ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-07-2020, 04:58
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เนื่องจากมีตัวกาลกิณี มาก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3 4
เนื่องจากมีตัวกาลกิณี มาก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียง  (อ่าน 12735 ครั้ง)
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« เมื่อ: 21-10-2006, 01:23 »

มีคนๆหนึ่ง แต่ดันไปอยู่สถาบัน golden retreiver เลยมีสมองแบบนี้

มันบอกว่า  งบประมาณของไทยกำลังถูกใช้เพื่อล้างสมองคนไทยให้เห็นดีเห็นงามกับเศรษฐกิจ......  กระทู้มันเลยถูกลบไปซะ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  ใครช่วยมาบอกหน่อยซิว่า โมเดลการพัฒนาประเทศไทย ถ้าไม่อิงเศรษฐกิจพอเพียง มันจะทำกันยังไง


จริงๆแล้ว มันมีวงจรอุบาทว์แบบที่ผมจะพูดถึงนี้แหละ  ในหลวงถึงได้บอกให้บริโภคอย่างพอเพียง

เอ็งมีกำลังผลิตเท่าไหร่ก็อย่าบริโภคให้เกินตัวนัก ไม่งั้นตาย 

อย่าพัฒนาเพื่อจะบริโภคให้เท่าคนอื่น แต่พัฒนาให้เรายืนด้วยตัวเองได้ ในความจำเป็นของเรา

แต่มันยังมีอุบาทว์วิปริตในบ้านในเมืองนี้  โดยมีผู้นำคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมาก่นด่าเล่นด้วยแรงทางการเมือง

ผมเห็นว่า เป็นอาเพศกลียุคอย่างชัดเจนที่สุด



การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ มันต้องค่อยเป็นค่อยไป

แต่การที่ผู้บริหารระดับสูงของประเทศ  ออกมาส่งสัญญาณเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ควรแล้ว

ขอสั้นๆก่อน  วงจรอุบาทว์ในประเทศไทยคืออะไร

๑ ประเทศไทยไม่มีปัญญาเพิ่มมูลค่าทรัพยากรอย่างชาญฉลาด จะโทษใครดีล่ะ ก็สังคมเรามันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว

๒ ผู้บุกเบิกธุรกิจแบบไทยๆ (enterprenuer)
พวกนี้ ลืมตาขึ้นมาปั๊บก็อยากจะรวย ซึ่งไม่ผิด แต่บังเอิญคนไทยไม่มีปัญญาใช้ทรัพยากรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
คนพวกนี้จึงต้องฉวยโอกาสที่มีอยู่  สร้างความรวยโดยการค้าขาย บ้างก็ส่งออก 

บ้างก็นำเข้า  เอาเงินออกนอกประเทศไปนำสินค้าเข้ามา แล้วมาขายคนไทยด้วยกัน ส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง
คุ้นๆมั้ย  ไอ้หัวเหลี่ยมที่บูชากันนักหนา มันก็ทำแบบนี้

๓ กรรมของประเทศ ไอ้พวกพ่อค้านี้ พอมันรวยปั๊บ มันทำยังไง

เล่นการเมือง 

ไม่เคยคิดที่จะ พัฒนาคุณภาพคนทั้งทางสังคมและ know how เพื่อให้สามารถเพิ่มมูลค่าทรัพยากร
จะได้แข่งขันด้วยลำแข้งตัวเองได้ 

การพัฒนาคุณภาพของคนจริงๆต้องมาก่อน know how ซะอีก แต่ปัจจุบัน เก่งแต่โกงก็ได้ คนไทยกูก็จะเอาๆ
แบบนี้ เจริญยาก

ถ้าอยากให้ส่งออกแข็งๆ  พวกนายทุนทั้งหลายนั่นแหละต้องมาลงทุนในภาค high tech กันซะบ้าง
นี่ไม่เคยเห็นหัวคนรวยจะออกหน้าเลย  ไม่งั้น doctor ล้นประเทศ แต่ไม่มี innovation อะไรซักอย่างเลยครับ 

ประจวบเหมาะกับ
ประเทศผู้เจริญเกิดภาวะประชากรมีคุณภาพ ค่าจ้างแรงงานสูงสู้ไม่ไหว มันก็เลยมาล่าอาณานิคม FDI ในประเทศโลกที่สาม

ไอ้นักธุรกิจการเมืองพวกนี้ก็ตีปีกสิ

ยิ่งออกนโยบายกระตุ้นการบริโภค  ทุนต่างชาติยิ่งชอบ  พวกกูพ่อค้าก็ยิ่งกอบโกยเศษเนื้อต่างชาติได้มากขึ้น
ประชาชนจะฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย เสียสันดานแค่ไหน กูไม่สน เพราะกูจะรวยขึ้น
ฟองสบู่จะแตกเมื่อไหร่  กูก็รวยๆๆ

ไอ้หัวเหลี่ยมมันก็ทำแบบนี้เลย
ก่อนการเลือกตั้ง กพ49 มันออกรายการสรยุทธ์  พูดเองชัดๆว่ารากหญ้าเป็นหนี้ไม่เป็นไรหรอก เขาจะได้กระเสือกกระสนใช้หนี้
แทนที่จะคิดพัฒนาคนก่อน เอาเงินไปให้ทีหลัง มันไม่ทำ เพราะกลัวการบริโภคจะตกต่ำ consumption based GDP 

แถมมันยังนำหุ้นส่วนต่างชาติมาบินขึ้นบินลงในน่านฟ้าไทย แบ่งกำไรออกนอกประเทศ

นี่หรือวะ คนที่พวกกองเชียร์บูชากันนักหนา


นี่ไง เศรษฐกิจพอเพียงจึงจำเป็น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 01:47 โดย พระเอกละครหลังข่าว » บันทึกการเข้า
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #1 เมื่อ: 21-10-2006, 01:38 »

กระทู้นี้ดีครับ

ประเทศเราจำเป็นต้องยึดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความอยู่รอดและเติบโตแบบมั่นคงถาวร เพราะคุณภาพเฉลี่ยของทรัพยากรมนุษย์ของเรายังด้อยกว่าอีกหลายๆประเทศในโลก แม้แต่ระดับเกาะเล็กๆอย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ขืนจะดันทุรังไปเล่นบริโภคนิยมแข่งกับเขาอย่างเต็มรูปแบบก็คงเป็นได้แต่ฐานให้เขาเหยียบขึ้นไปแหละครับ  Mr. Green Laughing Mr. Green
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 21-10-2006, 01:56 »

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ตรงกับสิ่งที่พระธรรมปิฎก เคยเตือนประเทศนี้ประมาณว่า คนไทยรู้จักแต่จะบริโภคเอาอย่างฝรั่งกับญี่ปุ่นเขา แต่ไม่รู้จักมองอีกด้านว่า ฝรั่งกับญี่ปุ่นมันบริโภคได้ขนาดนั้น เพราะมันผลิตของเองเป็น ก็คือคนไทยพึ่งตัวเองยังไม่ได้ แต่ริอาจจะอยากมีแบบเขา (ไม่เจียมบอดี้) มันถึงได้จนดักดานกันทุกวันนี้ สักแต่ขายทรัพยากรธรรมชาติเปลี่ยนเป็นเงินตรา จะได้ไปมีของโก้หรูอย่างเขา

เวลานี้เมืองไทยเป็นเหมือน "หมาไล่งับเนื้อ" ส่งออกเท่าไร เพิ่มขึ้นปีละกี่สิบ % ทำไมมันไม่รวย ความเป็นอยู่ก็ไม่เห็นจะดีเท่าฝรั่งมังค่าสักทีวะ ครั้งหนึ่งประกาศจะเป็น hub ด้านการแพทย์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องไปศูนย์สาธารณสุขคุณภาพต่างจากโรงพยาบาลที่เอาไปบริการต่างชาติลิบลับ กลายเป็นต่างชาติมีโอกาสใช้ทรัพยากรของประเทศแบบถูกๆ คนในประเทศแท้ๆกับขาดแคลน เป็นอะไรที่บิดเบี้ยวสุดๆ แปลว่า ต้องกลับมาคิดแล้วว่าเพราะอะไร??
บันทึกการเข้า

อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 21-10-2006, 08:18 »

..เคยฟังเทศน์ของพระธรรมปิฎก เรื่อง เราเป็นสังคมเน้นบริโภค เช่นกันค่ะ 
ท่านว่าเราไม่เจริญเพราะสนับสนุนกันให้บริโภค มากกว่าสนับสนุนให้มีการผลิต

..จริงๆ แล้ว OTOP น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเป็นการสนับสนุนให้มีการผลิต
แต่ดูเหมือนว่ายังไม่เกิดการพัฒนาที่ตัวชาวบ้านผู้ผลิตอย่างแท้จริงไม่ว่าจะเป็น
การส่งเสริมความรู้ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี่การผลิต หรือการตลาด

..ตามประสาคนไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ ข้าพเจ้ามักแปลกใจว่า คนไทยที่เก่งๆ 
เรื่องประดิษฐ์คิดค้นมีมากมาย แต่ทำไมกลับหานายทุนไทยลงทุนยากจัง อย่างเรื่อง
KU Green (พึ่งจะอ่านจากในมติชนเช้านี้) ซึ่งเป็นโครงการแปรรูปมันสำปะหลังเป็น
ภาชนะบรรจุอาหารแทนโฟมของ ม. เกษตรศาสตร์ (เริ่มวิจัยปี ๓๘ จดสิทธิบัตรปี ๔๑)
ข้าพเจ้าเห็นว่าน่าสนใจ น่าสนับสนุน น่าลงทุนมากๆ แต่ก็ยังเป็นโครงการเล็กๆ อยู่เลย
ทั้งๆ ที่ภาวะขยะ/มลพิษกำลังเป็นปัญหาน่าวิตกของไทยและของโลกด้วย

ขออภัยหากจะเป็นการออกนอกประเด็นไปถึงการลงทุน ..เอาเป็นว่าข้าพเจ้าสนับสนุน 
การผลิตทีพอเพียงเลี้ยงดูโลกให้มีสุขภาวะโดยได้กำไรตามควรก็แล้วกัน.. อิอิ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 08:25 โดย อังศนา » บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #4 เมื่อ: 21-10-2006, 08:52 »

เอ่อ จริงๆๆแล้ว ญี่ปุ่น เขาค่อนข้างขะพอเพียงอยู่แล้วค่ะ ไปถามเขาซิว่า คนนั้นมีเงินเก็บห้าล้านเยน เขายังเรียกคนนั้นว่าจนอยู่เลยค่ะ 

หนูว่า เศรษกิจพอเพียง เป็นประโยชน์ ทั้งในแง่ส่วนบุคคล และสังคมใหญ่ๆๆ ในแง่ส่วนบุคคล มันทำให้คนรู้จักมัธยัส อดออม และไม่เป็นหนี้เป็นสิน คุณภาพของคนดีขึ้น เมื่อคนมันดีขึ้น อะไรๆๆมันก็ดีขึ้นค่ะ

ส่วนในแง่สังคม อย่าให้พูดถึงเลย สังคมเราจะดีขึ้น ถ้าคนมันพัฒนาขึ้น อย่าไปคิดภาพรวมเลย หนูมองว่า เศรษกิจพอเพียงมันพัฒนาที่ตัวคนก่อน ก่อนที่ตะพัฒนาไปสู่สังคมใหญ่ อันนี้แระที่หนูคิดว่ามันสำคัญมากกว่า อภิมหาเมกกะ โปรเจคทั้งหลาย ที่กะจะยิ่งใหญ่ แต่ไม่ดูคุณภาพของคนก่อน


 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #5 เมื่อ: 21-10-2006, 09:36 »

คนเราเพื่อท่านเหลี่ยม เค้าทำได้ขนาดนี้ เหรอ

อะไรที่มันดี มันถูกต้อง ยังไม่ยอมรับ เห็นผิดเป็นชอบ ก็ไม่รู้ว่า สังคมไทย ทำไมมันบิดเบี้ยวเช่นนี้แล้วครับ

เศรษฐกิจพอเพียง หน่ะ ควรจะเข้าใจให้ตรงกัน มีหลักการคล้ายๆ กัน แต่แต่ละคนใช้ไม่เหมือนกันได้ ปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเรา

ส่วนนโยบายของชาติก็เอาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศเพราะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และยืนด้วยตัวเองอย่างมั่นคง แทบจะไม่มีที่ติ เพราะมันเหมาะกับประเทศไทยมาก

มันอยู่ที่คนจะเอาไปประยุคใช้ยังไง

นี่เพื่อท่านเหลี่ยมยังมาโจมตีนโยบายได้ขนาดนี้ มันคงไม่เจริญแน่

ถ้าคนที่อ้างเศรษฐกิจพอเพียง แล้วเอาไปใช้ผิดๆ มันต้องโทษที่คนครับ อย่าโทษนโยบาย เข้าใจไว้ด้วย
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 21-10-2006, 09:43 »

..เคยฟังเทศน์ของพระธรรมปิฎก เรื่อง เราเป็นสังคมเน้นบริโภค เช่นกันค่ะ 
ท่านว่าเราไม่เจริญเพราะสนับสนุนกันให้บริโภค มากกว่าสนับสนุนให้มีการผลิต

..จริงๆ แล้ว OTOP น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเป็นการสนับสนุนให้มีการผลิต
แต่ดูเหมือนว่ายังไม่เกิดการพัฒนาที่ตัวชาวบ้านผู้ผลิตอย่างแท้จริงไม่ว่าจะเป็น
การส่งเสริมความรู้ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี่การผลิต หรือการตลาด

ผมคิดว่า OTOP เป็นส่วนที่เล็กมากๆ และยังไม่รู้ว่ามันจะเกิดผลในโลกความจริงขนาดไหน เพราะ
1. ต้องไม่ลืมว่า ความตั้งใจจริงของ OTOP คือให้คนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกร เวลาส่วนใหญ่ต้องทุ่มไปกับอาชีพหลักของเขาก่อน จะให้ปุบปับละทิ้งอาชีพเขามาทำ OTOP ทันทีทันใดมันเป็นไปไม่ได้ ก็ทำให้ผลิตได้แค่จำนวนน้อย
2. เมื่อผลิตได้จำนวนน้อย ต้นทุนมันสูงอยู่แล้ว แล้วจะไปตั้งราคาขายสู้กับใคร? และสมมติได้ต้นทุนถูกแต่คุณผลิตได้ไม่กี่ชิ้น แล้วจะต้องขายนานเท่าไรกว่าจะคืนทุน? ผมเคยไปดูเขาผลิตโคมไฟ สวยมากครับ ใกล้ๆกทม.นี่เอง ไปถึงบ้าน กำลังนั่งปะ นั่งดัดอะไรกันอยู่ พอแกล้งถามราคาส่งดู ก็ต้องหนีแล้วครับ บวกขนส่ง ภาษีนำเข้าไปอีก จะไปขายใคร จะกระจายสินค้าออกไปได้ไง หัวหน้ากลุ่มบอกว่า จะให้เพิ่มกำลังผลิตมากกว่านี้เพื่อลดต้นทุน เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงกู้หนี้ยืมสิน เขาไม่อยากเอาอนาคตสามีและลูกไปเสี่ยง จะผลิตน้อยก็ไม่พอยาไส้ จบเลยครับ
4. เพราะถ้าประสบความสำเร็จจริง ทำไมที่ผ่านมาต้องไปเอาตัวเลขบริษัทผลิตของมานานแล้ว เอามาโปะ แล้วตัวเลขจริงๆที่เป็นระดับตำบลจริงๆจะเหลือเท่าไร
5. ทักษิณที่เป็นต้นกำเนิดไอเดียนี้ เป็นนักธุรกิจก็จริง แต่ผ่านแต่การทำธุรกิจสัมปทานผูกขาด ฟาดค่าคอม แต่ไม่เคยผลิตเอง หรือไม่ก็แข่งขันน้อยรายแล้วตัวเองครองตลาด 70% ประวัติในอดีตก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าเจอคู่แข่งน่ากลัว ทักษิณจะ "หนี" ทันที เช่น เคเบิ้ลทีวี คืออะไรที่ต้องแข่งขันตัวต่อตัว กูไม่ได้เปรียบคนอื่นสุดๆ กูก็ไม่ทำ ........ เห็นอะไรอย่างหนึ่งไหมครับ? ถามว่าแล้วสินค้าประเภทนี้ มีไทยวิเศษถึงขนาดผลิตอยู่เจ้าเดียวในโลกหรือ?
6. เริ่มต้นก็เป็นการไปสร้างความหวังว่า ทำ OTOP แล้วจะรวยเร็วๆ มันก็ผิดหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปหมดแล้ว

จะเห็นว่า โครงการส่งเสริมศิลปาชีพต่างๆ ที่เดิมมีอยู่แล้ว ไม่ได้มุ่งหวังให้คนไทยรวยทันตา หรือละทิ้งอาชีพตัวเอง ไม่เคยมีเลย แต่บอกให้พอเพียงก่อน มีเวลาเหลือ หรือวัตถุดิบเหลือ จึงค่อยมาผลิตเป็นรายได้เสริมครับ

จริงๆถ้าพวกนักการเมือง ข้าราชการ ทั้งหลายแหล่ มีความพอเพียง ไม่โลภ ไม่โกง ทำตามหน้าที่ตัวเอง คำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ประเทศไทยก็ไปได้แล้ว

สิ่งที่พระธรรมปิฎก สั่งสอน คือ ท่านพูดในระดับ macro เลย ไม่ได้ให้คนไทยต้องผลิตเป็นมันทุกอย่างไปหมด แต่อะไรที่มันต้องใช้แต่เราผลิตไม่ได้ ก็ต้องบันยะบันยัง แล้วพยายามพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง(ถ้ามันมีแววว่าเรามีศักยภาพ) ให้มันยืนด้วยตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ซื้อลูกเดียว ดูอย่างจีนแดง ที่มันสร้างรถไฟฟ้า รถแม่เหล็ก มันไม่ใช่อยู่ดีๆไปเรียกฝรั่งมาประมูลสร้าง จ่ายเงิน แล้วก็จบ (แบบเมืองไทยทำ) แต่มันพยายามต่อรอง ส่งคนตัวเองไปเรียนรู้ พยายามพัฒนาคุณภาพคน เพื่อสักวันมันจะได้พึ่งตัวเองได้มากที่สุด คือ พอเพียง

พวกที่พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงในแง่ลบ เวลานี้น่ะ ควรต้องรู้ไว้ว่า คนที่ชื่นชอบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ชื่นชอบเพราะตามกระแสรักพ่อ แต่เพราะเห็นว่าในหลวงทรงมีพระอัจฉริยภาพ พระบรมราโชวาท พระราชดำริ ทั้งหลายที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นสิ่งที่มีเหตุผล และพระองค์ท่านก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆที่พระองค์ท่านทรงสร้าง ตลอด 60 ปี ทั้งในด้านการพัฒนาชนบท และการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น ฝนเทียมที่พระองค์ทรงจดสิทธิบัตร เทคนิการป้องกันน้ำท่วมต่างๆ ฯลฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 09:45 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #7 เมื่อ: 21-10-2006, 09:55 »

สมเป็นพ่อพระเอกลิเกจริงจริง เจ้าตัวหยุดสามวันก็เปิดกระทู้อัดมันซะเลย พระเอกรุมเค้าเรียกว่าพิทักษ์คุณธรรมใช่มั้ย
ถ้าผู้ร้ายรุมดันเรียกว่าห-มาหมู่ แบบนี้มาตรฐานพระเอกเค้าเลย

มาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มันควรเป็นเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปใช่มั้ย จะเน้นเริ่มต้นจากปัจเจกมาเป็นชุมชนไม่ใช่เหรอ
ถ้าแต่ละคนในชุมชนเริ่มต้นไม่เท่ากัน มียังไม่พอ พอแล้ว เกินพอ อยู่ก่อนจะเริ่มนโยบายหละ จะทำยังไง คนที่เป็น
หนี้มาแต่เก่าก่อน ต้องถูกสมน้ำหน้าที่ไม่เจียมตัว เหมือนในกระทู้ก่อนหน้าที่เปิดล่อเป้าเหรอ คนที่ไม่มีหนี้มาก่อนถึง
จะทำพอเพียงได้เหรอ คนที่ขาด ยังไม่พอ เป็นหนี้ ย่อมต้องการโอกาสในการทำมาหากินมากกว่า เพื่อจะได้ขยับ
ฐานะให้อยู่ในจุดพอแล้วใช่มั้ย จึงจะพอเพียงได้ ถ้ารัฐเล่นมาพอเพียงซะเองจากข้างบนลงมา รัฐจะรู้ได้ยังไงว่าจุด
ไหนคือจุดที่ควรจะพอเพียง ถ้ากำหนดว่าเจริญขึ้นแค่นี้ก็พอแล้ว GDP ขึ้นซะหน่อยไม่ถอยหลัง ไม่ต้องลงทุนเมกะ
โปรเจคท์ใหญ่ๆ ในประเทศให้มากนัก ก็พอเพียง อย่างที่บอกทุกวันนี้ แล้วมันเกิดยังไม่พอเพียงสำหรับคนข้างล่าง
หละ คนข้างล่างจะถูกด่าถูกซ้ำเติมอีกหรือเปล่าว่าไปก่อหนี้ทำไม ทำไมไม่รู้จักพอเพียง อ้าวแล้วเป็นความผิดของ
รัฐบาลก่อนหรือไงที่ไปให้โอกาสมีบ้านมีกิจการเป็นของตนเองโดยการกู้ หรือเป็นความผิดของคนกู้ที่ไปเชื่อรัฐบาล
ก่อน ผลออกมาคือคนกลุ่มนี้หมดโอกาสพอเพียงซะแล้ว เพราะรัฐบาลใหม่ปิดโอกาสด้วยเกณฑ์ความพอเพียงที่
กำหนดเอง

รัฐควรทำหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความพอเพียงแก่ประชาชน แต่รัฐก็ควรจะปล่อยให้เศรษฐกิจโตไปตามธรรมชาติ ใน
ลักษณะที่ต้องส่งเสริมด้านอินฟราฯ ก็คือยังไงก็ต้องเมกะโปรเจคท์นั่นเอง ไม่จำเป็นต้องไปบรอนไซประเทศด้วยการ
โฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกวันนี้ มันมาผิดทางชัดๆ สมควรโดนด่า พยายามบอกว่ารัฐบาลที่แล้วทำเกินตัว จริงๆ ไม่ใช่
เพราะประชาชนยังไม่พอต่างหาก ที่เกินตัวมันสมัยชวน 1 โน่น กู้เงินต่างประเทศซี้ซั้วเข้ามากินดอกเบี้ยในนี้นั่นแหละ
ของแท้ หลังจากปี 40 ทุกอย่างมันไม่พอ รัฐก็จัดให้ เยอะขนาดนี้ก็ยังไม่พอ เพราะคนยังไม่อยู่ดีกินดีไม่มีหนี้สินไง
ยังต้องการโอกาสอย่างมาก ดร.เคนอิจิ โอมาเอะ นักเขียนระดับโลกชาวญี่ปุ่น เขียนหนังสือเรื่อง “โลกไร้พรมแดน”
บอกว่ารัฐบาลที่ฉลาดจะต้องรู้จักหาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ และ เก็บเงินภาษีประชาชน
ไว้ใช้ด้านการบริหารและสวัสดิภาพ สวัสดิการประชาชน เพื่อจะได้ไม่เก็บภาษีสูงเกินไป
ประชาชนควรจะพอเพียงใน
ขณะที่รัฐไม่ควรจะพอเพียง จนกว่าประเทศจะเข้าจุดสมดุล

ผู้ที่เอาคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้หวังผลทางการเมืองก็คือรัฐบาลชุดปัจจุบันนั่นเอง ความจริงนโยบายรัฐจะทำอะไร
ไม่ต้องเอาคำว่าพอเพียงมาแปะหรอก ทำให้มันเต็มที่ของมัน แล้วสอนให้ประชาชนรู้จักพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง
เอามาเป็นนโยบายรัฐ คงต้องมาตีความ หาจุดพอเพียงกันอุตลุต จะยิ่งทำความเสื่อมเสียให้กับทฤษฎีเข้าไปใหญ่ เหมือน
กับมากำหนดเรื่องศีลห้ามฆ่าสัตว์เป็นรายละเอียดว่าแค่ไหนเรียกว่าสัตว์ ถ้าบอกว่าเฉพาะที่มีวิญญาณแล้วจะพิสูจน์ยังไง
เถียงไปเถียงมาเลิกนับถือศาสนาพุทธกันพอดีหาว่ามั่วไม่กำหนดให้ชัด ก็จะไม่ฆ่าสัตว์ก็คิดไว้ว่าไม่ฆ่าไม่เบียดเบียนมัน
ก็จบแล้วจะฆ่าเชื้อโรคเหยียบมดอะไรไปก็ช่างแม่มใช่มั้ย ไม่ต้องทะลึ่งไปคิดมาก แต่ถ้ามากำหนดเป็นนโยบายเศรษฐกิจ
มันก็ต้องมาคิดมากมากำหนดขอบเขต มันสมควรมั้ย คำว่าพอเพียงปัจเจกก็มีสามัญสำนึกรู้กันเองอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะไม่
เท่ากัน แต่ก็เป็นเหตุผลของแต่ละคน ใครสมควรโดนด่าพอมองออกหรือยัง พ่อพระเอกลิเก ลองไปอ่านพระราชดำรัส
วันที่ 4 ธันวาคม 48 อย่างละเอียดสิ
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 21-10-2006, 09:58 »

มาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มันควรเป็นเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปใช่มั้ย

แค่เริ่มต้นก็ออกทะเลแล้ว
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #9 เมื่อ: 21-10-2006, 10:02 »

มาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มันควรเป็นเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปใช่มั้ย

แค่เริ่มต้นก็ออกทะเลแล้ว
ถ้าคิดว่าเข้าใจถูกให้เอาหลักฐานมายัน อย่ามั่วครับ คุณไทยตุ๊ด
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 21-10-2006, 10:07 »

มาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มันควรเป็นเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปใช่มั้ย

แค่เริ่มต้นก็ออกทะเลแล้ว
ถ้าคิดว่าเข้าใจถูกให้เอาหลักฐานมายัน อย่ามั่วครับ คุณไทยตุ๊ด

เศรษฐกิจพอเพียง เขาไม่ได้บอกให้ใช้กับคนจน แต่ใช้ได้กับคนทุกระดับ คุณเล่นกล่าวหาคนอื่นก่อน แล้วมาถามหาหลักฐานแกล้งเซ่อ ถามหน่อยคุณชอบแถคุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า

อยากรู้ว่าจะลดหนี้ยังไง นี่เลย โทรไปขอคำปรึกษาจาก วีระ ธีรภัทร FM97 บ่าย 2 โมงครึ่ง ไม่งั้นก็อย่ามาบ่น เป็นหนี้ ๆ ๆ ๆ ๆ ทำไมพอเพียงไม่ได้ซะที มันอยู่ที่ใจคุณเอง ก็เขาชี้ทางสว่างให้หมดแล้ว คุณกลับไปด่าเขา ก็สมควรแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 10:09 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #11 เมื่อ: 21-10-2006, 10:09 »

มาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มันควรเป็นเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปใช่มั้ย

แค่เริ่มต้นก็ออกทะเลแล้ว
ถ้าคิดว่าเข้าใจถูกให้เอาหลักฐานมายัน อย่ามั่วครับ คุณไทยตุ๊ด

เศรษฐพอเพียง เขาไม่ได้บอกให้ใช้กับคนจน แต่ใช้ได้กับคนทุกระดับ คุณเล่นกล่าวหาคนอื่นก่อน แล้วมาถามหาหลักฐานแกล้งเซ่อ ถามหน่อยคุณชอบแถคุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า

อยากรู้ว่าจะลดหนี้ยังไง นี่เลย โทรไปขอคำปรึกษาจาก วีระ ธีรภัทร FM97 บ่าย 2 โมงครึ่ง ไม่งั้นก็อย่ามาบ่น เป็นหนี้ ๆ ๆ ๆ ๆ ทำไมพอเพียงไม่ได้ซะที มันอยู่ที่ใจคุณเอง ก็เขาชี้ทางสว่างให้หมดแล้ว คุณกลับไปด่าเขา ก็สมควรแล้ว

ข้างล่างคือประชาชน ข้างบนคือรัฐ อย่ามั่ว ไม่มีคนรวย คนจน
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #12 เมื่อ: 21-10-2006, 10:16 »

This applies to conduct starting from the level of the families, communities,...
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #13 เมื่อ: 21-10-2006, 10:18 »

ก็ถูกแล้วนี่ ศก.พอเพียงต้องทำจากทุกระดับ
รัฐอยากทำ ศก.พอเพียง แต่ประชาชนไม่รู้เรื่องไม่คิดจะอยู่อย่างพอเพียง
ทำให้ตายกันอีก 10ชาติก็ไม่เห็นผล
ประชาชนอยู่อย่างพอเพียง รัฐกลับทำตรงกันข้ามยิ่งแย่ไปกันใหญ่

ถามจริง แถเนี่ย ไม่รู้ โง่หรือยังแกล้งบ้าอยู่ ถึงยังไม่รู้ว่า ศก.คืออะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 10:23 โดย login not found » บันทึกการเข้า
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #14 เมื่อ: 21-10-2006, 10:19 »

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้

      •  กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา
      •  คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
      •  คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้ •  ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ  
•  ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ  
•  การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล  


•  เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ

•  เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ  
•  เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต  

•  แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 21-10-2006, 10:19 »

ผมจะบอกคุณชอบแถ อะไรให้อย่าง แม้แต่ตัวคุณเองคุณยังไม่รู้เลยว่า คุณจะดำรงชีวิตไปเพื่ออะไร คุณรู้แต่อยาก อยาก อยาก แล้วก็อยาก แต่คุณแยก "ความอยาก" จาก "ความจำเป็น" ไม่ได้ คุณจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังอะไรแก่ชีวิตคุณเองไม่ได้ แล้วคุณจะมีความสามารถอะไรไปแนะนำรัฐบาล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 10:23 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #16 เมื่อ: 21-10-2006, 10:21 »

หนูไม่เข้าใจที่คุณชอบแถ กล่าวมา งง หรือความรุหนูไม่ถึง จึงเข้าใจยากจัง
 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #17 เมื่อ: 21-10-2006, 10:24 »

ผมจะบอกคุณชอบแถ อะไรให้อย่าง แม้แต่ตัวคุณเองคุณยังไม่รู้เลยว่า คุณจะดำรงชีวิตไปเพื่ออะไร คุณรู้แต่อยาก อยาก อยาก แล้วก็อยาก แต่คุณแยก "ความอยาก" จาก "ความจำเป็น" ไม่ได้ คุณจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังอะไรไม่ได้ แล้วคุณจะมีความสามารถอะไรไปแนะนำรัฐบาล
จะพาไปน่านน้ำไหนครับ ผมจะดำรงชีวิตเพื่ออะไรมันอยู่ทะเลประเทศไหน ความอยากกับความจำเป็น มีเกณฑ์อะไร border line มันกว้าง
อย่ายกตัวอย่างแบบนี้ มันเถียงไม่จบ ถามว่าสีม่วงที่เห็นมีสีน้ำเงินหรือแดงมากกว่ากัน
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #18 เมื่อ: 21-10-2006, 10:30 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก

หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #19 เมื่อ: 21-10-2006, 10:31 »

รัฐควรทำหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความพอเพียงแก่ประชาชน ...
ถูกต้องครับ
รัฐบาลนี้และรัฐบาลใหนๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น
แต่รัฐบาลทักษิณละเลยเรื่องนี้
เพราะมัวแต่ยุยงส่งเสริมให้รากหญ้าเข้าไปสู่วงจรอุบาทก์ที่มุ่งแต่บริโภคนิยม และวัตถุนิยม

 Yell

... รัฐบาลที่ฉลาดจะต้องรู้จักหาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ...
แต่รัฐบาลทักษิณกลับบเอาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมามอมเมารากหญ้าและประชาชนถ้วนทั่วหน้า
 Surprised
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #20 เมื่อ: 21-10-2006, 10:32 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก

หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   
รถคันหนึ่งอยากหรือจำเป็น หรือทั้งสองอย่าง ถ้าจำเป็นตัดออปชั่นให้หมดเกียร์ธรรมดา ล้อเหล็ก
ถ้าทั้งอยากทั้งจำเป็นอ้างว่าเผื่อขายต่อก็เอา full option ชัดมั้ย

บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 21-10-2006, 10:33 »

ผมจะบอกคุณชอบแถ อะไรให้อย่าง แม้แต่ตัวคุณเองคุณยังไม่รู้เลยว่า คุณจะดำรงชีวิตไปเพื่ออะไร คุณรู้แต่อยาก อยาก อยาก แล้วก็อยาก แต่คุณแยก "ความอยาก" จาก "ความจำเป็น" ไม่ได้ คุณจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังอะไรไม่ได้ แล้วคุณจะมีความสามารถอะไรไปแนะนำรัฐบาล
จะพาไปน่านน้ำไหนครับ ผมจะดำรงชีวิตเพื่ออะไรมันอยู่ทะเลประเทศไหน ความอยากกับความจำเป็น มีเกณฑ์อะไร border line มันกว้าง
อย่ายกตัวอย่างแบบนี้ มันเถียงไม่จบ ถามว่าสีม่วงที่เห็นมีสีน้ำเงินหรือแดงมากกว่ากัน

ไม่ได้พาไปไหนหรอกครับ ก็อยู่น่านน้ำนี้นั่นแหละ มันอยู่ที่คุณต้องพิจารณาตัวเอง รู้กำลังความสามารถตัวเอง เช่น เมื่อคุณจะซื้ออะไร จะทำอะไร คุณต้องนึกให้รอบคอบว่า คุณบริโภคไปแล้ว ลงทุนไปแล้ว คุณไม่เดือดร้อน คุณไม่ต้องไปหยิบยืมคนอื่น  หรือถ้า "จำเป็น" ต้องทำจริงๆ มีทางอื่นอีกไหมที่จะไม่ต้องหยิบยืมคนอื่น หรือยืมให้น้อยที่สุด ขีดความสามารถคุณที่จะทนต่อวิกฤตหากสถานการณ์พลิกผันกะทันหัน มันอยู่ตรงไหน นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องตอบตัวเอง จะไปถามหา border line จากคนอื่นได้ไง คุณนั่นแหละที่ต้องรู้ตัวเอง

ถ้าคุณรู้ borderline ของคุณเองจริง  คุณคงไม่มานั่งบ่นเรื่องเป็นหนี ก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียงหรอก จริงไหม คุณชอบแถ  .... "ศิลปะ" มันต้องมีควบคู่ไปกับ "วิทยาศาสตร์"

ของพวกนี้มันไม่จำเป็นต้องเป็นพุทธศาสนิก เป็นคริสตชน หรือมุสลิม อะไรเลย ไม่จำเป็นต้องไปคิดให้มันซับซ้อนอะไรเลย อย่างที่เขาบอกว่า ใช้ธรรม ใช้เหตุผล นำหน้า ก็จบแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 10:36 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #22 เมื่อ: 21-10-2006, 10:34 »

รัฐควรทำหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความพอเพียงแก่ประชาชน ...
ถูกต้องครับ
รัฐบาลนี้และรัฐบาลใหนๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น
แต่รัฐบาลทักษิณละเลยเรื่องนี้
เพราะมัวแต่ยุยงส่งเสริมให้รากหญ้าเข้าไปสู่วงจรอุบาทก์ที่มุ่งแต่บริโภคนิยม และวัตถุนิยม

 Yell

... รัฐบาลที่ฉลาดจะต้องรู้จักหาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ...
แต่รัฐบาลทักษิณกลับบเอาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมามอมเมารากหญ้าและประชาชนถ้วนทั่วหน้า
 Surprised
เอาอคติ ออกพิจารณาแต่ข้อเท็จจริงมั่ง พ่อคู้ณ

ตรงนี้ไงอคติ ยุยงส่งเสริมให้รากหญ้าเข้าไปสู่วงจรอุบาทก์ที่มุ่งแต่บริโภคนิยม และวัตถุนิยม
บันทึกการเข้า
Apothecarian
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158


« ตอบ #23 เมื่อ: 21-10-2006, 10:35 »

พ่อเหลี่ยมไม่ชอบพอเพี่ยง ท่องเป็นอย่างเดียว เอาอีกๆๆๆ รวยขึ้นๆๆๆ โกงก็ไม่เป็นไร โยนเศษเงินให้ทานหน่อยก็มีคนเทิดทูน
ลูกๆพ่อเหลี่ยมก็เห็นตาม

แต่เหลี่ยมไม่ใช่พ่อทุกคนนะ

ให้มันรู้ไปว่าเมืองไทยใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ เพราะจะทำให้ท่านแถไม่มีปัญญาใช้หนี้...


บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #24 เมื่อ: 21-10-2006, 10:38 »

ไม่ได้พาไปไหนหรอกครับ ก็อยู่น่านน้ำนี้นั่นแหละ มันอยู่ที่คุณต้องพิจารณาตัวเอง รู้กำลังความสามารถตัวเอง เช่น เมื่อคุณจะซื้ออะไร จะทำอะไร คุณต้องนึกให้รอบคอบว่า คุณบริโภคไปแล้ว ลงทุนไปแล้ว คุณไม่เดือดร้อน คุณไม่ต้องไปหยิบยืมคนอื่น  หรือถ้า "จำเป็น" ต้องทำจริงๆ มีทางอื่นอีกไหมที่จะไม่ต้องหยิบยืมคนอื่น หรือยืมให้น้อยที่สุด ขีดความสามารถคุณที่จะทนต่อวิกฤตหากสถานการณ์พลิกผันกะทันหัน มันอยู่ตรงไหน นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องตอบตัวเอง จะไปถามหา border line จากคนอื่นได้ไง คุณนั่นแหละที่ต้องรู้ตัวเอง

ถ้าคุณรู้ borderline ของคุณเองจริง  คุณคงไม่มานั่งบ่นเรื่องเป็นหนี ก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียงหรอก จริงไหม คุณชอบแถ

ถ้าคุณเช่าบ้านอยู่เดือนละ สามพัน แล้วมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้โดยผ่อนจ่ายเดือนละ สี่พัน นี่คือ อยาก หรือ จำเป็น
ถ้าไม่กู้ซื้อ เดือนหนึ่งต้องจ่ายสามพัน เก็บยังไงชาตินี้ก็ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้าน ถ้าสี่พัน อาจจะโหนรายได้
นิดหน่อย คนกู้ต้องตัดสินเอง แต่ส่วนมากจะไม่ได้มองความมั่นคงของงาน และอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

กระทู้พูดถึงส่วนรวมไม่ใช่เหรอ ผมไม่ได้เป็นหนี้อะไรใครหรอกนะ แค่ล่อเป้าเอง จริงๆ ยังรวยอยู่
จะให้ผู้ร้ายคนเดียวสู้กับพระเอกสิบคนเลยเหรอ ผดุงคุณธรรมมากไปป่าว
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #25 เมื่อ: 21-10-2006, 10:40 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก

หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   
รถคันหนึ่งอยากหรือจำเป็น หรือทั้งสองอย่าง ถ้าจำเป็นตัดออปชั่นให้หมดเกียร์ธรรมดา ล้อเหล็ก
ถ้าทั้งอยากทั้งจำเป็นอ้างว่าเผื่อขายต่อก็เอา full option ชัดมั้ย


รถคันหนึ่ง จำเป็นต้องใช้ไหม หรือแค่อยากจะซื้อ ชัดไหมค่ะ

หรือเอาง่ายๆๆ ดิฉันอยากจะซื้อรถเข็นเพื่อคนพิการ แต่คนพิการจำเป็นต้องใช้รถเข็น ชัดไหมค่ะ

หรืออีกอย่าง คุณชอบแถ คุณจำเป็นต้องส่งลูกเรียนแต่ส่งเข้า รร แน่นอน รร.อะไรก็ได้ เพื่อให้เขามีการศึกษา แต่คุณอยากส่งลูกเข้าเรียน โรงเรียน นานาชาติ แต่ชัดไหมค่ะ

 

ที่นี้แยกออกยัง ระหว่าง คำว่า อยาก กับ จำเป็น แหมม พูดไปได้ไง ออฟชั่นของรถ รถไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ เมื่อมันมีรถเมล์บริการทั่วไทย
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #26 เมื่อ: 21-10-2006, 10:40 »

สมเป็นพ่อพระเอกลิเกจริงจริง เจ้าตัวหยุดสามวันก็เปิดกระทู้อัดมันซะเลย พระเอกรุมเค้าเรียกว่าพิทักษ์คุณธรรมใช่มั้ย
ถ้าผู้ร้ายรุมดันเรียกว่าห-มาหมู่ แบบนี้มาตรฐานพระเอกเค้าเลย

   คำพูดเหมือนบทละครจักรๆวงศ์ๆ แบบนี้แหละลิเกขึ้นสมองของจริง

เออจริงด้วยเป็นวันหยุดยาว  ผมเองก็จะมีเวลาว่างช่วงนี้แหละ  อยากให้หลายๆคนมาคุยกันว่าโมเดลของประเทศเรา มันควรจะเป็นยังไง
ไม่ใช่ทำตัวเป็นเหมือน กาลกิณี  เอาเศรฐกิจพอเพียงมาด่าๆๆๆอย่างเดียว

คุณแถเขียนยาวชิปเป๋ง หลอกให้พวกผมเสียเวลาจับประเด็นรึ

เอาเป็นว่าผมไม่ทิ้งกระทู้แน่นอน  ขอให้ทั้งสองฝ่ายเคี้ยวกันให้มันส์ไปพลางๆก่อนนะครับ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #27 เมื่อ: 21-10-2006, 10:43 »

สมเป็นพ่อพระเอกลิเกจริงจริง เจ้าตัวหยุดสามวันก็เปิดกระทู้อัดมันซะเลย พระเอกรุมเค้าเรียกว่าพิทักษ์คุณธรรมใช่มั้ย
ถ้าผู้ร้ายรุมดันเรียกว่าห-มาหมู่ แบบนี้มาตรฐานพระเอกเค้าเลย

   คำพูดเหมือนบทละครจักรๆวงศ์ๆ แบบนี้แหละลิเกขึ้นสมองของจริง

เออจริงด้วยเป็นวันหยุดยาว  ผมเองก็จะมีเวลาว่างช่วงนี้แหละ  อยากให้หลายๆคนมาคุยกันว่าโมเดลของประเทศเรา มันควรจะเป็นยังไง
ไม่ใช่ทำตัวเป็นเหมือน กาลกิณี  เอาเศรฐกิจพอเพียงมาด่าๆๆๆอย่างเดียว

คุณแถเขียนยาวชิปเป๋ง หลอกให้พวกผมเสียเวลาจับประเด็นรึ

เอาเป็นว่าผมไม่ทิ้งกระทู้แน่นอน  ขอให้ทั้งสองฝ่ายเคี้ยวกันให้มันส์ไปพลางๆก่อนนะครับ
เขียนยาวๆนี่เนื้อทั้งนั้นกลั่นออกจากสมองถั่วนะเนี่ย
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #28 เมื่อ: 21-10-2006, 10:44 »

สมเป็นพ่อพระเอกลิเกจริงจริง เจ้าตัวหยุดสามวันก็เปิดกระทู้อัดมันซะเลย พระเอกรุมเค้าเรียกว่าพิทักษ์คุณธรรมใช่มั้ย
ถ้าผู้ร้ายรุมดันเรียกว่าห-มาหมู่ แบบนี้มาตรฐานพระเอกเค้าเลย

   คำพูดเหมือนบทละครจักรๆวงศ์ๆ แบบนี้แหละลิเกขึ้นสมองของจริง

เออจริงด้วยเป็นวันหยุดยาว  ผมเองก็จะมีเวลาว่างช่วงนี้แหละ  อยากให้หลายๆคนมาคุยกันว่าโมเดลของประเทศเรา มันควรจะเป็นยังไง
ไม่ใช่ทำตัวเป็นเหมือน กาลกิณี  เอาเศรฐกิจพอเพียงมาด่าๆๆๆอย่างเดียว

คุณแถเขียนยาวชิปเป๋ง หลอกให้พวกผมเสียเวลาจับประเด็นรึ

เอาเป็นว่าผมไม่ทิ้งกระทู้แน่นอน  ขอให้ทั้งสองฝ่ายเคี้ยวกันให้มันส์ไปพลางๆก่อนนะครับ

เจ้าของกระทู้หนีเอาตัวรอดแบบนี้ หนุก็หนีไปด้วยดีกว่า ฮี่ๆๆๆ  

โชคดีนะพี่ ไททรูท
 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #29 เมื่อ: 21-10-2006, 10:45 »

รถคันหนึ่ง จำเป็นต้องใช้ไหม หรือแค่อยากจะซื้อ ชัดไหมค่ะ

หรือเอาง่ายๆๆ ดิฉันอยากจะซื้อรถเข็นเพื่อคนพิการ แต่คนพิการจำเป็นต้องใช้รถเข็น ชัดไหมค่ะ

หรืออีกอย่าง คุณชอบแถ คุณจำเป็นต้องส่งลูกเรียนแต่ส่งเข้า รร แน่นอน รร.อะไรก็ได้ เพื่อให้เขามีการศึกษา แต่คุณอยากส่งลูกเข้าเรียน โรงเรียน นานาชาติ แต่ชัดไหมค่ะ

 

ที่นี้แยกออกยัง ระหว่าง คำว่า อยาก กับ จำเป็น แหมม พูดไปได้ไง ออฟชั่นของรถ รถไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ เมื่อมันมีรถเมล์บริการทั่วไทย
แสดงอย่างชัดเจน ว่าคุณมีความเป็นอยู่อย่างสบาย
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #30 เมื่อ: 21-10-2006, 10:49 »

หนูมีความเป็นอยุ่อย่างพอเพียงค่ะ 

ถ้าเรียกว่า สบาย หนูก็ยอมรับ 

บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #31 เมื่อ: 21-10-2006, 10:49 »

ไม่ได้พาไปไหนหรอกครับ ก็อยู่น่านน้ำนี้นั่นแหละ มันอยู่ที่คุณต้องพิจารณาตัวเอง รู้กำลังความสามารถตัวเอง เช่น เมื่อคุณจะซื้ออะไร จะทำอะไร คุณต้องนึกให้รอบคอบว่า คุณบริโภคไปแล้ว ลงทุนไปแล้ว คุณไม่เดือดร้อน คุณไม่ต้องไปหยิบยืมคนอื่น  หรือถ้า "จำเป็น" ต้องทำจริงๆ มีทางอื่นอีกไหมที่จะไม่ต้องหยิบยืมคนอื่น หรือยืมให้น้อยที่สุด ขีดความสามารถคุณที่จะทนต่อวิกฤตหากสถานการณ์พลิกผันกะทันหัน มันอยู่ตรงไหน นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องตอบตัวเอง จะไปถามหา border line จากคนอื่นได้ไง คุณนั่นแหละที่ต้องรู้ตัวเอง

ถ้าคุณรู้ borderline ของคุณเองจริง  คุณคงไม่มานั่งบ่นเรื่องเป็นหนี ก่นด่าเศรษฐกิจพอเพียงหรอก จริงไหม คุณชอบแถ

ถ้าคุณเช่าบ้านอยู่เดือนละ สามพัน แล้วมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้โดยผ่อนจ่ายเดือนละ สี่พัน นี่คือ อยาก หรือ จำเป็น
ถ้าไม่กู้ซื้อ เดือนหนึ่งต้องจ่ายสามพัน เก็บยังไงชาตินี้ก็ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้าน ถ้าสี่พัน อาจจะโหนรายได้
นิดหน่อย คนกู้ต้องตัดสินเอง แต่ส่วนมากจะไม่ได้มองความมั่นคงของงาน และอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

กระทู้พูดถึงส่วนรวมไม่ใช่เหรอ ผมไม่ได้เป็นหนี้อะไรใครหรอกนะ แค่ล่อเป้าเอง จริงๆ ยังรวยอยู่
จะให้ผู้ร้ายคนเดียวสู้กับพระเอกสิบคนเลยเหรอ ผดุงคุณธรรมมากไปป่าว

จะบอกว่าถ้ามีทักษิณอยู่เศรษฐกิจจะไม่มีวันตกต่ำ ว่างั้น?

ผมขอไม่เชื่อก็แล้วกัน มันไสยศาสตร์ไปหน่อย.. 
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #32 เมื่อ: 21-10-2006, 10:51 »

หนูมีความเป็นอยุ่อย่างพอเพียงค่ะ 

ถ้าเรียกว่า สบาย หนูก็ยอมรับ 
ทายถูกเพราะหนูไปพูดถึงรถเมล์ไง
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #33 เมื่อ: 21-10-2006, 10:52 »


จะให้ผู้ร้ายคนเดียวสู้กับพระเอกสิบคนเลยเหรอ ผดุงคุณธรรมมากไปป่าว


ผู้ร้ายเก่งๆ พวกพระเอกเขาต้องรุมค่ะ ไม่งั้นสู้ไม่ได้
เขาอยากชนะ ไม่สนใจวิธีการหรอก บอกทีไร โกรธทีนั้น
แล้วก็สำทับว่าคุณอยากเข้ามาถิ่นพวกเขาเอง
ดังนั้นอย่ามาสำออย

 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Apothecarian
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158


« ตอบ #34 เมื่อ: 21-10-2006, 10:54 »


[/quote]
ถ้าคุณเช่าบ้านอยู่เดือนละ สามพัน แล้วมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้โดยผ่อนจ่ายเดือนละ สี่พัน นี่คือ อยาก หรือ จำเป็น
ถ้าไม่กู้ซื้อ เดือนหนึ่งต้องจ่ายสามพัน เก็บยังไงชาตินี้ก็ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้าน ถ้าสี่พัน อาจจะโหนรายได้
นิดหน่อย คนกู้ต้องตัดสินเอง แต่ส่วนมากจะไม่ได้มองความมั่นคงของงาน และอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

กระทู้พูดถึงส่วนรวมไม่ใช่เหรอ ผมไม่ได้เป็นหนี้อะไรใครหรอกนะ แค่ล่อเป้าเอง จริงๆ ยังรวยอยู่
จะให้ผู้ร้ายคนเดียวสู้กับพระเอกสิบคนเลยเหรอ ผดุงคุณธรรมมากไปป่าว
[/quote]

ที่แท้... ท่านแถก็เป็นพวกคนรวยที่ห่วงใยคนจน ชอบคิดแทนชาวบ้าน อืมม เหมือนท่านพ่อเหลี่ยมเลยเนอะ น่าจะไปอยู่ลอนดอนด้วยกันซะเลย

ไอ้พวกคนรวย บ้าวัตถุนิยมเนี่ย มันจะรู้มั้ยนะว่าคำว่า "พอเพียง" มีความหมายยิ่งใหญ่ มากกว่า บ้าน, รถ, เงินทอง เป็นไหนๆ

บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #35 เมื่อ: 21-10-2006, 10:55 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก
หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   

คุณใบไม้ทะเล ครับ
เขาควรจะกลับไปทำความเข้าใจกัคำว่า NEED และ  WANT ครับ
จะได้เข้าใจว่าอะไรเป็น NEEDS ที่แท้จริงของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม
แล้วเขาจะได้เข้าใจคำว่า "พอเพียง" ได้อย่างถูกต้อง


 Smile
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
Neoconservative
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 407


We protect the Kingdom


« ตอบ #36 เมื่อ: 21-10-2006, 10:55 »

เฮ้อ พอ หรือ ไม่พอ ก็แล้วแต่

หากพิจารณาแล้วว่า เป็นการกระทำ ที่ ไม่มีผลกระทบ ให้ ผู้อื่นเดือดร้อน

ไม่ทำให้ตนเองและ ครอบครัวเดือดร้อน ไม่ทำให้ประเทศชาติเดือดร้อน

ก็มี ความชอบธรรม ที่จะทำกันไป ตาม ศักยะภาพ ของแต่ละคน

สิ่งสำคัญ คือการให้ความรู้ อย่างทั่วถึง

เพื่อให้คนไทย ตัดสินใจ กระทำการใดๆ ที่ไม่ทำให้ ชาติบ้านเมืองและคนในชาติ ต้องเดือดร้อน

 
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #37 เมื่อ: 21-10-2006, 10:56 »

จะบอกว่าถ้ามีทักษิณอยู่เศรษฐกิจจะไม่มีวันตกต่ำ ว่างั้น?

ผมขอไม่เชื่อก็แล้วกัน มันไสยศาสตร์ไปหน่อย.. 
เอาทางวิทยาศาสตร์แล้วกัน ทักษิณอยู่ เศรษฐกิจ ขึ้นหรือลงก็ได้
แต่ผู้เฒ่าอยู่ เศรษฐกิจ ถ้าขึ้นก็ถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่าขึ้นมากเดี่ยวดัชนี happy ไม่สวย แต่ถ้าลงดันไม่ระบุว่าจะทำยังไง
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #38 เมื่อ: 21-10-2006, 10:57 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก
หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   

คุณใบไม้ทะเล ครับ
เขาควรจะกลับไปทำความเข้าใจกัคำว่า NEED และ  WANT ครับ
จะได้เข้าใจว่าอะไรเป็น NEEDS ที่แท้จริงของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม
แล้วเขาจะได้เข้าใจคำว่า "พอเพียง" ได้อย่างถูกต้อง


 Smile
กลัวภาษาไทยผมไม่กระดิกหูหรือไง ผมเนี่ยะ wants ทุกวันเลยนะ
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #39 เมื่อ: 21-10-2006, 11:01 »

พระเอกมักจะคิดว่า ตัวเองเป็นคนร้ายสำหรับนางเอกค่ะ  ละครเรื่องนี้ นางเอกชื่อว่า พอเพียง

มีคนมารุมล้อม รักพอเพียงเยอะมาก ใครๆๆก็อยากได้พอเพียง ใครๆๆก็รักพอเพียง  

แต่พระเอกเกิดความหมั่นใส้นางเอกขึ้นมา เลยขออยุ่ฝ่ายตรงข้ามกับพอเพียง เพื่อให้พอเพียงได้สนใจในตัวเขา บ้าง

แต่จนแล้วจนรอด พอเพียงก็ยังไม่หันไปมองพระเอกในคราบของผู้ร้ายสักที  


จบตอน โปรดติดตามตอนต่อไป ว่า พระเอกแต๊ๆ (จขกท)จะมาช่วยพอเพียง อย่างไร


แตร๊นๆๆๆ แตร๋นๆๆๆๆๆๆ พักโฆษณา งับ
 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #40 เมื่อ: 21-10-2006, 11:02 »

จะบอกว่าถ้ามีทักษิณอยู่เศรษฐกิจจะไม่มีวันตกต่ำ ว่างั้น?
ผมขอไม่เชื่อก็แล้วกัน มันไสยศาสตร์ไปหน่อย.. 
เอาทางวิทยาศาสตร์แล้วกัน ทักษิณอยู่ เศรษฐกิจ ขึ้นหรือลงก็ได้
แต่ผู้เฒ่าอยู่ เศรษฐกิจ ถ้าขึ้นก็ถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่าขึ้นมากเดี่ยวดัชนี happy ไม่สวย แต่ถ้าลงดันไม่ระบุว่าจะทำยังไง

อคติหรือเปล่าครับชอบแถ
 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #41 เมื่อ: 21-10-2006, 11:04 »

จะบอกว่าถ้ามีทักษิณอยู่เศรษฐกิจจะไม่มีวันตกต่ำ ว่างั้น?

ผมขอไม่เชื่อก็แล้วกัน มันไสยศาสตร์ไปหน่อย.. 
เอาทางวิทยาศาสตร์แล้วกัน ทักษิณอยู่ เศรษฐกิจ ขึ้นหรือลงก็ได้
แต่ผู้เฒ่าอยู่ เศรษฐกิจ ถ้าขึ้นก็ถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่าขึ้นมากเดี่ยวดัชนี happy ไม่สวย แต่ถ้าลงดันไม่ระบุว่าจะทำยังไง

ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ ถ้าจะโตช้าหน่อย
เอาแต่เศรษฐกิจโตอย่างเดียวปัญหาสังคมไม่สนใจมันก็แย่สิ

เคยเห็นคนมีเงินเยอะแต่ไม่มีความสุขมั้ย
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #42 เมื่อ: 21-10-2006, 11:09 »

แถบอกว่า (นี่ใช้เวลาตั้งนานหาแก่นในเนื้อนะเนี่ย)  Mr. Green

รัฐต้องไม่พอเพียงต้องปล่อยให้เศรษฐกิจโตไปตามธรรมชาติ  ส่วนด้านการบริโภครัฐต้องให้ความรู้ประชาชนรู้จักพอเพียง

ผมแปลได้ว่า

แถ คิดว่า การที่ไทยเราใช้ทุนต่างชาติเป็นเครื่องช่วยหายใจ มีเงินมาหมุนกินใช้อยู่ทุกวันนี้ ดีแล้ว ??

แถเลยคิดว่า  นโยบายรัฐต้องเป็นแบบกุมไข่ ไม่งั้นเดี๋ยวนายทุนถอดเครื่องช่วยหายใจออก เราจะตายใช่ป่ะ

เอาเถอะครับ
วิธีทำให้ไทยหายใจด้วยตัวเองได้  พูดไปก็เหมือนไก่กับไข่

แต่ผมถามว่า  ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่  ถ้ากลุ่มผู้นำประเทศไม่เป็นผู้ผลักดัน  แล้วจะให้ผีที่ไหนมาผลักเล่าครับ

เดี๋ยวมีมาต่อ ใจเย็นๆ.................
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #43 เมื่อ: 21-10-2006, 11:14 »

เอ่อ ถ้าคุณ ชอบแถ แยก ความอยาก กับความจำเป็น ไม่ออก
หนูว่า มันเหมือนกับ ให้แยกระหว่างสี่ขาว กับสีดำนะค่ะ  ฮี่ๆๆๆ   
คุณใบไม้ทะเล ครับ
เขาควรจะกลับไปทำความเข้าใจกัคำว่า NEED และ  WANT ครับ
จะได้เข้าใจว่าอะไรเป็น NEEDS ที่แท้จริงของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม
แล้วเขาจะได้เข้าใจคำว่า "พอเพียง" ได้อย่างถูกต้อง

 Smile
กลัวภาษาไทยผมไม่กระดิกหูหรือไง ผมเนี่ยะ wants ทุกวันเลยนะ

ด้วยเหตุนี้เองประเทศเราจึงต้องเผชิญกับปัญหาร้อยแปดครับ
จะทำอย่าไรดีหนอจึงจะทำให้คนบางคนหันกลับมาสำรวจ NEEDS ที่แท้จริงของตัวเอง
จะได้ไม่วิ่งตามกระแสของสังคมและแฟชั่นต่างๆมากจนเกินไป


 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #44 เมื่อ: 21-10-2006, 11:34 »

คุณ ชอบแถ เค้าไม่ฟังใครหรอก ครับ อย่าพยายามกันเลย

เรามาดูว่ามีคน ก่นด่า เศรษฐกิจพอเพียง จริงหรือเปล่า

ว่าเค้าเข้าใจ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแบบใหนมากกว่านะครับ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #45 เมื่อ: 21-10-2006, 11:45 »

ที่ชอบแถกล่าวไว้ว่า

รัฐควรทำหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความพอเพียงแก่ประชาชน แต่รัฐก็ควรจะปล่อยให้เศรษฐกิจโตไปตามธรรมชาติ ใน
ลักษณะที่ต้องส่งเสริมด้านอินฟราฯ ก็คือยังไงก็ต้องเมกะโปรเจคท์นั่นเอง
ไม่จำเป็นต้องไปบรอนไซประเทศด้วยการ
โฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกวันนี้ มันมาผิดทางชัดๆ สมควรโดนด่า พยายามบอกว่ารัฐบาลที่แล้วทำเกินตัว จริงๆ ไม่ใช่
เพราะประชาชนยังไม่พอต่างหาก
ที่เกินตัวมันสมัยชวน 1 โน่น กู้เงินต่างประเทศซี้ซั้วเข้ามากินดอกเบี้ยในนี้นั่นแหละ
ของแท้ หลังจากปี 40 ทุกอย่างมันไม่พอ รัฐก็จัดให้ เยอะขนาดนี้ก็ยังไม่พอ เพราะคนยังไม่อยู่ดีกินดีไม่มีหนี้สินไง
ยังต้องการโอกาสอย่างมาก
ดร.เคนอิจิ โอมาเอะ นักเขียนระดับโลกชาวญี่ปุ่น เขียนหนังสือเรื่อง “โลกไร้พรมแดน”
บอกว่ารัฐบาลที่ฉลาดจะต้องรู้จักหาเงินที่มีอยู่มากมายในโลกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ และ เก็บเงินภาษีประชาชน
ไว้ใช้ด้านการบริหารและสวัสดิภาพ สวัสดิการประชาชน เพื่อจะได้ไม่เก็บภาษีสูงเกินไป ประชาชนควรจะพอเพียงใน
ขณะที่รัฐไม่ควรจะพอเพียง จนกว่าประเทศจะเข้าจุดสมดุล





ผมของแถบ้างว่า

1.เมกกะโปรเจค คือ การอัดฉีดงบประมาณขนาดใหญ่ หรือ อาจเรียกว่ารับใช้ลักษณะ งบประมาณขาดดุล คือ งบประมาณที่รายจ่ายมากกว่ารายได้ ใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลจะเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการของรัฐบาล และลดภาษี เพื่อเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะการให้เศรษบกิจเจริญเติบโตตามธรรมชาตินะจ๊ะ เข้าใจผิดแล้วนะจ๊ะ ถ้าเป็นการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ น่าจะเป็นแนวคิดของ สำนัก classic มากกว่านะจ๊ะ
 การทำงานของกลไกตลาด (Market Mechanism)

แนวคิดของกลไกตลาดประกอบด้วย  2  ประเด็น คือ

             1. การปล่อยให้เอกชนดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเสรี จึงทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุด  รัฐเข้าไปแทรกแซงน้อยที่สุด

             2. การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์โดยธรรมชาติของมนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ (Economic Man)  จึงคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดเป็นหลัก (Profit  Maximization) จึงทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดโดยอัตโนมัติ (Social Benefit)

ระบบเศรษฐกิจเสรี    มีกลไกที่สำคัญ 2  กลไก  คือ

                   1. กลไกการแข่งขัน (Competitive Mechanism)

                   2. กลไกการปรับเสถียรภาพอัตโนมัติ (Automatic Stability)

1. กลไกการแข่งขัน  (Competitive Mechanism)

      กลไกการแข่งขันจะทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดใน 4 อย่าง

              1.1 ทำให้เกิดการจัดสรรสินค้าและบริการตรงกับความต้องการของสังคมและผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ (Allocation Function)

              1.2 ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต (Efficiency function)

              1.3 ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Factor Utilization Function)

              1.4 ทำให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth Function)

       ดังนั้น  กลไกตลาด  จะทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ ?   จึงสรุปได้ว่า   ผู้ประกอบการจะยืนอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้จะต้องผลิตสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด เช่น การผลิตรถยนต์ สถานการณ์ความต้องการของผู้บริโภคจะเริ่มเปลี่ยนไปโดย จะหันมาชอบรถยนต์คันเล็ก ๆ กินน้ำมันน้อย ๆ เป็นรถยนต์ที่ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมาก ดังนั้น ผู้ผลิตก็ต้องหันมาผลิตรถยนต์ตามความต้องการของลูกค้าโดยการผลิตรถยนต์ฮอนด้า,   โตโยต้า  เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ กลไกตลาดจะเป็นตัวบอกว่า ผู้ผลิตควรผลิตอะไร ? เป็นต้น

       การทำงานของกลไกตลาดหากมองแต่ประสิทธิภาพอย่างเดียวจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากลไกรัฐ เพราะว่า กลไกตลาดกระจายอำนาจไปให้ผู้บริโภค แต่ กลไกรัฐนั้น เน้นการวางแผนแบบรวมศูนย์จากส่วนกลาง (Centralization Planing) จนทำให้เกิดภาวะ Over Supply หรือ Under Supply (ผลิตมากเกินไปหรือน้อยเกินไป) นั่นเอง แต่มองในแง่ความเป็นธรรม (Equity) กลไกตลาดจะสู้กลไกรัฐไม่ได้ ความเป็นธรรมต้องให้รัฐฯจัดสรร เช่น การศึกษา สาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นต้น ดังนั้น การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตกลไกตลาดจะทำให้เกิดการแข่งขันในด้านประสิทธิภาพ ทำให้เกิด Innovation ใหม่ ๆ เนื่องจากหากผลิตสินค้าไม่ดี มีราคาแพงก็จะอยู่ไม่ได้
    ปัจจุบัน ตลาดส่วนใหญ่ของประเทศไทย มีการแข่งขันสูง แต่ที่มีการผูกขาดมักเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการเองหรือให้สัมปทาน No Barriers to entry สินค้ามีราคาสูงขึ้น

การผูกขาด
 No Barriers to entry คือ การผูกขาดโดยรัฐ เป็นการกระทำของรัฐบาลทำให้ไม่มีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้น  หากเป็นภาคเอกชน การประกอบกิจการที่มีกำไรมาก จะทำให้เกิดคู่แข่งรายใหม่ขึ้น เป็นการลดการผูกขาด    ตัวอย่างเช่น  OPEC ไม่สามารถจะผูกขาดได้เนื่องจาก หลายประเทศสามารถผลิตน้ำมันเองได้ เพียงแต่ต้นทุนสูงกว่าเท่านั้น หาก OPEC ผูกขาด แต่ละประเทศก็จะเร่งผลิตน้ำมันในประเทศของตนขึ้นมาทำให้ OPEC ไม่สามารถขายได้ต้องลดราคาลงมา หรือ  OREC (การร่วมมือการค้าข้าว) เป็นต้น

      นอกจากนี้  กลไกตลาด ทำให้เกิดการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเมื่อประสิทธิภาพในการผลิตเกิดขึ้น จะทำให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประโยชน์สูงสุด หรือการใช้ปัจจัย 3 M นั่นเอง และยังนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะ เมื่อมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ GDP/GNP สูงขึ้น  สังคมก็จะได้รับประโยชน์สูงสุด (Social Benefit)


2. กลไกการปรับเสถียรภาพอัตโนมัติ (Automatic Stability)

 เมื่อระบบเศรษฐกิจของประเทศขาดเสถียรภาพ สำนัก Classic เชื่อว่า “กลไกตลาด จะค่อย ๆ ปรับตัวให้เกิดเสถียรภาพอัตโนมัติและปัญหาเหล่านี้จะหายหรือหมดไปในระยะยาว อาจเรียกว่า มือที่มองไม่เห็น       ( Invisible Hand ) “  ดังนั้น  จึงทำให้สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นกัน

สำหรับ เมกะโปรเจค น่าจะเป็นแนวคิดแบบ สำนัก เคนส์ มากกว่านะจ๊ะ
 
นักเศรษฐศาสตร์ยุคก่อนหน้าเคนส์ ให้ความสำคัญกับระบบตลาดเสรี และคัดค้านการเข้าไปแทรกแซงระบบเศรษฐกิจ ของภาครัฐบาล โดยพวกเขาเหล่านั้นเชื่อว่า การทำงานอย่างเสรีของระบบตลาด จะทำให้ระบบเศรษฐกิจบรรลุถึงประสิทธิภาพ และสวัสดิการสูงสุด การเข้าไปแทรกแซงระบบเศรษฐกิจของรัฐบาล รังแต่จะทำให้สิ่งต่างๆ บิดเบือน ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ระดับประสิทธิภาพ และสวัสดิการที่ลดลง
แต่เคนส์มีความเชื่อว่า ความคิดของนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มดังกล่าวมีความผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ระบบเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะตกต่ำ
ในช่วงเวลาดังกล่าวตลาดแรงงาน ไม่สามารถบรรลุถึงระดับค่าจ้างที่ต่ำมาก จนสามารถดึงดูดให้นายจ้าง ทำการจ้างงานแรงงานทั้งหมดได้ นอกจากนั้นระบบเศรษฐกิจโดยรวม ยังขาดอุปสงค์หรือกำลังซื้อในตัวสินค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบมาสู่ตลาดแรงงานในอีกทอดหนึ่ง ผลก็คือเกิดการว่างงานขึ้นอย่างมากมายในระบบเศรษฐกิจ
อุปสงค์โดยรวมของระบบเศรษฐกิจ มักขาดเสถียรภาพในตัวของมันเอง โดยมันอาจจะปรับตัวไปหยุดอยู่ในตำแหน่ง ที่จะทำให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือสภาวะเศรษฐกิจเติบโตได้ทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าไม่มีการแทรกแซงจากทางรัฐบาล อุปสงค์โดยรวมของระบบเศรษฐกิจ ก็อาจจะไปหยุดอยู่ในตำแหน่งที่จะทำให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตลอดไปได้
ภาครัฐบาลจึงควรจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มปริมาณอุปสงค์โดยรวม โดยการเพิ่มความต้องการซื้อสินค้า จะทำให้ระบบเศรษฐกิจขยายตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้ผู้คนในระบบมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้นได้ในท้ายที่สุด

ดังนั้น ชอบแถ ต้องแยกแยะให้ออกก่อนนะจ๊ะ อย่าเอามาปนกันมั่วซั่วนะจ๊ะ


2.แล้วชอบแถ จะวัดความพอใจของผุ้บริโภคยังไงละจ๊ะ ที่บอกว่าไม่พอ จนรับต้องใช้มาตรการขาดดุล ซึ่งจริงๆแล้วการที่รับบาลต้องเข้าไปดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจและการจัดสรรความเป็นอยู่ในชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นก็เป้นหน้าที่ปกติของรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนี้นะจ๊ะ
ระบบเศรษฐกิจและจุดมุ่งหมายในการดำเนินการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล 

  รัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนภายในประเทศ ในการดำเนินการทางเศรษฐกิจ เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจตามหลักความมีเหตุผลทางเศรษฐกิจ (Economic Rationality) ของหน่วยเศรษฐกิจแล้ว โดยกำหนดให้ราคา ต้นทุน และข้อจำกัดอื่นในขณะนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภค (Consumer) จะพยายามแสวงหาอรรถประโยชน์ใส่ตัวให้มากที่สุด (Utility Maximization) โดยมุ่งบริโภคสินค้าให้มากที่สุด ผู้ผลิต (Producer) จะมุ่งหากำไรสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงผลตกต้องต่างๆที่ตกแก่ผู้บริโภคและสังคมโดยรวมขณะที่รัฐบาลจะดำเนินการทางเศรษฐกิจโดยมุ่งให้ประชาชนได้รับสวัสดิการทางเศรษฐกิจสูงสุด (Economic Welfare Maximization) หรือการให้ประชาชนมีการกินดีอยู่ดี (Well Being) มีมาตรฐานในการครองชีพ (Standard of living) ที่สูง ซึ่งจะวัดมาตรฐานด้วยปริมาณและมาตรฐานของสินค้าในรูปของปัจจัย 4 ถ้าผู้บริโภคภายในประเทศมีรายได้สูงเพียงพอสำหรับซื้อสินค้าที่มีมาตรฐานดีได้ในปริมาณที่มากเพียงพอ จะถือว่ามาตรฐานในการครองชีพของประชาชนในประเทศนั้นสูง
 นอกจากรัฐบาลใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนโดยออกกฎหมาย เพื่อควบคุมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศแล้วรัฐบาลยังมีกฎหมายป้องกันการละเมิดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (property right) รวมทั้งมีอำนาจครอบงำและหวงกัน การใช้ทรัพยากรที่ไม่มีเจ้าของเพื่อเป็นการป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาพนิเวศวิทยา
เนื่องจากรัฐบาลมีเป้าหมายให้ประชาชนกินดีอยู่ดีและมีมาตรฐานในการครองชีพที่สูง โดยไม่เน้นการแสวงหาผลกำไรจากการดำเนินการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล รัฐบาลจึงเข้าแทรกแซงการดำเนินควบคุมดูแล (Regulation) การดำเนินการขององค์กรธุรกิจในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยในการบริโภครวมทั้งป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาด (Dominant Power) แก่ผู้ผลิตรายอื่นในตลาดในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม

 รัฐบาลยังถือว่า ประชาชนยังเป็นผู้ที่ไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่ดีและเลวออกจากกันได้ (Ignorance) ในการผลิตและบริโภคสินค้า จึงออกกฎหมายและระเบียบบังคับพร้อมทั้งบทลงโทษโดยมีหน่วยงานของทางการเป็นผู้ควบคุมดูให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย   
            นอกจากการควบคุมดูแล (Regulation) ดังกล่าวข้างต้นแล้วรัฐบาลอาจลดการกำกับดูแลองค์กรเอกชน (Deregulation) ในการเข้าดำเนินการในธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตและผู้ขายมากขึ้นซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการ เช่น กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุน (Finance Company) ทำธุรกิจบางอย่างได้เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ และถ้ามีการขยายกิจการหรือการเพิ่มทุนของบริษัทเงินทุนโดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถยกฐานะขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์ได้ ในกรณีของธนาคารธนชาติ การบังคับให้บริษัทจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทมหาชน (Public Company) เพื่อป้องกันการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใช้อำนาจครอบงำการดำเนินงานการเปิดเสรีทางสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้เกิดการแข่งขันในกิจการโทรศัพท์มือถือและกิจการวิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น   

 สำหรับประเทศที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตยและมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือระบบเศรษฐกิจแบบผสม สภาพแวดล้อมทางสังคมที่อยู่ในระบบอุปถัมภ์ (Patron - Client) และระบบทุนนิยมพรรคพวก (Crony Capitalism) ซึ่งเอื้อผลประโยชน์ธุรกิจระหว่างกันภายในกลุ่ม กลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้อาจแสวงหาอำนาจทางการเมืองเพื่อใช้อำนาจรัฐในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ดังที่นาย Anthony Downs ได้เสนอความคิดว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของรัฐบาล คือการแสวงหาการสนับสนุนทางการเมืองให้มากที่สุด วิธีการที่รัฐบาลจะได้เสียงสนับสนุน หรือคะแนนเสียง หรือความนิยมเพิ่มขึ้นหน่วยท้ายสุด (Marginal Vote gain) เท่ากับหรือพอดีกันกับเสียงสนับสนุนหน่วยสุดท้ายที่เสียไป (Marginal Vote loss) 

ศาสตราจารย์ ดร. ผาสุก   พงค์ไพจิตร  เรียกกระบวนการที่นักการเมืองใช้เงินเพื่อให้ตนเองได้เป็นรัฐมนตรีเพื่อจะได้ใช้อภิสิทธิ์จากตำแหน่งดำเนินการ และกำหนดนโยบายเอื้อให้ตนเองและพรรคพวกแสวงหารายได้ และกำไรให้คุ้มกับการลงทุนที่เกิดขึ้น   โดยเรียกว่า ธนกิจการเมือง (Money Politics) แหล่งรายได้สำคัญที่ทำธนกิจการเมือง คือ การเข้าเกาะกุมและจัดสรรค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (Economic Rent)1 ที่มีรูปแบบของใบอนุญาต (Government license) สัมปทาน (Concession) เงินอุดหนุน (Subsidy) และสิทธิพิเศษต่างๆ ที่อำนาจรัฐจะให้สิทธิทำให้นักการเมืองและพรรคพวก สามารถแสวงหากำไรในอัตราที่มากกว่าระดับปกติที่เกิดขึ้นในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เช่น สิทธิพิเศษลดหย่อนภาษี การลดหย่อนค่าสัมปทาน การจำกัดคู่แข่งรายใหม่ไม่ให้เข้าสู่ตลาด การชะลอนโยบายที่มีผลเสียต่อบริษัทของนักการเมือง การดำเนินการของรัฐบาล โดยกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้น ทำให้สังคมไม่ได้รับสวัสดิการทางเศรษฐกิจที่สูงสุด (Sub optimum) และการกระจายรายได้ (income) และทรัพย์สิน (Wealth) ของบุคคลในสังคมมีความไม่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
 
ซึ่งชอบแถต้องบอกมาก่อนนะจ๊ะว่า ปชช ไม่พอ นี่คือ ไม่พออะไรนะจ๊ะ ไม่งั้นก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน ว่าไม่พออะไร แล้วต้องทำอย่างไรต่อไป

3.งบประมาณสมดุล คือ งบประมาณที่รายรับและรายจ่ายเท่ากัน ใช้เพื่อการจัดสรรทรัพยากรและเพื่อการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม นั้นคือ การเข้าสู่การใช้งบประมาณที่สมดุล


4.ผมยังไม่เคยได้ยินทฤษฎีไหนบอกว่า การที่ปชช มีหนี้มากๆ แสดงถึง ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือ แสดงถึงความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ถ้ามี ทฤษฎีนี้ อ้างอิง ขอให้ชอบแถ ช่วยนำมาแปะ ไว้ให้อ่านด้วยนะจ๊ะ ยังงง อยู่ว่า ลิ้วล้อทั้งหลายทำไมเชื่ออะไรตื้นๆแบบนั้น

 
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: 21-10-2006, 12:29 »

อ่านกันหน่อยซิ จะได้เข้าใจ

หน้าแรก
http://www.sufficiencyeconomy.org/

กรอบแนวทางคิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
http://www.sufficiencyeconomy.org/show.php?Id=55

Q&A
http://www.sufficiencyeconomy.org/show.php?Id=7


มีให้อ่านกันตั้งเยอะ เห็นวิจารณ์กันไปโน่น บ้าบอขนาดว่า ถ้าพอเพียงจะไม่พัฒนา ไม่รู้ว่าเคยอ่านเคยทำความเข้าใจหรือเปล่า เค้าเรียนกันเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว

http://www.sufficiencyeconomy.org/show.php?Id=404

วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนา :::
วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนา

 วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเป็นวิชาเลือกที่นักศึกษาทุกหลักสูตรทั้ง นักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ รวมทั้งนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้เป็นวิชาเลือก นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่มีความสนใจในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาสามารถลงทะเบียนเรียนวิชานี้ได้เช่นเดียวกับนักศึกษาของสถาบัน
 โดยวิชานี้สามารถจะช่วยเป็นแนวทางให้นักศึกษาที่สนใจพัฒนากรณีศึกษาหรือการศึกษาอิสระในลักษณะภาคนิพนธ์ สารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ในเรื่องของหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนักศึกษาจะได้สร้างความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยตนเอง ทำให้ได้รับความรู้และการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกด้วย  นอกจากนี้จะทำให้นักศึกษาได้เรียนการศึกษาด้านการพัฒนาของสาขาวิชาอื่นเป็นพื้นฐานการสร้างวิสัยทัศน์การพัฒนาที่เป็นบูรณาการได้


หัวข้อและลักษณะวิชาโดยสังเขป
(ก) โครงสร้างและเนื้อหาปรัชญา
• ความเป็นมาของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
• เนื้อหาของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
• เงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารจัดการที่ดี
• การดำเนินการขับเคลื่อน และประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(ข) การพัฒนาเศรษฐกิจกับเศรษฐกิจพอเพียง
• เป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจ : ตัวชี้วัด จุดเด่น จุดด้อย
• วิวัฒนาการของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
• ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารเศรษฐกิจมหภาค
• ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์จุลภาค
(ค) การพัฒนาสังคมและชุมชนกับเศรษฐกิจพอเพียง
• กระบวนการทางสังคมและการจัดการทางสังคม
• การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาสังคมและชุมชน
(ง) การบริหารจัดการที่ดีกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
• แนวคิดและหลักปฏิบัติการบริหารจัดการที่ดีภาครัฐ (ธรรมาภิบาล)
• แนวคิดและหลักปฏิบัติการบริหารจัดการที่ดีภาคเอกชน (บรรษัทภิบาล)
• การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
(จ) ความรู้เบื้องต้นเรื่องการบริหารความเสี่ยง
• ความหมายของความเสี่ยง และความไม่แน่นอน
• การสร้างภูมิคุ้มกันโดยการบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ
(ฉ) กรณีศึกษาการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
•    การบรรยายของวิทยากรภายนอกและการเสนอ
      รายงานของนักศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปรัชญา
      ของเศรษฐกิจพอเพียง




ในความเข้าใจส่วนตัว ในทางพุทธ จะใช้คำว่า "ไม่ประมาท"
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #47 เมื่อ: 21-10-2006, 13:00 »

ขออภัย ที่จขกท. เขียนได้สับสน และไม่รู้ ไม่ได้เข้าใจ ภาพรวมดีพอ

ในระยะเฉพาะหน้าก็ต้องปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เคยเป็นมา

นั่นคือพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติกันไปก่อน ที่ทุกวันนี้ร่อยหรอลงไปมากแล้ว
(รวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยวนั่นด้วย)

ระยะยาวรัฐบาลไทยรักไทยวางแผนเอาไว้แล้วเสร็จสรรพ

และลงมือทำไปแล้วหลายๆอย่าง (ไปหาอ่านกันเอาเอง)

ในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอุตสาหกรรม

สิ่งเหล่านี้มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ดีแต่ปาก วาดวิมานปลอบประโลมชูใจ กันไปวันๆ

แต่ไม่มี ลำดับขั้นตอนในทางปฏิบัติ ก็เปล่าประโยชน์ เปลืองแอร์ เปล่าๆ


ที่จริงแนวคิดพวกนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมโลก เขาขยับปรับตัวกันไปมากแล้ว

แต่บ้านเรายังมะงุมมะงาหรา กันอยู่

เห็นได้จาก จขกท. ที่คิดอะไรสับสนปนเปกันไปหมด สิ่งที่บอกมาว่าควรจะทำน่ะ

ไทยรักไทยเขาทำกันไปหมดแล้วครับ พี่....


ส่วนเรื่องจับโยงกับเศรษฐกิจพอเพียง นั่นยิ่งไปกันใหญ่

ทุกวันนี้ผมก็ยังตั้งหน้าตั้งตารอดูอยู่ว่า เค้าจะเอามายำรวมกับ เศรษฐกิจมหภาค กันได้อย่างไร

หรือว่าเป็นเพียงถ้อยคำสอพลอ ไปอย่างนั้นเอง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 21-10-2006, 13:31 »

ทำไมไม่ลองเปิดดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติล่ะ ทั้งแผน 9 ทั้ง แผน 10

เค้าบูรณาการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พูดไปก็เหมือนตาบอดคลำช้าง พายเรือในอ่าง


http://www.nesdb.go.th/

ที่คุย ๆ กันมานี่ แสดงว่ายังไม่ได้ศึกษาแม้กระทั่ง "แผน 9 " มาจนเค้าออก "แผน 10" มาใช้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2006, 13:43 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #49 เมื่อ: 21-10-2006, 13:36 »

จะบอกว่าถ้ามีทักษิณอยู่เศรษฐกิจจะไม่มีวันตกต่ำ ว่างั้น?

ผมขอไม่เชื่อก็แล้วกัน มันไสยศาสตร์ไปหน่อย.. 
เอาทางวิทยาศาสตร์แล้วกัน ทักษิณอยู่ เศรษฐกิจ ขึ้นหรือลงก็ได้
แต่ผู้เฒ่าอยู่ เศรษฐกิจ ถ้าขึ้นก็ถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่าขึ้นมากเดี่ยวดัชนี happy ไม่สวย แต่ถ้าลงดันไม่ระบุว่าจะทำยังไง
ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ ถ้าจะโตช้าหน่อย
เอาแต่เศรษฐกิจโตอย่างเดียวปัญหาสังคมไม่สนใจมันก็แย่สิ
เคยเห็นคนมีเงินเยอะแต่ไม่มีความสุขมั้ย
เดี๋ยวนี้ cpu เป็น core 2 duo แล้ว หอยผู้เฒ่าทั้งหลายยังใช้ 8086 กับ dos มันก็ทำได้ทีละอย่างสิครับ

เศรษฐกิจโตแล้วก็แก้ปัญหาสังคมไปด้วยรัฐบาลหนุ่มๆ ทำได้สบาย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
    กระโดดไป: