ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 09:07
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รักรถถัง รู้จักรถถัง เริ่มที่รุ่นคุณปู่ M41 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รักรถถัง รู้จักรถถัง เริ่มที่รุ่นคุณปู่ M41  (อ่าน 4443 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 28-09-2006, 11:47 »

รักรถถัง รู้จักรถถัง เริ่มที่รุ่นคุณปู่ M41
 
หลังปฏิวัติ...กระทู้การเมืองในห้องราชดำเนินเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ ดอทคอม ถูกปิดชั่วคราว ด้วยเหตุผล...คุมการตั้งกระทู้ไม่ไหว

แต่ด้วยกระแสร้อนแรง ถึงจะเขียนถึงการเมืองไม่ได้ ในบรรยากาศทหาร รถถังเต็มเมือง หลายคนก็หาทางออก หันมาคุยกันถึงรถถัง

ห้องรัชดาที่บรรดาขาท่องเว็บมีไว้คุยกันเกี่ยวกับแฟนพันธุ์แท้ยานยนต์ ใครคิดแบบไหน มีความรู้เกี่ยวกับรถถังมากน้อย ก็โพสต์แสดงความเห็นกันไป

กระทู้หนึ่งจาก Mr.SJ แนะนำว่า อยากจะรู้เกี่ยวกับรถถังของไทย ให้ลึก ให้ละเอียด ให้ไปดูกระทู้เรื่องความรู้รถถังของ ทบ.ไทย ที่ห้องหว้ากอ

ลิงค์ไปที่ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/ X4728099/X4728099.html

ณ ห้องหว้ากอ คุณ Analayo หรืออีกฉายา Skyman โพสต์ข้อมูลรถถังไทยไว้เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 49 เวลาประมาณ 00.22 น. เกริ่นนำไว้ ว่า...กระทู้นี้ตั้งเพื่อให้ความรู้อย่างเดียวครับ ไม่เกี่ยวและไม่ขอวิจารณ์ ทางการเมือง

รถถัง...M41 (ประจำการ พ.ศ.2505)

คุณ Analayo บอกว่า คุณปู่ M41 นี้อยู่คู่กับกองทัพบกไทยมาเกือบ 50 ปี สร้างชื่อมากในยุคสงครามเกาหลี

รถถัง M41 ได้รับการจัดหาจากกองทัพบกไทยจำนวน 200 คันในช่วงสงครามเย็น ช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหากับประเทศเวียดนาม

เนื่องจากมีขนาดที่เล็กพอดี แต่มีประสิทธิภาพในการรบสูง ติดปืนใหญ่ รถถังขนาด 76 mm. ปัจจุบันยังมีบางประเทศที่ประจำการด้วย M41 แต่ส่วนใหญ่ M41 จะได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ติดเกราะหนาขึ้น

ส่วนข้อเสีย M41 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน...กินน้ำมันมาก และเสียงดังมาก

รถถัง M41 มีบทบาทกับการเมืองไทยและสงครามในไทยมาโดยตลอด สำหรับรถถังรุ่นนี้ หลายคนอาจจะคุ้นเคย และรู้จักดีอยู่แล้ว

รุ่นต่อมา...รถถัง M48A5 คันนี้ประจำการ พ.ศ.2522 หลังจากที่ประเทศไทยจัดหา M41 มาได้ซักพัก และหลังจากจัดหารถถังรุ่น Scorpion ได้เพียงปีเดียว

สมัยนั้น M48A5 แม่นยำสูง มีอัตราการยิงถูกในนัดแรกสูงที่สุด

ตัวรถถัง M48A5 น้ำหนัก 52 ตัน ติดปืนใหญ่ขนาด 105 mm. เกราะหนาสูงสุดที่ด้านหน้า 120 mm. เท่าที่รู้...รถถังรุ่นนี้กองทัพบกมีประจำการ 105 คัน

รุ่นที่สาม Commando Stingray ประจำการ พ.ศ.2532

คุณ Skyman บอกว่า เราคงจะไปหารถถัง Stingray ที่ประเทศอื่นไม่ได้ เพราะรถถังชนิดนี้มีประจำการที่ประเทศเราประเทศเดียว

แม้แต่อเมริกา ผู้ผลิตก็ไม่มีรถถังรุ่นนี้ประจำการ บริษัทผู้ผลิตประสบความสำเร็จในการขายให้เราแค่ประเทศเดียว เป็นจำนวน 100 กว่าคัน

ขีดความสามารถ Stingray ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 mm. พร้อมด้วยระบบเล็งเป้าด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นระบบ stabilizer มีเสถียรภาพค่อนข้างสูง และยังมีออฟชั่นภายในตัวอีกหลายอย่าง

“วิธีสังเกตรถถัง Stingray เพื่อให้จดจำได้ง่ายๆ... ให้สังเกตตรงป้อมปืนใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดนั่นแหละครับ”

รุ่นต่อมารถถัง M60A1/A3 TTS แยกย่อยออกเป็นรุ่น A1 ประจำการ พ.ศ.2534 และรุ่น A3 ประจำการ พ.ศ.2539

รถถัง M60 ที่ประเทศไทยจัดหา เป็นรถมือสองจากสหรัฐฯ ผู้รู้หลายท่านทั้งในและต่างประเทศให้ความเห็นว่า M60 เหมาะสมที่สุดในภูมิประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีสภาพภูมิประเทศเป็นดินค่อนข้างอ่อน

ถ้าใช้รถถังหนักๆ มีแรงกดต่อพื้นที่มากๆ วิ่งไปไหนก็มีหวังติดหล่ม ทำให้ขาดความคล่องตัว

สมรรถนะและอาวุธประจำรถ M60 ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 mm. รุ่น M60A3 จะพิเศษกว่ารุ่น M60A1 ตรงที่ Tank thermal Sights

บางที...ก็เรียก A3 ว่า TTS ซึ่งระบบ TTS ซึ่งเป็นระบบสร้างภาพจากความร้อน

“รถถังรุ่นนี้ ประเทศไทยมีประจำการรวมๆกัน 178 คัน แต่เท่าที่ ดูข่าวยังไม่เห็นรถถังรุ่น M60 ในกรุงเทพฯ คาดว่าอาจจะจอดอยู่ที่อื่น”

รุ่นอื่นๆที่ยังไม่เห็น รถถังรุ่น FV101 CVR (T) Scorpion รถรุ่นนี้ประจำการเมื่อปี 2521

“Scorpion เป็นรถถังสัญชาติอังกฤษ ช่วงที่มีการจัดซื้อมีกระแสวิจารณ์อย่างมากว่า จะเข้ากับระบบเราที่เป็นอเมริกันได้หรือเปล่า แต่ไปๆ มาๆ Scorpion ก็มีส่วนร่วมในหลายๆสมรภูมิ ทำเอาข้าศึกเละตุ้มเป๊ะมาแล้ว”

แม้ว่า Scorpion จะติดปืนขนาดเล็ก ขนาด 76 mm. ที่ดูรูปร่างภายนอกแล้วตลกๆ แต่คนโดนยิง ตลกไม่ออก

ที่จริง...ในวงการทหารจัดให้รถถัง Scorpion เป็นส่วนหนึ่งของรถประเภท “รถรบลาดตระเวนสายพาน” หรือ Combat Vehicle Reconnaissance (Tracked): (CVR (T))

ประเทศไทยมีรถถัง Scorpion ประจำการอยู่ประมาณ 150 คัน

รุ่นต่อมา Type-69 II ประจำการ พ.ศ.2530 ทั้งหมด 100 กว่าคัน

Skyman ห้องหว้ากอ บอกว่า รถถัง Type-69 II จัดหามาจากจีน ในช่วงที่ภัยคุกคามจากเวียดนามพุ่งสูง ช่วงนั้นไทยเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน และขอให้หยุดสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (ยุคที่เวียดนามเป็นสายโซเวียต)

ประกอบกับไทยต้องการจัดซื้อรถถังอย่างเร่งด่วนที่สุด จึงขอซื้อรถถัง Type-69 II มาจากจีน จีนก็ขายให้ราคาถูกแสนถูก ถ้าข้อมูลไม่ผิด น่าจะขายอยู่ที่ 5-10% ของราคาจริง แต่เป็นรถถังที่เคยประจำการในจีนมาบ้างแล้ว

“การที่ไทยได้รับสุดยอดรถถังในกองทัพปลดปล่อยในขณะนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการเป็นพันธมิตรระหว่างไทยและจีน”

รถถังรุ่น Type-69 II เป็นรุ่นปรับปรุงมาจาก Type-69 ธรรมดา ซึ่งจีนถอดแบบมาจากรถถัง T-55 ของโซเวียต

เพิ่มรุ่น II หมายถึงติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 100 mm. ที่มีระบบ stabilizer มีความเสถียรภาพ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพื่อรักษาระดับของปืน พร้อมระบบเล็งด้วยเลเซอร์บนตัวปืน

สำหรับรถถัง Type-69 II ของไทย ติดตั้งปืน 12.7 mm Browning ของสหรัฐฯ แทน 12.7 mm ของจีน

ตามความเคลื่อนไหว...ช่วงหนึ่งเคยมีข่าวว่า รถถัง Type-69 II ของจีนวิ่งไม่ได้เลยซักคัน แต่ช่วงหลังจำปีแน่นอนไม่ได้ อยู่ในช่วงปี 2546-2547 ก็มีข่าวว่าจีนรับรถถังส่วนหนึ่งไปซ่อมคืนสภาพในมูลค่า 10 ล้านเหรียญ แบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ยังมีรถถังอีกหลายรุ่นที่ไม่ได้กล่าวถึง ใครที่เห็นรถถังรุ่นต่างจากนี้... จอดอยู่ที่ไหน มีข้อมูลแนะนำก็เข้ามาโพสต์กันได้ที่ห้องหว้ากอ

นอกจากรถถังยังมียุทธยานยนต์อื่นๆให้เห็นในครั้งนี้ อาทิ รถ HUMVEE ติดปืนกล .50 มม., รถเกราะล้อยาง V-150 แบบติดป้อมปืน หรือปืนกล, รถเกราะ M113A1 และ A3 มีทั้งแบบติดปืนกลแบบ และติด ปตอ.วัลแวน (ปืนต่อสู้อากาศยาน) ติดจรวดต่อสู้รถถัง TOW

สำหรับเนื้อหา ข้อมูล ภาพยุทโธปกรณ์และหน่วยรบต่างๆในกองทัพไทย มีเผยแพร่เป็นทางการในเว็บไซต์...กองทัพบก www.rta.mi.th, กองทัพเรือ www.navy.mi.th, กองทัพอากาศ www.rtaf.mi.th

อยากรู้จักหน่วยไหนก็เข้าไปดูกันได้ หลายๆที่มีเว็บบอร์ด พร้อมต้อนรับทุกคน

ในช่วงเวลาวันสองวัน หรืออาจจะอีกหลายวันนี้ ใครอยากจะเห็นตัวเป็นๆรถถังเหล่านี้ ก็ไปดูกันได้ ไม่ว่าบริเวณพระบรมรูปทรงม้า วัดเบญจมบพิตร ทำเนียบรัฐบาล แยกเกียกกาย และถนนแจ้งวัฒนะ หน้าทางเข้าการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฯลฯ

รถถังกำลังฟีเวอร์...ใครจะไปถ่ายรูปกับรถถัง ถ้าไม่ลืมก็หิ้ว น้ำเย็นๆ ไปฝากพลประจำรถด้วย เพราะถ้าฝนไม่ตก ช่วงนี้กรุงเทพฯอากาศมันร้อน.

 

 http://www.thairath.com/news.php?section=hotnews02&content=21097

 
 
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: