ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
03-03-2021, 04:50
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ความเป็นผู้ดีทางการเมือง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ความเป็นผู้ดีทางการเมือง  (อ่าน 1831 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 03-10-2006, 09:43 »

ความเป็นผู้ดีทางการเมือง
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ( วันที่ 21 กันยายน 2549 )   
 
ศ.ดร.ลิขิต  ธีรเวคิน
ราชบัณฑิต

การเมืองถูกมองโดยคนส่วนใหญ่ว่าเป็นเรื่องสกปรก  เป็นเรื่องที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมและกลเม็ดเด็ดพรายเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งอำนาจ  มีการละเมิดกฎเกณฑ์ต่างๆ  ขณะเดียวกันตัวนักการเมืองก็ถูกมองว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์  พูดจาสับปลับ  มุ่งอำนาจและผลประโยชน์  ไม่มีความคงเส้นคงวา  ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต  จนมีคำกล่าวที่ว่านักการเมืองไว้ใจยาก  ทำนองเดียวกับนักธุรกิจถูกมองว่ามุ่งแต่ผลประโยชน์   ค้ากำไร

ในส่วนของกระบวนทางการเมืองนั้น  ก็จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะกระทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง  และเพื่อที่จะได้อำนาจรัฐโดยใช้ตำแหน่งอำนาจดังกล่าวหาประโยชน์ส่วนตัว  หาประโยชน์ให้แก่ญาติโกโหติกาและพรรคพวกเพื่อนพ้อง  ในขณะเดียวกันข้ออ้างที่ว่าทำเพื่อประชาชนหรือเพื่อชาติบ้านเมืองนั้นก็เป็นเพียงลมปาก  ในความเป็นจริงถูกมองว่าเป็นกลวิธีของการใช้วาทศิลป์โดยมีระเบียบวาระซ่อนเร้น 

แต่การเมืองที่แท้จริงจะต้องตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวมาข้างบน  การเมืองคือกระบวนการที่กำหนดขึ้นเพื่อให้การเข้าสู่ตำแหน่งอำนาจได้รับความเห็นชอบโดยประชาชน  สอดคล้องกับตัวบทกฎหมายและกฎกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ   ขณะเดียวกันจะต้องมีความชอบธรรมทางการเมือง (legitimacy) กล่าวคือ  การได้อำนาจรัฐนั้นเป็นไปตามกฎหมายและตามเจตนารมณ์  ขณะเดียวกันนักการเมืองจะต้องเป็นบุคคลที่มุ่งเน้นในการเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  มีความมุ่งมั่นที่จะรับใช้ชาติและบ้านเมือง  และเพื่อเป็นส่วนสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย 

นักการเมืองในลักษณะดังกล่าวนั้นจึงต้องมีอุดมการณ์ทางการเมืองอันแข็งแกร่ง  โดยจะมีความมั่นคงไม่หวั่นไหว  และมีศรัทธาอย่างสูงส่งในอุดมการณ์และอุดมคติ  ขณะเดียวกันจะต้องมีจริยธรรมทางการเมืองโดยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างเคร่งครัด  ทั้งในส่วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย (legality) และมีความชอบธรรมทางการเมือง (legitimacy)  ที่สำคัญจะต้องผดุงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม (the rule of law)  และไม่ใช้ข้ออ้างว่าถูกต้องตามกฎหมายจากการใช้หลักนิติกลวิธี (the rule by law) 

ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวมานี้คือนักการเมืองที่ดี หรือนักการเมืองในอุดมคติ  ซึ่งก็อาจมีการเถียงว่าอุดมคติเป็นความใฝ่ฝันและเป็นนามธรรม  ซึ่งไม่มีทางบรรลุเป้าหมายได้  ก็จะขอกล่าวในที่นี้ว่า  อุดมคติเปรียบเสมือนดวงดาว  เราอาจเดินทางไปไม่ถึงดวงดาว  แต่ก็เป็นเครื่องชี้ทิศทางให้เราดำเนินไปบนวิถีที่ถูกต้องหรือบนแนวทางที่ไม่ผิดพลาด  และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  ที่สำคัญที่สุดจะต้องมีส่วนช่วยให้ธำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของการเป็นนักการเมืองที่ดี  มีอุดมการณ์และมีจริยธรรม

นอกเหนือจากคุณสมบัติของการเป็นนักการเมืองที่ดีดังกล่าวมาเบื้องต้นแล้ว  สิ่งที่นักการเมืองที่ดีไม่สามารถจะมองข้ามได้ก็คือความเป็นผู้ดีทางการเมือง  ความเป็นผู้ดีทางการเมืองจะต้องเริ่มจากการมีศีลธรรมส่วนบุคคล  มีจริยธรรมแห่งวิชาชีพในฐานะนักการเมือง  ยึดมั่นในอุดมการณ์อันแกร่งกล้า  และความมีน้ำใจนักกีฬาในทางการเมือง 

ตัวอย่างที่จะยกให้เห็นเกี่ยวกับความเป็นผู้ดีทางการเมืองนั้น  ในเบื้องต้นนักการเมืองที่มีความเป็นผู้ดีทางการเมืองจะต้องไม่ใช้โอกาสในการดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง  หาประโยชน์จากความอ่อนแอของสังคม  ความบกพร่องของระบบ  และช่องโหว่ของกฎหมายด้วยการใช้เงินซื้อเสียง  โกงการเลือกตั้ง  ฉ้อราษฎร์บังหลวง  ลุแก่อำนาจ  ละเมิดกฎหมาย  ประทุษร้ายต่อหลักนิติธรรม  ครอบงำข้าราชการประจำ  จำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชน  กล่าววาจามุสา   ฯลฯ  นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วนั้นจะต้องมองฝ่ายที่ตรงกันข้ามในฐานะผู้ร่วมภารกิจที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ  หากแต่อยู่คนละข้างหรือคนละฝ่าย  บางครั้งอาจจะต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนเมื่อมีการทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อส่วนรวม  แต่ก็ต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบในกรณีที่เป็นฝ่ายค้าน  และในกรณีที่เป็นฝ่ายรัฐบาลก็อาจมีการปรึกษาหารือถ้าเป็นเรื่องสำคัญและต้องร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ   ในกรณีที่มีการเลือกตั้งและฝ่ายตรงกันข้ามได้รับชัยชนะก็ควรที่จะแสดงความยินดีโดยมีน้ำใจนักกีฬา

แต่ที่สำคัญก็คือ  นักการเมืองที่ดีจะต้องมีมารยาททางการเมือง (political etiquette) อันเป็นที่ยอมรับในสังคมประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้วโดยทั่วไป  ซึ่งจะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

ก) พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงินที่เสนอโดยฝ่ายบริหาร  ถ้าไม่ผ่านรัฐสภา  ในกรณีเช่นนี้รัฐบาลจะต้องลาออก  ซึ่งเป็นมารยาททางการเมืองที่ยอมรับกันโดยทั่วไปภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

ข) นโยบายใดก็ตามที่เป็นนโยบายระดับชาติที่สำคัญที่สุด  เช่น  อาสาเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและกำหนดเงื่อนเวลาไว้  ถ้าถึงกำหนดเงื่อนเวลาและแก้ปัญหาไม่ได้ต้องมีมารยาทพอที่จะลาออกจากตำแหน่ง

ค)  ในกรณีที่บริหารประเทศจนเกิดความเสียหายใหญ่หลวง  เกิดการแตกความสามัคคี  สะท้อนถึงความล้มเหลวของการบริหาร  จะต้องมีมารยาทพอที่จะลาออกจากตำแหน่ง

ง)  ในกรณีที่มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง  เช่น  กรณีที่นักการเมืองญี่ปุ่นซื้อหุ้นก็ลาออกจากตำแหน่ง  หรือประธานาธิบดีของรัฐบาลเกาหลีใต้เมื่อมีข่าวเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็ลาออกจากตำแหน่งเช่นเดียวกันและได้ขอโทษประชาชนด้วย

จ)  ในกรณีที่มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวระหว่างประเทศ เช่น  กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ นายโปรฟูโม่ โดยมีความสัมพันธ์กับสายลับชาวรัสเซียซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อความมั่นคงของชาติก็ได้ลาออกจากตำแหน่ง 

ฉ) การกระทำอันใดที่ละเมิดกฎหมายและมีการตัดสินของศาลว่าผิดกฎหมาย  เช่น  การแปรรูปรัฐวิสาหกิจก็ดี   นโยบายที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายก็ดี  โดยประเพณีของสังคมประชาธิปไตยแล้วก็ต้องลาออกจากตำแหน่งบริหาร

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดเบื้องต้นแล้ว  ความเป็นผู้ดีทางการเมืองยังหมายถึงการไม่ตระบัดสัตย์  การรักษาคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด  การไม่พูดโกหก  หลีกเลี่ยงการพูดจาส่อเสียด  และในกรณีอภิปรายในสภาควรจะใช้ภาษาสุภาพ  มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ  กะทัดรัด  เป็นประโยชน์  มิได้มุ่งเอาชนะคะคานหรือทำลายคู่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว  ไม่ใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จอย่างเด็ดขาด  เพราะแม้จะได้ชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้แต่เป็นการดูถูกประชาชนและไม่ยุติธรรม

การเมืองแม้จะมีการต่อสู้อย่างเข้มข้น  ก็ต้องมีหลักการ  มีกฎกติกา  มีมารยาท  และมีความเป็นผู้ดี  การแพ้หรือชนะในกระบวนการเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติซึ่งไม่ควรถือเป็นเรื่องเอาเป็นเอาตายจนเป็นศัตรูกัน  และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อชนะฝ่ายตรงกันข้ามโดยมองข้ามความถูกต้องตามกฎหมาย  ความเหมาะสม  และที่สำคัญที่สุดโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดต่อส่วนรวม  นักการเมืองที่ดีจะต้องเป็นผู้ซึ่งมีความเป็นผู้ดีทางการเมือง


 
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: