ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-09-2020, 13:10
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  จากงบฯสมดุล เป็นงบฯขาดดุล เริ่มเจริญแล้วครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
จากงบฯสมดุล เป็นงบฯขาดดุล เริ่มเจริญแล้วครับ  (อ่าน 3842 ครั้ง)
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« เมื่อ: 09-10-2006, 18:10 »

ปี 2549 รัฐบาลไทยรักไทย พยายามจัดงบฯสมดุล มีขลุกขลักในช่วงท้าย

ของรัฐบาลก่อนถูกรัฐประหาร เพราะโดนป่วนบ้านป่วนเมืองจนไม่เป็นอันทำอะไร


มาวันนี้ รัฐบาลพระเอก เข้ามาบริหารงานแทน ยังไม่ทันกระดิกอะไร

นายอุ๋ย กระแดะเรียกประชุมทันที และเตรียมจัดงบฯ ขาดดุล ไม่เกิน 2% ของ GDP




ทำไมไม่เอา Green GDP อะไรของมันมาเป็นบรรทัดฐานละโว้ยยย

หรือว่า พ่นเอาเท่ ไปอย่างนั้นเอง โคตรทุเรศ..

ไหนว่าไม่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไง แล้วสาระแนจัดงบฯ ขาดดุลทำไม

ก็จัดงบฯสมดุล ไปสิ สู้เท่าที่มี ไปหน้าด้านกู้เค้ามาทำไม....


มันจะไปเป็นหนี้เป็นสินเค้าอีกทำไม ไม่รู้ความพอเพียงบ้างหรือ หือออออ...
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #1 เมื่อ: 09-10-2006, 18:16 »

โถ น่าสงสาร ยังเชื่ออีกหรือคะ กับงบประมาณแหกตาของไทยรักไทย กู้เงินจนหนี้สาธารณะเพิ่มบานเบอะ ยังทะลึ่งคุยว่าจัดงบสมดุลย์  หมกเม็ดแต่งบัญชีเหมือนบริษัทตัวเอง หลอกลวงไปวันๆ

ปล่อยรัฐบาลใหม่เขาแก้ปัญหาไปเถิดค่ะ ไอ้เหลี่ยมมันจวนตายแล้ว อย่าไปโหยหวนเลยค่ะ มันไม่ได้กลับมาร๊อก
 
บันทึกการเข้า
Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #2 เมื่อ: 09-10-2006, 18:23 »

คาดว่ารัฐบาลนี้ ประเมินแล้ว  คงเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า

และคงมีประเทศที่จะร่วมมือและทำการค้าขายด้วยน้อยมาก

และต้องพบกับปัญหา  หุ้นตก เงินฝืด ดอกเบี้ยแพง

จึงต้องทำงบประมาณขาดดุล  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2006, 18:25 โดย Sky » บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #3 เมื่อ: 09-10-2006, 18:28 »

เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า

กับเลี่ยงภาษี อันไหน มันน่าเกลียดกว่ากันค่ะ 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
HILTON (ปาล์มาลี)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,310



« ตอบ #4 เมื่อ: 09-10-2006, 18:42 »

เมื่องไทยจะแย่เพราะไม่มีทักษิณ
เมื่องไทยจะแย่เพราะไม่มีทักษิณ


บันทึกการเข้า
Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #5 เมื่อ: 09-10-2006, 18:44 »

ก็บอกให้ฟังไม้รู้กี่ครั้งว่าการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มันไม่ต้องเสียภาษี

คนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  เขาก็ทำแบบนี้กันทุกคน

จะกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีได้อย่างไร


ก็ทำตามกฎหมายทุกอย่าง  ผิดกฎหมายข้อไหน
บันทึกการเข้า
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #6 เมื่อ: 09-10-2006, 18:48 »

ที่ผ่านมามันไม่สมดุลย์หรอกครับ ทั้งโยก ทั้งดึง ทั้งหมก ทั้งหยิบไปใช้ตรงโดยไม่ผ่านสภา ฯลฯ

อีกอย่างต่างชาติเขาอยากมาลงทุนเยอะขึ้นนะครับ รอดูผู้ใหญ่ของจีนที่จะมาเร็ว ๆ นี้ เห็นว่าพร้อมลงทุนเต็มสูบ

 

อ้อ คุณ Sky ครับ ขั้นตอนขายหุ้นในตลากหลักทรัพย์ ไม่มีใครติดใจเอาความ สนใจตอนที่โยกผ่านบริษัทกระดาษกับขั้นตอนผ่านมือในนามของคุณลูก ๆ มากกว่าครับ ที่เขากำลังบี้อยู่น่ะ
บันทึกการเข้า
Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #7 เมื่อ: 09-10-2006, 18:55 »

ที่ผ่านมามันไม่สมดุลย์หรอกครับ ทั้งโยก ทั้งดึง ทั้งหมก ทั้งหยิบไปใช้ตรงโดยไม่ผ่านสภา ฯลฯ

อีกอย่างต่างชาติเขาอยากมาลงทุนเยอะขึ้นนะครับ รอดูผู้ใหญ่ของจีนที่จะมาเร็ว ๆ นี้ เห็นว่าพร้อมลงทุนเต็มสูบ

 

อ้อ คุณ Sky ครับ ขั้นตอนขายหุ้นในตลากหลักทรัพย์ ไม่มีใครติดใจเอาความ สนใจตอนที่โยกผ่านบริษัทกระดาษกับขั้นตอนผ่านมือในนามของคุณลูก ๆ มากกว่าครับ ที่เขากำลังบี้อยู่น่ะ

ที่รัฐบาล  เอาเงินไปใส่ในงบกลาง  ก็เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้รวดเร๊ว
จากเดินที่งบประมาณเบิกจ่ายได้ล่าช้ามาก  รัฐบาลคุณทักษิณจึงสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร้ว 
เพราะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณลงไปได้ทันที่


การโอนให้ลูก ก็ผิดอีก  อย่างนั้นในอดีต 
ใครโอนหุ้นให้ลูก  เอามันมากุดหัวให้หมดดีไหมครับ
เพราะมันก็ทำกันอย่างนี้ทั้งนั้น...




บันทึกการเข้า
HILTON (ปาล์มาลี)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,310



« ตอบ #8 เมื่อ: 09-10-2006, 18:57 »

ที่ผ่านมามันไม่สมดุลย์หรอกครับ ทั้งโยก ทั้งดึง ทั้งหมก ทั้งหยิบไปใช้ตรงโดยไม่ผ่านสภา ฯลฯ

อีกอย่างต่างชาติเขาอยากมาลงทุนเยอะขึ้นนะครับ รอดูผู้ใหญ่ของจีนที่จะมาเร็ว ๆ นี้ เห็นว่าพร้อมลงทุนเต็มสูบ

 

อ้อ คุณ Sky ครับ ขั้นตอนขายหุ้นในตลากหลักทรัพย์ ไม่มีใครติดใจเอาความ สนใจตอนที่โยกผ่านบริษัทกระดาษกับขั้นตอนผ่านมือในนามของคุณลูก ๆ มากกว่าครับ ที่เขากำลังบี้อยู่น่ะ


ผมก็ไม่ได้ติดใจด้วยคนนะ  เพราะ   ทักษิณไม่ผิด    ติ๊กผิด   ติ๊ก ผิดไปแล้ว 
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #9 เมื่อ: 09-10-2006, 18:59 »


โอนให้ลูก <<
คุณ Sky พูดเองนะ

ถ้าใช่
ก็แสดงว่า "แจ้งทรัพย์สินเป็นเท็จ" สิ


ไม่ตาย "ขึ้น"
ก็ตาย "ล่อง"
ล่ะวะ
เหอ ๆๆๆ
บันทึกการเข้า

Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #10 เมื่อ: 09-10-2006, 19:04 »

ก็ใครมันออกกฎหมายห้ามรัฐมนตรีมีหุ้นหรือเกี่ยวข้องกับสัมประทานล่ะ

มันผิดตั้งแต่ต้นแล้ว  ก็มันทรัพย์สินของเขาจริง ๆ

แล้วคุณ  จะให้เขาเอาไปไว้ที่ไหน  ไหนลองเสนอมาซิ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 09-10-2006, 19:13 »

วันนี้เพิ่งจะเข้าไปถวายสัตย์ปฏิญาณ เรื่องงบประมาณ จริง ๆ ก็ใช้ได้ตามระเบียบที่มีอยู่

ส่วนจะขาดดุล สมดุล หรือเกินดุล คงต้องรอฟัง "ของจริง" ซึ่งจะนำเสนอในสภานิติบัญญัติ

จะว่าไป งบขาดดุล ทำให้ต้องเร่งจัดเก็บหรือตั้งเป้าให้ขยันขึ้น ไม่ดีอีกหรือ...

ที่สำคัญรู้หรือยัง GDP ปีนี้จะเ็ป็้นเท่าไหร่...มันก็คือประมาณการเท่านั้นเอง

แน่ใจนะว่าเข้าใจเรื่อง "กรีนจีดีพี"

"กรีนจีดีพี" ไม่ได้ดูที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่ดูที่คุณภาพของตัวเลขเป็นสำคัญ

พูดแบบนี้พอเข้าใจมั๊ยครับ
บันทึกการเข้า

Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #12 เมื่อ: 09-10-2006, 19:15 »

ก็เอาไปไว้ในบัญชีแสดงทรัพย์สินให้ครบซิครับ คุณ Sky

ทำอะไรตรงไปตรงมา ใครที่ไหนเขาจะว่าได้

นี่เล่นเอาไปซุกไว้กับคนใช้บ้าง คนขับรถบ้าง ดูไม่ค่อยจริงใจเลยนะครับ ว่ามั๊ย ?
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 09-10-2006, 19:42 »

ถามจริง ๆ เถอะ ที่มาตั้งกระทู้นี่ อ่านหนังสือพิมพ์ หาข่าวบ้างหรือเปล่าครับ

ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 7-9 กันยายน บอกว่า

"งบขาดดุล 2550 ข่าวร้ายรัฐบาลใหม่"

คนให้ข่าวชื่อ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี

ทำไมเป็นยังงั้นละครับ

นี่ไงหลักฐาน...อย่าเอาแต่ตั้งกระทู้ซี้ซั่ว มั่วไปวัน ๆ

http://www.fpo.go.th/content.php?action=view&section=2700000000&id=8760
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 09-10-2006, 19:46 »

พักนี้ สหาย Killer มือตกจังแฮะ อิ อิ
บันทึกการเข้า

Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #15 เมื่อ: 09-10-2006, 19:46 »

ใครมั่วเหรอ  เฒ่า...

'คลัง'สรุปงบขาดดุลปี50 สัปดาห์หน้า

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550 โดยจะทำงบฯ แบบขาดดุลในช่วงประมาณ 75,000 ล้านบาทถึง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

           จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดของกระทรวง และแต่ละหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ภายใต้พื้นฐานกรอบรายได้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท และเมื่อสรุปกรอบทั้งหมดจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันจะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงเดือนมกราคม 2550

http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/09/e001_143918.php?news_id=143918
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2006, 19:49 โดย Sky » บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #16 เมื่อ: 09-10-2006, 19:54 »


โอ้ว์
พอ "ทำผิด กม." ก็ว่า "กม.มันผิด" อีก

จุดยืน...
ยืนอยู่ในหัวใจแม้ว



เหอ ๆๆๆ
บันทึกการเข้า

คนเจียงใหม่
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 297


« ตอบ #17 เมื่อ: 09-10-2006, 20:00 »

 Coolเชื่อไหมครับว่าตอนนี้ คปค.จนถึง รัฐบาลชุดนี้
เข้ามาบริหารประเทศโดยไม่มีเงิน
เพราะ ทักษิณ และ คณะถลุงไปหมดแล้ว
สังเกตุครับ ผู้รับเหมา ที่รับเหมากับราชการ
การเบิกจ่ายช้ามากๆ ไม่เชื่อลองถาม
ผู้รับเหมาใกล้บ้านท่านได้

ทักษิณสิ้นมนต์ขลัง
บันทึกการเข้า
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 09-10-2006, 20:01 »

ใครมั่วเหรอ  เฒ่า...

'คลัง'สรุปงบขาดดุลปี50 สัปดาห์หน้า

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550 โดยจะทำงบฯ แบบขาดดุลในช่วงประมาณ 75,000 ล้านบาทถึง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

           จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดของกระทรวง และแต่ละหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ภายใต้พื้นฐานกรอบรายได้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท และเมื่อสรุปกรอบทั้งหมดจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันจะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงเดือนมกราคม 2550

http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/09/e001_143918.php?news_id=143918

คุณ sky.... คงยังไม่ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ตอน ม.5-6
ก็เลยไม่รู้ว่า
บางที การได้ดุล กลับส่งผลร้าย
การขาดดุล กลับส่งผลดี
บันทึกการเข้า

Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #19 เมื่อ: 09-10-2006, 20:03 »

Coolเชื่อไหมครับว่าตอนนี้ คปค.จนถึง รัฐบาลชุดนี้
เข้ามาบริหารประเทศโดยไม่มีเงิน
เพราะ ทักษิณ และ คณะถลุงไปหมดแล้ว
สังเกตุครับ ผู้รับเหมา ที่รับเหมากับราชการ
การเบิกจ่ายช้ามากๆ ไม่เชื่อลองถาม
ผู้รับเหมาใกล้บ้านท่านได้

ทักษิณสิ้นมนต์ขลัง


พอทำอะไร ไม่ได้  หาเงินไม่เป็น

ก็โบ้ยรัฐบาลชุดเก่าทันที่..

หากทำไม่ได้ทำไม่เป็น  แล้วไปยึดอำนาจเขาทำไม

เมื่อไหร่ ที่หมดแรงเฉื่อยจากรัฐบาลของคุณทักษิณแล้ว  ที่นี้ล่ะ  ....

55555555
  
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 09-10-2006, 20:03 »

ยังมีคนโง่อยู่อีก....อ่านตามลิ้งค์ที่ให้สิ

งบ 2550 รัฐบาลหน้าเหลี่ยมเตรียมขาดดุลอยู่แล้ว

ถ้ายังโง่อยู่แบบนี้เข็นไม่ขึ้นแน่นอน
บันทึกการเข้า

Sky
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 913



« ตอบ #21 เมื่อ: 09-10-2006, 20:07 »

ใครมั่วเหรอ  เฒ่า...

'คลัง'สรุปงบขาดดุลปี50 สัปดาห์หน้า

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550 โดยจะทำงบฯ แบบขาดดุลในช่วงประมาณ 75,000 ล้านบาทถึง 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

           จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดของกระทรวง และแต่ละหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ภายใต้พื้นฐานกรอบรายได้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท และเมื่อสรุปกรอบทั้งหมดจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันจะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงเดือนมกราคม 2550

http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/09/e001_143918.php?news_id=143918

คุณ sky.... คงยังไม่ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ตอน ม.5-6
ก็เลยไม่รู้ว่า
บางที การได้ดุล กลับส่งผลร้าย
การขาดดุล กลับส่งผลดี


หึ หึ ....
การจัดงบประมาณ มันแล้วแต่สภาวะครับ...
แล้วแต่ความเหมาะสม ในเวลานั้น ๆ

ไม่มีอะไรผิดหรือถูกครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 09-10-2006, 20:12 »

ทำไมไปค้าน สหาย Killer ที่หัวกระทู้ล่ะ จะยืนข้างใหน

เอาด้าน ขาดดุล หรือสมดุลว่ามา
บันทึกการเข้า

THX
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 569



« ตอบ #23 เมื่อ: 09-10-2006, 20:25 »

ก็บอกให้ฟังไม้รู้กี่ครั้งว่าการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มันไม่ต้องเสียภาษี

คนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  เขาก็ทำแบบนี้กันทุกคน

จะกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีได้อย่างไร


ก็ทำตามกฎหมายทุกอย่าง  ผิดกฎหมายข้อไหน


แล้วอ้อแอ้ โทรด่วนจากลอนดอนยินดีจ่าย 5000 ล้านบาททำไม ถ้าไม่เสียภาษี แน่จริงอย่าจ่าย
บันทึกการเข้า



พวกเรา..เรารู้สึกว่าจะมีสายลับปลอมมาในหมู่ของพวกเราโดยไม่รู้ตัว=__='



( づ ̄ 3 ̄ )づ~~~♡♡♡ ~~
คนเจียงใหม่
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 297


« ตอบ #24 เมื่อ: 09-10-2006, 20:31 »

 Coolคุณ Sky คงไม่ได้มีโอกาสสัมพัสกับผู้ประกอบการที่แท้จริง
คุณต้องเข้าใจก่อนนะว่า ทักษิณได้เปลี่ยนระบบการโอนเงินเข้าคลัง
จากเดิมใช้เวลา 3วัน  :slime_cool:5วัน 7วัน โอนที แต่พอทักษิณ
บริหารประเทศสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยจัดเก็บรายได้
ต้องโอนเงิน วันต่อวัน เพราะเพื่อมันจะเอาไป "หมุน"
ให้ทันกับงบประมาณที่มันสั่งจ่าย โดยเฉพราะงบกลาง
ที่คุณบอกว่า รัฐบาลชุดนี้หาเงินไม่เก่งนะไม่จริงหรอก
เพราะเขายังไม่ได้เข้ามาบริหารเต็มตัวไง
แต่เข้ามาบริหารหลังทักษิณและคณะได้ถลุงเงิน
ของประเทศอย่างย่อยยับอย่างที่เป็นอยู่
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 09-10-2006, 21:16 »

บอกให้ไปอ่านลิ้งค์นี้ไปอ่านยังล่ะ


http://www.fpo.go.th/content.php?action=view&section=2700000000&id=8760

รู้จักคนชื่อ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี มั๊ยล่ะ ที่บอกว่าปี 2550 ต้องทำงบขาดดุล

อ้อ...มีสัมภาษณ์หม่อมอุ๋ยด้วยนะ เค้ารู้มานานแล้ว ว่าต้องทำยังไง...หัดอ่านข่าว ค้นคว้าข้อมูลบ้างสิ

เผื่อจะฉลาดขึ้นมาบ้าง


ใหนบอกเก่งนักไงล่ะ งบ 49 ปิดหีบไม่ลงง่ะ..
บันทึกการเข้า

kj 2nd
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #26 เมื่อ: 09-10-2006, 21:29 »

ความมรู้เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น(สุดๆ)

C+I+G+(X-M) = GDP
การบริโภค+การลงทุนที่ไม่เกี่ยวกับตลาดหุ้น+ค่าใช้จ่ายภาครัฐ+(ส่งออก-นำเข้า) = ผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ (รายได้รวมของทุกคน)

นโยบายการคลัง ใช้ภาษี รายจ่าย เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ GDP growth

รายได้ของรัฐบาล มาจากภาษี เงินบริจาค
รายจ่ายของรัฐบาล มาจากนโยบายต่างๆ งบประมาณ

การดำเนินนโยบายปกติ ควรใช้นโยบาลสมดุล  ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เท่ากับประมาณการภาษีที่เก็บได้
ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ  ควรใช้นโยบายขาดดุล  โดย
 1.ใช้รายจ่ายภาครัฐ (G ในสมการข้างบน) งบประมาณ เพื่อให้เศรษฐกิจดี (G เพิ่ม GDP ก็เพิ่ม  และ GreenGDP ก็น่าจะเพิ่มด้วย)
 2. ลดภาษี ทำให้คนเหมือนกับมีรายได้มากขึ้น ก็จะบริโภคมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น

ช่วงที่เศรษฐกิจดี สามารถใช้นโยบายเกินดุล ลดรายจ่าย หรือขึ้นภาษีก็ได้ เพื่อให้งบประมาณมีเหลือเก็บไว้ใช้


แต่ถ้าใช้แต่การคลัง มันไม่เพียงพอ ต้องรู้จักนโยบายการเงินด้วย

นโนยายการเงิน คือการควบคุมปริมาณเงินที่ทุกคนถืออยู่ (เงินในบัญชีออมทรัพย์จัดเป็นเงินอีกประเภทหนึ่ง ที่ไม่ได้สำคัญเท่าเงินที่ถืออยู่)

ผลของนโยบายการเงินจะใช้ในการ แก้ปัญหาเงินเฟ้อ แก้ปัญหาเงินฝึด  โดยผ่านการซื้อ ขายพันธบัตร  หรือปรับอัตราดอกเบี้ย


การใช้นโยบายข้างต้น ผู้บริหาร จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์
ถ้ารัฐมีเงินในคลังเยอะ แต่เศรษฐกิจไม่ดี    รัฐควรใช้นโยบายขาดดุลเพื่อแก้ปัญหา     แต่ควรควบคุมปริมาณเงิน ไม่ให้เศรษฐกิจดีเกินไป  ปัญหาเงินเฟ้อจะตามมา
ถ้ารัฐมีเงินในคลังน้อย แต่เศรษฐกิจดี  รัฐควรใช้นโยบาลการคลังแบบเกินดุล   ลดรายจ่ายหรือขึ้นภาษี   แต่ควรดูปัญหาเงินเฟ้อด้วย

ปัจจุบัน รัฐมีเงินในคลังน้อย เศรษฐกิจไม่ดี การใชนโยบายขาดดุลทำได้ไม่มาก ปัญหาดอกเบี้ยในประเทศกับการลงทุน ปัญหาดอกเบี้ยต่างชาติที่อาจทำให้เงินทุนไหลไปต่างประเทศ ปัญหาราคาน้ำมันทำให้ข้าวของแพงและเงินเฟ้อ ปัญหาเรื่องเงินกู้และ NPL

ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ว่าจะแก้กันง่ายๆด้วยการบอกว่า ทุ่มงบพัฒนา เมกะโปรเจค กองทุนหมู่บ้าน แล้วจบ

และการที่คุณคิลเลอร์ บอกว่า "จากงบฯสมดุล เป็นงบฯขาดดุล เริ่มเจริญแล้วครับ"  คิดแบบนี้ดีกว่า

การเลือกใช้นโยบาย ต้องให้เหมาะกับประเทศ  ถ้าหาที่เหมาะสมไม่ได้ ต้องเลือกที่มีผลเสียน้อยที่สุด

เราไม่ได้มีแค่งบขาดดุล เกินดุล นะครับ



บันทึกการเข้า

@ # $ %
THX
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 569



« ตอบ #27 เมื่อ: 09-10-2006, 21:39 »

GDP คือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อย่างเทมาเซกได้กำไรจาก AIS 10000 ล้านบาท ก็รวมใน GDP ด้วย วิธีการคำนวน GDP มีข้อเสียคือ คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ มีรายได้ ไม่นับรวม ต่างชาติลงทุน มีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทย เอามารวม ลองนึกดูจะเกิดอะไรขึ้น ญี่ปุ่นเอาไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์  รถยนต์ที่ญี่ปุ่นผลิตก็รวมอยู่ใน GDP ด้วย แต่เงินค่ารถยนต์เข้ากระเป๋าคนไทยมั้ย ก็เปล่า เข้ากระเป๋าญี่ปุ่น กำไรชินคอร์ปที่เทมาเซกถือหุ้น กำไรเข้ากระเป๋าคนไทยมั้ยก็เปล่า เข้ากระเป๋าสิงคโปร์ แต่รายได้ตรงนี้ดันรวมไปใน GDP ด้วย

เป็นไงพวกชอบคุยว่า GPD โต เลขสูง จริง ๆ แล้วมันมีคนไทยกี่% อย่าง คาร์ฟู บิ๊กซี โลตัส สยามพารากอน พวกนี้ก็อยู่ใน GDP ด้วยนะ  ที่เหลี่ยมมันคุยนักคุยหนาว่า GDP สูง ๆ น่ะ มันสูงเพราะอะไร หลอกได้แต่พวกกินหญ้าเท่านั้น ผมกินข้าว ผมเลยรู้
บันทึกการเข้า



พวกเรา..เรารู้สึกว่าจะมีสายลับปลอมมาในหมู่ของพวกเราโดยไม่รู้ตัว=__='



( づ ̄ 3 ̄ )づ~~~♡♡♡ ~~
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #28 เมื่อ: 09-10-2006, 21:51 »

ท่าทางจะอ่านกระทู้ไม่เข้าใจ มันมีประเด็นอยู่สองอย่างคือ

ในปี 49 รัฐบาลพยายามจัดงบประมาณแบบสมดุล ถูกไหม

แต่เนื่องจากโดนป่วนสารพัด หลายโครงการต้องชะงัก

หลายอย่างต้องถูกยกเลิก  ทำให้การจัดงบฯในปี 50 ต้องทำในรูปแบบขาดดุล ถูกไหม ?


แต่ประเด็นสำคัญ คือ  อุ๋ย เป็นคนที่ยืน พล่ามต่อหน้านักธุรกิจ นักลงทุน เมื่อสัปดาห์ก่อน

ถึงแนวทางบริหาร โดยบังอาจยกเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาหากิน

พูดออกมาชัดเจนว่า ไม่เน้นความาเจริญเติบโต GDP แต่จะเอา Green GDP

จะพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่แล้วในวันนี้ ก็พลิกลิ้นตอแหล ด้วยความกะล่อน

เดินหน้าจัดงบฯแบบขาดดุล กู้หนี้ยืมสินเค้ามาทำไม นี่แสดงว่าไม่พอเพียงใช่หรือไม่

นี่แสดงว่าที่ผ่านๆมาพูดเพียงเพื่อให้มันดูเท่ หลอกวัวหลอกควาย ใช่หรือไม่ ....
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #29 เมื่อ: 09-10-2006, 21:56 »

ทักษิณที่ผ่านมา ก็ได้แต่หลอกวัว หลอกควาย เท่านั้นหล่ะคุณ..

แถมแถวนี้ยังมี วัวมีควาย อยู่อีกตั้งหลายตัว

555+
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 09-10-2006, 22:11 »

ที่จริงตามลิ้งค์ที่ให้ไป หม่อมอุ๋ยก็บอกอยู่แล้ว ตั้งแต่ 7 กย. ว่าต้องจัดงบขาดดุล ไม่ตามไปอ่านอีก..เฮ้อ...ตูละเบื่อ

เอ้านี่ ให้เป็นครั้งที่ 3 อย่าบอกว่าอ่านไม่เจอนะ อยู่กลาง ๆหน้านั่นแหละ..."งบ 2550 ขาดดุล...ข่าวร้ายรัฐบาล"

นอกจากเบอร์ 1 เบอร์ 2 ของแบ็งค์ชาติออกมาขานรับว่าทำได้และจะปรับตัวตาม ยังมีบทวิเคราะห์ตอนท้ายให้อ่าน ไปอ่านซะ เค้าห่วงอะไร กลัวอะไร

สาเหตุเพราะเชื่อว่า เศรษฐกิจปีหน้าชะลอตัว ไม่ใช่เรื่องของปีนี้ โฮ้ย..จะบ้าตาย...การทำงบล่วงหน้าเค้าไม่ได้ดูปีนี้ ปีนี้มันปิดหีบไม่ลงอยู่แล้ว...

http://www.fpo.go.th/content.php?action=view&section=2700000000&id=8760
.....................................................

นี่เป็นเรื่องหม่อมอุ๋ยไปพูดเรื่อง กรีน จีดีพี
...............................................
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น โดย เศรษฐ์ สันติ มติชนรายวัน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10323

กลายเป็นอีกกระแสหนึ่งที่แวดวงวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์พูดถึงกันมากคือการวัดความสำเร็จในการบริหารประเทศ คือ ดัชนีความสุขของประชาชน หรือ Gross National Happiness (GNH) มากกว่าดัชนีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ Gross Domestic Product (GDP)

ขณะเดียวกันบุคคลที่ถูกกล่าวขวัญถึงทั้งในแวดวงนักบริหารเศรษฐกิจอย่างมากว่าถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมือง บุคคลผู้นีมีโอกาสอย่างมากที่จะก้าวขึ้นเป็นประมุขฝ่ายบริหารที่มีฐานะพอฟัดพอเหวี่ยงกับทักษิณ ชินวัตร และเป็นบุคคลที่ทักษิณหวาดหวั่นมากคนหนึ่ง แต่ไม่กล้าแตะต้องในยามที่รัฐบาลไทยรักไทยอ่อนแอ

บุคคลผู้นี้คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หรือรู้จักกันในชื่อเล่นว่า "หม่อมอู๋ย" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเป็นอีกผู้หนึ่งที่เห็นว่าแนวทางการบริหารประเทศที่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือตัวเลขจีดีพีเป็นอันตรายอย่างมาก

ผู้ว่าการแบงก์ชาติให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ลงในนิตยสาร "โดม" ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน 2549 มีสาระสำคัญว่า ในอดีตการเน้นพัฒนาให้ตัวเลขจีดีพีโตแต่ดูเหมือนรายได้จะกระจุกตัวเฉพาะคนรวยส่วนน้อย

ขณะที่คนจนกลับมีความเป็นอยู่แร้นแค้นขึ้น มีสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้เพิ่มมากขึ้นในรอบสิบปี ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากแนวทางการพัฒนาแบบเดิม ปัจจุบันน่าจะเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงานลักษณะนี้ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม คงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ควรหันมาสนใจพัฒนาคนชนบทให้มีรายได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะหากปล่อยเหมือนเดิมช่องว่างจะห่างกันมากขึ้นทุกที

เราต้องหันมาพัฒนาเรื่อง Green GDP ไม่ใช่เน้นแต่ Growth GDP ต้องส่งเสริมปัจจัยด้านอื่นๆ ประกอบด้วย แบงก์ชาติทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่แบงก์ชาติจะทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางการเงินให้ดีที่สุด เพื่อให้ใครก็เข้ามาบริหารได้

ที่ผ่านมา ตัวเลขจีดีพีของไทยโต สังคมก็ได้ประโยชน์ แต่ที่คนส่วนใหญ่มีสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้เพิ่มขึ้นมาก ก็เพราะเราไปหลงบริโภควัตถุนิยม ไปตามตะวันตก ต้องว่าทุกคน รวมทั้งทีวี วิทยุ สื่อมวลชนด้วย ที่ไปส่งเสริมการบริโภคแบบวัตถุนิยม รัฐบาลจะต้องหันไปดูชนบท ต้องดูเรื่องน้ำ ทำน้ำให้พอ ให้มีปัจจัยการผลิตเพียงพอ เป็นเรื่องสำคัญสุดเพื่อให้พืชผลส่งออกได้

รัฐควรเข้าไปช่วยปูทางไม่ใช่แค่เอาเงินเข้าไปหว่าน แต่ต้องเข้าไปช่วยให้ทำมาหากินได้ เรื่องน้ำพูดกันมา 4 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการทำจริง ควรทำในเรื่องที่จะช่วยลดการสูญเสียลดการใช้น้ำ ลดความสิ้นเปลืองน้ำมันจากการขนส่ง

การพัฒนาประเทศ ควรระวังการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย พยายามดูแลเรื่องการจัดสรรน้ำ มุ่งช่วยเหลือคนจนในชนบท หรือโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ก็ให้เน้นที่เป็นประโยชน์จริงๆ

มิใช่เป็น Any Mega Project ไม่ใช่ดูกันแต่ Mega Project อย่างโครงการรถไฟฟ้า ถ้าสร้างให้ถูกจุดเพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจร ลดการใช้น้ำมันก็จะช่วยได้

ที่ผ่านมาโครงการ Mega Project ต่างๆ ยังโม้อยู่ แต่ยังไม่มีเรื่องน้ำ ยังไม่ได้เริ่มอะไรอย่างเป็นรูปธรรม ทำตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเรามีปริมาณน้ำมาก แต่ยังขาดวิธีการกักเก็บหรือมีการจัดการให้มีการหมุนเวียนการใช้น้ำได้อย่างทั่วถึงเพียงพอ เรามีน้ำพอก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่ขณะนี้เริ่มปรากฏให้เห็นว่าเกิดการขาดแคลน ต้นปีแล้งปลายปีน้ำท่วม ต้องหันมาทุ่มเทเรื่องทรัพยากรน้ำ แล้วผลิตผลเกษตรก็จะดีขึ้นเอง อุตสาหกรรมและภาคการผลิตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะดีตาม

คนที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลต่อไป ต้องตั้งท่าให้ถูกแนว ไม่เดินตามแนวตะวันตกอย่างเดียว จะเดินแบบสิงคโปร์นั่นแหละผิด สิงคโปร์เป็น City State แต่ของเราเป็น Nation State เรามีชนบทต้องห่วงมาก แต่สิงคโปร์เป็นรูปเมือง จึงไม่ใช่ต้นแบบของเรา เราคิดของเราเองได้

หยุดเดินตามตะวันตกอย่างเดียว ควรคิดแบบผสมผสาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-10-2006, 01:28 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

เหยี่ยวพิฆาต
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



« ตอบ #31 เมื่อ: 09-10-2006, 22:50 »

ลุงแคนกำลังสีซอให้  ฟัง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 10-10-2006, 01:31 »

หลัง ๆ สหาย Killer มือตก เพราะเดินตามเด็กก้นมากเกินไปมั๊ง...

มีสมาธิหน่อย...รุ่นใหญ่แล้ว ไม่ต้องให้เด็กมาช้อนหุ้น...อิ อิ
บันทึกการเข้า

room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #33 เมื่อ: 10-10-2006, 07:06 »


 
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #34 เมื่อ: 10-10-2006, 07:18 »


รับฟัง + รับทราบ ข้อมูลของอีกฝ่ายซะบ้างสิครับ
จะดื้อด้าน ดึงดัน แถกแถ ไปทำไม ??
อย่างไรเสีย นายทักษิณก็คงไม่ได้กลับมาเดินในเมืองไทย  ด้วยการดื้อด้าน ดึงดัน แถกแถ ของคุณหรอก

บันทึกการเข้า

*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #35 เมื่อ: 10-10-2006, 07:43 »

ปีสุดท้ายของทักษิณก็กำลังพิจารณาทำงบขาดดุลนะครับ  นี่คือสิ่งที่จขกท.ไม่รู้

สำหรับรัฐบาลนี้ การทำงบขาดดุลมีเหตุผลด้วยเหตุสถานการณ์ที่ไม่ปกติจากการรัฐประหาร

โครงการของรัฐบาลเดิมที่ดำเนินการไปแล้วก็ยังต้องสานต่อนี่ครับ ถ้าตัดงบไปทันทีจะมีผู้รับเหมาเจ๊งอีกมากมาย ในขณะที่การขยายตัวของจีดีพีจะต้องลดลงไม่มากก็น้อย

การทำงบขาดดุลเอาไว้ จะทำให้ทำงานง่ายกว่านะครับ  โดยเฉพาะปีนี้จะต้องกอบกู้ผลกระทบจากภัยธรรมชาติจำนวนมหาศาล

จะงบขาดดุลหรือสมดุล ไม่สำคัญเท่ากับเวลาใช้งบ  ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการโกงกิน หรือมีให้น้อยที่สุด ก็เชื่อว่า จะบริหารประเทศเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนได้

ทำงบสมดุลแต่โกงบรรลัยลั่น เอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด  แทนที่จะงอกเงยกับประเทศชาติ ดันไปงอกในกระเป๋าของนักการเมือง  ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #36 เมื่อ: 10-10-2006, 08:46 »



เจ้าของกระทู้ killer กับ SKY กรุณามาอ่านเผื่อจะได้หายโง่และเลิกแถสักทีนะ  เอาความรู้เบื้องต้นไปอ่านให้เข้าใจนะ แล้ววิเคราะห์ดูว่า ตอนนี้รัฐบาลควรใช้นโยบายการคลังแบบนี้ใช้หรือไม่  ตกลง SKY จบ วิศวะลาดกระบังจริงๆเหรอ ทำไมโง่จังอ่ะ


1. งบประมาณสมดุล คือ งบประมาณที่รายรับและรายจ่ายเท่ากัน ใช้เพื่อการจัดสรรทรัพยากรและเพื่อการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม

2. งบประมาณเกินดุล คือ งบประมาณที่รายได้มากกว่ารายจ่าย ใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง รัฐบาลจะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการของรัฐบาลลง และเพิ่มภาษี เพื่อช่วยดึงเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ

 3. งบประมาณขาดดุล คือ งบประมาณที่รายจ่ายมากกว่ารายได้ ใช้ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลจะเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการของรัฐบาลลงและลดภาษี เพื่อเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ครับ http://www.tangnamo.com/people/wk12.htm

"อนึ่งในการพิจารณาผลเสียหรือผลดีของงบประมาณขาดดุลนั้น ควรต้องคำนึงถึงดุลยภาพทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะนักการคลังในปัจจุบันมีความเชื่อว่างบประมาณสมดุลหรือมีดุลยภาพได้หรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กัลดุลยภาพทางเศรษฐกิจอีกนัยหนึ่งเมื่อเศรษฐกิจมีดุลยภาพแล้ว ดุลยภาพทางงบประมาณหรือ “งบประมาณสมดุล (Balanced Budget)” จะเกิดขึ้นเอง ดังนั้นเพื่อที่จะสร้างดุลยภาพทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น จึงได้มีการเสนอแนวความคิดในการทำงบประมาณขาดดุลอย่างจงใจ ซึ่งเรียกว่าเป็น “การทำงบประมาณขาดดุลอย่างมีระบบ” กล่าวคือ ใช้วิธีการงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นด้านรายจ่ายสาธารณะ (Public Expenditure) รายได้สาธารณะ (Public Revenue) และหนี้สาธารณะ (Public Debt) เป็นเครื่องมือในการที่จะเอื้ออำนวยให้ปัจจัยในการผลิตทั้งหมด ซึ่งได้แก่ ทุน แรงงาน เครื่องมือ และวัตถุดิบ ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่านักการคลังรุ่นปัจจุบันมิได้เห็นความสำคัญของดุลยภาพของงบประมาณแต่อย่างใด กลับเห็นว่าการงบประมาณในปัจจุบันนั้นเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งในการที่จะสร้างดุลยภาพทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นดุลยภาพทางงบประมาณอาจจะต้องขาดดุล (Deficit Budget) ในบางขณะงบประมาณจะต้องสมดุล (Banlanced Budget) และบางขณะงบประมาณจะต้องเกินดุล (Surplus Budget) ซึ่งแตกต่างกบความเชื่อของนักการคลังในอดีตที่ว่างบประมาณที่ดีนั้นจะต้องสมดุลตลอดกาล"
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #37 เมื่อ: 10-10-2006, 08:57 »

หึ หึ ....
การจัดงบประมาณ มันแล้วแต่สภาวะครับ...
แล้วแต่ความเหมาะสม ในเวลานั้น ๆ
ไม่มีอะไรผิดหรือถูกครับ

แค่นี้ก็ ...จบ

 Yell

บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: 10-10-2006, 10:14 »

ผมข้องใจมานานแล้วว่าทำไมSkyกับKillerถึงนิยมชมชอบและระบใช้พวกโกงบ้านกินเมือง หรือเป็นเพราะโดนผ่าสมองใส่ตรรกะนี้เข้าไป

1.โกงแต่ก็ยังทำงาน

2.รวยแล้วไม่โกง

ยังงั้นเหรอครับ คิดใหม่ ทำใหม่เถอะครับ
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 10-10-2006, 10:27 »

จะว่าไป วิธีหาเสียงของนักการเมืองเก่า ๆ เค้าจะเอาคำถามโง่ ๆ ไปโปรยตามชุมชน

เสร็จแล้วก็เอา "ข่าวจริง" หรือ "ข่าวเกกลับ" ชี้แจงให้เข้าใจ

แบบนี้ นักการเมืองนั้นก็จะได้คะแนนนิยมครับ

จะว่าไป มีคนแบบตั้งกระทู้ด่า แล้วโดนสวนกลับด้วยข้อมูล หลักฐาน ตรรกะที่ดีนั้น

จะเป็นผลดีต่อผู้ถูกกล่าวหา...มาบ่อย ๆ ก็ดี...แต่อย่าให้มันหมูนัก...แก้โจทย์ง่าย มันน่าเบื่อ อิ อิ
บันทึกการเข้า

Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #40 เมื่อ: 10-10-2006, 10:38 »

อธิบายถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีก....

อุ๋ย ไปบอกชาวบ้านเค้าว่า จะเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เน้น GDP อีกแล้ว

แล้วมึงคิดจะไปกู้มาโปะทำไม มึงเก็บภาษีได้เท่าไหร่ มึงก็จ่ายไปเท่านั้น ...จบ



ก็จัดงบฯสมดุล ไปสิ ถ้ากู้มาโปะ แล้วมันจะอ้างหาพระแสงอะไรเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง

ไปกู้หนี้ยืมสินเค้ามาทำไม ลิ้นสองแฉก ยังไม่ทันอะไร ก็ตอแหลดอกทองเสียแล้ว

ถ้าเป็นพวกไร้สาระพูดละก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่นี่มัน รมว.คลัง ส่งซิกอะไรออกมามีความหมายทั้งนั้น

มันพูด 2 ครั้ง ห่างกันไม่กี่วัน นี่เมื่อวันก่อนพูดออกมากลับตาลปัตรว่า ปี 50 จะจัดงบฯขาดดุล

คาดว่า GDP จะโต 4.5% ...ถุยยย

ไอ้...ขี้หลี กะล่อนฉิบหาย

บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 10-10-2006, 10:50 »

ไม่เน้นจีดีพี ไม่ได้หมายความว่าทิ้งไป ใครฟังก็เข้าใจทั้งนั้น

จะว่าไปเค้าอธิบายกันยืดยาว ว่าทำไมต้อง "ขาดดุล" ก็เพราะประมาณการว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะชะลอตัว

การทำงบขาดดุลก็เหมือนกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ( แต่ ไปอ่านให้ชัด เค้าจะดูแลในส่วนที่จำเป็น ใช้อย่างคุ้มค่า )

เศรษฐกิจพอเพียงคือการทำอย่างสมเหตุสมผล ไม่เกินตัว

คำว่าเกินตัวมิใช่ว่าทำขาดดุลไม่ได้ มันหมายถึงใช้ตามที่มีหรือมีปัญญาจ่าย

นอกจากนั้นต้องมี "ภูมิคุ้มกัน" ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ นั่นคือ..รอบคอบ

โดยสรุป เศรษฐกิจพอเพียง คือ...มีเหตุผล ไม่เกินตัว รอบคอบ...แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับการขาดดุลหรือเกินดุล

การขาดดุลเพียง 2 % มันอยู่ในวิสัยทำได้หรือไม่ นั่นก็เป็นการสานต่อหรือตั้งรับนโยบายจากไทยรักไทย

ที่สำคัญ...เค้าเน้นการใช้จ่ายอย่างสมเหตุผลหรือโครงการที่จำเป็นและคุ้มค่าจริง ๆ

อธิบายแบบนี้ เข้าใจ "เศรษฐกิจพเพียง" หรือยังล่ะ

ว่าง ๆ ไปดู ธุรกิจขนาดใหญ่แบบ "ปูนใหญ่" เค้าใช้เศรษฐกิจพอเพียงยังไง ถึงก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง

เศรษฐกิจพอเพียงมิได้หมายว่า "ห้ามโต" แต่เค้าให้โตอย่างมั่นคง ยั่งยืน...
บันทึกการเข้า

Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #42 เมื่อ: 10-10-2006, 11:01 »

มันอ้างเรื่องศก.พอเพียงใช่หรือเปล่า...

ทุกวันนี้เก็บภาษีได้มากเกินกว่างบประจำอยู่แล้ว...มีก็แต่งบฯผูกพัน

รอให้มันจบงบฯผูกพันไปก่อน เงินเหลือแล้วค่อยจัดเอาไปเป็นงบลงทุน

นี่สิ มันถึงจะพอเพียงของแท้.... ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน



อีกมุมที่ อุ๋ย ไม่เคยมีสมองคิดเลย คือการบริหารสินทรัพย์ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เพราะอุ๋ยสติปัญญาไปไม่ถึง ไม่กล้าคิด กลัวจะโดนด่าว่าก๊อปปี้ ไทยรักไทย..น่าสงสาร

นี่แหละคือ รัฐบาลที่มาจากการปล้นอำนาจเค้า บ้านเมืองจะต้องเสียหายก็ตรงนี้
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #43 เมื่อ: 10-10-2006, 11:02 »

ปี 2549 รัฐบาลไทยรักไทย พยายามจัดงบฯสมดุล มีขลุกขลักในช่วงท้าย

ของรัฐบาลก่อนถูกรัฐประหาร เพราะโดนป่วนบ้านป่วนเมืองจนไม่เป็นอันทำอะไร


มาวันนี้ รัฐบาลพระเอก เข้ามาบริหารงานแทน ยังไม่ทันกระดิกอะไร

นายอุ๋ย กระแดะเรียกประชุมทันที และเตรียมจัดงบฯ ขาดดุล ไม่เกิน 2% ของ GDP




ทำไมไม่เอา Green GDP อะไรของมันมาเป็นบรรทัดฐานละโว้ยยย

หรือว่า พ่นเอาเท่ ไปอย่างนั้นเอง โคตรทุเรศ..

ไหนว่าไม่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไง แล้วสาระแนจัดงบฯ ขาดดุลทำไม

ก็จัดงบฯสมดุล ไปสิ สู้เท่าที่มี ไปหน้าด้านกู้เค้ามาทำไม....


มันจะไปเป็นหนี้เป็นสินเค้าอีกทำไม ไม่รู้ความพอเพียงบ้างหรือ หือออออ...




คุณKillerโกหกไปทำไม งบขาดดุลเป็นความคิดเห็นของทักษิณเผด็จการจากการเลือกตั้งฯ สั่งไว้ก่อนจะหนีไปตั้งหลักที่อังกฤษ  จำไม่ได้หรือ Question

แต่ มรว.อุ๋ย กำลังคิดว่ากำจัด ป้องกันการคอร์รั่ปชั่นได้ทัน จะตั้งงบประมาณสมดุล/เกินดุลได้เลย เพราะแต่ละปีใน 5-6 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินจากภาษีอากรของประชาชนไปกับการคอร์รั่ปชั่น ปีละแสนล้านบาท  
แต่จะทำได้หรือไม่ เพราะลำบากใจที่ทักษิณ เผด็จการจากการเลือกตั้งได้ปลูกฝัง และได้ผูกพันโครงการที่ต้องทำต่อเนื่อง ที่คอร์รั่ปชั่นไปด้วยแล้ว  จะแก้ไขพวกเสียผลประโยชน์จากการทำรัฐประหารจะโวยวายฟ้องพ่อต่างด้าวของพวกเขา.......
Exclamation

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
คำตัดพ้อของใบไม้
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032


ทุกคนคือเพื่อน ...แม้โจรก็เป็นเพื่อนเราได้


« ตอบ #44 เมื่อ: 10-10-2006, 11:14 »

แต่ประเด็นสำคัญ คือ  อุ๋ย เป็นคนที่ยืน พล่ามต่อหน้านักธุรกิจ นักลงทุน เมื่อสัปดาห์ก่อน

ถึงแนวทางบริหาร โดยบังอาจยกเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาหากิน

พูดออกมาชัดเจนว่า ไม่เน้นความาเจริญเติบโต GDP แต่จะเอา Green GDP

จะพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่แล้วในวันนี้ ก็พลิกลิ้นตอแหล ด้วยความกะล่อน

เดินหน้าจัดงบฯแบบขาดดุล กู้หนี้ยืมสินเค้ามาทำไม นี่แสดงว่าไม่พอเพียงใช่หรือไม่

นี่แสดงว่าที่ผ่านๆมาพูดเพียงเพื่อให้มันดูเท่ หลอกวัวหลอกควาย ใช่หรือไม่ ....


****************************************************


   การแก้ไขปัญหาต่อจากโจร  ต่อจากคนที่มีกุศดลบายหมกเม็ด
แพรวพราว  มันต้องใช้กลวิธี  จะให้แก้ได้ดังใจภายในวันเดียวหาได้มั๊ย

คิดแต่ต่อว่าคนมาใหม่  คงหลงลืมไปว่านายเก่าที่จงรักภักดีหน่ะ
หมกอะไรไว้บ้าง  มองให้รอบสิคุณคิลเลอร์
   
บันทึกการเข้า

....พูดดี  ทำดี  คิดดี ...ทุกวินาที
คิดได้อย่างนี้ก็เพียงพอแล้ว
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #45 เมื่อ: 10-10-2006, 11:15 »

เข้าใจคำว่า..สมเหตุสมผล หรือ มีเหตุผล และรอบคอบมั๊ย...

คนมาจาก "แบ็งค์ชาติ" มันเ็ป็นวัฒนธรรมประจำตัว จนแทบไม่ต้องอธิบายแล้ว...

แต่ถึงยังไง สังคมทั่วไปก็มองว่า เหนือกว่านายทนง...ว่ามั๊ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-10-2006, 11:18 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #46 เมื่อ: 10-10-2006, 11:22 »

ใจเย็นๆกันบ้างก็ได้ครับ ไม่ทราบว่าคุยคนละเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #47 เมื่อ: 10-10-2006, 11:39 »

ทำไมต้องตอแหลล่ะ ในเมื่อทำแบบพอเพียง แต่ขาดดุล มันผิดอะไรเหรอ...

ขาดดุล เกินดุล สมดุล กับการเจริญเติบโตของ GDP เป็นค่าตัวเลข (จำนวนเงิน) ที่ต้องยึดโยงเกี่ยงเนื่องซึ่งกันและกัน

แต่เรื่อง กรีน จีดีพี รวมทั้งเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องการกระจายรายได้ ( GDP ที่โตกระจายลงไปที่ส่วนใหญ่ของประเทศหรือไม่ )

กรีน จีดีพี มุ่งที่คุณภาพของการใช้เงินงบประมาณ ( วิธีจัดทำโครงการ )

โครงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หรือเมกกะโปรเจค ที่หวังผลสวาปามต้องลด ละ เลิก

ต้องเอาเงินไปใช้ในโครงการที่ให้ผลในทางที่ส่งเสริมความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน มากกว่าคิดสะระตะหวังเปอร์เซ็นต์

เศรษฐกิจพอเพียง มิได้ห้ามการเจริญเติบโต แต่ต้องโตอย่างสมเหตุสมผล...ไม่เว่อร์

GDP โตมาก ๆ แต่กระจุกตัวอยู่คนกลุ่มเดียว...แบบนี้ กรีน จีดีพี ไม่เล่นด้วย

บันทึกการเข้า

Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #48 เมื่อ: 10-10-2006, 11:41 »

ไม่คุยแล้ว มันลบความเห็น ผม...ปิดกระทู้

ใครจะคิดอย่างไรก็เชิญ...
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #49 เมื่อ: 20-10-2006, 17:49 »

ประชุมร่วมทุกครั้งไม่บอกสักคำ [20 ต.ค. 49 - 04:00]

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า บรรยากาศการทำงานของข้าราชการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) วานนี้ (19 ต.ค.) หลังจากฟังปาฐกถาของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เนื่องในงานวันครบรอบสถาปนา สศค.45 ปี เป็นไปด้วยความเหี่ยวเฉา ข้าราชการส่วนใหญ่เผยความในใจว่าหดหู่ และไม่สบายใจกับคำกล่าวหา สศค.ที่เกินความจริงของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ทั้งๆที่ทราบระบบการทำงานของข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นอย่างดี 

ข้าราชการ สศค.ส่วนหนึ่งยังระบุว่า ธปท.จะเข้าร่วมประชุมเพื่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายทุกปี กับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.)  ที่ผ่านมาตัวแทนของ ธปท.หรือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็ไม่เคยคัดค้านนโยบายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยเฉพาะโครงการประชานิยม เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน หรือแม้แต่โครงการธนาคารประชาชน ถ้าขณะนั้นเห็นว่า โครงการประชานิยมไม่ดี และเป็นภาระต่องบประมาณ ก็เสนอยกเลิกได้ กระนั้นก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า ในช่วงที่มีโครงการต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้น เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวและมีความเปราะบางอยู่มาก เนื่องจากเพิ่งจะผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 มาได้ไม่นาน จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีแรงขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า 

สศค.ระบุว่า มาตรการหลายด้านได้จุดกระแสการลงทุน และฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดย สศค.ประเมินว่า  เศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้  เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินการด้วยนโยบายการคลังมากกว่านโยบายการเงินของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร 

ส่วนผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท.มีอยู่เรื่องเดียวคือ คัดค้านการแยกองค์กรกำกับสถาบันการเงินออกจาก ธปท. แต่ล่าสุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในตำแหน่งใหม่มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการตามที่ ธปท.จะเสนอเร็วๆ นี้ คือ ให้คงองค์กรกำกับสถาบันการเงินไว้ภายใต้อำนาจของ  ธปท.ตามเดิมใน  พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ...ที่อยู่ระหว่างการยกร่าง แต่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย เพราะการกำกับดูแลสถาบันการเงินของ  ธปท.ในอดีต   เป็นต้นตอให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540.

http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=23635


อุ๋ย สุดหล่อ.... ไปด่า สศค.หาว่าทิ้งอุดมการณ์ ไม่คัดค้านนโยบายประชานิยม

กระทู้นั้นโดนลบทิ้งไปเสียแล้ว...

ขรก. สศค. เขารู้สึกอย่างไรแหกตาอ่านข่าวนี้ดูนะ

อย่างสักแต่ว่าสร้างภาพไปวันๆ สมองกลวงโบ๋ ยุคนี้สมัยนี้ เค้าไม่ได้โง่เง่าดังแต่ก่อนแล้ว

นี่แหละคือ ระบอบทักษิณ ที่พวกมันกลัวนักกลัวหนานี่แหละ คือ ข้าราชการคิดเป็นไงล่ะ....


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: