ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
31-10-2020, 09:28
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รากแก้วผู้โง่จนเจ็บ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 2 [3] 4
รากแก้วผู้โง่จนเจ็บ  (อ่าน 9424 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #100 เมื่อ: 14-11-2006, 16:29 »

สมมุตินะ   คุณอยู่ในพื้นที่กำนัน   ก.ไก่  จอมอิทธิพล   คุณเห็นกำนัน ก.ไก่  ทำอย่างนั้นๆๆๆๆ ทำอย่างนี่ๆๆ
 
   คุณจะกล้าไปฟ้องศาล    ประนาม    หรือ อะไรไม๊ล่ะ    ก็คงได้แต่นึกด่า คนเลือกว่า ไอ้บือเอ๊ย  ทำไมพวกเอ็งเลือก คนแบบนี้เข้าไป

บางทีก่อนเลือก กับหลังเลือกตั้ง มันเปลี่ยนนิสัยสันดานได้นะครับ

ก่อนได้รับเลือกเป็นคนดี แต่เลือกไปแล้วไปทำชั่ว

บางคนเคยเลือกทักษิณ เคยเลือก ไทยรักไทย ตอนหลังเค้าเห็น"ความชั่ว ความเลว" เค้าก็เปลี่ยนใจมาต่อต้าน

การเลือกคนเลว อาจไม่ใช่เรื่องโง่ อาจเพราะไม่มีข้อมูลหรือถูกข้อมูลด้านดีมากลบ

คนที่เลือกทักษิณ เป็นคนโง่ทั้งหมดยังงั้น ใช่หรือไม่ พวกในไทยรักไทยที่เป็นแกนนำโง่ทั้งหมดหรือไม่


ลอง ๆ ไล่เรียงดูสิ ใครบ้างที่สนับสนุนทักษิณตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคไทยรักไทย

คนโง่ทั้งนั้นใช่มั๊ยครับ
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #101 เมื่อ: 14-11-2006, 16:47 »

       โธ่  ลุงแคน    เก่งแบบไปประท้วงหน้าเหลี่ยม       ก็คนไปมันมีเป็นหมื่นเป็นแสน แบบนี้ผมก็ไม่กลัว
 
 
 
    แน่จริง ลองไปไล่ ไปประท้วง   ส.ส.  ส.จ.  ส.ท.  อ.บ.ต      กำนัน ขี้โกง ในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ ซิครับ    แบบที่เค้ารู้ตัวจำหน้าได้ซิครับ     ถึงจะแน่จริง
 
   
       และขอให้ตอบหน่อยว่า      ทำไม เค้าถึงไม่ให้ทักษิณเข้าประเทศ   ตอบหน่อย  เค้ากลัวอะไร
 
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-11-2006, 16:49 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
GuoJia
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


« ตอบ #102 เมื่อ: 14-11-2006, 16:50 »

ผมเคยคิดมานานแล้วว่า จำนวน สส. ในจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้นให้คิดมาจาก

1. จำนวนประชาชนที่มีการศึกษา ในจังหวัดนั้น
2. จำนวนเงินที่เสียภาษี ในจังหวัดนั้น

โดยมีข้อแม้ว่ารัฐบาลที่ได้มา
- จะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อจะได้เพิ่มจำนวน สส. ของจังหวัดนั้น ๆ
- จะต้องให้ความสำคัญกับการทำมาหากินของคนในจังหวัด เพื่อจำนวนภาษีที่รัฐจะได้มากขึ้นทำให้ สส. ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้น

ผมก็คิด ๆ ไป เบื่อเหมือนกันที่ต้องมาไล่รัฐบาลที่มาจาก "รากแก้ว ผู้โง่ จน เจ็บ"
บันทึกการเข้า

พ่อ :    ในทุก ๆ การแข่งขันนี่นะ
   ผู้ชนะจะมีอยู่ 20%
   ส่วนผู้แพ้จะมีอยู่ 80%
   ลูกอยากจะอยู่ใน 20% หรือ อยากอยู่ใน 80%
ลูก :   แปดสิบ
พ่อ :   ทำไมล่ะลูก
ลูก :   ก็มันเยอะกว่า
พ่อ :   .........

จากหนังเรื่อง Dreamteam
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #103 เมื่อ: 14-11-2006, 16:53 »

ไม่รู้ จริงเหรอ...

ความไม่รู้ ก็เป็นอุปสรรคอย่างแรงเหมือนกันนะครับ

.......................................

การตรวจสอบคนโกงในต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องออกมาเองหรอก ส่งเรื่องให้กลุ่มที่เค้าทำงานสิ มีเยอะแยะไป

มันอยู่ที่ว่าจะ "ฉลาดพอ" ที่จะทำหรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #104 เมื่อ: 14-11-2006, 16:58 »

ลอง ๆ ใช้สมองอันชาญฉลาดคิดซีครับ ตำราเค้าบอกว่า...

"ความกลัว"...เกิดจาก "ความไม่รู้"

"ความไม่รู้" อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า...."ความโง่" ก็ได้

ดังนั้นหากตัด "ตัวโง่" ออกไป ด้วย "ความรู้"

"ความกลัว" ก็จะ "ไม่เกิด"...

ตราบใดที่มนุษย์ยังมี "ความกลัว" อยู่ นั่นแสดงว่า มนุษย์นั้น "ยังโง่อยู่"


คนเราเมื่อฉลาด เพราะรู้เท่าทัน หรือมีความรู้ ก็จะไม่กลัว...
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #105 เมื่อ: 14-11-2006, 17:01 »

  ก็ตอบหน่อยซิ    ว่าเค้ากลัวทักษิณเข้าประเทศ ทำไม    ในเมื่อทักษิณไม่มีอำนาจแล้ว    กลัวอะไร
  
    (ผมบอกแล้วคนเราไม่ค่อยยอมรับความจริง)    
 
    การส่งเรื่องแจ้งข้อมูลทุจริต ที่ไม่เปิดเผยตัวตนผู้แจ้ง     ก็บัตรสนเท่ห์ซิครับ    ก็ลงตะกร้าไป  
 
    ขนาดผมเคยเข้าไปคุยด้วยตัวเองกับ  หัวหน้าหน่วนงานราชการหนึ่ง  ถึงการทุจริต ในหน่วยงาน
 
     เค้าก็รับปากจะสอบสวนให้       มารู้ทีหลัง     พวกกินเป็นทีม    หัวหน้าก็เอาด้วย   (เกือบซวย)
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #106 เมื่อ: 14-11-2006, 17:05 »

แสดงว่า "ไม่รู้จริง ๆ" หรือ "แกล้งไม่รู้" มันมี 2 ประเด็น

ให้เลือกมาก่อน...เลือกตัวใหน..
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #107 เมื่อ: 14-11-2006, 17:15 »

  รู้สึกว่าลุงแคนมาตรฐาน  ลดลงไปเยอะนะ     ผมเคยติดตามอ่านตั้งแต่ราชดำเนิน   ผมรู้แล้วเพราะผมไปว่ารากแก้ว
 
  ซึ่งลุงแคนก็กำเหนิดมาจากรากแก้วเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิด ที่. อุบลราชธานี    (ประมาณนี้)   เลยทำให้ธาตุไฟเข้าแทรก  ตอบแบบ ไม่ตามมาตรฐานที่เคยตอบ
 
            หาว่าความกลัวเกิดจากความไม่รู้    ความไม่รู้คือความโง่   ดังนั้น ความกลัวคือความโง่
 
     คนที่ไม่กลัวเอดส์  น่ะ  เพราะเค้าไม่รู้  เค้าถึงไม่กลัว    ดูซิกล้า เล่นหมัดลุ่นๆ ไม่ใส่นวมกับ ผีขนุน  อย่างนั้นโง่หรือฉลาดล่ะ
      ส่วนคนที่รู้ถึงความน่ากลัว  ของเอดส์   ความทุกข์ทรมาน ถ้าเป็น      เค้าก็จะกลัว    ไม่กล้าไปเสี่ยง
 
  
              ถ้าคุณสาวๆอยู่ในซอยโคตรเปลี่ยว  และต้องเดินคนเดียวเข้าซอยน่ะ    กลัวโจรไม๊      ถ้ากลัวแปลว่าโง่หรือ    
           หรือลุงแคนกลัวความสูงไม๊     กล้าไปกระโดดบันจี้จั๊มไม๊     ถ้ากลัวนี่แปลว่าโง่หรือ
     เด็กเล็กๆ 2-3ขวบ  ไม่กลัวงูเห่า  เพราะไม่รู้ถึงพิษของมัน  แต่ คนโต เพราะรู้ถึงพิษของมันจึงได้กลัว
 
      เด็กเล็กๆ  ไม่กลัวไฟช็อต กล้าเอามือไปแหย่ปลั๊กไฟเล่น    คนโตรู้ถึงอันตราย จึงกลัวว่า ไฟจะช็อต
     มีอีกมากมายที่บอกว่า    เพราะคว่ามไม่รู้ เลยไม่กลัว  แต่เพราะรู้  ต่างหากจึงกลัว 
 
      นี่แหละหนา  เพราะโมหะ  ทำให้คนเปลี่ยนไปได้    
  
           รากแก้วนี่ กว่า 80% ของประเทศเชียว  แตะตรงไหน ใช่ทั้งนั้น      
  
      ขอบอกอนุชนรุ่นหลังใครอย่าได้ไปพูดอะไรแตะ รากแก้วเลย    จะทบกระเทือนคนกว่า 80%  ทั่วประเทศ
   โดนรุมตึบเอาง่ายๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-11-2006, 17:40 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #108 เมื่อ: 14-11-2006, 17:19 »

แสดงว่า "ไม่รู้จริง ๆ" หรือ "แกล้งไม่รู้" มันมี 2 ประเด็น

ให้เลือกมาก่อน...เลือกตัวใหน..

 
       ผมจะใช้คำถามเป็นคำตอบน่ะครับ      คือผมจะใช้คำตอบของลุงแคน    ตอบคำถามของลุงแคนเองน่ะ
 
  เข้าใจบ่
   เอ้าลองตอบมาหน่อยซิ    ทำไมเค้ากลัวทักษิณเข้าประเทศ     
   
   อิอิอิอิอิ จ้างก็ไม่กล้าตอบอิอิอิอิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-11-2006, 17:22 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #109 เมื่อ: 14-11-2006, 17:51 »

*  คุณ ... ลามปาม  ดิฉัน ...  แล้วอย่าแกล้งเฉไฉไปเรื่องอื่นเลยค่ะ ... ตลก !!  *

ตบหัวแล้วอย่าลูบหลังค่ะ...แล้วอย่ามาล้วงลูก ดิฉัน กะ คู่กรณี .. ถ้าไม่รู้ว่าอะไรเป็นแบบไหน เข้าใจ๋

* ตรงนี้ ..ขอยกคำพูดเกี่ยว กะ การดูถูกคนมาให้อ่าน

ทั้งหมดนี้เป็น คำพูด ใครค่ะคุณ glock19  *



  แก้ที่การศึกษาก็ถูก  ครับ   แต่ยังไม่เป็นการแก้ที่ต้นตอของวงจร  เพราะ การศึกษาต้องใช้เงิน
.....................................................................   ต้องแก้ตรงจุดไหน
ก็แก้ตรง  ขอร้อง คนโง่ทั้งหลาย  ได้โปรด กรุณา  อย่ามาออกเสียงเลือกตั้งซัก  ครั้งนึงเถิด
เพื่อเป็นการตัดวงจรนี้  ไม่ไปเลือกตั้งซักครั้ง   มันไม่เจ็บป่วยปวดหัวตัวร้อน  หรือ ท้องผูกหรอก   
นอนอยู้บ้านเฉยๆ ซักวัน แล้วลองปล่อยให้ คนมีความรู้ เค้าเลือกเองซักครั้งเถอะ



คนโง่  ไม่ได้แปลว่า คนเลว    และคนฉลาด ก็ไม่ได้แปลว่า จะเป็นคนดี
 เพียง แต่     คนโง่ มักจะตัดสินใจ  หรือ เลือก  อะไร แบบ โง่ๆ 
 และคนฉลาด   ก็มักจะตัดสินใจหรือ เลือก อะไร แบบ ชาญฉลาด   
 ผมกล้ารับประกันแทนคนฉลาด  ทั่วประเทศ   ว่า  คนฉลาดจะไม่มีวันเลือกนักการเมือง ขี้โกงเข้าไป คอรับชั่นเงินภาษีที่พวกเค้า เสีย แน่นอน


   จริงครับ  ส่วนใหญ่  ไม่ค่อยยอมรับ  หรือไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองโง่
  ผมจะบอกวิธีสังเกตุ  ให้     คนโง่ส่วนใหญ่จะ   
 
      1.    ไม่มีบัตรประจำตัวผูเสียภาษี   ( สำหรับในวัยทำงาน)
   
      2.   รายได้น้อยกว่ารายจ่าย     (  แปลว่าทำแล้วไม่พอกิน)
 
      3.    มักเป็นผู้ พึ่งพาสวัสดิการสังคม  หรือต้องให้สังคมสงเคราะห์ (   อะไรๆก็ฟรี  ลำพังตัวเองก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงตัวเอง) 
   
             ลองดูครับถ้าใครเข้าข่าย  นี้ ก็พิจารณาดูเอาเองว่าตัวเองฉลาดมั้ย[/color]

[/quote]


* ดิฉัน ... มาถามคุณทิ้งไว้ก่อนว่า

   คุณจัดเป็นคนประเภทไหน

   ควรมีสิทธิ์ ... หรือเสียสิทธิ์

   เป็นคนโง่ หรือ คนฉลาด ?? 



ถามว่า    ผมเป็นคนโง่  หรือ ฉลาด
ตอบ   ถ้าเป็นคนอื่น ก็ต้อง ถ่อมตัว  เพราะไม่มีใคร ชอบฟัง คนอื่น ยกตัวว่าฉลาด   
หรือมีคำกล่าวสวยหรูหลายๆอย่างเช่น   ผู้ที่คิดว่าตัวเองฉลาด  คือคนโง่     
หรือ  คนโง่ คือ คนที่คิดว่าตัวเองฉลาด อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าจะตอบจริง  ผมฉลาดมากเลยครับ    ผมไม่ได้ฉลาดที่สุดในโลก 
แต่ถ้า เทียบ เกณฑ์เฉลี่ย ระดับสติปัญญา แล้ว  ผมจัดตัวเองว่า  ฉลาดมาก  ( น้อยคนครับจะกล้าพูดแบบผม   แต่ผมจริงใจถึงกล้าพูด)
 



     
ผมอยากจะให้คุณมองในอีกมุมหนึ่ง  ว่า การให้สิทธิ์ ในการเลือกแก่ ผู้เบาปัญญา  น่ะบางครั้งเหมือนยื่นยาพิษให้เค้า 
ถ้าเค้า เบาปัญญามากๆ  ผมว่า เรา ริดรอนสิทธิ์เค้าซะยังจะดีกว่า     

 
ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆเลย   ที่บ้านผมเลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว    พอถึงหน้าร้อน ผมจะฉีดยากันพิษสุนัขบ้าให้มัน     
ถ้าผมจะประชาธิปไตย   โดยให้มันเลือกว่า  จะฉีด หรือ ไม่ฉีด   โดยไม่มีการบังคับ   
( ตัวไหนยอมฉีดก็อยู่นิ่งๆ    ตัวไหน ไม่อยากฉีด ก็วิ่งหนี)   คุณว่าดีไม๊ล่ะ ให้มันเลือกเอง ก็เป็นหมาบ้าตายหมดซีครับ


แต่บ้านผมมันเผด็จการครับ    ผมเห็นว่าหมามันสติปปัญญาด้อยกว่าผม  ผมเลยต้องเลือกแทนมัน   
ผมเลือกให้ต้องฉีดยาทุกตัว  ครับ   แถมฉีดกันอีกสารพัดโรค แค่ประชาธิปไตยน้อยลงหน่อย  พวกมัน ถึงอยู่กันสุขสบายไงครับ
 
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #110 เมื่อ: 14-11-2006, 17:52 »

*  คำพูดใครค่ะ คุณ glock19 ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงรากหญ้า หรือ คนเสวนา ด้วย*


     เอาล่ะ  ผมยอมแพ้คุณ  แล้วกัน เพราะยังไงซะ 1 คนมันก็1 คะแนนอยู่ดี
     แต่คุณเชื่อไม๊   ผมไปลงคะแนนแค่หนแรกๆ ตอนวัยรุ่น  นี่ไม่ได้ลงมาเกือบ20 ปีแล้ว
 
      1 ประชดพวกกลัวเสียสิทธิ    ดูซิ ผมไม่ไปลงคะแนนเลย  ผมก็สุขสบายดี ส่วนไอ้พวก กลัวเสียสิทธิ ก็ ......อย่างที่รู้กัน5555555555
   
      2. รับไม่ได้กับวิจารณญาณของผมมีค่าเท่ากันกับ  ของพวกที่เค้าจ้าง 20บาท ก็ลงคะแนน
     



     
แถวบ้านผม เวลา ถึงหน้าเลือก  อ.บ.ต     ส.จ   ส.ท.     กำนัน     ผู้ใหญ่บ้าน   ส.ส.    อะไรแล้วแต่
เค้าแจกเงินรับเงินเป็นที่สนุกสนาน      ผมก็คุ้นเคยกับนักการเมืองท้องถิ่นพวกนี้ดี     เค้าก็คุยให้ฟังว่า 
เที่ยวนี้ จ่ายไปกี่ล้าน กี่ล้าน  คุยอย่างภาคภูมิใจเลย จะบอกให้  " ระดับนักการเมือง  " เค้าเรียก ชาวบ้านว่า
"พวกมัน"    เค้าเล่าว่าเวลาออกพื้นที่   " พวกมัน"  จะมาขอแต่เหล้า ส.ส.   ถ้าไม่ให้แม่ง    แม่งก็ไม่เลือก   
อย่าว่าแต่ผมดูถูก กระบือพวกนี้เลย    ขนาด ส.ส.  คนที่มันลงคะแนนให้เค้า    เค้าก็ดูถูกพวกมันเหมือนกัน[/color]



    ควาย 1 คะแนน   ปราชญ์ 1 คะแนน
 
    ที่ผมพูดแรงขนาดนี้เพราะมีที่มาครับ   
    ในบัตรเลือกตั้งนอกจากจะมีตัวเลข บอกเบอร์ของผู้สมัครแล้วยังมี  จำนวนจุด ไว้เผื่อให้คนที่อ่านตัวเลขไม่ออก
    ได้นับจุด    เช่น   เบอร์ 8   มีจุด8 จุด  เบอร์ 15  ก็15 จุด  แต่ชาวบ้านแถวบ้านผมเช่นคนแก่ๆ  นอกจาก อ่านเลขไม่ออกแล้ว 
    ให้นับจุดยังนับแทบไม่ถูก แต่หัวคะแนน มีทางแก้ครับ  เค้าใช้ ไม้กวาดทางมะพร้าว ทาบ เอา
    สมมุต  จะให้กาเบอร์ 15   กระบือแก่ ไม่รู้จักเลข15   ให้นับจุดก็นับไม่ถูก   หัวคะแนน ก็เข้าไปใช้สิทธิ์ก่อน
    พกเอาก้านไม้กวาดทางมะพร้าวเข้าไปด้วย   แล้ว วัดทาบดู  จากหัวบัตรลงคะแนน - เบอร์ 15   แล้วก็หัก เอาไม้นั้นมาทำแม่แบบ     
    แจก ให้แก่ กระบือทั้งหลาย  เวลาจะกา เบอร์ ก็  เอาไม้นั้นทาบดู  ปลายไม้ตกตรงไหนก็กาเบอร์นั้น       
    เสร็จแล้ว ได้ 200 บาท    ใครมันจะเข้าไปโกงกินอะไรกรูไม่รู้    กรูรู้แต่กรูได้ 200 มาแดรกเหล้า
 
   


จากประสพการณ์ ขีวิต  ทำให้ผมถึงบางอ้อ ว่าทำไม คุณถึงได้เป็นเดือดเป็นแค้น แทน พวกขายสิทธิ์ขายเสียง
  คือ   พื้นเพ ของคุณ มาจาก  คนพวกนี้นั่นเอง    ผมทายไม่ผิดแน่    ว่าคุณเติบโตมาจากชนบท แบบที่ผมว่า
  เลยรับไม่ได้ถ้ามีคนว่า  คนพวกนั้นเพราะย่อมกระเทือนใจคุณ         
 
  เช่น  พ่อใครเคยเป็นโจร      ลองมีคนมาด่า ว่าโจร       เค้าคนนั้นต้องเดือดร้อนแก้ต่างให้โจร  หาเหตุผลมาอ้างถึงความจำเป็นในการเป็นโจร
  คุณก็เช่นกัน    ผมทายไม่ผิด คุณเติบโตมาในชนบท และคนในครอบครัว คงใกล้เคียงกับที่ผมบรรยายแน่
  อยู่ที่ว่า   คุณกล้ารับความจริงหรือไม่

 
 

บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #111 เมื่อ: 14-11-2006, 17:59 »

ผมไม่เห็นมีใครกลัวทักษิณเข้ามา

เพื่อนผมบางคนบอกผม เข้ามาสิจะได้ "ปาขี้ให้ถนัด ๆ"

ใครกลัวครับ


ที่ถามว่า ไม่รู้จริง ๆ หรือ แกล้งไม่รู้..ก็อยากจะบอกให้ฟังว่า ความ "ไม่รู้" อาจไม่ได้หมายถึง "โง่"

มาตรฐานเป็นแบบนี้ อย่าแถสิ...


คืออยากรู้ว่าคุณน่ะ เคยไม่รู้ หรือ เคยโง่ บ้างมั๊ยเท่านั้นเองครับ
บันทึกการเข้า

see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #112 เมื่อ: 14-11-2006, 18:07 »


  *  ถ้าคิดจะถกเถียงกันในเรื่องเนื้อหา ... ก็มาเสวนากันแบบมีเหตุมีผล .. อย่ามา ละลาบละล้วง กัน

        แต่ .. ถ้าคิดจะ   ลามปาม    ดิฉัน .. ก็อย่ากลับคำพูดไปมา ... มันไม่งาม

ตกลงว่าผมยอมคุณแล้วล่ะครับว่า    โลกนี้ไม่มีคนโง่
 เอ่อ  แล้วที่คุณ จะฟ้องหมิ่นประมาท    นายน้องแบ๊งค์   ที่เค้าด่า    see_you   แล้วมีคนมาอธิบายว่า
 แบบนี้มันฟ้องไม่ได้    อธิบายเหตุผลแทบตายว่าแบบนี้ฟ้องไม่ได้  อธิบายแบบชัดเจนพร้อมยกตัวอย่างประกอบมากมาย 
 ก็มีกองเชียร์ ยุให้ฟ้อง    ตกลงฟ้องหรือยังครับ
 (ศาลคงงง   นายน้องแบ๊งค์     หมิ่นประมาท  see_you     ทำให้see_you  ได้รับความเสื่อมเสีย  อับอายไปทั่วประเทศ     
 แล้ว  see_you  นี่มันใครกันหว่า   มันไปเสื่อมเสียตรงไหน)
 พวกกองเชียร์ที่ยุให้ฟ้อง ก็ไม่โง่            เค้าเรียก   ไม่รู้กฎหมาย
 สรุปโลกนี้ไม่มีคนโง่  ครับ        ยิ่งคนจนยิ่งฉลาด    ใครจนมากยิ่งฉลาดมากครับ   



   คุณ  see_you    ที่ผมถามเรื่อง คุณกับคู่กรณี น่ะ    ผมคิดว่ามันไม่ใช่ถึงกับเป็นเรื่อง ส่วนตัวที่คนอื่นรู้ไม่ได้เพราะเรื่องเกิดขึ้นบน
   เวปบอร์ด สาธารณะ และเรื่องความคืบหน้า  ผมก็ถามไปงั้นเอง เพราะรู้อยู่แล้วว่า  เรื่องแบบนี้ ทำอะไรไม่ได้ 
    ที่ผมถาม เพียงเพื่อให้คุณบังเกิดพุทธิปัญญา   
   
    คือผมยกตัวอย่างเรื่องของคุณ   และมีคน เสนอความเห็นอธิบายข้อกฎหมายอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ก็ยังมีคนยุให้ฟ้อง 
 
    คนยุ เค้าคงอ่าน ที่มีคนอธิบายมาไม่เข้าใจ  ทั้งที่ที่ไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนอะไร  กฎหมายเรื่องหมิ่นประมาท จัดเป็นกฎหมายสามัญประจำบ้านก็ว่าได้
    เออ   แล้วตกลง   คุณมาโกรธผมเรื่องอะไร    จากเท่าที่ผมอ่านกระทู้เก่าๆ ของคุณดู    คุณเป็นคนดีที่น่ารักน่ารักคนนึง     
    แล้วคุณมาโกรธมาเกลียดผม   เพราะผมด่า คนขายเสียง ขายชาติ ว่ากระบือ    แค่นี้หรือ  ผมคิดว่าผมด่า คนที่ควรถูกด่า
    ผมดูถูกคนที่สมควรถูกดูถูก     
     
   
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-11-2006, 23:57 โดย see_you » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
แอบอ่าน ซุ่มเงียบ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 249


stand, fight, live or die for what?


« ตอบ #113 เมื่อ: 14-11-2006, 19:25 »

หึ หึ ผมรู้แล้ว ที่แท้ พื้นเพ คุณ glock 19  มาจากคนจนๆแล้วก็โง่นี่เอง
มิน่าล่ะ ถึงได้รังเกียจนักหนากับการที่ต้องทนเห็นคนจนๆ โง่ๆ อยู่ในประเทศนี้
คงทำให้นึกถึงความหลัง สมัยที่ยังจนและโง่ แล้วถูกพวกนักเลือกตั้งหลอกเอา ใช่มั้ยครับ



บันทึกการเข้า

IF YOU DON'T STAND FOR SOMETHING, YOU MIGHT FALL FOR ANYTHING.
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #114 เมื่อ: 14-11-2006, 20:25 »

ที่จริงก็อ่านมาเรื่อย ๆ ไม่อยากแทรก แต่เห็นอ้างตัวว่า "ฉลาดนักหนา" เลยจำเป็นต้องทำให้เห็นว่า

"ความโง่ย่อมมาก่อนความฉลาด"

ไม่มีใคร ฉลาดตั้งแต่ออกจากท้องแม่ เมื่อประชาชนโง่ ก็ต้องไปให้ความสว่างแก่เค้าสิ...

ไม่ใช่ตั้งข้อรังเกียจจนกระทั่ง ไม่ยอมไปเลือกตั้ง เพียงเพราะคนโง่มามีสิทธิ์เท่าเทียมตนเอง

ที่ผมบอกว่า "ความกลัว" มาจากความไม่รู้ นั่นถูกต้องแล้ว

เป็นหลักพุทธศาสนา...เช่น กลัวผี กลัวในสิ่งที่ไม่รู้

กลัวความมืด...กลัวแบบไม่รู้...หรือ กลัวกระทั่ง "ความตาย"

ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากศึกษาจนถึงแก่นว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ ทุกคนต้องเจอ

รู้แบบมี "ปัญญา" ก็จะไม่กลัว เกิด ไม่กลัวแก่ ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย

หรือเมื่อเรียนรู้อันตรายจากสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ก็จะได้ระวัง...การระวังนั้นก็เกิดจากการเรียนรู้ หากมีตัว "รู้" กำกับแล้วก็จะไม่กลัว

หากรู้จริง รู้แจ้ง ก็จะไม่กลัว อย่าคิดว่าผมพูดจากความไม่มีหลัก แต่นี่คือหลักแห่งความจริง

ถ้าไม่รู้ ก็จง "รู้" เสียแต่บัดนี้...รู้จักโง่บ้างสิ...

จะได้รู้ว่า "ความโง่" มันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #115 เมื่อ: 15-11-2006, 06:02 »

  แก้ที่การศึกษาก็ถูก  ครับ   แต่ยังไม่เป็นการแก้ที่ต้นตอของวงจร  เพราะ การศึกษาต้องใช้เงิน
 
    แล้วคนจน ไม่มีเงิน จึงไม่ได้รับการศึกษา      ครั้นจะให้เรียนฟรี    งบก็ไม่มีเพราะงบส่วนใหญ่โดนนักการเมืองคอรับชั่นไปแล้ว       
แล้วนักการเมืองคอรับชั่นมาจากไหนล่ะ??????ใครเลือกเข้าไป???????
 
      ก็พวกคนโง่ นะซีครับ   มันเลือกนักการเมืองคอรับชั่นเข้าไป   โกงกิน จนไม่มีเงินให้การศึกษาฟรี
 
       ท่านผู้มีปัญญาเห็นหรือยังครับว่า  ถ้าจะแก้ต้นตอของวงจรอุบาทว์ นี้ ต้องแก้ตรงจุดไหน
 
        ก็แก้ตรง        ขอร้อง    คนโง่ทั้งหลาย      ได้โปรด กรุณา  อย่ามาออกเสียงเลือกตั้งซัก  ครั้งนึงเถิด
 
      เพื่อเป็นการตัดวงจรนี้        ไม่ไปเลือกตั้งซักครั้ง   มันไม่เจ็บป่วยปวดหัวตัวร้อน  หรือ ท้องผูกหรอก   
นอนอยู้บ้านเฉยๆ ซักวัน แล้วลองปล่อยให้ คนมีความรู้ เค้าเลือกเองซักครั้งเถอะ
 
              คนมีความรู้ มีความฉลาด ก็จะใช้วิจารณญาณ   เลือกเอาคนดีคนเก่ง  คนซื่อสัตย์    เข้ามาบริหารประเทศ
  บริหารแบบไม่โกงไม่กิน   ไม่คอรับชั่น    ทีนี้ก็จะมีเงินเหลือพอให้  พวกลูกหลานคนโง่  ได้เรียนฟรีๆ  จนถึงชั้นสูงๆ
   ทีนี้ก็พากันหายโง่ กันหมด     ทุกๆคนฉลาดมีการศึกษากันหมด     ทีนี้แหละ   พวกนักการเมือง ขี้โกง ก็ไม่กล้า สะเออะ   
เสนอหน้ามาลงสมัครเลือกตั้ง        เราก็จะได้แต่คนดีๆ มาลงแข่งขันกัน   ไม่นานก็จะเจริญทัดเทียม  ประเทศที่เค้าเจริญแล้ว
           


ขอย้อนกลับไปที่ความคิดเห็นแรกของคุณ glock19 เลยนะครับ ที่ว่า

"แก้ที่การศึกษาก็ถูก  ครับ   แต่ยังไม่เป็นการแก้ที่ต้นตอของวงจร"

ความจริงเมื่อมันเป็นวงจรมันก็ไม่มีต้นตอหรอกครับ เพราะทุกจุดเป็นเหตุปัจจัยของจุดต่อไป
ในทางกลับกันก็มีข้อดีคือจะเริ่มแก้ตรงไหนก็ได้ครับ หรือจะแก้พร้อมกันทุกจุดก็ได้

ที่สำคัญการให้การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว  ไม่ใช่เพราะพอคนมีการศึกษาแล้ว-
ทำให้ไม่ขายเสียงโดยตรงนะครับ  แต่การที่คนมีการศึกษาทำให้เขามีโอกาสมากขึ้น
ที่จะสามารถดูแลตัวเองและครอบครัว  ทำให้การแจกเงินมีอิทธิพลต่อเขาน้อยลงเรื่อยๆ
ดังนั้นการให้การศึกษาก็เป็นวิธีแก้ทางหนึ่ง  แต่มันต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านรุ่น
โดยที่คนเก่าๆ ก็คงค่อยๆ ตายจากไปอาจใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะสมบูรณ์


ครั้นจะให้เรียนฟรี งบก็ไม่มีเพราะงบส่วนใหญ่โดนนักการเมืองคอรับชั่นไปแล้ว

จะทำก็ทำได้ครับ และเราก็มีเงินเหลือพอแม้จะโดนนักการเมืองโกงก็เถอะ
ปัญหามันอยู่ที่การบริหารจัดการว่าทำยังไงถึงจะฟรี  อย่างในความคิดผม
น่าจะมีโรงเรียนที่นักเรียนไม่ต้องใส่เครื่องแบบมาเรียน เพราะความจริงแล้ว
มันเป็นการสิ้นเปลืองเงินชาวรากแก้วไปเปล่าๆ เพื่อให้ดูแล้วสวยงามเท่านั้นเอง


ท่านผู้มีปัญญาเห็นหรือยังครับว่า  ถ้าจะแก้ต้นตอของวงจรอุบาทว์ นี้ ต้องแก้ตรงจุดไหน
ก็แก้ตรง        ขอร้อง    คนโง่ทั้งหลาย      ได้โปรด กรุณา  อย่ามาออกเสียงเลือกตั้งซัก  ครั้งนึงเถิด


ปัญหาของวิธีที่คุณ glock19 เสนออยู่ตรงที่ ใครจะไปขอร้องให้คนโง่ที่คุณว่าไม่ออกมาลงคะแนนเลือกตั้งได้
ในเมื่อเราก็ไม่เคยขอร้องเขาสำเร็จในเรื่องอย่าซื้อสิทธิขายเสียง จริงไหมครับ


คนมีความรู้ มีความฉลาด ก็จะใช้วิจารณญาณ   เลือกเอาคนดีคนเก่ง  คนซื่อสัตย์    เข้ามาบริหารประเทศ
บริหารแบบไม่โกงไม่กิน   ไม่คอรับชั่น    ทีนี้ก็จะมีเงินเหลือพอให้  พวกลูกหลานคนโง่  ได้เรียนฟรีๆ  จนถึงชั้นสูงๆ


ในความเป็นจริงคนมีความรู้ มีความฉลาดที่ว่า ก็ไม่ใช่จะสามารถเลือกเอา คนดี คนเก่ง คนซื่อสัตย์ มาบริหารประเทศได้
ถ้าคนอย่างที่ว่าไม่มาลงสมัครให้เลือก  และจริงๆ แล้วจะมีกี่คนล่ะครับที่รู้จักนักการเมือง ขนาดแน่ใจว่าคนไหนดีหรือไม่ดี
กรณีทักษิณเป็นตัวอย่างที่ดี ว่าคนมีความรู้ มีความฉลาดทั่วประเทศ มากมายออกมายอมรับภายหลังว่าดูคนผิด  Crying or Very sad

อย่าว่าแต่ตอนเลือกอาจจะดีจริง แต่พอเข้าไปในสภาแล้วเปลี่ยนไปก็ได้ คือถูกซื้อหลังเลือกตั้งโดยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ
ที่สำคัญถึงตอนนั้นเราไม่มีทางรู้เลยนะครับว่าเขาถูกซื้อไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะใครล่ะจะบอกว่าตัวเองโดนซื้อไปแล้ว

ส่วนเรื่องเด็กๆ จะได้เรียนฟรีจนถึงชั้นสูงๆ จากเงินที่ไม่ถูกโกง ผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เงินงบประมาณของรัฐน่ะสิครับ
แต่ดูเหมือนระบบการศึกษาของเราทั้งหมดทุกระดับมีปัญหาซ้อนทับกับระบบสังคมเศรษฐกิจยุ่งไปหมด ปัญหาจริงๆ ที่เรา
ไม่สามารถจัดให้เรียนฟรีไม่ใช่เรื่องเงินค่าเล่าเรียนครับ


   ทีนี้ก็พากันหายโง่ กันหมด     ทุกๆคนฉลาดมีการศึกษากันหมด     ทีนี้แหละ   พวกนักการเมือง ขี้โกง ก็ไม่กล้า สะเออะ   
เสนอหน้ามาลงสมัครเลือกตั้ง        เราก็จะได้แต่คนดีๆ มาลงแข่งขันกัน   ไม่นานก็จะเจริญทัดเทียม  ประเทศที่เค้าเจริญแล้ว


ก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ ประเทศที่พัฒนาแซงหน้าเราไปอย่าง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลี ก็ยังมีข่าวทุจริตเข้าหูเรามาตลอดใช่ไหมครับ
ผมไม่เคยคิดนะครับว่านักการเมืองประเทศเหล่านั้นโกงน้อยกว่าไทย  แต่ประเทศเขาก็เจริญกว่าเรามากมาย  ในความคิดผมเป็นเพราะ
นักการเมืองในประเทศของเขาไม่ได้เป็นอิทธิพลหลักในการพัฒนาประเทศ   แต่ประชาชนในประเทศของเขามีความเข้มแข็งซึ่งประชาชน
ชาวไทยไม่มีน่ะครับ  เรามันพวก ไม่เป็นไร เรื่อยๆ สบายๆ มากกว่า จิตสำนึกในการทุ่มเทเพื่อประเทศชาติเราสู้เขาไม่ได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 06:13 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #116 เมื่อ: 15-11-2006, 06:40 »

   วิธีของผมแฟร์ดีมั้ยครับ   ใครอยากมีสิทธิ์  ออกเสียง  ก็ไปทำบัตรผู้เสียภาษีมา   จะเสียมากเสียน้อย  ก็แล้วแต่   ไม่มีใครว่า   หาได้น้อยก็เสียน้อย   เป็นเรื่องปกติ   ขอให้เสียบ้างแล้วกัน   ถ้ามีบัตรผู้เสียภาษ๊แล้วจึงจะมีสิทธิ์   ออกเสียง  " เลือกคนเข้าไปบริหารเงินภาษี"       ถูกต้องมั้ยครับ   ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ก็จะกลายเป็นรักชาติแต่ปาก      ปากบอกรักชาติ  รักประชาธิปไตย    แต่พอให้เสียภาษี   บอก ไม่มี
 
         และถ้าจะตัดสิทธิ์  พวกคนโง่  ไม่ให้ออกมาเลือกตั้ง น่ะ    ไม่ได้ว่า กลัวอะไรหรอก    กลัว ไม่ได้ตังค์ค่าจ้างเลือกมากกว่า     
          เมื่อ2สัปดาห์ก่อน     ดูรายการเจาะใจ    แขกรับเชิญ คือ  คุณ ดำรง  พุฒตาล       เค้าเล่าให้ฟังว่า         เด็กรับใช้ที่บ้าน    พอใกล้ถึงวันเลือกตั้ง    ขออนุญาตกลับบ้านไปเลือกตั้ง    ห้ามไงก็ไม่ยอม    พอถามดูจึงได้ความว่า     ทางบ้านรับเงินเค้ามาแล้ว ต้องกลับไป กาให้เค้า   


จะว่าแฟร์ก็ไม่แฟร์หรอกครับ  เพราะอย่าลืมว่าประเทศชาติอยู่ได้ไม่ใช่เพราะคนที่ถือบัตรผู้เสียภาษีอย่างเดียว
คนถือบัตรเสียภาษีมากมายปลูกข้าวกินเองไม่เป็นนะครับ  ที่มีชีวิตรอดได้ทุกวันนี้ก็เพราะมีชาวนาจนๆ ปลูกข้าว
มาให้เราได้กินกันราคาถูกๆ  ข้าวถุง 5 กิโลกรัมเราหุงกินได้เกือบเดือน อย่างดีๆ ราคาประมาณไม่เกิน 200 บาท
ซึ่งราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาได้รับต่ำกว่านี้อีกมาก  ตั๋วดูหนัง 1 ใบที่ผู้ถือบัตรเสียภาษีหาความสุขใส่ตัวแค่ 2 ชั่วโมง
ยังราคาแพงกว่า  หรือเทียบกับที่ผู้ถือบัตรเสียภาษีถอยรถป้ายแดงมาขับเพื่อความสะดวกและความเท่ห์ ผ่อนส่ง-
เดือนนึงเป็นเงินเหยียบหมื่น เงินขนาดนั้นชาวนาต้องขายข้าวกี่กิโลกรัมถ้าอยากจะถอยรถป้ายแดงกับเขาบ้าง

อย่างนั้นถ้าชาวนาบอกว่าจะให้แฟร์ขอขายข้าวกิโลกรัมละห้าร้อยบาท แล้วผู้ถือบัตรเสียภาษีจะว่ายังไง ที่มีเงินเหลือ
มาเสียภาษีส่วนหนึ่งก็เพราะมีคนจนๆ ในประเทศทำงานได้ค่าแรงราคาถูก ทำให้ค่าครองชีพของเราไม่แพงจริงไหม
ดังนั้นความจริงแล้วภาระที่คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศแบกรับอยู่ อาจมีมูลค่ามากกว่าเงินภาษีที่ผู้ถือบัตร-
เสียภาษีจ่ายทุกเดือนก็ได้ ถ้าจะมีใครประเมินเป็นจำนวนเงินออกมา 

..ดังนั้นในความเห็นผมเขาจึงมีสิทธิเลือกคนมาบริหารภาษีเท่าๆ กับผู้ถือบัตรเสียภาษีครับ..


ส่วนเรื่องการรับเงินมีอะไรมากกว่านั้นอยู่เหมือนกัน แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเอาเงินให้ชาวบ้าน
แล้วเขาจะมาลงคะแนนให้เสมอไป หลายแห่งชาวบ้านรับเงินจากผู้สมัครทุกรายก็มี แต่ไปเลือกคนที่ตัวเองต้องการ
หลายแห่งแจกเงินก็จริง แต่ถึงไม่แจกเงินชาวบ้านก็เลือกอยู่ดี  เพราะสังคมเรามันเป็นระบบอุปถัมภ์ชาวบ้านไม่มีทาง
ที่จะเชื่อมต่อเข้ากับศูนย์อำนาจรัฐได้ดีกว่าผ่านทางหัวคะแนน  จึงเท่ากับชาวบ้านได้สมัครใจเลือกสังกัดด้วยตัวเอง
เพราะเขาก็ไม่มีหนทางอื่นที่จะได้ ถนน ประปา ไฟฟ้า หรือแม้แต่ได้งานทำ (หัวคะแนนจำนวนมากเป็นนายจ้างของ
ชาวบ้านในการทำมาหาเลี้ยงชีพ หรือเป็นเจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าทำกสิกรรม)

ในหลายพื้นที่การให้เงินเป็นเพียงสัญลักษณ์ หรือส่วนประกอบที่กระตุ้นให้ชาวบ้านมาลงคะแนนอย่างแน่นอนขึ้นเท่านั้น
แต่องค์ประกอบหลักคือระบบอุปถัมภ์ที่เกาะติดอยู่กับการดำรงชีวิตประจำวันของชาวบ้านครับ

..ในความเป็นจริง ชาวบ้านจึงไม่ได้โง่เสมอไป แต่เขาได้เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาและชุมชนแล้ว..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 06:57 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #117 เมื่อ: 15-11-2006, 06:46 »

แสดงว่ายังไม่รู้กระทั่งว่า ประชาธิปไตย คือการปกครองที่เลว

เพราะไม่สามารถคัดคนดีที่สุดได้....อันนี้อาจจะต้องลองศึกษาต่ออีกนิดนะครับ

นักการเมืองที่เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง มักจะลืมคนเลือกตั้งทันทีที่ตนเองได้ตำแหน่งเข้าไป

ไม่งั้นคงไม่มีคำกล่าวว่า "ชนใดเขียนกฎหมาย ย่อมเขียนกฎหมายเพื่อชนนั้น"

ไปถามนักรัฐศาสตร์คนใหนก็ได้ หรือบทความ ฝ่ายอยากได้เสรีภาพตอนนี้ก็ได้ครับ

ทุกคนรู้ว่า ประชาธิปไตยนั้น ต้องเลือกตั้ง แม้จะได้คนเลวก็ตาม

เพราะเค้าถือว่า เป็น "เสียงของสวรรค์" เป็นเสียงของคนหมู่มาก

ถ้าคิดว่า อยากได้คนเก่ง คนฉลาด คนดี จากระบบเลือกตั้ง ผมคิดว่า "คุณกำลังฝันไป"

ต้องอ่าน ต้องเรียนอีกเยอะนะครับ...จะได้เข้าใจกันเสียทีว่า การเลือกตั้งไม่อาจได้คนดีเสมอไป

เหมือนที่บางฝ่าย บางพวก บอกว่า ถ้าประชาชนเลือกเข้ามาอีก นั่นแสดงว่าตนเองถูกต้อง นั่นแหละ ตรรกะเดียวกันเปี๊ยบ

จริง ๆ แล้วมันคนละเรื่องนะครับ...

ถ้าไม่เชื่อหลักที่ผมบอกว่า "ประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่เลว" ลอง ๆ หาอ่าน ตั้งแต่ เพลโต้ โสเกรตีส มาเลยนะครับ

หรือไม่ลองไปหาอ่านเรื่อง "นครรัฐ" ยุคเอเธนส์โน่นเลยครับ ดูว่า นักปราชญ์โบราณเค้าวิจารณ์ประชาธิปไตยแบบใหนบ้าง

นั่นขนาดเป็นประชาธิปไตยทางตรงนะครับ เพียงคุณมีรายได้ คุณเสียภาษี คุณก็มีสิทธิ์เข้าสภาแล้ว นั่นคือ ประชาธิปไตยแบบนครรัฐสมัยเอเธนส์

ลอง ๆ ไปดูซิว่า ประชาธิปไตยมันดีจริงหรือไม่

ประชาธิปไตย สามารถคัดคนดีได้จริงหรือ
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #118 เมื่อ: 15-11-2006, 07:27 »

    จะอุปมาอุปไมย เปรียบเทียบให้ฟัง
 
        ผมกับเพื่อนในกลุ่ม อีก9 คน  ตกลงกติกาว่า ไปกินไหนไปด้วยกัน      แชร์กันออก  โดย ใครมีมากจ่ายมาก
 ใครมีน้อยจ่ายน้อย  ใครไม่มีเลยไม่ต้องจ่ายเลย      และ จะกินอะไรร้านไหน   โหวต 1 คน1คะแนน
  เอาความเห็นส่วนใหญ่    (  ประชาธิปไตยเป๊ะ เลย)
 
      ผมกับเพื่อนอีก2คน  ฐานะดีหน่อย มีเชื้อจีน ชอบอาหารจีน ออกเงินมากที่สุด 
 
     เพื่อนอีก  7 คน เป็นคนอีสาน ชอบพวกลาบดิบๆ ปลาส้มดิบๆ ที่พยาธิเยอะๆ แต่ฐานะไม่ดี แทบจะไม่ออกเงินเลย   
 
     พอโหวตกันทีไร  พวกอิสาน7 คน เลือกกินลาบเลือดดิบ (ที่อุดมไปด้วยพยาธิ)
 
        เพื่อนคนจีน2คน   เลือก  ข้าวผัดปู
 
         ถึงผมจะชอบข้าวผัดปู        แต่ผมดูแล้วว่า  เสียงมันสู้กันไม่ได้   ตอนนี้ 2  ต่อ  7   ถึงผมจะโหวต ข้าวผัดปู
       อีก 1 เสียง  ก็ได้แค่   3 ต่อ 7   แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง  ผมเลย งดออกเสียง   และบอกว่า กินอะไรก็กินกันเถิด ของอั๊ว อะไรก็ได้
     
      แล้วก็ปลอบใจเพื่อนคนจีน2 คนว่า   กินๆไปเถิด   อร่อยทั้งนั้น อย่าเรื่องมาก เราแค่มีหน้าที่ออกตังค์ 
     
      พวกเค้ามีหน้าที่เลือก      ถ้าจะเป็นพยาธิ  เราไม่ได้เป็นคนเดียว  มันก็เป็นกันหมดทั้ง10คนนั่นแหละ
 
      แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ   ทราบว่า ไอ้เพื่อนอิสาน 7คนนั่น รับเงินค่าคอมมิสชั่น (ในการโหวตเลือกร้าน)จากร้าน ที่ขายแพงที่สุด และยังชอบโกงค่าอาหารอีกด้วย   เพราะเค้าถือว่า เงินที่จ่ายค่าอาหารไม่ใช่เงินเค้า
 
       
         แถวบ้านผม เวลา ถึงหน้าเลือก  อ.บ.ต     ส.จ   ส.ท.     กำนัน     ผู้ใหญ่บ้าน   ส.ส.    อะไรแล้วแต่
  เค้าแจกเงินรับเงินเป็นที่สนุกสนาน      ผมก็คุ้นเคยกับนักการเมืองท้องถิ่นพวกนี้ดี    เค้าก็คุยให้ฟังว่า  เที่ยวนี้ จ่ายไปกี่ล้าน กี่ล้าน  คุยอย่างภาคภูมิใจเลย   จะบอกให้ระดับนักการเมืองเค้าเรียก ชาวบ้านว่า  "พวกมัน"   เค้าเล่าว่า
  เวลาออกพื้นที่   " พวกมัน"  จะมาขอแต่เหล้า ส.ส.   ถ้าไม่ให้แม่ง    แม่งก็ไม่เลือก   
      อย่าว่าแต่ผมดูถูก กระบือพวกนี้เลย    ขนาด ส.ส.  คนที่มันลงคะแนนให้เค้า    เค้าก็ดูถูกพวกมันเหมือนกัน
       

เป็นตัวอย่างที่จำลองเหตุการณ์ได้ดี เห็นภาพพจน์ทีเดียวครับ ต้องขอชมเชย
ที่ตีแผ่จุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยที่เป็น Zero Sum Game ได้ชัดเจน
เพราะเป็นสภาพที่เราเพิ่งเจอกันมาในยุครัฐบาลทักษิณ

อันเป็นที่มาของความคิดที่จะยกเลิกกติกาเก่า เพื่อตกลงกติกากันใหม่ไงครับ
เช่นว่า ต่างกลุ่มต่างสามารถแยกย้ายไปกินของที่ตัวเองชอบแทน เป็นต้น
ซึ่งจะทำให้ได้รับความพอใจทั้ง 2 ฝ่าย 

เพราะถ้าไม่ล้มกติกาเสีย อีกทางเลือกก็คือกลุ่มเสียงข้างน้อยที่เป็นคนจ่ายเงิน
ก็จะไม่เต็มใจจ่ายเงินอีกต่อไป และทางฝ่ายเสียงข้างมากก็จะดึงดันตามกติกา
ว่าทั้งหมดต้องไปกินพยาธิซึ่งเป็นการฝืนใจฝ่ายเสียงข้างน้อย  และถ้าฝ่ายเสียง
ข้างน้อยต่อต้านด้วยการไม่ยอมจ่ายเงิน ทั้งหมดก็อาจจะไม่ได้กินอะไรกันเลย

เกิดสภาพติดตาย (Dead Lock) นำมาซึ่งความแตกแยกร้าวฉานในหมู่คณะ

นอกจากนี้การแก้ไขกติกา ยังสามารถป้องกันแก้ไขปัญหาการรับเงินค่าคอมมิสชั่น
จากร้านอาหารขี้โกงของฝ่ายเสียงข้างมากได้อีกด้วย

..ซึ่งการแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ ในโลกความเป็นจริงเราก็กำลังดำเนินการกันอยู่..
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #119 เมื่อ: 15-11-2006, 07:58 »

      ถ้าตั้งแต่ทีแรกเลย    อีตาคนที่คิดระบบประชาธิปไตย 1คน1คะแนน  ถ้า  เค้าวางระบบไว้เป็นอีกแบบนึง
 คือ  ประชาธิปไตย 1คนมีสิทธิ์1คะแนน     แต่ 1สิทธิ์นั้น ต้อง  "สอบ"  ก่อน  จึงจะได้สิทธิ์ 
 
    ยกตัวอย่างเช่น      ทุกคน มี "สิทธิ์ " ทำใบขับขี่     แต่ต้อง "สอบ" ก่อน    เพื่อที่จะรู้ว่า คุณรู้เรื่องการขับขี่ ดีแค่ไหน   เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้  คนที่ไม่รู้กฎจราจร ไปทำความเดือดร้อนแก่ ผู้ใช้ถนนคนอื่น
 
          การลงคะแนนก็เช่นกัน น่าจะ"สอบ"ก่อน  ว่า คุณมีความรู้เรื่องการบ้านการเมืองแค่ไหน    เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เลือกเอาคนโกง   หรือพรรคที่มีประวัติคอรับชั่น  มาโกงกินประเทศ
 
        ถ้าอีตาคนวางระบบ   วางไว้แบบผมว่า ตั้งแต่ทีแรก และใช้กันมาตั้งแต่สมัยนู้น  ทุกคนก็ จะเห็นดีเห็นงามไปด้วย   แต่บังเอิญ เค้าไม่ได้ใช้แบบนี้มาแต่ทีแรก  ผมจึงโดนรุมด่า
 
           ใบขับขี่ก็เช่นกัน  ถ้าตั้งแต่สมัยโบราณ   กำหนดว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน อายุ ครบ18  ก็มาขอใบขับขี่ได้เลย   ไม่ต้องสอบอะไรทั้งนั้น                 และถ้าอยู่ๆมา มีคนเสนอว่า     คนที่จะมีใบขับขี่ น่าจะต้อง "สอบ" ก่อน    รับรอง  คนเสนอ โดนด่า จมหูเลย ( เพราะมี คนอีกจำนวนมาก ทำให้ตายก็ทำไม่ได้ ข้อสอบแค่30ข้อ ถ้าจำไม่ผิดทำถูก15ข้อก็ผ่านแล้ว)   

ถ้าจะจัดสอบกันจริงๆ ก็สงสัยว่าเนื้อหาข้อสอบจะเป็นอย่างไรนะครับ ใช้เกณฑ์อะไรว่าสอบผ่านหรือเปล่า

แล้วถ้าเจอคนที่มีทัศนะคติประเภท ไม่เป็นไรถ้าโกงแต่มีผลงาน หรือ อย่ามาบอกว่าประเทศจะได้อะไร
แต่บอกมาเลยว่าตัวข้าจะได้อะไรบ้าง แบบนี้ต่อให้รู้การบ้านการเมืองแค่ไหนก็ป้องกันการเลือกคนโกงไม่ได้

แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า พอคิดไปคิดมาคุณ glock19 ก็วนกลับมานึกถึงวิธีให้การศึกษา เพราะถ้าไม่ให้การศึกษา
ก็คงทำข้อสอบความรู้เรื่องการเมืองตาม คคห. นี้ไม่ได้   โดยที่คุณ glock19 เคยให้ความเห็นไว้ในตอนแรกๆ
ว่าการให้การศึกษาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ

ก็คงต้องยอมรับว่าการให้การศึกษาอย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติมากที่สุดนะครับ
และอย่างน้อยก็ยังพอหวังผลได้บ้างในระดับหนึ่งว่าดีกว่าไม่ให้การศึกษา..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 07:59 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #120 เมื่อ: 15-11-2006, 08:05 »

คนบางคนฉลาดรอบรู้จากท้องแม่กระมังครับ

กติกาประชาธิปไตยมันเป็นแบบนั้นครับ จะให้มันเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้

ที่สำคัญ มันเป็น "เผด็จการรัฐสภา" โดยระบบของมันซะอีกนะซีครับ เลยยุ่งไปกันใหญ่
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #121 เมื่อ: 15-11-2006, 08:09 »

  ถ้าให้ผมเป็นคนออกข้อสอบ ก็จะออกใน ลักษณะ  ประเมินว่า  ผู้เข้าสอบ ติดตาม ข่าวสารทางการเมืองแค่ไหน
 
  เช่น  . ครั้งล่าสุดใครเป็น.รมต.   เกษตร      รมต. กลาโหม     มหาดไทย   หัวหน้าพรรคมหาชนชื่ออะไร         (ประมาณนี้)   ไม่ได้เอาจากความรู้ที่ต้องเรียนในมหาวิทยาลัยหรอกครับ
  
        
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #122 เมื่อ: 15-11-2006, 08:11 »

ลองถามตอนนี้เลย ให้ตอบภายใน 30 วินาที

รัฐมนตรีตอนนี้มีกี่คน

รัฐธรรมนูญ 2549 มีกี่มาตรา
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #123 เมื่อ: 15-11-2006, 08:13 »

     ผมตอบไม่ได้หรอกลุงแคน       ผมแค่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง    แต่ไม่ถึงกับแฟนพันธ์แท้ครับ
 
    ถ้ารู้ขนาดลุงแคน ต้องไปออกแฟนพันธ์แท้ของคุณปัญญาแล้วครับ
 
         
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #124 เมื่อ: 15-11-2006, 08:16 »

งั้นเอา "หัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง" บ้างก็ได้ครับ เพราะเป็นคนฉลาดนี่ครับ
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #125 เมื่อ: 15-11-2006, 08:20 »

   ทฤษฎีนี้   จริงแล้วแล้วแต่จะตีความครับ         ถ้าจะให้บรรยาย   ยาวนะครับ   ก็โดยสรุปก็ทำอะไรอย่าให้เกินตัว
   
  อย่าก่อหนี้จนเกินตัว    ลงทุนแต่ตามกำลัง    ประมาณนี้แหละ
 
   แต่ถ้าจะให้บอกจากใจจริง   พูดในนี้ไม่ได้ครับ     
บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #126 เมื่อ: 15-11-2006, 08:35 »

     การทดสอบ โดยเอาคำถาม คำตอบตามตำราแบบนี้มาใช้ทดสอบความโง่ความฉลาดไม่ได้หรอกครับ
 
    และ คนไม่รู้  ไม่ได้แปลว่าโง่นะครับ    เช่นผมถามว่า สะพานโกลเด้นเกต  ยาวกี่เมตร  น้องเมียของพระเจ้าจอชที่2ชื่ออะไร   ถ้าคนไม่ได้อ่านก็ไม่รู้
 
   คนอ่านก็รู้   ความรู้แบบนี้  รู้แล้วเอาไปใช้ประโยชน์อะไร    ไม่รู้แล้วเสียหายอะไร
 
    ในความเห็นของผม   คนฉลาด คือ คนที่ รู้เท่าทันคน  ไม่โดนหลอกง่ายๆ (อาจโดนหลอก แต่ไม่ง่าย)
 
   ในการจะทำการใด มีหนทางหลายทางให้เลือก  ก็จะเลือกทางที่ดีที่สุด    รู้จักวิเคราะห์แยกแยะ อะไรจริง อะไร เท็จ   อะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ    มองเห็นทุกอย่างตรง ตามความจริง
 
       แต่ถ้าคนโง่ ก็ตรงกันข้ามนี้ทั้งหมด 
บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #127 เมื่อ: 15-11-2006, 08:43 »

แสดงว่ายังไม่รู้กระทั่งว่า ประชาธิปไตย คือการปกครองที่เลว

เพราะไม่สามารถคัดคนดีที่สุดได้....อันนี้อาจจะต้องลองศึกษาต่ออีกนิดนะครับ

นักการเมืองที่เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง มักจะลืมคนเลือกตั้งทันทีที่ตนเองได้ตำแหน่งเข้าไป

ไม่งั้นคงไม่มีคำกล่าวว่า "ชนใดเขียนกฎหมาย ย่อมเขียนกฎหมายเพื่อชนนั้น"

ไปถามนักรัฐศาสตร์คนใหนก็ได้ หรือบทความ ฝ่ายอยากได้เสรีภาพตอนนี้ก็ได้ครับ

ทุกคนรู้ว่า ประชาธิปไตยนั้น ต้องเลือกตั้ง แม้จะได้คนเลวก็ตาม

เพราะเค้าถือว่า เป็น "เสียงของสวรรค์" เป็นเสียงของคนหมู่มาก

ถ้าคิดว่า อยากได้คนเก่ง คนฉลาด คนดี จากระบบเลือกตั้ง ผมคิดว่า "คุณกำลังฝันไป"

ต้องอ่าน ต้องเรียนอีกเยอะนะครับ...จะได้เข้าใจกันเสียทีว่า การเลือกตั้งไม่อาจได้คนดีเสมอไป

เหมือนที่บางฝ่าย บางพวก บอกว่า ถ้าประชาชนเลือกเข้ามาอีก นั่นแสดงว่าตนเองถูกต้อง นั่นแหละ ตรรกะเดียวกันเปี๊ยบ

จริง ๆ แล้วมันคนละเรื่องนะครับ...

ถ้าไม่เชื่อหลักที่ผมบอกว่า "ประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่เลว" ลอง ๆ หาอ่าน ตั้งแต่ เพลโต้ โสเกรตีส มาเลยนะครับ

หรือไม่ลองไปหาอ่านเรื่อง "นครรัฐ" ยุคเอเธนส์โน่นเลยครับ ดูว่า นักปราชญ์โบราณเค้าวิจารณ์ประชาธิปไตยแบบใหนบ้าง

นั่นขนาดเป็นประชาธิปไตยทางตรงนะครับ เพียงคุณมีรายได้ คุณเสียภาษี คุณก็มีสิทธิ์เข้าสภาแล้ว นั่นคือ ประชาธิปไตยแบบนครรัฐสมัยเอเธนส์

ลอง ๆ ไปดูซิว่า ประชาธิปไตยมันดีจริงหรือไม่

ประชาธิปไตย สามารถคัดคนดีได้จริงหรือ

 
 
 
                 
           ก็เพราะ 1 คน 1 คะแนน นั่นไง     ใน100คน ย่อมมีคนโง่มากกว่าคนฉลาด ดังนั้น นักการเมืองก็มาจากการเลือกของคนโง่      ผมล่ะอยากจะ ให้ลองวิธีของผม ดูบ้าง       ดูซิ  ว่าระบบดั้งเดิมกับของผมอันไหนดีกว่ากัน   (รู้ครับว่ามันเป็นไปไม่ได้      )   ป.ล. คนฉลาดไม่ใช่หมายถึงคนเรียนสูงนะครับ     ต้องตีความให้ถูก
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #128 เมื่อ: 15-11-2006, 08:47 »

แล้ววิธีของคุณ มันเรียกว่า ระบบ ระบอบอะไรครับ
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #129 เมื่อ: 15-11-2006, 09:08 »

   ชื่อเรียก ก็แล้วแต่จะตั้งครับ    จะตั้งว่ายังไงก็ได้เช่น  การปกครองระบอบวิลลี่    การปกครองระบอบโตโยต้า
  มาสด้า   แล้วแต่จะตั้งชื่อ  ชื่ออะไรก็ได้ไม่สำคัญ   ชื่อนั้นสำคัญไฉน มันสำคัญตรงกติกาครับ   เพียง แต่  เรากำหนด    กติกา   ในการ    เลือก   คนเข้ามา เป็นตัวแทนบริหาร ประเทศ         ว่า   คนที่จะมีสิทธิลงคะแนน  เลือกคนบริหารประเทศ   ได้  ต้อง
 
    มีคุณสมบัติดังนี้  ข้อ 1 ข้อ 2  ข้อ.3  ข้อ4.    (  เพื่อเป็นการคัดกรอง   คนที่ มีความคิดความอ่าน  มีวิจารณญาณ
 
    มีความรับผิดชอบ       ถึงจะไม่100%       แต่ยังดีกว่าไม่กรองเลย)   
 
     คนทีมีคุณสมบัติครบ   ผมว่าเค้าน่าจะเลือก คนที่ดีได้    และทีนี้แหละคนดีก็จะพากันลงสมัครมาให้เลือก
 
       ลองคิดดูซิ    เราคัดเอาคนที่มีคุณสมบัติ     แล้วให้คนเหล่านี้ลงคะแนน    เราเอาเสียงข้างมากจาก ในจำนวนนี้
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 09:21 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #130 เมื่อ: 15-11-2006, 09:20 »

  จากกติกาเดิม   กำหนดแค่    เป็นคนไทย  อายุ ถึง 18
     
 
    แค่เนี๊ยะ       
                   บางคนไม่รู้ว่ามือไหนซ้ายมือไหนขวา  ไม่รู้ ก.ไก่ หน้าตาเป็นไง 
 
       คนพวกนีเชื่อคนง่าย     แค่เค้าแจกรองเท้าแตะให้ข้างนึงก่อน   ถ้าได้รับเลือกแล้วจะกลับมาแจกอีกข้างก็เลือกเค้าแล้ว   แค่เค้าบอกจะทำให้หายจนภายใน4 ปีก็เชื่อ 
 
   พอให้คนพวกนี้เลือก   ก็ได้ ผู้แทน ได้สส. อย่างที่เห็นไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 09:26 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #131 เมื่อ: 15-11-2006, 09:22 »

เข้ามาขอบคุณ ลุงแคน และ คุณ Jerasak สำหรับกระทู้นี้ครับ ที่ มาเพื่อความรู้และ แง่คิดให้คนโง่ แบบผม และ ขอบคุณ คุณ glock19 ด้วยนะครับ ที่ถกกันในเนื้อหา ไม่เล่นงานตัวบุคคลอีก
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #132 เมื่อ: 15-11-2006, 09:25 »

ก็ตอบหน่อยซิ    ว่าเค้ากลัวทักษิณเข้าประเทศ ทำไม    ในเมื่อทักษิณไม่มีอำนาจแล้ว    กลัวอะไร
    (ผมบอกแล้วคนเราไม่ค่อยยอมรับความจริง)   
   

ที่จริงแล้วเขาไม่ได้กลัวหรอกครับ
แต่เขาเกลียด เขารังเกียจ รู้ไหม
เหมือนกับเราเห็นสัตว์ที่เราเรียกว่า "ตัวเงิน ตัวทอง" นั่นแหละ
เราไม่ได้กลัว"ตัวเงิน ตัวทอง"
แต่เราเกลียด รังเกียจสัตว์พันธุ์นี้
เพราะอะไร...
ก็ลองตามสอบประวัติสัตว์พันธุ์นี้ดูซีครับ

บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #133 เมื่อ: 15-11-2006, 09:31 »

    ผิดแล้วครับ คุณ P
 
       ผมไม่ได้บอกว่าเค้ากลัว ทักษิณ      แต่เค้ากลัวทักษิณกลับเข้าประเทศ  ครับ
 
    ( เค้าในที่นี้คือ    คนที่รับผิดชอบ ประเทศตอนนี้ครับ)
 
     คือเค้าไม่ได้กลัวที่ตัวทักษิณ    แต่เค้าเล็งเห็น   ผลที่จะตามมาครับ เลยกลัวตรงนั้นครับ  (หมากรุกต้องอ่านหลายๆชั้น)
 
      ถ้าเค้าไม่กลัวก็รีบเชิญเข้ามารับทราบข้อหาซีครับ   คดีอาญาก็มี แพ่งก็มี     แต่ให้เข้ามาไม่ได้จริงๆครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #134 เมื่อ: 15-11-2006, 09:39 »

เมื่อคุณตั้ง ระบอบของคุณเอง ผมคงคุยด้วยไม่ได้ นึกว่าคุยเรื่อง "ประชาธิปไตย"

คือผมเรียนไม่ถึง ปัญญาไม่มีพอครับ เชิญตามสบาย
บันทึกการเข้า

55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #135 เมื่อ: 15-11-2006, 09:44 »

ผมเคยคุยกับครูต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่เชียร์ทักษิณ ผมก็ถามเค้าว่า

" ทำไมถึงชอบทักษิณ "

เค้าตอบว่า " ก็ทักษิณทำให้เศรษฐกิจดี"

ผมถามว่า"แล้วรู้ได้ไงก็ว่าเศรษฐกิจดี จริงหรือปล่าว"

เค้าตอบว่า " ก็เค้าขึ้นเงินเดือนให้ แล้วยังมีจะให้สวัสดิการอีกหลายอย่าง....กองทุนหมู่บ้าน "แล้วก็อีกจิปาถะผมถามต่อว่า "แล้วที่เค้าว่ากันว่า รัฐบาลทักษิณ คอรัปชั่นมากที่สุด มันจริงหรือปล่าว "

เค้าตอบว่า " มันก็จริง น๊ะ "

ผมถามว่า  "แล้วทำไมถึงชอบทักษิณจัง"

เค้าตอบว่า " ก็อย่างที่บอกไง ว่าเค้าให้สวัสดิการ ขึ้นเงินเดือน มีเงินให้กู้ซื้อบ้าน"
[/color]

อันนี้เป็นเรื่องจริง ผมคุยกับคนหลายคนที่ชอบทักษิณ หลายคนในนั้นพูดลักษณะเดียวกันคือ เชื่อว่ามีการโกง แต่ก็ยังเลือกเพราะ บรรดาประชานิยม
บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #136 เมื่อ: 15-11-2006, 09:52 »

    ผิดแล้วครับ คุณ P
        ผมไม่ได้บอกว่าเค้ากลัว ทักษิณ      แต่เค้ากลัวทักษิณกลับเข้าประเทศ  ครับ
     ( เค้าในที่นี้คือ    คนที่รับผิดชอบ ประเทศตอนนี้ครับ)

ไม่ผิดหรอกครับคุณglock19
ขอยืนยันครับ

บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #137 เมื่อ: 15-11-2006, 09:59 »

    ผมประเมินลุงแคน ไว้สูงเกินไป   คุณถามผมว่าจะใช้ชื่อระบอบอะไร   ผมบอกชื่อไม่สำคัญ  มันสำคัญตรงกติกา    ไม่น่าเชื่อ   คุณแคน   บอกถ้าไม่ใช่ชื่อ   ประชาธิปไตย   ก็ไม่คุยด้วย    
 
      ยึดติดกระทั่ง ชื่อ      ไม่สนใจ เนื้อหา    
 
     ถามหน่อย    ไอ้คำว่า ประชาธิปไตย  ใครเป็นคนตั้ง    และถ้าตั้งแต่ทีแรก   คนตั้ง มันไม่ได้ตั้งชื่อนี้   มันจะเป็นไง        หรือถ้าทีแรกคนตั้งมันตั้งเป็น   ประชาชนธิปไตย   มันจะเป็นไง    หรือ ประชาธิปไตยไชโย    จะเป็นไง
 
    และถ้าระบบอบประชาธิปไตยนี้ไปอยู่ที่ประเทศ   นิวซีแลนด์     หรือฮอล์แลนด์  ล่ะ  เค้าคงไม่เรียกว่าประชาธิปไตยหรอก เค้าก็มีชื่อเป็นภาษาของเค้า      ดังนั้นผมจึงว่าชื่อนั้นสำคัญไฉน     เรามาดูกัน ถกกันถึงสาระ เนื้อหา    กันดีกว่า     ดีกว่าไป   ยึดติด   ชื่อ
บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #138 เมื่อ: 15-11-2006, 10:03 »

   เอ...   ผมชักสงสัยแล้วว่า   คุณ แคนตัวจริงหรือเปล่า     หรือ  ลูกๆ หลานๆ  แอบใช้ล็อคอิน ของคุณแคนเข้ามาตอบ   
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #139 เมื่อ: 15-11-2006, 10:05 »

คุณไม่เข้าใจแม้กระทั่ง "สิทธิ์" ที่ธรรมชาติให้มนุษย์มาตั้งแต่เกิด ก็ป่วยการที่จะบอกว่า คุณกำลังพูดถึง ประชาธิปไตย
บันทึกการเข้า

p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #140 เมื่อ: 15-11-2006, 10:16 »

คุณไม่เข้าใจแม้กระทั่ง "สิทธิ์" ที่ธรรมชาติให้มนุษย์มาตั้งแต่เกิด ก็ป่วยการที่จะบอกว่า คุณกำลังพูดถึง ประชาธิปไตย

ปล่อยเป็นเหยื่อเต่าเหยื่อปลาเถอะครับท่าน CanCan
 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #141 เมื่อ: 15-11-2006, 10:26 »

   แสดงว่าทุกท่าน   ยังยึดมั่น ถือ มั่น  ในของเก่าๆ   กติกาเก่า   ระบอบ เก่า   
 
    คำว่า" สิทธิ์ "  มันฝังลึกลงไปในสมอง   ไม่สามารถ  เปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก   
 
      ก็คงเป็นเพราะ  ถูกพูดกรอกหู     คำว่า   ประชาธิปไตย   การมีสิทธิ์ มีเสียง    มาตั้งแต่จำความได้
 
     คุณไม่เคยคิดเลยหรือว่า    สิทธิ์   ที่คุณหวงแหน และเทิดทูนนักหนา นั่น น่ะ      มันทำให้ คนเราเท่าเทียมกันได้จริงหรือเปล่า      มันทำให้ความเป็นอยู่   ดีขึ้นหรือเปล่า
 
       มีสิทธิ์ มีเสียง แค่ 1 นาทีตอนหย่อนบัตร แค่นั้นแหละ พี่น้อง      หลังจากนั้นก็ไม่ใช่แล้ว 
 
   เฮ้อ    ความเชื่ออะไรทีไรมันฝังหัวไปแล้ว    ทำยังไงๆ  ก็ขุดมันออกมาไม่ได้      ไม่ว่าจะเหตุผลที่ดีเพียงไร ก็ไม่สามารถ   ลบล้างความเชื่อ ความยึดมั่นเก่าได้     
 
     อยากถามหน่อย  ประชาธิปไตยแบบ 1คน1คะแนน  เนียะ   ไทยใช้มา70กว่าปีแล้ว    รากแก้วเป็นไง    นอกจากเท่าเทียมกันตอนหย่อนบัตร แค่1 นาที แล้ว     ชีวิตเป็นยังไง   สถานะทางสังคมเป็นไง 
 
         ดีขึ้นบ้างไม๊     ก่อนหย่อนบัตร   ผู้แทนมาไหว้เรา   พอหย่อนไปแล้ว   เราไหว้มัน มันยังไม่อยากรับไหว้เลย
         
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 10:29 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #142 เมื่อ: 15-11-2006, 10:30 »

ที่ผมตั้งประเด็นว่า

ถ้าจะจัดสอบกันจริงๆ ก็สงสัยว่าเนื้อหาข้อสอบจะเป็นอย่างไรนะครับ ใช้เกณฑ์อะไรว่าสอบผ่านหรือเปล่า

ซึ่งคุณ glock19 ตอบว่า

 ถ้าให้ผมเป็นคนออกข้อสอบ ก็จะออกใน ลักษณะ  ประเมินว่า  ผู้เข้าสอบ ติดตาม ข่าวสารทางการเมืองแค่ไหน
 
  เช่น  . ครั้งล่าสุดใครเป็น.รมต.   เกษตร      รมต. กลาโหม     มหาดไทย   หัวหน้าพรรคมหาชนชื่ออะไร        
(ประมาณนี้)   ไม่ได้เอาจากความรู้ที่ต้องเรียนในมหาวิทยาลัยหรอกครับ

แต่พอลุงแคนถามคำถาม ซึ่งผู้ติดตามข่าวสารการเมืองอาจจะตอบได้เช่น ครม.ชุดใหม่ มีกี่คน
ทางคุณ glock19 ก็ตอบแบบไม่ได้มั่นใจนัก และตอบเพิ่มเติมว่า

    การทดสอบ โดยเอาคำถาม คำตอบตามตำราแบบนี้มาใช้ทดสอบความโง่ความฉลาดไม่ได้หรอกครับ
 
    และ คนไม่รู้  ไม่ได้แปลว่าโง่นะครับ    เช่นผมถามว่า สะพานโกลเด้นเกต  ยาวกี่เมตร  น้องเมียของพระเจ้าจอชที่2ชื่ออะไร  
ถ้าคนไม่ได้อ่านก็ไม่รู้
  
   คนอ่านก็รู้   ความรู้แบบนี้  รู้แล้วเอาไปใช้ประโยชน์อะไร    ไม่รู้แล้วเสียหายอะไร
 
    ในความเห็นของผม   คนฉลาด คือ คนที่ รู้เท่าทันคน  ไม่โดนหลอกง่ายๆ (อาจโดนหลอก แต่ไม่ง่าย)
 
   ในการจะทำการใด มีหนทางหลายทางให้เลือก  ก็จะเลือกทางที่ดีที่สุด    รู้จักวิเคราะห์แยกแยะ อะไรจริง อะไร เท็จ  
อะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ    มองเห็นทุกอย่างตรง ตามความจริง
 
       แต่ถ้าคนโง่ ก็ตรงกันข้ามนี้ทั้งหมด  

ซึ่งเมื่ออ่านย้อนกลับไปก็พบว่าเรื่อง ครั้งล่าสุดใครเป็น รมต.เกษตร  รมต.กลาโหม  มหาดไทย  หัวหน้าพรรคมหาชนชื่ออะไร
ก็เข้าข่าย ถ้าคนไม่ได้อ่านก็ไม่รู้ คนอ่านก็รู้ ความรู้แบบนี้ รู้แล้วเอาไปใช้ประโยชน์อะไร ไม่รู้แล้วเสียหายอะไร เหมือนกัน

ผมถามประเด็นเนื้อหาข้อสอบก็เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำข้อสอบเรื่องนี้ออกมาให้เป็นที่ยอมรับ และบรรลุวัตถุประสงค์
ดีไม่ดีกลายเป็นว่าพวกเราที่เสรีไทยเว็บบอร์ดเองจะพากันสอบตก อดเลือกตั้งกันทั้งเว็บก็เป็นได้ (..ยุ่งตายเลย..)

และการพยายามเลือกแต่คนฉลาด (รู้เท่าทันคน ไม่โดนหลอกง่าย) ออกมาให้มีสิทธิมากกว่าคนโง่ก็มีจุดอ่อนที่สำคัญ
เพราะเราก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าคนฉลาดที่ว่านั้นจะรักประเทศชาติ มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า
จะเลือกผู้แทนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง หรือเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม กันแน่

อย่าว่าแต่วิธีนี้เป็นระบบแพ้คัดออก โดยคนแพ้มีมากกว่าคนชนะหลายเท่าตัวนะครับ และหากฝ่ายแพ้ไม่มีเวทีให้เล่นในระบบ
จนถูกสถานการณ์พาไปให้ต้องเล่นนอกระบบขึ้นมา รัฐบาลจะรับมือมวลชน 80% ของประเทศได้อย่างไรครับ

การคัดแต่คนฉลาดให้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นการสุ่มเสี่ยงพาประเทศไปสู่วิกฤตสังคมร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์หรือเปล่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 10:34 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #143 เมื่อ: 15-11-2006, 10:42 »

ว่าง ๆ ต้องลงลึกถึง ต้นเค้าเรื่องการเกิด "รัฐ" เรื่อง "ปัจเจก" เรื่องสิทธิ์พลเมืองบ้างนะครับ

ไม่งั้นจะเป๋กันไปใหญ่

เหตุที่ผมเป็นห่วง เพราะเราจะพูดถึงเรื่อง ประชาธิปไตยไม่ได้เลย หากไม่เริ่มจากสิทธิ์ตามธรรมชาติ อันทำให้เกิด "อำนาจ"

อำนาจนั้น ก็ไปจากสิทธิ์ของประชาชน รัฐธรรมนูญใหน ๆ ก็็้กำหนดเรื่องสิทธิ์เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเท่าเทียมกัน ( เสมอภาค )

โดยเฉพาะสิทธิทางการเมือง

เค้าเรียก...สิทธิมนุษยชนครับ

หากไม่เข้าใจและยึดหลักนี้ ไปเอาเรื่องคุณวุฒิ ความรู้ อภิชน คุณก็เป็นพวก อภิชนาธิปไตยไปโน่น...ดีไม่ดีกลายเป็น คณาธิปไตย แล้วก็ยุ่งแล้ว พี่น้อง
บันทึกการเข้า

irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #144 เมื่อ: 15-11-2006, 10:53 »

เข้าใจคุณ Glock19  ครับเรื่องการแบ่งคน

       ถ้าแบ่งคนตามว่ามีการเสียภาษีเป็นบวก  กล่าวคือ เพื่อแสดงว่า มีวุฒิภาวะพอ
       มีความรับผิดชอบพอ และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของแผ่นดินบ้าง 
       
  ผมว่าก็อาจเป็นทางเลือกนึงในอนาคต เหมือนตอน เปลี่ยนสิทธิ์จาก 20 สู่ 18 ปี       


มันมีข้อโต้แย้งอยู่ที่ว่า

        1 คนเก่งแล้วจะรู้ทันแน่เหรอ
        2 คนที่เห็นว่าดีๆ กลายพันธุ์ไม่ได้แน่เหรอ
        3 จะได้คนที่ไม่สนใจคนยากจนหรือไม่ << นี่ข้อใหญ่ครับ  ชาวบ้านเค้าจะเห็นว่าเรามามุบมิบกัน
 
       

ผมว่าสุดท้ายทางออกอยู่ทีการตรวจสอบครับ

       ต้องมีหน่วยงานตรวจสอบ แบบโปร่งใส  และตรวจโดยบังคับ
       ไม่ใช่มีปัญหา สรรหา กัน สองปี    ไม่ลงรอยกัน 3 ปี   
       เล่นปัญหาเก่าซะปีนึง

 
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #145 เมื่อ: 15-11-2006, 11:00 »

การแบ่งชนชั้นคนเข้ามีสิทธิ์ในสภา มีมาตั้งแต่สมัย นครรัฐของเอเธนส์ แล้วครับ เป็นประชาธิปไตยทางตรง

นั่นเค้าทำได้ เพราะพลเมืองไม่เกิน 4-50,000 มั๊ง

สภานั้นใครที่มีรายได้และเสียภาษี มีสิทธิ์เดินเข้าสภาอันทรงเกียรติ

แล้วก็โดนนักปราชญ์ยุคนั้น ด่าสาดเสียเทเสีย เพราะมันก็บอกแล้วว่า มนุษย์ทุกคนมีกิเลส มีความโลภ ยังอยู่ในโลกธรรม

เพราะเอาเข้าจริง พวกสมาชิกที่เสียภาษี ก็ไปทำมิดีมิร้าย มีกินสินบาทคาดสินบน อ่อยเหยื่อผลประโยชน์ แล้วแต่จะเป็นไป

ความคิดนี้ ทำมาแล้วในโลก สมัยนครรัฐของเอเธนส์ ครับ


ใหม่มาก ๆ
บันทึกการเข้า

glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #146 เมื่อ: 15-11-2006, 11:00 »

   นั่นไงครับ   เพราะเราไป "ยึดติด"  กับคำว่า สิทธิ   สิทธิมนุษยชน     อะไรพวกนี้   ทำให้เรา ไม่สามารถ ก้าวข้ามไปใช้  ระบบอื่น   ที่"อาจจะ"   ดีกว่าเก่า
 
       จากการพูดคุยด้วย   ผมเชื่อว่า ลุงแคน เป็น คนดี    ดีกว่านักการเมือง100เท่า
 
    ผมอยากให้ ลุงแคน พิสูจน์ ด้วยตนเอง ว่า ระบบเก่าไม่ดียังไง
 
   โดย ให้ลุงแคนลง สมัครเป็นอบต. แข่งกับ คนเก่า  ( ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่โปร่งใสเท่าไหร่)  ในท้องถิ่นที่ลุงแคนอยู่     แล้วออกหาเสียง ตั้งเวที ปราศรัยว่าจะมีนโยบายยังไง   จะบริหารงบประมาณให้โปร่งใสยังไง  ลุงแคนจะให้ความรู้ให้แสงสว่างยังไงก็ให้ไป  
 
      แต่   ห้าม แจกเงิน ซื้อเสียง   ใครมาขอเหล้า   ห้ามให้เด็ดขาด    ในขณะที่คู่แข่ง   แจกทั้งเงิน และเหล้า
 
  แล้วดูว่า  ลุงแคนจะได้กี่คะแนน
    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 11:06 โดย glock19 » บันทึกการเข้า
glock19
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #147 เมื่อ: 15-11-2006, 11:04 »

 ลุง แคนเข้าใจผิดแล้วครับ     ไม้ใช่คนเสียภาษี  แล้วมีสิทธิ์ เข้าสภาครับ
 
     ผมบอกว่า    มีสิทธิ์"  ลงคะแนน"   ครับ    ไม่ใช่ให้สิทธิ์   เข้าสภาครับ    ไปกันใหญ่แล้ว
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #148 เมื่อ: 15-11-2006, 11:06 »

ต่างกันตรงใหนละครับ ถ้าคนน้อย ก็เข้าไปทางตรง ถ้าคนเยอะก็เลือกกันเข้าไป ( ที่ประชุมมันแคบ )

ผมก็บอกแล้ว ความคิดเอาฐานรายได้ และเสียภาษีมีสิทธิ์ทางการเมือง มันมีมาตั้งแต่สมัยนครรัฐเอเธนส์

คุณไม่เชื่อผมค้นหาความรู้ได้เลยครับ...ผมไม่โกหกเด็กหรอก มันบาป

คิดหรือว่าพวกเสียภาษีนั่น จะไม่เข้าไปแสวงหาประโยชน์ ถ้าใช้ฐานคิดแบบนี้ ทำไมเรารังเกียจพวกนักธุรกิจเลว ๆ เข้ามาทำการเมือง

นั่นก็จากฐานคิด เอา "เงิน" เป็นตัวตั้ง

เคยได้ยินคำว่า...ปราชญ์ชาวบ้านมั๊ยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-11-2006, 11:13 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #149 เมื่อ: 15-11-2006, 11:13 »


เรียนสมาชิกทุท่าน

ท่านปุถุชนได้กรุณาเตือนพวกเราไปแล้ว
ว่าอย่างไรนั้น
กรุณาตามไปที่
http://forum.serithai.net/index.php?topic=4414.0


บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
หน้า: 1 2 [3] 4
    กระโดดไป: