ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-12-2019, 11:50
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ระวังพรรคไทยรักไทยกำลังจะแปลงร่าง!!! 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ระวังพรรคไทยรักไทยกำลังจะแปลงร่าง!!!  (อ่าน 705 ครั้ง)
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« เมื่อ: 05-10-2006, 09:45 »

ระวังพรรคไทยรักไทยกำลังจะแปลงร่าง!!!
 
โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ 4 ตุลาคม 2549 19:21 น.
 
 
 
พรรคไทยรักไทยกำลังแตก!!!
       
       ในที่สุดเหล่ากรรมการบริหารและสมาชิกพรรคไทยรักไทยหลายคนต่างก็ได้ทยอยลาออก ไหลออกจากพรรคไทยรักไทยกันราวกับคนท้องเสียถ่ายไม่หยุด
       
       ที่ต้องขออนุญาตยกเปรียบอุปมาเหมือนดังคนท้องเสียถ่าย เพราะล้วนแล้วแต่เป็นอุจจาระและของเสียที่หมักหมมเหม็นเน่าอยู่ในร่างกายมาเป็นเวลานาน
       
       สันดานดิบและธาตุแท้นักการเมืองส่วนใหญ่ในระบอบทักษิณ ในยามที่อยู่ในอำนาจก็สนใจแต่การวิ่งเต้นและแสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ปกป้องพวกพ้องอย่างไม่มีหิริโอตตัปปะ
       
       เป็นยุคที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน นักการเมืองโกงกินสมคบกับข้าราชการขอแบ่งเปอร์เซ็นต์จากพ่อค้าในแทบทุกวงการในอัตราส่วนแบ่งการโกงกินที่สูงที่สุด จนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
       
       อดีต ส.ส. หลายคนทำตัวเยี่ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงินพร้อมที่จะเชื่อฟังและแสดงทุกท่าทางทันทีที่มีเงินมาเติม
       
       องค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซง สื่อสารมวลชนถูกคุกคาม ประชาชนถูกปิดหูปิดตา ใครต่อต้านก็ถูกจัดการด้วยอำนาจเถื่อนในหลากหลายรูปแบบทั้งบนดินโดยใช้อำนาจรัฐรังแกประชาชน และส่วนอำนาจใต้ดินก็ใช้พวกกุ๊ยและผู้มีอิทธิพลมาคอยกระทืบประชาชน
       
       ประชาชนเมื่อทนไม่ได้กับสิ่งชั่วร้ายเช่นนี้ จึงต้องชุมนุมก่นด่าสาปแช่งระบอบทักษิณ แต่คนเหล่านี้ก็เพิกเฉย ไม่ยินดียินร้าย และไม่สนใจ แต่กลับไปเพลิดเพลินสนุกสนานกับอำนาจวาสนาและปกป้องเจ้านายตัวเองต่อไป
       
       นพ.เกษม วัฒนชัย, ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, นายเสนาะ เทียนทอง, นายประมวล รุจนเสรี, นายบุญถึง ผลพาณิชย์ ฯลฯ คือตัวอย่างรายชื่อของคนที่ลาออกจากระบอบทักษิณในขณะที่พรรคไทยรักไทยยังมีความเข้มแข็งทางการเงิน มีอำนาจทางการเมือง และได้รับความนิยมจากประชาชน การลาออกมาเป็นเวลานานแล้วของกลุ่มบุคคลเหล่านี้จึงสมควรที่จะเรียกได้ว่าเป็นการไม่ยอมรับในระบอบทักษิณ อย่างชัดเจน
       
       แต่สำหรับคนอื่นๆ ที่เพิ่งจะตัดสินใจลาออกมาไม่กี่วันที่ผ่านมานี่สิน่าสนใจ
       
       เพราะเวลาเมื่อมีโอกาสที่จะให้ลาออกจากพรรคเพื่อแสดงสำนึกแห่งความรู้จักผิดผิดชอบชั่วดี คนเหล่านี้ก็ไม่ลาออก แม้ให้เวลานานเกินกว่า 90 วันก่อนการเลือกตั้งก็ยังไม่ลาออกอีก
       
       พอเวลาที่มีองค์กรมาตรวจสอบในเรื่องการยุบพรรคและจะมีการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ตลอดจนมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินของนักการเมืองขี้ฉ้อ คนพวกนี้ก็เปลี่ยนไป
       
       วิ่งพล่าน รีบลาออกจากกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคไทยรักไทย ราวกับสุนัขโดนน้ำร้อนสาด!!!
       
       ธาตุแท้ของนักการเมืองในระบอบทักษิณพวกนี้จึงถูกเปลือยอย่างล่อนจ้อนว่า ที่แท้แล้วการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมานั้น ก็เพื่อเอาตัวรอดและรักษาผลประโยชน์ส่วนตนทั้งสิ้น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ต่อแผ่นดินอะไรเลย
       
       นอกจากจะได้ชื่อว่าอกตัญญูต่อประเทศชาติและประชาชนแล้ว ยังอาจจะได้ชื่อว่าอกตัญญูต่อเจ้านายอีกด้วย นั่นก็คือ “อกตัญญูยกกำลังสอง”
       
       คนประเภทนี้จึงเป็นนักการเมืองที่ประชาชนไว้ใจให้มาบริหารประเทศไม่ได้ คบหาสมาคมเป็นเพื่อนก็ไม่ได้ เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านก็ไม่ได้เช่นกัน
       
       ที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือกลุ่มที่เอาตัวรอดหนีหัวซุกหัวซุน แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่อันตรายมากกว่า นั่นก็คือการลาออกแบบมีอุบายและเล่ห์กลเพื่อรองรับการกลับมาของระบอบทักษิณในอนาคต
       
       เพราะการลาออกของนักการเมืองหลายคอกนั้น ไม่ได้เป็นการสำนึกในความผิดที่ได้กระทำลงไป แม้ในจดหมายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เขียนด้วยลายมือเพื่อลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยรักไทยนั้น ก็ไม่ได้มีถ้อยความใดที่บ่งบอกถึงความสำนึกผิดของตัวเองที่ได้กระทำแม้แต่น้อย
       
       ช่วงเวลานี้จึงต้องจับตาการลาออกของเหล่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยให้ดีว่าเป็นเล่ห์กลประเภทใดในสามประเภท ดังต่อไปนี้
       
       ประเภทแรก ลาออกจากรรมการบริหารพรรคแต่ยังคงสภาพเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยอยู่ กลุ่มนี้มีความชัดเจนหวังผลในเรื่องเทคนิคทางด้านกฎหมาย
       
       กลุ่มนี้หวังผลจากการลาออกจากกรรมการบริหารในเวลานี้ว่า หากมีการยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อใด บทลงโทษที่เพิ่มขึ้นโดยการประกาศที่ออกมาใหม่ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่าจะเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 5 ปีนั้น จะไม่มีผลใช้บังคับย้อนหลัง
       
       การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องรีบเขียนจดหมายลาออกจากหัวหน้าพรรค อันเป็นผลทำให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งในวันเดียวกันนั้น ได้ถูกมองทะลุว่าเป็นเพียงเกมการช่วงชิงเทคนิค ไหวพริบเพื่อให้หลุดรอดจากบทลงโทษทางกฎหมาย
       
       แต่อุบายลาออกเพื่อเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายนั้น นักกฎหมายและผู้รู้หลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่านี่ไม่ใช่โทษทางอาญา แต่บทลงโทษทางการเมือง ดังนั้นจึงมีผลย้อนหลังได้!!!
       
       ประเภทที่สอง ลาออกจากกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคไทยรักไทย แล้วไปตั้งพรรคการเมืองใหม่รวมกลุ่มพรรคไทยรักไทยเดิม โดยหวังว่าหากยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อใดและคนที่ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคตอนนี้ไม่ ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งจะสามารถมารวมตัวกันย้ายเข้ามาพรรคใหม่ได้
       
       คนพวกนี้ไม่มี “อุดมการณ์” อยู่แล้ว มีแต่ “อุดมกิน” ขอให้หมูไปไก่มา มีเงินมาก็พร้อมเจรจาไปสนับสนุนได้ทุกที่ทุกสถาน
       
       ประเภทที่สาม ลาออกจากกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคไทยรักไทย แล้วย้ายไปอยู่พรรคนอมินี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคที่ชอบกินหูฉลาม โดยแกล้งสลายตอนนี้แล้วมารวมตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันทีหลัง ประชาชนต้องจับตาให้ดีอย่าหลงกลความชั่วช้าเช่นนี้เป็นอันขาด
       
       ทั้งหมดนี้ก็คือการพรางสถานการณ์ว่าพรรคไทยรักไทยสลายแล้ว ไม่เป็นพิษเป็นภัยแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเป้าในยามที่พายุกำลังแรงและทำตัวให้น่าสงสารเข้าไว้
       
       ที่สำคัญเผื่อฟลุ๊กเจรจาได้ พรรคไทยรักไทยจะได้ไม่ต้องถูกยุบพรรค การอายัดทรัพย์สินและการยึดทรัพย์สินจะได้ไม่ต้องเดินหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง
       
       เงินที่โกงแผ่นดินมาก็ยังมีอยู่อย่างมหาศาลที่พร้อมใช้เป็นทรัพยากรในการให้อามิสสินจ้างได้ ข้าราชการระบอบทักษิณก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน สื่อสารมวลชนในฟรีทีวีก็ยังเหมือนเดิมจนประชาชนจำนวนมากก็ยังไม่รู้ข้อมูล และข้อเท็จจริงในความชั่วช้าในระบอบทักษิณอยู่ดี
       
       นอกจากนั้นเครือข่ายประชาชนที่หลงเสพติดหนี้ระบอบทักษิณก็พร้อมจะกลับมาสนับสนุนระบอบทักษิณให้ยังคงอยู่ต่อไป ตราบใดถ้าไม่ได้มีการจัดการอย่างจริงจัง
       
       การแปลงร่างของพรรคไทยรักไทยในขณะที่ยังมีทรัพยากรเยอะมากขนาดนี้จึงประมาทไม่ได้เด็ดขาด!!!
       
       ต้องขอเตือนท่านทั้งหลายว่า “ความเป็นกลาง” แก้ปัญหาไม่ได้หรอกในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะคนที่ทำตัวเป็นกลางบางประเภทก็คือคนที่ไม่รู้รับผิดชอบ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใครดีก็ไม่แคร์ใครชั่วก็ไม่สน ประเทศจะลุกเป็นไฟก็ช่างหัวมัน
       
       คนที่ไม่เคยคิดจะต่อสู้กับความเลวร้ายที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการรัฐประหาร จะไปสะสางปัญหาที่ยังคาราคาซังอยู่ได้อย่างไร?
       
       และถ้าไม่สามารถสะสางปัญหาทั้งหลายที่เป็นเหตุทำให้ต้องทำรัฐประหารได้แล้ว ก็คงจะต้องถูกต้องคำถามจากภาคประชาชนถึงเหตุผลในการทำรัฐประหารและการ เข้ามาบริหารประเทศในครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       ยิ่งไปกว่านั้นความสมานฉันท์ของคนในชาติก็ไม่สามารถกลับคืนมา เพราะภาคประชาชนก็จะออกมาต่อต้านกับปัญหาระบอบทักษิณที่ไม่ได้รับการสะสางอยู่ดี
       
       เพราะปัญหาที่รออยู่ข้างหน้าคือการสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การเพิกถอนใบอนุญาตยึดสัมปทานของรัฐที่ตกอยู่ในมือต่างชาติกลับคืนมา การปฏิรูปสื่อสารมวลชนให้นำเสนอความจริงของระบอบทักษิณที่ถูกปิดกั้นมาเป็นเวลานาน การดำเนินคดีแพ่งและอาญาต่อข้าราชการที่สมคบนักการเมืองขี้ฉ้อปกป้องผลประโยชน์ในระบอบทักษิณ การเรียกเก็บภาษีและค่าปรับการขายหุ้นนอกตลาดที่หลบเลี่ยงภาษีมาหลายปี ปรับระบบเศรษฐกิจไทยจากความเป็นทาสของบริโภคนิยมให้กลับมาเป็นเศรษฐกิจพอเพียง และดำเนินคดีต่อผู้ที่คิดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างถึงที่สุด
       
       ระยะเวลา 1 ปีนั้นสั้นมาก และความเป็นกลางจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ !!!
       
       "ความเป็นธรรม" และ "ความกล้าหาญ" ในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่แก้ไขวิกฤตทางการเมืองในครั้งนี้ได้
       
       อย่าคิดปล่อยความชั่วช้าในระบอบทักษิณให้หลุดรอดไปและหลงคิดไปว่าระบอบทักษิณจะไม่วันกลับฟื้นคืนชีพเป็นอันขาด ดังคติเตือนใจในความตอนหนึ่งในเรื่องพระอภัยมณีว่า
       
               ประเพณีตีงูให้หลังหัก             มันจะมักทำร้ายเมื่อภายหลัง
               จระเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง      เหมือนเสือขังไปถึงดงก็คงร้าย
               อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า       ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่นึกใจหาย
               ต้องตำรับจับให้มั่นคั้นให้ตาย  จะทำภายหลังนั้นยากลำบากพลัน
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ่านแล้วน่าคิดนะครับ เพราะความเป็นไปได้มันมีสูงเหลือเกิน
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #1 เมื่อ: 05-10-2006, 10:37 »

นักการเมืองจะกี่สมัย ก็หน้าเดิมๆ นะแหละ น่าจะเว้นวรรคแล้วขึ้นบรรทัดใหม่ไปเลย ให้โอกาสคนรุ่นใหม่บ้าง
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
foot2u
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #2 เมื่อ: 05-10-2006, 10:43 »

คนปล้นยึด.....เค้ากิน เบื้องหลังก้อหน้าเดิมทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

ทักษิณไม่อยู่? โทษใครดีหว่า
TAKSIN THE BEST PM.
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #3 เมื่อ: 05-10-2006, 10:48 »

ทำไมกลัวเหรอ

พลังประชาชน

น่ะกลัวมากเหรอ

ทรท. หัวใจคือ ปชช.

ตอนนี้ ตอนไหน ก็ ลงเลือกตั้ง

รับเสียงส่วนใหญ่สิ ว่าแต่คนดีโลกตลึง

จะกล้ารึเปล่า

อุบ ลืมไปตอนนี้ ยอมแพ้ครับ 




 
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 05-10-2006, 10:59 »

ทำไมกลัวเหรอ

พลังประชาชน

น่ะกลัวมากเหรอ

ทรท. หัวใจคือ ปชช.

ตอนนี้ ตอนไหน ก็ ลงเลือกตั้ง

รับเสียงส่วนใหญ่สิ ว่าแต่คนดีโลกตลึง

จะกล้ารึเปล่า

อุบ ลืมไปตอนนี้ ยอมแพ้ครับ 


อ้าวเหรอ หัวใจคือประชาชนเหรอ แล้วหมาตัวไหนวะ จะขนประชาชน มาตีกับประชาชน หมาตัวไหนวะ ที่ประกาศว่าพื้นที่ที่เลือกตัวเองก่อน จะได้รับการดูแลก่อน หมาตัวไหนวะ ที่ด่าประชาชนที่ต่อต้านปาวๆ

ขอโทษ ขี้ไว้แล้วอย่าลืมซิ ประชาชนไม่ได้โง่ให้หลอกได้ทุกคนนะโว้ย

ปล. คนดี(ไปหมด) โลกตะลึง
ครับ ตะลึงจริงๆ บริหารงานรัฐบาล 5 ปี รวยสะดือปลิ้นเลย คณะรัฐบาล อะไรๆ ก็มีแต่พี่ๆน้องๆ คนในครอบครัวทั้งนั้น ที่ได้ดี
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
TAKSIN THE BEST PM.
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #5 เมื่อ: 05-10-2006, 11:05 »

หมาตัวไหนวะ


เออ ลักษณะการใช้ภาษาแบบนี้ ..

แนะนำว่ากลับไปใช้กับ บุพการีที่บ้านนะครับ

บอร์ด เค้าสาธารณะ / เด็ก ๆเค้าอ่านกันเยอะ ไม่ดี

ตอนนี้ทรท ก็ยอมแพ้แล้ว 
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 05-10-2006, 11:52 »

หมาตัวไหนวะ อ้าว ก็คนมันปากม๋า จริงๆนี่นา (เลี่ยงก็ได้  )


เออ ลักษณะการใช้ภาษาแบบนี้ ..

แนะนำว่ากลับไปใช้กับ บุพการีที่บ้านนะครับ ไอ้เชี่ยนี่ลามปาม เอาไว้ใช้กับบุพการีเอ็งใช่แมะ ไอ้ควาย ไม่ได้พูดถึงบุพการีใครเลยนะเฟร้ย หรือไอ้แม้วมันเป็นบุพการีเอ็งแบบลับๆวะ

บอร์ด เค้าสาธารณะ / เด็ก ๆเค้าอ่านกันเยอะ ไม่ดี

ตอนนี้ทรท ก็ยอมแพ้แล้ว 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2006, 12:01 โดย Silance Mobius » บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
หน้า: [1]
    กระโดดไป: