ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-07-2020, 02:30
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ( 30 บาทรักษาทุกโรค ) มิใช่ของไทยรักไทย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3
หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ( 30 บาทรักษาทุกโรค ) มิใช่ของไทยรักไทย  (อ่าน 9464 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 16-10-2006, 07:54 »

วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10446

หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ล้มแน่ มีแต่จะพัฒนาให้ดีขึ้น

โดย ชาติชาย มุกสง สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข



ในกระแสของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่แน่นอนไปเสียหมดเช่นการเมืองไทยทุกวันนี้นั้น เกิดคำถามมาจากหลายส่วนของสังคมว่าหลังจากเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมืองแล้ว นโยบายใดบ้างที่จะดำรงอยู่หรือหายไปพร้อมกับรัฐบาลเจ้าของนโยบาย

ถ้าตอบอย่างกว้างๆ คงพอตอบได้ว่าถ้านโยบายใดเป็นผลดีและก่อเกิดความสุขต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง นโยบายต่างๆ
เหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ต่อไป

แต่ถ้าเป็นนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับคนเพียงส่วนน้อยหรือพวกพ้องบริวารและไม่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในทางเศรษฐกิจ สังคม นโยบายนั้นก็คงถูกยกเลิก รวมทั้งนโยบายที่ไม่ชอบมาพากลทั้งหลายที่รัฐบาลก่อนได้หมกเม็ดเอาไว้

หากมองเฉพาะนโยบายด้านสุขภาพนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "30 บาทรักษาทุกโรค"
ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น "30 บาทช่วยคนไทยห่างไกลโรค" นั้นเป็นที่กล่าวขานกันถึงความสำเร็จในเชิงนโยบาย และเป็นนโยบายที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้รับคะแนนเสียงไปมากที่สุด

แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดความผิดพลาดในการรักษาและความบกพร่องต่างๆ ที่เกิดจากระบบที่ยังติดขัดล่าช้า รวมถึงการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ เสียงด่ากลับสะท้อนมายังข้าราชการสาธารณสุขแต่เพียงฝ่ายเดียว

ซึ่งที่ผ่านมาต้องไม่ลืมว่าข้าราชการก็พยายามทำงานเพื่อให้สุขภาพของประชาชนได้อยู่ดีมีสุขตามนโยบายนี้กันอย่างเต็มที่ ทุกภาคส่วนในระบบสุขภาพต่างพยายามช่วยกันปรับปรุงให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

และมีแนวโน้มว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกวันนี้

อย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขและบุคลากรที่ทำงานด้านสุขภาพต่างก็ทราบดีว่านโยบายหลักประกันฯ ยังมีสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง

เช่น ต้องเน้นส่งเสริมสุขภาพมากกว่าซ่อมรักษาให้ได้ซึ่งจะทำให้จ่ายถูกกว่า

การบริการต้องใส่ใจต่อความเป็นมนุษย์ของผู้บริการมากขึ้น

ต้องปรับระบบการเงินและการบริหารให้คล่องตัวมากขึ้น

เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นแต่ต้องดำรงนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมเอาไว้

ที่ผ่านมานโยบายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเป็นผลดีอย่างมากต่อประชาชนโดยส่วนรวม อันแสดงให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้อยู่ได้เพียงเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ทั้งสิ้น แต่อยู่ได้ด้วยการที่ประชาชนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นนโยบายที่ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย

ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดในการคงอยู่ของนโยบายสาธารณะ ที่รัฐบาลไม่ว่าจะมาจากกระบวนการแบบใดจะมายกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจไม่ได้

ส่วนเหตุผลที่สนับสนุนว่าทำไมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะต้องดำเนินการต่อไป แม้จะต้องปรับปรุงบ้างเพื่อให้ดีขึ้นนั้น ก็สามารถอภิปรายได้หลายประการด้วยกัน แต่จะนำเสนอ 3 ประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

ประการแรก การได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลที่รัฐจัดให้มีขึ้นนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เดิมที่ให้สิทธิกับประชาชนในส่วนนี้

ถ้าจะว่าไปแล้วคงย้อนไปถึงสิทธิธรรมชาติของบุคคลในสังคมการเมืองตามปรัชญาของสำนักสิทธิธรรมชาติเลยทีเดียว และต่อมาก็ถูกรับรองโดยการประกาศปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอันเป็นหลักสากลที่องค์การนานาชาติอย่างองค์การอนามัยโลกก็รับรองสิทธ
ิที่จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้นสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิสากลที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะริบเอาไปเสียคงมิได้ แม้รัฐธรรมนูญจะถูกฉีกทิ้งไปเสียก็ตาม

ประการที่สอง มีคนเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่านโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นประดิษฐกรรมของพรรคไทยรักไทย

แต่แท้ที่จริงแล้วในกระบวนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ การหาทางพัฒนาเอานโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้ได้เกิดขึ้นมานานแล้วในกระทรวงสาธารณสุข และมีหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

ตั้งแต่โครงการบัตรสุขภาพที่เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2526 โครงการสงเคราะห์ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เริ่มมาก่อนหน้านั้น ซึ่งการประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมทุกคนแต่มีแนวโน้มในการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกคนเป็นเป้าหมาย

จนกระทั่งมีพรรคการเมืองที่หยิบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าขึ้นมาชูเป็นนโยบายอย่างชัดเจนคือพรรคไทยรักไทย และผลักดันนโยบายให้การประกันสุขภาพครอบคลุมถึงทุกคนผ่านบัตรทอง ที่ช่วงแรกต้องให้นายกฯ หรือรัฐมนตรีไปแจกให้เป็นที่เอิกเกริกและสร้างภาพถึงความสำเร็จ จนคนในสังคมเห็นว่าเป็นผลงานของพรรคไทยรักไทยแต่เพียงผู้เดียว แทนที่จะมองว่าเป็นพัฒนาการทางนโยบายสาธารณสุขของสังคมไทยโดยรวม

แต่ถ้าหากกระทรวงสาธารณสุขไม่มีองค์ความรู้และวิธีการจัดการอยู่ก่อน โครงการนี้ย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้แต่แรกเป็นแน่ เพราะนักการเมืองผู้มีแต่นโยบายจะมาใช้ให้ข้าราชการปฏิบัติได้อย่างไรถ้าเขาไม่มีความรู้และความเข้าใจอยู่ก่อน

มีเอกสารวิชาการจำนวนมากที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้ เช่น การระดมนักวิชาการสาขาต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบและนำเสนอกลวิธีดำเนินการระบบประกันสุขภาพ จนองค์ความรู้ด้านนี้ชัดเจนขึ้นอย่างมากในปี พ.ศ.2532

(ดู ระบบประกันสุขภาพของไทย, ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล, 2532, และดูพัฒนาการของระบบประกันสุขภาพใน กว่าจะเป็นหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (2547) หรือหนังสือที่ชี้ให้เห็นว่าการนำเสนอและดำเนินนโยบายมีการศึกษาทางวิชาการรองรับคือ เรื่อง สร้างหลักประกันบนฐานความรู้ (2547) ทั้งสองเล่มจัดพิมพ์โดย สปสช. เป็นต้น)

ทั้งนี้ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบและประกันได้ว่าประชาชนจะมีหลักประกันสุขภาพกันถ้วนทั่วทุกตัวคนแล้วละก็ เราควรจะยกเลิกบัตรทองให้ใช้บัตรประชาชนเพียงบัตรเดียวก็พอ เพื่อจะทำให้ผู้ใช้บริการไม่ยุ่งยากกับการพกบัตรจำนวนมาก ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าในเมื่อเราจะมีสมาร์ทการ์ดกันทั้งทีและได้เสียงบประมาณจำนวนมากกับการปลุกปล้ำกันในรัฐบาลที่แล้ว ถ้าบัตรดังกล่าวใช้บันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาลไม่ได้ก็กรุณาเปลี่ยนชื่อหรือยกเลิกเสียเถอะ

ประการที่สาม นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีประวัติศาสตร์ของตนเองที่ยาวนานในการต่อสู้และต่อรองกับระบบสุขภาพของประเทศมากกว่า 3 ทศวรรษ ตั้งแต่การเกิดขึ้นของแนวคิดสาธารณสุขเพื่อมวลชนซึ่งได้พัฒนามาตั้งแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 และเป็นแนวทางหรืออุดมการณ์ในการทำงานของบุคคลทางการแพทย์และสาธารณสุขเสมอมา

ไม่ว่าจะเป็นขบวนการแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรชนบท

การกำเนิดขึ้นขององค์กรภาคประชาชนด้านสาธารณสุขที่มีบทบาทในการต่อสู้ในการสร้างสังคมแห่งสุขภาวะมาโดยตลอด

ประกอบกับคนทำงานในภาคสาธารณสุขเอง ที่มักยึดเอาความสุขความไร้โรคภัยของประชาชนเป็นที่ตั้งมาโดยตลอดเพราะมีหน้าที่ปัดเป่าโรคร้ายและทุกข์โศกและอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนตลอดมา

ดังนั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวโน้มที่เห็นได้ชัดเจนว่า ทุกภาคส่วนในระบบสุขภาพต่างต้องการจะปรับนโยบายหลักประกันสุขภาพให้เกิดระบบบริการที่ดีขึ้นและเป็นธรรมกับทุกคนมากขึ้น มากกว่าจะหาทางยกเลิกซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโกลาหลทางการเมืองของพวกข้าราชการที่ล้าหลังและหวงอำนาจ
อันมีจำนวนน้อยลงทุกทีในกระทรวงสาธารณสุข

ถึงที่สุดแล้วนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ได้ดำเนินการมาจนจับทิศทางที่พัฒนาให้ดีขึ้นได้แล้ว เป็นระบบที่เรียนรู้ข้อบกพร่องและปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยยึดเอาชาวบ้านหรือผู้บริการเป็นศูนย์กลางและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน คงเป็นนโยบายสาธารณะที่สาธารณชนให้การรับรองไปแล้วอย่างยากจะเพิกถอน

แต่คงเต็มไปด้วยแรงกดดันจากความคาดหวังและต้องการให้มีบริการที่ดียิ่งขึ้นไปค่อนข้างแน่นอนยิ่งนัก
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #1 เมื่อ: 16-10-2006, 08:36 »

ค่อยๆ ตอดเอาผลงานพรรคไทยรักไทยไปทีละอย่าง หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถึงจะบอกว่ามีมาแต่เก่าก่อน
แต่มันก็ไม่เคยใครทำให้ประสบผลสำเร็จ อย่านำไปเปรียบกับสังคมสงเคราะห์เพราะฐานผู้ใช้บริการมันคนละเรื่อง
สมัยนี้คงไม่มีใครอยากถูกเรียกว่า คนไข้อนาถา สำหรับความคิดบรรเจิดเรื่องบัตรประชาชนบัตรเดียวใช้ได้ทุกอย่าง
มีเงินจ่ายค่าระบบคอมพิวเตอร์เหรอ ประเทศไทยผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบฐานข้อมูลได้เองหรือเปล่า เสนอ
วิธีหาเงินมาด้วยสิ หรือว่าเอามาจากภาษีอีก พวกสมองถั่ว

มีเพียงพรรคไทยรักไทยเท่านั้นในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่สามารถผลักดันนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ให้ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จนหมอทั้งหลายทนเหนื่อยไม่ไหวต้องออกมาขับไล่
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #2 เมื่อ: 16-10-2006, 08:51 »

ค่อยๆ ตอดเอาผลงานพรรคไทยรักไทยไปทีละอย่าง หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถึงจะบอกว่ามีมาแต่เก่าก่อน
แต่มันก็ไม่เคยใครทำให้ประสบผลสำเร็จ อย่านำไปเปรียบกับสังคมสงเคราะห์เพราะฐานผู้ใช้บริการมันคนละเรื่อง
สมัยนี้คงไม่มีใครอยากถูกเรียกว่า คนไข้อนาถา สำหรับความคิดบรรเจิดเรื่องบัตรประชาชนบัตรเดียวใช้ได้ทุกอย่าง
มีเงินจ่ายค่าระบบคอมพิวเตอร์เหรอ ประเทศไทยผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบฐานข้อมูลได้เองหรือเปล่า เสนอ
วิธีหาเงินมาด้วยสิ หรือว่าเอามาจากภาษีอีก พวกสมองถั่ว

มีเพียงพรรคไทยรักไทยเท่านั้นในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่สามารถผลักดันนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ให้ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จนหมอทั้งหลายทนเหนื่อยไม่ไหวต้องออกมาขับไล่



คุณชอบแถพูดถูกต้องแล้วครับ นโยบายต่างๆนานาหากไม่มีการนำมาปฏิบัติ หรือ นำมาปฏิบัติแล้วไม่เป็นประโยชน์ต่อปชช. นโยบายดังกล่าวถือว่าล้มเหลว กรณี 30 บาทที่มีคนชอบแอบอ้างว่าเป็นเจ้าตำรับ ถามหน่อยว่าหากนโยบายดังกล่าวล้มเหลว....จะมีใครกล้าบอกว่าเป็นเจ้าตำรับไหม? ที่สำคัญพวกช่างเม้าท์ทั้งหลายไม่เคยทำนโยบายดังกล่าวให้สำเร็จเลย เช่น พรรคปชป.มีนโยบายเลือกตั้งผู้ว่าทั่วประเทศ หรือ จัดเก็บภาษีมรดก มานานนับสิบๆปี แต่ไม่เคยได้นำนโยบายดังกล่าวมาใช้สักครั้ง


คนบางคนที่เอานโยบายของผู้อื่นมาใช้หน้าตาเฉยแล้วยังไปเปลี่ยนชื่อ(แต่สาระหลักเหมือนเดิม)โดยไม่ให้เครดิตต่อผู้ที่นำมาใช้จนสำเร็จนั้นถือว่าเป็นคนที่ไร้spirit ไม่แมน และน่าละอายเป็นอย่างยิ่ง


สมแล้วที่ไม่ใช่เป็นผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งของปชช....เพราะหากไปให้ปชช.เลือก พวกนี้อย่างดีก็ได้แค่เป็นที่ปรึกษานั่งตบยุงหาวว๊อดๆไปวันๆ!! Idea
บันทึกการเข้า
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #3 เมื่อ: 16-10-2006, 11:08 »

ของมันต้องค่อยๆ พัฒนา จะมาบอกว่าเป็นคนผลักดันแล้วเอาความดีความชอบไปคนเดียวได้ไงครับ
ต้องให้เครดิตคนอื่นด้วย
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #4 เมื่อ: 16-10-2006, 11:22 »

ลุงแคนเล่นจี้จุดปลิดวิญญาณทีละจุดแบบนี้ เสียงโหยหวนก็ระงมซิครับ

เดี๋ยวบ่ายนี้รอเรื่อง CTX ดีกว่า ทีไอ้เรื่องแบบนี้ล่ะไม่เห็นออกมาโวยวายแย่งกันเป็นเจ้าตำรับเลย อิอิอิ

 
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #5 เมื่อ: 16-10-2006, 11:27 »

ต้องให้พวกลูกหาบทรท. ฟังท่านรมต.สาธารณสุขคนใหม่ที่ได้ชื่อว่า คุณหมอนักปฏิรูป ดังนี้

"เลิกพูดถึงโครงการ 30 บาทได้แล้ว ชื่อนี้ถือเป็นเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมือง"

หมอมงคล ณ สงขลา ในฐานะลูกหม้อของกระทรวงสาธารณสุข เล่าว่า โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า นี้ เป็นแผนงานที่คนกระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นผู้ทำวิจัยมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ เนื่องจากในสมัยนั้นประเทศมีหนี้ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) พอรัฐบาลทักษิณเข้ามาเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดีจึงหยิบเอาไปเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคโดยใช้ชื่อ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T012157a&issue=2157

---------------------------------------------------------------------------------------------------

เฮอะ ๆ ที่แท้ พวกทุยรักทุยไปเอาของคนอื่นมาใช้ "หาเสียง" กลับหน้าหนาแอนด์หน้าด้าน ไม่มอบเครดิตให้เจ้าของเลย 

แค่นจะมาโม้...กรรมสนองที่ตอนนี้กำลังถูกล้างภาพลวงให้สิ้น 


บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 16-10-2006, 11:29 »

นโยบายอย่างหนึ่งที่ผิดพลาดของไทยรักไทย ที่ผิดตั้งแต่เจ้านายยันลิ่วล้อระดับล่าง
คือการไม่ให้ความสำคัญกับคนทำงาน การไม่ให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานที่เป็นตัวขับเคลื่อนที่แท้จริง
พอผู้ปฏิบัติงานออกมาท้วงติง เรามักจะได้ยินเสียงก่นด่าเสมอๆ บ้างก็ว่าเสียประโยชน์
บ้างก็ว่าเป็นพวกที่ไม่อยากทำงาน และอีกมากมายตามแต่อคติของคนเหล่านั้นจะคิดออกมา
แม้บัดนี้ไทยรักไทยจะพังพินาศ กลายเป็นซากปรักหักพังทางการเมืองไปแล้ว
แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มยังไม่สำนึกว่าสิ่งใดบ้างที่ทำให้ไทยรักไทยต้องกลายเป็นผุยผงดังเช่นทุกวันนี้ 
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #7 เมื่อ: 16-10-2006, 11:31 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี

บันทึกการเข้า
MacBookPro
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765



« ตอบ #8 เมื่อ: 16-10-2006, 13:05 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี



แล้วไอ้ 30 บาทมันมีค่ามากพอซื้อเบนซ์ได้มะ

กรุณาศึกษาคำพูดของ รมว.สาธารณสุขก่อนแถ
บันทึกการเข้า

ไอ้เหลี่ยม - ทักษิณ ชินวัตร ชาตะ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 มรณะ 19 กันยายน พ.ศ. 2549
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #9 เมื่อ: 16-10-2006, 13:09 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี



แล้วไอ้ 30 บาทมันมีค่ามากพอซื้อเบนซ์ได้มะ

กรุณาศึกษาคำพูดของ รมว.สาธารณสุขก่อนแถ

อ่านแล้วถึงรู้ว่าแกไม่ค่อยมีหัวเรื่องการจัดการระบบ
บันทึกการเข้า
MacBookPro
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765



« ตอบ #10 เมื่อ: 16-10-2006, 13:13 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี



แล้วไอ้ 30 บาทมันมีค่ามากพอซื้อเบนซ์ได้มะ

กรุณาศึกษาคำพูดของ รมว.สาธารณสุขก่อนแถ

อ่านแล้วถึงรู้ว่าแกไม่ค่อยมีหัวเรื่องการจัดการระบบ

คงจะอ่านสื่อเทียมมา 55555
บันทึกการเข้า

ไอ้เหลี่ยม - ทักษิณ ชินวัตร ชาตะ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 มรณะ 19 กันยายน พ.ศ. 2549
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #11 เมื่อ: 16-10-2006, 13:17 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี



แล้วไอ้ 30 บาทมันมีค่ามากพอซื้อเบนซ์ได้มะ

กรุณาศึกษาคำพูดของ รมว.สาธารณสุขก่อนแถ

อ่านแล้วถึงรู้ว่าแกไม่ค่อยมีหัวเรื่องการจัดการระบบ

คงจะอ่านสื่อเทียมมา 55555
อ่านจากที่นี่นะแหละ สื่อเทียมหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
MacBookPro
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 765



« ตอบ #12 เมื่อ: 16-10-2006, 13:19 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี



แล้วไอ้ 30 บาทมันมีค่ามากพอซื้อเบนซ์ได้มะ

กรุณาศึกษาคำพูดของ รมว.สาธารณสุขก่อนแถ

อ่านแล้วถึงรู้ว่าแกไม่ค่อยมีหัวเรื่องการจัดการระบบ

คงจะอ่านสื่อเทียมมา 55555
อ่านจากที่นี่นะแหละ สื่อเทียมหรือเปล่า

ที่นี่ ไม่ใช่สื่อเฉพาะกิจ

ที่นี่คือเสรีไทยเวบบอร์ด
บันทึกการเข้า

ไอ้เหลี่ยม - ทักษิณ ชินวัตร ชาตะ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 มรณะ 19 กันยายน พ.ศ. 2549
morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #13 เมื่อ: 16-10-2006, 14:57 »

มาจากไหนไม่สำคัญ..ที่สำคัญคือมันไม่ได้ประสพความสำเร็จเลย..ต้องปรับปรุงต่อไป โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ยกเลิกหรือไม่ยกเลิกสามสิบบาทก็ต้องหางบเพิ่มอยู่แล้ว..ปัญหาคือจะไปเอาจากไหน...จำนวนแพทย์ต่อประชากรไม่เพียงพอ รอผลิตเพิ่ม...ช่วงนี้ก็ต้องอาศัยแพทย์อาสาแพทย์เคลื่อนที่กันเยอะหน่อย

ผลงานที่ดูดี แต่ทำออกมาห่วย ๆ ก็ยังเอามาคุยได้..ต่อไปการทำงานคงแค่อาศัยคำพูดที่ดูดี กับการโฆษณา เท่านั้นมั้ง..ไม่ต้องสนใจแก้ปัญหากันอย่างจริงจังหรอก
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 16-10-2006, 15:07 »

ตลอดเวลา  5-6 ปี ของไทยรักไทย ผมก็บอกแบบนี้มาตลอด จะว่าไป ผมน่ะลูกหม้อ กระทรวงสาธารณะสุขมาตั้งแต่ปี 2516

ทำไมผมจะไม่ทราบวิธีการศึกษา วิจัย รายงาย พัฒนาต่อยอดกันมาตลอด

แม้แต่เรื่อง "สมัชชาประชาชน" ที่ คมช. จะทำในไม่กี่วันนี้ ก็นำรูปแบบ "สมัชชาสุขภาพถ้วนหน้า" มาใช้

หลักการสามเหลี่ยมเขยื้อนภูกเขา เค้าทำกันมานานแล้ว องค์ความรู้และปราชญ์ชาวบ้านที่ร่วมผลักดัน พรบ.สุขภาพถ้วนหน้าทำกันมาตลอด

........................
เอ้าอ่านอีกที
.......................
ประการที่สอง มีคนเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่านโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นประดิษฐกรรมของพรรคไทยรักไทย

แต่แท้ที่จริงแล้วในกระบวนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ การหาทางพัฒนาเอานโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้ได้เกิดขึ้นมานานแล้วในกระทรวงสาธารณสุข และมีหลากหลายรูปแบบอีกด้วย

ตั้งแต่โครงการบัตรสุขภาพที่เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2526 โครงการสงเคราะห์ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เริ่มมาก่อนหน้านั้น ซึ่งการประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมทุกคนแต่มีแนวโน้มในการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกคนเป็นเป้าหมาย

จนกระทั่งมีพรรคการเมืองที่หยิบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าขึ้นมาชูเป็นนโยบายอย่างชัดเจนคือพรรคไทยรักไทย และผลักดันนโยบายให้การประกันสุขภาพครอบคลุมถึงทุกคนผ่านบัตรทอง ที่ช่วงแรกต้องให้นายกฯ หรือรัฐมนตรีไปแจกให้เป็นที่เอิกเกริกและสร้างภาพถึงความสำเร็จ จนคนในสังคมเห็นว่าเป็นผลงานของพรรคไทยรักไทยแต่เพียงผู้เดียว แทนที่จะมองว่าเป็นพัฒนาการทางนโยบายสาธารณสุขของสังคมไทยโดยรวม

แต่ถ้าหากกระทรวงสาธารณสุขไม่มีองค์ความรู้และวิธีการจัดการอยู่ก่อน โครงการนี้ย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้แต่แรกเป็นแน่ เพราะนักการเมืองผู้มีแต่นโยบายจะมาใช้ให้ข้าราชการปฏิบัติได้อย่างไรถ้าเขาไม่มีความรู้และความเข้าใจอยู่ก่อน

มีเอกสารวิชาการจำนวนมากที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้ เช่น การระดมนักวิชาการสาขาต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบและนำเสนอกลวิธีดำเนินการระบบประกันสุขภาพ จนองค์ความรู้ด้านนี้ชัดเจนขึ้นอย่างมากในปี พ.ศ.2532


(ดู ระบบประกันสุขภาพของไทย, ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล, 2532, และดูพัฒนาการของระบบประกันสุขภาพใน กว่าจะเป็นหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (2547) หรือหนังสือที่ชี้ให้เห็นว่าการนำเสนอและดำเนินนโยบายมีการศึกษาทางวิชาการรองรับคือ เรื่อง สร้างหลักประกันบนฐานความรู้ (2547) ทั้งสองเล่มจัดพิมพ์โดย สปสช. เป็นต้น)
บันทึกการเข้า

p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #15 เมื่อ: 16-10-2006, 15:19 »

ตลอดเวลา  5-6 ปี ของไทยรักไทย ผมก็บอกแบบนี้มาตลอด จะว่าไป ผมน่ะลูกหม้อ กระทรวงสาธารณะสุขมาตั้งแต่ปี 2516

เอ้า เจอของจริงแล้ว
ใครแคลงใจอะไรแถเข้ามาได้
ท่าน CanCan พร้อมที่จะให้ความอนุเคราะห์ครับ

 Wink
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 16-10-2006, 16:29 »

ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ไปเปิดหนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียง และ ประชาสังคม : แนวทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจสังคม"

วาระแห่งชาติ 7-8 วาระมาจากตรงนั้นหมดครับ ตรง ๆบ้าง เฉไฉไปบ้าง หนังสือเล่มนี้ อาจเรียกได้ว่า นั่นคือ "ต้นธาร" ของนโยบายไทยรักไทยก็ว่าได้

รวมบทความคุณหมอประเวศ วสี ซึ่งปาฐกถามาตั้งแต่ปี 2535 "องค์กรชุมชน ทางรอดของรัฐบาลสังคมไทย" ลงในมติชน ฉบับ 9 ธันวาคม 2535

พิมพ์จำหน่ายรวมเล่มตั้งแต่ปี 2542 ของมูลนิธิหมอชาวบ้าน จนวันนี้พิมพ์มา 7 ครั้งแล้วครับ

งานพัฒนาประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมไทยทำกันมานาน ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยยังเป็นลมเป็นแล้ง ยังไม่ปฏิสนธิด้วยซ้ำ

ผมขี้เกียจพิมพ์ ลองไปอ่านกระทู้ "จดหมายถึงพี่หมอ" ( ลิ่วล้อทักษิณ เขียนกระทู้คล้าย ๆ ทำสำนวนให้หน้าเหลี่ยมเขียนล้อเลียนหมอประเวศ )

http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=3199.0

ลอง ๆ กดไปอ่านนะครับ จะพยายามเตรียม "องค์ความรู้" ไว้รอรับ...
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #17 เมื่อ: 16-10-2006, 16:41 »

มาเน้นย้ำอีกทีเรื่องการลอกนโยบายนั้นสำคัญน้อยกว่า ใครนำนโยบายมาใช้แล้วสำเร็จ เพราะขืนมัวเถียงกันเรื่องการประกันสุขภาพคนไทยแล้ว คงต้องไปอ้างอิงสมัย20-30ปีก่อนที่ยุโรปพยายามโน้มน้าวให้ประเทศไทยจัดการสวัสดิการกล่าวให้คนไทยทุกคน

สรุปชัดๆตรงนี้ว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ทรท.นำมาใช้4-5ปีที่ผ่านมาได้ผลหรือไม่ในแง่คนไทยทุกคนมีโอกาสในการรับการรักษาพยาบาลดีขึ้นกว่าอดีต!?!

กรุณาอย่าเลี่ยงตอบว่า น่าจะดีกว่านี้ แล้วยกสมมุติฐานต่างๆขึ้นมากล่าวอ้าง


เอาของจริงที่เกิดขึ้นแล้วมาแฉดีกว่ามั้ยครับ!?!
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 16-10-2006, 16:46 »

30 บาท มันสำเร็จตรงใหน คนเค้าด่าทั่วบ้านทั่วเมือง หมอลาออกเป็น พัน ๆ คน

สูญเสียบุคลากรไปเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้ใจหมอพวกนี้กลับคืนมา

รู้กันหรือเปล่า หมอออกไปเป็นพัน ๆ คน มันมาโหลดงานของหมอที่เหลืออยู่อีกกี่เท่า...ใช้สมองหน่อยสิ

ประเภทจะเอาหน้าแล้วทำลาย "ทรัพยากรบุคคล" แบบนี้หรือ เรียกว่า "สำเร็จ"


กี่โรงพยาบาล ลาออกจากโครงการ "ประกันสุขภาพถ้วนหน้า" ไปหาดูตัวเลขสิ แล้วจะรู้ ล่าสุดก็ "ศิริราช" โรงพยาบาล มธ.

ก่อนนั้นก็ลาออกพะเรอเกวียน เพราะทนขาดทุน เป็นหนี้หาเงินมาถมไม่ไหว บางโรงพยาบาลเป็นหนี้ 100 ล้านบาทต่อปี ( เช่นศิริราช" เป็นต้น )

ถ้าพูดถึงงบประมาณ ปีแรก เค้าตั้งมูลค่าต่อหัว 1,400 บาทต่อคน ดันจัดเงินลงไปให้ 1,100 -1,200 บาท

ปีหลัง ๆ ตอนนี้ขึ้นไป 1,700 บาท จัดให้ ไม่ถึง 1,500 บาท ต่อหัว

ถามจริง ๆ นี่ทำดีที่สุดแล้วหรือ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-10-2006, 16:56 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #19 เมื่อ: 16-10-2006, 17:01 »

30 บาท มันสำเร็จตรงใหน คนเค้าด่าทั่วบ้านทั่วเมือง หมอลาออกเป็น พัน ๆ คน

สูญเสียบุคลากรไปเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้ใจหมอพวกนี้กลับคืนมา

รู้กันหรือเปล่า หมอออกไปเป็นพัน ๆ คน มันมาโหลดงานของหมอที่เหลืออยู่อีกกี่เท่า...ใช้สมองหน่อยสิ

ประเภทจะเอาหน้าแล้วทำลาย "ทรัพยากรบุคคล" แบบนี้หรือ เรียกว่า "สำเร็จ"


กี่โรงพยาบาล ลาออกจากโครงการ "ประกันสุขภาพถ้วนหน้า" ไปหาดูตัวเลขสิ แล้วจะรู้ ล่าสุดก็ "ศิริราช" โรงพยาบาล มธ.

ก่อนนั้นก็ลาออกพะเรอเกวียน เพราะทนขาดทุน เป็นหนี้ โรงพยาบาลละเป็น 100 ล้านต่อปี

ถ้าพูดถึงงบประมาณ ปีแรก เค้าตั้งมูลค่าต่อหัว 1,400 บาทต่อคน ดันจัดเงินลงไปให้ 1,100 -1,200 บาท

ปีหลัง ๆ ตอนนี้ขึ้นไป 1,700 บาท จัดให้ ไม่ถึง 1,500 บาท ต่อหัว

ถามจริง ๆ นี่ทำดีที่สุดแล้วหรือ...



ปีๆหนึ่งมีรากหญ้าใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกโรคจำนวนนับล้านคน หากนโยบายดังกล่าวไม่work...ป่านนี้โดนล้มเลิกไปแล้วครับ เคยมี poll สอบถามรากหญ้าเกี่ยวกับผลงานของทรท. ปรากฎว่า 30 บาทมาเป็นอันดับหนึ่งที่คนจนชอบ แบบนี้ล้มเหลวหรือสำเร็จเอ่ย?

ที่หมอลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็รู้ๆกันอยู่ว่าเห็นแก่เงิน เพราะอยู่ร.พ.รัฐแล้วทำกำไร make money จากการขายยาแพงๆไม่ได้เหมือนสมัยก่อน การที่หมอลาออกไป...ไม่ใช่เป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการ 30 บาท เพราะหัวใจสำคัญสุดก็คือ รากหญ้าได้ประโยชน์...ไม่ใช่หมอ

ตรงนี้ชัดเจนไหมครับลุงแคน!?!
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 16-10-2006, 17:42 »

ความโง่ มาก่อนความฉลาด รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ต้องจ่ายด้วยซ้ำ

30 บาทเก็บได้ ปีละ 1,500 ล้านบาท เทียบกับเงินที่รัฐจ่าย 7-80,000 ล้าน แทบไม่มีความหมายเลย...เข้าใจหรือยัง

ไม่มี 30 บาท กระทรวงเค้าก็ทำของเค้าอยู่แล้ว หมอหน่อยมันเรียนบัญชี มันก็รู้แต่เรื่องตัวเลข ค้า ๆ ขาย ๆ ประมูล

หมอเลี๊ยบที่ดูเข้าท่าหน่อย ก็พลอยถูกถีบไปทำเรื่องลดภาษี แทนค่าสัมปทานให้ชินคอร์ป ที่กระทรง ไอซีที


รัฐมนตรี 2 คน มันทำ 30 บาทได้จริงหรือเปล่า...หรือไปคอยเก็บเอาผลงานหมอ พยาบาลมาคุย

'องคมนตรี-นักวิชาการ' หนุนเลิกใช้ชื่อ 30 บาท

13 ตุลาคม 2549 18:00 น.
"องคมนตรี" หนุนเลิกใช้ชื่อ 30 บาท ระบุเป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง แนะตั้งกรรมการ ศึกษาผลกระทบ 30 บาทที่ผ่านมา ด้าน นักวิชาการ ขานรับนโยบายรักษาฟรี ไม่ต้องเสียเงิน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวในระหว่างปาฐกถาพิเศษ“สุขภาพแบบพอเพียงตาม รอยเบื้องพระยุคลบาท” ในการประชุมสัมมนาเพื่อพัฒนาวิชาการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรง พยาบาลชุมชน ถึงโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าเห็นด้วยกับการยกเลิกการใช้ชื่อ 30 บาท คนไทยห่างไกลโรค ซึ่งเป็นชื่อกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้หาเสียงของรัฐบาล ชุดที่ผ่านมา   

ส่วนการเก็บ 30 บาทนั้น คงขึ้นอยู่กับการหาจุดสมดุลว่าจะให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนอย่างไร ซึ่งประชาชนมีหลายระดับทั้งที่ร่ำรวยมาก ปานกลาง ยากจนโดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งจะต้องกำหนดลงไปให้ชัดเจนให้ประชาชนที่ยากจนจริงๆได้รับการประกันสุขภาพถ้วยหน้าโดยไม่เสียเงิน

ส่วนผู้ที่มีรายได้ สูง ปานกลางก็ควรให้มีการเก็บ 30 บาทเหมือนเดิม 

“อยากเสนอให้มีการหาบุคคล หรือหน่วยงานที่มีความเป็นกลางศึกษานโยบายสาธารณะว่า ใน 5 ปี ที่ผ่านมามีผลกระทบกับโรงพยาบาลแพทย์ โรงพยาบาลชุมชน บุคลากรทางการ แพทย์ ประชาชน ที่เข้ามารับบริการดีขึ้น หรือแย่ลง "

นพ.เกษม  กล่าวอีกว่า รัฐบาลที่ผ่านมาประหลาดที่สุดไม่มีแม้ แต่การทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ใช้เงินกันอย่างไม่มีการวาง แผนใช้เงิน ตอนนี้จึงต้องเร่งวางแผนโดยนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้

สำหรับโครงการ 30 บาท ก็ไม่ตรงกับความต้องการของรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ซึ่งการดำเนินโยบายสาธารณข้อนี้ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลกับ โรงพยาบาล แพทย์ โรงพยาบาลชุมชน เพราะที่ 4-5 ปี ที่ผ่านมาการบริหารงานขาดธรรมภิบาล ไม่มีการ ศึกษาผลกระทบของนโยบายแต่ละนโยบายว่าส่งผลกระทบเช่นไรบ้าง ผลกระทบที่ชัดเจน กับการขาดทุนของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัดและโรงเรียนแพทย์

นพ.เกษม  กล่าวอีกว่า ตนรู้สึก เป็นห่วงโรงเรียนแพทย์มาก เนื่องจากมีการเปิดโรงเรียนแพทย์หลายๆ แห่ง เพื่อผลิตแพทย์ ให้ได้มากๆ แต่กลับไม่มีคุณภาพเพราะตอนนี้คนเก่งๆ อยู่โรงพยาบาลเอกชนหมด

เมื่อก่อน ใครเรียนได้เหรียญทอง อยากเข้าไปเป็นอาจารย์แพทย์ทั้งนั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว แล้วการ ผลิตแพทย์จะเป็นอย่างไร

ด้าน นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันการยกเลิกจัด เก็บ 30 บาท แต่ยังคงดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนจะทำอย่างไรต่อ

จากนี้นั้น อยู่ระหว่างการหารือที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรเบื้องต้นที่คิดไว้มี 2 แนวทาง คือ การกำหนดให้มีการร่วมจ่าย และ การตั้งตู้รับบริจาคช่วยเหลือตามโรงพยาบาล ซึ่งการ บริจาคไม่ได้หมายถึงกำลังทรัพย์เท่านั้นแต่รวมถึงแรงกำลังที่มาร่วมดูแลผู้ป่วย

ทั้งนี้ โครงการ 30 บาท ที่ผ่านมามีการลักลั่น โดยมีผู้ที่จ่าย 30 บาท และที่ไม่ต้องจ่าย ซึ่งยกมา จากผู้มีสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล (สปร.) ก่อให้เกิดความไม่ เป็นธรรม ที่ไม่เป็นไปตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ   

ด้าน ดร.อัมมาร สยามวาลา กล่าวว่า แม้ไม่มีการเก็บ 30 บาท ก็ไม่กระทบต่อโครงการนี้ เนื่องจากงบประมาณรายหัวที่ได้รับมีประมาณ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่เงินที่เก็บมีเพียง 1.8 พันล้านบาทต่อปีเท่านั้น ถือว่าเป็นเงินที่เล็กน้อยมาก

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าโครงการ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพหลายประการ

ส่วนที่เกรงว่าชาวบ้านจะมาใช้บริการจำนวนมากโดยไม่จำเป็น หากไม่มีการเก็บเงิน ตนเห็น ว่าในประเด็นนี้ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะถ้าไปถามชาวบ้าน ค่าเดินทางมารับการรักษา แพงกว่า 30 บาทที่ต้องจ่ายไป และโรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหากไม่มีโรคใครเขา อยากจะมา

ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง นักวิชาการทีอีอาร์ไอศึกษาโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กล่าวว่า การยกเลิกการจัดเก็บ 30 บาทนั้น ผลกระทบมีน้อยมาก

เพราะปัจจุบันผู้ที่ถือบัตร ทอง 47 ล้านคน มีจำนวนครึ่งหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มบัตรทอง ท. ที่ไม่ต้องจ่าย 30 บาทเลย ทำให้ แต่ละปีสามารถจัดเก็บเงินส่วนนี้ได้เพียงปีละ 1,500 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านบาทเต็มที่ และเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ได้

หากได้เพิ่มงบประมารค่ารักษารายหัวที่ 2,085 บาท จะ ทำให้มีจำนวนงบประมาณในโครงการถึงกว่าแสนล้านบาท จึงถือว่าเป็นก้อนเงินเล็กน้อยเท่า นั้น

ดร.วิโรจน์ กล่าวว่า การเก็บ 30 บาทในเบื้องต้นมีจุดประสงค์ เพื่อกันคนมาใช้บริการรักษา โดยไม่มีความจำเป็น ซึ่งต้องมาดูว่าเงิน 30 บาทนั้นสามารถป้องกันได้หรือไม่

หากเป็นกลุ่ม คนชนชั้นกลางการจ่ายเพียงแค่ 30 บาทถือเป็นเงินเล็กน้อยเท่านั้น แต่ 30 บาทนี้กลับเป็น อุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงบริการ

เพราะนอกจากที่ต้องจ่ายค่าเดินทาง 200-300 บาท แล้ว ยังต้องจ่าย 30 บาทเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ส่งผลดีเพราะเบื้องต้นโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าเป็นการดำเนินการเพื่อช่วยคนจนให้เข้าถึงบริการ และ หากมองในความเป็นจริงแล้ว คงไม่มีใครอยากเสียเวลาครึ่งวันเพื่อไปหาหมอโดยไม่จำเป็น

ส่วนที่ นพ.มงคล เสนอแนวทางการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยเก็บเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะ นั้น ดร.วิโรจน์ กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ นพ.มงคล เสนอให้เลิกเก็บ 30 บาท เพื่อลดความยุ่ง ยากในการจัดทำบัญชี

แต่การทำระบบร่วมจ่ายจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดทำบัญชีเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องประเมินรายได้ ระดับของการร่วมจ่าย

ดังนั้นทางออกที่ดีน่าจะนำเงิน จากการจัดเก็บภาษีมาใช้ในส่วนนี้มากกว่า นอกจากจะเป็นการนำเงินของประชาชนมาช่วย ประชาชนแล้วยังเป็นการเฉลี่ย เพราะปกติคนรวยจะเสียภาษีมากกว่าคนจนอยู่แล้ว ทำให้ไม่ เกิดความยุ่งยากในภายหลัง

“การร่วมจ่ายต้องคงต้องศึกษาให้ดี ซึ่งในต่างประเทศมีการดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ส่วน เราจะได้รับผลกระทบจากการร่วมจ่ายอย่างไร ขึ้นอยู่กับการกำหนดรูปแบบ "

อย่างไรก็ตาม เกรงว่า สิทธิการรักษาขณะนี้คนจนรักษาฟรีอยู่แล้ว แต่หากเป็นการร่วมจ่าย คนไม่จนจริงอาจได้รับสิทธิ์ไม่ต้องจ่าย แต่คนจนอาจต้องเป็นผู้ต้องเป็นผู้จ่ายร่วมแทน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคย มีปัญหาบัตรรักษาฟรีที่คนจนไม่ได้บัตร แต่คนไม่จนกลับมีสิทธิ์แทน

http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/13/w001_145304.php?news_id=145304
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 16-10-2006, 17:47 »

ก็บอกให้กดลิ้งไปหาความรู้เพิ่ม จากระทู้ "จดหมายถึงพี่หมอ" ก็ดันไม่ไปอ่าน แล้วเมื่อไหร่จะหายโง่กันซะที
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #22 เมื่อ: 16-10-2006, 18:10 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี




ผมยืนยันว่าคำว่า"30 บาทรักษาทุกโรค" เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน
แต่เนื้องานนั้น ขโมย แปลงจากรัฐบาลอื่น ๆ โดยให้นักการตลาด
นักโฆษณาชวนเชือ แปลงเป็นผลงานของไทยรักไทย.....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #23 เมื่อ: 16-10-2006, 18:24 »

แก้ไขให้ตรงกับความเป็นจริง

"ฉลากสินค้า" ที่ชื่อ "30 บาทรักษาทุกโรค" เป็นลิขสิทธิของแก๊งไทยรักไทย จริง ๆ ครับ
แต่ "ตัวผลิตภัณฑ์" เป็นของข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข  "ตั้งแต่ขั้นตอนวิจัย - พัฒนา มาจนถึงขั้นบรรจุหีบห่อ"

เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีตัวตนและใช้งานได้ผลมานานพอสมควรแล้ว
เพียงแต่ "บรรจุหีบห่อแตกต่างกันไป" ตามสถานการณ์ ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศและของผู้ใช้

ที่สำคัญยิ่ง...ก็คือ
"เป็นผลิตภัณฑ์ที่แจกฟรีให้แก่ประชาชน"




แล้วจู่ ๆ วันหนึ่งแก๊งไทยรักไทย  ก็เข้ามา "ปล้นชิง" เอาผลงานตัวนี้
ไป "แปะฉลาก" ในชื่อว่า "30 บาทรักษาทุกโรค"
ที่มี "ชื่อแก๊งไทยรักไทย" เด่นหราอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้าฉลากนั่นล่ะ
ปล้นผลงานไม่พอ  ยังปล้นเอาทรัพย์ - เงินงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข  ไปละเลงเละเทะให้กับการ "ทำโฆษณา"
แถมซ้ำด้วยการ "ตั้งราคาสินค้า ( กลายเป็น "สินค้า" แล้วนะครับ...ไม่ใช่ "ผลิตภัณฑ์" )" เพื่อเอารายได้มาเจือจานพรรคพวกบริวาร "ที่ไม่ใช่คนของกระทรวงสาธารณสุข"



เลวกว่าโจร - โกงแบบชินวัตร - อสัตย์เยี่ยงไทยรักไทย !!

แท้ ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-10-2006, 18:27 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #24 เมื่อ: 16-10-2006, 19:22 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี




ผมยืนยันว่าคำว่า"30 บาทรักษาทุกโรค" เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน
แต่เนื้องานนั้น ขโมย แปลงจากรัฐบาลอื่น ๆ โดยให้นักการตลาด
นักโฆษณาชวนเชือ แปลงเป็นผลงานของไทยรักไทย.....



สั้นๆ แต่แทงใจดำเลยครับลุงปุฯ 
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #25 เมื่อ: 16-10-2006, 20:02 »

30 บาทรักษาทุกโรค เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน

ไม่มีสามสิบบาทไม่รู้จะทำสำเร็จหรือเปล่า หมอมงคลเริ่มต้นก็บ้องตื้นแล้ว
ยกเลิก 30 บาทแต่เพิ่มค่ารายหัว แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเพิ่มนอกจากภาษี
ผมยืนยันว่าคำว่า"30 บาทรักษาทุกโรค" เป็นของไทยรักไทย อย่างแน่นอน
แต่เนื้องานนั้น ขโมย แปลงจากรัฐบาลอื่น ๆ โดยให้นักการตลาด
นักโฆษณาชวนเชือ แปลงเป็นผลงานของไทยรักไทย.....
เนื้องานก็ของ ไทยรักไทย ด้วย เพราะไม่เคยมีมาก่อนที่จะเก็บสามสิบบาท
ไทยรักไทยทำเป็นพรรคแรก แล้วก็ทำสำเร็จ ส่วนที่ฟรีเป็นของคนอื่นไม่เคย
ทำได้สำเร็จเป็นรูปธรรม นอกจากเป็นการช่วย คนไข้อนาถา
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 16-10-2006, 20:08 »

เค้าอธิบายจนละเอียด ยังแถอยู่อีก

รัฐบาลใหม่ ฉีกฉลาก "30 บาท ของไทยรักไทย" ทิ้ง

เหมือนทิ้งลูกหมา ในโฆษณาไง...

ขายเนื้องานบริการสาธารณะสุขจริง ๆ ที่หมอ พยาบาล และกระทรวงสาธารณะสุขทำมาตั้งแต่ต้น และต้องทำต่อไป

เข้าใจ๋...

ไปทำเรื่องประมูลโน่นไป๊...ไทยรักไทย...
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #27 เมื่อ: 16-10-2006, 20:37 »

เค้าอธิบายจนละเอียด ยังแถอยู่อีก

รัฐบาลใหม่ ฉีกฉลาก "30 บาท ของไทยรักไทย" ทิ้ง

เหมือนทิ้งลูกหมา ในโฆษณาไง...

ขายเนื้องานบริการสาธารณะสุขจริง ๆ ที่หมอ พยาบาล และกระทรวงสาธารณะสุขทำมาตั้งแต่ต้น และต้องทำต่อไป

เข้าใจ๋...

ไปทำเรื่องประมูลโน่นไป๊...ไทยรักไทย...

หนังเพิ่งจะเริ่มฉาย ไม่มีสามสิบบาท จะสำเร็จหรือเน่าก็ไม่รู้
อย่าพึ่งมาทำคุย ไอ้ที่เคยทำสำเร็จมาแล้วเห็นๆ คือ

สามสิบบาทรักษาทุกโรค

จำไว้ให้ดีนะครับ ไม่ได้โม้ ไม่จ่ายเงินหนะของเทียม ไม่สำเร็จ
หรอก
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 16-10-2006, 20:49 »

ถ้าจะบ้า หมอหน่อย หมอเลี๊ยบ หมอมิ๊งค์ ลงไปรักษาโรคกับเค้าหรือเปล่า

ก็แค่ ตัดเงิน ปีละ 1500 - 2,000 ล้าน ของชาวบ้านออก ไม่ต้องควัก

ที่เหลือก็บริการเช่นเดิม ตามที่กระทรวงเค้าศึกษา วิจัย พัฒนาของเค้าเอง

เจ้าหน้าที่ก็เดิม ๆ มีแต่จะพัฒนาให้ดี ๆ ขึ้นไป สงสัยอ่านหนังสือไม่แตก
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #29 เมื่อ: 16-10-2006, 20:52 »

ถ้าจะบ้า หมอหน่อย หมอเลี๊ยบ หมอมิ๊งค์ ลงไปรักษาโรคกับเค้าหรือเปล่า

ก็แค่ ตัดเงิน ปีละ 1500 - 2,000 ล้าน ของชาวบ้านออก ไม่ต้องควัก

ที่เหลือก็บริการเช่นเดิม ตามที่กระทรวงเค้าศึกษา วิจัย พัฒนาของเค้าเอง

เจ้าหน้าที่ก็เดิม ๆ มีแต่จะพัฒนาให้ดี ๆ ขึ้นไป สงสัยอ่านหนังสือไม่แตก

เงินที่ต้องเพิ่มเข้าไป ไม่พูด เอามาจากไหนจ๊ะ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 16-10-2006, 21:44 »

ในงบประมาณสิพ่อคนฉลาด...ไม่พอก็ไปเอาเงินหวยนั่น

แค่ไม่โกง 10 % งบประมาณ 1,400,000 ล้านบาท

 มันเหลือให้รักษาฟรีถึงลาวถึงเขมร ถึงพม่า โน่น


เค้าอุตส่าห์ เขียนให้อ่านว่า เงินที่เก็บจาก 30 บาท ได้แค่ ปีละ 1,500-1,800 ล้าน...ขาดแค่นั้นไม่มีปัญญาเหรอ

ทั้ง ๆ ที่รัฐต้องควักควัก 7-80,000 ล้านบาทให้กระทรวงสาธารณะสุข

ตกเลขหรือเปล่าเนี่ย...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-10-2006, 21:47 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

willing
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186



« ตอบ #31 เมื่อ: 16-10-2006, 21:45 »

ปีๆหนึ่งมีรากหญ้าใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกโรคจำนวนนับล้านคน หากนโยบายดังกล่าวไม่work...ป่านนี้โดนล้มเลิกไปแล้วครับ
เคยมี poll สอบถามรากหญ้าเกี่ยวกับผลงานของทรท. ปรากฎว่า 30 บาทมาเป็นอันดับหนึ่งที่คนจนชอบ
แบบนี้ล้มเหลวหรือสำเร็จเอ่ย?

ที่หมอลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็รู้ๆกันอยู่ว่าเห็นแก่เงิน เพราะอยู่ร.พ.รัฐแล้วทำกำไร make money จากการขายยาแพงๆไม่ได้เหมือนสมัยก่อน
การที่หมอลาออกไป...ไม่ใช่เป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการ 30 บาท
เพราะหัวใจสำคัญสุดก็คือ รากหญ้าได้ประโยชน์...ไม่ใช่หมอ


คุณ A-Rai-Ja ครับ

คุณวัดความสำเร็จของโครงการ ด้วยเกณฑ์ที่ว่า รากหญ้าชอบใจ เท่านั้น?
มิน่าละ คุณถึงเห็นด้วยกับโครงการไทยรักไทยทั้งหมด

เคยเห็นต้นไม้รากเน่า ไม๊ครับ ถ้ารากหายไป ใบไม้ข้างบนก้อตายไปด้วยครับ
ไม่มีหมอ แล้วใครจะรักษาคนไข้ละครับ

โดยประสบการณ์ส่วนตัว มีญาติเป็นหมอ 2 ท่าน
เมื่อ 3-4 เดือนก่อนได้มีโอกาสคุย
ท่านหนึ่ง เป็นหมอผู้ใหญ่ของโรงพยาบาลรัฐบาล ต่างจังหวัด แห่งหนึ่ง
ทำมา 20 กว่าปี พึ่งลาออกไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้
เหตุผลหลักคือ "เหนื่อยมาก และรู้สึกผิดหวังกับระบบตอนนี้ จนไม่ไหวแล้ว ต้องลาออก"

อีกท่านหนึ่งเป็นระดับหัวหน้าแผนกของโรงพยาบาลเดียวกัน
ท่านได้พูดไว้ว่า "ตอนนี้ หมอลาออกกันเยอะ เพราะว่าเหนื่อยกับโครงการ 30 บาทนี่แหละ"
"ผมก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน งานมากเหลือเกิน แต่มีคนทำน้อยกว่าเดิม"

หมอก้อเป็นคนนะครับ ไม่ใช่เทวดามาเกิด
จะได้ทำงานหนักๆ อุทิตตนเพื่อสังคมได้ตลอดเวลา
เค้าก้อมีครอบครัวนะครับ ให้เค้ามีเวลาส่วนตัวบ้าง

ผมมั่นใจว่า คุณ A-Rai-Ja ไม่ได้เป็นหมอครับ
เคยไปดูไม๊ว่าหมอเค้าทำอะไรกัน
ทำงานวันละกี่ชั่วโมง รับผิดชอบขนาดไหน
ลองไปเป็นหมอโรงพยาบาลรัฐดูจริงๆ ซัก 1-2 เดือนไม้ครับ
แล้วคุณถึงจะมีสิทธิ์มาพูดว่า "ที่หมอลาออกไป ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเห็นแก่เงิน"
บันทึกการเข้า

Even If I am a minority of one, truth is still the truth. - Mohandas Gandhi
HILTON (ปาล์มาลี)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,310



« ตอบ #32 เมื่อ: 16-10-2006, 22:27 »

สามสิบบาท รักษาทุกโรค  แต่มันไม่สามารถรักษาโรคโง่  ของลิ้วล้อได้เลย
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 17-10-2006, 00:17 »

สามสิบบาท รักษาทุกโรค  แต่มันไม่สามารถรักษาโรคโง่  ของลิ้วล้อได้เลย

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #34 เมื่อ: 17-10-2006, 06:45 »

ในงบประมาณสิพ่อคนฉลาด...ไม่พอก็ไปเอาเงินหวยนั่น

แค่ไม่โกง 10 % งบประมาณ 1,400,000 ล้านบาท

 มันเหลือให้รักษาฟรีถึงลาวถึงเขมร ถึงพม่า โน่น

เค้าอุตส่าห์ เขียนให้อ่านว่า เงินที่เก็บจาก 30 บาท ได้แค่ ปีละ 1,500-1,800 ล้าน...ขาดแค่นั้นไม่มีปัญญาเหรอ

ทั้ง ๆ ที่รัฐต้องควักควัก 7-80,000 ล้านบาทให้กระทรวงสาธารณะสุข

ลอกมาให้ดูจากกระทู้ข้างๆ

อย่างไรก็ตาม นพ. ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ และ นพ. สัมพันธ์  คมฤทธิ์ ผู้ประสานงาน
เครือข่ายแพทย์ภาครัฐ ได้ยื่นหนังสือเสนอแนวทางแก้ไขหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
(โครงการ 30 บาท) ต่อ รมว. สาธารณสุข ในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่เห็นปัญหามาโดย
ตลอด เนื่องจากการหารือร่วมกันระหว่างแพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในโรง
พยาบาลรัฐทั่วประเทศ ส่วนใหญ่วิตกกังวลในแนวคิดของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
สาธารณสุข ในประเด็นที่จะยกเลิกการเก็บเงิน 30 บาท เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่หัวใจ
สำคัญของปัญหา

ปัญหาของโครงการ 30 บาท อยู่ที่ปริมาณผู้เข้ารับการรักษาบริการและความคาดหวัง
ของประชาชนที่มีมากจนไม่สมดุลกับงบประมาณสนับสนุน การขาดแคลนทรัพยากร
ด้านบุคลากรทุกระดับ จึงไม่อาจสนองต่อความต้องการของประชาชนได้


กุญแจของความสำเร็จ ของโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ก็คือ 30 บาทที่บอกว่าเป็น % อันน้อยนิด
ของงบประมาณประเทศ แล้วนอกเรื่องไปพูดถึงลดคอรัปชั่นก็ได้เงินเพิ่มแล้ว (มันคนละเรื่องลุงเอ๊ย) ถ้าลด
คอรัปชั่นเงินมันก็เข้าหน่วยงานนั้นสิครับ ไม่รู้เรื่องงบประมาณหรือไงของใครของมัน หรือแกล้งเอามาปนกัน
ให้คนอ่านมึนไปด้วย ไอ้ 30 บาทนี่ ถูกคิดคำนวณจากสมองอันปราดเปรื่องของทีมงานพรรคไทยรักไทย
แล้วว่าจะเป็นขอบเขตสุดท้ายที่จะทำได้ในงบประมาณเท่านี้ ถ้าไม่งั้นต้องมาเพิ่มภาษีเพื่อเอามาเพิ่มงบ
ประมาณซึ่งไม่เป็นธรรม ส่วนความลำบากของหมอเพราะเงินมันตึง ถ้าไทยรักไทยบริหารต่ออีกซักนิดก็
จะให้พวกอาชีพอิสระเข้าระบบประกันสังคมแทน โครงการ 30 บาท ก็จะไปได้อย่างสวยงาม ไม่โดนทึ้ง
แล้วนำไปปู้ยี่ปู้ยำอย่างนี้หรอก ยังไม่ไปไหนก็โม้เป็นคุ้งเป็นแคว ไปแก้ปัญหาโฆษณาเหล้าที่จะเอาหน้า
ให้ได้ก่อนเถอะ เห็นทางเบียร์สิงห์อัดซะหน้าหงาย สำรวจตัวเลขเหล้าขาวตามที่เค้าว่ามั่งหรือเปล่าหล่ะ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 17-10-2006, 08:25 »

ยังโง่ไม่หายอีก ก็บอกแล้ว ปกติมันก็รักษาฟรีอยู่แล้ว ( ตามรัฐธรรมนูญ ) แต่หน้าเหลี่ยมดันมาเก็บเพิ่ม 30 บาท

เข้าใจยัง...


งบต่อหัวปกติ 80,000 ล้าน เพิ่มลงไป 1,500 ล้าน ( แทน 30 บาทที่เก็บจากชาวบ้าน ) มันกี่เปอร์เซ็นต์

ตกเลขหรือเปล่า


โง่ เจ็บ จน นี่แหละลักษณะลิ่วล้อ "ตกเลขประจำ"

หลักการบริหารงานที่เพิ่ม มันต้องต้องเพิ่มคน เพิ่มเงิน

นี่ทำซะคนก็หาย เงินก็หาย แล้วงานมันเพิ่ม ไม่เกิดปัญหาให้สังคมด่าแล้วมันจะให้เกิดอะไร
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #36 เมื่อ: 17-10-2006, 08:32 »

รักษาฟรี มันทำได้แค่ คนไข้อนาถานะจ๊ะ ยอมเป็นคนอนาถาบ้างมั้ยล่ะ ถ้าจะ work ต้อง 30 บาทนะจ๊ะ พิสูจน์แล้ว

ดูซิลุงหมอแกปากไปก่อนอีกแล้ว ทำได้ไม่ได้เพิ่งมาตั้งกรรมการ ไปสมัครเป็นกรรมการกับเค้าบ้างสิครับ
เผื่อมันจะได้เจ๊งเร็วขึ้น

'หมอมงคล' สั่งตั้งกก.ศึกษาปรับระบบ 30 บาท

นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับจดหมายเปิดผนึกจาก นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ และ นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ผู้ประสานงงานเครือข่ายแพทย์ภาครัฐว่า ได้มอบให้นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางปรับระบบบริการโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากำชับให้ทำเรื่องนี้โดยเร็ว ซึ่งการที่เครือข่ายแพทย์ภาครัฐยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ขอเชิญผู้ประสานงานทั้ง 2 คนเข้าเป็นกรรมการชุดนี้ด้วย

สำหรับการตั้งกองทุนประกันสุขภาพตนเองให้ประชาชนร่วมจ่ายนั้น เรื่องนี้มองได้หลายแง่มุม หากมองว่า คนรวยจ่ายภาษีมากมีเงินมากกว่าควรมาร่วมจ่ายก็มองได้ แต่การร่วมจ่ายอาจมีรูปแบบที่ต่างกันออกไป เช่น การรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง กรณีการผ่าตัดหัวใจต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง หลักการของตนคือ ให้คำนึงถึงความเห็นของประชาชนและเครือข่ายภาคีต่างๆมีความเห็นอย่างใดตนจะทำตามนั้น  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการแยกเงินเดือนบุคลากรใน สธ.ออกจากงบรายหัวโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นพ.มงคล กล่าวว่า ต้องให้คณะกรรมการพิจารณา ส่วนตัวเห็นว่าหากแยกงบเงินเดือนต่างหากก็น่าจะดีซึ่งงบเหมาจ่ายรายหัว 2,089 บาทต่อคนต่อปีน่าจะเพียงพอ

 ที่มา เดลินิวส์
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #37 เมื่อ: 17-10-2006, 08:38 »

ก็บอกให้กดลิ้งไปหาความรู้เพิ่ม จากระทู้ "จดหมายถึงพี่หมอ" ก็ดันไม่ไปอ่าน แล้วเมื่อไหร่จะหายโง่กันซะที
สามสิบบาท รักษาทุกโรค  แต่มันไม่สามารถรักษาโรคโง่  ของลิ้วล้อได้เลย

 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #38 เมื่อ: 17-10-2006, 08:43 »

ยังโง่ไม่หายอีก ก็บอกแล้ว ปกติมันก็รักษาฟรีอยู่แล้ว ( ตามรัฐธรรมนูญ ) แต่หน้าเหลี่ยมดันมาเก็บเพิ่ม 30 บาท

เข้าใจยัง...


งบต่อหัวปกติ 80,000 ล้าน เพิ่มลงไป 1,500 ล้าน ( แทน 30 บาทที่เก็บจากชาวบ้าน ) มันกี่เปอร์เซ็นต์

ตกเลขหรือเปล่า


โง่ เจ็บ จน นี่แหละลักษณะลิ่วล้อ "ตกเลขประจำ"

หลักการบริหารงานที่เพิ่ม มันต้องต้องเพิ่มคน เพิ่มเงิน

นี่ทำซะคนก็หาย เงินก็หาย แล้วงานมันเพิ่ม ไม่เกิดปัญหาให้สังคมด่าแล้วมันจะให้เกิดอะไร


มาต่อกัน...ลูกติดพันแบบนี้ท่าจะมันส์อ่ะ  ฮ่าๆ

ปรกติสิ่งต่างๆที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ทุกข้อที่ถูกนำมาใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง ง่ายๆตัวอย่างหนึ่งเช่นบอกว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ถามว่าคนไทยเรามีสิทธิเท่าเทียมกันจริงหรือ? นโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ในวันแรกที่เปิดสภาต่างหากที่ต้องนำมาปฎิบัติเพราะถือเป็นสัญญาประชาคม สิ่งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญล้วนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดกว้างๆ เพราะหากบอกว่ารัฐธรรมนูญปี2540 บอกว่ารัฐบาลต้องจัดสรรการรักษาพยาบาลฟรีแก่คนไทยทุกคน ถามว่า รัฐบาลคุณชวน คุณบรรหารทำอะไรอยู่ในช่วงปี 2540 - 2543? โครงการรักษาฟรีสำหรับคนไทยทุกคนเกิดในช่วงนั้นหรือไม่?

ประเด็นก็คือ มีบางคนนำหลักการที่ระบุในรัฐธรรมนูญมาดิสเครดิตผลงานของอดีตรัฐบาลทักษิณ เช่น กรณี 30 บาท ที่เมื่อนโยบายนำมาใช้อย่างถ้วนหน้าและประสพผลสำเร็จ ก็กล่าวอ้างว่ามันระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว

ที่บอกว่าก่อนปี2544มีการรักษาฟรีอยู่แล้วนั้น คุณชอบแถพูดถูกว่าคนที่ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาในช่วงเวลาดังกล่าวก็คือพวกคนไข้อนาถาที่หมอและพยาบาลรังเกียจ แล้วแบบนั้นจะเอาเรื่องคนไข้อนาถามาเกี่ยวข้องกับ 30 บาทได้อย่างไรกันเล่า?

ที่ว่าคนหายน๊ะ...มันก็แค่พวกหมอเห็นแก่เงินที่ฟันเงินจากคนไข้ไม่ได้เต็มๆเหมือนก่อน เมื่อทนกับระบบอุปถัมภ์คนจนไม่ได้...ก็ต้องลาออกไป make money ร.พ. เอกชนเป็นธรรมดา

ตกลงเราจะเห็นใจหมอหน้าเงินหรือว่าคนไข้ที่ไม่มีตังค์จ่ายค่ารักษาพยาบาลกันแน่!?!


เดี๋ยวจะมาว่าต่อทีละประเด็นครับ!!
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #39 เมื่อ: 17-10-2006, 08:47 »

รักษาฟรี มันทำได้แค่ คนไข้อนาถานะจ๊ะ ยอมเป็นคนอนาถาบ้างมั้ยล่ะ ถ้าจะ work ต้อง 30 บาทนะจ๊ะ พิสูจน์แล้ว

ดูซิลุงหมอแกปากไปก่อนอีกแล้ว ทำได้ไม่ได้เพิ่งมาตั้งกรรมการ ไปสมัครเป็นกรรมการกับเค้าบ้างสิครับ
เผื่อมันจะได้เจ๊งเร็วขึ้น

'หมอมงคล' สั่งตั้งกก.ศึกษาปรับระบบ 30 บาท

นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับจดหมายเปิดผนึกจาก นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ และ นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ผู้ประสานงงานเครือข่ายแพทย์ภาครัฐว่า ได้มอบให้นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางปรับระบบบริการโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากำชับให้ทำเรื่องนี้โดยเร็ว ซึ่งการที่เครือข่ายแพทย์ภาครัฐยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ขอเชิญผู้ประสานงานทั้ง 2 คนเข้าเป็นกรรมการชุดนี้ด้วย

สำหรับการตั้งกองทุนประกันสุขภาพตนเองให้ประชาชนร่วมจ่ายนั้น เรื่องนี้มองได้หลายแง่มุม หากมองว่า คนรวยจ่ายภาษีมากมีเงินมากกว่าควรมาร่วมจ่ายก็มองได้ แต่การร่วมจ่ายอาจมีรูปแบบที่ต่างกันออกไป เช่น การรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง กรณีการผ่าตัดหัวใจต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง หลักการของตนคือ ให้คำนึงถึงความเห็นของประชาชนและเครือข่ายภาคีต่างๆมีความเห็นอย่างใดตนจะทำตามนั้น  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการแยกเงินเดือนบุคลากรใน สธ.ออกจากงบรายหัวโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นพ.มงคล กล่าวว่า ต้องให้คณะกรรมการพิจารณา ส่วนตัวเห็นว่าหากแยกงบเงินเดือนต่างหากก็น่าจะดีซึ่งงบเหมาจ่ายรายหัว 2,089 บาทต่อคนต่อปีน่าจะเพียงพอ

 ที่มา เดลินิวส์


นี่แถยัง "เข้าใจอย่างฝังแน่น" อยู่อีกหรือว่าเงิน 30 บาท  มันสามารถสร้างสรรความสำเร็จอันบรรเจิดให้โครงการนี้ ??
...แถไม่รู้บ้างหรือว่างบประมาณที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการ 30 บาท ฯ   แก๊งไทยรักไทยได้ใช้เงินไปเกือบ 1 หมื่นล้านบาท  ในช่วง 4-5 ปี ??
...แถไม่ตระหนักบ้างหรือว่าโครงการนี้มีแต่หมอ - พยาบาลลาออก  ในขณะที่ "ผู้บริหารโรงพยาบาลและนักการ - เเจ้าหน้าที่" ซึ่ง "ล้วนไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข" วิ่งเข้าหา ???

"แถ" แปลว่า "เสนอหน้า" เข้าสอด เสือก ซึ่งอย่างน้อยก็มีความกล้า
แต่ไม่ใช่ "พฤติกรรมอันซ้ำซาก" ของคุณเลย
คุณน่าจะเปลี่ยนชื่อซะใหม่  เป็น "ชอบแถก" ซะ  จะเหมาะกว่า
หรือจะเปลี่ยนเป็น "ชอบถู ( ลู่ถูกัง )" ก็ได้

เออนะ   ถ้าคุณเถียงด้วยแนวทางนี้
โครงการ 30 บาท ..อย่างไรซะก็ต้องจ่าย 30 บาท เพื่อ "รักษาภาพ" โครงการ 30 บาท <<<
อันนี้โอเคเลย

แต่เมื่อการมันขยายความมาถึงขนาดนี้แล้ว
ยังจะยันยื้อ อย่างไม่รู้สึกรู้สา ( ภาษาอังกฤษเรียกว่า ignorance ) ไปเพื่ออะไร ?

เป็นการสร้างความน่ารำคาญใจให้ผู้พบเห็น
แล้วสูญเสียความนิยมไปเปล่่า ๆ น่า
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #40 เมื่อ: 17-10-2006, 08:52 »

แถ แปลว่า drift นะครับ เคยเห็นมั้ยเวลาเค้า drift กันควันขึ้นหนะ ไม่งั้นไปหา dvd เรื่อง
the fast the furious มาดูก็ได้นะคร้าบ ชอบแถ ภาษาอังกฤษ คือ drift mania (ใช่มั้ย
ครับอาจารย์จ๊ะ) คุณจะว่า 30 บาทเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวมันก็ไม่น่าสนใจหรอก เค้าต้องพิสูจน์
ด้วยผลงานต่างหาก เหตุผลบ้องตื้นไม่เอาเพราะมันมีตั้งหลาย factor ที่ไม่ได้นำมาพูดนะ
คร้าบ แก่แล้วน่าจะเข้าใจ เค้าเรียกว่าหมกเม็ดเหตุผลไว้ไง ถ้ารักษาฟรีทำได้ค่อยมาโม้ดี
กว่านะ ตอนนี้ยังไงก็ 30 บาทรักษาทุกโรค เท่านั้นที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ห้ามเถียง
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #41 เมื่อ: 17-10-2006, 09:21 »

นี่ขนาดคุณชอบแถออมแรงแบบค่อยๆปล่อยหมัดน๊ะเนี่ย...ทุกหมัดที่ออกพี่จ๊ะกดให้คะแนนทุกครั้ง เรื่อง 30 บาทนี่เถียงยังไงก็จนแต้มว่านโยบายดังกล่าว work และ ทรท. ได้เครดิตเต็มๆ

ที่ว่า work ก็เพราะรากหญ้าชอบใจและเห็นด้วย
ที่ว่าได้เครดิตเต็มๆก็เพราะรากหญ้าบอกว่าชอบนโยบาย30บาทเป็นอันดับหนึ่ง


เพราะฉะนั้น...พวกที่เอา defect บางแง่บางมุมเกี่ยวกับหมอ เกี่ยวกับคุณภาพของยา เกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการ...น้ำหนักในเรื่องดังกล่าวมันไม่ได้ทำให้นโยบาย 30 บาทดูแย่ในสายตาของคนทั่วไป


อันนี้ไม่ได้สอนพวกที่ดื้อแต่ชอบอิจฉาคนอื่นน๊ะครับ....แค่ชี้ทางสว่างหั้ยกับน้องๆผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้นเองงั๊บ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #42 เมื่อ: 17-10-2006, 09:27 »

นี่ขนาดคุณชอบแถออมแรงแบบค่อยๆปล่อยหมัดน๊ะเนี่ย...ทุกหมัดที่ออกพี่จ๊ะกดให้คะแนนทุกครั้ง เรื่อง 30 บาทนี่เถียงยังไงก็จนแต้มว่านโยบายดังกล่าว work และ ทรท. ได้เครดิตเต็มๆ

ที่ว่า work ก็เพราะรากหญ้าชอบใจและเห็นด้วย
ที่ว่าได้เครดิตเต็มๆก็เพราะรากหญ้าบอกว่าชอบนโยบาย30บาทเป็นอันดับหนึ่ง


เพราะฉะนั้น...พวกที่เอา defect บางแง่บางมุมเกี่ยวกับหมอ เกี่ยวกับคุณภาพของยา เกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการ...น้ำหนักในเรื่องดังกล่าวมันไม่ได้ทำให้นโยบาย 30 บาทดูแย่ในสายตาของคนทั่วไป


อันนี้ไม่ได้สอนพวกที่ดื้อแต่ชอบอิจฉาคนอื่นน๊ะครับ....แค่ชี้ทางสว่างหั้ยกับน้องๆผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้นเองงั๊บ
เผลอแป๊บเดียวโดนลบอีกแล้วเหรอครับ เร็วจริง
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #43 เมื่อ: 17-10-2006, 09:32 »

เผลอแป๊บเดียวโดนลบอีกแล้วเหรอครับ เร็วจริง

ที่นี่เราต้องการสุภาพชน
ที่นี่เราต้องการที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ครับ


 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #44 เมื่อ: 17-10-2006, 09:34 »

เผลอแป๊บเดียวโดนลบอีกแล้วเหรอครับ เร็วจริง

ที่นี่เราต้องการสุภาพชน
ที่นี่เราต้องการที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ครับ


 
เค้าลบทั้งกระทู้นะ ไม่ใช่แค่ความเห็น
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #45 เมื่อ: 17-10-2006, 09:51 »

วันนี้ก็จะได้รู้แล้วว่า

30 บาท น่าเชื่อถือขนาดไหน

เจ๊หน่อย จะใช้บริการผ่าริดสีดวง ด้วยโครงการนี้หรือไม่

โปรดตามชม

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #46 เมื่อ: 17-10-2006, 10:11 »

แล้ว อย่าพยายาม  เบี่ยงประเด็นนะครับ

การประกันสุขภาพถ้วนหน้ามันดีอยู่แล้วใครๆเค้าก็ใช้กัน

แต่ที่หมอ คนไข้เคยเดินมาร้องเรียนเนี่ย

เพราะงบมันโดนงาบบ้าง จ่ายช้าบ้าง แจกจ่ายโดยคลุมเครือบ้าง

ช่องโหว่ในการตรวจเช็คการรักษา และการรายงาน จากโรงพยาบาลเอกชนบ้าง

บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #47 เมื่อ: 17-10-2006, 10:21 »

แถ แปลว่า drift นะครับ เคยเห็นมั้ยเวลาเค้า drift กันควันขึ้นหนะ ไม่งั้นไปหา dvd เรื่อง
the fast the furious มาดูก็ได้นะคร้าบ ชอบแถ ภาษาอังกฤษ คือ drift mania (ใช่มั้ย
ครับอาจารย์จ๊ะ) คุณจะว่า 30 บาทเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวมันก็ไม่น่าสนใจหรอก เค้าต้องพิสูจน์
ด้วยผลงานต่างหาก เหตุผลบ้องตื้นไม่เอาเพราะมันมีตั้งหลาย factor ที่ไม่ได้นำมาพูดนะ
คร้าบ แก่แล้วน่าจะเข้าใจ เค้าเรียกว่าหมกเม็ดเหตุผลไว้ไง ถ้ารักษาฟรีทำได้ค่อยมาโม้ดี
กว่านะ ตอนนี้ยังไงก็ 30 บาทรักษาทุกโรค เท่านั้นที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ห้ามเถียง


แปลกดีนะ  ที่คุณแถต้องใช้ภาษาอังกฤษอธิบายคำในภาษาไทย
แถมยังเป็นการแปลอย่างทึกทักเอาศัพท์แสงที่ใช้เฉพาะในกลุ่มเหล่าของตนเองมาละเลงกับภาษาไทยอย่างไร้นิรุตติปฏิสัมภิทาซะอีกต่างหาก
 
ดูท่าทางจะเป็นคนเอาตัวเองเป็นสรณะ ยึดถือเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ 
มีหูไว้ประดับหัว มีตัวไว้เพิ่มมวลให้โลก  อะไรทำนองนั้น


เอาล่ะ...กลับมาที่กระทู้ - คคห.สุดท้ายของคุณ
สรุปแล้วเหลือส่วนที่เป็นเนื้อแค่ 
"ถ้ารักษาฟรีทำได้ค่อยมาโม้ดีกว่านะ   ตอนนี้ยังไงก็ 30 บาทรักษาทุกโรค เท่านั้นที่สำเร็จเป็นรูปธรรม"

มันปรากฎแล้วหรือว่า "ทำไม่ได้" ??
...ยังไม่ได้พิสูจน์ซะด้วยซ้ำ 
แต่คุณแถก็เป็นตุเป็นตะ  ติเรือทั้งโกลน  ชิงปรามาสเขาไว้ก่อน
คุณแถกำลังตัดสินสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยนะครับ !!

ด้วยอะไร ??
ด้วย "ความทรงจำ" ที่แก๊งไทยรักไทยฝากฝังไว้ในสมองตลอดระยะเวลา 4 ปีกว่า ๆ   ผ่านทาง "สื่อและโฆษณาสารพัด"
และ "การปิดหูปิดตาตัวเอง  ไม่รับฟัง - ไม่รับรู้ ในเรื่องใด - การใด" อันผิดไปจากสิ่งที่แก๊งไทยรักไทยฝากฝังไว้ในสมองตลอดระยะเวลา 4 ปีกว่า ๆ นั่นเอง

ใช่หรือไม่ ???


หรือด้วยวิธ๊นี้เป็นกระบวนการทางสมองของคุณแถ  ที่คุณแถเชื่อว่าจะช่วยรักษาเหตุผลอันไม่บ้องตื้นไว้กับคุณได้อย่างแนบแน่น
...เป็นแนวทางที่จะช่วยให้บุคคลวัยเยาว์อย่างคุณแถสามารถใช้ปัจจัยทั้งหลายแหล่ "อย่างเปิดกว้าง" เพื่อหาข้อสรุปหรือข้อสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ???

คุณคิดเอาเองนะ  ว่าพฤติกรรมเลือกรับข้อมูลข่าวสารตามโมหจริตที่ชื่อ "ฉันทาคติ" ของคุณ
มันจะทำให้คุณเจริญทางปัญญา ต่อไปได้อีกสักกี่น้ำ ????



"...ตอนนี้ยังไงก็ 30 บาทรักษาทุกโรค เท่านั้นที่สำเร็จเป็นรูปธรรม..."
ตรงนี่ล่ะที่คุณ "คิดไปเอง" จากข้อมูลที่แก๊งไทยรักไทยฝากฝังไว้ในสมอง
เพราะคุณเ็ห็นว่า มันเป็นห้อง - เป็นตึก - เป็นหน่วยงาน - เป็นองคกร - เป็นระบบ
...แต่ "มันล้วนไม่ใช่ของจริง" หรอกนะแถ

แถติดกับ "ภาพ" ที่แก๊งไทยรักไทยทำหลอกไว้
แล้วแถก็พยายามยืนกรานอย่างเป็นตุเป็นตะ
พยายามยัดเยียดให้คนอื่นคิดเห็นเช่นนั้น (  ...ห้ามเถียง ? )
ทั้ง ๆ ที่คนอื่น ๆ ต่างมองเห็นความจริงอันแจ่มแจ้งแล้วด้วย "นัยน์ตาธรรม"
เพราะเขายินดีที่จะรับฟัง รับรู้ในข้อมูลอันส่งทอดมาจากแหล่งอื่น ๆ
โดยเฉพาะจากกลุ่มคณะบุคลากรที่ทำงานด้านสาธารณสุข "มาตลอดชีวิต"


แถจะบอกใครก็ได้นะว่าทุกวันนี้แถอยู่ได้อย่างสบายด้วยเงินที่แถหามาจากการรับจ้างโพสตามเว็บบอร์ด
หรือเงินค่าจ้างจากร้านอินเตอร์เน็ต  หรือเงินจากการขายไอเต็มในเกมส์คอมพิวเตอร์  หรือเงินจากการรับจ้างเก็บรักษายาเสพย์ติด  หรือเงินจากการรับจ้างเฝ้าดูแลรถให้เพื่อน ฯลฯ
...แถสามารถบอกใคร ๆ ได้ทั้งนั้นล่ะ ว่า "ตอนนี้แถใช้เงินที่หามา้เอง"
จนวันหนึ่ง  พ่อของแถตาย - แม่ของแถตาย
...แถจะเริ่มรู้แล้วว่า  อาหารเช้าที่แถกินเป็นเงินของพ่อแม่  ไฟฟ้า - น้ำประปาในบ้านแถก็เป็นเงินของพ่อแม่  ยากินยาทาและสารพัดหยูกยาที่แถหยิบมากินมาใช้อย่างสะดวกดายล้วนเป็นเงินของพ่อแม่  แอร์ในบ้าน - แสงสว่างตอนกลางคืน  จนแม้แต่เวลาอินเตอร์เน็ตที่แถใช้  ก็มาจากเงินของพ่อแม่...
...คนใช้ในบ้านที่ร่ำ ๆ จะถีบหน้าแถนั่นก็รับเงินเดือนจากพ่อแม่  ไล่ระเรื่อนไปจนถึงหมาแมวในบ้าน...ก็กินอาหารที่ซื้อด้วยเงินของพ่อแม่

ส่วนเงินที่แถหามาจากการรับจ้างโพสตามเว็บบอร์ด
หรือเงินค่าจ้างจากร้านอินเตอร์เน็ต  หรือเงินจากการขายไอเต็มในเกมส์คอมพิวเตอร์  หรือเงินจากการรับจ้างเก็บรักษายาเสพย์ติด  หรือเงินจากการรับจ้างเฝ้าดูแลรถให้เพื่อน ฯลฯ นั้น
...เป็นเพียงเงินที่ใช้ซื้อหาของไร้สาระที่ "ตอบสนองตัณหา" ให้แถได้่เท่านั้นเอง
...อาจกลายเป็นเหล้า เบียร์ กับแกล้ม  หรือพอจะมีสำนึกหน่อยก็เป็นอาหาร  ที่ในสุดท้ายก็กลายเป็นอ้วก เป็นเยี่ยว เป็นขี้
...อาจกลายเป็นแผ่นซีดีหนังโป๊  แผ่นติดตั้งเกมส์  ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์  อุปกรณ์ประดับยนต์  ที่ในสุดท้ายก็กลายเป็นของล้าสมัย  เป็นของชำรุด  เป็นขยะ


30 บาทที่เก็บจากคนไข้ก็เช่นเดียวกัน
ตราบใดที่ "ยังพอมีแพทย์ - พยาบาล - บุคคลากร" ผู้่เสียสละ 
มันก็ยังสามารถ ถูกใช้เป็น "ข้ออ้าง" ได้เสมอ ถึง "ความสำเร็จ"
จนวันใดพ่อแม่...แพทย์ พยาบาล  บุคคลากรสาธารณสุข "ผู้มีพระคุณ" ตัวจริง หนีห่างเลิกร้างไป
ไอ้ "เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" ที่ชื่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
ก็ถึงกาลวางวาย ...จบเห่...หมดท่า
เพราะลำพังเงิน 30 บาทต่อหัว ที่มันหาได้  แท้แล้วเป็นเพียง "ค่าใช้จ่ายเพื่อสนองตัณหา ( อยากได้หน้า - ใคร่มีคำสรรเสริญเยิรยอ )" ของไอ้ - อี ที่เสกสรรปั้นแต่งมันขึ้นมา
...เท่านั้นเอง



เชื่อว่าแถคงไม่อ่าน และไม่พยายามทำความเข้าใจ
ซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นการยืนยันความถูกต้องของ คคห.นี้
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #48 เมื่อ: 17-10-2006, 10:34 »

ขอสอนมวยพวกคนแก่ชอบเถียงไม่เลิกแบบเด็กๆ หน่อยนะครับ ไม่ว่าคุณจะยกเหตุผลล้านแปดประการจากเหตุผลร้อยล้านประการ
อย่างไรมาอ้างก็ตาม เมื่อการดำเนินงานในรูปแบบที่คุณยกเหตุผลขึ้นมานั้นมันยังทำไม่สำเร็จ และ มันยังไม่เคยทำได้สำเร็จ ก็ควร
จะเก็บเหตุผลนั้นเอาไว้ รอเวลาให้มันสำเร็จมีผลงานมาก่อน ค่อยเอามาเถียงนะครับ เพราะว่าคุณจะยกเหตุผลมันก็ไม่สู้ผลงานที่ทำ
ได้สำเร็จหรอก ปกติคนแก่ๆ มักจะใช้สูตรนี้ในการเถียง เค้าเรียกว่าแบบหัวชนฝาครับ ยังไงก็ชนะเพราะเคยทำสำเร็จแล้วไง สรุปว่า

สามสิบบาทรักษาทุกโรค เป็นผลงานที่ทำสำเร็จในรัฐบาลไทยรักไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ครับ ห้ามเถียง

ไม่ต้องยกคำพระ คำแปลอะไรมาให้อ่านอีกนะ มันยาว นอกเรื่องกระทู้ ขี้เกียจอ่าน
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #49 เมื่อ: 17-10-2006, 10:43 »

แล้ว อย่าพยายาม  เบี่ยงประเด็นนะครับ

การประกันสุขภาพถ้วนหน้ามันดีอยู่แล้วใครๆเค้าก็ใช้กัน

แต่ที่หมอ คนไข้เคยเดินมาร้องเรียนเนี่ย

เพราะงบมันโดนงาบบ้าง จ่ายช้าบ้าง แจกจ่ายโดยคลุมเครือบ้าง

ช่องโหว่ในการตรวจเช็คการรักษา และการรายงาน จากโรงพยาบาลเอกชนบ้าง



โถ...พี่ดำก้อ  ใจคอพี่ดำจะไม่ให้โครงการ30บาทเค้ามีจุดบกพร่องเชียวรึ!?!  โครงการดีๆแบบนี้เค้าเพิ่งนำมาใช้จริงจังเพียง3-4ปีเท่านั้น พี่ดำจะไม่ให้มีอะไรตกหล่นแบบนี้กใจดำเป็นเหนียงไปอ่ะป่าวพี่ดำ


ประเด็นก็คือ ปัญหามา ปัญญามี....ก็แก้กันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หรือถ้าพี่ดำบอกว่าไม่work กรุณาช่วยกระซิบ คมช. ให้เลิกโครงการนี้ทีเถิด


พี่ดำว่าไงคร้าบบบบบ!?! 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
    กระโดดไป: