ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
25-09-2018, 06:49
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ความคิดเห็นของพวกสุดขอบ มันก็เกินไปนะครับ น่าจะตบกระบานสักทีนึง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ความคิดเห็นของพวกสุดขอบ มันก็เกินไปนะครับ น่าจะตบกระบานสักทีนึง  (อ่าน 3235 ครั้ง)
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« เมื่อ: 05-10-2006, 14:56 »

คุณว่าสภาพความคิดของสังคมไทยมันเป็นอย่างไรในตอนนี้ มันมีอะไรแฟงเร้นอยู่ บางท่านอาจเชื่อว่า คนบ้าๆที่คิดจะทำเวปไซด์ ที่โด่งดังเช่น manusaya ที่ตามล่าคนทำกันให้วุ่น หรือ เรื่องฉาวๆต่างๆ มันไม่น่าจะมีแต่ บังเอิญผมไปเจอหลายๆกระทู้เป็นเช่นนี้ จึงอยากให้ทุกท่านลองดู และ คิดดูว่า มีนน่ากลัวแค่ไหน ถ้ามันอาจจะมีคนแนวคิดเช่นนั้นจริงๆเกิดขึ้นมา

เริ่มจากนี้เลยครับ



http://72.14.235.104/search?q=cache:3vvJiaNGjucJ:www.vetoactor.org/webboard/view.php%3Fid%3D10409+%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C+%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=7

แล้วไปดูกระทู้ของคนที่ใช้ชื่อ  สหายฤทธิชัย    ตัวอย่างนะครับ

ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาปสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทอดทูน
ประชาชนต้องสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อทำการต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมต้องมีชีวิตใหม่
เมื่อฟ้าสีทองผองอำไพ
สถาบันจั***จะหายไปจากแผ่นดิน

ของวิสา คัญทัพ แต่งเติมประโยคสุดท้าย โดย ฤทธิชัย

    โดย : สหายฤทธิชัย       (61.90.95.214)  เมื่อ : 23/01/2006 09:39 PM

ความคิดเห็นที่: 39
เรียนคุณอา....ฉันว่าให้กษัตริย์และสถาบันดำรงอยู่น่ะดีแล้วดีกว่าจะมีแต่ไอ้พวกนายทุนจั***ชาติชั่ว....

โดย : mamy

ตอบ

1.น่าจะลองไม่มีดูนะครับ ดีไม่ดีอย่างไรจะได้รู้ เรายังไม่เคยไม่มีเลยนะครับ มันอาจจะดีกว่านี่10เท่าก็ได้ ถ้าไม่ดีค่อยเลือกใคร
มาเป็นกษัตริย์อีกก็ได้ (อยากเปลี่ยนระบบอ่ะเบื่อขี่เกลียดคลาน)

2.แล้วสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ใช่นายทุนที่คุณmamyหมายถึหรือเปล่าครับ

3.ขอร่วมต่อต้านนายทุนชาติชั่วทั้งแบบปิดหลับและเปิดเผยครับ
(ทุนใหญ่นะครับ ทุนน้อยเห็นใจครับเอาไว้ก่อน)

    โดย : สหายฤทธิชัย       (61.90.95.245)  เมื่อ : 26/01/2006 06:09 PM


ความคิดเห็นที่: 29
อยากให้เราวิจารณ์เรื่องนี้เชิงโครงสร้าง
วิจารณ์สถาบัน ไม่ต้องวิจารณ์ตัวบุคล

เช่นสังคมไทยจำเป็นต้องมีสถาบันหรือเปล่า
มีแล้วดีอย่างไรไม่ดีอย่างไร
มีไม่มีแล้วอยู่ได้ป่าว
มีไม่มีอิ่มท้องขึ้นหรือป่าว
มีไม่มีสร้างผลกระทบอะไรต่อสังคมอย่างไร

คือถ้าห้ามวิจารณ์ก็อย่าได้พูดให้อายชาวโลกเลยว่า
ประเทศไทยปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย

อันที่จริงน่าจะแก้ไขกฎหมายมิ่นประมาทเสียด้วยซ้ำ
ยังสงสัยอยู่ประเทศไทยประชาธิปไตยกี่เปอร์เซ็น

หากเราเปิดให้วิจารณ์เยอะๆ แล้วก็ให้ประชาชนเลือกเองก็น่าจะดี
แต่นี้อนุญาติให้เชิดชูเท่านั้น เด็กเกิดมาไม่รู้เรื่องอะไรก็สอนๆๆๆ
ในด้านเดียว แบบเดียว

ประชาชนไม่ได้โง่ เพียงแต่ว่าเขาได้รับสื่อด้านเดียวตลอด

    โดย : สหายฤทธิชัย       (61.90.95.246)  เมื่อ : 25/01/2006 03:53 AM

2.แล้วสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ใช่นายทุนที่คุณmamyหมายถึหรือเปล่าครับ


ไม่ใช่...

...แต่เป็นส่วนหนึ่งที่อาจปรับแก้ให้สอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมที่มีสภาพเป็นทุนค่ะ

โดย : mamy

ตอบ
แบบนี้หรือเปล่าครับ แล้วไม่ใช่ยังไง เพิ่มเติมหน่อยได้ป่าวครับ

1. ธนาคารไทยพาณิชย์
ตามทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ 16 มีนาคม 2548 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกลุ่ม เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นรวม 807,399,258 หุ้น หรือ 24.04% ของหุ้นทั้งหมด รองลงมาคือกระทรวงการคลัง 19.17% (ที่มา : http://www.scb.co.th/th/th_main_investor_info_structure.shtml)
ปี 2547 ธนาคารไทยพาณิชย์ มีกำไรสุทธิรวม 18,488,711,598 บาท (ที่มา : http://www.scb.co.th/files/finstatement/pdf_file/Yearly/thai/FinST-2004-audited-thai.pdf) ซึ่งเป็นกำไรของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกลุ่ม ประมาณ 4,444.68 ล้านบาท

2. บริษัทปูนซีเมนต์ไทย
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นรวม 360,000,000 หุ้น หรือ 30.00% ของหุ้นทั้งหมด, บริษัททุนลดาวัลย์ (ซึ่งถือหุ้นโดยสำนักทรัพย์สินฯ 100% - ที่มา : http://rdd.mcot.net/np/44/04/23/05.htm) ถือหุ้น 23,202,000 หุ้น หรือ 1.93%, สำนักงานพระคลังข้างที่ ถือหุ้น 15,473,000 หุ้น หรือ 1.29%
ปี 2547 บริษัทปูนซีเมนต์ไทย มีกำไรสุทธิรวม 36,483 ล้านบาท
(ที่มา : http://www.cementhai.co.th/)
ซึ่งเป็นกำไรของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์(โดยตรง) ประมาณ 10,944.90 ล้านบาท


3. บริษัทเทเวศประกันภัย
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นรวม 2,999,940 หุ้น หรือ 25% ของหุ้นทั้งหมด รองลงมาคือ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย 2,504,900 หุ้น หรือ 20.87% และธนาคารไทยพานิชย์ 1,895,680 หุ้น หรือ 15.80% (ที่มา : http://www.deves.co.th/shareholders/s-holder.htm) ซึ่งทั้ง 2 บริษัทมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ นอกจากนั้นยังมีบริษัทเงินทุนสินอุตสาหกรรมหรือ SICCO (ธนาคารไทยพาณิชย์ถือหุ้นใหญ่) ถือหุ้น 200,000 หุ้น หรือ 1.67%, บริษัทวังลดาวัลย์ (ยังไม่มีข้อมูลเจ้าของ แต่เข้าใจว่าเป็นของสำนักทรัพย์สินฯเช่นกัน) ถือหุ้น 184,760 หุ้น หรือ 1.54%
ปี 2547 บริษัทเทเวศประกันภัยมีกำไรสุทธิรวม 172.13 ล้านบาท (ที่มา : http://www.deves.co.th/shareholders/s-income.htm)

4. บริษัททุนลดาวัลย์
5. บริษัทเงินทุนสินอุตสาหกรรม
6. บริษัทวังลดาวัลย์
7. บริษัทบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ หรือ BIHC (เจ้าของโครงการสยามพารากอน)
8. บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด
9. กลุ่มบุญรอด

อสังหาริมทรัพย์
สำนักงานทรัพย์สินฯ มีผู้เช่าทั่วประเทศประมาณ 36,000 ราย โดยแยกเป็นผู้เช่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 24,000 ราย ในส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 12,000 ราย โดยแบ่งเป็น
1. ผู้เช่าประเภทหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 80 แห่ง เช่าพื้นที่รวมประมาณ 3,400 ไร่ หรือประมาณ 30-40% ของพื้นที่เช่าส่วนกลางทั้งหมด
2. ผู้เช่าประเภทเอกชน
3. ผู้เช่าประเภทที่อยู่อาศัย
4. สมาคมหรือมูลนิธิ




    โดย : สหายฤทธิชัย       (61.90.95.250)  เมื่อ : 27/01/2006 06:39 PM


ตอบความเห็นที่ 20

ผมชื่อ ฤทธิชัย ชูวงษ์ กำลังศึกษาอยุ่ครับท่าน
(เอาเลขที่บัตรประจำตัวด้วยป่าว)

ปัจจุบันทำนิตสารกับเพื่อนอยู่หัวหนึ่ง ครับ

ชื่อ QUESTIONMARK โดยเฉพาะเล่ม6 ไปอ่านนะครับ
จะมีบทความที่คุณต้องการ อาจจะไม่ถึงขั้น สมศักดิ์ , ธงชัย,ใจ
หรือนิตสารฟ้าเดียวกันเล่มล่าสุด แต่คิดว่าน่าจะโดนใจท่านเมนๆ อะไรนะ (เหอๆๆไม่รุ้ใช่ป่าวอ่อนภาษาครับ)
แล้วอย่าสั่งเก็บล่ะ เหอๆๆๆ ถ้าแน่จริง

รอหมายศาลอยู่ครับ ไม่อยากรออย่างเดียวคือตะกั่วกับอุ่ม
หวังว่าถ้าแน่จริงคงไม่ลอบกันด้วยนะครับ

จริงๆ ไม่น่าให้บอกนะครับ มันก็เช็คได้นี่นา

เอ้าท่านเมนไม่ขี้ขลาดแสดงตัวหน่อยดิ

จะได้รู้ว่าเลียใครอยู่

ตัวเองเป็นคนเปิดประเด็นแท้ๆ

    โดย : สหายฤทธิชัย       (61.90.95.226)  เมื่อ : 24/01/2006 11:55 PM

 


คราวนี้ของคนที่ใช้ชื่อ chotisak   



คุณ menopause เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ

1. ผมโพสต์ความเห้นที่ 43 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บอร์ดนี้ล่ม (ที่ไม่อยากมาโพสต์เพราะรู้สึกเซ็งๆและค่อนข้างเห็นใจเว็บมาสเตอร์)

แล้วไอ้ที่คุณบอกว่า "เอาสีข้างเข้าถู", "กล้าคิด กล้าบิดเบี้ยว" มันคืออะไร

อย่ามั่วสิครับ
จะเลียไข่ชนชั้นเทวดาก็อย่ามั่วนิ่มสิครับ

2. แล้วตกลงเมื่อไหร่จะโทรมาซะทีครับ
ผมไม่ทำอะไรคุณทางโทรศัพท์หรอก
โทรมาเลย กล้าๆหน่อย
06-618-1200

โชติศักดิ์ อ่อนสูง

    โดย : chotisak       (61.90.95.245)  เมื่อ : 26/01/2006 11:29 AM
 
 

ความคิดเห็นที่: 49
Who care! ใครๆก็มีสิทธิ์โง่กันถ้วนหน้า บางครั้งผมก็โง่จริงๆ แต่ผมไม่ทำให้ความโง่นั้น มาบั่นทอนจิตใจ เพราะรู้ตัวว่าโง่ได้... ว่าแต่ว่าเองก็รู้อย่างเองรู้แล้ว แล้วจะโง่ดักดานเข้าใจอย่างก็เข้าใจไปเถอะ... มันไม่ค่อยหนักกระบาลผมเท่าไรเลย.... โอเค



quote:
--------------------------------------------------------------------------------
But if you were English, you would be ,sometime, โง่ . According to the pronouciation, that I have already told you. Respectively Yours,
โดย : Satit Treamhatairat
--------------------------------------------------------------------------------


    โดย : คำเขียน คำมี       (195.159.207.130)  เมื่อ : 26/01/2006 12:08 PM
 
 

ความคิดเห็นที่: 50
ความคิดเห็นที่: 48 โชติศักดิ์ อ่อนสูง
จะเลียไข่ชนชั้นเทวดาก็อย่ามั่วนิ่มสิครับ
---------- แกกล้าบอกไหมว่า แกหมายถึงไข่ใคร ไอ้หน้าฏัวเมีย

แล้วตกลงเมื่อไหร่จะโทรมาซะทีครับ ผมไม่ทำอะไรคุณทาง โทรศัพท์หรอก
---------- คนอย่างแก จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ สะเออะ
---------- ชื่อและนามสกุลอย่างแก เปิดเผยไปก็อายคนเปล่า ๆ
---------- แกไปทบทวนดู แกเคยสร้างสรรค์อะไรดี ๆ เป็นชิ้นเป็นอันบ้างไหม นอกจากพล่ามตามเว็บและแพร่น้ำกาม




    โดย : menopause       (58.136.0.252)  เมื่อ : 26/01/2006 12:38 PM
 
 

ความคิดเห็นที่: 51
1. กลับไปดูความเห้นที่ 30 ของคุณนะครับ

ถ้าไม่กล้าโทร แล้วเสื.อกโม้ทำไมวะ

พอถูกถาม ก็ถูไถแบบความคิดเห็นที่ 50

ถุย

2. ส่วน "ไข่เทวาดา" จะเป็นไข่ใคร ชนผู้มีปัญญาย่อมเข้าใจได้ครับ (ส่วนกระบืออย่างคุณอาจจะไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไรครับ)

แล้วก็
ผมไม่เคยอวดตัวว่ากล้าหาญกว่าใครที่ไหนนะครับ อย่ามาเที่ยวเออออเอาเอง

โชติศักดิ์ อ่อนสูง

    โดย : chotisak       (61.90.95.245)  เมื่อ : 26/01/2006 05:58 PM




ของคนที่ใช้ชื่อ คุณอา


 
 #4 สถาบันนัญไรจะหายไปจากแผ่นดิน........ไม่ผิดกฏหมายนำคับ การหมิ่นประมาทกษัตริย์ต้องหมิ่นที่ตัวกษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ ถ้าพูดถึงสถาบันไม่ผิด เคยมีฎีกาแล้ว (ส.ศิวรักษ์เป็นจำเลย) แต่ประโยคท้ายนี้ผมว่า ถ้าวิสา คัญทัพ ได้เห็น ต้องขอดูตัวคุณสหายฤทธิชัยแน่นอน คิดได้ไงน่ะ ขนาด วิสา คัญทัพ ยังคิดไม่ออก

    โดย : คุณอา       (203.113.81.168)  เมื่อ : 24/01/2006 10:44 PM

ผมเห็นด้วยกับการยกเลิกสถาบันกษัตริย์ แล้วใช้ระบบสาธารณะรัฐ ส่วนการหมิ่นกษัตริย์ตรงๆ ทำไม่ได้ เพราะมีกฏหมายคุ้มครองกษัตริย์ไว้ ต้องเลิกกฏหมายนี้เสียก่อน ส่วนพวกที่ขี้ขลาดจริงๆ คือพวกนิยมจ้าวนั่นแหละ ไม่เคยสู้แบบซึ่งหน้า ตัวต่อตัว มีแต่พาพรรคพวกไปอุ้ม หรือ เป่า ทีเผลอ หรือใช้กฏหมายกลั่นแกล้ง นายพลคนไหนก็ได้ ถ้าอยากยิงกะผมตัวต่อตัว บอกมาได้เลย

    โดย : คุณอา       (203.113.81.168)  เมื่อ : 25/01/2006 12:07 AM

28 ผมจะบอกคุณให้ด้วยความหวังดี เพื่อคุณจะได้ ฉลาดในอนาคต คุณสังเกตดูซิว่า คนที่วิจารณ์กษัตริย์ เป็นคนมีความรู้ วิจารณ์ด้วย """ข้อมูลและเหตุผลทั้งนั้น"" ไม่ได้ ด่าทอไร้สาระเหมือนพวก ที่อยู่""ใต้ละอองตีน"" การที่จะเป็นคนมีความรู้ มันต้องสะสม บำเพ็ญตน ระดับหนึ่งทั้งนั้นแหละ(และแน่นอน ต้องผ่านโอกาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีมาด้วย) ที่เล่นเน็ต มันเป็นทางหนึ่งเท่านั้น ไอคิว ระดับวิจารณ์กษัตริย์(ไม่ได้โม้) คงไม่ผิดหวัง หรือล้มเหลวง่ายๆ ว่างๆ เขาก็เข้ามาเท่านั้นแหละครับ การทีวิจารณ์สถาบันกษัตริย์เพราะเขาเห็นภัย ของสถาบันแหละครับ เวลาอ่านเปิดใจให้กว้างและดูซิว่า จริงอย่างว่าหรือไม่

    โดย : คุณอา       (203.113.81.167)  เมื่อ : 25/01/2006 09:33 PM

การวิจารณ์กษัตริย์เป็นเรื่องที่กล้าหาญกว่าพวกขี้ตีนที่เลียไข่อยู่แล้ว แต่ที่วิจารณ์โดยไม่ให้ผิดกฏหมาย ไม่ใช่เป็นเรื่องขี้ขลาด เราวิจารณ์เพื่อสื่อความหมายให้เพื่อนๆได้เข้าใจ ไม่ใช่เอามัน หรือชวนทะเลาะ และที่สำคัญ เราต้องการ""""""""วิจารณ์กษัตริย์ไปนานๆ จนกว่าสถาบันจะหมดไป""""""""""มันดีกว่า วิจารณ์ ผิดกฏหมาย แต่แป็บเดียวจอด ส่วนเว็บมาสเตอร์ เว็บ NGO เขาคงเป็นNGO นั่นแหละ เขาไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ เว็บ โครงการพระราชดำริ นี่เฟ้ย

    โดย : คุณอา       (203.113.81.164)  เมื่อ : 26/01/2006 10:06 PM

#70 73 ไปดูซิว่า ที่คูณศรัทธา หลายคนเป็นเจ็ก ไม่ว่า พระเจ้าตาก หรือศรีสังวาล ส่วน โจรนั้น ต้องถามว่า โจรคืออะไร ถ้าโจรคือ การบังคับเอาทรัพย์สิน ชาวบ้านไปใช้ส่วนตัว หมายความว่า อดีตกษัตร์หลายคนก็ มีการนำทรัพย์สินชาวบ้านไปใช้เพื่อความสำเริง สำราญส่วนตัว ประเด็นการรวมชาติ แต่ก่อน ความคิดเรื่องชาติ ไม่เป็นแบบนี้ มันเป็นความคิด แบบ """เมืองขึ้น""" กับ ""ขี้ข้า"""" กษัตริย์ สมัยนั้น ไม่ได้คิดว่า ล้านนา ล้านช้าง เขมร ปัตนานี เป็น ชาติเดียวกัน เป็นเพียง """เมืองขึ้น"""หรือ ""ขี้ข้า"""ที่จะเป็นแหล่ง รายได้ ผลประโยชน์เท่านั้น ไม่เคยจุนเจือ ขี้ข้าพวกนี้เลย มีแต่เอา กะ เอา ลองศึกษาต่อดูนะครับ คุณเอาความคิดปจุบัน ตัดสินเรื่องประวัติศาสตร์ไม่ได้ ต้องเอาความคิดอดีตครับ ในการตัดสิน พฤติกรรมในอดีต

    โดย : คุณอา       (203.113.16.250)  เมื่อ : 28/01/2006 07:43 AM


นี่แค่ตัวอย่างนะครับ ต้องไปลองอ่านดูตาม link ที่ให้ไว้ครับ


แล้วคราวนี้มาดูตรงนี้ครับ จำชื่อจริงของคนที่ใช้ชื่อ สหายฤทธิชัย และ chotisak ไว้นะครับ



http://72.14.235.104/search?q=cache:T7R6_J7jWyAJ:www.sarakadee.com/modules.php%3Fname%3DSections%26op%3Dviewarticle%26artid%3D474+%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2+%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=4


"ทีมงานที่มาร่วมพูดคุยกับ สารคดี ในวันนั้น มี ๔ คนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ ดอย-สิทธิพร จรดล คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ปี ๖, โชติ-โชติศักดิ์ อ่อนสูง คณะรัฐศาสตร์ ปี ๔, จันทร์-วริศา กิตติคุณเสรี คณะศิลปศาสตร์ ปี ๓ และ โหน่ง-ทวารัตน์ หงษ์นคร เรียนปริญญาโทอยู่ที่วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา ปี ๒ อีก ๒ คนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แก่ ชัย-ฤทธิชัย ชูวงษ์ คณะรัฐศาสตร์ ปี ๔ และ ต่าย-ณัฐเขมจิรา สุขสวัสดิ์ คณะเทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน ปี ๒ อีก ๒ คนเรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ เจ-ภาสกร ช่อผกา คณะครุศาสตร์ ปี ๒ และ ช้วง-ณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี ๑ ส่วนอีกคนคือ ปู-อนรรฆ พิทักษ์ธานิน เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะโบราณคดี ปี ๒

กลุ่มคนทำ QUESTIONMARK ส่วนใหญ่จะเป็นนักกิจกรรมมาก่อน บางส่วนเจอกันตอนออกค่าย บางส่วนก็พบกันในวงเสวนา...."


กลุ่มนักศึกษาไฟแรงกันทั้งนั้นนะครับ แต่ 2 คนที่ผมกล่าวถึงเขารู้จักกันใช่ไหมครับ


แล้วมาดูที่นี่ครับ


http://72.14.235.104/search?q=cache:MX_lntZyPO0J:www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php%3Fmod%3Dmod_ptcms%26ContentID%3D5243%26SystemModuleKey%3DHilightNews%26System_Session_Language%3DThai+%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C+%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=1

และ
http://72.14.235.104/search?q=cache:0gBr3QjXNJkJ:www.fridaycollege.org/index.php%3F%26file%3Dforum%26obj%3Dforum.view(cat_id%3Dpn-0,id%3D11)+%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C+%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=4


ขอเชิญพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมและองค์กรภาคประชาชน

ร่วมประชุมเพื่อลงมือสร้างพรรคการเมืองของภาคประชาชน

สภาพการเมืองไทยที่ขาดพรรคการเมืองของภาคประชาชน ได้ทำให้พวกเราในอดีตพากันหดหู่และหันไปฝากความหวังไว้กับความเมตตาของบรรดานายทุนที่ปกครองเรา แต่ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เราเรียนรู้แล้วว่าการฝากความหวังไว้กับพรรคการเมืองของชนชั้นนายทุนเป็นความผิดพลาด ไม่มีรัฐบาลนายทุนรัฐบาลไหนที่ไม่เดินแนวทางเสรีนิยม ไม่มีรัฐบาลนายทุนรัฐบาลไหนที่ไม่เน้นผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุน ไม่มีรัฐบาลนายทุนรัฐบาลไหนที่ไม่ปราบปรามทำร้ายประชาชน

ชัยชนะของพรรคไทยรักไทย เมื่อต้นปี 2544 ทำให้บางส่วนของภาคประชาชนหันมาตั้งความหวังกับพรรคของนายทุนอีกครั้ง เนื่องจากมีอดีตคนเดือนตุลาเข้าไปมีบทบาทในพรรคหลายคน แต่พรรคนายทุนก็ยังคงเป็นพรรคนายทุน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทยได้ใช้นโยบายเสรีนิยมที่เน้นผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุนมาโดยตลอด และทำการปราบปรามประชาชนไม่ต่างจากรัฐบาลนายทุนอื่นๆก่อนหน้านั้น

การอกหักจากพรรคนายทุนไทยรักไทย ทำให้ภาคประชาชนบางส่วนหันมาตั้งความหวังกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคของนายทุนก็ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ได้ถูกบางส่วนของภาคประชาชนตั้งความหวังไว้ พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านรัฐบาลด้วยจุดยืนผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุนซึ่งตรงข้ามกับผลประโยชน์ของประชาชนโดยสิ้นเชิง ซึ่งนั่นได้ตอกย้ำให้เรารู้ว่าการฝากความหวังไว้กับพรรคการเมืองของชนชั้นนายทุนเป็นความผิดพลาด

เราไม่อาจหวังให้พรรคของนายทุนมาปกป้องผลประโยชน์ของเราได้ ในทางตรงกันข้าม หากเราจะปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นล่างเราต้องลุกขึ้นต่อสู้กับพรรคของนายทุน และหากเราจะต่อสู้กับพรรคของนายทุนเราต้องรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเราต้องมีพรรคการเมืองของเราเอง

พรรคการเมืองของเราไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคจดทะเบียนในทันทีที่ก่อตั้ง แต่เราควรเน้นการทำงานนอกรัฐสภาไปก่อน

ผู้มีรายชื่อท้ายจดหมายฉบับนี้-ในฐานะส่วนหนึ่งของภาคประชาชนเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลงมือร่วมกันสร้างพรรคการเมืองของภาคประชาชนกันอย่างจริงจัง จึงขอเชิญพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมและองค์กรภาคประชาชนที่เห็นร่วมกันว่าภาคประชาชนจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองของตัวเอง มาร่วมประชุมเพื่อลงมือสร้างพรรคการเมืองของภาคประชาชน ในวันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม 2548 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้องประชุม 13 ตึก 3 (ตึกคณบดี) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวาระในการประชุมเบื้องต้น 2 วาระ คือ

1. เลือกผู้ดำเนินการประชุม

2. กำหนดวาระการประชุม

ด้วยความสมานฉันท์

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ใจ อึ๊งภากรณ์ จิรัฐติ ครุฑนาม จารุวัฒน์ เกยูรวรรณ

เฉลิมพล แพทยกุล โชติศักดิ์ อ่อนสูง ชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ ธารา ศิรินิกรวงศ์ นุ่มนวล ยัพราช ภาคภูมิ สราญณิยธรรม มูนีเราะห์ เพ็ญภาค มาลี ศรีนาค

รัชพงศ์ โอชาพงศ์ วันเฉลิม เปรมปลื้ม วิภา ดาวมณี วสันต์ สิทธิเขตต์

ศิริชัย สิงห์ทิศ สมโภชน์ อุปอินทร์ เสริฐการ ศิริพิบูลอุษา อนงค์นุช ศรีไชโย อานนท์ ชวาลาวัณย์ อภิศักดิ์ สุขเกษม อรรค ยังวารี



6 กุมภาพันธ์ 2548



สอบถามรายละเอียดได้ที่ ใจ 01-346-9481, โชติศักดิ์ 06-618-1200
 
โดย News Reporter .  (ip:203...167)  เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2548 13:23:42 น.
 


และ   



http://72.14.235.104/search?q=cache:4mkiiMM8E0UJ:www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php%3Fmod%3Dmod_ptcms%26ContentID%3D5042%26SystemModuleKey%3DHilightNews%26System_Session_Language%3DThai+%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2+%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=2

ความคิดเห็นที่ 62   
   
   
ฤทธิชัย ชูวงษ์     
   
 หากจะยึดหลักรัฐธรรมนูญเดิม (40)คือ
การปกครองแบบรัฐสภานั้น พระมหากษัตริย์จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือก็คืออำนาจบริหารนั้นจะต้องผ่านการเห็นชอบของสภาก่อนไม่เว้นแม้แต่กรณีสืบราชสมบัติ แต่
ตามความเห็นของกระทู้ข้างบนของ "รักในหลวงเหมือนกัน" บอกว่าพระองค์ทรงให้อำนาจคณะปฎิรูปฯแล้ว" ถ้าเป็นอย่างนั่นจริงเท่ากับว่าพระองค์เป็นผู้ละเมิดรัฐธรรมนูญเสียเอง ซึ่งผมเองก็ไม่เชื่ออย่างนั้น ผมไม่คิดว่าพระองค์คงจะไม่เห็นดีเห็นงามไปกับทหารโง่พวกนั้นแน่ แต่ก็มีคำถามในใจอยู่ว่า เหตุใดพระองค์ไม่ออกมาคัดค้านการย่ำยีประชาธิปไตยของเหล่าทหารโง่เหล่านี้ เพราะตอนที่สนธิกับสุริยใสโง่เสนออะไรโง่ๆพระองค์ยังไม่เห็นด้วยเลย

และคิดว่าพระองค์คงจะเข้าใจบริบทของสังคมดีว่าในยุคนี้มิใช้ยุค ศักดินา, สมบูรญาสิทธิ์ราช หรือยุคทหารแล้ว ผมเองก็เชื่อมั่นในสติปัญญาอันอัจฉริยภาพและพระบารมีที่ใหญ่ยิ่งของพระองค์ท่านไม่ต่างจากกระทู้ข้างบนเลยครับ

ปล.ผมต่อต้านทักษิณตั้งแต่หลายคนยังเลียไข่ทักษิณอยู่ และตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น


แล้วมาดู ตรงนี้ครับ  คนที่ใช้ชื่อคุณอา  และ สหายฤทธิชัย


http://72.14.235.104/search?q=cache:xcWd-ug1HYMJ:webboard.mthai.com/5/2006-03-30/216741.html+%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=6


 ความคิดเห็นที่ 102   
กังหันชัยพัฒนาดีจริงหรือ
ทำไมพวกนากุ้ง เลี้ยงสัตว์น้ำ บำบัดน้ำเสีย ทั้งภาครัฐ และเอกชนขนาดใหญ่ ที่มีความรู้สูงๆ ไม่เอามาใช้ ผมว่า มันไงๆนา เพราะมีความรู้ขนาดธุรกิจใหญ่ๆ ยังไม่เอามาใช้ มันดีจริงหรือ

เว็บมาสเตอร์ จะลบอะไรนักหนาฟ่ะ เป็นพวกใต้ละอองตีนกับเข้าด้วยหรือ กระทู้นี้ไม่ผิดกฏหมายโว้ย

โดย : คุณอา (203.113.81.168) เมื่อ : 31/01/2006 10:03 AM




ความคิดเห็นที่: 1
ใจเย็นๆครับคุณอา ผมว่าคงดีแต่ไม่เต็มร้อยมั้งครับ จะให้เห็นผลต้องใช้ระยะเวลานาน มันก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ด้วยมั้งครับ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะ


โดย : ว่าตามกัน (203.107.238.2) เมื่อ : 31/01/2006 10:21 AM



ความคิดเห็นที่: 2
#1 การให้ อ็อกซิเจน แก่น้ำ มันเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม และพื้นที่ ขนาดนี้เลยหรือครับ โห...... แล้วต้องรอนานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ขนาดไหนจึงเห็นผล ชาติหน้าป่ะ

โดย : คุณอา (203.113.81.168) เมื่อ : 31/01/2006 10:30 AM



ความคิดเห็นที่: 3
เกี่ยวซิครับ ลองคิดดูนะ มีน้ำ 1 โอ่ง กับน้ำ 1 บ่อ อะไรรักษาง่ายกว่ากัน แต่ถ้าน้ำ 1 โอ่งเป็นน้ำเสีย แล้วถ้าน้ำ 1 บ่อ เป็นน้ำฝนธรรมชาติ อะไรบำบัดนานกว่ากัน เห็นไหมว่าสภาพแวดล้อมมันมีผล ดูคนเราสิอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนก็จะมีนิสัยคล้ายๆกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ผมถึงบอกไงว่ามันดีแต่ยังไม่เต็มร้อย

โดย : ว่าตามกัน (203.107.238.2) เมื่อ : 31/01/2006 10:37 AM



ความคิดเห็นที่: 4
#3 ดูไอ้ที่ เขาเลี้ยงกุ้ง หรือ บำบัดน้ำเสีย (ใช้งานจริงๆซิ) แล้วจะนึกออก ไม่ใช่เอาไปใช้กับน้ำสะอาด ว่าแต่ว่ารู้จักกังหันที่ว่าป่าว

โดย : คุณอา (203.113.81.168) เมื่อ : 31/01/2006 10:43 AM



ความคิดเห็นที่: 5
รู้สิครับคุณอา เพราะผมเด็กช่างนะ ไม่รู้ก็บ้าแล้ว พวกบ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อบำบัดน้ำเสียมันทำให้น้ำคุณภาพดียากครับ เพราะบ่อกุ้งมีทั้งอาหารขี้โคลนสิ่งปฎิกูลเยอะมากๆส่วนบ่อน้ำเสียคงไม่ต้องอธิบายมากกว่าบ่อกุ้งแน่ๆ ผมว่านะกังหันใช้ชะลอการเสียของน้ำมากกว่าถ้าจะใช้ทำให้น้ำมีออกซิเจนเพิ่มขึ้นคงต้องใช้เวลานานธรรมชาตเมื่อสูญเสียอะไรไปแล้ว คงต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม ระบบนิเวศจะช่วยปรับสภาพมันเอง ที่เราใช้กังหันเพราะว่าเร่งปรับมันไง แต่เราเร่งแค่ออกซิเจน ยังมีส่วนประกอบของระบบนิเวศอีกมากที่ต้องเร่งพร้อมๆกันมันถึงจะเห็นผลไว


โดย : ว่าตามกัน (203.107.238.2) เมื่อ : 31/01/2006 11:01 AM



ความคิดเห็นที่: 6
รายงานคุณอาครับ กระทู้ที่ตั้งขึ้นมาพร้อมกันกับกระทู้นี้โดนลบไปแล้ว ถ้าจำไม่ผิดชื่อกระทู้ประมาณว่า ถ้าคนในสถาบันกษัตริย์ทำผิดใครจะแก้ไข (เดานะครับ) คราวหลังผมว่านะครับถ้าจะตั้งกระทู้ประมาณนี้ใช้คำแทนดีกว่า จะได้ไม่ถูกลบทิ้ง เดี๋ยวคุณอาจะทรงพระกริ้ว.........


โดย : ว่าตามกัน (203.107.238.2) เมื่อ : 31/01/2006 11:34 AM



ความคิดเห็นที่: 7
คุณว่าตามกัน....บ่อกุ้ง กับบ่อบำบัดน้ำเสีย เขาใช้กังหันตีอากาศ หลายรูปแบบครับ แต่ไม่เคยเห็นภาคเอกชน ใช้กังหันชัยพัฒนาเลย ซึ่ง ภาคเอกชนนั้น ถือผลประโยชน์สูงสุดเป็นหลักอยู่แล้ว ถ้ากังหันชัยพัฒนาดีจริงๆ เขาต้องใช้ แต่นี่เขาไม่ใช้ แต่ไปใช้เครื่องตีอากาศแบบอื่นๆ ทั้งที่ กังหันชัยพัฒนา ถูกสรรเสริญ เหมือน ลอยมาจากสวรรค์ แต่ไม่มีใครใช้ เขาใช้แบบอื่นกันหมด พอเข้าใจหรือยังครับ

โดย : คุณอา (203.113.81.165) เมื่อ : 1/02/2006 10:01 AM



ความคิดเห็นที่: 8
เอาเป็นว่าเห็นด้วยส่วนหนึ่งแล้วกันนะครับคุณอา เห็นด้วยที่เขาเอาเครื่องที่ไม่ใช่กังหันชัยพัฒนามาใช้ แต่ผมว่าเครื่องที่เอกชนเอามาใช้นั้นมันมีโครงสร้างและหลักการทำงานคล้ายๆกันนะครับ คือการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ แต่จะพิสูจน์ว่าอันไหนดีหรือคุณภาพด้อยกว่ากันคงยาก เพราะว่าไม่มีใครกล้าทำ ไม่มีใครกล้าออกมาบอกว่าของพระองค์ท่านดีหรือแย่กว่าเครื่องที่เอกชนใช้กัน เพราะอะไรหรอครับ ก็เพราะว่า "ห้ามวิจารณ์"

โดย : ว่าตามกัน (202.90.112.13) เมื่อ : 1/02/2006 10:11 AM



ความคิดเห็นที่: 9
#7 ธรรมดาคับ ประเทศนี้มีแต่พวกขี้ตีน เต็มไปหมด ที่ใม่ใช้คำแทน เพราะว่า มันไม่ผิดกฏหมาย ด่าสถาบันกษัตริย์ไม่ผิด ต้องว่าถึง กษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ เท่านั้น ส่วน ลูกหลานกษัตริย์ที่เหลือ อดีตกษัตริย์ อนาคตกษัตริย์คนต่อไป กฏหมายคุ้มครองแบบคนธรรมดาครับ เว็บมาสเตอร์ มีความรู้น้อยไปหน่อย เส้นตื้นมากไปนิด แล้วก็อาจเป็นพวกขี้ตีน ด้วยครับ ผมไม่กริ้ว ดอกครับ แต่""""""""เบื่อ"""""""มากกว่า กำลังคิดจะเลิกโพสแล้วครับ ไม่ได้อะไร แต่พลาดจะพลอยซวย แถมยังโดนลบบ่อยๆ แต่ความเห็นยังไม่ค่อยถูกลบ ออกความเห็นอย่างเดียวดีกว่า

โดย : คุณอา (203.113.81.165) เมื่อ : 1/02/2006 10:12 AM



ความคิดเห็นที่: 10
อย่าเพิ่งเลิกสิครับ แล้วผมจะมีใครโพสเป็นเพื่อนแนวนี้ล่ะ ทิ้งกันง่ายๆเลย กว่าจะหาคอเดียวกันได้ ท้อเหมือนกันนะพี่

โดย : ว่าตามกัน (202.90.112.13) เมื่อ : 1/02/2006 10:28 AM



ความคิดเห็นที่: 11
อย่าเลิกเลย
ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะครับ
คนมีความรู้คนเก่งมีเยอะก็จริง
แต่ว่าคนขลาดมีมากกว่าครับ

ถ้าคุณอาไม่กล้าแล้วจะมีใครกล้าตาม
ถ้าว่างก็จะพยามยามมาโพสครับ
แต่ตั้งกระทู้นั้นโดนเหมือนกันครับจึงเน้นแลกเปลี่ยนมากกว่า


โดย : สหายฤทธิชัย (61.90.95.170) เมื่อ : 2/02/2006 01:42 AM

 
 
  วันที่   21/9/2549 19:14 





ถ้าจับเอา ทุกอย่างมารวมกันแล้ว ท่านจะเห็นภาพอะไรบางอย่าง ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ

แต่ผมมองว่าคนเหล่านี้เป็นพวกสุดๆขอบด้านหนึ่งแบบสุดๆครับ
บันทึกการเข้า
TAKSIN THE BEST PM.
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #1 เมื่อ: 05-10-2006, 15:06 »

ท่าน จขกท.ครับ

กริยา ประเภทบ้ากำลัง

ควรที่ น่าจะเอาแรง ไปใช้ทำอย่างอื่น

นะ น้ำท่วมก็มี เอาแรงไปขนกระสอบทราย

ช่วยชาวบ้านหน่อย ดีกว่ามา

โพสกระทู้จะไล่ตบ ชาวบ้าน

มันดู เถื่อนๆ พิกล ๆๆ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: