ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-09-2020, 14:06
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เนื่องจากมีตัวกาลกิณี มาก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 2 [3] 4
เนื่องจากมีตัวกาลกิณี มาก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียง  (อ่าน 12816 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #100 เมื่อ: 25-10-2006, 13:43 »


เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเหมาะที่จะนำไปใช้ในสังคมขนาดเล็กเช่น ภูฐาน (สะกด??) เป็นต้น แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้

ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?![/color]

นั่นไง...ก็บอกให้รู้จักใช้เทคโนโลยี่ที่พอเพียง เราก็รู้ไม่ใช่เหรอ ซื้อคอมพ์มาเครื่องหนึ่ง ใช้กันเต็มประสิทธิภาพกันซักกี่คน กี่เครื่อง

ไม่ใช่ไปเห่อ เวอร์ชั่นใหม่ ๆ ให้เค้าหลอกแดกค่าทันสมัย...ไม่มองดูจีนบ้างเล่า...หรือไปดูคอมพิวเตอร์ของเบื้องบน...ใช้มากี่ปีแล้ว...เครื่องนั้น !!

เรื่องของความพอเพียง มันรวมไปถึงหลัก 4 ป. เข้าไปด้วยนะ...


เศรษฐกิจพอเพียงคือการรู้จักตนเอง พึ่งตนเอง....ไม่ใช่พึ่งคนอื่นประเทศอื่น...นี่ไงหลักที่มันแตกต่าง
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #101 เมื่อ: 25-10-2006, 13:44 »

ความคิดจ๊ะ สวนทางกับ "เทคโนแครต" แบบสภาพัฒน์ เมื่อถามหาตัวชี้วัด เค้าก็หามาให้แล้ว

ลอง ๆ ถามแม่ยายดูละกัน...คนไม่มีหนี้ หรือมีหนี้ที่ควบคุมได้...มีความสุขมั๊ย

กับรู้จักแต่กู้ ทำตามกิเลส ความทะยานอยาก รายได้ต่ำ-รสนิยมสูง-ใช้จ่ายเกินตัวมันจะเป็นอย่างไร

เวลาสร้างครอบครัวอย่างมั่นคง - ยั่งยืน เค้าสร้างกันยังไง จะเลี้ยงลูกสาวของแม่ยายไม่ให้ตกต่ำยังไง

ถามแม่ยายดูสิ....

สมัยปี 34-35 เราฮิตคำว่าว่า "ยั่งยืน" ก็บ้ากันไปพัก ๆ มีเกษตรยั่งยืน พัฒนาอย่างยั่งยืน

มายุดนี้นิยมพอเพียงก็ต้องพอเพียงกันทั้งประเทศ

แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สนับสนุนให้รวยนะ ให้รวยแต่ต้องเป็นไปอย่างมั่นคง

ว่าแต่ว่า...แม่ยายสอนให้ทำบัญชีบา้งหรือยังล่ะ

ทำบัญชีแล้วหายจนนะ....จะบอกให้...อิ อิ



ก็เพราะมีนักวิชาการแบบสภาพัฒน์มิใช่หรือที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต้มยำกุ้งปี2540 ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นท้วงติงน้าชาติเรื่องปั่นราคาที่ดินสักนิด พอสมัยทักษิณ...พวกนักวิชาการจากสภาพัฒน์เลยโมโหที่ไม่ได้รับเกียรติ์เชิญเข้าร่วมวงกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ

ลุงแคนเองก็เถอะ..มัวแต่หลงระเริงดื่มด่ำกะภาพอดีตของพวกข้าราชการเดิมๆแต่ไม่เนียน คนมีหนี้แต่มีทรัพย์สินเพื่อขึ้น...ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์หรอกครับ เพราะถ้าใช้ตรรกะดังกล่าว...ก็น่าจะปิดแบงค์ไม่ต้องให้ออกบัตรเครดิต ยืมเงินกันไปไม่ดีหรอกหรือ?
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #102 เมื่อ: 25-10-2006, 13:52 »

ต้มยำกุ้ง เกิดจากภาคเอกชน จนแล้วไม่เจียม

กู้เงินระยะสั้นมาหมุนในระยะยาว

อาศัยความแตกต่างของ "ดอกเบี้ย" มาเป็นตัวเล่นเกม...

ไม่ใช่เรื่องเทคโนแครต เพราะเค้าเตือนกันมาหลายทีแล้ว เรื่อง "เครื่องร้อนเกินไป"

ปล่อยให้เกิดฟองสะบู่ เพราะไม่อยู่ในหลัก "พอเพียง" ไงล่ะ....คือไม่สร้างภูมิคุ้มกัน

เศรษฐกิจโตจากการปั่นฟองตีฟอง ไม่ได้เกิดจากภาคการผลิตลงไปจนถึงระดับรากหญ้า

ต้มยำกุ้ง มันพังเพราะส่วนบน ชาวบ้านน่ะ ยังสบาย ๆ กันอยู่เลย...
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #103 เมื่อ: 25-10-2006, 13:58 »

นั่นไง...ก็บอกให้รู้จักใช้เทคโนโลยี่ที่พอเพียง เราก็รู้ไม่ใช่เหรอ ซื้อคอมพ์มาเครื่องหนึ่ง ใช้กันเต็มประสิทธิภาพกันซักกี่คน กี่เครื่อง

ไม่ใช่ไปเห่อ เวอร์ชั่นใหม่ ๆ ให้เค้าหลอกแดกค่าทันสมัย...ไม่มองดูจีนบ้างเล่า...หรือไปดูคอมพิวเตอร์ของเบื้องบน...ใช้มากี่ปีแล้ว...เครื่องนั้น !!
ประเด็นมันไม่ใช่แค่ซื้อกี่เครื่องถึงจะพอเพียง แต่มันอยู่ที่ยังไงก็ต้องซื้อเพราะไทยเราผลิตเองไม่ได้...ก็ต้องนำเข้าknow-howจากตปท. เรื่องพอเพียงไม่พอเพียง...มันขึ้นกับว่าคุณมีปัญญาผลิตเองไหม  ไม่ใช่แค่ซื้อกี่เครื่องหรือup grade ระบบเหมือนที่ลุงกำลังเปรียบเทียบ

กรณีชัดๆ น้ำมันที่ต้องนำเข้า...คุณจะบอกว่าใช้นำมันเท่าที่จำเป็นได้ไงในเมื่อประเทศต้องพัฒนาด้วยน้ำมันเพราะไทยเรามีแหล่งพลังงานเพียงน้อยนิด




เรื่องของความพอเพียง มันรวมไปถึงหลัก 4 ป. เข้าไปด้วยนะ...[/color]

เศรษฐกิจพอเพียงคือการรู้จักตนเอง พึ่งตนเอง....ไม่ใช่พึ่งคนอื่นประเทศอื่น...นี่ไงหลักที่มันแตกต่าง

พูดไปแนวทางนามธรรมกันมากไปมั้งครับ? พึ่งตนเอง!! ตอนนี้ไทยเราพึ่งตัวเองขนาดไหน...สินค้ายังต้องส่งออกเพื่อให้เศรษฐกิจอยู่ได้ เทคโนโลยีของไทยเราเองแทบไม่มี ระบบการศึกษาไทยเรายังล้าหลัง แล้วจะพึ่งตัวเองแบบไหนกันเอ่ย!?!
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #104 เมื่อ: 25-10-2006, 14:06 »

พลังงานที่นำเข้า ถ้ารู้จักหลักพอเพียง ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

ใช้เพื่อให้เกิด "ผลิตภาพ" มันก็ดีแก่เศรษฐกิจมิใช่หรือ

เรื่องการใช้ทรัพยากร มิใช่แค่ดูว่ามาจากต่างประเทศหรือไม่

ต้องดูทั้งการใช้ทรัพยากรในประเทศ ใช้อย่าง "คุ้มค่า" หรือไม่

ตรงนี้ต่างหาก ที่เรากำลังพูดถึงเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง"

ที่มันพัง ๆ กันเพราะมันไป"บ้ายี่ห้อ" หลงโฆษณา หลงตราต่างประเทศ

ลองไปดูเรื่องหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยโน่น...หากสั่งนำเข้าสินค้าทุน มันจะเสียหายอะไร...

ก็บอกแล้ว...หลัก 4 ป.
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #105 เมื่อ: 25-10-2006, 14:09 »

“วัตถุประสงค์ที่นายกฯมอบให้ครม.รับทราบในวันแรกคือ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง - หลัก 4ป.  - คุณธรรม   และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่10   

สิ่งเหล่านี้ก็ได้นำมาขยายตามที่นายกฯมอบหมาย  หากนายกฯพิจารณาแล้วเห็นด้วยก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมครม.ในสัปดาห์หน้าเลย”นายโฆษิตกล่าว

เมื่อถามว่าจุดเปลี่ยนของนโยบายรัฐบาลชุดนี้คือสิ่งใด นายโฆษิตกล่าวว่ากระชับ สั้น  กะทัดรัด
บันทึกการเข้า

อมพระมาพูด
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 918


สนิมเกิดแต่เนื้อในตน


« ตอบ #106 เมื่อ: 25-10-2006, 14:32 »

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเหมาะที่จะนำไปใช้ในสังคมขนาดเล็กเช่น ภูฐาน (สะกด??) เป็นต้น แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้
ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?!

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""'
แหมมมมมม. ชอบมามุกแม่ยายจิงวุ้ย สะกดว่า ภูฏาน ... ไม่เห็นด้วยกับความเห็น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องใกล้ตัว ซึ่งประเทศเราสามารถนำมาประยุกต์และพึ่งพาตัวเองได้ทั้งนั้น และสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม คุณคงรู้จัก "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" หลายตัวที่ที่ไอ่ฝรั่งขี้นกมันชอบแฮ๊บไปเป็นของมันนั่นแหละ
การนำเข้าพลังงาน ยังต้องใช้ ไม่ใช่เฉพาะบ้านเราหรอกประเทศอื่นก้อด้วย เค้าถึงพยายามหาพลังงานอื่นทดแทน เช่น ไบโอดีเซล ในหลวงท่านก้อทรงใช้ให้ดูแล้วไง  ส่วนเงินทุนนอก ใช่เข้ามาจิง แต่ทำอย่างไรให้เงินยังวนเวียนอยู่ในไทย ไม่ไหลไปนอกให้พัฒนาอยูในบ้านเรา ส่วนโนฮาว เราต้องพัฒนาคนของเราด้วย อย่าไปคิดว่าฝรั่งตาน้ำข้าวมันดีกว่าเสมอไป พุทธสุภาษิตก้อบอกแล้ว "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"  รู้จักมะ การพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development !
บันทึกการเข้า

พึงทำความเพียรในวันนี้ ใครเล่าจะรู้วันตายในวันพรุ่ง
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #107 เมื่อ: 25-10-2006, 15:11 »

แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?!

โอ๊ยโดนใจ ที่ว่า จะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า คือ ตอนนี้ยังไม่พอ ยังขาดอยู่ ไม่ได้แปลว่า มีพอแล้ว แต่ยังโลภอยากได้เพิ่ม
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #108 เมื่อ: 25-10-2006, 15:14 »


เมื่อถามว่าจุดเปลี่ยนของนโยบายรัฐบาลชุดนี้คือสิ่งใด นายโฆษิตกล่าวว่ากระชับ สั้น  กะทัดรัด

นี่ไงนโยบายกระชับ สั้นมาก

ลอกของเดิม
บันทึกการเข้า
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #109 เมื่อ: 25-10-2006, 15:22 »

อ่านคำตอบของอะไรจ๊ะแล้ว คันมือขอตอบหน่อย แต่ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจเรื่องศกพอเพียงกันเล็กน้อย อ่านบทความส่วนนี้ก่อนครับ นำมาจาก http://www.sufficiencyeconomy.org


"ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency economy) หรือระบบเศรษฐกิจพอเพียง มีความคิดหลัก คือ ทางสายกลางและมีองค์ประกอบของคำนิยามที่สำคัญ สามประการ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัว และมีเงื่อนไข ๒ ประการคือความรู้และคุณธรรม เป็นกรอบชี้นำทางปฏิบัติ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความเชื่อมโยงกับทฤษฎีทาง เศรษฐศาสตร์ที่สำคัญหลายทฤษฎี มีทั้งในแง่ที่สอดคล้อง กับบางทฤษฎี และในแง่ที่แตกต่างออกไป
องค์ประกอบทั้งสามของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถ แยกออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ ส่วนที่สร้างให้เกิดความยั่งยืนของการใช้ทรัพยากรในสถานการณ์ที่ปราศจากผลกระทบภายนอก ซึ่งประกอบด้วยความพอประมาณ และความมีเหตุผล และส่วนที่เป็นองค์ประกอบที่เสริมประสิทธิภาพของ การใช้ทรัพยากรให้พร้อมต่อการรองรับผลกระทบจาก ภายนอกซึ่งมีความไม่แน่นอน อันได้แก่ การมีภูมิคุ้มกันในตัว ความพอประมาณหมายถึงความพอใจที่สิ่งที่สมควร ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยจนเกินไปจนก่อให้เกิดความขัดสน และไม่มากเกินไปจนฟุ่มเฟือยจนเกินกำลังของตน หรือก่อ ให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ซึ่งมีแนวคิดเรื่องความ พอประมาณใน ๒ แนวทางหลักคือ ความพอประมาณ โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ทางสังคมที่ถูกกำหนด และ ความพอประมาณโดยเปรียบเทียบกับศักยภาพของตน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวมีความหมายครอบคลุมกระบวนการ Optimisation ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ หรือใกล้เคียงกับ แนวคิดเรื่อง bounded rationality นอกจากนี้ยังแสดง ให้เห็นว่า ความพอประมาณสามารถนำมาซึ่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน หรือการสร้างให้เกิด
ประสิทธิภาพในเชิงพลวัตร ความมีเหตุมีผลบริบทของเศรษฐกิจพอเพียง เน้นให้ คำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการกระทำและวิธีการต่าง ๆ แล้วมุ่งให้เลือกกระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดผลที่ถูกต้องบน พื้นฐานของความรู้และคุณธรรม โดยความถูกต้องในที่นี้ อธิบายได้ โดยผลที่พอประมาณและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ให้เกิดขึ้น ซึ่งแนวคิด Rationality หรือ Rational Expectation หรือ Common Knowledge ไม่สามารถอธิบายความมีเหตุมีผลในบริบทนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบภูมิคุ้มกันในตัวของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ นับว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันโดยรวม กล่าวคือมีลักษณะในการบริหารความเสี่ยง การกระจายความเสี่ยง การป้องกันความเสี่ยง การลดความเสี่ยง การสร้างกลไกที่ก่อให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อ พิจารณาในรายละเอียดพบว่า ยังมีข้อแตกต่างในด้านของหลักการตัดสินใจ ซึ่งทางสายกลางเป็นทางเลือกหนึ่งที่บุคคล ตลอดจนองค์กรสามารถใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจได้
แทนหลัก Optimization และอาจจะเหมาะสมกว่าภายใต้ข้อจำกัดจากอนาคตที่มีความไม่แน่นอน
องค์ประกอบทั้งสาม มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ โดย ความมีเหตุผลถือได้ว่าเป็นกระบวนการเสริมสร้าง ให้ความพอใจเป็นไปแต่โดยพอประมาณ ระดับของความพอประมาณจำเป็นต้องพอเพียงในเชิงการสร้างภูมิคุ้มกันในตัว อีกทั้งการมีภูมิคุ้มกันในตัวก็เป็นปัจจัยเสริมสร้างให้ การดำเนินกิจกรรมต่างๆทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีเหตุผล ในระยะปานกลางและระยะยาว เงื่อนไข ๒ ประการ คือ เงื่อนไขความรู้และเงื่อนไข คุณธรรมในระบบเศรษฐกิจพอเพียง มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวเองได้ ทั้งนี้เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วยความรู้ ๓ ด้านคือ รอบรู้ในวิชาการต่างๆ
รอบคอบในการเชื่อมโยง และระมัดระวังในการนำความรู้ไปใช้ ส่วนเงื่อนไขคุณธรรมนั้น ต้องมีคุณธรรมในมิติของจิตใจ และการกระทำที่เน้นความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน และความเพียร "



เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเหมาะที่จะนำไปใช้ในสังคมขนาดเล็กเช่น ภูฐาน (สะกด??) เป็นต้น แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้
ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?!


ตอบ 
เศรษฐกิจของประเทศไทยก็มีปัจจัยภายในมากระทบพอๆกับปัจจัยภายนอกครับ ปัจจัยภายในประเทศเช่น ราคาน้ำมัน การศึกษา ปัญหาความยากจน ความต้องการของผู้บริโภค อัตราดอกเบี้ย หรือ  นโยบายรัฐบาล ก็ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากเช่นกันครับ ผมว่าดีไม่ดีอาจจะมากกว่าปัจจัยภายนอกด้วยซ้ำ  การอ่านบทความข้างต้นจะพบว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกปกป้องและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนะครับโดยอาศัยหลักความพอประมาณ ความรอบคอบในการดำเนินนโยบายต่างๆ และ ม่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของแต่ละองค์กรอย่างสูงสุดโดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดแต่ได้ผลที่สุด ก็ตรงตามหลักเศรษฐศาสตร์นะครับ ดังนั้นผมจึงยืนยันได้เลยว่า ระบบเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาใช้ประยุกค์ให้กับประเทศไทยและประเทศต่างๆได้เช่นกันครับ ที่บางประเทศเขาไม่ต้องใช้ก้เพราะเขามีกลไกป้องกันเสถียรภาพที่ดี ซึ่งระบบของประเทศเขาเอื้ออำนวยครับ เช่น คอร์รัปชั่น เขาควบคุมได้ดีกว่าไทยใช่ไหมครับ เขาออกนโยบายอะไร เขาควบคุมงบประมาณได้ แต่ไทยทำได้ไหมครับ ที่ผ่านๆมาเคยควบคุมได้หรือไม่ การเน้นย้ำเศรษบกิจพอเพียงก้ย่อมเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมให้ดีขึ้นอีกทางนึงนะครับ ส่วนการนำเข้าknow-how นะครับ ทุกๆประเทศต่างก็ต้องนำเข้ากันทั้งนั้นนะครับ ทั้งอย่าง ญี่ปุ่นก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อเมริกาเองก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อย่าง ออสเตรเลีย ก็ยังมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ หรือ การกู้เงินมาเพื่อลงทุน มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขาพึ่งพาตนเองไม่ได้นี่ครับ แต่มันคือ การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันมากกว่า เหมือนอย่าง FTA ก็เช่นกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำเพราะเราพึ่งพาตนเองไม่ได้ใช่ไหมครับ แต่ต้องทำเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศให้มากขึ้น ไม่มีประเทศไหนเขาปิดประเทศแล้วบอกว่าพึ่งตนเองได้นี่ครับ อย่างระบบเสรษฐกิจพอเพียงก้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปปิดประเทศนี่ครับ ก็ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามปกติ แต่รอบคอบมากขึ้นก็เท่านั้นเอง คุณลองยกตัวอย่างประเทศที่ไม่ต้องมีการนำเข้า know-how ไม่นำเข้าพลังงาน ไม่นำเข้าเงินทุนมาสักประเทศสิครับ


พูดไปแนวทางนามธรรมกันมากไปมั้งครับ? พึ่งตนเอง!! ตอนนี้ไทยเราพึ่งตัวเองขนาดไหน...สินค้ายังต้องส่งออกเพื่อให้เศรษฐกิจอยู่ได้ เทคโนโลยีของไทยเราเองแทบไม่มี ระบบการศึกษาไทยเรายังล้าหลัง แล้วจะพึ่งตัวเองแบบไหนกันเอ่ย!?!

ตอบ
การส่งออกเป็นการนำรายได้เข้าสู่ประเทศนะครับ เราส่งออกสินค้าตั้งแต่สมัยอยุทธยาแล้วมั้งครับ การพึ่งตนเองไม่ใช่หมายความว่าเราจะไม่ส่งออกนี่ครับ สับสนอะไรรึเปล่า  เทคโนโลยีของไทยและการศึกษาก็ต้องพัฒนาไงครับ ซึ่งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงก็เน้นย้ำอยู่แล้วครับไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเราพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ เช่น รากหญ้าให้มีความรู้มากขึ้น เขาก็จะพึ่งพาตนเองได้ครับ การมีความรู้ก็จะทำให้โดนหลอกได้น้อยลง จริงไหมครับ และ ยังมีแนวคิดใหม่ๆที่จะพัฒนาชุมชนตนเองด้วย
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #110 เมื่อ: 25-10-2006, 15:30 »

เต็มสิบให้ 1.5 คะแนนขยันแปะ 1 คะแนนตอบได้ตรงคำถาม 0.5 รวม 1.5
บันทึกการเข้า
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #111 เมื่อ: 25-10-2006, 15:31 »

แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?!

โอ๊ยโดนใจ ที่ว่า จะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า คือ ตอนนี้ยังไม่พอ ยังขาดอยู่ ไม่ได้แปลว่า มีพอแล้ว แต่ยังโลภอยากได้เพิ่ม

ความต้องการของมนุษย์มีไม่สิ้นสุดนะครับ แนวทางศก.พอเพียงก็ไม่ได้ห้ามให้ไม่ให้มีความต้องการเพิ่มนี่ครับ เพีงแต่จะควบคุมให้มีความรู้จักเพียงพอบ้างนะครับ เข้าใจคำว่าต้องการอย่างพอประมาณโดยมีเหตุผลในความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองต้องการและรู้จักรอบคอบที่จะใช้ทุนที่มีอยู่อย่างเหมาะสมไหมครับ คุณเคยเห็นคนใช้เงินเกินตัวแล้วรวยไหมครับ ดู สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวอย่าง รวยกว่าตอนได้เงินมาใหม่ๆไหมครับ มีเงินในบัญชีเท่าไรครับ มีหนี้เท่าไร  นี่แหละครับ การไม่รู้จักพอ ส่วน วิจารณ์ พลฤทธิ์ เขารู้จักใช้จ่ายอย่างเพียงพอ ตอนนี้เงินในบัญชีเขา มีกี่สิบล้านครับ  เปรียบเทียบแบบนี้ง่ายดีไหมครับ
บันทึกการเข้า
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #112 เมื่อ: 25-10-2006, 15:37 »

เต็มสิบให้ 1.5 คะแนนขยันแปะ 1 คะแนนตอบได้ตรงคำถาม 0.5 รวม 1.5


ปัญหามันอยู่ที่ คุณอ่านมันแล้วไม่รู้เรื่องมากกว่านะครับ มันยากเกินกว่าสมองคุณจะรับได้รึเปล่าครับ เหมือนเอาเด็กอนุบาล มาอ่าน หนังสือ พิมพ์ บางกอกโพสถ์ นะครับ ถ้า คุณ เจ๋ง คุณ ก็ตอบคำถามเดิมที่ผมตอบแล้วมาเปรียบเทียบคำตอบกันดีไหมครับ ไม่ใช่เอาแต่ โผล่มา หยิกจิดนึง แล้วก็เงียบไม่มีข้อมูลแย้งสักอย่าง อย่างนี้นะครับ มันเด็กๆครับ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #113 เมื่อ: 25-10-2006, 15:38 »

นี่คุณ ห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบล้านห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้า
พิมพ์มากไม่เมื่อยหรือครับ ประเด็นมันอยู่ที่ ยังไม่พอ ยังอดอยากอยู่ แค่นั้นเอง
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #114 เมื่อ: 25-10-2006, 15:57 »


ตอบ 
เศรษฐกิจของประเทศไทยก็มีปัจจัยภายในมากระทบพอๆกับปัจจัยภายนอกครับ ปัจจัยภายในประเทศเช่น ราคาน้ำมัน การศึกษา ปัญหาความยากจน ความต้องการของผู้บริโภค อัตราดอกเบี้ย หรือ  นโยบายรัฐบาล ก็ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากเช่นกันครับ ผมว่าดีไม่ดีอาจจะมากกว่าปัจจัยภายนอกด้วยซ้ำ  การอ่านบทความข้างต้นจะพบว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกปกป้องและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนะครับโดยอาศัยหลักความพอประมาณ ความรอบคอบในการดำเนินนโยบายต่างๆ และ ม่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของแต่ละองค์กรอย่างสูงสุดโดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดแต่ได้ผลที่สุด ก็ตรงตามหลักเศรษฐศาสตร์นะครับ ดังนั้นผมจึงยืนยันได้เลยว่า ระบบเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาใช้ประยุกค์ให้กับประเทศไทยและประเทศต่างๆได้เช่นกันครับ ที่บางประเทศเขาไม่ต้องใช้ก้เพราะเขามีกลไกป้องกันเสถียรภาพที่ดี ซึ่งระบบของประเทศเขาเอื้ออำนวยครับ เช่น คอร์รัปชั่น เขาควบคุมได้ดีกว่าไทยใช่ไหมครับ เขาออกนโยบายอะไร เขาควบคุมงบประมาณได้ แต่ไทยทำได้ไหมครับ ที่ผ่านๆมาเคยควบคุมได้หรือไม่ การเน้นย้ำเศรษบกิจพอเพียงก้ย่อมเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมให้ดีขึ้นอีกทางนึงนะครับ ส่วนการนำเข้าknow-how นะครับ ทุกๆประเทศต่างก็ต้องนำเข้ากันทั้งนั้นนะครับ ทั้งอย่าง ญี่ปุ่นก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อเมริกาเองก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อย่าง ออสเตรเลีย ก็ยังมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ หรือ การกู้เงินมาเพื่อลงทุน มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขาพึ่งพาตนเองไม่ได้นี่ครับ แต่มันคือ การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันมากกว่า เหมือนอย่าง FTA ก็เช่นกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำเพราะเราพึ่งพาตนเองไม่ได้ใช่ไหมครับ แต่ต้องทำเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศให้มากขึ้น ไม่มีประเทศไหนเขาปิดประเทศแล้วบอกว่าพึ่งตนเองได้นี่ครับ อย่างระบบเสรษฐกิจพอเพียงก้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปปิดประเทศนี่ครับ ก็ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามปกติ แต่รอบคอบมากขึ้นก็เท่านั้นเอง คุณลองยกตัวอย่างประเทศที่ไม่ต้องมีการนำเข้า know-how ไม่นำเข้าพลังงาน ไม่นำเข้าเงินทุนมาสักประเทศสิครับ

แหม...ใจดีจังที่ให้น้องจ๊ะเข้าเสียบเข้าเสียบบ๊อยบ่อย คนไรน่ารักจัง

สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดมันก็ตอบตัวเองอยู่แล้วว่าระบบเศรษฐกิจเสรีคือคำตอบสุดท้าย เพราะขนาดเศรษฐกิจพอเพียงยังต้องใช้หลักการสำคัญๆมาจากรากฐานของเศรษฐกิจเสรีทั้งสิ้นไม่ว่าจะเรื่อง GDP, resources, political constraints, investment funds, inter-trades, consumptions etc. เพียงแค่มุมมองของเศรษฐกิจพอเพียงตั้งอยู่บนพื้นฐานมุมมองส่วนบุคคลว่าขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอเพียง แต่ปราศจากมาตราวัดเป็นตัวเลขเท่านั้นเอง

ดังนั้น ทุกประเทศจึงต้องพึ่งพาเศรษฐกิจเสรีเหมือนกันหมด ไม่มีประเทศไหนดีเลิศมีพร้อมโดยไม่พึ่งพาการค้าขายจากตปท. แล้วไทยเราที่ว่ามารณรงค์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั่น...คุณมีวิธีการใดที่จะลดการนำเข้าหรือพึ่งพาจากตปท.บ้างหล่ะ? ในเฉพาะกับอเมริการและยุโรปที่ไทยได้ดุลย์การค้ามหาศาล ในขณะที่เราเสียดุลย์กับจีน-ญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลเช่นกัน ประเด็นก็คือ ไทยเราต้องยอมรับครับว่าเป็นประเทศที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ถามว่าวันนี้หากเราโดนอเมริกา+ยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางการค้าอันเนื่องมาจากกฎอัยการศึก...ใครเสียหาย...ถ้าไม่ใช่ประชาชนคนไทยตาดำๆ!?!

ถ้าคิดว่าไทยเราเก่งจริง...ก็ไม่ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกซิครับ ลองดูสัก1ปีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจของไทย แล้วลองดูซิว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยได้ไหม?!?




พูดไปแนวทางนามธรรมกันมากไปมั้งครับ? พึ่งตนเอง!! ตอนนี้ไทยเราพึ่งตัวเองขนาดไหน...สินค้ายังต้องส่งออกเพื่อให้เศรษฐกิจอยู่ได้ เทคโนโลยีของไทยเราเองแทบไม่มี ระบบการศึกษาไทยเรายังล้าหลัง แล้วจะพึ่งตัวเองแบบไหนกันเอ่ย!?!

ตอบ
การส่งออกเป็นการนำรายได้เข้าสู่ประเทศนะครับ เราส่งออกสินค้าตั้งแต่สมัยอยุทธยาแล้วมั้งครับ การพึ่งตนเองไม่ใช่หมายความว่าเราจะไม่ส่งออกนี่ครับ สับสนอะไรรึเปล่า  เทคโนโลยีของไทยและการศึกษาก็ต้องพัฒนาไงครับ ซึ่งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงก็เน้นย้ำอยู่แล้วครับไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเราพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ เช่น รากหญ้าให้มีความรู้มากขึ้น เขาก็จะพึ่งพาตนเองได้ครับ การมีความรู้ก็จะทำให้โดนหลอกได้น้อยลง จริงไหมครับ และ ยังมีแนวคิดใหม่ๆที่จะพัฒนาชุมชนตนเองด้วย

ผมว่าคุณเพ้อฝันและไม่ยอมรับความจริง


ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆน๊ะครับว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือ model ชิ้นหนึ่งภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี

หรือถ้าใครจะเถียง...จะได้อธิบายกันได้ยาวๆกว่านี้!!


บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #115 เมื่อ: 25-10-2006, 16:21 »

นี่คุณ ห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบล้านห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้า
พิมพ์มากไม่เมื่อยหรือครับ ประเด็นมันอยู่ที่ ยังไม่พอ ยังอดอยากอยู่ แค่นั้นเอง

ไปดูเรื่องการกระจายรายได้สิ

เมื่อไม่พอ ทำยังไงให้พอล่ะ ทำให้เค้าช่วยตัวเองได้

สอนให้หาปลาสิ ให้เบ็ด อย่าให้แต่ปลา

ตกลงจะเอาฝ่ายชาวบ้านหรือเอาฝ่ายในเมือง

จะเอาฝ่ายอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม แยก ๆ กันมองน่าจะพอเข้าใจได้

เรื่องชุมชนเข้มแข็ง นั่นทำไปถึงใหน หรือมัวแต่ส่งกองทุนหมู่บ้านกับ SML ลงไปให้ผลาญกันเล่น

ศูนย์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำกันไปถึงใหน...หากบอก"ไม่พอ" ก็เพราะ เอาสินค้าขยะลงไปหลอกเอาเงินชาวบ้านใช่หรือไม่...

ความสำคัญของ "เศรษฐกิจพอเพียง" คือ ต้องลงไปทำให้ชาวบ้านรู้ตัวว่า อย่าตกเป็นเครื่องมือของการโฆษณาชวนเชื่อ

อย่าไปหลอกว่า ซักวันหนึ่งเราจะรวยแบบทักษิณ...อย่าไปเอาตัวทักษิณ คิดแบบทักษิณ ไปใส่หัวชาวบ้าน

ที่บอกว่า ผมประกันชีวิตเพื่อกู้เงินมาลงทุนน่ะ มันนิยายน้ำเน่า....
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #116 เมื่อ: 25-10-2006, 16:29 »

ไม่สังเกตเหรอว่ามันดีขึ้นมาจากอดีตตั้งเยอะมากแล้ว แต่มันก็ยังไม่พอ เพราะเมื่อก่อนมันจนมากถึงมากที่สุด

ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มจะหายจน เพราะนโยบายรัฐบาลทักษิณ แต่ก็ต้องพึ่งพาต่างประเทศไปอีกพักใหญ่ๆ หลายๆ

ปี ถ้าคิดว่าตอนนี้พอเพียงแล้วก็จบ คนจนก็กลับไปจนต่อ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #117 เมื่อ: 25-10-2006, 16:36 »

ไม่ใช่หรอก...ที่บอกหายจนไปบ้าง เค้าเอาแค่ "รายรับ" เป็นตัวตั้ง ไม่ได้ดูรายจ่ายหรือหนี้ครัวเรือนมาพูดกัน

ที่จริงรุ่นเก่าเค้ามีเรื่อง จปถ. เป็นหลักหรือเป็นดัชนีชี้วัด

เรื่องความยากจน มันพูดกันยาว...ใหนบอก 6 ปี คนไทยจะหายจนไง...

อย่าบอกว่า ผ่านเส้นความยากจนนะ นั่นมันไม่ได้รวมอัตราเงินเฟ้อ ไม่รวมหนี้กองทุนหมู่บ้าน

12 ล้านคน ที่เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านน่ะ หมุนหนี้อยู่เท่าไหร่ ไปหาตัวเลขจริงมาดูกัน
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #118 เมื่อ: 25-10-2006, 16:44 »

โอยวนลูปอีกแล้ว พูดเรื่องหนี้ ก็พูดเรื่องสินทรัพย์ครัวเรือนอีก รอบที่ร้อยแล้วคร้าบ

ไอ้จับผิดเรื่องคอมมิทเวลาอย่างแก้จราจร อีกหกปีหายจนเนี่ย ไว้โชว์เก๋ากับเด็กๆ

เถอะคร้าบ อนาคตใครจะทำนายได้เป๊ะๆ ก็กะประมาณทั้งนั้นแหละเอาอะไรมาก

ที่เค้าพูดอาจจะหมายถึง 6 ปี กว่าๆ (11 เดือน) ก็ได้ พอดีโดนสอยซะก่อน

เรื่องหาตัวเลขยิ่งไม่มีทาง ตัวเลขทั้งหมดมันไม่มีความน่าเชื่อถือหรอก ตั้งแต่วิธี

การสำรวจแล้ว เอาตัวเลขมั่วมาวิเคราะห์จริงจะได้ผลวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #119 เมื่อ: 25-10-2006, 16:50 »

มันเป็นความจริง....อย่าลืมว่า รัฐบาลหน้าเหลี่ยม ทำร้ายประเทศไทย คนไทยมากแค่ใหน...

หากจะลงไปบอกยังจนอยู่ ไม่พอเพียง นั่นแหละยิ่งต้องรีบลงไปทำให้รู้ว่า "อะไรคือพอเพียง"

ขนาดไปเลี้ยงควายตามท้องไร่ท้องนายังพกมือถือ มันน่าตีมั๊ยละโยม...
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #120 เมื่อ: 25-10-2006, 16:55 »

ขนาดไปเลี้ยงควายตามท้องไร่ท้องนายังพกมือถือ มันน่าตีมั๊ยละโยม...
ความสุขเล็กน้อย คิดอะไรมาก ใครๆ ก็อยากติดต่อสื่อสาร ตามยุคสมัยทั้งนั้น
เมาเหล้า เล่นการพนัน ติดยา เสียเงินมากกว่าเยอะ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #121 เมื่อ: 25-10-2006, 17:02 »

มาดตัวเลขการกระจายรายได้ของประเทศไทยกันครับ

                                          2544            2545            2546           2547
คนรวย (สัดส่วน 20%)               56.5             57.8            55.2            48.4
ชนชั้นกลาง (สัดส่วน 60%)         39.3             38.3            40.6            45.2
รากหญ้า (สัดส่วน 20%)              4.2               3.9              4.2              6.4


แสดงให้เหนชัดเจนว่าคนรวยมีผลรายได้มวลรวมลดลง ในขณะที่ชนชั้นกลางและรากหญ้ามีสัดส่วนรายได้มากขึ้น



บันทึกการเข้า
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #122 เมื่อ: 25-10-2006, 17:05 »


ตอบ 
เศรษฐกิจของประเทศไทยก็มีปัจจัยภายในมากระทบพอๆกับปัจจัยภายนอกครับ ปัจจัยภายในประเทศเช่น ราคาน้ำมัน การศึกษา ปัญหาความยากจน ความต้องการของผู้บริโภค อัตราดอกเบี้ย หรือ  นโยบายรัฐบาล ก็ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากเช่นกันครับ ผมว่าดีไม่ดีอาจจะมากกว่าปัจจัยภายนอกด้วยซ้ำ  การอ่านบทความข้างต้นจะพบว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกปกป้องและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนะครับโดยอาศัยหลักความพอประมาณ ความรอบคอบในการดำเนินนโยบายต่างๆ และ ม่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของแต่ละองค์กรอย่างสูงสุดโดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดแต่ได้ผลที่สุด ก็ตรงตามหลักเศรษฐศาสตร์นะครับ ดังนั้นผมจึงยืนยันได้เลยว่า ระบบเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาใช้ประยุกค์ให้กับประเทศไทยและประเทศต่างๆได้เช่นกันครับ ที่บางประเทศเขาไม่ต้องใช้ก้เพราะเขามีกลไกป้องกันเสถียรภาพที่ดี ซึ่งระบบของประเทศเขาเอื้ออำนวยครับ เช่น คอร์รัปชั่น เขาควบคุมได้ดีกว่าไทยใช่ไหมครับ เขาออกนโยบายอะไร เขาควบคุมงบประมาณได้ แต่ไทยทำได้ไหมครับ ที่ผ่านๆมาเคยควบคุมได้หรือไม่ การเน้นย้ำเศรษบกิจพอเพียงก้ย่อมเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมให้ดีขึ้นอีกทางนึงนะครับ ส่วนการนำเข้าknow-how นะครับ ทุกๆประเทศต่างก็ต้องนำเข้ากันทั้งนั้นนะครับ ทั้งอย่าง ญี่ปุ่นก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อเมริกาเองก็ยังต้องนำเข้าน้ำมัน อย่าง ออสเตรเลีย ก็ยังมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ หรือ การกู้เงินมาเพื่อลงทุน มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขาพึ่งพาตนเองไม่ได้นี่ครับ แต่มันคือ การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันมากกว่า เหมือนอย่าง FTA ก็เช่นกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำเพราะเราพึ่งพาตนเองไม่ได้ใช่ไหมครับ แต่ต้องทำเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศให้มากขึ้น ไม่มีประเทศไหนเขาปิดประเทศแล้วบอกว่าพึ่งตนเองได้นี่ครับ อย่างระบบเสรษฐกิจพอเพียงก้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปปิดประเทศนี่ครับ ก็ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามปกติ แต่รอบคอบมากขึ้นก็เท่านั้นเอง คุณลองยกตัวอย่างประเทศที่ไม่ต้องมีการนำเข้า know-how ไม่นำเข้าพลังงาน ไม่นำเข้าเงินทุนมาสักประเทศสิครับ

แหม...ใจดีจังที่ให้น้องจ๊ะเข้าเสียบเข้าเสียบบ๊อยบ่อย คนไรน่ารักจัง

สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดมันก็ตอบตัวเองอยู่แล้วว่าระบบเศรษฐกิจเสรีคือคำตอบสุดท้าย เพราะขนาดเศรษฐกิจพอเพียงยังต้องใช้หลักการสำคัญๆมาจากรากฐานของเศรษฐกิจเสรีทั้งสิ้นไม่ว่าจะเรื่อง GDP, resources, political constraints, investment funds, inter-trades, consumptions etc. เพียงแค่มุมมองของเศรษฐกิจพอเพียงตั้งอยู่บนพื้นฐานมุมมองส่วนบุคคลว่าขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอเพียง แต่ปราศจากมาตราวัดเป็นตัวเลขเท่านั้นเอง

ดังนั้น ทุกประเทศจึงต้องพึ่งพาเศรษฐกิจเสรีเหมือนกันหมด ไม่มีประเทศไหนดีเลิศมีพร้อมโดยไม่พึ่งพาการค้าขายจากตปท. แล้วไทยเราที่ว่ามารณรงค์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั่น...คุณมีวิธีการใดที่จะลดการนำเข้าหรือพึ่งพาจากตปท.บ้างหล่ะ? ในเฉพาะกับอเมริการและยุโรปที่ไทยได้ดุลย์การค้ามหาศาล ในขณะที่เราเสียดุลย์กับจีน-ญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลเช่นกัน ประเด็นก็คือ ไทยเราต้องยอมรับครับว่าเป็นประเทศที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ถามว่าวันนี้หากเราโดนอเมริกา+ยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางการค้าอันเนื่องมาจากกฎอัยการศึก...ใครเสียหาย...ถ้าไม่ใช่ประชาชนคนไทยตาดำๆ!?!

ถ้าคิดว่าไทยเราเก่งจริง...ก็ไม่ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกซิครับ ลองดูสัก1ปีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจของไทย แล้วลองดูซิว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยได้ไหม?!?




พูดไปแนวทางนามธรรมกันมากไปมั้งครับ? พึ่งตนเอง!! ตอนนี้ไทยเราพึ่งตัวเองขนาดไหน...สินค้ายังต้องส่งออกเพื่อให้เศรษฐกิจอยู่ได้ เทคโนโลยีของไทยเราเองแทบไม่มี ระบบการศึกษาไทยเรายังล้าหลัง แล้วจะพึ่งตัวเองแบบไหนกันเอ่ย!?!

ตอบ
การส่งออกเป็นการนำรายได้เข้าสู่ประเทศนะครับ เราส่งออกสินค้าตั้งแต่สมัยอยุทธยาแล้วมั้งครับ การพึ่งตนเองไม่ใช่หมายความว่าเราจะไม่ส่งออกนี่ครับ สับสนอะไรรึเปล่า  เทคโนโลยีของไทยและการศึกษาก็ต้องพัฒนาไงครับ ซึ่งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงก็เน้นย้ำอยู่แล้วครับไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเราพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ เช่น รากหญ้าให้มีความรู้มากขึ้น เขาก็จะพึ่งพาตนเองได้ครับ การมีความรู้ก็จะทำให้โดนหลอกได้น้อยลง จริงไหมครับ และ ยังมีแนวคิดใหม่ๆที่จะพัฒนาชุมชนตนเองด้วย

ผมว่าคุณเพ้อฝันและไม่ยอมรับความจริง


ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆน๊ะครับว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือ model ชิ้นหนึ่งภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี

หรือถ้าใครจะเถียง...จะได้อธิบายกันได้ยาวๆกว่านี้!!




สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดมันก็ตอบตัวเองอยู่แล้วว่าระบบเศรษฐกิจเสรีคือคำตอบสุดท้าย เพราะขนาดเศรษฐกิจพอเพียงยังต้องใช้หลักการสำคัญๆมาจากรากฐานของเศรษฐกิจเสรีทั้งสิ้นไม่ว่าจะเรื่อง GDP, resources, political constraints, investment funds, inter-trades, consumptions etc. เพียงแค่มุมมองของเศรษฐกิจพอเพียงตั้งอยู่บนพื้นฐานมุมมองส่วนบุคคลว่าขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอเพียง แต่ปราศจากมาตราวัดเป็นตัวเลขเท่านั้นเอง



ผมไม่ได้หมายถึงระบบเศรษฐกิจเสรีเป็นคำตอบสุดท้ายนี่ครับ เอามาจากส่วนใหนของผมหรือ ผมเพียงแค่จะสื่อว่า ระบบศก แบบพอเพียงก็สามารถชี้วัดได้ต่างหากซึ่งไม่ต่างจากการชี้วัดด้วยระบบศก.แบบเสรีนิยม และ เนื่องจากแนวความคิดที่มีลักษณะไม่แตกต่างจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ต่างๆประกอบกับมีความครอบคลุมในแนวทฤษฎีหลายๆแบบที่สอดคล้องกัน ดังนั้นการที่เราใช้ศก.แบบพอเพียงจึงไม่ได้ลดทอน การใช้การชี้วัดด้วย GDP หรือ การนำเข้า resources การมีปัจจัยกระทบจาก political constraints การมี investment funds หรือ การที่เราต้องมี inter-trades  หรือ การที่ปชชต้องมีconsumptions  (ไม่รู้จะใช้ภาษาอังกฤษทำไมนะครับ) แต่เมื่อเรามองกรอบความคิดของแนวทฤษฎีแล้ว เราก็จะพบว่ามีส่วนเพิ่มเติมที่มุ้งเน้นย้ำถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัว และมีเงื่อนไข 2 ประการคือความรู้และคุณธรรม อันจะนำมาประกอบกับการวางนโยบายในการบริหารประเทศเป็นหลัก ผมจึงไม่เข้าใจว่า การที่ประเทศไทยใช้ ศก.แบบพอเพียงจะทำให้เกิดการถดถอยของเศรษฐกิจ และ ลดเสถียรถาพทางศก ได้เนื่องจากปัจจัยใดๆในแนวทางของกรอบทฤษฎี เหมือนอย่างที่คุณกล่าวว่า การชี้วัดด้วยความรู้สึก ผมก็อยากถามคุณว่า คุณไปเอาแนวคิดนี้มาได้อย่างไร และ ทำไมถึงคิดเช่นนั้น ดังนั้นผมจึงไม่มองว่า แนวคิด ศก.พอเพียงจะต้องพึ่งพาแนวคิดแบบเสรีนิยม แต่สามารถผสมผสานให้มีความสอดคล้องกันมากขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้นมากกว่า ถ้าคุรคิดว่า แนวคิด ศก.แบบพอเพียงไม่สามารถจะดำเนินการได้ก็ลองให้ตัวอย่างผมมาก่อนดีกว่า ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นในความคิดคุณ


ดังนั้น ทุกประเทศจึงต้องพึ่งพาเศรษฐกิจเสรีเหมือนกันหมด ไม่มีประเทศไหนดีเลิศมีพร้อมโดยไม่พึ่งพาการค้าขายจากตปท. แล้วไทยเราที่ว่ามารณรงค์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั่น...คุณมีวิธีการใดที่จะลดการนำเข้าหรือพึ่งพาจากตปท.บ้างหล่ะ? ในเฉพาะกับอเมริการและยุโรปที่ไทยได้ดุลย์การค้ามหาศาล ในขณะที่เราเสียดุลย์กับจีน-ญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลเช่นกัน ประเด็นก็คือ ไทยเราต้องยอมรับครับว่าเป็นประเทศที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ถามว่าวันนี้หากเราโดนอเมริกา+ยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางการค้าอันเนื่องมาจากกฎอัยการศึก...ใครเสียหาย...ถ้าไม่ใช่ประชาชนคนไทยตาดำๆ!?!

ผมงงมากที่คุณเอาเรื่องการพึ่งพาการค้ามาอ้างถึงเพราะผมมองไม่ออกเลยว่านโยบาย ศก.พอเพียงห้ามมีการพึ่งพาและ การทำการค้าจากต่างชาติตรงไหน ยกตัวอย่างมาให้ผมอ่านหน่อยสิครับ คุณสงสัยคุณเข้าใจกรอบความคิดนี้เพียงพอหรือไม่และสามารถขยายไปสู่แนวนโยบายได้หรือไม่ "ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัว และมีเงื่อนไข ๒ ประการคือความรู้และคุณธรรม " การลดการนำเข้าและพึ่งพาจาก ตปท ก็คือ การพัฒนาศักยภาพในการผลิตในประเทศให้เพียงพอกับความต้องการของคนไนประเทศไงครับ คุณ ดู เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างนะ เขาแทบไม่นำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเลย เขาผลิตรถใช้เอง และ ส่งออก เขาพัฒนาศักยภาพการผลิตในประเทศได้ดีพอจนคนในประเทศไม่มีความต้องการที่จะบริโภคสินค้าจากการนำเข้า ถ้าเราพัฒนาศักยภาพภายในประเทศให้สูงนะครับ ทั้งทางภาคอุตสาหกรรม และ การเกษตร เราก็จะลดการพึ่งพาจากต่างชาติได้มากขึ้นครับ เอ่อ ไทยได้ดุลย์การค้ากับ ยุโรปและสหรัฐอย่างมหาศาล คือเราส่งออกได้มากนะครับถึงได้ดุลย์นะครับ ส่วนกับญี่ป่นนี่ เสือกนำเข้ามากไปหน่อยนะครับ  ลดการนำเข้าก็ดีแล้วนี่ครับ แล้วเพิ่มศักยภาพสินค้าเพื่อการส่งออก เราคงยังไม่โดน สหรัฐกับยุโรปตัดสิทธิทางการค้าหรอกครับ ยังไม่ทำกันเลยนี่ ถ้ามีข่าวบอกด้วยนะครับ และขอข้อมูล เอกสารกรอบการเจรจาการค้าเสรีให้ผมด้วยนะ

ตัวอย่าง   สรุปการค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศคู่ค้าสำคัญและประเทศที่ไทยเปิดตลาดเสรีการค้า  ช่วง  8   เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม  2549)

ไทย-ญี่ปุ่น     :   ไทยขาดดุลการค้า  6,480.9  ล้านเหรียญสหรัฐ   ขาดดุลลดลงร้อยละ  13.2 มูลค่าการส่งออก  10,632.9  ล้านเหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.7    สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่  แผงวงจรไฟฟ้า   ยางพารา   เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ   รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ   เลนซ์    เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ   เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล     และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม     สินค้าส่งออกที่ลดลง  ได้แก่   อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป     เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ     เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ      อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด   เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน    เม็ดพลาสติก  และเตาอบไมโครเวฟ  เป็นต้น
มูลค่าการนำเข้า  17,113.8  ล้านเหรียญสหรัฐ  ลดลงร้อยละ  1.8     เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าสินค้าสำคัญ   ได้แก่   เคมีภัณฑ์   เครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์     ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก   สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์   เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด   ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ   เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน   และวงจรพิมพ์    ส่วนสินค้านำเข้าที่ลดลง   ได้แก่   เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ     เหล็กเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์    เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ  แผงวงจรไฟฟ้า     ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานพาหนะ    ผลิตภัณฑ์โลหะ    เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ     รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก   เป็นต้น            

 
ไทย-สหรัฐอเมริกา     :   ไทยเกินดุลการค้า  7,098.1   ล้านเหรียญสหรัฐ    เพิ่มขึ้นร้อยละ  39.6
มูลค่าการส่งออก  12,900.4  ล้านเหรียญสหรัฐ   เพิ่มขึ้นร้อยละ  17.6   สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่  ได้แก่    เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ   เสื้อผ้าสำเร็จรูป   เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ    อาหารทะเลกระป๋องและสำเร็จรูป    อัญมณีและเครื่องประดับ   ผลิตภัณฑ์ยาง    เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ   และแผงวงจรไฟฟ้า   สินค้าส่งออกที่ลดลง  ได้แก่     เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน  รองเท้าและชิ้นส่วน   เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียงอุปกรณ์และส่วนประกอบ      วงจรพิมพ์     หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ    แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า    เครื่องโทรสาร โทรพิมพ์ โทรศัพท์อุปกรณ์และส่วนประกอบ    เครื่องกีฬาและเครื่องเล่มเกม  เป็นต้น

มูลค่าการนำเข้า   5,802.2   ล้านเหรียญสหรัฐ  ลดลงร้อยละ  1.3   ทั้งนี้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าสินค้าสำคัญ    ได้แก่      เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ  เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ   เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ    เครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์       ธุรกรรมพิเศษ   ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก     เชื้อเพลิงอื่น ๆ   และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด   ส่วนสินค้านำเข้าที่ลดลง   ได้แก่   แผงวงจรไฟฟ้า   เคมีภัณฑ์    พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช    ด้ายและเส้นใย     เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ    เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์   เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ   ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์   เป็นต้


เราพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นนำเข้าน้อยลงส่งออกมากขึ้นเราก็เกินดุลย์ได้ใช่ไหมครับ

ถ้าคิดว่าไทยเราเก่งจริง...ก็ไม่ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกซิครับ ลองดูสัก1ปีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจของไทย แล้วลองดูซิว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยได้ไหม?!?

ก็ลองดูดีไหมล่ะครับ อย่าเพิ่งวิจารณ์ไปก่อน ดีไหม อีกอย่างถ้าคุณ คิดว่า ศก พอเพียงเป็นหนึ่งใน model ของ ระบบศก ทุนนิยม คุณจะมาเดือดร้อนทำไมล่ะครับ มาแถใหญ่เลย มันจะแปลกๆนะครับ

 
ผมว่าคุณเพ้อฝันและไม่ยอมรับความจริง

ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆน๊ะครับว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือ model ชิ้นหนึ่งภายใต้ระบบเศรษฐกิจเสรี

หรือถ้าใครจะเถียง...จะได้อธิบายกันได้ยาวๆกว่านี้!!



ข้อมูลของผมมันมาจากความฝันมั้งครับ แหมคุณสรุปได้สั้นดีจริงๆ เอายาวๆกว่านี้ได้ไหมครับ  พวกรัก สำนักเคนส์เข้าเส้นเลือดรึเปล่าเนี่ย  เท่าที่อ่านมาคุณนี่ท่าจะเกลียด ระบบ ศกแบบพอเพียงเข้าใส้เลยนะครับ เอ๊ะ ใช่ คุณไข้เหลือง รึเปล่าเอ่ย
บันทึกการเข้า
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #123 เมื่อ: 25-10-2006, 17:06 »

ขนาดไปเลี้ยงควายตามท้องไร่ท้องนายังพกมือถือ มันน่าตีมั๊ยละโยม...
ความสุขเล็กน้อย คิดอะไรมาก ใครๆ ก็อยากติดต่อสื่อสาร ตามยุคสมัยทั้งนั้น
เมาเหล้า เล่นการพนัน ติดยา เสียเงินมากกว่าเยอะ


* 004.JPG (122.76 KB, 943x659 - ดู 254 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #124 เมื่อ: 25-10-2006, 17:08 »

ไหนๆ Ar-Rai-Ja ก้อมาแล้ว ช่วยมาตอบกระทู้นี้ด้วยครับ
แหล่งที่มาของข้อมูลพี่จ้ะ น่ะครับ

ที่บอกว่าอะไรน๊ะ....รวยกระจุกจนกระจายน๊ะ ช่างเข้าทางพี่จ๊ะอีกแร๊ะ  ชอบมั่ๆอ่ะกับพวกไม่มีข้อมูลแล้วมาเป็นเป้าให้พี่จ๊ะเค้ายิงแบบนี้ ฮ่าๆๆ

                                         2544     2545    2546    2547

คนรวย(มีอยู่20%)                   56.5%  57.5%  55.2%  48.4%
ชั้นกลาง(มีอยู่ 60%)                39.3%  38.3%  40.6%  45.2%
รากหญ้า (มีอยู่ 20%)                 4.2%   3.9%    4.2%    6.4%

เห็นไหมครับว่าปี 2544 คนรวยมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% พอปี 2547 ลดลงไม่ถึง 50% ในขณะที่ชนชั้นกลางกับรากหญ้ามีสัดส่วนของรายได้เพิ่มขึ้น แล้วอย่างนี้แสดงว่ารวยกระจุกจนกระจายใช่ไหม!?!

เรื่องตัวเลข...บอกมาเถอะ...พี่จ๊ะช๊อบชอบ  ฮ่าๆๆๆๆๆ

แหล่งที่มา: วารสารของธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับเดือน เม.ย. 2549 ไปหาอ่านกันเอาเองน๊ะจ๊ะ  อิ อิ


อ่า พี่บอกเป็น ฉบับรายเดือน ไม่ใช่เหรอ (เม.ย. 2549)

แต่นี่


Annual Economics Report ก๊าบบบบบ

อันนี้มีล่าสุดแค่ปี 2548 เองง่ะ

งง?  


เดี๋ยวกระทุ้งให้ตอบที่กระทู้เดิมด้วยนะ จะได้ไม่พลาดคร้าบ
http://forum.serithai.net/index.php?topic=8832.msg126404#msg126404
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:19 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #125 เมื่อ: 25-10-2006, 17:09 »

เอาข้อมูลมาจุดให้แย้งเป็นร้อยจุด ข้อ 1. ค่าพาหนะไม่พูดถึง ค่าเดินทางเอามารวมด้วยทำไม
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #126 เมื่อ: 25-10-2006, 17:11 »

2. ค่าเหล้า ค่าการพนัน ค่าติดยา สำรวจยังไงไม่ทราบ
3. วิธีสำรวจนี้ ไปรวบรวมใบเสร็จของแต่ละครัวเรื่อน หรือให้เค้าระลึกได้แล้วกรอกเอา
4. ข้อมูลปีไหน แล้วตอนนี้มันปีอะไรแล้ว ทันสมัย หรือเปล่า
5. กลุ่มตัวอย่าง คือ...
6.-100. ขี้เกียจคิดว่ะ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #127 เมื่อ: 25-10-2006, 17:12 »

แต่ในโลกเศรษฐกิจเสรีที่ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในประเทศเช่น ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติตราบใดที่คุณต้องนำเข้าพลังงาน นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าเงินทุน นำเข้าknow-how ฯลฯ เพื่อการพัฒนาประเทศ...แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ในเมื่อคุณพึ่งพาตัวเองไม่ได้...คุณจะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า!?!

โอ๊ยโดนใจ ที่ว่า จะมีความพอเพียงได้อย่างไรเล่า คือ ตอนนี้ยังไม่พอ ยังขาดอยู่ ไม่ได้แปลว่า มีพอแล้ว แต่ยังโลภอยากได้เพิ่ม

ต้องตัดตัว "โลภ" ออกเร็ว ๆ นะ เพราะพอเพียงนั้นคือสันโดษ...ใช้เท่าที่มี สมเหตุสมผล

ถึงบอกไงว่า...เศรษฐกิจพอเพียง มันต้องเริ่มที่ คุณธรรม จริยธรรมและหลักธรรม ที่เป็นทางสายกลาง

ถ้ายังโลภ ไม่มีขีดจำกัด มี 73,000 ล้าน มันยังโลภต่อ ก็พังทั้งนั้นแหละ
บันทึกการเข้า

willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #128 เมื่อ: 25-10-2006, 17:25 »

1. ค่าพาหนะไม่พูดถึง ค่าเดินทางเอามารวมด้วยทำไม
2. ค่าเหล้า ค่าการพนัน ค่าติดยา สำรวจยังไงไม่ทราบ
3. วิธีสำรวจนี้ ไปรวบรวมใบเสร็จของแต่ละครัวเรื่อน หรือให้เค้าระลึกได้แล้วกรอกเอา
4. ข้อมูลปีไหน แล้วตอนนี้มันปีอะไรแล้ว ทันสมัย หรือเปล่า
5. กลุ่มตัวอย่าง คือ...
6.-100. ขี้เกียจคิดว่ะ

http://service.nso.go.th/nso/g_knowledge/def_censurv.jsp
http://service.nso.go.th/nso/g_knowledge/method.htm

แล้วข้อมูลของ ชอบแถล่ะ เอามาให้ดูหน่อยดิ
โดยเฉพาะข้อมูลของ "เมาเหล้า เล่นการพนัน ติดยา เสียเงินมากกว่าเยอะ" เนี่ย
ดูหน่อยนะๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #129 เมื่อ: 25-10-2006, 17:28 »

เหล้าขวดละเท่าไหร่ กินให้เมาต้องใช้กี่บาท เอามาคูณเดือน คิดเองได้นะ

ค่ามือถือ เครื่องละสามพัน อายุการใช้งานสองปี หารออกมา ค่าเติมเงินเดือนละสามร้อยบวกเข้าไป

อันไหนเยอะกว่า คิดเอาเอง นี่อย่างหรูแล้วนะ
บันทึกการเข้า
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #130 เมื่อ: 25-10-2006, 17:33 »

เหล้าขวดละเท่าไหร่ กินให้เมาต้องใช้กี่บาท เอามาคูณเดือน คิดเองได้นะ

ค่ามือถือ เครื่องละสามพัน อายุการใช้งานสองปี หารออกมา ค่าเติมเงินเดือนละสามร้อยบวกเข้าไป

อันไหนเยอะกว่า คิดเอาเอง นี่อย่างหรูแล้วนะ

สรุปว่า นั่งเทียนคิดเองใช่ไหม
บอกคนอื่นให้สำรวจด้วยวิธีสถิติ

ส่วนตัวเองก็นั่งเทียนเขียน

  (ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบ)
บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #131 เมื่อ: 25-10-2006, 17:37 »

เออ..ดีจัง เอาแต่รายได้มาคุย ไม่บอกล่ะว่า ปี 46-47 เพิ่มกองทุนหมู่บ้านเป็น กองละ 2 ล้านแล้ว

อย่าคุยลุยแต่รายได้สิ ตัวเลขทางบัญชีน่ะ แม้แต่"เงินกู้" เค้าก็นับเป็น "รายรับ"

โน่นไปเอาหนี้ครัวเรือน หรือ ภาครายจ่ายมาคุยกัน...
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #132 เมื่อ: 25-10-2006, 17:37 »

เหล้าขวดละเท่าไหร่ กินให้เมาต้องใช้กี่บาท เอามาคูณเดือน คิดเองได้นะ

ค่ามือถือ เครื่องละสามพัน อายุการใช้งานสองปี หารออกมา ค่าเติมเงินเดือนละสามร้อยบวกเข้าไป

อันไหนเยอะกว่า คิดเอาเอง นี่อย่างหรูแล้วนะ

สรุปว่า นั่งเทียนคิดเองใช่ไหม
บอกคนอื่นให้สำรวจด้วยวิธีสถิติ

ส่วนตัวเองก็นั่งเทียนเขียน

  (ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบ)

สำรวจด้วยวิธีสถิติบางอย่างใช้ไม่ได้หรอกครับ ยกตัวอย่างก็อย่างที่ willing ยกขึ้นมาไง
รวมทั้ง ค่าเหล้า ค่าติดยา ค่าการพนัน เพราะใครจะเก็บข้อมูลที่ถูกต้องมาบอกหละ ในเมื่อตัวเองยังจำไม่ได้
เราจึงต้องใช้เหตุผล ด้วยการนำตัวเลขต่างๆ และเทียนไข มาคำนวณความน่าจะเป็นไงครับ เข้าใจหรือยัง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #133 เมื่อ: 25-10-2006, 17:45 »

ข้อมูลคุณ willing นำมา

ค่าเหล้า-บุหรี่ เทียบกับการสื่อสารแล้วอยากอ๊วก...

แล้วยายมี ยายเมี้ยน เอามือถือใส่ตะกร้าไปเลี้ยงควายก็ชัดแล้ว...นี่เรื่องจริง...ขี้เกียจเขียนบทสนทนา

ตอนนี้ลูกสาวกำลังส่ง "โปรโมชั่นใหม่" โทรฟรี สี่ทุ่มถึงเที่ยง นี่ยิ่งสนุกเค้าละ

คิดเล่น ๆ แค่ เอาค่าบริการของทั้งวงการสื่อสาร กับ ยอดขายเหล้าบุหรี่ มาเทียบกันคงเห็นได้ชัดขึ้น
บันทึกการเข้า

willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #134 เมื่อ: 25-10-2006, 17:46 »

5555 ชอบแถ ยอมรับแล้วววว
เราจึงต้องใช้เหตุผล ด้วยการนำตัวเลขต่างๆ และเทียนไข มาคำนวณความน่าจะเป็นไงครับ เข้าใจหรือยัง

เข้าใจชอบแถ แล้วคร้าบบ 
บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #135 เมื่อ: 25-10-2006, 17:49 »

เดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลอื่นๆ มาให้ดูครับ
จริงไม่จริง หรือวิเคราะห์ผิด อย่างไร ออกความเห็นกันได้เลย
มาๆ ชอบแถ Killer แล้วก็ พี่จ๊ะ ด้วย

(ได้มาจาก mail)


* 002.PNG (93.06 KB, 948x724 - ดู 224 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:55 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #136 เมื่อ: 25-10-2006, 17:50 »

...


* 003.PNG (78.68 KB, 949x725 - ดู 220 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:55 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #137 เมื่อ: 25-10-2006, 17:50 »

...


* 005.PNG (83.28 KB, 954x728 - ดู 217 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:56 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #138 เมื่อ: 25-10-2006, 17:51 »

...


* 001.PNG (91.79 KB, 943x691 - ดู 222 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:58 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #139 เมื่อ: 25-10-2006, 17:53 »

หมดละ


* 000.PNG (112.4 KB, 949x702 - ดู 210 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 17:58 โดย willing » บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #140 เมื่อ: 25-10-2006, 17:59 »

ตายแล้ว หลานไรจ๊ะ เอาตัวเลขขาเดียวมาโชว์

โดนชาร์ท หนี้สินประกอบรายได้เข้า...ไปเป็นหรือเปล่าละเนี่ย

แม่ยายจ๋า...ช่วยลูกเขยด้วยยยยย
บันทึกการเข้า

ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #141 เมื่อ: 25-10-2006, 18:19 »

อุแม่เจ้า กระทู้ผม 

ดีใจนะครับ ที่เห็นเพื่อนๆเข้ามา discuss กันแบบนี้  แล้วผมจะสรุปแนวคิดอันเป็นประโยชน์จากกระทู้ไว้ให้ดูนะครับ

ต้องขอโทษด้วยครับ ถ้าจขกท.เข้ามาตอบช้า  ผมมีเวลาว่างค่อนข้างจำกัด


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เท่าที่อ่านดู  ผมว่า จ๊ะ กับ แถ  กำลังหลงประเด็น

ที่ จ๊ะกับแถ บอกว่า ไทยยังต้องนำเข้าน้ำมัน และอื่นๆ --> แปลว่าใช้เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้

ซึ่ง มันไม่จริง ไม่เกี่ยว  เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้แปลว่า เราต้องหยุดการนำเข้า

พวกคุณก็บอกอีกว่า แล้วนำเข้าแค่ไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่าพอเพียง 
ผมก็อยากจะบอกว่า  ในโลกนี้ ไม่ได้มีแต่การวัดเชิงปริมาณนะครับ  มันต้องมีเชิงคุณภาพด้วย
ไม่มีเชิงปริมาณ ก็จะมาบอกว่าไม่ดี ใช้ไม่ได้งั้นหรือ 

ลุงแคนก็บอกไว้แล้วใน 104
คุณ ห้าาาาาาา เค้าก็อุตส่าห์ยก concept เศรษฐกิจพอเพียงมาให้อ่านกันแล้ว  ผมชอบอยู่อย่างหนึ่ง
"มุ่งให้เลือกกระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดผลที่ถูกต้องบน พื้นฐานของความรู้และคุณธรรม " ซึ่งคำอธิบายก็ยังมีต่อมาอีก
นี่คือปัจจัยเชิงคุณภาพที่เรามองข้ามไม่ได้เลย

ก่อให้เกิดผลที่ถูกต้อง บนพื้นฐานคุณธรรม  ไม่ใช่อยู่เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อการสะสมเพิ่มด้วยโลภไม่มีที่สิ้นสุด
 คนไทยทุกท่าน แปลออกไหมครับ  ผมว่าเยาวชนก็เข้าใจ  ดังนั้น ถ้า doctor ไม่เข้าใจ แสดงว่าจิตมีอคติมากเกินไป

ตัวอย่างการดำเนินธุรกิจด้วยหวังแต่ละโมบโลภมาก

ขอให้จ๊ะกับแถ ลองไปถามเนวิน กับ เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ดู  ว่าการเล่นกลเงินไปให้พวกพ้องมันเป็นยังไง

ลุงแคนก็ยกตัวอย่างให้ดูแล้ว ว่าฟองสบู่มันแตก เพราะ finance ละโมบโลภมาก มันทำการค้าแบบเห็นแก่ตัว
ไปกู้เงินนอกระยะสั้นดอกเบี้ยถูก  มาปล่อยกู้ระยะยาวดอกเบี้ยแพง  คิดแต่จะฟันส่วนต่าง สุดท้ายก็หมุนเงินไม่ทัน

แบบนี้เค้าเรียกว่า  สนใจแต่ตัวเลขผลประกอบการ ความมั่งคั่งของตนและ
พวกพ้องเพียงอย่างเดียว share holders and their beneficiaries
ไม่ได้คิดเลยว่า  ตัวเลขไม่ต้องโดดเด่นมาก แต่ขอให้ธุรกิจยั่งยืน เพื่อ stakeholders


จ๊ะบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือ โมเดลชิ้นหนึ่งภายใต้เศรษฐกิจเสรี --> ใครเถียงล่ะ บอกทำไมครับ

ก็เค้าก็บอกอยู่แล้ว ว่าผลที่มุ่งหวังมันต่างกันคือความมั่งคั่ง กับมุ่งหวังความพอดีความเป็นธรรม แต่กระบวนการพื้นฐานก็เหมือนๆกัน

นึ่อยากจะ discredit เศรษฐกิจพอเพียงกันถึงขนาดจะบอกว่ามันไม่มีตัวตน มันก็คือเศรษฐกิจเสรีนั่นเอง อย่างงั้นเลยเหรอ


เศรษฐกิจพอเพียง เน้นให้เห็นประเด็นที่ว่า  เราต้องหวังผลที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของความเป็นธรรมนั้น
เป็นสิ่งที่ประเสริฐสำหรับทุกสังคม  โดยเฉพาะสังคมที่อ่อนแออย่างประเทศไทย
จึงสมควรแล้วที่จะนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2006, 18:25 โดย พระเอกละครหลังข่าว » บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #142 เมื่อ: 25-10-2006, 19:56 »

ต้มยำกุ้ง ปี 40 ระบบพังเพราะ ส่วนบน รากหญ้ายังพอไปได้ พี่น้องยังพอจะกลับไปทำไร่ไถนาหาเลี้ยงชีพได้

ต้มยำรากหญ้า ปี 49 ระบบพังเพราะนโยบายประชานิยม...ของนายหน้าเหลี่ยม

สรุปตอนนี้ก็บอกได้ง่าย ๆ ว่า ปั่นเงินจากรากหญ้าหาหนี้ให้เยอะ ๆ เพื่อมาบำเรอ ส่วนบน ๆ

หนี้สิน 18 เท่าของรายได้ คงไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นักหรอก

บอกได้แค่นี้ว่า "รากหญ้าเน่า" เพราะโดนเป่ากระหม่อมให้ยอมเป็นหนี้ เพื่อพวกนายทุนจะได้สูบแล้วปั่นกันหลาย ๆ รอบ

พวกเราคงได้รับคำตอบกันแล้ว...ชนใดเขียนกฎหมาย ชนใดเข้าปกครองก็ย่อมมองแต่ผลประโยชน์ของชนกลุ่มนั้น

ส่วนรากหญ้ารากเน่า ก็ "บัวแล้งน้ำ" อีกตามเคย...
บันทึกการเข้า

p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #143 เมื่อ: 25-10-2006, 20:12 »


สิ่งดีๆที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
"จ๊ะกับแถ"จะยอมรับไหมเนี่ย



บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #144 เมื่อ: 25-10-2006, 21:15 »

เดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลอื่นๆ มาให้ดูครับ
จริงไม่จริง หรือวิเคราะห์ผิด อย่างไร ออกความเห็นกันได้เลย
มาๆ ชอบแถ Killer แล้วก็ พี่จ๊ะ ด้วย

(ได้มาจาก mail)
นี่ไอ้ข้อมูลพวกนี้อย่าเอามาอ้างอิงเลย สมัยหนุ่มๆ นะน้าแถเนี่ยเซียนรีเกรสชั่นเลย ไปเดินสำรวจข้อมูลใครอยากได้ยังไงบอก

แบบสอบถามใบหลังๆ ขี้เกียจเดินถามก็กรอกเอง พอเข้าเครื่องใช้ SPSS อันไหนมันโด่งทุเรศ ก็เอาข้อมูลออกมาเหลาออกซัก

หน่อย มันก็ได้เส้นกราฟเนียนนุ่มแล้ว ข้อมูลแค่เป็นร้อยก็ไม่มีใครสนใจตรวจข้อมูลดิบแล้ว เค้าก็ดูตรงสรุป ตรงใจที่เค้าคิดไว้ก็จบ

แล้วไอ้ระดับชาติเนี่ย ใครจะมีปัญญาไปตรวจ มั่วได้ทุกขั้นตอน มันเกลียดระบอบไหนกราฟก็ออกมาตามนั้น เชื่อเทียนไขยังดีกว่า
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #145 เมื่อ: 25-10-2006, 21:24 »


สิ่งดีๆที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
"จ๊ะกับแถ"จะยอมรับไหมเนี่ย




เดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลอื่นๆ มาให้ดูครับ
จริงไม่จริง หรือวิเคราะห์ผิด อย่างไร ออกความเห็นกันได้เลย
มาๆ ชอบแถ Killer แล้วก็ พี่จ๊ะ ด้วย

(ได้มาจาก mail)
นี่ไอ้ข้อมูลพวกนี้อย่าเอามาอ้างอิงเลย สมัยหนุ่มๆ นะน้าแถเนี่ยเซียนรีเกรสชั่นเลย ไปเดินสำรวจข้อมูลใครอยากได้ยังไงบอก

แบบสอบถามใบหลังๆ ขี้เกียจเดินถามก็กรอกเอง พอเข้าเครื่องใช้ SPSS อันไหนมันโด่งทุเรศ ก็เอาข้อมูลออกมาเหลาออกซัก

หน่อย มันก็ได้เส้นกราฟเนียนนุ่มแล้ว ข้อมูลแค่เป็นร้อยก็ไม่มีใครสนใจตรวจข้อมูลดิบแล้ว เค้าก็ดูตรงสรุป ตรงใจที่เค้าคิดไว้ก็จบ

แล้วไอ้ระดับชาติเนี่ย ใครจะมีปัญญาไปตรวจ มั่วได้ทุกขั้นตอน มันเกลียดระบอบไหนกราฟก็ออกมาตามนั้น เชื่อเทียนไขยังดีกว่า

ผมว่าไม่ใช่แถไม่รู้หรอกว่าศก.พอเพียงคืออะไร
ก็แค่อยากแถสมชื่อชอบแถไปก็เท่านั้นเอง
ไม่งั้นก็คุยกันรู้เรื่องไปตั้งแต่หลายเดือนที่ก่อนเล้วละ
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #146 เมื่อ: 25-10-2006, 21:34 »

นี่ไอ้ข้อมูลพวกนี้อย่าเอามาอ้างอิงเลย สมัยหนุ่มๆ นะน้าแถเนี่ยเซียนรีเกรสชั่นเลย ไปเดินสำรวจข้อมูลใครอยากได้ยังไงบอก
แบบสอบถามใบหลังๆ ขี้เกียจเดินถามก็กรอกเอง พอเข้าเครื่องใช้ SPSS อันไหนมันโด่งทุเรศ ก็เอาข้อมูลออกมาเหลาออกซักหน่อย ...

ก่อนนี้ผมคิดว่าคุณชอบแถเป็นคนฉลาด เชื่อมั่นในตัวเองสูง มีไหวพริบดี ฯลฯ
แต่มาตอนี้ผมคิดว่าคุณชอบแถเป็นนักวิจัยที่เลวที่สุดเพราะไร้คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ


 Yell
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #147 เมื่อ: 25-10-2006, 21:41 »

นี่ไอ้ข้อมูลพวกนี้อย่าเอามาอ้างอิงเลย สมัยหนุ่มๆ นะน้าแถเนี่ยเซียนรีเกรสชั่นเลย ไปเดินสำรวจข้อมูลใครอยากได้ยังไงบอก
แบบสอบถามใบหลังๆ ขี้เกียจเดินถามก็กรอกเอง พอเข้าเครื่องใช้ SPSS อันไหนมันโด่งทุเรศ ก็เอาข้อมูลออกมาเหลาออกซักหน่อย ...

ก่อนนี้ผมคิดว่าคุณชอบแถเป็นคนฉลาด เชื่อมั่นในตัวเองสูง มีไหวพริบดี ฯลฯ
แต่มาตอนี้ผมคิดว่าคุณชอบแถเป็นนักวิจัยที่เลวที่สุดเพราะไร้คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ


 Yell
คนเรากลับใจกันได้ แหมทำไปนิดเดียวเอง ไม่ถึงขั้นเลวที่สุดหรอก

แค่อยากพิสูจน์ว่ามั่วแล้วเค้าจับได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #148 เมื่อ: 26-10-2006, 11:17 »

แค่อยากพิสูจน์ว่ามั่วแล้วเค้าจับได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

 
พ่อปลื้ม   สุดยอดเจ้าลัทธแถ 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #149 เมื่อ: 26-10-2006, 11:48 »

เหอ เหอ...มีเหลาข้อมูลให้เนียนด้วย ฮ่า ฮ่า

นักวิจัยสถาบันใหนเนี่ย...
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3] 4
    กระโดดไป: