ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2019, 17:01
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  **แค่เรื่องเมียซื้อที่..ผัวนั่งดู ยังยอมรับกันไม่ได้ว่า "เอื้อ" หรือเปล่า..** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2] 3
**แค่เรื่องเมียซื้อที่..ผัวนั่งดู ยังยอมรับกันไม่ได้ว่า "เอื้อ" หรือเปล่า..**  (อ่าน 5295 ครั้ง)
stromman
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 526



« ตอบ #50 เมื่อ: 06-11-2006, 17:41 »

เข้ามาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่าผิด
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #51 เมื่อ: 06-11-2006, 17:50 »

เข้ามาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่าผิด

6สัปดาห์ผ่านไป

บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 06-11-2006, 17:53 »

ให้เมียไปเป็นคู่สัญญา กับรัฐ ซื้อขายของกับรัฐนี่นะ...

สมัยก่อนเค้าเรียกค้าขายหลังบ้าน

ไม่รู้ถูกหรือผิด
บันทึกการเข้า

เบื่อไอ้เหลี่ยม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 389


« ตอบ #53 เมื่อ: 06-11-2006, 18:07 »

พูดอย่างไอ้ชอบแถนี่ รมต.ของมันต้องรับสัมประทาน ซื้อขายกับรัฐได้ครับ  มันเอาไปเปรียบกับการซื้อไฟฟ้า น้ำประปาของรัฐได้ว่ะ  อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มันใช้ตรรก ส้นตีนเฮี่ยอะไรของมันมาคิดแทนสมองมันวะ
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #54 เมื่อ: 06-11-2006, 18:14 »

ให้เมียไปเป็นคู่สัญญา กับรัฐ ซื้อขายของกับรัฐนี่นะ...

สมัยก่อนเค้าเรียกค้าขายหลังบ้าน

ไม่รู้ถูกหรือผิด


การจัดการก็เป็นของเมีย  ธุรกรรม ต่าๆก็ของเมีย
ไม่เกี่ยวกับผัว ถ้างั้น ใครที่มีผัวรับราชการนี่ก็ทำธุรกิจใดๆ
อันข้องเกี่ยวกับองค์กรรัฐไม่ไดเลยสิ
 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 06-11-2006, 18:24 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #56 เมื่อ: 06-11-2006, 18:37 »

ให้เมียไปเป็นคู่สัญญา กับรัฐ ซื้อขายของกับรัฐนี่นะ...

สมัยก่อนเค้าเรียกค้าขายหลังบ้าน

ไม่รู้ถูกหรือผิด


การจัดการก็เป็นของเมีย  ธุรกรรม ต่าๆก็ของเมีย
ไม่เกี่ยวกับผัว ถ้างั้น ใครที่มีผัวรับราชการนี่ก็ทำธุรกิจใดๆ
อันข้องเกี่ยวกับองค์กรรัฐไม่ไดเลยสิ
 
ได้ครับ แต่ห้ามเแพาะกระทรวงที่ผัวทำงานอยู่ แต่กรณีนี้ผัวมันคุมทุกกระทรวง
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #57 เมื่อ: 06-11-2006, 18:41 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 06-11-2006, 18:45 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------



ตามเรื่องอยู่หรือเปล่า กระทู้นี้พูดเรื่อง เมียนายกซื้อที่ดินจากรัฐ ที่ดิน เอราวัณทรัสท์น่ะ

อ้อ...ทีแรก สั่งให้็ญี่ปุ่นมาก่อสร้าง 2,000 ล้าน งานต้องเริ่มถมดินแล้ว...แต่ตอนนี้ขอหยุดไว้ก่อน...

ลอง ๆ กดไปอ่าน ประชาชาติธุรกิจวันนี้สิ...
บันทึกการเข้า

type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #59 เมื่อ: 06-11-2006, 18:53 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------



ตามเรื่องอยู่หรือเปล่า กระทู้นี้พูดเรื่อง เมียนายกซื้อที่ดินจากรัฐ ที่ดิน เอราวัณทรัสท์น่ะ

อ้อ...ทีแรก สั่งให้็ญี่ปุ่นมาก่อสร้าง 2,000 ล้าน งานต้องเริ่มถมดินแล้ว...แต่ตอนนี้ขอหยุดไว้ก่อน...

ลอง ๆ กดไปอ่าน ประชาชาติธุรกิจวันนี้สิ...


ไม่ได้ตามเลยครับ  แต่อยากรู้ว่าเอื้อไม่เอื้อก็เลยมาถกดู
ส่วนบทสรุปจะเป็นไงนั้นก็คงรอฟังศาลนู่นอ่ะครับ
 
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #60 เมื่อ: 06-11-2006, 18:59 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย

แล้วรัฐบาลมันไม่กำกับ ดูแลรึ
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #61 เมื่อ: 06-11-2006, 19:06 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย

แล้วรัฐบาลมันไม่กำกับ ดูแลรึ

รัฐบาล่เขาไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบ ดำเนินคดี 
กำกับดูแลก็ทำได้แค่ให้เป็นไปตามนโยบาย


บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 06-11-2006, 19:10 »

กฎหมายไทยมันซ่อนเงื่อนแบบนี้แหละ ถ้าเอาชาวบ้านมาเขียน ป่านนี้ไม่ต้องตีความหรอก

บอกง่าย ๆ ไปเลย "ห้าม รมต. หรือเมีย ไปซื้อขายกับรัฐบาล" แค่นี้จบเลย

นี่เขียนวกไปเวียนมาให้งงเล่น จริง ๆ มันผิดอยู่แล้ว

ผัวออกนโยบาย เมียรับเหมา แบบนี้ไม่ไหวแน่นอน
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #63 เมื่อ: 06-11-2006, 19:15 »

"หญิงอ้อ"เบรกคฤหาสน์รัชดา รับเหมาปิดไซต์รอผลสอบ คตส.

ด่วน ! คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เบรกโปรเจ็กต์ยักษ์ "บ้านทรายทอง" ย่านศูนย์วัฒนธรรมฯ มูลค่าเกือบ 3,000 ล้านบาทแล้ว หลัง คตส.ลุยตรวจสอบประมูลซื้อที่ดิน 33 ไร่เศษจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯไม่โปร่งใส ล่าสุด "ไทยโอบายาชิ" ผู้รับเหมาหลักถอนอุปกรณ์และคนงานออกจากพื้นที่ เผยอภิมหาคฤหาสน์มีพื้นที่ถึง 1 หมื่น ตร.ม. ไม่รวมบ้าน "พานทองแท้" บ้านบริวาร คอนโดฯคนรับใช้และอาคารที่จอดรถ

จากการที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้เข้ามาสอบสวนเรื่องการประมูลขายที่ดินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินติดกับถนนเทียมร่วมมิตร ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จำนวน 33 ไร่เศษ ในราคา 772 ล้านบาท ที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ประมูลได้ไปในเดือนธันวาคม 2546 ว่ามีความไม่โปร่งใสหลายประเด็น

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงสำรวจตรวจสอบความคืบหน้า ว่าพื้นที่ดังกล่าวนอกจากคุณหญิงพจมานจะซื้อที่ดินจำนวน 33 ไร่เศษ จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯแล้ว ล่าสุดยังได้ซื้อที่ดินจาก "ลุงแป๋ว" อีกจำนวน 5 ไร่ ที่มีพื้นที่หน้ากว้างกว่า 200 เมตร ติดกับถนนเลียบศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าใต้ดิน รฟม.ด้วย ทำให้ที่ดินของคุณหญิงพจมานจำนวน 33 ไร่เศษที่ซื้อไว้เดิม มีทางออกถนนอีกฝั่งหนึ่งเพิ่มเติม

พื้นที่ทั้งหมดเกือบ 40 ไร่ ได้มีการรื้อถอนต้นไม้ปรับแต่งพื้นที่ทั้งหมดแล้วในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะมีต้นกระถินขนาดใหญ่ในพื้นที่ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามยังมีกองดินและเศษไม้ตกค้างในพื้นที่ยังไม่มีการขนย้ายออกไปทิ้งแต่อย่างใด เนื่องจากเกิดการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายนเสียก่อน ผู้รับเหมาปรับแต่งพื้นที่จึงถอนเครื่องจักรและคนงานออกไปทันที และเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา บริษัท ไทยโอบายาชิ จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างได้นำคนงานมาขนไม้ที่จะนำมาตีผังก่อสร้างในพื้นที่กลับไปเก็บไว้ที่โกดังของบริษัท เนื่องจากได้รับคำสั่งจากผู้บริหารให้ชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน

จากการสอบถามผู้ดูแลพื้นที่ของคุณหญิงพจมานได้รับคำตอบว่า หลังปฏิวัติวันที่ 19 กันยายนเป็นต้นมา ยังมีผู้รับเหมาเอากล้องมาส่องพื้นที่อยู่เรื่อยๆ เพื่อวัดระดับความสูงต่ำของที่ดิน แต่ละจุด ว่าควรจะถมดินเพิ่มเติมเท่าใด เนื่องจากการถมดินเมื่อ 3 ปีก่อนระดับยังเท่ากับถนนเทียม ร่วมมิตร ซึ่งปีนี้น้ำมาก ท่วมพื้นที่อยู่หลายจุด จึงต้องการจะถมดินเพิ่มเติม แต่ในช่วงนี้ที่มีข่าวปัญหาที่ดิน ผู้รับเหมาจึงถอนแคมป์คนงานและอุปกรณ์ที่จะก่อสร้างออกไป คาดว่าคงจะชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน

แหล่งข่าววงการรับเหมาก่อสร้างเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า พื้นที่เกือบ 40 ไร่ ของคุณหญิงพจมานจะสร้างบ้านพักหลายหลัง มูลค่าการก่อสร้างทั้งหมดไม่รวมค่าที่ดินตกประมาณ 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วยคฤหาสน์ของ พ.ต.ท. ทักษิณกับคุณหญิงพจมาน 1 หลัง มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1 หมื่นตารางเมตร ซึ่งค่อนข้างใหญ่ มากและมีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับคฤหาสน์ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ฝั่งธนฯที่มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีบ้านของนายพานทองแท้ ชินวัตร 1 หลัง บ้านพักบริวารจำนวน 3 หลัง คอนโดมิเนียมความสูง 4 ชั้น สำหรับคนใช้พักอาศัยและอาคารที่จอดรถยนต์อีกต่างหาก

สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการ 2,000 ล้านบาท แห่งนี้คือบริษัท ไทยโอบายาชิ จำกัด และบริษัทออกแบบก่อสร้างและภูมิสถาปัตย์ชื่อดังซึ่งคุณหญิงพจมานได้เรียกทั้ง 2 บริษัทมาประชุมร่วมกันครั้งใหญ่เพื่อกำหนดแผนงานและรายละเอียดการทำงานเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีการกำชับในการออกแบบบ้านว่า จะต้องนำแบบของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งในกรุงเทพฯที่คุณหญิงพจมานประทับใจมารวมอยู่ในตัวบ้านด้วย

"ตอนแรกไทยโอบายาชิจะไม่ก่อสร้าง เพราะมีงานในมืออยู่แล้วค่อนข้างมาก แต่เมื่อบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นสั่งให้รับงาน จึงเข้ามา และตามกำหนดการเดิม คุณหญิงพจมานสั่งให้ถมดินมีระดับสูงขึ้นกว่าปัจจุบันอีก 1 เมตรโดยเฉลี่ยภายในเดือน พ.ย.นี้ แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้ถม เพราะมีการสั่งชะลอการก่อสร้างทั้งหมดไว้ก่อน หลัง คตส.เข้ามาตรวจสอบการซื้อที่ดินแห่งนี้" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวจากบริษัท เคทีจีวาย อินเตอร์แอสโซซิเอท จำกัด เปิดเผยว่า ที่มีข่าวว่าบริษัทเข้าไปรับออกแบบบ้านหลังใหม่ให้คุณหญิงพจมาน ขอปฏิเสธว่าเป็นเพียงข่าวลือ ที่ผ่านมามีคนโทรศัพท์สอบถามเข้ามามาก ยืนยันว่าไม่มีการติดต่อเข้ามา

หน้า 1

ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3842 (3042)

บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #64 เมื่อ: 06-11-2006, 19:19 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย

แล้วรัฐบาลมันไม่กำกับ ดูแลรึ

รัฐบาล่เขาไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบ ดำเนินคดี 
กำกับดูแลก็ทำได้แค่ให้เป็นไปตามนโยบาย



ให้อ่านอีกรอบ ถ้ายังไม่เข้าใจแนะนำให้ไปเรียนคณิตศาสตร์เรื่องเซต ถ้ายังไม่เข้าใจอีกให้ไปเรียนภาษาไทยใหม่
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #65 เมื่อ: 06-11-2006, 19:22 »

กฎหมายไทยมันซ่อนเงื่อนแบบนี้แหละ ถ้าเอาชาวบ้านมาเขียน ป่านนี้ไม่ต้องตีความหรอก

บอกง่าย ๆ ไปเลย "ห้าม รมต. หรือเมีย ไปซื้อขายกับรัฐบาล" แค่นี้จบเลย

นี่เขียนวกไปเวียนมาให้งงเล่น จริง ๆ มันผิดอยู่แล้ว

ผัวออกนโยบาย เมียรับเหมา แบบนี้ไม่ไหวแน่นอน

บางข้อมันก็ไม่ซ่อนเงื่อนนะ แต่บางคนมันแกล้งโง่เลยไม่เข้าใจ
บันทึกการเข้า
MacBookPro
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765



« ตอบ #66 เมื่อ: 06-11-2006, 19:24 »

ไม่ได้เอื้อครับ

ัทักษิณกับพจมาน นอนคนละห้องกัน

เพราะทักษิณ เซ็กส์เสื่อม (ตอนหาเสียงเลือกตั้ง)
บันทึกการเข้า

ไอ้เหลี่ยม - ทักษิณ ชินวัตร ชาตะ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 มรณะ 19 กันยายน พ.ศ. 2549
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #67 เมื่อ: 07-11-2006, 08:11 »

สวัสดีครับ..

เฮ้อ..เถียงกันไปมา เหมือนหัวข้อกระทู้เลย  ตกลงฝ่ายเชียร์ก็ไม่รู้จักคำว่า "เอื้อ" อยู่ดี

........................

แค่ซื้อที่แค่นี้จะเอาผิดซะให้ได้ โน่นไปหาสัญญาไฟฟ้า ประปา สิครับ ทำกับรัฐทั้งนั้น เอาผิดซะให้หมด

เวรกรรมของมันแล้วท่าน 

คำว่า "แค่ซื้อที่แค่นี้"  แสดงว่า  ตรรกะของนายชอบแถ  โกงเรื่องซื้อที่เป็นเรื่องนิดๆ หน่อยๆ  เอากะมันสิ

"สัญญาไฟฟ้า ประปา ทำกับรัฐทั้งนั้น"

มาตรา100 อุตส่าห์ร่างขึ้นมา คงไม่มีเจตนาไปจำกัดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนตรงนั้นหรอกครับ  อย่าตีความแบบศร๊ธนญชัยไปเลย  สิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนในการมีสาธารณูปโภคยังคงอยู่ แม้ไม่มีมาตรานี้

แต่เขาบัญญัติขึ้นมาเพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจเอาเปรียบประชาชน

กฎหมายจะใหญ่ และศักดิ์สิทธิ์ต้องดูเจตนารมณ์ด้วย ไม่ใช่ "แถ" ไปเรื่อยๆ แบบทนายหัวหมอนะครับ

....................................................

นายtype บอกว่า ความรู้ตัวเองแค่ ป.4  เลยตีความว่า เจ้าหน้าที่รัฐในที่นี้หมายถึงคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ


ก็อยากจะบอกว่า คนจบป.4 ไม่ได้โง่ทุกคน แต่บางคนก็โง่หรือแกล้งโง่

มาตรา100 จะยกร่างขึ้นมาเพื่อจำกัดของเขตของคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่ให้ทำสัญญากับรัฐหรือ??

ถามว่า มันต๊องหรือเปล่าครับ  เอาเหตุผลมาคุยอย่าตีความแบบศรีธนญชัยดีกว่าครับ  ถ้าหมายถึงเจ้าหน้าที่ ปปช. ปปง. สตง.เหล่านั้นจริงๆ ร่างขึ้นมาทำไมครับ  ในเมื่อคนเหล่านี้ปกติก็ไม่ใช่ผู้มีอำนาจ หรือ มีหน้าที่ในการทำสัญญากับรัฐอยู่แล้ว

ถ้ากฎหมายไม่ต๊อง  คนตีความแบบคุณก็ต้องติงต๊อง ครับ  มีแค่ 2 กรณี

..................................................


คนที่ยกร่างกฎหมายมีตั้งเป็นร้อยๆ คน ทำงานกันเกือบเป็นเกือบตาย ก็เพื่อไม่ต้องการให้ คนที่มีอำนาจรัฐเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ในขณะดำรงตำแหน่ง โดยให้ครอบคลุมถึงการเข้าทำสัญญาของลูกและเมียด้วย

แต่คิดกันเกือบตาย  คนอย่างพวกคุณ "แถ" แค่นาทีเดียว ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวบทหายไปเกลี้ยง

ดีนะครับที่ทหารปฏิวัติเสียได้  ขืนปล่อยให้พวกนี้บริหารประเทศต่อไป  อีกหน่อย  เมียและลูกๆ รัฐมนตรีทั้งหลายคงแห่ไปทำสัญญารับงาน และเซ็งลี้กับภาครัฐกันแบบ "ดื้อตาใส" กันหมด  เพราะตีความแบบนายแถ และนายtype ที่บอกว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามคณะผู้บริหาร แต่ห้ามเฉพาะผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ


โถ..จบป.4 แต่ตีความแบบจบปริญญา

นี่ถ้าคุณอยู่เงียบๆ ผมไม่รู้นะเนี่ย
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #68 เมื่อ: 07-11-2006, 09:26 »

ความเห็นคุณมันแคบไปหน่อยนะ สังเกตมาหลายความเห็นแล้ว เรื่องนี้ขนาดคตส.เองยังไม่กล้าฟันธง
เพราะช่วงที่มีกองทุนฟื้นฟู บรรษัทบริหารสินทรัพย์ มันมีความจำเป็นต้องปิดบัญชีหนี้เน่าโดยเร็ว ใน
กรณีนี้จะให้ฟันธงว่าโกงรัฐ โอกาสหน้าแหกก็มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผลออกมาเป็นขอให้เขามาช่วย
ซื้อจะได้ปิดบัญชีได้ ผมไม่อยากจินตนาการตามพวกคุณไปหรอก ทางคตส.ยังต้องตั้งอนุกรรมการถึง
สองชุดมาหาข้อเท็จจริงเพิ่ม ถึงจะตั้งอีกชุดมาสอบสวน ถ้าข้อเท็จจริงมันเพียงพอแล้วเค้าจะตั้งอนุกรรมการ
มาหาข้อเท็จจริงเพิ่มทำไมครับ เคสนี้มันดูไม่ซับซ้อนไม่ใช่เหรอแค่ซื้อที่ผิดมาตราร้อยชัดแจ๋ว แสดงว่า คตส.
รู้มากกว่าไงครับ รู้ว่าอะไรทำไม่ได้ ถึงต้องรอบคอบไงครับ คอยดูแล้วกันจะได้เลิกจินตนาการเพ้อฝันซะที
แค่หม่อมถุยออกมาการันตีก็พอมองอะไรออกแล้วครับ ไม่ยากเคสนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 09:28 โดย ชอบแถ » บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #69 เมื่อ: 07-11-2006, 10:06 »

โถ... เขาก็ทำกันอย่างบริสุทธิ์  เขาก็เปิดให้ประมูลกันได้ทุกคน
รัฐธรรมนูญก็บอกไว้ยังงี้ แล้ว  กม. ลูกว่าไงครับ
สรุปกันชัดๆสิ  ยกมาแค่นี้ ก็ตีความกันได้แค่นี้หล่ะ
 
อ่ะให้ คตส. ตรวจสอบไปเลยจ้า
แล้วหม่อม อุ๋ย ว่าไงครับ แว่วๆว่าทำถูกทุกอย่างแล้วนี่
อ่ะ ทำถูกทุกอย่าง ก็หันไปดูข้อ กม.จ๊ะ ว่าขัด ตรงไหน 




 

 
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #70 เมื่อ: 07-11-2006, 11:03 »

ความเห็นคุณมันแคบไปหน่อยนะ สังเกตมาหลายความเห็นแล้ว เรื่องนี้ขนาดคตส.เองยังไม่กล้าฟันธง
เพราะช่วงที่มีกองทุนฟื้นฟู บรรษัทบริหารสินทรัพย์ มันมีความจำเป็นต้องปิดบัญชีหนี้เน่าโดยเร็ว ใน
กรณีนี้จะให้ฟันธงว่าโกงรัฐ โอกาสหน้าแหกก็มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผลออกมาเป็นขอให้เขามาช่วย


ฮ่าๆ ๆ  แต่กรณี ปรส.ที่ด่ารัฐบาลชวนมาหลายปี  นั่นก็เร่งขายหนี้เน่าเหมือนกัน เพราะทรัพย์มันเริ่มมีค่าเสื่อม  พอฝรั่งประมูลได้ โดยไม่มีคนไทยประมูลแข่งเอง  กลับไม่คิดว่า เขามาช่วยซื้อ

แต่ทรัพย์ที่ไม่มีวันเสื่อมค่าอย่างที่ดินรัชดาภิเษกนี่ กลับบอกว่า เร่งขาย ช่วยซื้อ  โฮ..คิดได้ยอด หาเหตุผลมาอธิบายได้เยี่ยม


โถ... เขาก็ทำกันอย่างบริสุทธิ์  เขาก็เปิดให้ประมูลกันได้ทุกคน
รัฐธรรมนูญก็บอกไว้ยังงี้ แล้ว  กม. ลูกว่าไงครับ
สรุปกันชัดๆสิ  ยกมาแค่นี้ ก็ตีความกันได้แค่นี้หล่ะ
 
อ่ะให้ คตส. ตรวจสอบไปเลยจ้า
แล้วหม่อม อุ๋ย ว่าไงครับ แว่วๆว่าทำถูกทุกอย่างแล้วนี่
อ่ะ ทำถูกทุกอย่าง ก็หันไปดูข้อ กม.จ๊ะ ว่าขัด ตรงไหน 
 

หม่อมอุ๋ยก็แค่กลัวไฟลามมาถึงตัว เลยร้อนไปก่อน

แต่หม่อมแกบอกว่า ทำถูกขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่างเนี่ย แกไม่ได้หมายถึง ทำถูกในกรณีมาตรา100 ด้วยนะครับ  เพราะหม่อมอุ๋ยไม่มีอำนาจในการตีความ และไม่มีสิทธิ์การันตีเรื่อง สถานภาพของคู่สมรสของนายก

นั่นคือ ซื้อ-ขายอาจเอาผิดไม่ได้ แต่ภรรยาเจ้าหน้าที่รัฐทำสัญญากับรัฐเอาผิดได้  ตรงนี้มีสองเด้งที่เขารอเชือดอยู่

แต่กระทู้นี้ พูดถึงในแง่ของชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป  ไม่ต้องยึดตัวบ่งตัวบทอะไรหรอก  เอาแค่ เมียซื้อที่ ผัวนั่งดู ก็ไม่น่าจะรอดแล้ว  (เพราะเวลาซื้อ ผัวไม่เซ้นยินยอมก็ไม่น่าจะซื้อได้ ผิดกม.แพ่ง ถ้าจนท.ที่ดินยอมให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ก็ต้องรับกรรมแทน)
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #71 เมื่อ: 07-11-2006, 11:07 »

ปรส. ไปหัดอ่านรายละเอียดมั่งเหอะ ขี้เกียจเอาของเก่ามาพูด จุดผิดปกติเป็นสิบจุดเอื้อประโยชน์ให้ฝรั่งทั้งนั้น

ทรัพย์ไม่เสื่อมแต่ดอกเบี้ยหนี้ไม่หยุดเหมือนกันอย่าทำเป็นไม่รู้ เอหรือว่าไม่รู้จริงๆ
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #72 เมื่อ: 07-11-2006, 11:15 »

ความเห็นคุณมันแคบไปหน่อยนะ สังเกตมาหลายความเห็นแล้ว เรื่องนี้ขนาดคตส.เองยังไม่กล้าฟันธง
เพราะช่วงที่มีกองทุนฟื้นฟู บรรษัทบริหารสินทรัพย์ มันมีความจำเป็นต้องปิดบัญชีหนี้เน่าโดยเร็ว ใน
กรณีนี้จะให้ฟันธงว่าโกงรัฐ โอกาสหน้าแหกก็มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผลออกมาเป็นขอให้เขามาช่วย


ฮ่าๆ ๆ  แต่กรณี ปรส.ที่ด่ารัฐบาลชวนมาหลายปี  นั่นก็เร่งขายหนี้เน่าเหมือนกัน เพราะทรัพย์มันเริ่มมีค่าเสื่อม  พอฝรั่งประมูลได้ โดยไม่มีคนไทยประมูลแข่งเอง  กลับไม่คิดว่า เขามาช่วยซื้อ

แต่ทรัพย์ที่ไม่มีวันเสื่อมค่าอย่างที่ดินรัชดาภิเษกนี่ กลับบอกว่า เร่งขาย ช่วยซื้อ  โฮ..คิดได้ยอด หาเหตุผลมาอธิบายได้เยี่ยม


โถ... เขาก็ทำกันอย่างบริสุทธิ์  เขาก็เปิดให้ประมูลกันได้ทุกคน
รัฐธรรมนูญก็บอกไว้ยังงี้ แล้ว  กม. ลูกว่าไงครับ
สรุปกันชัดๆสิ  ยกมาแค่นี้ ก็ตีความกันได้แค่นี้หล่ะ
 
อ่ะให้ คตส. ตรวจสอบไปเลยจ้า
แล้วหม่อม อุ๋ย ว่าไงครับ แว่วๆว่าทำถูกทุกอย่างแล้วนี่
อ่ะ ทำถูกทุกอย่าง ก็หันไปดูข้อ กม.จ๊ะ ว่าขัด ตรงไหน 
 

หม่อมอุ๋ยก็แค่กลัวไฟลามมาถึงตัว เลยร้อนไปก่อน

แต่หม่อมแกบอกว่า ทำถูกขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่างเนี่ย แกไม่ได้หมายถึง ทำถูกในกรณีมาตรา100 ด้วยนะครับ  เพราะหม่อมอุ๋ยไม่มีอำนาจในการตีความ และไม่มีสิทธิ์การันตีเรื่อง สถานภาพของคู่สมรสของนายก

นั่นคือ ซื้อ-ขายอาจเอาผิดไม่ได้ แต่ภรรยาเจ้าหน้าที่รัฐทำสัญญากับรัฐเอาผิดได้  ตรงนี้มีสองเด้งที่เขารอเชือดอยู่

แต่กระทู้นี้ พูดถึงในแง่ของชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป  ไม่ต้องยึดตัวบ่งตัวบทอะไรหรอก  เอาแค่ เมียซื้อที่ ผัวนั่งดู ก็ไม่น่าจะรอดแล้ว  (เพราะเวลาซื้อ ผัวไม่เซ้นยินยอมก็ไม่น่าจะซื้อได้ ผิดกม.แพ่ง ถ้าจนท.ที่ดินยอมให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ก็ต้องรับกรรมแทน)
ซื้อ-ขายเอาผิดไม่ได้  แต่ไปขัดตรงที่ภรรยาทำสัญญากับรัฐ ก็ต้องไปดูประเด็นที่ว่า ทำไปเพราะอะไร สิครับ
ทำไปเพื่ออะไร  เอื้อประโยชน์ัมั้ยหล่ะ  จะให้คนมาบอกว่าเมียซื้อผัวนั่งคุม แล้วก็สรุปว่าเอื้อประโยชน์เลยเหรอ
จะไม่ดูเลยเหรอว่าอะไรเป็นอะไร  ถ้าคิดว่าเอื้อ ก็ส่งเรื่องไปให้ศาลพิจารนา สิ
 ดุลยพินิจในการตัดสินว่าเอื้อไม่เอื้อก็ให้ศาลตัดสินไปจ้า  จะยกมาแค่ผัวคุมเมียซื้อ
โดยไม่ดูเหตุแห่งการทำสัญญาเท่านันเหรอ   
บันทึกการเข้า
room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #73 เมื่อ: 07-11-2006, 11:19 »

ที่ดินก็ไม่ได้ซื้อถูกกว่าชาวบ้านนะจ๊ะ ประมูลราคาสูงที่สุด

1) ในการประมูลขายที่ดินแปลงนี้ ทำไมตอนแรกถึงกำหนดให้ใช้วิธี E-Auction (ประมูลออนไลน์ ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์) แล้วเปลี่ยนมาเป็นการประมูลแบบยื่นซองประกวดราคา ?
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีหน้ามีตา มีอิทธิพลในสังคม ไม่เข้าร่วมประมูล จะมีการแก้ไขกลับมาใช้การประมูลแบบนี้ หรือไม่?
       
      2) การกำหนดเงื่อนไขวิธีการประมูล เหตุใดจึงใช้ราคาประเมินของกรมที่ดิน เป็นราคาเริ่มต้น และโดยปกติ จะมีการเรียกเงินค่ามัดจำซองจากผู้เข้าร่วมประมูล 10,000 บาท แต่ทำไมครั้งนี้ ถึงแก้ไขเพิ่มเงินมัดจำซองเพิ่มขึ้น สูงถึง 100 ล้านบาท ทำให้ตัดโอกาสของผู้เข้าประมูลแข่งขันรายอื่นๆ ?
       
       กระทั่ง มีผู้ยื่นประมูลที่ดินแปลงนี้เพียง 2-3 ราย และในที่สุด ก็มีเพียงคุณหญิงพจมาน รายเดียว ที่ยื่นเงินมัดจำซองถึง 100 ล้านบาทตามเงื่อนไข ใช่หรือไม่?
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าร่วมประมูล จะมีการกำหนดเงื่อนไขในลักษณะนี้ หรือไม่?
  ในใบบอกว่างั้นหรอชอบแถ
       
       3) การใช้ราคาประเมินอิงกับราคาประเมินของกรมที่ดิน เหตุใด ราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าวจึงถูกกำหนดให้ลดลงอย่างมาก เมื่อคิดเทียบอัตราส่วนแล้ว พบว่า ลดลงในอัตราที่มากกว่าที่ดินแปลงอื่นๆ ในระวางใกล้เคียงกัน
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี จะไม่เข้าไปซื้อที่ดินแปลงนี้ ราคาประเมินของที่ดินแปลงนี้จะลดต่ำลงมากขนาดนี้ หรือไม่?
       
       ทำไม กรมที่ดินจึงอ้างว่า กรมธนารักษ์มีส่วนในการตั้งราคาประเมินที่ดิน แต่กรมธนารักษ์กลับอ้างว่าขอคำปรึกษาจากกรมที่ดิน ทั้งๆ ที่ หน้าที่การประเมินราคาที่ดินเป็นของกรมที่ดิน ?
       
       ยิ่งกว่านั้น ราคาประเมินของที่ดินจะมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% ในวันที่ 1 มกราคม 2547 แต่ไฉน จึงได้เร่งดำเนินการประมูลซื้อขายที่ดินก่อนหน้าเพียง 2 วัน คือ ซื้อขายในวันที่ 30 ธันวาคม 2546
       
       4) เหตุใด ก่อนหน้าที่จะมีการโอนที่ดินแปลงนี้ ทางการถึงได้ประกาศลดค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดิน จากเดิมเก็บ 2% ของมูลค่าที่ดิน เหลือเพียง 0.01% ของมูลค่าที่ดิน และได้มีการโอนกันเพียง 2 วัน ก่อนที่หมดเขตลดหย่อนค่าโอนที่ดินดังกล่าว


อ้างจากhttp://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000136973

ตอบมาให้ชื่นหูหน่อย อย่าแถนะไม่เอา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2006, 11:37 โดย room5 » บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #74 เมื่อ: 07-11-2006, 11:25 »

ผมว่า คำถามของคุณroom5 ยากเกินไป  นายชอบแถ กับ นายtype คงไม่ตอบหรอกครับ ถ้าตอบก็จะไม่ตอบตรงๆ

ของ่ายๆ กว่านี้หน่อยเถอะ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #75 เมื่อ: 07-11-2006, 11:36 »

อ่ะ ให้ตรงใจไปเลย  ผัวคุมเมียซื้อ ส่งเรื่องให้ศาลพิจารนาเลย เอื้อไม่เอื้อ ก็ควรให้ผู้ถูกกล่าวหามาแก้ต่าง
บันทึกการเข้า
room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #76 เมื่อ: 07-11-2006, 11:38 »

ที่ดินก็ไม่ได้ซื้อถูกกว่าชาวบ้านนะจ๊ะ ประมูลราคาสูงที่สุด

1) ในการประมูลขายที่ดินแปลงนี้ ทำไมตอนแรกถึงกำหนดให้ใช้วิธี E-Auction (ประมูลออนไลน์ ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์) แล้วเปลี่ยนมาเป็นการประมูลแบบยื่นซองประกวดราคา ?
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีหน้ามีตา มีอิทธิพลในสังคม ไม่เข้าร่วมประมูล จะมีการแก้ไขกลับมาใช้การประมูลแบบนี้ หรือไม่?
       
      2) การกำหนดเงื่อนไขวิธีการประมูล เหตุใดจึงใช้ราคาประเมินของกรมที่ดิน เป็นราคาเริ่มต้น และโดยปกติ จะมีการเรียกเงินค่ามัดจำซองจากผู้เข้าร่วมประมูล 10,000 บาท แต่ทำไมครั้งนี้ ถึงแก้ไขเพิ่มเงินมัดจำซองเพิ่มขึ้น สูงถึง 100 ล้านบาท ทำให้ตัดโอกาสของผู้เข้าประมูลแข่งขันรายอื่นๆ ?
       
       กระทั่ง มีผู้ยื่นประมูลที่ดินแปลงนี้เพียง 2-3 ราย และในที่สุด ก็มีเพียงคุณหญิงพจมาน รายเดียว ที่ยื่นเงินมัดจำซองถึง 100 ล้านบาทตามเงื่อนไข ใช่หรือไม่?
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าร่วมประมูล จะมีการกำหนดเงื่อนไขในลักษณะนี้ หรือไม่?
  ในใบบอกว่าประมูลสูงงั้นหรอชอบแถ
       
       3) การใช้ราคาประเมินอิงกับราคาประเมินของกรมที่ดิน เหตุใด ราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าวจึงถูกกำหนดให้ลดลงอย่างมาก เมื่อคิดเทียบอัตราส่วนแล้ว พบว่า ลดลงในอัตราที่มากกว่าที่ดินแปลงอื่นๆ ในระวางใกล้เคียงกัน
       
       หากคู่สมรสของนายกรัฐมนตรี จะไม่เข้าไปซื้อที่ดินแปลงนี้ ราคาประเมินของที่ดินแปลงนี้จะลดต่ำลงมากขนาดนี้ หรือไม่?
       
       ทำไม กรมที่ดินจึงอ้างว่า กรมธนารักษ์มีส่วนในการตั้งราคาประเมินที่ดิน แต่กรมธนารักษ์กลับอ้างว่าขอคำปรึกษาจากกรมที่ดิน ทั้งๆ ที่ หน้าที่การประเมินราคาที่ดินเป็นของกรมที่ดิน ?
       
       ยิ่งกว่านั้น ราคาประเมินของที่ดินจะมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% ในวันที่ 1 มกราคม 2547 แต่ไฉน จึงได้เร่งดำเนินการประมูลซื้อขายที่ดินก่อนหน้าเพียง 2 วัน คือ ซื้อขายในวันที่ 30 ธันวาคม 2546
       
       4) เหตุใด ก่อนหน้าที่จะมีการโอนที่ดินแปลงนี้ ทางการถึงได้ประกาศลดค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดิน จากเดิมเก็บ 2% ของมูลค่าที่ดิน เหลือเพียง 0.01% ของมูลค่าที่ดิน และได้มีการโอนกันเพียง 2 วัน ก่อนที่หมดเขตลดหย่อนค่าโอนที่ดินดังกล่าว


อ้างจากhttp://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000136973

ตอบมาให้ชื่นหูหน่อย อย่าแถนะไม่เอา
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #77 เมื่อ: 07-11-2006, 11:40 »

คืออยากเห็นการประมูลที่ดินเปล่าแปลงอื่น ที่ ต้องซื้อซองถึง 100 ล้าน อะ ไม่เคยเห็น

แบบอาชีพผมก็เกี่ยวข้องกับการประมูลนี่แหละ  แต่ไม่เคยเห็น  เอาเป็นตึกก็ได้ ที่ต้องซื้อซอง 100 ล้าน

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #78 เมื่อ: 07-11-2006, 11:56 »

ข้อ 1-3 รออนุกรรมการตอบดีกว่า ไปตอบแทนเขายังไงก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
ข้อ 4 เค้าลดมาเป็นปีสองปีจนจะหมดเขตแล้ว ไม่ใช่มาลดวันสองวันนั้น
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #79 เมื่อ: 07-11-2006, 19:08 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย

แล้วรัฐบาลมันไม่กำกับ ดูแลรึ

รัฐบาล่เขาไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบ ดำเนินคดี 
กำกับดูแลก็ทำได้แค่ให้เป็นไปตามนโยบาย



ให้อ่านอีกรอบ ถ้ายังไม่เข้าใจแนะนำให้ไปเรียนคณิตศาสตร์เรื่องเซต ถ้ายังไม่เข้าใจอีกให้ไปเรียนภาษาไทยใหม่
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด
     
      นายนพดล ยังกล่าวว่า การที่กองทุนฟื้นฟูฯ และ แบงก์ชาติ โดยเฉพาะม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รักษาการผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ออกมายืนยันว่า มีความโปร่งใส ซึ่งได้หารือถึงมาตรา 100 มาก่อนแล้ว และตรวจสอบข้อกฎหมายเรื่องนี้กับ ป.ป.ช. และคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงสำนักงานอัยการก่อนนี้แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ แต่หาก คตส. อยากจะขอให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงก็ยินดีให้ความร่วมมือทั้งการชี้แจงโดยวาจา และลายลักษณ์อักษร
     
      ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของครอบครัวชินวัตร ยังกล่าวว่า กรณีนี้นายกฯ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าเป็นการเข้าไปกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี ตามมาตรา 100 แต่อย่างใด
     
      ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ แต่มีฐานะเป็นนายกฯ ขณะนั้น ก็มีอำนาจควบคุมทุกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงกองทุนฟื้นฟูฯ นายนพดล ตอบว่า หากดูเจตนารมณ์มาตรา 100 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. และดูข้อเท็จจริง ในพ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ มีลักษณะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนฯส่วนแบงก์ชาติก็มีบอร์ดของเขา ดังนั้น รมว.คลังเป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับบี้ นายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง

 
อ่ะ  มึนป่าว ท่านที่ตีความ กฎหมายเก่งๆทั้งหลาย

งวดนี้คาดว่าไม่พ้น แว๊ปไปถามหา จริยธรรมอีกหล่ะว้า
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #80 เมื่อ: 07-11-2006, 19:21 »

รัฐธรรมนูญ ยังห้าม คนที่เข้ารับตำแหน่ง รมต. หรือนายก ต้องไม่ทำธุรกิจ

ก็ไปคิดเอาเอง...ผัวเป็นนายก เมียค้าขายเฉิบ ๆ เราคนไทยรู้สึกยังไง


ก็ ของของเขาสบัติเขาหามาได้ก่อน เข้ารับตำแหน่ง แต่ด้วย  กม.ห้าม เขาก็เลยขาย

แล้วมันเกี่ยวไรกับเมียเขาหล่ะเมียเขาจะทำธุรกิจอ่ะครับ 

------------------
คุมทุกกระทรวง กำจริงครับ รัฐบาลมีหน้าที่ บริหารครับ ส่วนข้าราชการก็ ปฏิบัติตามนโยบาย

แล้วรัฐบาลมันไม่กำกับ ดูแลรึ

รัฐบาล่เขาไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบ ดำเนินคดี 
กำกับดูแลก็ทำได้แค่ให้เป็นไปตามนโยบาย



ให้อ่านอีกรอบ ถ้ายังไม่เข้าใจแนะนำให้ไปเรียนคณิตศาสตร์เรื่องเซต ถ้ายังไม่เข้าใจอีกให้ไปเรียนภาษาไทยใหม่
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด
     
      นายนพดล ยังกล่าวว่า การที่กองทุนฟื้นฟูฯ และ แบงก์ชาติ โดยเฉพาะม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รักษาการผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ออกมายืนยันว่า มีความโปร่งใส ซึ่งได้หารือถึงมาตรา 100 มาก่อนแล้ว และตรวจสอบข้อกฎหมายเรื่องนี้กับ ป.ป.ช. และคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงสำนักงานอัยการก่อนนี้แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ แต่หาก คตส. อยากจะขอให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงก็ยินดีให้ความร่วมมือทั้งการชี้แจงโดยวาจา และลายลักษณ์อักษร
     
      ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของครอบครัวชินวัตร ยังกล่าวว่า กรณีนี้นายกฯ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าเป็นการเข้าไปกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี ตามมาตรา 100 แต่อย่างใด
     
      ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ แต่มีฐานะเป็นนายกฯ ขณะนั้น ก็มีอำนาจควบคุมทุกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงกองทุนฟื้นฟูฯ นายนพดล ตอบว่า หากดูเจตนารมณ์มาตรา 100 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. และดูข้อเท็จจริง ในพ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ มีลักษณะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนฯส่วนแบงก์ชาติก็มีบอร์ดของเขา ดังนั้น รมว.คลังเป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับบี้ นายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง

 
อ่ะ  มึนป่าว ท่านที่ตีความ กฎหมายเก่งๆทั้งหลาย

งวดนี้คาดว่าไม่พ้น แว๊ปไปถามหา จริยธรรมอีกหล่ะว้า
รอดูศาลตัดสินละกันครับ  เรื่องตีความเข้าข้างตัวเองเห็นแล้วนึกถึง 3 หนาเลย ทำไมนอนคุกได้ล่ะไหนว่าถูกไง อ่อ ลูกจ้างพูดให้นายจ้างเสียประโยชน์ก้ตกงานสิ 555+
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #81 เมื่อ: 07-11-2006, 19:27 »

เห็นมั้ยหล่ะ ผมก็บอกรอศาลตัดสิน แล้ว
แต่ก็ไม่เห็นจบประเด็นซักกะที
ถกไปถกมา ก็ไปจบที่ศาลตัดสินอีกนั่นหล่ะ
แล้วอีกอย่าง  ท่านก็ มีอคติกับทักษิณนี่
เวลาฝ่ายทนายเขาพูดอะไรก็ว่าตีความเข้าข้างตัวเอง
เวลาท่านตีความเองไม่คิดเหรอว่าผมจะมองว่า
พวกท่านตีความเข้าข้างตัวเองเหมือนกัน
ผลสุดท้ายก็ต้องรอศาลตัดสินอยู่ดี
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #82 เมื่อ: 07-11-2006, 19:30 »

นึกถึงตอน 3 หนาเลยวุ้ย ตอนแรกบอกว่ารอศาลตัดสิน พอตัดสินแล้วพวกเหลี่ยมด่าศาลกันใหญ่ หวังว่าคงไม่เห็นแบบนี้อีกนะ
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #83 เมื่อ: 07-11-2006, 19:43 »

นึกถึงคดีหมวยโซวุ้ย  ตอนแรกก็พากันประโคมข่าวว่าเขา ข่มขืน
พอตัดสินมา  เป็นไงมะรู้ ลืม นานแล้ว อิอิอิ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #84 เมื่อ: 07-11-2006, 19:57 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #85 เมื่อ: 07-11-2006, 20:19 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]

โค๊ด:
เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญา

เอาไป ตีความใหม่ 
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #86 เมื่อ: 08-11-2006, 08:42 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง


5555++


    
      ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ แต่มีฐานะเป็นนายกฯ ขณะนั้น ก็มีอำนาจควบคุมทุกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงกองทุนฟื้นฟูฯ นายนพดล ตอบว่า หากดูเจตนารมณ์มาตรา 100 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. และดูข้อเท็จจริง ในพ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ มีลักษณะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนฯส่วนแบงก์ชาติก็มีบอร์ดของเขา ดังนั้น รมว.คลังเป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับบี้ นายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง

 
อ่ะ  มึนป่าว ท่านที่ตีความ กฎหมายเก่งๆทั้งหลาย

งวดนี้คาดว่าไม่พ้น แว๊ปไปถามหา จริยธรรมอีกหล่ะว้า

ตายละ..นึกว่า นายtype ยกเอาข้อแย้งจากกูรูกม.คนไหน  ที่แท้ของนายนพดล..

เขาเป็นทนายทักษิณนะครับนั่น.. ไม่ใช่ทนายอิสระหรือทนายให้ประชาชน

ผมว่า คุณควรต้องฝึกปรือวิทยายุทธในการใช้เหตุผลมาอ้างใหม่แล้วครับ เสียชื่อสถาบันหมด

บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #87 เมื่อ: 08-11-2006, 09:15 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]

โค๊ด:
เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญา

เอาไป ตีความใหม่ 

นี่แหละที่มาของคำว่า ศรีธนนชัย ในยุคเหลี่ยมไง.....ตีความตามตัวอักษร...โดยไม่สนใจเจตนารมณ์ของกฏหมาย
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #88 เมื่อ: 08-11-2006, 09:23 »

คำตอบจากหลายคนที่แสร้งโง่ถามหามาตรวัดความดี จะบอกให้ทราบว่า คน ๆ นั้น มี "สามัญสำนึก" หรือไม่ 

หุหุ บางทั่นก็ช่างทำตัวเดียงสาได้ซะไม่มี อินโนเซนส์ เจง ๆ 
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #89 เมื่อ: 08-11-2006, 14:26 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]




โค๊ด:
เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญา

เอาไป ตีความใหม่ 

นี่แหละที่มาของคำว่า ศรีธนนชัย ในยุคเหลี่ยมไง.....ตีความตามตัวอักษร...โดยไม่สนใจเจตนารมณ์ของกฏหมาย

เขาพูดถึงเรื่องการทำสัญญา  ก็ดัน แว้ปไปหาเรื่องประมูล 
เอามาเข้ากันได้ไงวะเนี่ย งง 
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #90 เมื่อ: 08-11-2006, 14:31 »

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง


5555++


     
      ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เป็นบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ แต่มีฐานะเป็นนายกฯ ขณะนั้น ก็มีอำนาจควบคุมทุกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงกองทุนฟื้นฟูฯ นายนพดล ตอบว่า หากดูเจตนารมณ์มาตรา 100 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. และดูข้อเท็จจริง ในพ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ มีลักษณะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนฯส่วนแบงก์ชาติก็มีบอร์ดของเขา ดังนั้น รมว.คลังเป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับบี้ นายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง

 
อ่ะ  มึนป่าว ท่านที่ตีความ กฎหมายเก่งๆทั้งหลาย

งวดนี้คาดว่าไม่พ้น แว๊ปไปถามหา จริยธรรมอีกหล่ะว้า

ตายละ..นึกว่า นายtype ยกเอาข้อแย้งจากกูรูกม.คนไหน  ที่แท้ของนายนพดล..

เขาเป็นทนายทักษิณนะครับนั่น.. ไม่ใช่ทนายอิสระหรือทนายให้ประชาชน

ผมว่า คุณควรต้องฝึกปรือวิทยายุทธในการใช้เหตุผลมาอ้างใหม่แล้วครับ เสียชื่อสถาบันหมด



อ้าว การใช้เหตุผลอ้างอิงนี่
จะต้องดูที่ตัวบุคคลเหรอครับว่าเหตุผลนั้นมีน้ำหนักรึเปล่า
ไม่ใช่ดูที่ตัวเหตุผลหรอกเหรอ 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #91 เมื่อ: 08-11-2006, 19:12 »

            
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-11-2006, 19:34 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #92 เมื่อ: 08-11-2006, 19:32 »




ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]




โค๊ด:
เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญา

เอาไป ตีความใหม่ 

นี่แหละที่มาของคำว่า ศรีธนนชัย ในยุคเหลี่ยมไง.....ตีความตามตัวอักษร...โดยไม่สนใจเจตนารมณ์ของกฏหมาย

เขาพูดถึงเรื่องการทำสัญญา  ก็ดัน แว้ปไปหาเรื่องประมูล 
เอามาเข้ากันได้ไงวะเนี่ย งง 

จะงงอะไร ไอ้ที่มันเป็นเรื่องอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ เพราะไปประมูลที่ดินหรอกหรือ....สัญญามันเป็นเรื่องปลายเหตุ..........โพสต์จนงงอ่ะป่าว


อาคมเชื่อมีคนติดคุกแน่
 
นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ   ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง กรณีการประมูลที่ดินว่า เรื่องการซื้อที่ดินต้องมีคนติดคุกแน่นอน เพราะหลักฐานชัดเจนเป็นความผิดใน ลักษณะต่างตอบแทน แต่กลับมีนักการเมืองที่ทำตัวเป็นนักกฎหมายพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งที่เจตนาของกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ชัดเจนว่าป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจโดยมิชอบโดยเฉพาะการเข้าไปทำสัญญากับรัฐ
 
"อย่ามาตะแบง คุณหญิงอ้อ พยายามกระทำการเพื่อยื่นประมูลให้เสร็จก่อนวันที่ 31  ธ.ค. การประมูล[/b]จึงเกิดขึ้นวันที่ 30 ธ.ค. เพราะวันที่ 1 ม.ค. จะมีการปรับราคากลางที่ดินขึ้นร้อยละ 20 จากราคาที่ดิน ที่ประมูลได้ 772 ล้านบาท ขึ้นอีก 154 ล้านบาท และยังมีผู้บริหารระดับสูงในกองทุนฟื้นฟูต้องรับผิดชอบด้วย ล่าสุดออกมาแก้ตัวว่าการซื้อที่ดินดังกล่าวถูกต้องที่ออกมา เพราะเขาหนาว ๆ ร้อน ๆ ว่าความผิดจะถึงตัว" นายอาคม กล่าว


http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=106312&NewsType=1&Template=1
บันทึกการเข้า
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #93 เมื่อ: 09-11-2006, 01:07 »




ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว กล่าวถึงการซื้อที่ดินที่รัชดาฯ ของคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ว่า โปร่งใส ตรงไปตรงมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ดำเนินคดี ไม่ต้องด้วยมาตรา 100 ของกม.ป.ป.ช. ไม่เช่นนั้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญาเรื่อง น้ำประปา ใช้โทรศัพท์ ก็เป็นโมฆะหมด


อยู่กับเหลี่ยมไม่นานเท่าไหร่ กลายเป็นศรีธนนชัย โชว์โง่ ไปแล้ว

ประปา ไฟฟ้า บ้านไหน มี่การประมูลแข่งขันมั่ง[/b]




โค๊ด:
เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำสัญญา

เอาไป ตีความใหม่ 

นี่แหละที่มาของคำว่า ศรีธนนชัย ในยุคเหลี่ยมไง.....ตีความตามตัวอักษร...โดยไม่สนใจเจตนารมณ์ของกฏหมาย

เขาพูดถึงเรื่องการทำสัญญา  ก็ดัน แว้ปไปหาเรื่องประมูล 
เอามาเข้ากันได้ไงวะเนี่ย งง 

จะงงอะไร ไอ้ที่มันเป็นเรื่องอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ เพราะไปประมูลที่ดินหรอกหรือ....สัญญามันเป็นเรื่องปลายเหตุ..........โพสต์จนงงอ่ะป่าว


อาคมเชื่อมีคนติดคุกแน่
 
นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ   ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง กรณีการประมูลที่ดินว่า เรื่องการซื้อที่ดินต้องมีคนติดคุกแน่นอน เพราะหลักฐานชัดเจนเป็นความผิดใน ลักษณะต่างตอบแทน แต่กลับมีนักการเมืองที่ทำตัวเป็นนักกฎหมายพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งที่เจตนาของกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ชัดเจนว่าป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจโดยมิชอบโดยเฉพาะการเข้าไปทำสัญญากับรัฐ
 
"อย่ามาตะแบง คุณหญิงอ้อ พยายามกระทำการเพื่อยื่นประมูลให้เสร็จก่อนวันที่ 31  ธ.ค. การประมูล[/b]จึงเกิดขึ้นวันที่ 30 ธ.ค. เพราะวันที่ 1 ม.ค. จะมีการปรับราคากลางที่ดินขึ้นร้อยละ 20 จากราคาที่ดิน ที่ประมูลได้ 772 ล้านบาท ขึ้นอีก 154 ล้านบาท และยังมีผู้บริหารระดับสูงในกองทุนฟื้นฟูต้องรับผิดชอบด้วย ล่าสุดออกมาแก้ตัวว่าการซื้อที่ดินดังกล่าวถูกต้องที่ออกมา เพราะเขาหนาว ๆ ร้อน ๆ ว่าความผิดจะถึงตัว" นายอาคม กล่าว


http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=106312&NewsType=1&Template=1

อ้าวก็คนเขาประมูลถูกแล้วนี่  ผู้บริหารก็ว่าทำถูกแล้วนี่
ถ้าไม่เชื่อก็ไปค้นหาหลักฐานจากผู้บริหารระดับสูง สิจ๊ะว่าทำผิด
เขาออกมาบอกว่าทำถูกก็ไม่เชื่อเอ้า 

โถๆ แล้วที่เรื่องเขาหยิบยก ประปาไฟฟ้ามาเขาก็บอกเพราะมันไม่ต้องด้วยมาตรา100
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประมูลเลย  ดันไปหยิบเอาบางตอนมาตีความ หุหุ 
กลับไปอ่านตีความให้กระจ่างมาใหม่จ้า พ่อคนเก่ง ที่ไม่ตีความแบบศรีธนนชัย
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #94 เมื่อ: 09-11-2006, 07:55 »

โถๆ แล้วที่เรื่องเขาหยิบยก ประปาไฟฟ้ามาเขาก็บอกเพราะมันไม่ต้องด้วยมาตรา100
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประมูลเลย  ดันไปหยิบเอาบางตอนมาตีความ หุหุ 
กลับไปอ่านตีความให้กระจ่างมาใหม่จ้า พ่อคนเก่ง ที่ไม่ตีความแบบศรีธนนชัย

นายtype ก็ยังตะแบงแบบไม่เลิกรา  แปลกนะ  ความชัดเจนอยู่ที่เจตนารมณ์ของการร่างมาตรา100 ที่ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมกับภาครัฐ  ส่วนการทำสัญญาไฟฟ้า ประปา เป็นเรื่องของสาธารณูปโภคซึ่งเป็นสิทธิ์ของคนไทยทั้งประเทศจะทำได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องออกกฎหมายมาควบคุม

คุณนี่ก็แปลก ยังหยิบมาตะแบงอยู่ได้ ใครจะบ้าออกกฎหมายมาเพื่อกำกับดูแลการทำสัญญาไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ผมว่า เลิกเหอะ ปิดฉากดีกว่า โต้ไปก็ไร้ค่า เพราะเจตนาตะแบงแบบไม่คำนึงถึงเหตุผลของคุณนี่แหละ

ถ้าเรื่องง่ายๆ แค่นี้คุณยังยอมรับไม่ได้ ป่วยการจับโกงโครงการยักษ์ครับ ชาตินี้ก็ไม่มีวันยอมรับกันได้หรอก

ผมสงสารประเทศไทยนะ ถ้าทุกคนใช้ตรรกะเหตุผลแบบคุณ เราหมดประเทศแน่นอน

บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #95 เมื่อ: 09-11-2006, 08:07 »

โถๆ แล้วที่เรื่องเขาหยิบยก ประปาไฟฟ้ามาเขาก็บอกเพราะมันไม่ต้องด้วยมาตรา100
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประมูลเลย  ดันไปหยิบเอาบางตอนมาตีความ หุหุ 
กลับไปอ่านตีความให้กระจ่างมาใหม่จ้า พ่อคนเก่ง ที่ไม่ตีความแบบศรีธนนชัย

นายtype ก็ยังตะแบงแบบไม่เลิกรา ...
ผมว่า เลิกเหอะ ปิดฉากดีกว่า โต้ไปก็ไร้ค่า เพราะเจตนาตะแบงแบบไม่คำนึงถึงเหตุผลของคุณนี่แหละ
ผมสงสารประเทศไทยนะ ถ้าทุกคนใช้ตรรกะเหตุผลแบบคุณ เราหมดประเทศแน่นอน

อย่าไปยุ่งกับเขาเลยครับ
เพราะเขามีเจตนาเป็นอย่างอื่นครับ

 Wink
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #96 เมื่อ: 09-11-2006, 08:26 »

หน้า ด้าน ตั้งแต่นายยันบ่าว
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #97 เมื่อ: 09-11-2006, 10:26 »

ถ้าอยากให้เรื่องซื้อที่ดิน"ราคาสั่งพิเศษ"ของ"นายหญิง"ของคนรักทักษิณ สาวกฯ หวอรูม
ต้องให้คนต่อไปนี้มาแฉ คดีจะได้เสร็จสิ้นเร็ว คือ....

1. ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนวันหยุดประจำปีใหม่ ปี2546(?)ไปจากประเพณีปฏิบัติ เพื่อให้ทันโอน
    ที่ดินวันที่ 30-31 ธันวาคม ปีนั้น...

2. เจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่ดำเนินการโอนให้เสร็จภายใน เส้นตายภายใน
    วันสิ้นปี วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี ซึ่งเคยเป็นวันหยุดตามประเพณี....

3. เจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟู ใจร้อน ทุรนทุราย ไม่ยอมเลื่อนไปทำการโอนในวันถัดจากวันหยุดฯ
    ซึ่งกองทุนฟื้นฟูและรัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะเหตุใด... Question

4. ผู้บริหารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่เข้าประมูลที่ดินผืนนั้น ที่ถูกขืนใจให้แพ้ประมูลเพราะอะไร Question

ถ้า บุคคลตามข้อ 1-2-3-4 กล้าพูดความจริง ตามข้อเท็จจริง คณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการ ปปช.
สามารถเอาผิดกับ"นายหญิง"ของคนรักทักษิณ สาวกฯ และหวอรูมได้.... Exclamation
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-11-2006, 10:30 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
type
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


« ตอบ #98 เมื่อ: 09-11-2006, 12:33 »

โถๆ แล้วที่เรื่องเขาหยิบยก ประปาไฟฟ้ามาเขาก็บอกเพราะมันไม่ต้องด้วยมาตรา100
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประมูลเลย  ดันไปหยิบเอาบางตอนมาตีความ หุหุ 
กลับไปอ่านตีความให้กระจ่างมาใหม่จ้า พ่อคนเก่ง ที่ไม่ตีความแบบศรีธนนชัย

นายtype ก็ยังตะแบงแบบไม่เลิกรา  แปลกนะ  ความชัดเจนอยู่ที่เจตนารมณ์ของการร่างมาตรา100 ที่ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมกับภาครัฐ  ส่วนการทำสัญญาไฟฟ้า ประปา เป็นเรื่องของสาธารณูปโภคซึ่งเป็นสิทธิ์ของคนไทยทั้งประเทศจะทำได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องออกกฎหมายมาควบคุม

คุณนี่ก็แปลก ยังหยิบมาตะแบงอยู่ได้ ใครจะบ้าออกกฎหมายมาเพื่อกำกับดูแลการทำสัญญาไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ผมว่า เลิกเหอะ ปิดฉากดีกว่า โต้ไปก็ไร้ค่า เพราะเจตนาตะแบงแบบไม่คำนึงถึงเหตุผลของคุณนี่แหละ

ถ้าเรื่องง่ายๆ แค่นี้คุณยังยอมรับไม่ได้ ป่วยการจับโกงโครงการยักษ์ครับ ชาตินี้ก็ไม่มีวันยอมรับกันได้หรอก

ผมสงสารประเทศไทยนะ ถ้าทุกคนใช้ตรรกะเหตุผลแบบคุณ เราหมดประเทศแน่นอน


มาตรา100ว่าด้วยเรื่องการห้ามทำ นิติกรรมนะครับเขาเลยยกขึ้นมา แย้ง
ส่วนกรณีคุณหญิงอ้อ มีประเด็นตรงที่ว่า สามีเป็นนายกฯ แล้วตัวเองไปประมุล
ประมูลก็ส่วนประมูลสิครับ  การทำนิติกรรมก็ส่วนนิติกรรม แยกเป็นวาระไป
 
เรื่องการทำนิติกรรมเป็นเรื่องหลังการประมูล แต่มาติดตรงที่สามีเป็นนายกฯ
แยกให้ออกครับ การประมูลถ้าถูกต้อง ก็เข้าสู่การทำนิติกรรม
ตอนนี้ไปหาเหตุที่ว่าประมูลไม่ถูกต้องก่อนเถอะครับถึงจะบอกว่า เป็นการเอื้อ
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเอื้อ  ก็จะต้องตามเจตนารมย์ของ ม.100 ที่ห้ามไว้
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #99 เมื่อ: 10-11-2006, 07:54 »

:
เรื่องการทำนิติกรรมเป็นเรื่องหลังการประมูล แต่มาติดตรงที่สามีเป็นนายกฯ
แยกให้ออกครับ การประมูลถ้าถูกต้อง ก็เข้าสู่การทำนิติกรรม
ตอนนี้ไปหาเหตุที่ว่าประมูลไม่ถูกต้องก่อนเถอะครับถึงจะบอกว่า เป็นการเอื้อ
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเอื้อ  ก็จะต้องตามเจตนารมย์ของ ม.100 ที่ห้ามไว้


เวรกรรมไรหนอ คุณจึงมีความคิดเช่นนี้ได้? 

ผมบอกแล้วว่า คำว่า "เอื้อ" น่ะ  ไม่ใช่ว่า ทำถูกกม.แล้วข้อหา "เอื้อ" จะหมดไป (ลองกลับไปอ่านเรื่องตลาดสดของผมใหม่ เมียเจ้าของตลาดทำถูกขั้นตอนทุกอย่าง)

การเอาเปรียบประชาชนขณะที่ตัวเองมีอำนาจสูงสุด ทำให้ขาดจริยธรรมและคุณธรรม ถึงจะถูกกฎหมาย รอดพ้นจากการตัดสินว่า ผิดกฎหมาย  ก็หนีประเด็น "เอื้อ"  ไปไม่ได้ครับ

ความหมายของกระทู้นี้ ความสำคัญมิใช่ที่มาตรา100 นำมาบังคับใช้กับหญิงอ้อได้หรือไม่  เพราะมาตรา100 เป็นเพียงเครื่องมือ(เท่าที่หามาได้)เพื่อ..เรียกคืนทรัพย์ที่ไม่ควรได้ของตระกูลชินวัตร  ตรงนี้เข้าใจไหม?

แม้เรียกคืนไม่ได้ คำว่า "เอื้อประโยชน์ให้คนใกล้ชิด ในระหว่างมีอำนาจในตำแหน่งนายก" ก็ไม่ได้หมดไป เช่นเดียวกับ จริยธรรม และคุณธรรมในใจคน รัฐธรรมนูญฉบับเก่าไม่มีข้อหานี้ เอาผิดกับครอบครัวชินวัตรไม่ได้หรอก แต่ใช่ว่า ครอบครัวนี้จะหลุดพ้นข้อหานี้ไปได้ มันติดตัวไปตลอดชีวิตน่ะแหละ

สิ่งที่ผมเพียรพยายามจะบอกคุณ คือ ให้คุณมีสำนึกอย่างคนปกติสามัญ ที่เป็นคนไทยโดยทั่วไปบ้าง จึงยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องตลาดสด

คุณ(คง)เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง อย่าสร้างจิตสำนึกที่เป็นบาปแก่ตัวเองเลยครับ คุณรู้ไหมว่า แค่คุณกำลังพยายามช่วยคนบาปที่คุณรู้ทั้งรู้ว่า เขาทำบาป คุณก็ได้ชื่อว่า ทำบาปร่วมกับเขาแล้วครับ (เว้นแต่คุณไม่รู้ว่า เขากำลังทำบาป ซึ่งผมไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงในจิตใจคุณ)

เขาพวกนั้นได้ก็ได้กับตัวเขา เราไม่ได้กับเขาด้วย จึงต้องรู้สึกในตน และรู้จักในผู้อื่นให้เท่าเทียมกับรู้จักตนเอง
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
หน้า: 1 [2] 3
    กระโดดไป: