาติแนวทางใหม่คือการถมช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนระดับของ อสมท คือการถมช่องว่างระหว่างคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารกับคนถูกข่าวสารบางด้านบิดเบือนความเป็นจริง

เมื่ออสมท มีอิสระ มีความเป็นมืออาชีพที่ยั่งยืน ธุรกิจก็เดินหน้าไปได้บนพื้นฐานที่แข็งแกร่งไม่เพียงอาศัยความเก่งทางด้านการตลาดอย่างเดียว...เมื่อนั้น ราคาหุ้นก็จะหยุดผันผวนและจะสะท้อนถึงความเป็นตัวของตัวเองขององค์กรอย่างแท้จริง

เพราะในท้ายที่สุดแล้วสัจธรรมของโลกก็คือ good journalism is good business นั่นคือเมื่อการทำหน้าที่ของสื่อได้มาตรฐานอย่างยั่งยืนแล้ว ธุรกิจก็จะมาเอง...และมาอย่างยั่งยืน ถาวร...ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างไรก็ตาม

บอร์ดรัฐมนตรีธีรภัทร์ และรักษาการผู้อำนวยการของ อสมท เช่นคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร นั้นมาอยู่ในตำแหน่งเพียงแค่ไม่กี่เดือนก็จะต้องไปตามภาระหน้าที่ ไฉนคนของ อสมท จึงไม่ "ใช้" เขาเหล่านี้เสริมสร้างความแข็งแกร่ง ภูมิต้านทานต่ออิทธิพลการเมืองในอนาคต และประสานมือเดินหน้าเพื่อสร้าง อสมท ให้เป็นสื่อแห่งความภาคภูมิของคนไทย ที่ยิ่งวันก็ยิ่งจะเรียกร้องมาตรฐานจากวงการ

สื่อสารมวลชนทั้งของเอกชนและรัฐมากขึ้นทุกวัน

ภาพและเสียงของรายการ"วิพากษ์นโยบายรัฐบาล" ทางช่อง 9 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาตอกย้ำให้เห็นว่าศักยภาพขององค์กรแห่งนี้มีมากกว่าที่หลายคนคิด...และผมเชื่อว่าคนไทยที่ต้องการข่าวสารที่มีคุณภาพ และเวทีที่เปิดกว้างและเป็นอิสระนั้น จะยืนอยู่ข้างคนของ อสมท มืออาชีพทุกคน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 13:09 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #1 เมื่อ: 07-11-2006, 15:10 »

เหอ เหอ กาแฟดำ น้ำลายย้อยมาเชียว เอ้าอย่ากัดกันสิ แบ่งกันกินนะ
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 07-11-2006, 15:15 »

เมื่อเปรียบเทียบกับข่าวนี้



พนักงาน อสมทร่วม 100 คน สวมเสื้อผ้าสีดำชุมนุมประท้วงบอร์ด ผวาการเปลี่ยนแปลงหลังมูลค่าหุ้นตกระเนระนาด  อ้างนโยบายใหม่ทำให้หุ้นร่วง หวั่นปรับผังใหม่กระทบรายได้ “แดนสนธยา” กำลังกลับมา      
      
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.00น.พนักงานอสมท กว่า 100 คน แต่งกายด้วยชุดดำและสวมเสื้อยืดสีดำที่มีข้อความว่า "หยุดทำร้ายอสมท.และแดนสนธยากำลังกลับมาแล้ว" รวมตัวกันที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อคัดค้านการทำงานของคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) อสมท. ชุดใหม่ ที่มี นายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท โดยทุกคนสวมเสื้อยืดสีดำด้านหน้ามีข้อความ “หยุด...ทำร้าย อสมท” ส่วนด้านหลังมีข้อความ “แดนสนธยา มันกลับมาแล้ว” เพื่อเป็นการประท้วงการทำหน้าที่ของบอร์ด อสมท ชุดใหม่ และนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้คัดเลือกบอร์ดชุดปัจจุบันเข้ามาทำงาน และได้แจกเอกสาร "สัมมาปัญญาจริงหรือ?" โดยมีพนักงานอสมท.ร่วมลงชื่อ 600 คน เพื่อคัดค้านแนวทางการทำงานของบอร์ดอสมท.ชุดนี้

เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวมีใจความสำคัญว่า หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงบอร์ด และรักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ อสมท แล้ว นายพงษ์ศักดิ์มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนนโยบายอสมท จากสังคมอุดมปัญญา มาเป็นสัมมาปัญญา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงผังรายการวิทยุและโทรทัศน์ ในสัมปทาน อสมท โดยอ้างแนวทางการทำงานว่า "จะไม่เน้นกำไรเพราะตัวเลขกำไรของอสมท. คือความขาดทุนของรัฐ ที่ต้องไปเยียวยาสังคม จึงอาสาจะเข้ามาเป็นผู้ยกก้อนหินที่ทับต้นหญ้าแห่งนี้ออกไป เพื่อให้อสมท.มีความแข็งแรง" ส่งผลให้หุ้นอสมท ตกลงอย่างมาก

เอกสารระบุว่าความจริงอีกด้านที่น่าสนใจคือ ผู้บริหารระดับสูงของอสมท.เข้าพบนายธีรภัทร์ เสรีรัรงสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลอสมท. ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อบอร์ดบริหารชุดใหม่ โดยมีนายค. ตัวแทนจากนสพ.ผู้จัดการ นายอ.และฝ่ายขายของเครือเนชั่น นายจ.นักวิชาการ นักจัดรายการ และอดีตส.ว. ชื่อดังโดยเสนอนายธีรภัทร์ เพื่อขอเวลา Prime Time ของโมเดิร์นนายทีวี โดยมีการตกลงจัดสรรเวลากันแล้ว จึงขอตั้งคำถามว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่ และเปิดกว้างให้กับผู้จัดรายการคุณภาพที่หลากหลายจริงหรือไม่

เอกสารระบุอีกว่าบุคคลข้างต้นมีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจดังนี้ 1.นายธีรภัทร์เคยเป็นผู้จัดรายการวิทยุผู้จัดการ ในยุคที่อสมท.เปิดให้สัมปทานกับบุคคลภายนอกมาดำเนินการคลื่นวิทยุ เมื่ออสมท.นำคลื่นมาบริหารเอง ต้องยกเลิกสัมปทานคลื่นผู้จัดการ และโดยส่วนตัวของนายธีรภัทร์ ก็ได้ขอยื่นเช่าเวลาเพื่อผลิตรายการเอง แต่อสมท.มีนโยบายบริหารวิทยุเอง เพื่อรองรับรัฐธรรมนูญมาตรา 40 จึงไม่สามารถให้เวลาได้

2.แนวคิดสัมมาปัญญาของนายพงษ์ศักดิ์ สอดคล้องกับแนวคิดของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่กล่าวไว้ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่เผยแพร่ทางสถานีโททัศน์ช่อง 9 ด้วยว่า "สังคมไทยเป็นสังคมที่น่ากลัวเพราะเป็นสังคมที่ขาดสัมมาปัญญาเสริมปัญญาให้อย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นสัมมาปัญญาที่ถูกต้อง" และก่อนหน้านี้นายสนธิไม่พอใจอสมท. ที่ถูกถอดผังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เพราะเคยพยายามเข้ามาทำรายการโทรทัศน์ทางยูบีซีเคเบิ้ลทีวี และต้องการมีโฆษณา และลงทุนไป 300 ล้านบาทแล้ว โดยนายสนธิผลักดันเรื่องในนี้ยุครัฐบาลทักษิณ แต่ถูกปฏิเสธจากอสมท. นายสนธิจึงประกาศว่าจะขอลุยเอง

3.นายพงษ์ศักดิ์กล่าวกับผู้บริหารอสมท.ว่า จะทำงานนี้อย่างน้อย 1 ปี โดยขอมีห้องทำงานอยู่ภายในสำนักข่าวไทย ทั้งที่บอร์ดอสมท. ควรเร่งรัดให้มีการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพื่อไม่ให้เสียหายกับองค์กร และนายพงษ์ศักดิ์ยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งในเครือบริษัทมติชน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เหมือนกับอสมท. ถือเป็นการขาดหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ และนโยบายของนายพงษ์ศักดิ์ กับบอร์ดอสมท. ที่กระทบกับหุ้นอสมท.ในเชิงลบในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นธรรมกับพนักงานอสมท. และผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือไม่

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวและช่างภาพอสมท.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล ก็แต่งกายด้วยชุดสีดำด้วยเช่นกัน และเตรียมที่จะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีด้วย
 
ก่อนหน้านี้มีรายงานมมาตลอดว่า บอร์ดชุดใหม่ของ อสมท ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการ อสมท จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรที่ไม่เน้นด้านผลกำไรเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งจะเปลี่ยนผังรายการ รวมทั้งเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข่าวให้มีความหลากหลายต้องการให้เป็นสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ก็มีความเคลื่อนไหวของพนักงานส่วนหนึ่งที่กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และบางส่วนยังเรียกร้องให้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กลับเข้ามาเป็นผู้อำนวยการ อสมท อีกครั้ง ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเวลานี้ราคาหุ้นของ อสมท ตกลงมาจากเดิมกว่า 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว

อ่านข่าวนี้แล้ว ได้แต่เดาวัฒนธรรมมาลัยไทยรัฐ จากข้อความดังต่อไปนี้

• โดยมีนายค. ตัวแทนจากนสพ.ผู้จัดการ
คำณูญ สิทธิสมาน

• นายอ.และฝ่ายขายของเครือเนชั่น
อดิศักดิ์ ลิ้มปรุ่งพัฒนกิจ

• นายจ.นักวิชาการ นักจัดรายการ และอดีตส.ว. ชื่อดัง
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 15:18 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #3 เมื่อ: 07-11-2006, 15:24 »

น่าเห็นใจคน อสมท นะครับสมัยก่อนกว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ท่านผู้อำนวยการก็โดนยิง กลับสู่ยุคมืดอีก
พอได้นักบริหารมืออาชีพแม้จะมีสีม่วง (ก่อนหน้าก็สีม่วงเหมือนกันแต่บริหารไม่เป็น) ก็ทำผลงานได้ดี
มาก การที่ลาออกก็เป็นเรื่องสปิริต (ไม่ออกก็ถูกสอยอยู่ดี) จะกลับเข้ามาก็ติดข้อกฎหมาย คราวนี้มา
เจอ รมต. สัมมาปัญญาอ่อนเข้าไปอีก ก็โน่นเลยยุคมืดเคยเป็นไงก็กลับไปเป็นอย่างงั้นอย่าเจริญเลย
เป็นที่มั่วสุมของไอ้พวกสื่อไม่มีรูออกก็แล้วกัน พนักงานทั้งหลายก็มาเป็นคลื่นใต้น้ำกันเถอะ
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 07-11-2006, 15:34 »

ผมไม่รู้ว่า ที่ผ่านมา "สังคมอุดมปัญญา" ในความหมายของ อสมท.คืออะไร
ใช่เพียงการซื้อสารคดีเก่าๆ จากยูบีซีมาออกฉาย มากกว่าที่จะลงทุนผลิตเอง
ใช้เป็นเครื่องมือของพรรคไทยรักไทย ในการใช้เป็นเครื่องมือพี.อาร์แก่บรรดารากหญ้า
ไม่ว่าจะสารพัดผลงานจาก ธงฟ้ามหาชน รากหญ้าสู่รากแก้ว โอท็อปซิตี้ และอีกสารพัด

การเปิดโอกาสให้บุคคลที่เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามทักษิณมาจัดรายการโทรทัศน์
แม้ประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายที่ศรัทธาสาวกทักษิณ จะมองว่าเป็นเรื่องไม่เป็นธรรม
และเห็นว่าเป็นการสมประโยชน์ให้กับคนในธุรกิจสื่อมวลชน แต่ถามว่า
ในช่วงที่ ผอ.มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการ อสมท. มีสัดส่วนรายการสาระ
โดยเฉพาะรายการข่าว ที่ผลิตออกมาแต่ละรายการโดยมีจุดมุ่งหมายต่างกัน

แต่ถามหน่อยว่า สำหรับที่ผ่านมาแล้ว พวกเขาได้มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่ท่านไม่ชอบหรือไม่

รัฐบาลทักษิณพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ภาพในแง่ลบปรากฏออกมา โดยใช้วิธีให้คนใกล้ชิด
สั่งให้บรรดากองบรรณาธิการสื่อฟรีทีวี ลดการนำเสนอข่าวในเชิงลบต่อรัฐบาลทักษิณ
อสมท.ก็เคยมีประวัติจากการที่คนในวงการข่าวเล่าให้ฟังว่า คนใกล้ชิดนายกฯ โทรศัพท์ไปต่อว่า
นายมิ่งขวัญ จากการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวไทยที่ชี้ให้เห็นถึงภาพของรัฐบาลในแง่ลบ

จริงๆ แล้วการชุมนุมประท้วงแต่งชุดดำของพนักงาน อสมท.ไม่ใช่เป็นการสู้อย่างสามัคคี
แต่เป็นการต่อสู้บนพื้นฐานของความแตกแยกในองค์กร ที่ผ่านมาผู้บริหารอย่างนายมิ่งขวัญ
รับพนักงานใน อสมท.เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการกลืนวัฒนธรรมด้านการทำงาน
ของสำนักข่าวไทยจนหมดสิ้น อีกทั้งพนักงาน อสมท.คนเก่า ที่ยังจงรักภักดีต่อนายมิ่งขวัญ
ต่างสมประโยชน์จากการที่เงินเดือนและโบนัสเพิ่มขึ้นจากการเติบโตหลังแปรรูปเป็นบริษัท

ฝ่ายสมประโยชน์รู้ทั้งรู้ว่า รายได้ของ อสมท.มาจากไหนเป็นหลัก...?

แต่ไม่ใช่ว่าฝ่ายที่แตกแยกจะออกมาประท้วง พนักงาน อสมท.ส่วนหนึ่งที่ยังหวั่นเกรงต่อ
ประธานบอร์ด นายพงษ์ศักดิ์ อดีตคนทำงานมติชน ที่ว่ากันว่าเป็นคนเอาจริงเอาจัง ยิ่งทำให้
พนักงาน อสมท.เกิดอาการขวัญหนีดีฝ่อ จะคอยเลียแข้งเลียขานายมิ่งขวัญเหมือนแต่ก่อนก็ไม่ได้

พูดง่ายๆ กลัวตัวเองจะตกงาน ...

เรื่องนี้คงต้องดูกันยาวๆ ถึงการเสียผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงของพนักงาน อสมท.
กับสภาวะบนความไม่แน่นอน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และท้ายสุด ต้องออกมาสู้หัวชนฝา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 15:37 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #5 เมื่อ: 07-11-2006, 15:41 »

โอ้โห ยาวขนาดนี้ตั้งกระทู้ได้เลยนะเนี่ย แล้วตอนนี้มันต่างกันตรงไหน ก็ปิดข่าวเหมือนกัน
มันเป็นธรรมชาติของชาวโลก ใครๆ ก็อยากจะให้ตัวเองดูดี ถ้าอยู่ในขอบเขตก็ไม่เห็นแปลก
พวกเสียผลประโยชน์ต่างหากถึงจะมาโวย ถ้ามีคนเกลียดทักษิณมาก สุดท้ายรายการก็ได้
ออกอยู่ดี เพราะรายการมันมีคนดูไงครับ ช่วงแรกใครด่าทักษิณมันไม่มีคนดูเค้าก็ต้องเอาออก
อยู่แล้ว เคยอ่านหนังสือพิมพ์ที่ประสงค์เขียนมั้ย
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 07-11-2006, 15:50 »

โอ้โห ยาวขนาดนี้ตั้งกระทู้ได้เลยนะเนี่ย แล้วตอนนี้มันต่างกันตรงไหน ก็ปิดข่าวเหมือนกัน
มันเป็นธรรมชาติของชาวโลก ใครๆ ก็อยากจะให้ตัวเองดูดี ถ้าอยู่ในขอบเขตก็ไม่เห็นแปลก
พวกเสียผลประโยชน์ต่างหากถึงจะมาโวย ถ้ามีคนเกลียดทักษิณมาก สุดท้ายรายการก็ได้
ออกอยู่ดี เพราะรายการมันมีคนดูไงครับ ช่วงแรกใครด่าทักษิณมันไม่มีคนดูเค้าก็ต้องเอาออก
อยู่แล้ว
เคยอ่านหนังสือพิมพ์ที่ประสงค์เขียนมั้ย

1. ผมก็ไม่เห็นว่าการนำเสนอข่าวของ อสมท.ดูเหมือนจะปิดข่าวเลยนี่ครับ
ซ้ำยังช่วยกระทืบด้วยการฉายความบกพร่องในการทำงานของนายกฯ สุรยุทธ และ คมช.
มีข่าวไหนบ้างที่ไม่ได้ออกอากาศ ข่าวชุมนุมสนามหลวงเห็นพี่ยุทธก็ออกอากาศให้อยู่แล้วนี่

2. มันจะมากกว่าให้ตัวเองดูดีนะสิ ... ถ้าเรื่องประเภทนายกฯ หกล้มขาเก้าอี้ หรือถูกผึ้งต่อย
นำไปออกอากาศยังพอว่าอยู่หรอก แต่เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายของรัฐบาลทักษิณ
หรือเรื่องวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล กลับไม่เห็นสื่อไหนออกอากาศในเวลาที่ทุกคนควรรับรู้
ถ้านึกย้อนไปยังช่วงที่ผ่านมาดู

3. ผู้ชมไม่จำเป็นจะต้องเป็นชาวบ้านร้านตลาด แต่รายการต้องมีความหลากหลายในกลุ่มผู้ชม
อย่าลืมว่าในช่วงที่ผ่านมา แม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์แบบชี้ให้เห็นถึงเหตุและผล ก็ยังโดนปลด
ถึงไม่ได้ใช้คำว่า ไอ้ขายชาติ โกงแผ่นดิน ก็ตาม ...
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 07-11-2006, 15:54 »

เพราะสถานีโทรทัศน์ใช้คลื่นความถี่ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ (ไม่ใช่รัฐบาลหรือกลุ่มการเมืองที่เข้ามามีอำนาจในช่วงใดช่วงหนึ่ง) ดังนั้น จึงต้องนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของการสื่อความหมายของสังคมมิใช่เป็น "เครื่องมือ" ของผู้หนึ่งผู้ใดหรือคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด
...
หลายคนที่แสดงความเห็นในรายการทางช่อง 9 คืนนั้น ไม่เคยได้รับเชิญจากสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ เพราะเป็น "บุคคลต้องห้าม" ในสายตาของระบอบทักษิณ


อดีตมันเห็นชัดว่าเป็นยังไง

ตอนนี้หลายคนที่เป็นพันธมิตรไปออกรายการ ดูเหมือนสิ่งแปลกปลอมยังไงก็ไม่รู้

ถ้านานๆไปคง หายแปลกไปเอง  Cool
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #8 เมื่อ: 07-11-2006, 15:59 »

เอาง่ายๆ แค่ข่าวน้ำท่วมก็แล้วกัน น้ำมันเพิ่มตลอดในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ข่าวว่าลง เพิ่งจะมาเพิ่มเอา
เมื่อวานหรือเมื่อวานซืนนี่เอง มันเล่นลดกันทุกช่องแล้วจะไม่ให้คิดว่าปิดข่าวได้ยังไง นี่ไปเห็นกับตาถึงจะ
รู้ว่ามันเพิ่ม ส่วนเรื่องผู้ประท้วงออกข่าวมาว่ามี 20 คนบ้าง 100 คนบ้าง ที่เค้าถ่ายรูปลงใน web ใต้ดิน
มันเกิน 300 แน่นอน แล้วก็มีต่อเนื่องทุกวัน ข่าวแทบไม่ให้ความสำคัญ ก็เหมือนกันนะแหละกระแสมันอยู่
ที่ไหนเค้าก็ให้ความสำคัญกับข่าวนั้น เพราะมันเป็นการทำธุรกิจนี่ครับ ข่าวที่ขายไม่ได้เค้าก็จะไม่พยายาม
ลงกัน รายการก็คงเหมือนกัน ถ้ามันเป็นความรู้เกินไป เครียดเกินไป ไม่มีโฆษณาเค้าก็ต้องเอาออก อย่าง
เรื่องถ้าจะจับผิดรัฐบาลที่แล้วมันต้องเป็นบทความโจมตีในหนังสือพิมพ์ก่อน เพราะข่าวในทีวีมันจะเป็นข้อ
เท็จจริงซะเป็นส่วนมาก
บันทึกการเข้า
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #9 เมื่อ: 07-11-2006, 16:19 »

" ซื้อสารคดีเก่า ๆ จาก UBC มาขาย "

รู้ไหมครับ ว่า สารคดี หนึ่งเรื่อง ราคาเท่าไหร่ ? ที่จะผลิตเอง ?
หรือถ้าผลิตเองแล้วจะมีคนดูไหม ? คุณภาพได้ใกล้เคียงเค้าไหม ? ฐานคนดูมากน้อยแค่ไหน ? หรือต้องลงทุนเท่าไหร่ ?

สารคดีมันคือวิชาการหนัก ๆ นะครับ
แต่จะทำยังไงให้มันดูง่าย ๆ ดูสนุก ดูได้ทุกเพศทุกวัย มันยากนะครับที่ใครจะกล้ามาลงทุนในด้านนี้เพราะฐานคนดูมีมากน้อยแค่ไหนล่ะครับ ?

สารคดีหนึ่งเรื่องต้นทุนไม่น้อยนะครับ ยิ่งสารคดีทีเป็นทางด้าน วิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงเค้าไม่อนุญาตให้เราเข้าไปยุ่งได้ง่าย ๆหรอกนะครับ
ง่าย ๆ ขนาดในโรงงานอุตสาหกรรมเช่น โตโยต้า ยังไม่อนุญาต ให้ถ่ายภาพเลยนะครับ

หรือ สื่อที่ออกความเห็นแย้งกับรัฐแล้วไม่ได้ออก ? เช่น
      นายจ.นักวิชาการ นักจัดรายการ และอดีตส.ว. ชื่อดัง
      ท่านเคยมีปัญหาเกี่ยวกับคดีอะไรในอดีตล่ะครับ ?
      

การแทรกแซงสื่อของรัฐมันเป็นเรื่องปกติครับ

ถ้าจะว่าสมัยรัฐบาลที่แล้วก็ดู เวปที่มีความเห็นตรงข้าม โดนปิดไหมครับ เวปเมเนเจอร์ โดนปิดไหมครับ
แต่พอมาสมัยรัฐบาลนี้ เวปที่มีความเห็นตรงข้ามโดนปิดไหมครับ เวปพันทิพ ราชดำเนิน คนที่ไม่เป็นสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์เข้าหรือที่อื่น ๆ อีก

ในยุคสมัยที่มีการแย้งชิงความเห็นประชาชนคนที่มีพื้นฐานมาจากสื่อก็มีชัยในสมรภูมินี้แหละครับ
อย่างที่เค้าพูดล่ะครับว่า "ยุคนี้เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร" ใครสามารถเสนอข่าวให้เป็นไปในแนวทางที่ตนเองต้องการได้ก็มีชัย ครับ

เพราะอย่าลืมนะครับว่า พื้นฐานของผู้รับฟังข่าวสารมีวิจารญาณไม่เท่ากัน บางคนฟังครั้งแรกแล้วเชื่อ บางคนที่ต้องฟังหลาย ๆที่แล้วเชื่อ
บางคนฟังแล้วมาคิดก่อนแล้วจึงเชื่อ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้า ใคร คุมเสื่อ ได้ก็ชนะ เพราะ ทุกคนเสพย์สื่อแล้วจึงเชื่อทั้งสิ้น

สนธิ ลิ้มฯ ยังเคยพูดเลยครับ ว่า สื่อมีหน้าที่รับใช้ทุน


ลองสังเกตุสิครับก่อนที่ นายมิ่งขวัญ จะมาบริหาร ช่องเก้า คุณดูช่องเก่ามากน้อยแค่ไหนครับ
แล้วตอนนี้คุณดูช่องเก้ามากน้อยแค่ไหนครับ

"สัมมาปัญญา" มันเป็นอุดมคติครับ
สื่อก็ต้องกินข้าว ส่งลูกเรียน ดูแลครอบครัว ช่างกล้อง ช่างไฟ คนขับรถ ต้องกิน ต้องใช้กันทั้งนั้น ครับ
จะมาปรับผังไม่เอากำไร มันเป็นไปไม่ได้ครับ

สมมุติลองให้คุณทำงานบริษัทแล้วเจ้านายบอกว่า "เอาล่ะเราจะรับใช้สังคมบ้าง"
เราจะตัดเงินเดือนพนักงาน 40 % มารับใช้สังคม ปลูกต้นไม้  คุณยอมไหมครับ ?

อย่าลืมนะครับว่าการรัฐประหารครั้งนี้มันเกี่ยวอะไร กับการปรับเปลี่ยนนโยบายของ ช่องเก้า ไม่เกี่ยวอะไรกันครับ ?
 
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 07-11-2006, 16:28 »

" ซื้อสารคดีเก่า ๆ จาก UBC มาขาย "

รู้ไหมครับ ว่า สารคดี หนึ่งเรื่อง ราคาเท่าไหร่ ? ที่จะผลิตเอง ?
หรือถ้าผลิตเองแล้วจะมีคนดูไหม ? คุณภาพได้ใกล้เคียงเค้าไหม ? ฐานคนดูมากน้อยแค่ไหน ? หรือต้องลงทุนเท่าไหร่ ? [/color]

สารคดีมันคือวิชาการหนัก ๆ นะครับ
แต่จะทำยังไงให้มันดูง่าย ๆ ดูสนุก ดูได้ทุกเพศทุกวัย มันยากนะครับที่ใครจะกล้ามาลงทุนในด้านนี้เพราะฐานคนดูมีมากน้อยแค่ไหนล่ะครับ ?

สารคดีหนึ่งเรื่องต้นทุนไม่น้อยนะครับ ยิ่งสารคดีทีเป็นทางด้าน วิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงเค้าไม่อนุญาตให้เราเข้าไปยุ่งได้ง่าย ๆหรอกนะครับ
ง่าย ๆ ขนาดในโรงงานอุตสาหกรรมเช่น โตโยต้า ยังไม่อนุญาต ให้ถ่ายภาพเลยนะครับ

หรือ สื่อที่ออกความเห็นแย้งกับรัฐแล้วไม่ได้ออก ? เช่น
      นายจ.นักวิชาการ นักจัดรายการ และอดีตส.ว. ชื่อดัง
      ท่านเคยมีปัญหาเกี่ยวกับคดีอะไรในอดีตล่ะครับ ?
      
การแทรกแซงสื่อของรัฐมันเป็นเรื่องปกติครับ

ถ้าจะว่าสมัยรัฐบาลที่แล้วก็ดู เวปที่มีความเห็นตรงข้าม โดนปิดไหมครับ เวปเมเนเจอร์ โดนปิดไหมครับ
แต่พอมาสมัยรัฐบาลนี้ เวปที่มีความเห็นตรงข้ามโดนปิดไหมครับ เวปพันทิพ ราชดำเนิน คนที่ไม่เป็นสมาชิกก็ไม่มีสิทธิ์เข้าหรือที่อื่น ๆ อีก


ในยุคสมัยที่มีการแย้งชิงความเห็นประชาชนคนที่มีพื้นฐานมาจากสื่อก็มีชัยในสมรภูมินี้แหละครับ
อย่างที่เค้าพูดล่ะครับว่า "ยุคนี้เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร" ใครสามารถเสนอข่าวให้เป็นไปในแนวทางที่ตนเองต้องการได้ก็มีชัย ครับ

เพราะอย่าลืมนะครับว่า พื้นฐานของผู้รับฟังข่าวสารมีวิจารญาณไม่เท่ากัน บางคนฟังครั้งแรกแล้วเชื่อ บางคนที่ต้องฟังหลาย ๆที่แล้วเชื่อ
บางคนฟังแล้วมาคิดก่อนแล้วจึงเชื่อ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้า ใคร คุมเสื่อ ได้ก็ชนะ เพราะ ทุกคนเสพย์สื่อแล้วจึงเชื่อทั้งสิ้น

สนธิ ลิ้มฯ ยังเคยพูดเลยครับ ว่า สื่อมีหน้าที่รับใช้ทุน


ลองสังเกตุสิครับก่อนที่ นายมิ่งขวัญ จะมาบริหาร ช่องเก้า คุณดูช่องเก่ามากน้อยแค่ไหนครับ
แล้วตอนนี้คุณดูช่องเก้ามากน้อยแค่ไหนครับ

"สัมมาปัญญา" มันเป็นอุดมคติครับ
สื่อก็ต้องกินข้าว ส่งลูกเรียน ดูแลครอบครัว ช่างกล้อง ช่างไฟ คนขับรถ ต้องกิน ต้องใช้กันทั้งนั้น ครับ
จะมาปรับผังไม่เอากำไร มันเป็นไปไม่ได้ครับ

สมมุติลองให้คุณทำงานบริษัทแล้วเจ้านายบอกว่า "เอาล่ะเราจะรับใช้สังคมบ้าง"
เราจะตัดเงินเดือนพนักงาน 40 % มารับใช้สังคม ปลูกต้นไม้  คุณยอมไหมครับ ?

อย่าลืมนะครับว่าการรัฐประหารครั้งนี้มันเกี่ยวอะไร กับการปรับเปลี่ยนนโยบายของ ช่องเก้า ไม่เกี่ยวอะไรกันครับ ?
 

ขออนุญาตครับ

เว็บแมเนเจอร์จะถูกปิดครับ แต่พวกคุณก็ไม่เห็นว่ามันปิด
เพราะคำสั่งศาลปกครองช่วยเว็บผู้จัดการได้ทันครับ....

อีกอย่าง พันทิปที่ให้ห้องราชดำเนินปิดตัวเอง
มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คมช.น้อยมาก ไม่มีใครสั่งให้ปิดครับ

ส่วนใครสั่ง ไปอ่านแถลงการณ์ในพันทิปดูก็ได้ หรือคุณไม่มีล็อกอิน  Exclamation

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 16:31 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #11 เมื่อ: 07-11-2006, 16:47 »

ผมมีล็อคอินครับ
แต่ผมเห็นว่า ทำไมต้องไม่ให้คนที่ไม่มีล็อคอินไม่สามารถเข้าไปอ่านความเห็นใน พันธิพ ราชดำเนินได้ครับ
เหมือนกับว่าจะปิดกั้นผู้สนใจอื่นๆ ที่ไม่มีล็อคอิน
หรือเวปอื่น ๆที่ต้องโดนปิดไปในช่วงนี้ครับ
อนึ่ง เวปพันธิพ ห้อง ราชดำเนินก็โดนปิด โดยที่ไม่ต้องขึ้นศาลเลยนะครับ ?
ทำไมก่อนที่จะปิดไม่นำคำสั่งศาลมาเป็นคำสั่งก่อนล่ะครับ ?

ขอบคุณครับ

บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #12 เมื่อ: 07-11-2006, 16:51 »

สมัยทักษิณไม่ชอบใช้วิธีปิด
แต่ปลด ลูกเดียว 
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #13 เมื่อ: 07-11-2006, 17:09 »

ถ้า พล.อ.สนธิ ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ห้ามเอสเอ็มเอส หรืออะไรต่างๆ ก็ถือว่าก้าวเข้ามาในสิทธิเสรีภาพแล้ว เราก็ต้องใช้วิจารณญาณเอาตามปกติ ไม่ว่าสถานการณ์ปฏิวัติหรือสถานการณ์ทักษิณ

พูด กันตรงๆ ไม่ได้เข้าข้างคณะปฏิวัติ ทักษิณน่ะโหดกว่า เพราะใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือ เป็นอำนาจในการว่าจ้างหรือถอดถอน เป็นสิ่งมองไม่เห็น


อำนาจทางตรงดีกว่าทางอ้อมหรือ
มัน โหดร้ายกว่า อันนี้พูดตามความเป็นจริง ไม่ได้พูดสวยงาม กลัวเสียภาพลักษณ์ ผมเคยไปบรรยายที่รามคำแหงเรื่องบทบาทของสื่อมวลชนกับรัฐ ผมจะพูดถึงประสบการณ์ของผมตลอดรัฐบาลเปรมกับรัฐบาลทักษิณ ผมแฮปปี้มากในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ เพราะพอทำรายการเขากั้น เขาห้าม แต่ไม่เคยฟันทิ้ง หรือทุบทิ้งทั้งหมดให้ลำบาก ไม่เคยตกงาน แต่พอมาถึงยุคคุณทักษิณ ถ้าไม่เป็นพวกเขามันไม่ได้ทำงานเลย เขาจะบอกคนที่คุมเราอยู่

ยุคพลเอกเปรม เขาจะเตือนเรามา ให้เราหยุด แต่ลูกน้อง ส่วนอื่นๆ ยังทำงานปกติเหมือนเดิม เพียงแต่ผมมันซ่ามากไป เขาก็ขอร้องให้หยุด คุณประสงค์ สุ่นสิริ นี่แหละที่เรียกไปคุย แต่ยุคคุณทักษิณนี่ไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนสั่ง รายการวิทยุผมทำมาเกือบ 20 ปีที่ต่อเนื่องกันมารายการเดียว และเป็นรายได้หลักที่เลี้ยงครอบครัว พอพูดไม่ถูกใจ สถานีก็โทรมาบอกให้หยุด แต่ถามว่าใครสั่ง ไม่รู้ ทั้งๆ ที่เรารู้แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะสืบไปไม่ถึง อำนาจมืดแบบนี้มีอยู่ทั่วไป แบบนี้มันโหดร้ายกว่า เพราะมันเป็นธุรกิจและการเมืองปนกันหมด และแก้ปัญหาโดยระบบก็ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นยุคพลเอกเปรมมันพูดกันตรงๆ

พูดแล้วอาจจะดูไม่ดีเลย แต่โดยประสบการณ์ส่วนตัวผมว่าทักษิณแย่กว่าประสบการณ์ทหารที่ผมเคยเจอมาในอดีต ส่วนพล.อ.สนธิ ผมไม่ทราบ

แต่เขาคุมเนื้อหาการนำเสนอ
เขาคุมเฉพาะข่าว ไม่ได้เข้ามาคุมทั้งผังรายการ หรือเอาพวกเขาเข้ามาผลิตรายการ เพียงแต่ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ยังไม่ได้มาสั่ง

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
คนเดินดิน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #14 เมื่อ: 07-11-2006, 17:13 »

แค่เปลี่ยนผู้บริหาร กลัวอะไรกันนักกันหนา

หรือกลัวถูกขุดคุ้ย
บันทึกการเข้า
Me.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #15 เมื่อ: 07-11-2006, 18:15 »

เปลี่ยนผู้บริหาร นโยบายก็เปลี่ยนสิครับ
งั้นทำไม เลือกตั้งเอา นายกฯ ยังต้องเดือดร้อนกันขนาดนี้ล่ะครับ ?

ผู้บริหารก็เหมือนผู้เล็งปืนแหละครับ ประชาชนก็เหมือนเป้า
ผู้บริหารเล็งหลุดไปนิดเดียวเป้าคะแนนก็เปลี่ยนแล้วครับ
พนักงานก็เหมือนกับทีมช่วยเหลือผู้บริหารเล็งเป้าพลาดแต้มน้อย
สปอนเซอร์ก็ถอนตัว ทีมช่วยเหลือก็ตกงาน สิครับ 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 07-11-2006, 18:37 »

ไม่เคยคิดว่า อสมท. จะกล้าเปิดทางให้วิจารณ์นโยบายรัฐบาลขนาดนั้น

ต้องยอมรับว่า คืนนั้นเกือบ ๆ 3 ชั่วโมง เต็มอิ่มมาก ๆ ยังอยากให้มีรายการแบบนี้อีกบ่อย ๆ

ทั้ง ๆ ที่ฟังมาจาก การถ่ายทอดสดจากสภามา 16-17 ชั่วโมงก็ยังไม่อิ่ม

การเปิดเวทีแบบนี้ควรทำให้บ่อย ๆ อย่ามัวแต่หากำไรเลยครับ

เติมปัญญาให้ประชาชนมาก ๆ นั่นดีแล้ว พวกสถานีหาเงินน่ะ มีเยอะเกินไปแล้ว

ทำดีแล้ว ทำต่อไปครับ พวกพนักงานนนั้น เราก็แปลกใจที่ออกมาแสดงจุดยืนแปลก ๆ

นี่เล่นจะโกยเงินกันอย่างเดียว คงลืมวิชาชีพ ที่ต้องต้องทำกันแล้วละหรือ

หรือถือว่า "เงิน" เป็นใหญ่กันไปหมด
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 07-11-2006, 19:06 »

ฮิฮิ...

วันนี้ดุข่าวอสมท.แต่งชุดดำประท้วง...


แล้วผมนั้งๆคิดในใจว่า..เออคนพวกนี้มันมียางอายกันมั่งรึไม่...


ที่เที่ยวออกมาบอกว่าการที่ำแบบนี้....ไม่ได้ทำเพราะผลประโยชน์อะไร...


และผมก็สงสัยว่า..ถ้ามันบอกว่ามันไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์มันก็ต้องทำเพื่องประชาชนและองค์กรณ์ใช้รึไม่...

และถ้าใช้...


ผมก็สงสัยว่า..อีตอนเหลี่ยมมันใช้อสมท.ผ่านเขจ้มิ่งแหกตาประชาชน...

เหตุไรไอ้คนพวกนี้มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน....

ไม่ออกมาอยู่ข้างประชาชนโดยการไล่เจ้มิ่งล่ะครับ...

ถุ้ย..
 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 07-11-2006, 20:21 »

สงสัยเป็นพวกทาสน้ำเงิน ที่ถูกปลดปล่อยแล้วไม่รู้จะไปใหนมากกว่าครับ
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #19 เมื่อ: 07-11-2006, 21:04 »

อสมท สร้างโคตรยาก เจ๊งโคตรง่าย กลับไปอยู่ยุคมืดอย่างเดิม ไอ้พวกทำไม่เป็นเห็นคนทำเป็นก็คิดว่าง่าย
พอตัวเองจะทำบ้าง แค่เริ่มต้นก็เน่าแล้ว สงสารพนักงาน ใครๆ ก็อยากให้องค์กรตัวเองก้าวหน้า มีความภาค
ภูมิใจในการทำงาน ไม่ต้องมาทำเช้าชามเย็นชาม เจอคนเก่งแต่ปากก็อย่างงี้แหละ สัมมาปัญญาอ่อน
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #20 เมื่อ: 07-11-2006, 21:16 »

ชาว อสมท.ที่แต่งชุดดำไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาลนั้นเกรงว่า
คณะกรรมการบริหารชุดใหม่และรักษาการกรรมอำนวยการคนใหม่
ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนท์เพื่อธุรกิจและรับใช้
ทักษิณ ให้เป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลและประชาชน  ประท้วงเพราะ.....

1. เกรงว่าจะเสียผลประโยชน์ที่เคยได้รับจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล
จากภาษีของประชาชน ที่มีสิทธิพิเศษในฐานะองค์การของรัฐ อสมท. ที่มีเครือข่ายสถานี
วิทยุกระจายเสียงที่นำไปให้เอกชนเช่าไปทำธุรกิจเป็นรายได้พิเศษ
และ"โฆษณาชวนเชื่อ"ให้ทักษิณ ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน....


2. เกรงว่าคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะย้อนกลับไปเป็นองค์การโฆษณาชวนเชื่อและ
แหล่งหากินเฉพาะกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เบ่งปันกว้างขวางกว่า ตกถึงมือคนที่ร่วมประท้วง...

3. เกรงว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะทำสถานีโทรทัศน์เพื่อประชาสัมพันธ์รัฐบาลใหม่
และเพื่อให้ประชาชนได้สิทธิเสรีในการแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีโอกาสในขณะที่เป็น
"โมเดิร์นไนน์" จะได้ใช้เวลาเพื่อสาระและสิทธิการแสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่ปิดกั้นการ
แสดงความคิดเห็นคนละฝ่ายกับทักษิณ....


ชาวอสมท. ประท้วง เพราะอะไร Question

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #21 เมื่อ: 07-11-2006, 21:25 »

อสมท สร้างโคตรยาก เจ๊งโคตรง่าย กลับไปอยู่ยุคมืดอย่างเดิม ไอ้พวกทำไม่เป็นเห็นคนทำเป็นก็คิดว่าง่าย
พอตัวเองจะทำบ้าง แค่เริ่มต้นก็เน่าแล้ว สงสารพนักงาน ใครๆ ก็อยากให้องค์กรตัวเองก้าวหน้า มีความภาค
ภูมิใจในการทำงาน ไม่ต้องมาทำเช้าชามเย็นชาม เจอคนเก่งแต่ปากก็อย่างงี้แหละ สัมมาปัญญาอ่อน



ถ้าทำสถานีโทรทัศน์ อสมท.ให้เป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานของรัฐบาลในรัฐบาลก่อนหน้ารัฐบาลทักษิณเป็นเรื่องยากและให้ความรู้ ให้ความเข้าใจแก่ประชาชน และให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเสรีนั้นยาก เพราะข้าราชการที่บริหารได้รับผลประโยชน์ไม่มากนัก ไม่มีกำลังใจจะทำให้ดีได้.....

ถ้าทำสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ ให้เป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาลทักษิณ และได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจ  เป็นเงินทอง เป็นหุ้นเพิ่มเติมจาก สถานีโทรทัศน์ที่สร้างจาก"ภาษีประชาชน" เงินเดือนจาก"ภาษีประชาชน" และเครื่องมือเครื่องไม้จาก"ภาษีประชาชน" และสิทธิพิเศษเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงสร้างจาก"ภาษีประชาชน" เหมือนกัน....ทำง่ายครับ ผมก็ทำได้ ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #22 เมื่อ: 07-11-2006, 21:29 »

ทำได้ไม่มานั่ง post ไร้สาระให้เวลาหมดไปวันๆ อย่างนี้หรอก ยอมรับตัวเองหน่อยเถอะ มีกี่คนทำได้บ้าง
ITV ยังทำได้ไม่เท่้ามิ่งขวัญเลย เค้าเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่อยู่โตโยต้าโน่น แล้วอสมท.เป็นองค์กร
ที่แสวงหากำไรนะครับ ไม่ใช่การกุศล อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่เครื่องมือของใคร การทำงานก็มีหลักมี
เกณฑ์ทั้งนั้น เป็นบริษัทมหาชนที่มีการตรวจสอบรัดกุม มีไม่กี่คนที่บริหารได้
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 07-11-2006, 21:34 »

 และเมื่อกี้...

ดูไอทีวี..นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์์กุล..

บอกว่าไม่เคยมีรัฐบาลไหน..นั้นเเทรกเเซงอสมท.มากมายขนาดนี้..

ทั้งๆที่เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง...


เลยทำให้ผมสงสัยอีกว่า...

สรุปว่างานนี้เขามาประท้วงอะไรกันครับ...

มาประท้วงรัฐบาล..เรื่องการยึดอำนาจรึไง...

ถึงมาพูดประเด็นเลือกตั้งไม่ได้เลือกตั้ง..รึงานนี้เป็นการฝนตกขี้หมูไหล...


และสงสัยต่อไปว่า..นางอรวรรณไปอยู่ไหนมา..

อีตอนที่จู่ๆเมื่อพี่น้องปากตลาดของคุณอภิสิทธิ์ไม่มาออกถึงลูกถึงคน..ก็เลยทำให้คุณอภิสิทธิ์ที่ต้องบินกลับมาจากภูเก็ตไม่มีสิทธิ์..


ผมจักถามว่าความจริงคืนนั้นใครเป็นคนขอ..  ใครเป็นคนสั้งสรยุทธิ์.. ว่่าไม่ให้อภิสิทธิ์มันออกน่ะ....

นางอรวรรณช่วยมาตอบผมที..เถอะ..


และยังไม่ร่วมเวลาสนธิมันชี้เเจงเรื่องการปลดรายการมัน..

ที่มันชี้เเจงมันเเทบไม่เคยเอามาออก..


แต่พอไอ้คณะเจ้มิ่งคือนายเรวัติ..กะนายธงทองชี้เเจงดันออกซะยาวเป็นหางว่าว..

สุดท้ายนี้หรือเขาเรียกว่าไม่ได้เเทรกเเซง..


และยังไม่รวมรายการการเมืองดีๆที่ต้องหลุดจากผังไปเมื่อครั้งเหลี่ยมและซือเจ้คุ้มช่อง๙

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 11:46 โดย An.mkII » บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #24 เมื่อ: 07-11-2006, 21:53 »

ทำได้ไม่มานั่ง post ไร้สาระให้เวลาหมดไปวันๆ อย่างนี้หรอก ยอมรับตัวเองหน่อยเถอะ มีกี่คนทำได้บ้าง
ITV ยังทำได้ไม่เท่้ามิ่งขวัญเลย เค้าเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่อยู่โตโยต้าโน่น แล้วอสมท.เป็นองค์กรที่แสวงหากำไรนะครับ ไม่ใช่การกุศล อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  ไม่ใช่เครื่องมือของใคร การทำงานก็มีหลักมี
เกณฑ์ทั้งนั้น เป็นบริษัทมหาชนที่มีการตรวจสอบรัดกุม มีไม่กี่คนที่บริหารได้



คุณมิ่งขวัญ รู้ว่าจะมีคนอย่างคุณชอบแถและคิดอย่างนี้
เขาจึงกล้าเอา อสมท.ที่สร้างด้วยเงินภาษีอากร และ เครือข่ายวิทยุ ของ อสมท.ไปใช้ประโยชน์ของเพื่อหากินพิเศษ...

ถ้ามีคนอย่างคุณ รสนา ฟ้องร้องศาลปกครองสูงสุด 
คุณมิ่งขวัญจะ"พลิกลิ้น"ว่า อสมท.ยังเป็นของรัฐวิสหกิจที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้น 70 % Exclamation

การไฟฟ้ฝ่ายผลิต กฟผ. มีราคาเพราะทักษิณนำสายไฟ เสาไฟ และเขื่อน ไปให้บริษัทมหาชนครอบครอง....


อย่าใช้"ลิ้น"นิติกรบริการและอลัชชีกฏหมายในยุคนี้อีกเลย...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

อย่ายอมให้คนเห็นว่าโง่ ไม่มีสติปัญญา และ คิดตื้นเขิน เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 07-11-2006, 21:58 »

และในวันนี้เท่าที่เป็นหน้าเป็นตานอกจากนางอรวรรณ..

ก็มีอีกคนที่วันนี้เห็นออกงิ้ว ออกลิเกขนานใหญ่...


ก็คือไอ้ตุ้ย..ลูกชายบิ๊กหอย..อีกคน... 


ที่พ่อมันก็เกาะฟุตบอลกิน...

ส่วนลูกก็เกาะคลื่นวิทยุ...สงสัยคงเลียนเบบพ่อ...กระมัง...


และในช่วงเจ้มิ่ง...ไม่ว่ามีคลื่นอะไรใหม่ๆที่่เป็นวัยรุ่น..เจ้มิ่ง..ก็ให้ตุ้ยจัดการทั้งนั้น..ไม่รู้จริงๆว่าเจ้แกโดนใจอะไรกะตุ้ย...

จริงชอบให้ตุ้ยมาดูแล...


ก็เลยทำให้วันนี้นั้นได้เห็นวันนี้ตุ้ย..ออกงิ้ว ออกลิเกขนานใหญ่... ว่าไม่ดีแบบนั้นแบบนี้...

แต่ความจริงแล้วตุ้ยกลัวหากินกะอสมท.ไม่ได้ซะมากกว่า...


เพรระตั้งแต่เจ้มิ่งเข้ามา..ตุ้ยนั้นฟันเงินไปจากอสมท.เท่าไหร่แล้วก็มิทราบได้...

และวันนี้พงศ์ศัิกดิ์จักมาล้างบางคลื่นตุ้ย..จักให้ตุ้ย..อยู่นิ่งได้ไง..
 

สุดท้าย..คลื่นที่ตุ้ยทำดีแค่ไหน..ไม่เคยฟัง..แต่ก็คงจักไม่พ้นเเนวเปิดเพลงตลาดหากินกะวันรุ่นอิงค่ายเทปไปวันๆ..

แล้วแบบนี้มันอุดมปัญญาตรงไหน..

ใครช่วยตอบผมที...


นอกจากมันจักเป็น.. สังคมอุดมทุน...
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 07-11-2006, 22:12 »

จากหวังว่า เจ๊มิ่ง ต้องกลับมาเป็นบอร์ดอสมท แต่เหตุการณ์ไม่เป็นดังคาด

การประท้วงของพนักงานอสมทเสี่ยงมาก ที่จะถูกมองว่าออกมาปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง

เพราะ คนใหม่เข้าไปยังไม่ทันได้ทำอะไรที่เห็นผลงานเลย... แค่เอาคำบางคำมาเพื่อประท้วง ไม่ได้มีน้ำหนักอะไรเลย.... 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 07-11-2006, 23:03 »

พวกเค้าผิดหวังที่ไม่ได้สวาปามผลประโยชน์ของชาติมั๊ง เลยออกอาการ
บันทึกการเข้า

Naymoon
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #28 เมื่อ: 07-11-2006, 23:17 »

เอ่อ...ผมว่าคุณชอบแถก็สุดโต่งเกินไปนะ ต่อให้เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะมุ่งเน้นกำไรครับ

บางตัวเกี่ยวเนื่องกับส่วนรวมมากๆ ปันผลน้อยๆ ก็มีครับ ไปเน้นเอาราคาหุ้นที่สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นขายทำกำไรจากตรงนั้นแทน
(แต่ปันผลน้อยนี่บางทีรายได้อาจสูงอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องนำไปใช้ในกิจการก็ว่ากันไป)



สำหรับรายการเก่าๆ ที่มาจาก UBC นั้น
ผมกลับมองอีกมุมว่า  ถ้าเป็นรายการดีมีประโยชน์ (มีตัวไหนบ้างก็ไม่ทราบ)
เรามองไปที่ประเด็นนั้นดีกว่า ว่ารายการที่นำมานั้นดีหรือไม่
อย่างตามรอยพระพุทธเจ้านี่น่าจะใช่ ผมชอบนะ (เคยดูอยู่อันเดียวน่าจะใช่)

การลงทุนสิ่งสำคัญคือ ลงทุนแล้วคุ้มค่า อสมท. ก็เช่นกัน
คุ้มค่าในแง่ไหนๆ ก็คงต้องไปดูว่าเน้นอะไร

จริงๆ ที่ควรที่สุดคือ  "ได้ทั้งความรู้และมีทั้งกำไรแบบพอควร"  
หรือที่เราเรียกๆ กันว่า  "แบบพอเพียง"  ไม่ใช่ มาบอกว่าไม่เน้นกำไร


เพราะถ้าจะบอกเน้นข่าวสารความรู้ ไม่สนกำไร
ผมกลัวจะกลายเป็นทำนองว่า (สมมุติในแง่ร้ายเลยนะ)

แทนที่เราจะได้รายการดีๆ และพอจะมีกำไร  ดังที่เขาเรียกกันว่า "พอเพียง หรือพอดี"
แทนที่จะไปเอารายการที่ได้พร้อมทุกอย่าง แต่อาจไม่ดีสุดๆ

เราใช้เหตุผลว่ารายการนั้น/นี้ ดีกว่า
กลายเป็นไปซื้อรายการที่หาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์น้อยๆ หรือแม้แต่ไม่มีคนสนใจจะดู
แต่เป็นรายการที่ถือว่าเป็นวิชาการ หรือเป็นข่าวสาร  แล้วเราก็บอกเนี่ย รายการดีมีความรู้  
"ซึ่งมันก็ใช่ไม่ผิดด้วย"  แต่ถ้าเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้ดำเนินรายการละครับ
ปัญหาก็วนกลับมาอีก กลายเป็นอย่างที่เขาว่าแดนสนธยาหรือเปล่า

ผมกลัวจุดนี้มากกว่า ขาดทุนไปก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้เน้นกำไร เน้นความรู้ กลายเป็นข้ออ้างไป



จริงๆ รายการที่มีผู้สนับสนุนไม่เยอะ คนไม่ค่อยดูเครียด แต่เป็นรายการดีๆ "ก็นำมาลงได้ครับ"
แต่นั่นหมายถึงรายการอื่นๆ สร้างรายได้ให้มากพอ   ซึ่งตรงจุดนี่ก็ต้อง "ดูโดยรวม"
ก็จะกลับเข้ามาคำว่าพอเพียงอีกนั่นล่ะ


ซ้ายตกเหว ขวาตกตึกนี่ไม่เอา ขอกลางๆ ได้ไหมเนี่ย..

บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 08-11-2006, 10:27 »

เอ่อ...ผมว่าคุณชอบแถก็สุดโต่งเกินไปนะ ต่อให้เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์
ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะมุ่งเน้นกำไรครับ

บางตัวเกี่ยวเนื่องกับส่วนรวมมากๆ ปันผลน้อยๆ ก็มีครับ ไปเน้นเอาราคาหุ้นที่สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นขายทำกำไรจากตรงนั้นแทน
(แต่ปันผลน้อยนี่บางทีรายได้อาจสูงอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องนำไปใช้ในกิจการก็ว่ากันไป)



สำหรับรายการเก่าๆ ที่มาจาก UBC นั้น
ผมกลับมองอีกมุมว่า  ถ้าเป็นรายการดีมีประโยชน์ (มีตัวไหนบ้างก็ไม่ทราบ)
เรามองไปที่ประเด็นนั้นดีกว่า ว่ารายการที่นำมานั้นดีหรือไม่
อย่างตามรอยพระพุทธเจ้านี่น่าจะใช่ ผมชอบนะ (เคยดูอยู่อันเดียวน่าจะใช่)

การลงทุนสิ่งสำคัญคือ ลงทุนแล้วคุ้มค่า อสมท. ก็เช่นกัน
คุ้มค่าในแง่ไหนๆ ก็คงต้องไปดูว่าเน้นอะไร

จริงๆ ที่ควรที่สุดคือ  "ได้ทั้งความรู้และมีทั้งกำไรแบบพอควร"   
หรือที่เราเรียกๆ กันว่า  "แบบพอเพียง"  ไม่ใช่ มาบอกว่าไม่เน้นกำไร


เพราะถ้าจะบอกเน้นข่าวสารความรู้ ไม่สนกำไร
ผมกลัวจะกลายเป็นทำนองว่า (สมมุติในแง่ร้ายเลยนะ)

แทนที่เราจะได้รายการดีๆ และพอจะมีกำไร  ดังที่เขาเรียกกันว่า "พอเพียง หรือพอดี"
แทนที่จะไปเอารายการที่ได้พร้อมทุกอย่าง แต่อาจไม่ดีสุดๆ

เราใช้เหตุผลว่ารายการนั้น/นี้ ดีกว่า
กลายเป็นไปซื้อรายการที่หาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์น้อยๆ หรือแม้แต่ไม่มีคนสนใจจะดู
แต่เป็นรายการที่ถือว่าเป็นวิชาการ หรือเป็นข่าวสาร  แล้วเราก็บอกเนี่ย รายการดีมีความรู้ 
"ซึ่งมันก็ใช่ไม่ผิดด้วย"  แต่ถ้าเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้ดำเนินรายการละครับ
ปัญหาก็วนกลับมาอีก กลายเป็นอย่างที่เขาว่าแดนสนธยาหรือเปล่า

ผมกลัวจุดนี้มากกว่า ขาดทุนไปก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้เน้นกำไร เน้นความรู้ กลายเป็นข้ออ้างไป



จริงๆ รายการที่มีผู้สนับสนุนไม่เยอะ คนไม่ค่อยดูเครียด แต่เป็นรายการดีๆ "ก็นำมาลงได้ครับ"
แต่นั่นหมายถึงรายการอื่นๆ สร้างรายได้ให้มากพอ   ซึ่งตรงจุดนี่ก็ต้อง "ดูโดยรวม"
ก็จะกลับเข้ามาคำว่าพอเพียงอีกนั่นล่ะ


ซ้ายตกเหว ขวาตกตึกนี่ไม่เอา ขอกลางๆ ได้ไหมเนี่ย..






ตามรอยพระพุทธเจ้านี้เป็นของพาโนราม่ารวมกะช่อง๙ทำใหม่เลยครับ...

ตัวนี้ผมก็ชอบ..ว่าจักซื้อดีวีดีเก็บไวยัังมิมีีเวลาเลย....


และถ้ามีใครมาถามผมว่า..ในการที่เจ้มิ่งเข้ามาอสมท.มันดีขึ้นไหม...

ผมก็จักไม่เถียงเลยว่ามันดี...


แต่ผมก็ว่าใช้ว่าจักว่าไอ้ส่วนที่เลวมันก็จักไม่มีเลย...

ซึ้งในที่นี้ผมจักขออธิบายง่ายๆ...ช่อง๙ตอนเจ้มิ่งคุมก็เหมือนเเม้วบริหารประเทศไทยนั้นแหละ..

ที่ว่าโกงแต่มีผลงาน...

 
 

และมาต่อกันที่ว่า..เดียวกลัวจักเป็นการเอื้อผลประโยชน์ระหว่างผู้จัด..แล้วจักกลับเป็นเเดนสธยา..

และผมก็จักขอถามว่าแล้วในกรณีของกรรมโกงข่าวล่ะครับ..

แบบนี้เป็นการเอื้อต่อผู้จัดรึไม่...


เพราะแค่สรยุทธิ์เอาตังไปคืนทางอสมท.เรื่องก็หายเข้ากลีบเฆษ..เพราะเจ้มิ่งมีหุ้นในไร่ส้มงั้นหรือ....

ทั้งที่เป็นบริษัทมหาชนเข้าตลาดหุ้น..

ต้องทำตัวให้โปร่งใส่...แต่กะในกรณีนี้จึงยังไม่มีการเเถลงการร์แบบชัดๆของอสมท.ออกมาล่ะครับ..

และเหตุไรพนักงานอสมท.จึงยอมกันอยู่ได้ทั้งๆที่มันเกิดขึ้นมาแบบเนี๊ย...


ฉะนั้น..การที่พนักงานอสมท.ไปประท้วงแบบตีครุมแบบนี้ผมจึงไม่ชอบอย่าไงล่ะครับ..

ที่ว่าโยงเรื่องตั้งเเต่สากเบือยันเรือรบ...

มาหาเรื่องว่าบอร์ดและผู้บริหารชุดนี้...

ทั้งที่เมื่อก่อนตอนเจ้มิ่งมันก็มิใช้ว่าดีซักเท่าไหร่..มิใช้หรือ.แต่เหตุไรจึงยอมกันได้ล่ะครับ...

บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 08-11-2006, 10:29 »

"สนธิ"ท้าคนอสมท.ออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
8 พฤศจิกายน 2549 10:04 น.
"สนธิ" เชิญ "อรวรรณ" พนักงาน อสมท.ออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ระบุ กล้าวิจารณ์คนอื่น ก็ต้องกล้ารับฟังด้วย


นายคำนูณ สิทธิสมาน ผู้ดำเนินรายการสภาท่าพระอาทิตย์ กล่าวในรายการเช้าวันนี้ โดยเรียกร้องให้พนักงานองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรในวันศุกร์นี้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงข่าวรัฐมนตรีดอกคุยกับผู้ผลิตรายการคนนอกเพื่อเปลี่ยนแปลงผังรายการของอสมท.

" อยากให้พนักงาน อสมท. ตอบกลับคำถามคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วย ถ้าจะให้เกียรติกัน คุณสนธิก็ขอเชิญ คุณอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล (ผู้ประกาศข่าวอสมท.)และเพื่อนๆมาถามตรง ตอบตรง ในห้องส่งที่จะมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ทั่วโลก ถ้าจะถามก็กล้ามาถามเลย และคุณสนธิก็มีหลายคำถามที่จะถามคนเหล่านี้เช่นกัน" นายคำนูณ กล่าวท้าทาย

เมื่อวานนี้ พนักงานอสมท.กว่า 100 คน แต่งชุดดำมาชุมนุมคัดค้านการทำงานของคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) อสมท. ชุดใหม่ ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. พร้อมยื่นหนังสือให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรฐมนตรี เนื้อหาโจมตีบอร์ดชุดใหม่ปรับเปลี่ยนนโยบายอสมท.จากสังคมอุดมปัญญา มาเป็นสัมมาปัญญา โดยอ้างแนวทางการทำงานที่ไม่เน้นผลกำไร เพราะตัวเลขกำไรของอสมท. คือความขาดทุนของรัฐ ที่ต้องไปเยียวยาสังคม

เนื้อหาของหนังสือยังระบุถึงผู้บริหารระดับสูงของอสมท.เข้าพบนายธีรภัทร์เสรีรัรงสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลอสมท. ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อบอร์ดบริหารชุดใหม่ โดยมีนายค. ตัวแทนจากนสพ.ผู้จัดการ นายอ.และฝ่ายขายของเครือเนชั่น นายจ.นักวิชาการ นักจัดรายการ และอดีตส.ว. ชื่อดัง ขอเวลา Prime Timeของโมเดิร์นนายทีวีเพื่อจัดรายการด้วย

นายคำนูนยังได้กล่าวย้ำด้วยว่า หากพนักงานอสมท.อยากทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็ให้มาร่วมในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์วันศุกร์นี้ ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อกล้าวิพากษ์ วิจารณ์คนอื่น ก็ต้องกล้ารับฟังคนอื่นเช่นกัน ต้องถามด้วยว่าพวกคุณถือสิทธิอะไรออกมาประท้วงใหญ่โตเช่นนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อสมท.เหมือนอยู่ในยุคมืดแต่พนักงานกลับไม่ยอมทำอะไรเลย

" พวกคุณยอมที่จะอยู่ใต้รัฐบาลเผด็จการ ยอมให้เขากดขี่ แต่ไม่เคยออกมาเรียกร้องถึงการทำงานในหน้าที่สื่อมวลชนเลย หรือบางรายการถูกถอดออกอย่างไม่เป็นธรรม ก็ไม่เห็นพวกคุณทำอะไรเลย หรือว่าคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อดีตผอ.คนเก่า ทำผลกำไรให้พวกคุณดี หรือกลัวหุ้นจะตกทุกคนเลยนั่งกันเงียบ" ผู้ดำเนินรายการสภาท่าพระอาทิตย์ กล่าว

นายคำนูณกล่าวอีกว่า อสมท.เป็สถานีโทรทัศน์โดยภาษีอาการของประชาชน แม้จะแปรรูปไปเป็นบริษัทมหาชนแล้วก็ตาม แต่รัฐก็ยังถือหุ้นข้างมาก ถ้างานมีปัญหามันก็หนักหัวตนเองซึ่งถือเป็นประชาชนคนหนึ่ง เวลาคุณอรวรรณให้สัมภาษณ์ ก็มีคนมายืนถือตะเกียง ก็ทำให้สงสัยเหมือนกันว่า ทำไมช่วงที่บ้านเมืองมีปัญหากระนั้นหรือถึงไม่ออกมาอย่างนี้

พร้อมกันนี้นายคำนูณ ยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ทำไมโพสต์ทูเดย์จึงลงข่าว อสมท.หน้า 1 มาตลอด เพราะต้องมาดูว่าไทยโพสต์ เป็นของใคร หรือหน้าบันเทิงไทยรัฐ ที่ออกข่าวนี้ เขาคงกลัว คุณสนธิจะเข้าไป แล้ว"ตุ้ย"ธีรภัทร สัจจกุล เป็นใคร ถึงออกมาเคลื่อนไหวออกนอกหน้าเช่นนี้

"รู้สึกคุณตุ้ยเป็นลูกชายของบิ๊กหอย ซึ่งเป็นอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่คุณมิ่งขวัญเชิญมาเป็นผู้บริหารคลื่นซีดเรดิโอ จัดรายการทางสถานีวิทยุอสมท. ก็คงเป็นคนที่มีคุณลักษณะคล้ายๆกัน ซึ่งตอนแรกเห็นแสดงความดีในกันใหญ่ขนาดกอดหน้ากอดหลังกันอย่างน่าเสียวไส้ " นายคำนูณ ระบุและว่า "ทำให้ผมเองยังงงและสับสนกับคำขวัญของอสมท.ว่าสังคมอุดมปัญญา หรือสังคมอุดมประเทืองกันแน่"

ผู้ดำเนินรายการสภาท่าพระอาทิตย์ กล่าวอีกว่า หากบอกว่าแดนสนธยากลับมาแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับพนักงาน อสมท. ที่ผ่านมามันเป็นแดนสนธยาที่คุณไม่ต่อต้านเลยต่างหาก คิดว่าคุณทักษิณ เป็นเทวดา จึงไม่กล้าทักท้วงอะไรเลย เป็นส่วนหนึ่งที่พนักงาน อสมท.ต้องรับผิดชอบด้วย แค่เรื่องนายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ที่ถูกนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯทักษิณ ปลดออก ทั้งที่เป็นรายการของ อสมท.เอง แต่คงพูดอะไรไม่เข้าหู นพ.พรหมินทร์ ทำไมพวกคุณไม่ออกมาแต่งดำประท้วงบ้าง ทำไมคน อสมท.ไม่เอามาพูดบ้าง

นายคำนูณกล่าวว่ามีผู้โทรศัพท์มาบอกว่าฟังรายการวิทยุที่คุณอรวรรณจัดอยู่ ขอความเห็นใจกับการที่เธอออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ และขอร้องให้โทรศัพท์เข้าโทรศัพท์มือถือของเธอจะดีกว่า และขอร้องว่าอย่าด่าก่อน ให้ฟังเหตุผลเธอบ้าง เมื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถูกถอด คุณอรวรรณ ก็โทรศัพท์มาแสดงความเสียใจ แต่ในหลักการในเนื้อหาการถกเหตุผลก็คนละเรื่องกัน ตนเห็นว่าคนที่ไปชุมนุมจะเป็นผู้จัดรายการปัจจุบันเสียส่วนหนึ่ง และไม่ใช่พนักงาน อสมท. อย่างกรณี คุณธีรภัทร สัจจกุล แต่กระทำออกไปในนาม พนักงาน อสมท. คงมีความเกรงกลัวจะกระทบรายการตัวเองจะถูกถอดออกหรือไม่

"ผมเคยตั้งข้อสังเหตุว่า เมื่อมีการปฏิวัติฯแล้ว ไม่มีการพูดถึงความผิดของรัฐบาลทักษิณ รมต.ธีรภัทร์ ก็เชิญคุณสนธิ คุณอดิศักดิ์ จากค่ายเนชั่น อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ไปพบปะพูดคุยไม่เป็นทางการ อสมท.ก็คุณชิดณรงค์ ก็รับทราบเพียงเลา ๆ ว่า มีดำริหารือความเป็นไปได้ให้ อสมท. เปิดทางให้ผู้ผลิตรายการเก่าที่ถูกถอดออกไปในรัฐบาลที่แล้ว กลับเข้ามาใหม่ แต่การดำริของเขาไม่ใช่การลงไปแทรกแซง หรือสั่งการ รมต.ธีรภัทร์ ก็ยืยันว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ให้สิทธิเสรีเต็มที่ ให้อสมท.ดำริเองว่าทำได้แค่ไหน โดยรัฐไม่เข้าไปยุ่งด้วย........

ซึ่งนายชิดณรงค์ก็บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่สามารถทำได้ทันทีเลย คือ อสมท.คิดก่อนแล้วจะปรับรายการถึงลูกถึงคน ของคุณสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ด้วยเหตุผลหลายประการ และอยากเปิดช่วงเวลานั้น เป็นรายการทอล์ค ประเภทการบ้านการเมือง และเชิญผู้จัดรายการเก่ามาร่วม อาจจะเป็นรายการชื่อเดียวกับด้วยซ้ำ และหลังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วเปิดผังชั่วคราว ส่วนการปรับผังใหม่เอาไว้ปีหน้า วันนั้นก็มีการพูดกันเรื่องของเวลา 5 ทุ่มที่เห็นกันว่าดึกไป "


ส่วนการกระทำของรมต.ธีรภัทร์ ผิดหรือไม่ นายคำนูนยืนยันว่าไม่ผิด เพราะเขากำกับดูแล เนื่องจากรัฐบาลถือหุ้นข้างมาก เขาไม่ได้ลงไปสั่ง เขาเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมา นายชิดณรงค์บอกว่าจะไปเชิญบอร์ดในวันรุ่งขึ้น และไม่เกี่ยวกับรายการคุยคุ้ยข่าว หรือรายการกบนอกกะลา ก่อนตนไปคุณสนธิคุยกับตนให้ไปฟัง คุณสนธิยืนยันว่า รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ อยู่ที่เอเอสทีวี เวลา 1 ทุ่ม ถ้าจะให้กลับไปช่อง 9 ก็ให้เป็นการต่อสัญญาณไป และถ้าเวลาไม่ได้ ก็ให้จัดที่อสมท.1 ชั่วโมง แล้วมาต่อที่เอเอสทีวี แต่ถ้าดึกกว่านี้ไม่เอา เพราะคุณสนธิไม่ไหว

"ผมอยากจะบอกว่า หลังยึดอำนาจมีผู้หลักผู้ใหญ่มาเสนอคุณสนธิ ให้เป็น ผอ.อสมท. หรือ ผจก. หรือประธานบอร์ด อสมท. แต่คุณสนธิก็บอกว่าไม่เอา เพราะลั่นวาจาเอาไว้แล้ว" ... "วานนี้ผมวิจารณ์รายการของอสมท.ว่าห่วย....ออกไป ก็รู้ว่าพูดแรงไป แต่ก็เสียใจเล็กน้อย แต่ไม่เสียใจที่พูด เพราะถ้า อสมท.ไม่พัฒนาคนตัวเองก็น่าคิด เชิญคุณอรวรรณ ในวันศุกร์ที่คุณสนธิจะมีการพูดคุย จนถึงวันนี้ก็ไม่ทราบว่ากลุ่มผู้จัดที่ถูกทาบทามเข้าไปจะรู้สึกอย่างไร เขาจะยังจัดอยู่อีกหรือ"

ขณะที่นายปานเทพ วงศ์พัวพันธ์ ผู้ดำเนินรายการอีกท่านหนึ่ง กล่าวว่า อยากให้มองรายการดีดี ของ อสมท. แต่ทั้งหมดเป็นรายการจากข้างนอกมาทำ ก็เป็นห่วงว่าหาก อสมท.จะอยู่รอดอย่างไรในระยะยาว หากไม่มีรายการของตัวเอง ถ้าไม่พึ่งตัวเอง พึ่งแต่ค่าสัมปทานอย่างเดียวอยู่ได้ยาก มันต้องคิดในระยะยาว อย่างไอทีวี เขาทำงานรับใช้ระบอบทักษิณก็เป็นจุดยืนเขา แต่เขาทำงานด้วยทีมเขาเองด้วยมืออาชีพแล้ว อสมท. ที่หุ้นส่วนใหญ่มาจากประชาชนคุณรับใช้ใครระหว่างผู้จัดรายการ ประชาชน หรือหุ้นของพนักงาน อสมท.เอง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



ข่าวเก่า ผู้จัดการออนไลน์เมื่อวานนี้

• “ธีรภัทร์” ชนม็อบ อสมท - ยันตั้ง “เดอะป๋อง” หวังพัฒนาเป็นสื่อแท้
• “พงษ์ศักดิ์” ย้ำไม่ “ปัญญาอ่อน” ถอดรายการน้ำดีพ้นผังรายการ อสมท.

ถัดมาด้วย ผู้จัดการรายวัน ฉบับเช้าวันนี้ ตีพิมพ์ข่าว อสมท.ตามมา

• "ธีรภัทร์"แฉมีกลิ่นเน่าใน“อสมท” พนักงานแต่งดำร้องปลดบอร์ด-เปลี่ยนรมต.

และคอลัมนิสต์ในเครือผู้จัดการ ตีพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวใน อสมท.อย่างเผ็ดร้อน

• แนวรบ อสมท / หน้ากระดานเรียงห้า โดย สำราญ รอดเพชร
• ขอโทษครับ ชาวอสมท ผมผิดไปแล้ว / บทความ โดย โดย ปัญจภัทร อังคสุวรรณ

ล่าสุด ประเด็นข่าวความขัดแย้งใน อสมท. กำลังถูกนำขึ้นเว็บผู้จัดการ มีคนแสดงความคิดเห็นทะลุหลักร้อยแล้วในเวลา 1 ชั่วโมง  Exclamation

• “สนธิ” ท้าพนักงาน อสมท ออกทีวีพิสูจน์ใครกันแน่แบ่งเค้ก-รุมทึ้ง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 18:18 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 08-11-2006, 11:41 »

เครือมติชนชี้แจงไม่เกี่ยว"พงษ์ศักดิ์" รับตำแหน่งใน อสมท.
ผู้บริหารเครือมติชน ระบุ “พงษ์ศักดิ์”รับตำแหน่งในอสมท.ไม่เกี่ยวมติชน

(8พย.) นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.มติชน ชี้แจงกรณีนายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.มติชน มารับตำแหน่งกรรมการ บมจ.อสมท และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ว่า เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของนายพงษ์ศักดิ์ เป็นความปรารถนาดีที่จะทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม และองค์กร อสมท ตามความรู้และประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนที่มีมา บมจ.มติชน ไม่เคยมีมติในเรื่องนี้ และขอยืนยันว่า บมจ.มติชน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้แม้แต่น้อย

"มติชนมีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งพิมพ์ยืนยันจะดำเนินธุรกิจด้านนี้เป็นหลัก และดำรงอาชีวะปฏิญาณในการประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อสังคมส่วนรวม และยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าองค์กรใด" นายสมหมาย กล่าว
 
คมชัดลึก

***

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ อสมท.ในวันนี้ที่ตีพิมพ์ลงในมติชน ฉบับวันนี้พาดหัวข่าว "พงษ์ศักดิ์"ยันทำหน้าที่"อสมท"แค่3เดือน "ทหาร"พรึ่บบอร์ดรสก.-"สพรั่ง"ปธ.ทีโอที สาระสำคัญตามที่เราได้นำมาเสนอมีดังนี้

(ข่าวเก่า ตีพิมพ์ในมติชนเช้าวันนี้)ฃ



ไม่ถูกใจ - พนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) แต่งดำชุมนุมประท้วง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหาร อสมท

**อสมท.แต่งดำร้อง"สุรยุทธ์"

ทางด้านความเคลื่อนไหวของพนักงาน อสมท ที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มพลัง อสมท ราว 150 คน ไม่พอใจการแต่งตั้งคณะกรรมการ อสมท ที่มีนายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธานและบอร์ดอีก 10 คน รวมทั้งนายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร รองประธานกรรมการทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท นัดกันแต่งชุดดำบริเวณหน้าอกเสื้อเขียนคำว่า "หยุดทำร้าย อสมท" ส่วนด้านหลังเสื้อ เขียนคำว่า "แดนสนธยามันกลับมาแล้ว" เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล อสมท และคณะกรรมการ อสมท

นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ในฐานะผู้ประสานงานและผู้สื่อข่าว อสมท ประจำทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า มีผู้บริหารระดับสูงของ อสมท เข้าพบนายธีรภัทร์ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนหน้าจะประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหาร อสมท ชุดใหม่ โดยการพบครั้งนั้น มีนาย ค. ตัวแทนจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ นาย อ.และฝ่ายขายของเครือเดอะเนชั่น นาย จ.นักจัดรายการและอดีต ส.ว.ชื่อดัง ที่เสนอขอเวลาไพรม์ไทม์ของโมเดิร์นไนน์ทีวีจากนายธีรภัทร์ ทราบมาว่าตกลงจัดสรรกันเรียบร้อยแล้ว

"อยากขอถามว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่ถือเป็นการเปิดกว้างให้ผู้จัดรายการคุณภาพที่หลากหลายอย่างโปร่งใสตามที่ต้องการหรือไม่" นางอรวรรณกล่าว

**วอนแก้ปัญหาแตกแยก

นางอรวรรณกล่าวอีกว่า กลุ่มพลัง อสมท เห็นว่าสิ่งที่นายธีรภัทร์กำลังทำในฐานะผู้กำกับนโยบาย อสมท ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานเกินไปหรือไม่ เพราะแม้แต่รัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่ทำเช่นนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ต้องการให้นายกรัฐมนตรีรับทราบปัญหาและช่วยดูแลความแตกแยกที่อาจจะเกิดขึ้น

นางอรวรรณกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังทราบข่าวมาว่าบอร์ด อสมท ควรจะรีบเร่งสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่ง อสมท และมติชน ต่างเป็นบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นการขัดต่อหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ และจากนโยบายที่ออกมาใหม่ ได้ส่งผลเชิงลบในตลาดหลักทรัพย์มูลค่านับหมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นธรรมต่อพนักงานหรือผู้ถือหุ้นรายย่อย อสมท รวมถึงกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่หรือไม่

**จี้"ธีรภัทร์"แจงนโยบาย"อสมท"

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสหภาพแรงงงานรัฐวิสาหกิจ อสมท นำโดยนายพัชระ สารพิมพา ประธานสหภาพแรงงานฯ เข้ายื่นหนังสือถึงนายธีรภัทร์เรียกร้องให้ชี้แจงเรื่องนโยบายของ อสมท ให้ชัดเจนและขอมีส่วนร่วมในการปรับปรุง อสมท ตามแถลงการณ์ที่ได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน และประกาศจะลาออกทั้งคณะเปิดทางให้ชุดใหม่เข้ามาทำงานแทนเนื่องจากสมาชิกเห็นสหภาพแรงงานฯ ดำเนินงานล่าช้า

นายพัชระเปิดเผยว่า หลังจากยื่นจดหมายคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ จะประกาศลาออกทั้งคณะเปิดทางให้เลือกตั้งคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ ชุดใหม่ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ใน อสมท ให้ดีขึ้นและเพื่อความเป็นเอกภาพในดำเนินงานกิจกรรมของพนักงาน

**"ธีรภัทร์"โต้ข่าวล้วงลูก

ต่อมานายธีรภัทร์เดินทางมายังรังนกกระจอกเก่าซึ่งเป็นห้องทำงานของสื่อมวลชนเพื่อแลกเปลี่ยนและชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 30 นาที นายธีรภัทร์ยืนยันว่าไม่เคยแทรกแซงการบริหารงานของ อสมท เนื่องจากเป็นบริษัทมหาชน

ผู้สื่อข่าว อสมท รายหนึ่งได้สอบถามนายธีรภัทร์ว่าทราบข้อมูลเรื่องคำสั่งให้ อสมท ออกอากาศรายการเมืองไทยรายสัปดาห์เป็นเวลา 30 นาทีบ้างหรือไม่ นายธีรภัทร์ตอบว่าไม่ทราบเรื่อง ส่วนที่มีข่าวว่าเรียกผู้ประกอบการบางรายมาพบ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนผังรายการนั้น นายธีรภัทร์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะปรับผังรายการ แต่ยอมรับว่าในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้เชิญนักจัดรายการบางคนมาหารือแนวทางการผลิตรายการให้มีคุณภาพและพัฒนารายการให้สร้างสรรค์ แต่ภายหลังมีบอร์ด อสมท ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดพิจารณาและดำเนินการต่อไป ขอยืนยันว่าการพูดคุยกับนักจัดรายการในวันนั้น ไม่มีการพูดถึงการถอดรายการใดๆ ทั้งสิ้น

**"มติชน"ยันไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

ด้านนายสมหมาย ปาริจฉัตต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า กรณีนายพงษ์ศักดิ์เป็นการตัดสินใจดำเนินการส่วนตัวถือเป็นความปรารถนาดี ที่จะทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม และองค์กร อสมท ตามความรู้ และประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนที่มีมาตลอด บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ไม่เคยมีมติในเรื่องนี้แต่อย่างใด ขอยืนยันว่าบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้แม้แต่น้อย

"บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งพิมพ์ และยืนยันจะดำเนินธุรกิจด้านนี้เป็นหลัก และจะดำรงอาชีวะปฏิญานในการประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อสังคมส่วนรวม และยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าองค์กรใด" นายสมหมายกล่าว

**"บุญปลูก"ชู"พงษ์ศักดิ์"เสียสละ

นายบุญปลูก ชายเกตุ เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังไม่ใช่หน้าที่ของบอร์ดที่จะลงไปแก้ไข เพราะเป็นการข้ามหน้าฝ่ายบริหารทั้งนี้ฝ่ายบริหารจะต้องชี้แจงและทำความเข้าใจให้ตรงกันกับพนักงาน ถ้านอกเหนือกว่านั้นถึงจะเป็นหน้าที่ของบอร์ด ในการประชุมวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ จะเพิ่มเรื่องปัญหาวิกฤตศรัทธาของพนักงานเป็นวาระเร่งด่วน

"บอร์ดทุกคนก็มีความตั้งใจดีในการเข้ามาทำงาน คุณพงษ์ศักดิ์ (พยัคฆวิเชียร) เสียสละมาช่วยส่วนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่กล่าวถึงกันนั้นก็คงไม่มีเพราะว่าคณะกรรมการแต่ละคนผ่านการกลั่นกรองมาแล้วชั้นหนึ่ง และคุณพงษ์ศักดิ์ก็เป็นผู้ที่บอร์ดเห็นเหมาะสมว่าจะให้ลงไปทำหน้าที่รักษาการ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานเท่านั้นเป็นเพียงระยะสั้นๆ ก่อนจะมีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่"

นายบุญปลูกเปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาที่เป็นอยู่เป็นเรื่องการสื่อสารไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน ข่าวที่ออกมาว่าจะถอดรายการอะไรหรือใครจะเข้ามาเป็นเพียงการคาดคะเนกันไปแล้วคิดว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องผังเท่าที่ทราบยังไม่เรียบร้อย การประชุมในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ยังไม่ใช่วาระเรื่องของผังรายการด้วยซ้ำ เป็นการสรรหากรรมการผู้อำนวยการฯคนใหม่ ส่วนเรื่องงบประจำปีกับค่าตอบแทนพนักงาน เป็นเรื่องของคณะกรรมการผังรายการ ตอนนี้บอร์ดเองยังไม่ทราบว่าผังรายการใหม่เป็นอย่างไรเพราะยังไม่สิ้นสุด

**"พงษ์ศักดิ์"ชี้อยู่3เดือนก็เหนื่อยแล้ว

นายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานวิทยุ เอฟเอ็ม 96.5 รายการ "คลื่นความคิด" ว่า ไม่เข้าใจความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร สาเหตุเข้ามาทำงานใน อสมท เพราะต้องการจะทำให้ อสมท เป็นสื่อของรัฐที่อิสระและเป็นของประชาชน

"ความตั้งใจแรกคือมานั่งทำงานในสำนักข่าวไทย เพราะเคยเป็นหนึ่งในผู้วางพิมพ์เขียวของสำนักข่าวไทยมาก่อน และคิดว่าที่นี่จะเข้าใจความคิดของผมได้ดีที่สุดในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า การที่บอกว่าจะอยู่ในตำแหน่งรักษาการเป็นเวลาหนึ่งปีนั้นเป็นความเข้าใจผิด ต้องการให้สรรหากรรมการผู้อำนวยการ อสมท ให้เร็วที่สุด แค่สามเดือนก็เหนื่อยเต็มที แต่ตัวเลขหนึ่งปีเป็นหนึ่งปีที่บอร์ดจะมีเวลาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงหลังมีการเลือกตั้ง

นายพงษ์ศักดิ์เปิดเผยว่า ในประเด็นที่เคยพูดว่าจะทำให้ อสมท เป็นสังคมสัมมาปัญญาแต่มีการนำไปโยงพ้องกับคำพูดของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการนั้นเป้นการฟังความไม่ตลอด เพราะหมายถึง ยังเป็นสังคมอุดมปัญญาเหมือนเดิมเพียง แต่เพิ่มว่าปัญญาที่ได้ต้องเป็นปัญญาชอบที่เป็นปัญญาใช้ไปในทางที่ดีที่ถูกที่ควรด้วย ไม่ใช่ฉลาดหรือเก่งแต่ใช้ปัญญาใช้ไปในทางคดโกงเอาเปรียบคนอื่น สื่อมวลชนต้องนำทางให้ความคิดที่ถูกเป็นในทางที่ถูกที่ควรกับประชาชน

**ตั้งเป้า"อสมท"เป็นสื่อดีมีคุณค่า

ส่วนในประเด็นเรื่องที่ต่อไป อสมท จะไม่เน้นกำไรนั้น นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ทำงานอยู่ในบริษัทมหาชนเข้าใจดีว่าหน้าที่ของกรรมการบริหารคือการทำกำไรสูงสุดให้กับองค์กร พนักงาน และผู้ถือหุ้น ในกรณีของ อสมท ต้องให้สังคมด้วยเพราะว่าจะต้องเป็นบริษัทมหาชนที่ทำประโยชน์สูงสุดกับสังคม เมื่อมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ถ้า อสมท ทำหน้าที่ดี กสช.ไม่สามารถมายึดคลื่นคืนได้ และถ้า อสมท เป็นสื่อที่ดีจะมีคุณค่าเพราะว่าของดีใครๆก็ต้องอยากได้

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวถึงประเด็นของเรื่องผังรายการว่า ที่บอกว่ามีรายการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, นายสมเกียรติ อ่อนวิมล และนายสุทธิชัย หยุ่น ที่เป็นอดีตผู้จัดรายการซึ่งหลุดจากผังไปกลับมานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่คณะกรรมการจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งไม่ทราบว่าใครพูด Exclamation

ขอแซมข้อมูลอีกส่วนหนึ่งจากเว็บประชาไท พอดีเพิ่งอ่านเจอ

อสมท แต่งดำต้านบอร์ด ยื่นหนังสือร้องนายกฯ ไม่เอาธีรภัทร์

วันที่ 7 พ.ย. พนักงาน อสมท ร่วมใจใส่เสื้อดำมีข้อความว่า ‘หยุดทำร้าย อสมท’เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และคณะกรรมการ บมจ.อสมท โดยหนังสือระบุว่า

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล บมจ.อสมท และเลือกคณะกรรมการ บมจ.อสมท เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2549 โดยคณะกรรมการ บมจ.อสมท มีมติให้นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นรองประธานกรรมการบริหาร และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ปรากฏว่า เพียงช่วงเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาอย่างรุนแรงต่อองค์กรโดยรวม ทั้งจากประชาชน พนักงาน และผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนแปลงแนวคิดการทำงานจาก ‘สังคมอุดมปัญญา’ เป็น  ‘สัมมาปัญญา’ และกล่าวหาการทำงานของ บมจ.อสมท ที่ผ่านมา ไม่ก่อประโยชน์ต่อสังคม พร้อมเตรียมปรับผังรายการที่มีคุณภาพ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน จนมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์สอบถามมายัง อสมท กันอย่างมากมาย ซึ่งบั่นทอนขวัญ กำลังใจพนักงาน

นอกจากนี้ ช่วงก่อนหน้าที่จะมีคณะกรรมการฯ ปรากฏว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชิญบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์เป็นผู้จัดรายการร่วมกับ อสมท มาพูดคุยกันถึงห้องทำงาน จนเกิดข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า ‘อสมท ยุคแบ่งกันกิน’ โดยรายการที่จะถูกปรับเปลี่ยนไม่น่าก่อให้เกิดความสมานฉันท์ในสังคมตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ พนักงานรู้สึกเป็นห่วงว่า หากปล่อยให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการฯ ที่มีความเคลือบแคลงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนยังคงบริหาร อสมท ต่อไป อาจเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาจากประชาชน รวมถึงพนักงานมากยิ่งขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสาธารณชน ในฐานะบริษัทมหาชนหนึ่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


นอกจากนี้พนักงาน อสมท ยังออกแถลงการณ์ ‘สัมมาปัญญา’จริงหรือ? ระบุถึงการทำงานของนายพงษ์ศักดิ์ ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง หลังมอบนโยบาย และให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อฯ ถึงการล้มเลิกแนวคิด  ‘สังคมอุดมปัญญา’ มาเป็น  ‘สัมมาปัญญา’ กล่าวหา อสมท สร้างผลกระทบเสียหายต่อสังคม สั่งการให้ทำข่าวเวทีเมืองไทยรายสัปดาห์ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทุกวันศุกร์ และสั่งบันทึกเทปรายการมาตัดต่อออกอากาศ ความยาว 30 นาที ในเวลารายการของ Modernine T.V. และจัดรายการพิเศษวิพากษ์นโยบายรัฐบาล ความยาว 3 ชั่วโมง ออกอากาศสดในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2549 โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบกับผังรายการเดิมที่มีการขายโฆษณาไปแล้ว โดยใช้คำพูดว่า “ให้พวกคุณทำราย การเสมือนว่าพวกคุณคิดเอง ไม่ใช่ผมสั่ง”

นายพงษ์ศักดิ์ ยังต้องการให้ปรับเปลี่ยนสถานีวิทยุ ‘MET’ F.M. 107 MHz ที่ อสมท ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของโลก ไว้ก่อนหน้านี้ เป็นสถานีเพลงคลาสสิก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เสี่ยงต่อการถูกบริษัทต่างประเทศฟ้องร้อง จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยที่คู่สัญญาไม่มีโอกาสรับทราบมาก่อน ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจกับต่างประเทศในอนาคต โดยไม่สนใจคำทักท้วง อ้างเป็นเรื่องขององค์กรที่ไปทำสัญญา ตนเป็นผู้ให้นโยบายเท่านั้น


ในแถลงการณ์ยังเปิดเผยถึงการเข้าพบนายธีรภัทร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ของผู้บริหารระดับสูงของ อสมท ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ และพบตัวแทนจากผู้จัดการฝ่ายขายของเนชั่น นักวิชาการ และอดีต ส.ว.ชื่อดัง ไปตกลงจัดสรรเวลา Prime Time ของ Modernine T.V. เรียบร้อยแล้ว จึงน่าตั้งคำถามว่า“พฤติกรรมดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่ และเปิดกว้างให้กับผู้จัดราย การคุณภาพที่หลากหลายจริงหรือไม่” พร้อมกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายธีรภัทร์ กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว อาทิ นายธีรภัทร์ เคยเป็นผู้จัดรายการของวิทยุผู้จัดการ ยุค อสมท ให้สัมปทานบุคคลภายนอกมาดำเนินการคลื่นวิทยุ แนวคิด ‘สัมมาปัญญา’ ของนายพงษ์ศักดิ์ สอดคล้องกับแนวคิดของนายสนธิ ที่กล่าวในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวกับผู้บริหาร อสมท ว่า ตั้งใจมานั่งในตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อย่างน้อย 1 ปี มีการขอห้องทำงานอยู่ภายในสำนักข่าวไทย ทั้งที่บอร์ด อสมท ควรจะรีบเร่งให้มีการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร และนายพงษ์ศักดิ์ ก็ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในมติชน ซึ่งทั้งอสมท และมติชน ต่างเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พนักงานของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้แต่งชุดดำเข้ามาปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยส่วนใหญ่จะสวมเสื้อยืดสีดำด้านหน้ามีข้อความ “หยุด...ทำร้าย อสมท” ส่วนด้านหลังมีข้อความ “แดนสนธยา มันกลับมาแล้ว” เพื่อเป็นการประท้วงการทำหน้าที่ของบอร์ด อสมท ชุดใหม่ และนายธีรภัทร์ ในฐานะที่เป็นผู้คัดเลือกบอร์ดชุดปัจจุบันเข้ามาทำงาน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สร้างความสนใจให้บรรดาสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ทางตัวแทนพนักงาน อสมท. จำนวน 20 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ก่อนเที่ยงวันนี้

*** นายกฯ รับปากพิจารณาบอร์ด อสมทฯและรมต.ประจำสำนักนายกฯ ใหม่

หลังได้รับหนังสือจากตัวแทนพนักงาน อสมท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ระบุสั้นๆว่า จะรับไปพิจารณา

*** ‘ธีรภัทร์’ ยันไม่คิดแทรกแซง อสมท.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00 น. นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากนายพชร สารพิมพา ประธานสหภาพแรงงาน อสมท และแกนนำ เข้าพบ พร้อมชี้แจงกรณีที่ถูกระบุว่า ได้เชิญผู้ผลิตรายการ 3-4 ราย ที่มีการผลิตรายการป้อนสถานีโทรทัศน์เข้าหารือว่า  เป็นการเชิญมาพูดคุยจริง เพื่อให้มีการสะท้อนข้อมูลข่าวสารรอบด้านให้กับประชาชน เพราะตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ไม่มีการปรับเปลี่ยนหรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ประชาชนรับทราบ จึงปรึกษากันว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ต้องการสร้างรายการที่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนเพื่อพัฒนารายการต่างๆให้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นการสั่งการหรือเข้าไปแทรกแซงใดๆ เปิดโอกาส สร้างความเสมอภาคและทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ทำอะไรที่ไม่โปร่งใส  แต่ทั้งนี้ เมื่อบอร์ด อสมท ชุดใหม่ได้มีการแต่งตั้งขึ้นมา เขาจะเป็นผู้พิจารณาเรื่องผังรายการเอง

เมื่อมีการถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าเมื่อมีการจัดผังรายการกลุ่มคนที่ทำธุรกิจสื่อที่ได้หารือกันจะไม่เข้ามาดำเนินรายการในช่อง 9 นายธีรภัทร์ กล่าวเลี่ยงว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ข้อมูล แต่ยืนยันว่าเรื่องที่คุยกันเป็นเรื่องที่คุยกันอย่างสร้างสรรค์

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะการันตีได้หรือไม่ว่าบอร์ด อสมท จะไม่เอื้อผลประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจใดๆ ในการจัดการผังรายการ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เรื่องผลประโยชน์คงไปการันตีใครไม่ได้ แต่ขณะนี้ได้รับข่าวสารจากที่มีผู้ร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเสมอใน อสมท  จะส่งเรื่องดังกล่าวให้บอร์ดพิจารณาต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้แทนสหภาพแรงงาน อสมท. เข้าพบนั้นเป็นการมาพูดคุยให้ฟังถึงความไม่สบายใจและความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารระหว่างผู้แทนบอร์ด รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. กับพนักงาน  เช่น เรื่องที่ระบุว่าจะมีการนำรายได้ของช่อง 9 ไปให้ช่อง 11 และการเปลี่ยนผังรายการต่างๆ ซึ่งได้อธิบายไปว่าอยู่ในฐานะที่กำกับดูแล อสมท เท่านั้น ก็คงจะไปลงลึกในรายละเอียดไม่ได้ถือเป็นการไม่เหมาะสม เพราะขณะนี้มีบอร์ด และรักษาการ ผอ.อสมท. คนใหม่แล้ว แต่เมื่อไม่สบายใจเกิดขึ้นก็ได้ฝากให้ประธานสภาพเร่งทำความเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้เกิดความไม่มั่นใจในการบริหารงานของบอร์ดชุดปัจจุบัน ทำให้หุ้นของ อสมท ตกอย่างมาก จะเข้าไปดำเนินงานอย่างไร รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อสมท.เพิ่งมีบอร์ดใหม่และเพิ่งประชุมเพียงครั้งเดียว และในวันศุกร์ที่ 10 พ.ย. จะมีการประชุมอีกครั้งก็ต้องให้เขาทำหน้าที่ก่อน เข้าใจว่าการขึ้นลงของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นเรื่องธรรมดา และต้องไปดูว่ามีสาเหตุอะไรและบอร์ดมีแนวทางแก้ไขอย่างไร คงต้องให้เวลาเขาดำเนินการ แต่เท่าที่ดูบอร์ด และรักษาการ ผอ.อสมท ก็มีความตั้งใจ แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายใน อสมท ร่วมมือกันเพื่อให้เกิดแนวทางสร้างสรรค์เพราะ อสมท ถือเป็นสถาบันสื่อมวลชน

“ผมอยากเห็น อสมท. พัฒนาเป็นสื่อที่แท้จริง และคิดว่า อสมท. ไม่อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง ผมจึงพยายามไม่เข้าไปก้าวก่ายเกินความจำเป็น ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าการเมืองเข้าไปแทรกแซง และรัฐบาลชุดนี้ก็มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของสื่อ ดังนั้นผมก็ต้องยืนห่างจากสื่อออกมาระยะหนึ่งพอสมควร และ อสมท.ก็เป็น บมจ. ตามกฎหมายก็มีบอร์ด และผู้บริหารทำหน้าที่อยู่ ผมก็ต้องระวัง และต้องการให้ อสมท เป็นอิสระจากรัฐบาล”นายธีรภัทร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่นายพงษ์ศักดิ์ เป็นบอร์ด และรักษาการ ผอ.ใหญ่ อสมท.และเป็นคณะกรรมการบริหารในเครือมติชน ซึ่งทั้ง 2 บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สื่อและสิ่งผิดถือว่าขัดกับหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องให้คนอื่นพูดว่าขัดหรือไม่ขัด หากใครมีคำแนะนำก็ให้เสนอมาแต่ในส่วนของตนก็พยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ต้องมาพิจารณาว่าผู้ที่มาดำรงตำแหน่งใน อสมท. มีอะไรเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนบ้าง ทั้งนี้ คำว่าผลประโยชน์ทับซ้อนหมายถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐกับฝ่ายการเมือง จึงไม่รู้ว่าใช้กับวงการอื่นได้หรือไม่ ต้องดูความเหมาะสมและมารยาท  ทาง กลต.น่าจะตอบคำถามนี้ได้ อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางบอร์ด เร่งหาผู้อำนวยการ อสมท. คนใหม่โดยเร็วและคาดว่าสัปดาห์จะเดินทางไปเยี่ยม อสมท คงได้มีโอกาสพบและพูดคุยถึงปัญหาต่างๆด้วย

เมื่อถามว่าจะใช้เวลาพิสูจน์ฝีมือการบริหารของบอร์ดฯ เท่าไหร่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องประเมิน 2 ส่วน คือผลประกอบการและ 2 ..คุณภาพวัดจากความพึงพอใจของผู้บริโภค ส่วนที่ผลประกอบการในตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่าลดลงหลังจากที่บอร์ดเข้ามาบริหารนั้น ก็ต้องให้เวลา ถ้าวันนี้ประเมินจากหุ้นที่ตกลง ทุกคนก็ต้องลาออกทั้งหมด แต่ถ้าหุ้นขึ้นก็จะมาแต่งตั้งใหม่กันอีก ก็ต้องให้เวลากับเรื่องเหล่านี้

***‘ณรงค์’ พร้อมลาออก ไม่ยอมกลุ่มเสื้อดำ

นายณรงค์ โชควัฒนา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมการบอร์ด อสมท. ให้สัมภาษณ์รายการ News Hour สถานีโทรทัศน์ ASTV ว่า การจะให้บอร์ด อสมท ลาออกคนที่พิจารณาคือผู้ถือหุ้นใน อสมท ซึ่งคือกระทรวงการคลังเท่านั้นไม่ใช่ให้คนกลุ่มหนึ่งจำนวนร้อยกว่าคนมาขับไล่ ซึ่งการนำเสนอข่าวตอนนี้ก็เป็นการเสนอข่าวเพียงด้านเดียว ส่วนการทำงานนั้นยืนยันบอร์ดทุกคนจะไม่ยอมให้ใครแม้แต่นักการเมืองเมาแทรกแซงได้ ถ้าในอนาคตการทำงานไม่เป็นอิสระเสรีตัวเองก็คงจะไม่อยู่

“ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วที่ให้ อสมท เข้ามาเป็นบริษัทมหาชนกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เพราะในตลาดหลักทรัพย์มีแต่การคิดเพียงแค่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของส่วนรวม ไม่เน้นเรื่องสื่อเสรี ซึ่ง อสมท แม้จะไม่ได้อยู่ในตลาดก็สามารถทำงานได้อยู่แล้ว”กรรมการ อสมท ระบุ

***‘สุริยะใส’แนะเปิดเวทีถก

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า เป็นสิทธิที่พนักงาน และสหภาพใน อสมท. คัดค้านแนวคิดของบอร์ดและผู้บริหาร อสมท ชุดใหม่ ที่จะทำได้ และรัฐบาลสมควรรับไปพิจารณาทบทวน โดยเฉพาะข้อมูลที่ทางสหภาพฯ กังวลในประเด็นธรรมาภิบาลขององค์กรและปัญหาที่อาจมีกรณีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดขึ้นจากผู้บริหารชุดใหม่

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแม้จะเห็นด้วยกับแนวคิดของบอร์ดชุดใหม่ ที่จะยึดแนวคิดสัมมาปัญญา ซึ่งแน่นอนว่าการปรับตัวในลักษณะปฏิรูป จะต้องมีบางกลุ่มได้รับผลกระทบ แต่ไม่ควรให้เกิดความรู้สึกว่า มีผู้ได้ร้อยหรือเสียร้อยจากการปฏิรูปครั้งนี้ และผู้บริหาร อสมท ชุดใหม่ ควรมีวิธีการจัดการอย่างระมัดระวัง และแสวงหาความร่วมมือจากพนักงานในองค์กรให้มากที่สุด ซึ่งควรมีเวทีเวิร์กช็อป หรือสัมมนาเพื่อทบทวนและปรับแนวทางขององค์กรร่วมกัน ทั้งผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งภาคประชาชนหรือภาคผู้บริโภค

***ผู้บริหารมติชนยัน ‘พงษ์ศักดิ์’รับตำแหน่ง อสมท ไม่เกี่ยวมติชน

นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีนายพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทมติชน มารับตำแหน่งกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ว่า เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของนายพงษ์ศักดิ์ ถือเป็นความปรารถนาดีที่จะทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและองค์กร อสมท ตามความรู้และประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนที่มีมาตลอด บริษัทมติชน ไม่เคยมีมติในเรื่องนี้ และขอยืนยันว่า บริษัท มติชน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้แม้แต่น้อย โดยมติชนมีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งพิมพ์ ยืนยันจะดำเนินธุรกิจด้านนี้เป็นหลัก และจะดำรงอาชีวะปฏิญาณในการประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อสังคมส่วนรวม และยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าองค์กรใด

เรียบเรียงจาก : เว็บไซต์คมชัดลึกและผู้จัดการ

ประชาไท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 18:14 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 08-11-2006, 12:12 »

ด้านบางกอกโพสต์ ตีพิมพ์ข่าวของ อสมท.ในลักษณะดังนี้

MEDIA / PROGRAMMING PROTEST

ANUCHA CHAROENPO


A group of 100 employees of Mcot Plc, wearing black and carrying protest placards, rally in front of Government House to demand the government replace the newly-appointed Mcot board. — APICHIT JINAKUL

Staff of the Mass Communication Organisation of Thailand (Mcot) yesterday called on Prime Minister Surayud Chulanont to remove PM's Office Minister Thirapat Serirangsan and the new Mcot board for alleged failure to properly regulate prime-time programming. They accused Mr Thirapat of bringing back a negative image to the listed company by favouring certain groups.

The employees alleged the minister discussed a change of programmes with Mcot senior executives and others in his office at Government House before the new Mcot board members were appointed.

''We doubt this minister's behaviour was appropriate,'' said Orawan Grimwiratkul, a representative of Mcot employees.

About 200 Mcot workers dressed in black for the Government House protest. Many were members of the Mcot union.

Mr Surayud came to meet the protesters to receive the letter demanding the board's ouster. He pledged to look into the matter.

Ms Orawan said the Mcot employees will wear black to work everyday, except Monday, until their demands are met.

Government officials wear yellow on Monday to pay homage to His Majesty the King's 60th year on the throne.

Mr Thirapat appointed the new board members _ led by Pongsak Payakvichien, a veteran journalist and senior executive director of Matichon Plc, who was named acting president.

Disgruntlement was first heard after reports that the popular documentary programme, Kob Nok Kala, would be replaced by the Thailand Weekly talk show of media mogul Sondhi Limthongkul.

Mr Sondhi's programme was taken off the air last year by the previous government.

But Mr Thirapat said the talks in his office were constructive and he had never shown favouritism toward any group.

He denied interfering in Mcot and urged the staff to give the new board time to work before judging them harshly.

Mr Thirapat reiterated his support for Mr Pongsak's attempt to improve the organisation.

Shrugging off the protest, Mcot board member Narong Chokewattana said only majority Mcot shareholders could fire the board, not the protesters.

Mr Pongsak yesterday insisted he was a media professional and wanted to improve Mcot's TV channel and its more than 60 radio stations. He guaranteed their independence.

Suriyasai Katasila, secretary-general of the Campaign for Popular Democracy, urged the board and employees to end their conflict soon because people were counting on the mass media to help forge national reconciliation.

----------

อ่านจับใจความอย่างรีบๆ (ทำงานอยู่) พอสังเกตได้ว่า

*** พนักงาน อสมท.ทุกคนจะสวมเสื้อดำทุกวันทำการ ยกเว้นวันจันทร์จะสวมเสื้อสีเหลือง

*** ธีรภัทรแต่งตั้งบอร์ดบริหาร อสมท.ชุดใหม่ โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานบริหารเครือมติชน ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ท่ามกลางกระแสข่าวตั้งแต่ต้นโดยมีข่าวลือว่า จะปลดรายการกบนอกกะลาออกจากผัง และนำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของสนธิมาเสียบแทน (จะบ้าเหรอ?) แต่เขาก็ปฏิเสธ โดยการพูดคุยเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงาน และไม่เคยชี้นำให้กลุ่มบุคคลเหล่านั้นให้สู่บทบาททุกอย่างในกลุ่ม เขาปฏิเสธการแทรกแซงองค์กร และขอให้เวลาพวกเขาได้เข้ามาบริหารงานก่อนตัดสินใจออกมาต่อต้าน ทั้งนี้เขายังให้ช่วยดูแลนายพงษ์ศักดิ์ ในการบริหารองค์กรให้ดีขึ้น เพื่อลดกระแสต่อต้าน

*** ณรงค์ โชควัฒนา กล่าวว่า ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของ อสมท. ไม่ใช่แค่ผู้ประท้วง

*** นายพงษ์ศักดิ์ต้องการพัฒนาคลื่นวิทยุและช่องโมเดิร์นไนน์ โดยรัประกันอิสรภาพในการทำงานแก่พนักงาน อสมท.

*** สุริยะใส กะตะศิลา เลขา ครป.แนะนำให้ยุติความขัดแย้งระหว่างบอร์ดกับพนักงาน เนื่องจากประชาชนกำลังต้องการสื่อสารมวลชน ที่จะช่วยให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในชาติ

เพิ่มเติมจากโพสทูเดย์

ด้านนายณรงค์ โชควัฒนา กรรมการบอร์ด อสมท กล่าวว่า การจะให้บอร์ด อสมท ลาออก คนที่พิจารณาคือกระทรวงการคลังเท่านั้น และการนำเสนอข่าวตอนนี้ ก็เป็นการเสนอข่าวเพียงด้านเดียว และไม่เห็นด้วยแต่แรกแล้วที่ให้ อสมท เข้าตลาดหุ้น เพราะในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแต่การคิดเพียงแค่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว

โพสต์ทูเดย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 12:54 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

ยามเฝ้าแผ่นดิน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 386


รักพ่อ อย่าพายเรือให้โจรนั่ง


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 08-11-2006, 12:18 »

เห็นช่อง 9 มีคนออกมาด่าทักษิณในรายการวิพากษ์รัฐบาลเพียบเลย สงสัยทักษิณเห็นเข้าเลยโทรสั่งให้สมุนในช่อง 9 ออกมาเคลื่อนไหว
บันทึกการเข้า


จงอย่าเกรงกลัวทรราช เพราะทรราชกลัวเกรงพลังประชาชน
beamking85@hotmail.com
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 08-11-2006, 12:49 »

ขอเสนอรายการใหม่..."ล้างบาง...ไปเลย"....
บันทึกการเข้า

อมพระมาพูด
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 918


สนิมเกิดแต่เนื้อในตน


« ตอบ #35 เมื่อ: 08-11-2006, 12:58 »

 

Money Talk ก้อเป็นหยั่งนี้แร่ะ ผลประโยชน์ขัดกันก้อบรรลัย !
บันทึกการเข้า

พึงทำความเพียรในวันนี้ ใครเล่าจะรู้วันตายในวันพรุ่ง
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 08-11-2006, 13:32 »

มาช่วยเสริมอีกที ตอนนี้นอกจากช่อง 9 จะถูกชำแหละผลประโยชน์ภายในองค์กร
กรมประชาสัมพันธ์ เจ้าของช่อง 11 และวิทยุ ก็ถูกเชือดไปแล้วเรียบร้อย


เด้ง“ดุษฎี”พ้นกรมกร๊วก ตั้ง“จุฑาธวัช”ปลัดแรงงาน

คณะรัฐมนตรีเด้ง “ดุษฎี สินเจิมศิริ” พ้นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมโยก“ปราโมช รัฐวินิจ” ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน พร้อมมีมติตั้ง “จุฑาธวัช อินทรสุขศรี” นั่งเก้าอี้ปลัดแรงงานฯ ขณะเดียวกันก็ส่ง “ปิยะพันธ์ จัมปาสุต” อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเข้ากรุรองปลัดฯ ส่วนโผกระทรวงทรัพย์ รัฐมนตรียันดีที่สุดในรอบ 4 ปี เช่นเดียวกับที่กระทรวงยุติธรรมที่เจ้ากระทรวงรับประกันย้ายทุกตำแหน่งเป็นธรรม
       
นางเนตรปรียา ชุมไชโย รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วานนี้(7 พ.ย.) คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอแต่งตั้งนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง และแต่งตั้งนายนพดล เฮงเจริญ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม แต่งตั้งนางฉวีงาม มาเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ ภาษาเอกสารและหนังสือ ตำแหน่ง 9 ชช. ให้ขึ้นเป็นระดับ 10 ชช. ในตำแหน่งเดิม พร้อมทั้งแต่งตั้งศ.อมรา พงศาพิชญ์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
       
กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งนายชัยพร โรจนวัฒน์ศิริเวช ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ตำแหน่ง 9 ดำรงตำแหน่ง ซี 10 วช. แต่งตั้งนายสุเจตน์ เลิศเอนกวัฒนา แพทย์ 9 วช. ด้านเวชกรรม ให้ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ 10 วช.
       
กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งนายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นรองปลัดกระทรวง แต่งตั้งนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นรองปลัดกระทรวง แต่งตั้งนายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก แต่งตั้งนายทรงชัย แพเจริญ วิศวกรใหญ่ ที่ปรึกษาวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา ซี 10 วช. เป็นอธิบดีกรมทางหลวงแต่งตั้งนายระพินทร์ จารุดุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท

สำนักงบประมาณ แต่งตั้งนายอุณหิศ กาญจนกุญชร ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ตำแหน่ง 10 ชช. ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ตำแหน่ง 10 เท่าเดิม แต่งตั้งนางจุฑามาศ บาระมีชัยให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
       
สำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายบุญรอด สิงห์วัฒนาศิริ ที่ปรึกษาระบบราชการ ซี 10 ชช. เป็นรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ด้านกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่งตั้งนายอัครพล พฤกษะวัน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน นักบริหาร 9 เป็นรองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระดับ 10
       
กระทรวงพลังงาน แต่งตั้งนายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และแต่งตั้ง นายพานิช พงศ์ภิโรดม อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเป็นอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
       
นอกจากนี้ ยังได้ย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
       
กระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งนางชูจิรา กองแก้ว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นายไพศาล วิเชียรเกื้อ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายสิรวัติ จันทรรัฐ อธิบดีกรมบังคับคดีเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
       
ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ายนายดุษฎี สินเจิมศิริ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งนายปราโมช รัฐวินิจ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์แทน
       
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ย้ายนายชาตรี ช่วยประสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน จากรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ ย้ายจากอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นางนิศากร โฆษิตรัตน์ จากเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายวิชัย แหลมวิไล จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ และนายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ จากรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ
       
นอกจากนี้ มีการต่อวาระผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ คือนายขันธ์ ประจวบเหมาะ นอกจากนั้น มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขององค์การเภสัชกรรม และการแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ อาทิ คณะกรรมการบริหารกิจการขนส่งมวลชนกรุงเทพ คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการทางพิเศษ

ผู้จัดการรายวัน 8 พฤศจิกายน 2549
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #37 เมื่อ: 08-11-2006, 14:25 »

ล้างบาง ซี 10
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #38 เมื่อ: 08-11-2006, 14:42 »

มุก เปลี่ยนชื่อกระทู้แบบนี้คุ้นๆ ไปลอกใครมาหว่า ละเมิดสินทรัพย์ทางปัญญาหรือเปล่าคับ
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 08-11-2006, 15:06 »

สื่อสารยุคทักษิณ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมืออย่างเต็มที่....

เมื่อมีการรื้อถอนระบอบทักษิณ เป็นเรื่องที่สิ่งเลี่ยงยาก ที่จะถูกจัดการ


...

ปรับตัว ปรับใจใหม่ เถอะครับ อสมท (ที่เอาเงินภาษีประชาชนไปลงทุน*)
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #40 เมื่อ: 08-11-2006, 17:37 »



จากภาพข่าวนี้ จะเป็นไปได้ไหมว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง
เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านรู้ความเลวจากงระบอบตักขี้

เพราะก็รู้ๆอยู่ ถ้าคุณสนธิ ลิ้ม ได้เวลามา
ชาวบ้านร้านตลาดจะเปิดหูเปิดตา ได้รับรู้ข่าวสารที่แท้จริง ในสิ่งที่ตักขี้ปิดบังมาโดยตลอด
และเมื่อนั้น คนจะเกลียดตักขี้มากขึ้น และตักกี้จะไม่ได้ผุดไม่เกิดแน่นอน

บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 08-11-2006, 17:55 »



'พงษ์ศักดิ์'เปิดแถลง'อรวรรณ'ซักโต้ปรับผัง อสมท
8 พฤศจิกายน 2549 15:28 น.
(เบื้องต้น)รักษาการ ผอ.อสมท เปิดแถลงต่อพนักงาน อสมท ระบุจะใช้เวลาอันน้อยเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สื่อรัฐ ให้มีเสรีภาพ ด้าน"อรวรรณ" ซัดบอร์ดไม่ใช่ศาสดาจะกำหนดรายการ ถาม"ธีรภัทร์"ดอดเรียกผู้จัดคนนอกแบ่งเวลา


นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการผู้อำนวยการ อสมท เปิดแถลงข่าววันนี้ (8 พ.ย.) ว่า ในระบบการเรียนนิเทศ และวารสารศาสตร์ที่ตนมีส่วนในการกำหนดหลักสูตร ในการทำงานนั้นตนไม่มีส่วนตัว ต้องขอโทษพวกเราที่ไม่ใช้เวลาที่มีระยะเวลาอันสั้นที่มาทำงานที่นี่ นั่งทำหน้าที่รักษาการ ผอ.ด้วยความสมัครใจ ตั้งใจเข้ามาช่วยทำงานสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐ ทำงานทางด้านสื่อร่วมกับพวกเรามา 45 ปี แล้ว ได้ปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพสื่อ ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ มาตลอดระยะเวลา ตรวจสอบได้

"ผมตั้งใจจะเข้ามารับหน้าที่ในช่วงเวลาน้อย ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการในรัฐธรรมนูญที่จะต้องปกป้องความเป็นอิสระ เสรีภาพ สื่อมวลชน เป็นโอกาสเดียวของประเทศชาติ โอกาสที่จะทำรัฐประหาร มีเครื่องมือ เครื่องไม้ของทหารเข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งการรัฐประหารไม่น่าจะมีอีกแล้ว ถ้าคิดว่าครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม ที่จะทำงานในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าจะมีการปฏิวัติ รัฐประหารอีก จะไม่ใช่การรัฐประหารในรูปแบบเดิม" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ตนมีความภูมิใจในสำนักข่าวไทยตนมีโอกาสพูดตั้งแต่ช่วงที่คุณแสงชัย สุนทรวัฒน์ เป็น ผอ. ว่า สำนักข่าวไทยจะต้องเป็นแกน เป็นหัวใจ ไม่ใช่แยกออกมาเป็นข่าววิทยุ โทรทัศน์ ถ้าท่านไม่ตั้งใจฟัง หรือฟังเฉพาะส่วนที่ท่านต้องการฟัง จะกลายเป็นการฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ที่พูดนี่ซ้ำซาก ให้บอกความประสงค์ว่าต้องการให้ อสมท.เป็นอย่างไร ผอ.คนใหม่เป็นอย่างไร ตนมีแผนที่จะทำให้ สำนักข่าวไทยให้เป็นองค์กรสื่อสารมวลชนระดับโลก เหมือนซีเอ็นเอ็น ขอโทษที่ตนไม่ได้พูดออกไป แต่ได้พูดกับในระดับหัวหน้า แต่ไม่ได้ถ่ายทอดไป เราไม่ได้สื่อสารกัน

"สิ่งหนึ่งที่จะรับไม่ได้ เพราะตนมีฐานะที่จะเกินไปที่จะพบใคร ตนมีฐานะนำความคิดเห็นความต้องการของ อสมท. ตนทำตามนโยบายที่รัฐได้ ตนสนองนโยบายที่รับได้ได้ แต่ในส่วนตัวไม่สามารถสนองดำริใดใดได้ ตนมีหน้าที่คุ้มกันภูมิต้านทานของสื่อ เป็นสื่อของรัฐที่เป็นอิสระ ที่ใครจะมาสั่งไม่ได้ นั่นคือภูมิต้านทานที่ตนต้องการจะให้มี เพราะ อสมท เขามีวิชาชีพกันอย่างนี้ มีคนถามตนว่าเปลืองตัวทำไม" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ด้านนางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล นักข่าวอาวุโส อสมท กล่าวว่า เราก็เคารพ แต่เป็นการแสดงความเห็น ขออภัยถ้าสิ่งที่พูดอาจล่วงล้ำก้ำเกิน แต่ไม่ได้ทำในนาม อรวรรณ แต่มีการรวมพลังกันเกือบ 700 คนแล้ว เป็นเรื่องขององค์กร ขอยืนยันที่ทำไปไม่ต้องการเผชิญหน้าหรือเป็นศัตรูกับใคร แต่ต้องการปกป้องไม่ให้ใครมาฉกฉวยประโยชน์ในบ้านของเรา ทุกรายการต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการผัง ผู้จัดจากทุกค่ายควรได้รับการแข่งขันอย่างแท้จริง การที่บิดเบือนว่า อสมทเคลื่อนไหว เพื่อเงินในกระเป๋า หรือปกป้องระบอบทักษิณ ถือเป็นการดูหมิ่นคน อสมท อย่างร้ายแรง

การเสนอข่าวสารหรือรายการให้ประชาชนต้องมีความหลากหลาย ให้ประชาชนได้เลือก เราเป็นศาสดาหรือ การที่สั่งให้ไปทำข่าวรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ทุกสัปดาห์ ถ้าไปสั่งเด็กมติชน เขาจะทำไหม ถือว่าเป็นการแทรกแซงการทำข่าวของเราหรือไม่ ที่ว่าทำไมเมื่อ 5 ปี ที่แล้วทำไมไม่ออกมาเรียกร้องเมื่อมีการแทรกแซง เพราะเราสร้างความสมดุลได้แม้มีการดูแลอย่างหนัก

"วิธีการที่ ดร.ธีรภัทร์ เรียกผู้บริหารของเราท่านหนึ่งไปพบในห้องทำงานในทำเนียบ มีคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณอดิศักดิ์ (ลิมปรุ่งพัฒนกิจ) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เพื่อตกลงเรื่องรายการ โดยไม่ได้เปิดให้คนอื่นรู้ตัว นั่นเป็นวิธีที่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงมาก้าวก่ายหรือไม่ แม้คนที่ต้นทุนต่ำ เคยดูแล อสมท มาก่อน ก็ยังไม่ทำอย่างนี้กับ อสมท และเป็นการแทรกแซงชนิดที่ว่า รมต.ที่เป็นนักการเมืองยังไม่กล้าอีกด้วย"

นางอรวรรณระบุอีกว่า คน อสมท ห่วงความแตกแยก นโยบายนายกฯ ดีมาก แต่ รมต.ของท่านทำงานไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม และถ้าอาจารย์ป๋อง(นายพงษ์ศักดิ์) รู้ไม่เท่าทัน ท่านจะดูแลองค์กรเราให้เข้มแข็งได้จริงหรือ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ข่าวที่มีเนื้อหาเหมือนกัน



'พงษ์ศักดิ์'เผยทำงานเพื่อองค์กรยันไม่แทรกแซงสื่อ
INN News 8 พฤศจิกายน 2549 16:36:44 น.
รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท.คนใหม่"พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร" เปิดใจ พร้อมทำงานเพื่อองค์กรยัน ไม่มีเจตนาเข้ามาแทรกแซงการทำงานของสื่อ


นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท.จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงการเข้ามารับหน้าที่ของตนว่ามีความตั้งใจและจริงใจที่จะทำให้องค์กรดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง คงความอิสระในวิชาชีพสื่อมวลชน และต้องการสร้างความแข็งแรงขององค์กร โดยตนจะดำรงตำแหน่งในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น จนกว่าจะมีคณะผู้บริหารบริษัท อสมท.ชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ตนไม่ได้มีเจตนาเข้ามาแทรกแซงทำหน้าที่ของสื่อมวลชนแต่อย่างใด ขณะที่นางสาวอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยพร้อมพนักงานบริษัท อสมท.จำนวนกว่า 700 คนได้ออก แถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรียกร้องให้การวางผังรายการของบางรายการ ควรได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างโปร่งใส แทนการใช้วิธีการนอกระบบที่รู้เห็นเพียงผู้มีอำนาจไม่กี่คนเท่านั้น และถือว่ากรณีที่การที่บิดเบือนว่า อสมทเคลื่อนไหว เพื่อเงินในกระเป๋า หรือปกป้องระบอบทักษิณ ถือเป็นการดูหมิ่นคน อสมท อย่างร้ายแรง และผู้บริหารของบริษัทอสมท.เข้าหารือกับนายธีภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นการพยายามเข้ามาแทรกแซงองค์กรและหมดความชอบธรรมจึงเรียกร้องให้นายธีรภัทร์ลาออกจากตำแหน่งทันที

3 ประเด็นในแถลงการณ์ฉบับที่ 2

1. วางผังรายการให้โปร่งใส
2. ปกป้องศักดิ์ศรีพนักงาน อสมท.
3. เรียกร้องให้นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ลาออกจากตำแหน่ง
  Exclamation

ข่าวเบรค อัพซะหน่อย เพราะมันอยู่ในระบบไม่นาน

"พงษ์ศักดิ์" ยืนยันไม่มีเจตนาเข้าแทรกแซงการดำเนินงาน  
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤศจิกายน 2549 16:22 น.
 
ในระหว่างการชี้แจงนโยบายการบริหารงานของนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ท่ามกลางพนักงานที่พร้อมใจกันแต่งชุดดำกว่า 400 คน เข้ารับฟัง นายพงษ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า มีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะเข้ามาพัฒนา อสมทฯ และเข้ามาป้องกันการแทรกแซง ต้องการให้ อสมทฯ เป็นสื่ออิสระ ส่วนการที่พนักงานออกมาคัดค้าน เป็นเพราะไม่ได้มีการสอบถามข้อมูลที่แท้จริง ขณะที่ตัวแทนพนักงานได้เปิดเผยข้อมูลกรณีมีคำสั่งให้ทำข่าวจากสื่ออื่น

ต่อมาก็มีข่าวพาดหัวในเว็บไซต์ผู้จัดการ

• “พงษ์ศักดิ์” ยันเจตนาบริสุทธ์ นั่งบริหาร อสมท - เทียบชั้นสื่อโลก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 18:43 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 08-11-2006, 18:27 »

อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตีพิมพ์บทความตอบโต้พนักงาน อสมท.แล้วครับ สดๆ เลย น่าจะเขียนตอนบ่ายหลังหารือจบนี่แหละ เนื้อหาจะรุนแรงเหมือนชื่อหรือไม่ ... ลองอ่านโดยพลัน

• “รายการสภาท่าพระอาทิตย์ โคตรห่วย” หนักหัวใคร? / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์



ในความคิดของผมจากการที่สังเกต การเคลื่อนไหวของ อสมท. ในครั้งนี้ส่วนหนึ่ง
น่าจะมาจากเหตุผลที่ว่า "การสื่อสารผิดพลาด" ระหว่างบอร์ดผู้บริหาร กับพนักงาน อสมท.
อย่างที่หลายคนว่านั่นแหละครับ ไม่ใช่อะไร เพราะบางทีข่าวลือบางข่าวอย่างผังรายการวันศุกร์
พนักงาน อสมท.ตรัสรู้คิดไปเองว่าจะปลดกบนอกกะลาและคุยคุ้ยข่าว แล้วเอาเมืองไทยรายสัปดาห์
ของนายสนธิ แห่งค่ายผู้จัดการมาเสียบ เห็นแบบนี้แล้วบอกได้คำเดียวว่า... น้ำผึ้งหยดเดียวครับ
ทั้งๆ ที่ผมเห็นว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดผังรายการโดยที่เอารายการที่นิยมออกจากผังรายการเลย
แต่ตามหลักการอาจจะย้ายเวลาแทน อีกอย่าง ผังรายการยังไม่ได้จัดด้วยซ้ำ


จริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องผังอย่างเดียว เรื่องความไม่พอใจในผลประโยชน์ ลึกๆ ด้วยต่างหาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 18:34 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

NiTeLiGhT
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 147


« ตอบ #43 เมื่อ: 08-11-2006, 18:48 »

ความดีความเลว มันเริ่มเผยกันออกมา แล้วล่ะครับ

เมื่อหัวหน้าเลว ไม่อยู่ ตอต่างๆ ก็ผุดมามากมาย

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยุ่งๆ  แต่เป็นตอผุๆ ที่โผล่มาหลังน้ำลด

ได้เวลาล้างบ้าน อสมท แล้ว  คนเดือดร้อนเพราะผลประโยชน์ ก็ต้องดิ้นเป็นธรรมดา...

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารคนใหม่ จัดการอย่างเด็ดขาดสักที
บันทึกการเข้า
Neoconservative
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 407


We protect the Kingdom


« ตอบ #44 เมื่อ: 08-11-2006, 19:11 »

อสมท. สู้ๆ เตะ ลิ้มโกตั๊บ ให้หัวทิ่ม ไปเลย

 
บันทึกการเข้า
somwang
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #45 เมื่อ: 08-11-2006, 20:08 »

เจ๊ตุ้ย จะว่าไงจ๊ะ สังคมอุดมประเทือง อิอิ 
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่คนไทยยังมีพิธีจับปอบ ขูดต้นไม้ขอหวย หรือ กราบไหว้เจลลดไข้ ตราบนั้นคนไทยก็ยังได้ทักษิณเป็นนายกฯ
Naymoon
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #46 เมื่อ: 08-11-2006, 22:51 »

มาเขียนเพิ่มเติมของตัวเองอีกนิดนึง

การเข้ามาของคุณมิ่งขวัญ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับ อสมท. หรือไม่นั้น
ก็ต้องไปดูกันว่าเข้ามาแล้ว มีปัญหาอะไรหรือไม่  จะทุจริตไปมีผลงานไป มันก็ผิดครับ
ก็โดนดำเนินเรื่องไปตามปรกติ 

จะกรรมการโกงข่าว หรืออะไรก็แล้วแต่ โกงก็คือโกงครับ ก็ต้องดำเนินการไม่ยกเว้น


ยกตัวอย่างอย่างกระทู้ซื้อที่ดิน เอื้อหรือไม่ ตรงนั้นไม่เกี่ยว แต่รู้สึกจะผิดตรงที่ถือว่าคุณทักษิณ
เป็นนายก ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และภรรยาไปซื้อนี่ ไม่ถูกก็ไม่ถูกครับ โดนไปตามแบบนั้นๆ


อย่างที่เขียนในโพสก่อนย่อหน้าก่อนสุดท้ายขอขยายความหน่อย
ไม่สำคัญว่าจะเอารายการใครเข้าไป รายการเก่าที่ถูกถอด หรือรายการของคุณสรยุทธ์จะปลดออก
ก็ทำไปครับ   ไปหากำไรจากส่วนอื่นๆ เข้ามาแทน ซึ่งถ้ากำไรมันมีเหลือพอทำได้
ทำเลยครับ  แต่ไม่ใช่กำไรไม่มี แล้วยังจะทำอันนี้เท่านั้นแหล่ะที่ไม่เห็นด้วย





ส่วนเรื่องการประท้วงของพนักงานอสมท.  อันนั้นผมกลับมองว่าสิทธิของพวกเขา
เขาเสียผลประโยชน์ก็มีสิทธิเรียกร้อง  แต่ "อสมท. เป็นของส่วนรวม" ซึ่งก็ต้องดู
ความเห็นส่วนรวม   จะเรียกร้องอะไรก็เรียกไป  แต่จะได้หรือไม่นั่นอีกเรื่องครับ
มีสิทธิประท้วง แต่ต้องแบบสงบๆ นะ


จากโพสของคุณ Aloha007
ด้านนายณรงค์ โชควัฒนา กรรมการบอร์ด อสมท กล่าวว่า การจะให้บอร์ด อสมท ลาออก
คนที่พิจารณาคือกระทรวงการคลังเท่านั้น   และการนำเสนอข่าวตอนนี้ ก็เป็นการเสนอข่าวเพียงด้านเดียว
"และไม่เห็นด้วยแต่แรกแล้วที่ให้ อสมท เข้าตลาดหุ้น เพราะในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแต่การคิดเพียงแค่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว"

ตรงส่วนนี้ผมกำลังจะบอกว่า  "ถ้า"  ถ้านะ ถ้า
ถ้ารัฐที่ถือหุ้นใหญ่จะบอกว่า  "ไม่แสวงหาผลกำไร"  ก็ไม่ควรเอาเข้าตลาดครับ
เพราะมันจะประหลาดๆ "หุ้นไม่มีกำไรของรัฐ"  เข้ามาให้ใครซื้อ ยกเว้นเอามาให้นักลงทุนปั่นหุ้นกัน
ผมว่าถ้างั้นทำ tender offer ออกจากตลาดเลยครับ ตัดปัญหา


ปล.อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าความเห็นส่วนใหญ่ว่าไง ผมก็ตามนั้น เพียงแต่นี่คือความคิดผมเฉยๆ
เพราะรู้สึกว่าเริ่มเห็นแววลางๆ ตั้งแต่แรกว่า จะตกขอบอีกแล้ว

แต่ถ้าอ่านจากที่คุณ Aloha007 นั่นก็น่าจะโอเคนะ ที่เขามาชี้แจง
แต่ขอรอดูต่อครับ
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #47 เมื่อ: 09-11-2006, 02:08 »

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=umcot2  เอาเวปบอร์ดมาฝาก 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 09-11-2006, 03:02 »

เหตุมันไม่มีอะไรมาก สนธิ ไปด่า เจ๊มิ่ง ซึ่งตอนนั้นทำอยู่ช่อง 9

เจ๊มิ่ง มาแล้วก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง พนักงานมีความสุข จากชื่อเสียงกับกำไรในตลาดหุ้น

เมื่อสนธิไปด่าองค์กรของเค้า จะด้วยเพราะถูกถีบออกมาหรือเปล่านั่นก็เป็นเรื่องการต่อสู้กัน ทั้งในเชิงธุรกิจ และ ผลประโยชน์

ซึ่งไปเกี่ยวพันกับการเมือง

อย่างรายการสรยุทธ์ ก็เป็นรายการแบ่งกำไร แบ่งกันขายโฆษณา

การตัดสรยุทธ์หรือลดคุยคุ้ยข่าว ย่อมกระเทือนรายได้ของ อสมท. ไม่ต้องสงสัย

ส่วนทิศทางการนำเสนอ นั่นเป็น "โฆษณาแฝง" ซึ่ง "ไม่มีใบเสร็จ"

พนักงานนั้นถูกผลักเข้าไปอยู่ใน "ระบอบทักษิณ" เพราะ เจ๊มิ่งนั้น มาจากสายของ ทักษิณตรง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น โฆษณาเจ้าใหญ่ของ อสมท. ก็มี เอไอเอส อยู่หลากหลาย

การปรับเวลาช่วง"หลังข่าว" มันกระทบไปหลายเจ้า

เอาเป็นว่ามันก็เรื่อง "ผลประโยชน์" ด้วยกันทั้งนั้น เพราะทำหนังสือ ทำรายการ ทำข่าวทีวี มันก็อยู่ได้ด้วยโฆษณา

เงินมันเยอะ ว่างั้นเถอะ
บันทึกการเข้า

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #49 เมื่อ: 09-11-2006, 09:30 »

พาดหัวข่าวผู้จัดการรายวันเช้านี้ ตีข่าว อสมท.เป็นหลักเกือบครึ่งหน้า

• เปิดหน้าคนทำร้าย อสมท แฉแพะรับบาปแทน‘ไร่ส้ม’

มีเนื้อหาในการหารือเมื่อวานนี้ส่วนหนึ่ง

**พงษ์ศักดิ์พบพนักงานเปิดโอกาสซักถาม
       
ขณะเดียวกัน หลังเกิดปัญหาความสับสนต่างๆของอสมท วานนี้(8พ.ย.) นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)  ได้พบปะผู้บริหารและพนักงาน อสมท เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการหลังทำหน้าที่รักษาการ ตั้งแต่วันที่  1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีพนักงานกว่า 400 คนที่เข้ารับฟังเพื่อต้องการที่จะชี้แจงให้พนักงานมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
       
ทั้งนี้พนักงานได้ผลัดเปลี่ยนกันตั้งประเด็นสอบถามผู้บริหาร โดยมีนางอรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ซึ่งเป็นแกนนำพนักงานที่ออกมาประท้วงบอร์ดชุดใหม่ของอสมทชูเรื่องหลักๆนั้นอาทิเช่น เรื่องธรรมมาภิบาลที่เข้ามาเป็นบอร์ดและผู้บริหารอสมท ทั้งๆที่เป็นบอร์ดและบริหารงานที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน),  เรื่องของการปรับผังรายการ การยกเวลาให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง, การให้สัมภาษณ์ของบอร์ดบางคนในแง่มุมต่างๆ
       
**อสมท.บางพวกโห่-ตุ้ยพูดเสียดสี
       
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงระหว่างการพบปะกันนั้น กลุ่มพนักงานอสมทส่วนใหญ่ได้มีการแสดงกิริยาที่ค่อนข้างไม่สุภาพเป็นระยะ เช่น การโห่ฮา หรือ การไม่ให้เกียรติกับ นายพงษ์ศักดิ์ ในฐานะที่เป็นรักษาการ ในเวลาที่พูดบางครั้ง โดยการไม่ฟังหรือส่งเสียงดัง รวมทั้งพฤติกรรมการใช้น้ำเสียงในการถามจากพนักงานบางคนที่ไม่ค่อยสุภาพ และคำถามที่ค่อนข้างไม่พอใจว่า ทำไมต้องให้ไปทำรายงานข่าวเมืองไทยรายสัปดาห์ทุกวันศุกร์ด้วย ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์นั้น กลับเก็บท่าทีและมีอารมณ์ที่สุขุมอย่างมาก
       
ในช่วงท้าย นายธีรภัทร์ สัจจกุล ผู้จัดการคลื่นซี้ด 97.5 เอฟเอ็ม โมเดิร์นไนน์ เรดิโอ ซึ่งเข้ามามีบทบาทในอสมทยุคที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเสียดสีนายพงษ์ศักดิ์ว่า โมเดิร์นไนน์ทีวีและโมเดิร์นไนน์เรดิโอในความหมายของนายพงษ์ศักดิ์หมายความว่ายังไง และขอช่วยพิจารณาตัวเองว่ามีทักษะในการสื่อสารที่เหมาะกับการบริหารอสมทหรือไม่
       
ขณะที่พนักงานราหนึ่งกล่าวเสริมว่า หากนายพงษ์ศักดิ์ และ บอร์ดทุกคนลาออกจากบอร์ดวันนี้จะกลายเป็นปูชนียบุคคลแต่หากไม่ลาออกและยังเป็นบอร์ดต่อก็จะเสียคนที่อสมท
       
ทั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ได้ตอบข้อสงสัยทุกคำถามโดยกล่าวว่า ความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเรายังไม่ได้มีการสื่อสารกัน ขณะที่กระแสข่าวจากข้างนอกทำให้เราเข้าใจไปอีกอย่าง  ส่วนในเรื่องของธรรมมาภิบาลนั้น ตามกฎหมายแล้วผมมาถูกต้อง มาโดยผู้ถือหุ้นอนุมัติ
       
“ผมได้รับการติดต่อจากหลายฝ่าย และคาดว่าหากเข้ามาช่วยเหลือเป็นบอร์ดแล้ว จะเข้ามาสร้างความแข็งแกร่งและเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเวลาอันสั้นผมก็ยินดี ในอดีตผมเองก็เคยเป็นบอร์ดอสมทมาแล้วและผมก็เคยลาออกจากบอร์ดอสมทมาแล้วในอดีต”
       
หากมีข้อกล่าวหาว่า เขาไปมีความสัมพันธ์กับใคร หรือคิดว่าจะมาเป็นนายหน้าหาหัวคิว หรือ หาเวลารายการให้ใคร ก็ไปตรวจสอบได้ ซึ่งเกิดมาไม่เคยต้องมารายงานทรัพย์สิน ครั้งนี้ก็ต้องทำ ช่วง 3 เดือนถ้าหากสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้ก็พร้อมที่จะลาออก และยินดีลาออกก่อนหน้านี้ด้วยหากทำไม่ดี ทำไมต้องมาเปลืองตัวให้รุ่นน้อง ลูกศิษย์ ด่าว่า หรือเสียดสีโดยไม่จำเป็น
       
“ถ้าหากจะให้ลาออกจากบอร์ดมติชนตอนนี้ ผมก็พร้อมที่จะลาออกก็ได้ และสาเหตุที่ไม่ลาออกจากบอร์ดอสมท ก็เพราะว่า หากลาออกก็เหมือนกับว่าผมยอมรับในสิ่งที่ทุกคนกล่าวหาว่าผมมีผลประโยชน์อะไรที่เข้ามานั่งเป็นผู้บริหารในนี้ เป้าหมายของผมคือต้องการทำให้องค์กรแห่งนี้มีความแข็งแกร่งและเป็นสื่อที่อิสระ มีมุมมองทำข่าวรอบด้าน ไม่ต้องการให้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมจะทำตามนโยบายที่รับได้ ”
       
ส่วนประเด็นเรื่องผังรายการนั้นยืนยันว่า ยังไม่มีการพิจารณาหรือข้อสรุปใดๆ แม้แต่รายการกบนอกกะลา ไม่มีความคิดที่จะถอดรายการนี้ออกตามที่เป็นข่าวลือ ไม่มีเหตุผลที่จะไปถอด
       
“ผมไม่ใช่คนไม่รู้เรื่องอะไร” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
       
สำหรับประเด็นของการให้สัมภาษณ์ของบอร์ดบางคนนั้น นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า บอร์ดทุกคนก็มีสิทธิที่จะพูดจะเหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งอันนี้ต้องเอาเข้าประชุมที่บอร์ดว่าถูกวิพากษ์ วิจารณ์อย่างนี้จะทำอย่างไร โดยทั้งหมดนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมวันศุกร์ที่ 10 นี้


‘อสมท’ขึงพืดผู้บริหาร ชำแหละ‘ธีรภัทร์’ล้วงลูกเกินรัฐบาลทักษิณ-พงษ์ศักดิ์ลั่นพร้อมออก

โพสต์ทูเดย์ — พนักงาน อสมท รุมสับ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ “พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร” เอ่ยขอโทษ ประกาศพร้อมลาออกจากรักษาการ หากคน อสมท ไม่ต้องการ

นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท พร้อมผู้บริหาร อสมท ได้เปิดเวทีพบพนักงาน อสมท เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน เพื่อชี้แจงถึงนโยบายต่างๆ ปรากฏว่ามีพนักงาน อสมท เข้าร่วมฟังนโยบายกว่า 500 คน ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ได้ใส่เสื้อดำเข้าร่วมฟัง และก่อนหน้าพนักงานบางส่วนได้นำพวงหรีด สีดำ มาวางไว้หน้าตึก อสมท ด้วย

สำหรับบรรยากาศการชี้แจง และตอบคำถามต่างๆ เป็นไปอย่างดุเดือดและเข้มข้น สลับกับการส่งเสียงโห่ร้องแนวขับไล่ให้ลาออกจากตำแหน่ง

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การเข้ามาทำงานที่ อสมท นั้น เข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มาเพื่อต้องการสร้างให้ อสมท เป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งเทียบเท่ากับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ส่วนนโยบายของรัฐบาลที่ สั่งการมานั้น ต้องเป็นนโยบายที่ดีเท่านั้นถึงจะปฏิบัติตาม หากเป็นนโยบายที่ไม่ดี ก็ไม่ปฏิบัติตาม เพราะมีศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ หากพนักงานต้องการให้ออกจากตำแหน่งรักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ ก็พร้อมที่จะออก ส่วนกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการนั่งในตำแหน่งบริหารในบริษัท มติชน นั้น ก็พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งในมติชน เพื่อพิสูจน์ธรรมาภิบาล แต่จะไม่ลาออกจากการเป็นบอร์ด อสมท เพราะหากลาออกจากบอร์ด อสมท ก็เท่ากับยอมรับในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ทั้งนี้ เมื่อนายพงษ์ศักดิ์ เปิด โอกาสให้พนักงาน อสมท ถามข้อสงสัย นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล นักข่าวอาวุโส อสมท ได้ซักถามในรายละเอียดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคำสั่งของนายพงษ์ศักดิ์ ที่สั่งให้สำนักข่าวไทย ไปทำข่าวรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ทุกสัปดาห์ ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และถือว่าแทรกแซงการทำงานอย่างร้ายแรง รวมถึงการปรับผังรายการที่ไม่มีความโปร่งใส เพราะนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกผู้จัดรายการจากสำนักข่าวต่างๆ ไปตกลงกัน ซึ่งเรื่องอย่างนี้ ในสมัยรัฐบาลที่มีต้นทุนอย่างรัฐบาลที่แล้ว ยังไม่เคยเข้ามาล้วงลูกผังรายการเลย

นายพงษ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า ต้องขอโทษพนักงานหากบางคำพูดไม่ชัดเจน และยอมรับว่าสาเหตุของความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันของพนักงานในองค์กรวันนี้ เกิดมาจากการสื่อสารที่ผิดพลาดและไม่รอบด้าน ส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจมากเหลือเกิน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทุกคนใหม่ทั้งหมด

“ผมยืนยันว่าจะรับเอาสิ่งที่ได้รับการท้วงติงในวันนี้ไปให้ที่ประชุมบอร์ดวันที่ 10 พฤศจิกายน และพิจารณาว่ามีเรื่องใดต้องพิจารณาทบทวนใหม่ เพื่อให้องค์กรที่ผมบอกว่าผมรัก และมีส่วนช่วยในการก่อตั้ง เป็นไปตามแนวทางสังคมอุดมปัญญาเดิม เพียงแต่มีการเน้นย้ำว่าให้เป็นสัมมาปัญญา ซึ่งสิ่งใดยังไม่ดี ก็สมควรพัฒนาให้ดีขึ้น” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ส่วนกรณีแนวคิดให้มีการนำเสนอข่าวของรายการ เอเอสทีวี ของเครือผู้จัดการ อาจเป็นเพราะสู่รู้มากไปหน่อย ที่เข้าไปเสนอให้ทำ เพียงแต่มองในประเด็นการทำงานสื่อ หลังจาก อสมท ถูกมองว่ามีการนำเสนอข่าวด้านเดียวมาก่อนในช่วงที่ผ่านมา จึงเพียงอยากให้มีการนำเสนอข่าว 2 ด้าน เท่านั้น ไม่ได้ต้องการแทรกแซง

ด้านมติชนนำเสนอข่าวในเชิงปกป้องอาจารย์ป๋องบ้างเล็กน้อย

"พงษ์ศักดิ์"ย้ำจุดยืน ทำ"อสมท"แข็งแกร่ง พนักงานยันให้ออก


ฟังชี้แจง - พนักงาน อสมท เข้าฟังการชี้แจงจากนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รองประธานกรรมการ ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท เกี่ยวกับนโยบาย อสมท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน

"พงษ์ศักดิ์"เปิดห้องประชุมแจงเหตุเข้ารับตำแหน่งรักษาการ ผอ.อสมท ยืนยันเจตนาดีหวังสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง ย้ำเข้าบริหารงานแค่ 3 เดือน ฝ่ายพนักงานกว่า 400 คนแต่งชุดดำรวมตัวต้าน เรียกร้องให้ลาออก

นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รองประธานกรรมการทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ชี้แจงและตอบข้อสงสัยต่างๆ ต่อพนักงาน อสมท หลังจากพนักงาน อสมท รวมตัวประท้วงแสดงความไม่พอใจการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) อสมท ชุดใหม่ โดยยืนยันมีเจตนาจะทำให้องค์กร อสมท เป็นองค์กรที่ดีมีความแข็งแกร่ง ขณะที่พนักงาน อสมท ยังแสดงความไม่พอใจต่อคำชี้แจงและเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง

เมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ห้อง ออดิทอเรียม บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงาน อสมท ประมาณ 300-400 คน โดยส่วนใหญ่ใส่เสื้อยืดสีดำพิมพ์คำว่า "หยุดทำร้าย อสมท" และ "แดนสนธยามันกลับมาแล้ว" เข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงของนายพงษ์ศักดิ์ โดยก่อนการประชุม ตัวแทนผู้ประท้วงมอบดอกไม้ให้นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล แกนนำกลุ่มพลัง อสมท เพื่อเป็นกำลังใจ

นางอรวรรณกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของพนักงาน อสมท ครั้งนี้ไม่ใช่ทำเพื่อปกป้องตำแหน่งหรือผลประโยชน์ใดๆ ของ อสมท ทุกคนมีเจตนาบริสุทธิ์ในการเคลื่อนไหวเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของ อสมท ที่สูญเสียไป

จากนั้นนายพงษ์ศักดิ์กล่าวชี้แจงว่า ต้องขอโทษที่ไม่ได้ใช้เวลาอันน้อยนิดทำความเข้าใจกับพนักงาน แต่ยืนยันว่า มีเจตนาที่ดีและมีความรักความผูกพันในองค์กรนี้เช่นกัน เพราะอยากให้ อสมท เป็นองค์กรที่แข็งแกร่ง รัฐบาลไหนเข้ามาก็มาสั่งไม่ได้

"ผมรู้สึกน้อยใจว่าที่ผ่านมาพยายามพูดกับฝ่ายบริหาร อสมท และสำนักข่าวไทยส่วนหนึ่งถึงความตั้งใจจริง แต่ไม่มีใครเอาไปบอกกันให้เข้าใจ และไปฟังกระแสข่าวต่างๆ จากภายนอก ทำให้เกิดความสับสน" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว และว่า จะเข้ามาบริหารงานใน อสมท เพียงสามเดือนเท่านั้น ไม่ใช่หนึ่งปีอย่างที่เข้าใจกัน และต้องการรวบรวมความคิดเห็นของพนักงาน อสมท ว่า อสมท จะดำเนินงานต่อไปอย่างไรในทิศทางไหนและต้องการผู้อำนวยการใหญ่แบบไหน

จากนั้น นางอรวรรณลุกขึ้นอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มพลัง อสมท แสดงความสงสัยนายณรงค์ โชควัฒนา กรรมการ อสมท ให้สัมภาษณ์ผ่านเอเอสทีวีระบุ มีแนวคิดจะถอน อสมท ออกจากตลาดหุ้น พร้อมกับตั้งคำถามกรณีนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เรียกนักจัดรายการไปหารือการจัดผังรายการใหม่ ถือว่าเป็นการแทรกแซงการบริหารงาน อสมท หรือไม่ นอกจากนี้ยังสอบถามนายพงษ์ศักดิ์ว่า นายพงษ์ศักดิ์สั่งให้สำนักข่าวไทยเผยแพร่ข่าวการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ใช่หรือไม่

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวยอมรับว่า เสนอแนวคิดเรื่องการเผยแพร่ข่าวการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์จริง แต่ไม่ใช่เป็นคำสั่ง เพราะเห็นว่าในระยะที่ผ่านมา อสมท เสนอข่าวเพียงด้านเดียว การนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นวิธีการแก้ปัญหาทางหนึ่ง แต่ถ้าใครเข้าใจว่าเป็นคำสั่งก็ต้องขอโทษด้วย และอาจเป็นเพราะตนพูดไม่รู้เรื่องก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอรวรรณเรียกร้องให้นายพงษ์ศักดิ์ลาออกจากตำแหน่งบอร์ดและรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท โดยระบุว่า หากนายพงษ์ศักดิ์ลาออกในเวลานี้ถือเป็นปูชนียบุคคล

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า จะลาออกในขณะนี้ยังไม่ได้ เนื่องจากว่าหากลาออกเท่ากับว่า สิ่งที่มีการพูดกันนั้นเป็นเรื่องจริง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวถึงการปรับผังรายการใหม่ของ อสมท นายพงษ์ศักดิ์มอบให้นายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท เป็นผู้ชี้แจง

นายชิตณรงค์กล่าวว่า กระแสข่าวดังกล่าวเป็นจริง มีการพูดคุยกันถึงเรื่องปรับผังรายการ เพียงแต่ไม่ได้ตอบตกลงใดๆ เพราะเป็นการพิจารณาของคณะกรรมการผังรายการ และบอร์ด อสมท ชุดใหม่ยังไม่ทราบเรื่อง

นายชิตณรงค์กล่าวว่า ผังรายการใหม่อาจจะนำมาพิจารณาในวันที่ 10 พฤศจิกายน ขอยืนยันว่านายพงษ์ศักดิ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของการประชุม อสมท เป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากพนักงาน อสมท แสดงความไม่พอใจคำชี้แจงของผู้บริหาร อสมท เป็นระยะๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีรภัทร สัจจกุล ผู้จัดการคลื่น ซี้ด 97.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ลุกขึ้นมาซักถามนายพงษ์ศักดิ์ถึงแนวคิดการทำงานของ อสมท ว่าเป็นอย่างไร

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวยอมรับว่า อาจจะไม่มีทักษะเรื่องการบริหารงาน อสมท และปฏิกิริยาของพนักงาน อสมท ที่แสดงออกมานั้น เข้าใจได้ดี ส่วนกรณีที่พนักงาน อสมท ต้องการกู้ศักดิ์ศรีคืนนั้น ทางพนักงานก็ได้ศักดิ์ศรีคืนแล้วเพราะว่าการพูดคุยครั้งนี้เปิดกว้างให้สื่อต่างๆ เข้ารับฟังและคิดว่าประชาชนคงจะเข้าใจการเคลื่อนไหวของพนักงาน อสมท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงาน อสมท ยังถามนายพงษ์ศักดิ์ถึงการนั่งควบตำแหน่งผู้บริหารของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท จะขัดต่อหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า บริษัทมติชน ทำธุรกิจด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ส่วน อสมท ทำกิจการโทรทัศน์ ได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่ขัดต่อข้อกฎหมายใดๆ อย่างไรก็ตาม หากพนักงาน อสมท ไม่สบายใจ พร้อมจะลาออกจากบริษัทมติชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางด้านคณะกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีมติลาออกทั้งคณะ เพื่อเปิดโอกาสให้เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ โดยอ้างเหตุผลว่า ที่ผ่านมา สมาชิกไม่ไว้วางใจการทำงานของสหภาพและเห็นว่าสหภาพดำเนินการล่าช้า โดยจะจัดให้เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในวันที่ 24 พฤศจิกายน

นายพงษ์ศักดิ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมชี้แจงว่า วันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี แม้จะมีพนักงานไม่พอใจซึ่งเปรียบเหมือนรถยนต์ที่เพิ่งจะออกตัวต้องมีการกระชากกันบ้าง ต่อจากนี้เชื่อว่าคงจะเดินหน้าไปได้

นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีนายพงษ์ศักดิ์ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และเข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการและรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ในบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ว่าไม่ถือว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพราะทั้งมติชนและ อสมท ประกอบธุรกิจประเภทสื่อแต่ถือเป็นสื่อคนละประเภท โดยมติชนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ขณะที่ อสมท เป็นสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์

และขอเก็บตกข่าวในกรุงเทพธุรกิจเล็กน้อย

'พงษ์ศักดิ์'นั่งต่อสรรหา กก.ผอ.ใหญ่ อสมท ใน3เดือน
8 พฤศจิกายน 2549 20:19 น.
รักษาการกก.ผอ.ใหญ่ อสมท แจงสถานภาพไม่ขัดระเบียบนั่งเก้าอี้ ยืนยันจะอยู่ทำหน้าที่คัดเลือกกรรมการผอ.ใหญ่คนใหม่ ภายใน 3 เดือน ก่อนจะโบกมือลา ขณะที่ พนักงานอสมท แต่งดำตั้งคำถามขย่ม จี้ตอบยังไม่เคลียร์


นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร รักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พบพนักงาน อสมท เป็นครั้งแรก หลังจากเข้ารับตำแหน่งและเกิดปัญหาวิกฤติศรัทธาใน อสมท มีพนักงานจำนวน 700 คนเข้าชื่อ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร รวมทั้งเปลี่ยนตัวนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล อสมท โดยได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา

นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ตัวแทนพนักงาน อสมท ได้เริ่มตั้งคำถามถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการจัดผังรายการในโมเดิร์นไนน์ ทีวี หลังมีข่าวว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับผู้จัดรายการและผู้ประกอบการด้านสื่อ 3-4 ราย เพื่อตกลงจัดสรรเวลาช่วงไพรม์ไทม์ จนปรากฏเป็นข่าวว่ายุค อสมท แบ่งกันกิน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้จัดรายการใน อสมท และสร้างความไม่สบายใจให้กับพนักงาน อสมท พร้อมกับขอคำตอบกรณีที่มีการให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการปรับผังรายการ และกรณีที่บอร์ด เช่น นายวิทยา ธร ท่อแก้ว และ นายณรงค์ โชควัฒนา ให้ข่าวในเชิงลบต่อ อสมท

"ที่ผ่านมาอสมท ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนอย่างเต็มที่ แม้แต่ช่วงการชุมนุม อสมท ก็รายงานข่าวของพันธมิตรฯ วันละกว่า 20 ครั้ง เราไม่เคยปิดกั้น เราสร้างคุณค่าด้วยการทำงานของพวกเรา เมื่อวันหนึ่งจะมีผู้จัดเข้ามาร่วมสร้างคุณค่ากับเรา เราก็ยินดี แต่ขออย่างเดียว ในฐานะประกาศตัวเป็นพี่ใหญ่ขององค์กรสื่อ แสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องการแบ่งเค้ก แล้วทำไม วันนี้พี่ใหญ่กระโดดลงไปร่วมแบ่ง โดยไม่เข้าแข่งขันเหมือนกับผู้จัดรายอื่น ๆ ที่ยื่นรายการเข้ามาให้คณะกรรมการจัดผังรายการพิจารณา แล้ว อสมท จะตอบสังคมได้อย่างไร" นางอรวรรณกล่าว

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ได้กล่าวคำขอโทษที่มาชี้แจงกับพนักงานล่าช้า จนทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พร้อมกับเหตุผลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว เพื่อต้องการปกป้องอาชีพสื่อสารมวลชน และต้องการมีส่วนร่วม เพราะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวไทย มีเจตนาบริสุทธ์ที่จะทำให้สำนักข่าวไทยเป็นแหล่งรวมสติปัญญา และสร้างความแข็งแกร่ง

ส่วนกรณีเป็นข่าวจะมีการปรับผังรายการหรือเปรียบเทียบการบริหารงานของ อสมท เป็นเสมือนเคลือบยาพิษให้กับผู้ป่วย นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าว คงจะเป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่ครบถ้วนบางฉบับที่หยิบเฉพาะบางประเด็นไปเขียน ยืนยันว่าพนักงาน อสมท มีคุณภาพและยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งให้ไปทำข่าวรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เพราะไม่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นการส่วนตัว

ขณะที่พนักงานอสมท โต้แย้งนายพงษ์ศักดิ์ ว่า รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้กล่าวในการประชุมโต๊ะข่าวกองบรรณาธิการว่า อยากเห็นข่าวรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ทุกวันศุกร์ ทำให้ อสมท ต้องเสียเงินไปติดตั้งดาวเทียมเพื่อรับสัญญาณของเอเอสทีวี โดยนายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่า ได้กล่าวเช่นนั้นจริง แต่ไม่ใช่คำสั่ง เป็นเพียงการให้นโยบาย โดยมอบหมายให้กองบรรณาธิการพิจารณาความเหมาะสม เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ อสมท นำเสนอเป็นไปอย่างรอบด้าน แต่หากเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม และเมื่อถูกพนักงานยืนยันว่า เป็นการสั่งการ เป็นการแทรกแซง นายพงษ์ศักดิ์ ก็ขอโทษถ้าทุกคนเข้าใจเช่นนั้น

ด้านนายชิตณรงค์ คุณะกฤษดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ชี้แจงกรณีมีข่าวเป็นผู้บริหาร อสมท ที่ได้เข้าหารือร่วมกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า เข้าไปหารือจริง โดยมีผู้ประกอบการสื่อ 3-4 รายอยู่ด้วย ซึ่งปรากฏชื่อตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เล่าแนวความคิดถึงการเปลี่ยนแปลงรายการใน อสมท ซึ่งได้ชี้แจงว่าการปรับผังรายการไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน เป็นอำนาจของบอร์ดชุดใหม่และคณะกรรมการผังรายการ อย่างไรก็ตาม เคยได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ว่าปฏิเสธที่จะรับรายการของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากยังมีคดีฟ้องร้องระหว่าง อสมท กับนายสนธิ อยู่ รวมทั้งนายสนธิ มีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องภายหลัง โดยในการหารือมีนายวิทยาธร ท่อแก้ว โฆษกบอร์ด อสมท รวมอยู่ด้วย

นายชิตณรงค์กล่าวว่า ในการหารือมีการนำผังรายการของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์น ไนน์ ทีวี ออกมากางดู เพื่อเลือกช่วงเวลาที่สนใจ ซึ่งผู้ประกอบการฯ ขอเวลาในช่วงไพรม์ไทม์ ซึ่งตรงกับรายการคุยคุ้ยข่าว แต่ได้ให้ข้อมูลไปว่าไม่สามารถถอดรายการหนึ่งรายการใดทันที ต้องมองผลกระทบ และรายการคุยคุ้ยข่าวเป็นรายการที่สร้างรายได้ให้กับ อสมท ถึง 400 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมให้ข้อมูลว่าเวลารายการที่จะเสียรายได้น้อยที่สุดคือรายการถึงลูกถึงคน ซึ่งเป็นรายการที่ อสมท ดำเนินการเองและทำรายได้เพียง 8 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น

รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท กล่าวว่า มีการพูดจริงว่าหากมีการปรับรายการถึงลูกถึงคนให้มีความหลากหลาย อาจจะนำรายการของสถานีโทรทัศน์ ASTV มาให้ประชาชนได้ชม อาจจะทำให้มีความสนใจบ้าง แต่ในระยะยาวยังไม่แน่ใจว่าในเชิงธุรกิจจะไปได้รอดแค่ไหน แต่ยืนยันได้ว่าไม่เคยไปประเคนรายการให้กับใคร และหากใครทำอะไร ก็ทำกันไป แต่ควรมาทำในที่แจ้ง และในการประชุมบอร์ดได้รายงานให้ทราบหมดแล้ว

ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยถึงข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนเนื่องจากนายพงษ์ศักดิ์ มีตำแหน่งบริหารในบริษัท มติชน และ อสมท ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อและเป็นบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์นั้น นายพงษ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า พร้อมให้มีการตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้รับการคัดเลือกจากผู้ถือหุ้น แต่หากพนักงานไม่สบายใจ และหากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าตนมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล ก็พร้อมที่จะพ้นจากตำแหน่ง กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ก่อนภารกิจจะเสร็จสิ้นใน 3 เดือน ที่มีภาระต้องสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่

พนักงานอสมท สอบถามว่าเพื่อให้หายข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หากจะให้เลือกลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทใดบริษัทหนึ่ง จะเลือกลาออกจากบริษัทใด นายพงษ์ศักดิ์ ตอบว่าจะเลือกลาออกจากมติชน เพราะหากลาออกจาก อสมท เท่ากับเป็นการยอมรับเรื่องข้อกล่าวหาดังกล่าว จึงจะให้ผลงานและเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

นายธีรภัทร สัจจกุล ผู้บริหารคลื่น SEED 97.5 และคลื่น MET 107 กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความสับสนและการตีความที่ผิดพลาดของคำว่า "ประชาชน" ของบอร์ดชุดปัจจุบันรวมทั้งมีปัญหาด้านทักษะในการสื่อสารทั้งกับประชาชน พนักงาน อสมท และประชาคมโลก ดังนั้น จึงขอย้ำว่าปัญหาด้านทักษะการสื่อสารที่เกิดขึ้นของบอร์ดชุดปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงนายพงษ์ศักดิ์ คือ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา และพนักงาน อสมท ยินดีที่จะยกก้อนหินที่ทับต้นหญ้าอยู่มากกว่าจะมีคนมายกก้อนหินออกไปแล้วนำกะลามาครอบหญ้าแทน

นายพงษ์ศักดิ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพบพนักงานอสมท กว่า 400 คน โดยยอมรับว่าทั้งตนเองและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถือเป็นมือใหม่ เปรียบกับเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดขับรถ เวลาเข้าเกียร์รถบางครั้งอาจจะไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เกิดปัญหาสะดุด แต่เชื่อว่าระยะต่อไปก็จะราบรื่นเอง

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเป็นการออกตัวที่เร็วเกินไปสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้เปิดอกพูดจากัน ที่ผ่านมาตนคิดว่าเป็นความเข้าใจผิด และไม่ถือโกรธใดใด เพราะตนเป็นคนทำข่าว จึงมีความเข้าใจดี ซึ่งการที่ได้มีการชี้แจงในวันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าพนักงานมีท่าทีที่ดีขึ้นมาก และจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุมบอร์ด ส่วนกรณีคลื่น MET 107 นายพงษ์ศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ให้เลิก เพื่อเปลี่ยนเป็นเพลงคลาสสิก เรื่องนี้มาจากไหนไม่รู้ สิ่งที่ตนอยากให้ทำคือปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น

ในการซักถามครั้งนี้มีคำถามถึง นายพัชระ สารพิมพา รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อสมท เกี่ยวกับบทบาทของสหภาพฯ ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าพบกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่กรรมการสหภาพฯ ได้ลาออกเกินกึ่งหนึ่ง และทำให้กรรมการสหภาพฯ หมดสถานภาพไปโดยปริยาย ซึ่ง นายพัชระ ชี้แจงว่า ได้เดินทางเข้าพบเนื่องจากมีการนัดหมายไว้แล้วก่อนหน้านี้ โดยชี้แจงกับรัฐมนตรีว่าประเด็นที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ กรณีการนำเงินรายได้ของ อสมท แบ่งให้ช่อง 11 ซึ่งสหภาพฯ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย แต่ไม่สามารถตอบคำถามของพนักงานได้ว่า เหตุใดรัฐมนตรีฯ จึงชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า นายพัชระ เป็นผู้ให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวของพนักงานมาจากสาเหตุดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้าการชี้แจงของนายพงษ์ศักดิ์ พนักงาน อสมท ที่ใส่ชุดดำเพื่อแสดงความรู้สึกมากกว่า 400 คนได้เข้าร่วมฟังเต็มห้องประชุม และมอบดอกไม้ พร้อมกับเสียงปรบมือเพื่อให้กำลังใจกับผู้ประสานงาน เช่น นางอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล นางอนัญญา ตั้งใจตรง และนายธีรภัทร สัจจกุล และในการชี้แจงครั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ ได้ติดต่อทาง ASTV และ เนชั่น มาถ่ายทอดสดด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 09:44 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: