ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
30-10-2020, 08:48
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล -พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ" จุดอ่อน! ในคณะปฏิรูปฯ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล -พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ" จุดอ่อน! ในคณะปฏิรูปฯ  (อ่าน 1256 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 28-09-2006, 11:42 »

"พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล -พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ" จุดอ่อน! ในคณะปฏิรูปฯ
 
โดย เซี่ยงเส้าหลง 27 กันยายน 2549 16:37 น.
 
 
       •• เมื่อปิดฉาก ภารกิจกู้ชาติ – ภาค 1 ก็เป็นเวลาอันสมควรที่ “เซี่ยงเส้าหลง” จะกลับมาประจำการรายงานสถานการณ์ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง กราบงาม ๆ มายังทุกท่าน เราจะพบกัน ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ณ ที่นี้ และทางหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ที่ มุมขวา - หน้า 16 (หรือถ้ามีโฆษณาเต็มหน้าก็จะย้ายไปที่ มุมขวา – หน้า 15) เป็นประจำ
       
       •• ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่จะถอยตัวเองออกมาจากการทำงานให้ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ที่ถ้าจำเป็นต้องใช้ อักษรย่อ กรอบหน้านี้ก็จะใช้ว่า คณะปฏิรูปฯ ไม่ใช้ ค.ป.ค.) “เซี่ยงเส้าหลง” หวังว่า (1) ท่านจะ ถอยจริง ไม่ใช่ ถอยแต่ในนาม (2) ขอให้เป็นตัวอย่างอันควรปฏิบัติตามแก่ วิษณุ เครืองาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีชัย ฤชุพันธ์ ทั้ง 3 ท่านแม้เป็น คนเก่ง แต่อดีตที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ว่าคือ คนเก่งที่สักแต่ผู้มีอำนาจเรียกใช้ก็รีบวิ่งเข้าไปเสนอสนอง – โดยไม่พิจารณาประเด็นคุณธรรมจริยธรรม ผลงานจำนวนไม่น้อยที่สร้าง บาปกรรมแก่บ้านเมือง โดยเฉพาะในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จนบัดนี้ก็ยังไม่อาจวางใจได้เต็มร้อยว่า ไม่มีเยื่อใยสายสัมพันธ์กันโดยสิ้นเชิง ถ้าบริสุทธิ์ใจไม่มีวาระซ่อนเร้นก็ควรรับใช้ชาติบ้านเมืองแต่เพียง เสนอความเห็นต่อสาธารณะ อย่างท่านสุดท้ายที่ เจ้ากี้เจ้าการเหมือนเป็นเจ้าของคณะปฏิรูปฯ นั้นยังจำได้ไหมว่าอดีตมหาปราชญ์และปรมาจารย์ทางการเมืองแห่งยุคของบ้านเรา พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยพูดใส่หน้าไว้เมื่อ ปี 2527 – 2528 ว่าอย่างไร “...คนอย่างคุณ เขียนบทสวดมนต์ให้พระก็ได้ เขียนกติกาแบ่งทรัพย์ให้แก่โจรที่ปล้นมาก็ได้ ผมทนประชุมร่วมกับพวกคุณไม่ได้อีกแล้ว.” ขณะนั้นคนถูกพูดใส่หน้าดำรงตำแหน่ง รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี คนพูดใส่หน้าที่ชรามากแล้วเป็น ส.ส.กทม. – หัวหน้าพรรคกิจสังคม เร่งถอยออกมาใช้ชีวิตอยู่อย่างสง่างามเหมือนช่วงหลัง ๆ ในฐานะคอลัมนิสต์ออนไลน์ของ มีชัยไทยแลนด์ดอทคอม ล่าสุดเห็นกำลังเป็นเจ้ากี้เจ้าการจะผลักดันให้ ลิ่วล้อเก่า ของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ คนหนึ่งที่มีตำแหน่งเป็นเบอร์ 2 เบอร์ 3 อยู่ในหน่วยงานระดับกรมที่ทำหน้าที่ คุมความประพฤติของผู้กระทำผิด ไปเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พูดภาษาชาวบ้านว่า จะเอาคนคุมโจรไปคุมพระ ไม่งามด้วยประการทั้งปวง
       
       •• นอกเหนือจาก มีชัย ฤชุพันธ์ จุดอ่อนของ คณะปฏิรูปฯ ที่เห็นชัดเจนคือ พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล และ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ จะค่อย ๆ แจกแจงให้เห็นกัน

 
 
 
 
       พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล - พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ

 
       •• เฉพาะท่านแรก บิ๊กตุ่น - พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล นั้นนอกจากดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้มาจากการประทานให้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วยังมาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะปฏิรูปฯ ที่เปรียบเสมือนเป็น แม่บ้าน, หัวหน้าสำนักงาน ท่านเป็นผู้ดึง มีชัย ฤชุพันธ์ พร้อม ๆ กับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, วิษณุ เครืองาม เข้ามาเป็น เนติบริกร และจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกกลั่นกรองบุคลากรลงในตำแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ ในอนาคตอันใกล้ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติ, สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ, คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาจากการคัดเลือกของคณะปฏิรูป และ ฯลฯ มันคงจะ ไม่เหมาะ, ไม่งาม และ ไม่สร้างความศรัทธาความน่าเชื่อถือ ให้กับ เพื่อนรัก ของท่านที่เสียสละ เสี่ยงตายยึดอำนาจรัฐ อย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หรอกนะถ้าในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีท่านจะ ผลักดันตนเอง หรือ ปล่อยให้คนผลักดันตนเอง ข้ามมาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง ๆ ที่ อาวุโสไม่ถึง เพราะตำแหน่งราชการเดิมของท่านนั้น ณ วันนี้ยังคงอยู่ที่ อัตราพลเอก ถ้าจะเกิดปาฏิหาริย์เหาะไปกินตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ก็เท่ากับว่าจะต้อง ข้ามอาวุโสนายทหารอัตราจอมพล ถึง 4 คน ที่วันนี้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม พูดก็พูดเถอะแม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ ปรารถนาดีต่อท่าน มีความประสงค์ลึก ๆ ที่จะให้ท่านดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ยัง ไม่กล้า ทำได้แต่เพียง เปิดอัตราจอมพลใหม่ไว้ 1 อัตรา ที่ตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ไว้ให้ท่าน โดยเฉพาะ (คือเมื่อท่านพ้นตำแหน่งไปแล้วก็จะ ไม่มีผู้อื่นมาดำรงตำแหน่งนี้) เตรียมไว้ให้ตัวท่านเข้ามารับตำแหน่ง วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เพื่อให้ อาวุโสถึง ไว้เพื่อเป็น แคนดิเดตปลัดกระทรวงกลาโหม ในปีต่อไป “เซี่ยงเส้าหลง” ยังได้ยินมายิ่งกว่านี้ว่าลำพังตำแหน่งเดียวที่มีปัญหามาก ยังไม่พอ มีคนทำให้เข้าใจว่ามาจาก พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล ไปขอ รื้อโผ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารตำแหน่งอื่น ๆ ใน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เสร็จเรียบร้อยแล้วจาก พล.อ.สิริชัย ธัญญศิริ เพื่อมา ยำใหญ่ ให้ได้ คนในกลุ่มตน โชคดีที่ ถูกปฏิเสธกลับมา ควรเข้าใจว่าตำแหน่งนี้ มีปัญหามาก ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายาม ผลักดันคนของตัวเอง แต่หากเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐแล้ว อำนาจรัฐใหม่ ยังคง เล่นพรรคเล่นพวกเหมือนเดิม แถม เล่นพรรคเล่นพวกด้วยวิธีการกล้าหาญชาญชัยในสิ่งที่ผิดธรรมเนียมยิ่งกว่าเดิม ศรัทธาจะลดลงไปสักเพียงไหน “เซี่ยงเส้าหลง” บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ หึ่งมาก ในหมู่ทหารหาญ
       
       •• ในส่วนของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ นั้นขอพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า น่าเสียดายอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ประวัติของท่านนั้นมาจาก ตำรวจตระเวนชายแดน ที่เป็น ที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ล่าสุดเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ ทรงมีรับสั่งด้วย ขณะเสด็จกลับจาก โรงพยาบาลศิริราช และแต่ดั้งแต่เดิมมาท่านก็ไม่ใช่ คนในระบอบทักษิณ แถมยัง แข็งขืน เมื่อตอนที่จะถูก พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ข้ามหัวขึ้นไปเป็น ผบ.ตร. แต่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดในกรมปทุมวันนอกจากท่าน ไม่ได้แสดงศักยภาพให้เห็น, ไม่ได้แสดงจุดยืนให้เห็น แล้วยังมีแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าได้เข้าไปเป็น คนในระบอบทักษิณ แม้ในการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเข้ายึดอำนาจของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ภายใต้การสนับสนุนอย่างแข็งขันของ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร ในชั่วโมงแรก ๆ ท่านก็ ขาดการติดต่อ กระทั่งกลางดึกคืนนั้นก็ ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ด้วย แต่ก็ยังได้รับความไว้วางใจเต็มเปี่ยมจาก เพื่อนรัก รับมอบภารกิจ ดูแลตำรวจเต็มที่ ใน คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 17, 18 แต่สุดท้ายท่านกำลังพยายามทำอะไรใน การแต่งตั้งโยกย้าย 2 รอบ เพราะดูไปแล้วท่านกำลังพยายามจะแปร การยึดอำนาจจากระบอบทักษิณ ให้เป็น การรอวันคืนอำนาจเต็มแก่ระบอบทักษิณ ซึ่งจะก่อให้เกิด ภยันตรายใหญ่หลวง ต่อทั้ง ประเทศชาติ, ราชบัลลังก์ และ คณะปฏิรูปฯ เอง “เซี่ยงเส้าหลง” ขอสะกิดติง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่านี่คือ เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะระบอบทักษิณนั้นพูดให้ถึงที่สุดก็คือ การสร้างรัฐตำรวจ, ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ ถ้าอ่านไม่ทะลุแทงปัญหาไม่ขาด ณ จุดนี้มีโอกาส พลาด ได้ง่าย ๆ
       
       •• การแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้คำนึงถึง เป้าหมาย ใหญ่ที่สุด ปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่จะต้อง ขจัดลิ่วล้อระบอบทักษิณ แต่กลายเป็น เล่นพรรคเล่นพวก ด้านหนึ่ง นรต. 22 ได้ดี อีกด้านหนึ่ง นรต. 26 ก็ยังได้ดี หลายคนในจำนวนนี้คือ คีย์แมนของระบอบทักษิณ และ/หรือ อยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ควรอ่านเรื่อง โกวิทย้ายตำรวจเลี้ยงเชื้อทรราช ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เมื่อวานนี้ประกอบ
       
       •• รู้หรือไม่ว่า พล.ต.ชลอ ชูวงษ์ (นรต. 26) นอกจากจะเป็นหัวหอกในกระบวนการ เอาผิดทางกฎหมายกับพันธมิตรฯ แล้วยังมีข่าวในทางลึกว่าร่วมมือกับ พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา - ผบก.ทล. พยายามจะจัดการจราจรในวันยึดอำนาจให้ ติดขัด จน ขบวนทหารจากต่างจังหวัดเดินทางมาล่าช้า เพื่อซื้อเวลาให้กับฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสียแต่ว่า แผนแตกก่อน ปรากฏว่านอกจากท่านจะ ไม่กระทบกระเทือน หัวหน้าสำนักงานของท่านคือ พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ยังจะ ได้ดี โดนจะโยกจากตำแหน่ง ผบก.ภ.จ.ระนอง ที่เป็น จุดยุทธศาสตร์ในการเข้า-ออกประเทศไทย ทั้งในส่วนของ คน และ อาวุธ เพราะเป็นเสมือน เมืองหน้าด่าน อยู่ติดกับ เกาะสนของพม่า ภายในอาณาบริเวณใกล้เคียง มีพื้นที่ลี้ภัยโดยธรรมชาติเป็นร้อย ๆ จุด ถ้านำมาอ่านหมากทั้งกระดานตามประสา “เซี่ยงเส้าหลง” แล้วจะพบว่าน่าสนใจตรงที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล (นรต. 26) ยังคงไม่ถูกย้ายไปจากตำแหน่ง ผบช.สตม. ที่มี อำนาจมาก ในส่วนของ จุดยุทธศาสตร์ในการเข้า-ออกประเทศไทย อำนาจที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปก็คือ สถานะเป็นประตูของประเทศ, อำนาจเพิกถอนวีซ่า, อำนาจกำหนดแบล็กลิสต์, อำนาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการเดินทางของทุกเที่ยวบิน และ ฯลฯ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน บอกว่า ยังไม่นิ่ง ปล่อยให้ตำแหน่งทั้งสองอยู่ในมือ เครือข่ายระบอบทักษิณ ได้อย่างไร
       
       •• โดยเฉพาะก็เป็นที่เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงติดต่อทางโทรศัพท์กับทั้ง พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล กับ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นประจำ “เซี่ยงเส้าหลง” ว่าควรระวังหมาก ซุกคน ไว้ด้วยนะ
       
       •• ทางที่ดีที่สุดสำหรับ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน คือไม่จำเป็นต้อง เร่งร้อน การแต่งตั้งโยกย้ายทั้ง ทหาร และ ตำรวจ ต่อให้พ้น วันที่ 30 กันยายน 2549 ไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร ผู้บังคับบัญชาหน่วยใดเกษียณ ก็ให้ รองฯ ขึ้นมา รักษาการ ไปก่อน
       
       •• กลับมาวันแรก ขอเบาะ ๆ แค่นี้ก่อน ของจริงรอฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการฮิต เมืองไทยรายสัปดาห์ ทาง ASTV : ทีวีกู้ชาติ วันพรุ่งนี้ วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2549 เวลา 19.30 – 21.00 น. อย่าลืม

 
 
บันทึกการเข้า
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« ตอบ #1 เมื่อ: 28-09-2006, 11:43 »

'โกวิท'กับมาตรฐานตำรวจ

28 กันยายน 2549 กองบรรณาธิการ

เมื่อไหร่มันจะถึงยุค "อำนาจเปลี่ยนความเลวร้าย" ได้ซักที เพราะเท่าที่เห็นเปลี่ยนอำนาจกันทีไร วัฒนธรรมไร้อารยะที่ปรากฏก่อนเพื่อน

คือคำว่า "ย้ายล้างบาง" พวกใครใหญ่ ก็ไปเอาพวกตัวมาล้อมสำรับ

ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ ผมบอกตรงๆ คำว่า "สิ้นชาติ" อาจเป็นจริงก่อนครบรอบศตวรรษ!

"คนมีอำนาจ" ต้องดูผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละคนว่า เขาทำงานอย่างไร? ไม่ใช่เพ่งเล็งแต่ว่า มันเป็นคนของใคร?

ถึงยุคกู-ถ้าไม่ใช่พวกกู ย้ายแหม้งงงง...ให้หมด!

เรื่องเลวๆ ทำนองนี้กำลังเป็นความอัปยศใน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" อันมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น ผบ.ตร.อยู่ขณะนี้

ผมย้ำ..พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ช่วงที่การปฏิบัติการเสี่ยงอยู่ระหว่างคำว่า "กบฏ" กับคำว่า "ปฏิวัติ" ท่านยอมทราบว่า พล.ต.อ.โกวิท "แทงหวยเต็ง" ข้างไหน?

และที่ผ่านมาในยุค "ทักษิณเริงเมือง" พล.ต.อ.โกวิทวางนโยบายให้ตำรวจทำงานอย่างไร?

เมื่อท่านปฏิบัติการก้าวพ้นคำว่า "กบฏในราชอาณาจักร" มาสู่คำว่า "ปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" และท่านยกให้ พล.ต.อ.โกวิทอยู่ในฐานะ "๕ เสือ" แห่งคณะปฏิวัติฯ นั้น

นับว่า "เพื่อนมีให้กับเพื่อน" มากเหลือล้นแล้ว!

แต่การที่ท่านหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ "ยกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ให้เป็นบำเหน็จรางวัล โดยมอบอำนาจบังคับบัญชา "สิทธิ์ขาด" ให้กับ พล.ต.อ.โกวิท แต่เพียงผู้เดียวนั้น

มันเหมือน "เยี่ยวรดหัวใจ" ประชาชนผู้กรำแดด-กรำฝน เพื่อโค่นระบอบทักษิณ!

ก่อนหน้านี้ ประชาชนนอกจากเจ็บปวดกับระบอบทักษิณแล้ว ยังต้องเลือดตากระเด็นกับการใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานจากตำรวจของ พล.ต.อ.โกวิท

ครั้นถึงวันนี้..วันที่พลเอกสนธิประกาศยึดอำนาจ ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณบริหารราชการงานเมือง ด้วยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ท่านก็จงทราบเถอะครับว่า..เวลานี้ อำนาจสิทธิ์ขาดที่ท่านยกให้ พล.ต.อ.โกวิท "เพื่อนท่าน" ไปปราบดาภิเษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น

ขณะนี้ อำนาจสิทธิ์ขาดนั้นถูกใช้ไปในการสร้างความไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรมกับสถาบันตำรวจแห่งชาติ ผ่านการแต่งตั้ง-โยกย้ายบนมาตรฐานอัปยศ

เลวร้ายยิ่งกว่ายุค พ.ต.ท.ทักษิณเริงเมืองเสียอีก!

ที่มีมาตรฐานในการพิจารณาว่า คนนี้ทำงานอย่างไร? ไม่ใช่ คนนี้มันพวกใคร?

ฉะนั้น ที่พูดกันด้วยการมองผิวเผินว่า ย้ายล้างบาง ตท.๑๐ รุ่นทักษิณ นั้น ถ้าใช้สติพินิจตามแต่ละรายชื่อ แต่ละบุคคล จะเห็นทันทีว่า

พูดกันเลอะเทอะ!

จะเห็นว่าพลเอกสนธิไม่ได้ย้ายทหารด้วยทัศนคติ ใครเป็นพวก-เป็นรุ่นเดียวกับทักษิณย้ายไปให้หมด แต่ที่เห็นว่ารุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเก็บกรุมากต่อมากนั้น

นั่นก็จากมาตรฐานการพิจารณาว่า คนนี้ทำงานอย่างไร?

ฉะนั้น เราจึงเห็นพลโทอนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาค ๑ พลโทสพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค ๓ ซึ่งล้วนแล้วแต่ ตท.๑๐ เพื่อนซี้-รุ่นเดียวกับทักษิณเหมือนกัน ไม่ได้ถูกย้าย "ล้างบาง" แต่ประการใด!

นั่นคือ ผู้บังคับบัญชาที่ดีต้อง "มองงาน" เป็นอันดับ ๑ ไม่ใช่มอง "พวกใคร" เป็นอันดับ ๑ ในการแต่งตั้ง-โยกย้าย

ตรงข้าม หน้ามือเป็นหลัง....ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขามีมาตรฐานในการคัดสรรคนมาเป็น "คณะกรรมการตำรวจ" (ก.ตร.) เพื่อการพิจารณาแต่งตั้ง-โยกย้ายนายตำรวจอย่างไรทราบไหมครับ?

ตั้ง พล.ต.อ.โกวิทเป็นประธาน

แล้วให้ประธานไปเอาระดับรอง ผบ.ตร.มาอีก ๒ รวมเป็น ๓

จากนั้น ให้ ๓ พระหน่อนี้ไปสรรหา "ผู้ทรงคุณวุฒิ" มาอีก ๖ คน ประกอบกันขึ้นเป็น ก.ตร.ชุดใหม่

ครับ..แบบนี้ต้องมี ก.ตร.ให้มันเมื่อยตุ้มทำไม ก็บอกตรงๆ ไปซะเลยก็สิ้นเรื่องว่า

"ยกสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็น "เขตปกครองพิเศษ" ของ พล.ต.อ.โกวิทแต่เพียงผู้เดียว"

เพราะ ๘ ก.ตร.สรุปก็คือ "นอมินี" ให้โกวิท เหมือนกุหลาบแก้วกับเทมาเส็กยังไงก็ยังงั้น!

ดูทั้ง ๙ คนแล้ว เห็นจะมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ รอง ผบ.ตร.เท่านั้นกระมัง ที่จะพูดได้ว่า "มองคนที่งาน" ไม่ใช่มองคนที่ "คนของใคร"

เอาหละ..๓ คนแรกถือว่าโดยตำแหน่ง แต่ "กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ" อีก ๖ คนที่ พล.ต.อ.โกวิทไปคัดสรรมานั่นซีครับ ผมสงสัยว่า

ผบ.ตร.คนนี้ ทำงานบริหารเป็น'เปล่า?

๖ คนก็มี พล.ต.ท.ชัยยันต์ มะกล่ำทอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภ.๙ พล.ต.ท.นุกูล เจียมอนุกูลกิจ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.ภิรมย์ บุญรอดพานิช อดีต ผบช.ก.ตร. และ พล.ต.ท.สมศักดิ์ แขวงโสภา ผบช.ตชด.

ก่อนอื่น พล.ต.อ.โกวิทลองตอบซิว่า ในระเบียบราชการกำหนดสเปก "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ว่าต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

คงไม่กำหนดคุณสมบัติว่า ผู้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ "ต้องเป็นเพื่อนร่วมรุ่น-เป็นลูกน้องที่สั่งได้-และเป็นผู้อยู่ใต้การบังคับบัญชาโดยตรง" ของ ผบ.ตร.กระมัง?

แต่นี่..เอาเพื่อน เอาลูกน้องในคาถาซึ่งอยู่ในสาขาตำรวจล้วนๆ มาตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แถมอยู่ในระดับ ผู้ช่วย-ผู้บัญชาการ ยศแค่ พล.ต.ท. แล้วให้ "ระดับลูกน้อง" เหล่านี้ไปพิจารณาแต่งตั้ง-โยกย้าย "ระดับผู้บังคับบัญชา"

คือให้ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ผู้บัญชาการภาค ให้นายตำรวจลูกน้อง พิจารณาแต่งตั้ง-โยกย้าย "นายตำรวจลูกพี่" ตั้งแต่ระดับ "พลตำรวจเอก" ลงมา

ไม่บ้ามื้อนี้ ก็ไม่รู้จะไปบ้ามื้อไหนแล้ว!

ชั่วดีถี่ห่างอย่างไร ก.ตร.ชุดที่แล้วยังมีภาพเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้ และเห็นภาพของคำว่า "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ที่มาเป็น ก.ตร.ว่าถูกต้อง-เหมาะสม

คือมาจากศาลบ้าง อัยการสูงสุดบ้าง จากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนบ้าง มาจาก ครม.ในฐานะผู้รู้ทางกฎหมายและกฎระเบียบบริหารราชการแผ่นดินบ้าง จากสถาบันการศึกษาบ้าง และมาจากอดีตนายตำรวจอันมีคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์บ้าง

สมตามเจตนารมณ์ของคำว่า "ผู้ทรงคุณวุฒิ"

แล้วอย่าง ๖ นายที่ พล.ต.อ.โกวิทตั้งขึ้นมาประกอบเป็น ก.ตร.ครั้งนี้ ล้วนเป็น "ตำรวจระดับลูกน้องในคาถาล้วนๆ"

แล้วมันเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตรงไหน..หือ?

อย่าง พล.ต.ท.นุกูล เจียมอนุกูลกิจ นั้น เป็นนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ แล้ว พล.ต.อ.โกวิทไม่ได้ยินข่าวคราวบ้างเลยเชียวหรือว่า งานฉลองเกษียณอีกไม่กี่วันที่จะมาถึงนั้น

ลูกน้องที่ รพ.ตำรวจ เขาเตรียมจุดประทัด (ไล่) ส่ง!

และที่หนังสือพิมพ์เขาเขียนกันว่า "โกวิทย้ายล้างบางตำรวจระบอบทักษิณ" นั้น

ผมว่าจริงๆ แล้วเป็นการย้ายแบบ "สะสม-ซ่องสุมขุมกำลังใหม่ของระบอบทักษิณ" มากกว่า!?

ถ้าผลงาน "พล.ต.อ.โกวิท" ที่ผ่านมาถือเป็น "ความดี-ความชอบ" ทางราชการ

ถ้าผลงาน "พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ผ่านมาถือเป็น "ความดี-ความชอบ" ทางราชการ

และถ้าผลงาน "พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช" ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ผ่านมา ถือเป็นความดี-ความชอบทางราชการ

ซึ่งทั้ง ๓ คนได้รับการปูนบำเหน็จรางวัล-ชั้นยศจาก "คณะปฏิรูปฯ" กันเป็นที่ชื่นมื่นดังที่เห็นอยู่

ผมก็อยากถามว่า ด้วยมาตรฐานแห่งการทำงานเดียวกันนี้ อาจเรียกว่า "ร่วมทำงานเชิดชูระบอบทักษิณ" ชิ้นเดียวกันแท้ๆ

เช่นในคดีลอบสังหารนายกฯ เป็นต้น

แล้วทำไมล่ะ....?

อีก ๓ คนได้ดี แต่...

พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผู้บังคับการกองปราบฯ ซึ่งร่วมงานเชิดชูระบอบทักษิณเคียงบ่า-เคียงไหล่ "เจ้านาย" คือ พล.ต.อ.โกวิท

กลับถูกย้ายกระเด็นเก็นเก้!

ทำไม พล.ต.ต.วินัยจึงไม่มีความดี-ความชอบทางราชการเหมือน พล.ต.อ.โกวิท เหมือน พล.ต.ท.วิโรจน์ เหมือน พล.ต.ท.อชิรวิทย์ เหมือน พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผู้บัญชาการสืบสวนกลาง "ลูกพี่" พล.ต.ต.วินัย ทองสอง?

ครับ..นี่คือตัวอย่างที่ "คณะปฏิรูปฯ" ต้องนำไปทบทวนว่า เหตุเกิดที่ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" โดย พล.ต.อ.โกวิทผู้นี้

สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิวัติในข้อที่ว่า เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินที่สุจริต และเที่ยงธรรม หรือไม่?

ดูกันให้ดี ร้อยวันพันปีก็มีแต่ที่ ๓ จังหวัดใต้ในเรื่อง "เผาโรงเรียน" แล้วนี่มันอะไรกัน จู่ๆ ก็มี "ไฟพิสดาร" ไหม้โรงเรียนพร้อมๆ กัน ๓-๔ แห่งในเขตภาคเหนือ..ด้วยเชื้อระบอบทักษิณหรือไม่ เก็บเอาไปคิด..แล้วตอบ!?
เปลว สีเงิน
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: