ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-10-2020, 22:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ปัญหาตรรกะ 'การยอมรับความชอบธรรม' ของคณะปฏิรูปฯ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ปัญหาตรรกะ 'การยอมรับความชอบธรรม' ของคณะปฏิรูปฯ  (อ่าน 4314 ครั้ง)
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« เมื่อ: 27-09-2006, 18:25 »

ปัญหาตรรกะ 'การยอมรับความชอบธรรม' ของคณะปฏิรูปฯ

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์


ผู้เขียนคิดว่าการให้ความชอบธรรมแก่คณะปฏิรูปโดยการอ้างเหตุผลต่างๆ มีปัญหาทาง
ตรรกะไม่น้อย ดังจะขอเสนอความเห็นโต้ตรรกะต่างๆ เป็นข้อๆ ดังนี้

ตรรกะที่ 1: ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ       

กลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนมากในหมู่นักกิจกรรม (Activist) สมาชิกองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ
ซึ่งปัจจุบันกำลังวุ่นวายอยู่กับการเสนอให้คณะปฏิวัติทำโน่นทำนี่ รวมถึงว่าใครเหมาะสม
หรือไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยอมรับความชอบธรรม
ของกลุ่มผู้ก่อรัฐประหารไปโดยปริยาย

คำถามที่สำคัญและพื้นฐานกว่าคือ คุณยอมรับความชอบธรรมของคณะรัฐประหารที่ใช้
กำลังอาวุธล้มล้างรัฐบาลและรัฐธรรมนูญรวมทั้งจำกัดสิทธิต่างๆหรือไม่ ถ้าใช่ เพราะ
อะไร ถ้าไม่ เพราะเหตุใด สังคมไทยไม่มีวันไปถึงความเป็นประชาธิปไตยได้หากผู้คน
ไม่สามารถคิดประเด็นนี้แตก

หากทักษิณ = การบริหารสังคมที่ผิด และเป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตย + การ
กระทำรัฐประหารซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
เพราะฉะนั้น ผิด + ผิด = ถูก หรือประชาธิปไตย ได้จริงหรือ?

ตรรกะนี้ง่อนแง่นมาก เพราะตอนทักษิณได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น 16 ล้านเสียง
ผู้คนโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตร ทำไมจึงไม่ยอมรับทักษิณแล้วบอกว่า ยอมรับเพราะทักษิณ
ชนะการเลือกตั้งแล้ว

ตอบ: ก็เพราะพวกเขาเชื่อว่าทักษิณโกงเลือกตั้ง ใช้นโยบายประชานิยมมอมเมาคนจน
คนชนบท พวกเขาจึงสรุปว่าทักษิณบิดเบือนเจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย และลุกขึ้น
ต่อสู้

แต่พอทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ จำกัดสิทธิต่างๆอย่างไม่ถูกต้อง กลับ
บอกว่า “แล้วจะให้ทำไงล่ะ ก็มันเกิดขึ้นแล้ว” ช่างสองมาตรฐานจริงๆ

ตรรกะที่ 2: ทักษิณเลวกว่า (ระบอบเผด็จการทหารใหม่)

ประเด็นคือ คุณวัดได้อย่างไร และสรุปได้แล้วหรือว่าเลวร้ายกว่า อย่าลืมว่าผู้คนส่วน
ใหญ่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะรู้ตัว ซาบซึ้งในความเป็นทรราชที่คดโกงของทักษิณ และ
คนจำนวนมากที่ยอมรับกลุ่มรัฐประหารก็เคยลงคะแนนเลือกทักษิณมาก่อน และเคย
มองว่าทักษิณเป็นฮีโร่ สนับสนุนทักษิณแบบไม่ลืมหูลืมตาเสียเป็นปีๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้
จำนวนไม่น้อยก็กำลังบอกในตอนนี้ว่าการยึดอำนาจของทหารเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
(ผู้เขียนไม่เคยไปลงคะแนนให้ทักษิณ เพราะเชื่อว่ามันอันตรายต่อประชาธิปไตยที่จะ
เลือกลงคะแนนให้คนที่รวยที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศเป็นนายกฯ ซึ่งเท่ากับช่วย
ให้อำนาจการเงินและการเมืองกระจุกอยู่ภายใต้คนๆ เดียว)

ถ้าเราต้องการหาข้อสรุปตอนนี้ อาจต้องรอให้กลุ่มทหารกุมอำนาจอีก 5 ปี (เพราะทหาร
อาจแต่งตั้งรัฐบาลหุ่นกระบอกและอาจโยงใยมีเอี่ยวกับการเลือกตั้งอีกหนึ่งปีข้างหน้าที่
พวกเขาสัญญาว่าจะจัดให้ และถ้าเลือกตั้งมีปัญหาอีก ก็อาจกลับมายึดอำนาจใหม่อีกรอบ
สองรอบก็ยังได้ และซากเดนระบอบทักษิณยังมีโอกาสกลับมาได้รับการเลือกตั้งอีก เพราะ
คนชนบทยังคงนิยมอยู่)

ตรรกะที่  3: การปฏิวัติครั้งนี้มิได้เกิดความรุนแรง ทำให้สังคมสงบ เลิกแตกแยก แถมผู้คน
ในกรุงเทพฯ ไปมอบดอกไม้ ถ่ายรูปคู่


ใครก็ตามที่บอกว่าการปฏิวัติครั้งนี้ปราศจากความรุนแรงนั้น คงเข้าใจเรื่องความรุนแรง
อย่างจำกัดและแคบมากๆ ในทัศนะผู้เขียน ความรุนแรงได้เกิดขึ้นแล้วโดยทหารที่ส่ง
รถถังและกำลังเข้าไปล้อมสถานีโทรทัศน์และจุดสำคัญต่างๆ การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ
ประชาชน และประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รวมถึงการสั่งให้สื่อเสนอข่าว
ที่ “สร้างสรรค์” เหล่านี้ล้วนเป็นการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้นและอย่างชัดเจน

อย่าลืมว่าแกนนำระบอบทักษิณก็ยังถูกควบคุมตัว รวมถึงคุณฉลาด วรฉัตรที่ออกไป
ประท้วงและถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับทักษิณ โดยที่ขณะนี้คนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่สนใจ
ว่าคนอย่างคุณฉลาดอยู่ไหนและเป็นอย่างไรบ้าง

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 25 กันยายน ตำรวจสองนายก็ได้เข้าไปบอกให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ให้ดูแลควบคุมไม่ให้นักศึกษาออกมาประท้วงที่ธรรมศาสตร์

ส่วนประเด็นเรื่องว่าสังคมไทยตอนนี้สงบ ไม่แตกแยก และหยุดทะเลาะกันแล้ว จริงหรือ
ผู้เขียนได้ชมการให้สัมภาษณ์ของคุณวสันต์ เจ้าของกิจการรถเบนซ์ทองหล่อทางยูบีซี
ช่อง 7 เวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 25 ก.ย. ว่าสถานการณ์ตอนนี้ “ดีกว่าเก่า
มันหยุดทะเลาะกัน” เป็นความเห็นที่ต้องตั้งคำถามว่าหยุดทะเลาะหรือถูกอำนาจทหาร
บังคับให้เงียบสงบชั่วคราว และจะสงบเงียบได้นานเพียงใด หรือต้องอยู่ภายใต้กระบอก
ปืนทุกๆ 10 ปี โดยเชิญ “คณะปาฏิหารย์ทางการเมือง” มาปฏิรูปอีก

ความสงบในปัจจุบันนี้เป็นความสงบแต่เปลือก ฉาบฉวย เพราะถูกกำลังบังคับให้หุบปาก
และอยู่นิ่ง ไม่มีหลักประกันใดๆว่ามันจะนำไปสู่ทางออกอย่างแท้จริง จนกว่าสังคมไทย
จะสามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาการเมืองและอื่นๆโดยการไม่ใช้กำลัง

การยอมรับวิธีแก้ปัญหาโดยการยึดอำนาจ ไม่ต่างจากเด็กทะเลาะกันแล้วต้องรอให้
ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจต้องมากดปุ่ม Reset เกมส์ประชาธิปไตยกันใหม่ แล้วถ้าคนชนบท
คนจนไปเลือกนักการเมืองเลวร้ายอย่างทักษิณ ซึ่งอาจมาในชื่ออื่นแล้ว เราจะทำ
อย่างไร อย่างนี้สู้มิต้องมีการเลือกตั้งเสียเลยดีไหม กลับไปปกครองระบบไพร่ทาสให้
รู้แล้วรู้รอดไป ทั้งคนไทยและต่างชาติจะได้ไม่ต้องสับสนกับคำว่า “ประชาธิปไตย”
อีกต่อไป

ส่วนมายาภาพที่ว่าทุกคนแฮปปี้กันดีจริงนั้น หากเป็นจร้งแล้ว กลุม่ทหารจะควบคุมสื่อ
ปิดกั้นการชุมนุมโดยสงบทำไม (ได้ยินมาว่านักจัดรายการทีวีชื่อดังคนหนึ่งไม่พอใจที่
ทหารห้ามส่ง SMS มายังรายการ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าไม่พอใจเพราะทนเห็นประชาชนขาด
เวทีแสดงออก หรือเพราะขาดรายได้กันแน่) ขอให้สังเกตว่าสื่อต่างชาติให้ความสนใจ
รายละเอียดกลุ่มผู้ประท้วงการรัฐประหารมากกว่าสื่อไทยเสียอีก แม้กระทั่งห้างสยาม
พารากอนก็ปิดรั้วไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ แถมส่งพนักงานทำความสะอาดมาทำความ
สะอาดประจำปีเวลาห้าโมงของเย็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ประท้วงนัดชุมนุม ช่างเป็น
การบังเอิญเสียจริงๆจนคนทั่วไปอาจคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเสียงคัดค้านทางการเมือง

ตรรกะที่ 4: รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว

ถ้ายอมรับเช่นนี้ก็เท่ากับยอมปล่อยให้ศพซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเละขึ้นไปอีก โดยปล่อยให้
กลุ่มคนที่ใช้อำนาจอีกกลุ่มหนึ่งมาปู้ยี้ปู้ยำศพต่อไป การยอมรัฐประหารมิได้ช่วยรัฐธรรมนูญ
แถมยังตอกย้ำความเชื่อและธรรมเนียมผิดๆ ที่ว่าไม่ชอบใจ แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้เมื่อใด
ก็ใช้กำลังฉีกรัฐธรรมนูญและยึดอำนาจรัฐบาลมันเสียเลย

ผู้เขียนขอเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งชุดลาออก เพื่อแสดงสปิริต
จุดยืนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบอกปืนและรถถัง ตอนนี้หากขับไล่เผด็จการกลุ่มใหม่
ไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นก็น่าจะสามารถแสดงจุดยืนจุดประกายให้สังคมหยุดคิดว่าควร
ให้ความร่วมมือกับผู้ยึดอำนาจโดยใช้กำลัง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นอย่างฉกรรจ์
หรือไม่

ตรรกะที่ 5: เชื่อในความดีของตัวบุคคล ผู้นำคณะรัฐประหาร

สำหรับคนที่เชื่อว่า พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นคนดีและหวังดีต่อบ้านเมือง (ซึ่งอาจ
ดีจริงในแง่ปักเจก) ต้องเข้าใจก่อนว่าพลเอกสนธิได้กลืนคำพูดตัวเองไปแล้วคำโต เพราะ
เคยพูดทำนองว่าการปฏิวัติเป็นอดีตไปแล้ว ทหารในระบอบประชาธิปไตยไม่ทำ

และถึงแม้อาจจะดีจริงๆ สุดท้ายก็ต้องถามว่า พลเอกสนธิจะควบคุมไม่ให้ลูกน้องไป
ตัดเค้กแบ่งผลประโยชน์กับลิ่วล้อระบอบทักษิณและระบอบอื่นๆได้จริงหรือ เมื่อวันศุกร์
ที่แล้วมีข่าวชิ้นหนึ่งพูดถึงการไปมอบตัวของอดีตส.ส. พรรคไทยรักไทย และหนึ่งในสอง
ส.ส.ก็ให้สัมภาษณ์ว่าตนรู้จักทหารในพื้นที่ดี การพูดคุยจึงเรียบร้อยไม่มีอะไร สังคมไทย
เป็นสังคมที่เล่นพรรคเล่นพวก ใยสัมพันธ์โยงใยหลายระดับทั้งแนวดิ่ง แนวราบ แนว
ทะแยง และแนวผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมายและศีลธรรม

คนไทยยึดติดกับตัวบุคคลมาก หนังสือพิมพ์สู้กับเผด็จการจนในที่สุดลืมตนไปว่า กำลังสู้
กับระบอบเผด็จการ ไม่ใช่แค่ตัวทักษิณ แต่พวกเขายอมรับผู้นำเผด็จการชุดใหม่ได้เพราะ
ยังเชื่อว่าพลเอกสนธิเป็นคนดี หกปีที่แล้วผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งเอ็นจีโอ แอกติวิสต์ ก็
เชื่อว่าทักษิณเป็นคนดีเช่นกัน

ส่วนที่หลายคนอ้างว่า ทหารสัญญาแล้วว่าจะคืนอำนาจและปฏิรูปการเมืองไปสู่
ประชาธิปไตยนั้น ต้องถามว่าทหารที่ปฏิวัติชุดก่อนๆในอดีต มีชุดไหนบ้างไหมที่พอยึด
อำนาจได้แล้วจะออกมาประกาศว่า “เราจะคืนอำนาจสู่ประชาชนโดยช้าที่สุด และจะขอ
โกงกินต่อจากกลุ่มอำนาจเก่าที่เพิ่งถีบออกไป”

น่าสงสัยว่าคนที่คิดว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถสรุปได้ เพราะยังเร็วเกินไป เคยเรียนรู้อะไร
จากอดีตหรือไม่ เพราะหากเรายอมรับว่าพอทหารยึดอำนาจ ก็ต้องให้เวลาฮันนีมูนกับเขา
ไปก่อน อีกหน่อยจึงจะตัดสินใจได้ แล้วพอประชาชนถูกทรยศก็จะบอกว่า ไม่รู้มาก่อนว่า
จะลงเอยแบบนี้ อีกหน่อยทหารรุ่นใหม่ก็จะได้ใจ เข้ามายึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหารอีก
เวลาเกิดความขัดแย้งในสังคม (ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย) เพราะพวกเขา
รู้ว่า พวกเขาจะได้โอกาสฮันนีมูนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับสื่อและประชาชนอีก ครั้งแล้ว
ครั้งเล่าอย่างแน่นอน

ตรรกะที่ 6: ไม่เอารัฐประหารแล้วจะเอาอะไร

ก็เห็นเมื่อก่อนพูดกันหนาหูว่า ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาใคร...

โลกนี้มิได้มีแค่ 2 ทางเลือกเสมอไป คงต้องช่วยกันคิดทางเลือกที่ 3 ที่ 4 กันต่อไป 


โลกนี้ไม่ได้มีแค่ทักษิณกับรถถัง           

ตรรกะที่ 7: กลัวปฏิวัติซ้อนจากทักษิณ

คนที่คิดเช่นนี้จะใช้ชีวิตอยู่ในภาวะความกลัวไปอีกนานเพียงใด เมื่อไหร่จะกล้าพอที่จะ
ฟูมฟักความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถแก้ปัญหาโดยสันติวิธีได้ในที่สุด แทนที่จะรอ
“ปาฏิหารย์” จากทหาร ซึ่งย่อมสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ต่อไป

ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการแก้ปัญหาผิดๆ ซ้ำซาก ไม่ได้ผล แถมยังไม่สามารถเรียนรู้อะไร
ได้จากประสบการณ์ในอดีต

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5150&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #1 เมื่อ: 27-09-2006, 18:30 »

ยาวจังค่ะ เห็นด้วย หลายประการ
แย้งก็มีบ้าง แต่ ไม่โพส แค่เข้ามาอ่านค่ะ
เป็นบทความที่ดี
แต่ ............
ข้อที่ 7 นี่...ส่วนตัวแล้วไม่กลัวเลยค่ะ...
เพราะ ช่วงนี้ ไม่กล้าแน่....

เพราะเหล่าสมุนและ ลิ่วล้อรอเวลาหลัง สองสัปดาห์ก็คงมีการเคลื่อนไหว

แต่ ถ้ามากไป เกินเลย รับรองว่า รัฐบาลใหม่จะ ได้ประกาศ พรก ฉุกเฉิน ..

อิอิ ...ดาบนั้นคืนสนองค่ะ
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #2 เมื่อ: 27-09-2006, 18:37 »

การแก้ปัญหาตรรกะนั้น แก้ได้สองทาง คือแก้ด้วยตรรกะที่ถูกต้อง และแก้ด้วย ตรรกะบือ  ซึ่งจะให้ผลที่แตกต่างกัน

1. "ก็เพราะพวกเขาเชื่อว่าทักษิณโกงเลือกตั้ง ใช้นโยบายประชานิยมมอมเมาคนจน
คนชนบท พวกเขาจึงสรุปว่าทักษิณบิดเบือนเจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย และลุกขึ้น
ต่อสู้
แต่พอทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ จำกัดสิทธิต่างๆอย่างไม่ถูกต้อง กลับ
บอกว่า “แล้วจะให้ทำไงล่ะ ก็มันเกิดขึ้นแล้ว” ช่างสองมาตรฐานจริงๆ
"
2. "ทักษิณเลวกว่า (ระบอบเผด็จการทหารใหม่)
ถ้าเราต้องการหาข้อสรุปตอนนี้ อาจต้องรอให้กลุ่มทหารกุมอำนาจอีก 5 ปี (เพราะทหาร
อาจแต่งตั้งรัฐบาลหุ่นกระบอกและอาจโยงใยมีเอี่ยวกับการเลือกตั้งอีกหนึ่งปีข้างหน้าที่
พวกเขาสัญญาว่าจะจัดให้ และถ้าเลือกตั้งมีปัญหาอีก ก็อาจกลับมายึดอำนาจใหม่อีกรอบ
สองรอบก็ยังได้ และซากเดนระบอบทักษิณยังมีโอกาสกลับมาได้รับการเลือกตั้งอีก เพราะ
คนชนบทยังคงนิยมอยู่)"

จากข้อหนึ่งและข้อสอง ที่ผู้เขียนสรุปความไว้เองนั้น จะเห็นได้ว่า เป็นการใช้ตรรกะบือในการวิเคราะห์ปัญหา ปัญหาข้อที่หนึ่งนั้นเขาสรุปไว้เองว่า คนที่ต่อต้านทักษิณด้วยข้ออ้างดังกล่าว แต่กลับไม่ต่อต้านคณะปฎิรูปซึ่งเขาอ้างว่ากระทำอะไรคล้ายๆทักษิณ คือกระทำผิด เป็นการกระทำสองมาตรฐาน
แต่ในข้อที่สองเขากลับบอว่า การกระทำของคณะปฎิรูป อาจจะต้องใช้เวลาหาข้อสรุปอีกห้าปีว่า มีการต่อท่ออำนาจหรือไม่ ความในสองข้อนี้ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง

การต่อต้านทักษิณ ไม่ได้เกิดขึ้นในวันแรกที่ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งแรก ในยุคนั้นมีแต่การตั้งข้อสังเกตุถึงความไม่ชอบมาพากลของนโยบายลดแลกแจกแถม และเมื่อทักษิณเหลิงอำนาจมากขึ้น คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขบวนการต่อสู้จึงได้ค่อยๆกำเนิดขึ้น และหนักหน่วงที่สุดเมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กลับลำหันมาต่อต้านทักษิณด้วย ซึ่งก็เป็นช่วงปีสุดท้ายของการครองอำนาจ และเป็นหลังจากที่มีความวุ่นวายในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดแล้วด้วย

การสรุปว่าผู้ที่ต่อต้านทักษิณ แต่ไม่ต่อต้านคณะปฎิรูปนั้น จึงเห็นได้ว่า เป็นการสรุปความแบบไม่เอาไหนของนักวิเคราะห์คนนี้ สรุปส่งเดชแท้ๆ
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #3 เมื่อ: 27-09-2006, 18:44 »

"ตรรกะที่  3: การปฏิวัติครั้งนี้มิได้เกิดความรุนแรง ทำให้สังคมสงบ เลิกแตกแยก แถมผู้คน
ในกรุงเทพฯ ไปมอบดอกไม้ ถ่ายรูปคู่

ใครก็ตามที่บอกว่าการปฏิวัติครั้งนี้ปราศจากความรุนแรงนั้น คงเข้าใจเรื่องความรุนแรง
อย่างจำกัดและแคบมากๆ ในทัศนะผู้เขียน ความรุนแรงได้เกิดขึ้นแล้วโดยทหารที่ส่ง
รถถังและกำลังเข้าไปล้อมสถานีโทรทัศน์และจุดสำคัญต่างๆ การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ
ประชาชน และประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รวมถึงการสั่งให้สื่อเสนอข่าว
ที่ “สร้างสรรค์” เหล่านี้ล้วนเป็นการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้นและอย่างชัดเจน "

เมื่อเทียบกับการที่ทักษิณ ส่งสมุนไปไล่กระทืบคนแก่ เด็ก และสตรี ทั้งที่ห้างสยามพารากอน และเซนทรัลเวิล์ดแล้ว คงจะต้องมาหามิติของความรุนแรงกันใหม่

การชกต่อยตบตีนั้น ในทักษนะของผู้วิเคราะห์คนนี้ คงจะละมันละม่อมกว่าการนำรถถังออกมาวิ่งบนถนน เพราะรถถังเป็นภาพของอาวุธสงคราม แต่หมัดเท้าเข่าศอกนั้น เป็นภาพของศิลปการป้องกันตัว

การประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูณ หรือการประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน  คงดูโหดร้ายทารุณมากว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินของทักษิณ และคงน่าเกลียดกว่าการฆ่าตัดตอนโดยไม่มีการดำเนินคดีของทักษิณ

สรุปได้ว่าผูวิเคราะห์ต้องการให้ความเห็นว่า การปฎิรูปครั้งนี้รุนแรง มีทั้งการควบคุมตัวแกนนำของพรรคไทยรักไทย และนักก่อความวุ่นวายทางการเมือง  หากไม่ควบคุม อาจส่งผลให้คนเหล่านี้ออกมาสร้างความรุนแรงอีกด้าน แต่ไขจะไม่สนใจ เพราะต้องการพูดให้ได้ว่า การปฎิรูปรุนแรง

รุนแรงกับใคร

การลงโทษผู้กระทำผิด กับการลงโทษประชาชนทั้งประเทศ ใครรุนแรงกว่าใคร ???

บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 27-09-2006, 18:49 »

"ตรรกะที่ 4: รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว

ถ้ายอมรับเช่นนี้ก็เท่ากับยอมปล่อยให้ศพซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเละขึ้นไปอีก โดยปล่อยให้
กลุ่มคนที่ใช้อำนาจอีกกลุ่มหนึ่งมาปู้ยี้ปู้ยำศพต่อไป การยอมรัฐประหารมิได้ช่วยรัฐธรรมนูญ
แถมยังตอกย้ำความเชื่อและธรรมเนียมผิดๆ ที่ว่าไม่ชอบใจ แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้เมื่อใด
ก็ใช้กำลังฉีกรัฐธรรมนูญและยึดอำนาจรัฐบาลมันเสียเลย

ผู้เขียนขอเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งชุดลาออก เพื่อแสดงสปิริต
จุดยืนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบอกปืนและรถถัง ตอนนี้หากขับไล่เผด็จการกลุ่มใหม่
ไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นก็น่าจะสามารถแสดงจุดยืนจุดประกายให้สังคมหยุดคิดว่าควร
ให้ความร่วมมือกับผู้ยึดอำนาจโดยใช้กำลัง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นอย่างฉกรรจ์
หรือไม่
"
บทสรุปว่า รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว เป็นเพียงคำพูดของคนบางคน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ผู้วิเคราะห์จับคำพูดของคนบางคน เอามาสรุปความดื้อๆ เพื่อสร้างตรรกะบือของตนเองเท่านั้น

ความจริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับที่ถุกยกเลิกไป กำลังถูกข่มขืนซ้ำซากจากระบอบทักษิณ และการนำรัฐธรรมนูญกลับมานั้น จำเป็นจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับก่อน เนื่องจากเป็นการยึดอำนาจ และเป็นธรรมดาที่จะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีบทบัญญัตเอาความผิดกับผู้ละเมิดรัฐธรรมนูญ

การนำรัฐธรรมนูญกลับมานั้น เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศ รวมไปถึงทหารที่ทำการยึดอำนาจด้วย

โปรดเข้าใจด้วยว่า ทหารก็คือคนไทย ผู้วิเคราะห์นี้ได้แยกแยะกลุ่มคนออกจากกัน เป็นการพยายามแบ่งแยกเพื่อหวังผลทางการเมือง และทางการวิเคราะห์ เป็นตรรกะบืออย่างแท้จริง
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #5 เมื่อ: 27-09-2006, 18:54 »

"ตรรกะที่ 5: เชื่อในความดีของตัวบุคคล ผู้นำคณะรัฐประหาร"

ข้อนี้ไม่ยกข้อความมานะคะ กลับไปอ่านเอาเอง  สรุปได้ว่า นายคนนี้ ไม่เชื่อในความดีของตัวบุคคล อะไรกรูก็ไม่เอาทั้งนั้น กรูจะเอาทักษิณกลับมา เท่านั้นเอง

"ตรรกะที่ 6: ไม่เอารัฐประหารแล้วจะเอาอะไร "

ข้อนี้เห็นได้ชัดว่า เขามองผลที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น คำถามที่ว่า ทำไมต้องรัฐประหาร เขาเลี่ยงที่จะไม่พูดถึง เพราะถ้าพูดก็จะรู้ว่า เป็นการหยุดภาวะจลาจลในบ้านเมือง เนื่องจากรัฐฐาลไทยรักไทยกำลังจะยึดอำนาจตัวเอง

"ตรรกะที่ 7: กลัวปฏิวัติซ้อนจากทักษิณ
คนที่คิดเช่นนี้จะใช้ชีวิตอยู่ในภาวะความกลัวไปอีกนานเพียงใด เมื่อไหร่จะกล้าพอที่จะ
ฟูมฟักความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถแก้ปัญหาโดยสันติวิธีได้ในที่สุด แทนที่จะรอ
“ปาฏิหารย์” จากทหาร ซึ่งย่อมสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ต่อไป

ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการแก้ปัญหาผิดๆ ซ้ำซาก ไม่ได้ผล แถมยังไม่สามารถเรียนรู้อะไร
ได้จากประสบการณ์ในอดีต"

ตรรกะบือจริงๆ อ่านแล้วไม่ได้ความอะไรค่ะ มั่วแหลก เฮ้อ แล้วตรูจะมาตอบมันทำไมหว่า อิอิ
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #6 เมื่อ: 27-09-2006, 19:22 »

หนอนตำราโง่งม ก็ยังเป็นหนอนตำราโง่งม เฮ้อ  Mr. Green
บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 27-09-2006, 20:08 »

ตรรกกะข้อ 1 และข้อ 2 เห็นด้วยกับคุณ พรรณชมพู ว่ามันเทียบกันไม่ได้  ไม่ขอเขียนต่อ

ตรรกกะข้อ 3  เจ้าของบทมองแค่กระบวนการในระบอบประชาธิปไตยในอดมคติเทียบกับการรัฐประหารอย่างที่ตัวเองคิดเท่านั้น  ไม่ได้มองถึงปัญหาและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

ตรรกกะข้อ 4 เจ้าของบทความก็ยังคงมองอยู่แค่คำว่าประชาธิปไตยกับคำว่ารัฐประหารตามความคิดของตัวเองเท่านั้น

ตรรกกะข้อ 5 เจ้าของบทความคงไม่รุ้จักคำว่า  การให้โอกาสคนอื่น

ตรรกกะข้อ 6  เจ้าของบทความไม่ได้มีคำตอบให้ว่านอกจากการทำรัฐประหารแล้ว เราจะใช้วิธีอะไร   และบอกให้คิดไปเรื่อยๆ เพราะ เจ้าของบทความไม่เคยเดือดร้อน มีกินมีใช้  ก็เลยมีเวลาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยโดยไม่จำกัดเวลา  ชาตินี้คิดแต่เรื่องประชาธิปไตยสิทธิเสรีภาพ  เจ้าของบทความคงต้องลองอดข้าวไม่กินอะไร วันๆเอาแต่คิดเรื่องเหล่านี้  แล้วดูสิว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า ประชาธิปไตยทำให้อิ่มท้องได้หรือไม่

ตรรกกะข้อ 7  เจ้าของบทความเองต่างหากที่กลัวการปฏิวัติ  กลัวอดีตที่เคยเกิดขึ้นมา  ดูถูกคนอื่นว่าจะเป็นเหมือนอย่างในอดีต 
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« ตอบ #8 เมื่อ: 27-09-2006, 20:11 »

เห่อๆแล้วไงต่อครับ ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #9 เมื่อ: 27-09-2006, 20:51 »

ไม่รู้จะไปเชื่อ คนที่นั่งเขียน ความคิดความอ่านเชิงเหตุผลทำไม
ในเมื่อ เหตุผล ที่เขาว่าดี ไม่สามารถเถือ เอาระบอบทักษิณ ได้สักแผล

ผมว่าคนเขียนบทความทำตัวสูงส่งเกินไป
นักคิดแบบนี้ ไม่น่านิยม


ก่อนหน้าจะมี ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ ล้วนไม่มีอะไร ทั้งสิ้น

คนเขียนไม่รู้ไปสร้างตรรกะ อะไรให้ยุ่งยากทำไม
เมือมองเข้าไปที่ปัญหา ก็น่าจะพอเข้าใจได้ว่า
ทางออกมันมีไม่กี่ทาง ที่ทำให้สถานการณ์ กลับมาดีขึ้น

ที่แน่ๆ แค่ปัญหา ของความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
เชื่อว่าคนเขียนบทความ ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง แน่นอน

ปัญหา ทุกอย่าง มีฟันเฟือง และ กลไก ที่จะแก้มันได้
ถ้าไม่เปิดใจให้กว้าง ชาตินี้ ก็จะรู้จักแค่ ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์
กติกา ระบบระเบียบ นิติรัฐ อะไรแค่นี้อ่ะ มิติที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์

คือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขต่างหาก
แล้วกระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ทุกกระบวนการหรอก
ก่อนหน้าจะมีประชาธิปไตย คุณได้กันมาได้ไงล่ะ
ถ้าไม่ใช้ทหาร ไปยึดอำนาจ ไปปฏิวัติ มา
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #10 เมื่อ: 27-09-2006, 21:00 »

ผู้เขียนขอเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งชุดลาออก เพื่อแสดงสปิริต
จุดยืนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบอกปืนและรถถัง ตอนนี้หากขับไล่เผด็จการกลุ่มใหม่
ไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นก็น่าจะสามารถแสดงจุดยืนจุดประกายให้สังคมหยุดคิดว่าควร
ให้ความร่วมมือกับผู้ยึดอำนาจโดยใช้กำลัง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นอย่างฉกรรจ์
หรือไม่

ห้ามส่ง SMS ชั่วคราวแบบ คปค.
กับอุ้มหายไปเฉยๆ ตลอดกาลแบบทักษิณ

อันไหนฉกรรจ์กว่า
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ฉิกตี๋
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 186



« ตอบ #11 เมื่อ: 27-09-2006, 21:04 »

-ความชั่วของระบอบทักษิณ ถึงอย่างไรก็ต้องโดน."ปฏิวัติ." แน่ ๆ ถ้าไม่ "ทหาร." ก็ "ประชาชน"-
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 27-09-2006, 21:06 »

ผู้เขียนขอเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งชุดลาออก เพื่อแสดงสปิริต
จุดยืนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบอกปืนและรถถัง ตอนนี้หากขับไล่เผด็จการกลุ่มใหม่
ไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นก็น่าจะสามารถแสดงจุดยืนจุดประกายให้สังคมหยุดคิดว่าควร
ให้ความร่วมมือกับผู้ยึดอำนาจโดยใช้กำลัง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นอย่างฉกรรจ์
หรือไม่

ห้ามส่ง SMS ชั่วคราวแบบ คปค.
กับอุ้มหายไปเฉยๆ ตลอดกาลแบบทักษิณ

อันไหนฉกรรจ์กว่า

 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #13 เมื่อ: 27-09-2006, 21:09 »

เมื่อท่านสมาชิกอ่านแล้ว โปรดใช้วิจารณญาณ..วิเคราะห์อย่างมีระบบ..
ถือว่าเป็นความรู้ติดแข็งติดขา...ไม่ต้องถึงกับใส่บ่าแบกหาม ..เพราะมันจะหนัก....ขอขอบคุณที่อ่าน

รายงานข่าวเปิดเผยว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนปฏิวัติ 1 วัน แกนนำเตรียมทหารรุ่น 6 ซึ่งเป็นรุ่นที่คุมกำลัง 3 เหล่าทัพ บก เรือ อากาศ รวมทั้ง ผบ.ตร. นัดหารือเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมือง กรณีการนัดชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มพันธมิตร วันที่ 20 ก.ย. ที่ดูจะรุนแรงกว่าการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา ถึงขั้นประกาศห้าม พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ อาจเกิดการนองเลือดขึ้นได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีการจัดม๊อบต้านม๊อบไว้เรียบร้อยแล้ว...

นอกจากนี้มือที่ 3 อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิความวุ่นวาย ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐจะฉวยโอกาสส่งกำลังเข้าปราบปรามขั้นเด็ดขาด สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยรุนแรงขึ้นไปอีก

เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันถึงความหายนะของประเทศชาติ จึงมีการวางแผนเปิดยุทธการ ปล่อยข่าวปฏิวัติ ให้ประชาชนรับรู้ตลอดทั้งวันที่ 19 ก.ย. พร้อมกับมีกระแสข่าว ทหารทุกหน่วยเตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้ง

กล่าวถึงข่าวการเตรียมพร้อมของหน่วยทหารนั้น มีการปล่อยข่าวออกเป็น 2 ข้าง คือ ฝ่ายรัฐบาลที่ ตท.10 คุมกำลังรบหลักในกรุงเทพฯ และ ฝ่ายทหารที่สนับสนุน พล อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ในต่างจังหวัด สร้างความสับสนให้บังเกิดกับม๊อบทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ

จนกระทั่งช่วงบ่าย ข่าวปฏิวัติเริ่มส่อเค้าลางของความเป็นจริง โดยกำลังพลของ พล.ร1รอ พล.ม2รอ และ พล.ปตอ ถูกสั่งให้เตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้ง รอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา

"มนูญกฤต" พ่อม้า

โดยเฉพาะ ม พัน4รอ ขึ้นตรงกับ พล.ร.1รอ ที่มี พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรทัต เป็นผู้บังคับบัญชาการกองพล ถูกสั่งให้ชาร์จแบตเตอรี่เติมน้ำมันเต็มถังโหลดกระสุนปืนใหญ่รถถัง M41 A 1 ขนาด 76มม และ รถถังสกอร์เปี้ยน ฯลฯ เต็มพิกัด

สำหรับขุมกำลัง ม.พัน4รอ. ที่เตรียมพร้อมเต็มอัตราศึกนั้น ผุ้คนภายนอกมองผิวเผินเป็นกองกำลังของฝ่ายรัฐบาลเนื่องจากขึ้นตรงกับ พล.ร1รอ.

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พ.ท.สัญลักษณ์ ทั่งศิริ ผบ.ม.พัน4รอ. ที่คุมกำลังรถถังยึดเมืองหลวง เพิ่งมารับตำแหน่ง แทน พ.ท.โฆษิต ชินวลัญช์ ที่สนิทแนบแน่นกับ ผบ.พล.ม2รอ. ที่ถูกเด้งไปเป็น เสธ.จทบ. สระบุรี เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นสายตรงของ พล อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ที่ถูกส่งมาคุมหน่วยนี้ เพื่อป้องกานการทำปฏิวัติโดยเฉพาะ ทำให้ ตท.10 ขาดขุมกำลังหลักไปอย่างน่าเสียดาย

ที่สำคัญการเคลื่อนรถถังออกจาก ม.พัน4รอ. จำนวน 3 กองร้อย เมื่อเวลา 22.00 น ของวันที่ 19 ก.ย. นั้น ได้บารมีของ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตผู้การทหารม้านักปฏิวัติ ช่วยเสริมอีกแรงหนึ่งจากเป็นที่รู้กันอยู่นายทหารชั้นประทวน ไปจนถึงระดับผู้หมวด ผู้กอง รักเคารพผู้การมนูญกฤต เยี่ยงพ่อบังเกิดเกล้า ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้บารมีส่วนตัว ส่งลูกน้องให้เอารถถังออกมายึดเมืองกรุงยิงถล่มพล.ร1 รอ จนพรุน เมื่อเหตการณ์กบฏ 9 ก.ย. 2529 มาครั้งหนึ่งแล้ว ขณะที่ พ.ท.สัญลักษณ์ ทั่งศิริ เพิ่งเข้ามานั่งทำงานได้เพียง 2 เดือน....

"ลูกป๋า " พรึบ

ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวหน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังพลหลายสิบคันรถบัสเดินจุดหมายปลายทาง บก.ทบ. และ ทหารม้าจาก จ.พิษณุโลก ของ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร มภ.ภ.3 เคลื่อนพลมาสมทบ รวมทั้งมีข่าวว่า พล.อ เปรม เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว.....

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน ท่ามกลางกลิ่นอายของการปฏิวัติ มีข่าวลือสะพัด พล.อ.ทรงกิตติ จักกราบาตร์ แกนนำ ตท.10 เจราหน้าดำคร่ำเครียดกับ พล.ร.ท.พจุณห์ ตามประทีป นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม เพื่อต่อรองขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศและจะไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเลือกตั้ง แลกกับการยุติการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันมิตรฯ

แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งถือเป็นเส้นฟางสุดท้ายที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แตกหักกับ พล.อ.เปรม

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อขบวนรถถึงเคลื่อนออกจาก ม.พัน4 รอ. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน มุ่งหน้าไปทาง ศรีย่าน ได้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพิชัย ก่อนที่จะเลี้ยวขวาเข้าสู่ ถนนราชสีม เมื่อถึงบริเวณหน้า กอ.รมน. ปรากฏมีรถติดไฟแดงขวาทางอยู่ ด้วยความรีบเร่งไปยึดพื้นที่ขั้นใน กทม. ทหารบนรถถังได้สั่งการให้คนขับสละรถวิ่งหนีตัวใครตัวมัน ก่อนที่จะขับรถถังบดขยี้รถเก๋ง และรถจักรยานยนต์หลายสิบค้นแบนเป็นกล้วยทับคาถนน โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากกองกำลังของ พล.อ.สนธิ เคลื่อนพลออกจากที่ตั้ง ปรากฏว่า พล.อ.เรื่องโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. ที่ได้รับการวางตัวจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ให้เป็นหัวหน้าคณปฏิวัติ กรณีที่กลุ่มพันธมิตร ใช้ความรุนแรงจนเหตุการณ์บานปลายเอาไว้ไม่อยู่ และมีพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายก เป็นคนช็กบิลแกนนำกลุ่มพันธมิตร ที่ละเมิดกฏหมายแบบกวาดทีเดียว ยังไม่ยอมแพ้ง่าย สั่งให้ทหารราบจาก พล.ร.1 มารักษาการณ์ที่บริเวณหน้า พล.1รอ. จนเกือบปะทะกับ ทหารม้าที่ซิ่งรถถังมาจอดอยู่บริเวณเยื้อง ๆ กับกองพล โชคดีที่ทหารราบยอมถอนตัวออกจากพื้นที่เสียก่อน จึงไม่มีการเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น...

พิมพ์ไทย 21 ก.ย. 2549

Bubble

เถียงกันทำไม ฝุ่นเมืองทั้งหลาย

อำนาจอธิปไตยไม่เคยมีในพวกเจ้าเลย....ทั้งหมดมันคือ The Metrix....
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 27-09-2006, 21:15 »

ถ้าไม่เปิดใจให้กว้าง ชาตินี้ ก็จะรู้จักแค่ ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์
กติกา ระบบระเบียบ นิติรัฐ อะไรแค่นี้อ่ะ มิติที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์


คือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขต่างหาก
แล้วกระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ทุกกระบวนการหรอก
ก่อนหน้าจะมีประชาธิปไตย คุณได้กันมาได้ไงล่ะ
ถ้าไม่ใช้ทหาร ไปยึดอำนาจ ไปปฏิวัติ มา

คุณเพนกวินฯ ใช้คำว่า "มิติ" ดังเช่นในตัวหนา  ทำให้ผมฉุกคิดถึงการทำข้อสอบอัตนัย แม้ในระดับอุดมศึกษา

สมมติว่าเป็นวิชาการตลาด อาจารย์ก็มักจะมุ่งเน้นแต่การตีกรอบให้ผู้เรียนนึกถึงแค่ 4P หรือ 7P อะไรก็แล้วแต่ ก็พยายามที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์ หรือปัจจัยต่างๆ พยายามที่จะจัดประเภทให้มันเข้ากับที่ตำรามันบอกมาว่า ต้องมองในโมเดลอย่างนั้นอย่างนี้ คนที่จบมาก็สักแต่ว่าท่องตำรา (ชอบศัพท์ของคุณ eAT) ทั้งๆที่ข้างนอกมันต่อสู้กันทุกรูปแบบ  เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ เช่น เจริญ จบไม่ถึง ป.4 ด้วยซ้ำ เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรคือ 4P เขาก็มั่ว ใช้สมอง ใช้เซ้นส์ ของเขาไปเรื่อย เลยกลายเป็นว่า คนจะจ้างใครไปทำงาน กูจ้างปวช.ก็ได้ ขอให้มีเซ้นส์ก็พอ เงินเดือนน้อย มันทำงานให้กูได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า คนทั่วๆไปเขายังมี "จิตสำนึก กลัวบาป" อยู่บ้าง เอาไว้ข่มคำว่า "ทุกรูปแบบ"

ทักษิณนี่ มันมีดีกรีด๊อกเตอร์ แต่มันไม่มานั่งนึกหรอกว่าตัวคือด๊อกเตอร์ เพราะมันทำ mickey mouse thesis ส่งครู เวลามันคิดการชั่ว มันไม่มานั่งนึกหรอกว่า จะเข้าทฤษฎีไหน มันเล่นทุกรูปแบบ เพียงแต่ว่า มันไม่เคยมีความกลัวบาป หรือจิตสำนึกใดๆ

คุณ eAT (ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ อิ อิ) จึงพูดถูกต้องที่ว่าเมืองไทยไม่มีแม้แต่นักทฤษฎีด้วยซ้ำ มีแต่ "นักท่องตำรา"

(นอกเรื่องไปเรื่อย  )
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #15 เมื่อ: 27-09-2006, 22:23 »

ปัญหาตรรกะ 'การยอมรับความชอบธรรม' ของคณะปฏิรูปฯ

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์


ผู้เขียนคิดว่าการให้ความชอบธรรมแก่คณะปฏิรูปโดยการอ้างเหตุผลต่างๆ มีปัญหาทาง
ตรรกะไม่น้อย ดังจะขอเสนอความเห็นโต้ตรรกะต่างๆ เป็นข้อๆ ดังนี้

ตรรกะที่ 1: ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ       

กลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนมากในหมู่นักกิจกรรม (Activist) สมาชิกองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ
ซึ่งปัจจุบันกำลังวุ่นวายอยู่กับการเสนอให้คณะปฏิวัติทำโน่นทำนี่ รวมถึงว่าใครเหมาะสม
หรือไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยอมรับความชอบธรรม
ของกลุ่มผู้ก่อรัฐประหารไปโดยปริยาย

คำถามที่สำคัญและพื้นฐานกว่าคือ คุณยอมรับความชอบธรรมของคณะรัฐประหารที่ใช้
กำลังอาวุธล้มล้างรัฐบาลและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งจำกัดสิทธิต่างๆหรือไม่ ถ้าใช่ เพราะ
อะไร ถ้าไม่ เพราะเหตุใด สังคมไทยไม่มีวันไปถึงความเป็นประชาธิปไตยได้หากผู้คน
ไม่สามารถคิดประเด็นนี้แตก
ถ้าเปรียบเทียบการจำกัดสิทธิเสรีภาพ
ระหว่างรัฐบาล"เผด็จการจากการเลือกตั้ง" กับคณะปฏิรูปการปกครอง
วันนี้นักวิชาการ ผู้นำคิด สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว)ได้
สามารถแสดงความไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับการรัฐประหารได้
ผ่านสื่อฯ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์รายการต่าง ๆ มากกว่ารัฐบาลทักษิณ



หากทักษิณ = การบริหารสังคมที่ผิด และเป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตย + การ
กระทำรัฐประหารซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
เพราะฉะนั้น ผิด + ผิด = ถูก หรือประชาธิปไตย ได้จริงหรือ?
ไม่ควรถือความคิดอย่างนี้เป็น "ตรรก"ที่เรียก..
นักวิชาการ ผู้นำทางความคิด ประชาชนได้แสดงความไม่เห็นด้วย
แต่ยอมรับว่า หลังการทำรัฐประหารหรือการปฏิรูปการปกครองฯแล้ว
สิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นจะมีมากกว่าเดิม...
อย่างน้อย ผู้เขียนมีความรู้สึกปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น
มากกว่าการแสดงความคิดเห็นตรงข้ามกับทักษิณ...


ตรรกะนี้ง่อนแง่นมาก เพราะตอนทักษิณได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น 16 ล้านเสียง
ผู้คนโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตร ทำไมจึงไม่ยอมรับทักษิณแล้วบอกว่า ยอมรับเพราะทักษิณ
ชนะการเลือกตั้งแล้ว
นี่คือความคิดเห็นของคนถูกครอบว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
สามารถทำอะไรก็ได้ สามารถเป็นรัฐบาลที่ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไม่โปร่งใส และเผด็จการความคิดเห็น ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อฯ สาธารณะได้...
กับความคิดเห็นของประชาชนที่คิดว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ปิดกั้นการแสดงความคิด ครอบงำความคิดเห็นของประชาชนเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงาน รัฐสภา องค์กรอิสระ และสื่อฯ เป็นรัฐบาลเผด็จการจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลเผด็จการรัฐสภาได้ ที่ประชาชนสามารถคัดค้าน ต่อต้าน ขับไล่ได้....


ตอบ: ก็เพราะพวกเขาเชื่อว่าทักษิณโกงเลือกตั้ง ใช้นโยบายประชานิยมมอมเมาคนจน
คนชนบท พวกเขาจึงสรุปว่าทักษิณบิดเบือนเจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย และลุกขึ้น
ต่อสู้

แต่พอทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ จำกัดสิทธิต่างๆอย่างไม่ถูกต้อง กลับ
บอกว่า “แล้วจะให้ทำไงล่ะ ก็มันเกิดขึ้นแล้ว” ช่างสองมาตรฐานจริงๆ

ตรรกะที่ 2: ทักษิณเลวกว่า (ระบอบเผด็จการทหารใหม่)

ประเด็นคือ คุณวัดได้อย่างไร และสรุปได้แล้วหรือว่าเลวร้ายกว่า อย่าลืมว่าผู้คนส่วน
ใหญ่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะรู้ตัว ซาบซึ้งในความเป็นทรราชที่คดโกงของทักษิณ และ
คนจำนวนมากที่ยอมรับกลุ่มรัฐประหารก็เคยลงคะแนนเลือกทักษิณมาก่อน และเคย
มองว่าทักษิณเป็นฮีโร่ สนับสนุนทักษิณแบบไม่ลืมหูลืมตาเสียเป็นปีๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้
จำนวนไม่น้อยก็กำลังบอกในตอนนี้ว่าการยึดอำนาจของทหารเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
(ผู้เขียนไม่เคยไปลงคะแนนให้ทักษิณ เพราะเชื่อว่ามันอันตรายต่อประชาธิปไตยที่จะ
เลือกลงคะแนนให้คนที่รวยที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศเป็นนายกฯ ซึ่งเท่ากับช่วย
ให้อำนาจการเงินและการเมืองกระจุกอยู่ภายใต้คนๆ เดียว)

ถ้าเราต้องการหาข้อสรุปตอนนี้ อาจต้องรอให้กลุ่มทหารกุมอำนาจอีก 5 ปี (เพราะทหาร
อาจแต่งตั้งรัฐบาลหุ่นกระบอกและอาจโยงใยมีเอี่ยวกับการเลือกตั้งอีกหนึ่งปีข้างหน้าที่
พวกเขาสัญญาว่าจะจัดให้ และถ้าเลือกตั้งมีปัญหาอีก ก็อาจกลับมายึดอำนาจใหม่อีกรอบ
สองรอบก็ยังได้ และซากเดนระบอบทักษิณยังมีโอกาสกลับมาได้รับการเลือกตั้งอีก เพราะ
คนชนบทยังคงนิยมอยู่)

ตรรกะที่  3: การปฏิวัติครั้งนี้มิได้เกิดความรุนแรง ทำให้สังคมสงบ เลิกแตกแยก แถมผู้คน
ในกรุงเทพฯ ไปมอบดอกไม้ ถ่ายรูปคู่


ใครก็ตามที่บอกว่าการปฏิวัติครั้งนี้ปราศจากความรุนแรงนั้น คงเข้าใจเรื่องความรุนแรง
อย่างจำกัดและแคบมากๆ ในทัศนะผู้เขียน ความรุนแรงได้เกิดขึ้นแล้วโดยทหารที่ส่ง
รถถังและกำลังเข้าไปล้อมสถานีโทรทัศน์และจุดสำคัญต่างๆ การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ
ประชาชน และประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รวมถึงการสั่งให้สื่อเสนอข่าว
ที่ “สร้างสรรค์” เหล่านี้ล้วนเป็นการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้นและอย่างชัดเจน

อย่าลืมว่าแกนนำระบอบทักษิณก็ยังถูกควบคุมตัว รวมถึงคุณฉลาด วรฉัตรที่ออกไป
ประท้วงและถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับทักษิณ โดยที่ขณะนี้คนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่สนใจ
ว่าคนอย่างคุณฉลาดอยู่ไหนและเป็นอย่างไรบ้าง

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 25 กันยายน ตำรวจสองนายก็ได้เข้าไปบอกให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ให้ดูแลควบคุมไม่ให้นักศึกษาออกมาประท้วงที่ธรรมศาสตร์

ส่วนประเด็นเรื่องว่าสังคมไทยตอนนี้สงบ ไม่แตกแยก และหยุดทะเลาะกันแล้ว จริงหรือ
ผู้เขียนได้ชมการให้สัมภาษณ์ของคุณวสันต์ เจ้าของกิจการรถเบนซ์ทองหล่อทางยูบีซี
ช่อง 7 เวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 25 ก.ย. ว่าสถานการณ์ตอนนี้ “ดีกว่าเก่า
มันหยุดทะเลาะกัน” เป็นความเห็นที่ต้องตั้งคำถามว่าหยุดทะเลาะหรือถูกอำนาจทหาร
บังคับให้เงียบสงบชั่วคราว และจะสงบเงียบได้นานเพียงใด หรือต้องอยู่ภายใต้กระบอก
ปืนทุกๆ 10 ปี โดยเชิญ “คณะปาฏิหารย์ทางการเมือง” มาปฏิรูปอีก

ความสงบในปัจจุบันนี้เป็นความสงบแต่เปลือก ฉาบฉวย เพราะถูกกำลังบังคับให้หุบปาก
และอยู่นิ่ง ไม่มีหลักประกันใดๆว่ามันจะนำไปสู่ทางออกอย่างแท้จริง จนกว่าสังคมไทย
จะสามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาการเมืองและอื่นๆโดยการไม่ใช้กำลัง

การยอมรับวิธีแก้ปัญหาโดยการยึดอำนาจ ไม่ต่างจากเด็กทะเลาะกันแล้วต้องรอให้
ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจต้องมากดปุ่ม Reset เกมส์ประชาธิปไตยกันใหม่ แล้วถ้าคนชนบท
คนจนไปเลือกนักการเมืองเลวร้ายอย่างทักษิณ ซึ่งอาจมาในชื่ออื่นแล้ว เราจะทำ
อย่างไร อย่างนี้สู้มิต้องมีการเลือกตั้งเสียเลยดีไหม กลับไปปกครองระบบไพร่ทาสให้
รู้แล้วรู้รอดไป ทั้งคนไทยและต่างชาติจะได้ไม่ต้องสับสนกับคำว่า “ประชาธิปไตย”
อีกต่อไป

ส่วนมายาภาพที่ว่าทุกคนแฮปปี้กันดีจริงนั้น หากเป็นจร้งแล้ว กลุม่ทหารจะควบคุมสื่อ
ปิดกั้นการชุมนุมโดยสงบทำไม (ได้ยินมาว่านักจัดรายการทีวีชื่อดังคนหนึ่งไม่พอใจที่
ทหารห้ามส่ง SMS มายังรายการ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าไม่พอใจเพราะทนเห็นประชาชนขาด
เวทีแสดงออก หรือเพราะขาดรายได้กันแน่) ขอให้สังเกตว่าสื่อต่างชาติให้ความสนใจ
รายละเอียดกลุ่มผู้ประท้วงการรัฐประหารมากกว่าสื่อไทยเสียอีก แม้กระทั่งห้างสยาม
พารากอนก็ปิดรั้วไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ แถมส่งพนักงานทำความสะอาดมาทำความ
สะอาดประจำปีเวลาห้าโมงของเย็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ประท้วงนัดชุมนุม ช่างเป็น
การบังเอิญเสียจริงๆจนคนทั่วไปอาจคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเสียงคัดค้านทางการเมือง

ตรรกะที่ 4: รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว

ถ้ายอมรับเช่นนี้ก็เท่ากับยอมปล่อยให้ศพซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญเละขึ้นไปอีก โดยปล่อยให้
กลุ่มคนที่ใช้อำนาจอีกกลุ่มหนึ่งมาปู้ยี้ปู้ยำศพต่อไป การยอมรัฐประหารมิได้ช่วยรัฐธรรมนูญ
แถมยังตอกย้ำความเชื่อและธรรมเนียมผิดๆ ที่ว่าไม่ชอบใจ แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้เมื่อใด
ก็ใช้กำลังฉีกรัฐธรรมนูญและยึดอำนาจรัฐบาลมันเสียเลย

ผู้เขียนขอเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งชุดลาออก เพื่อแสดงสปิริต
จุดยืนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับกระบอกปืนและรถถัง ตอนนี้หากขับไล่เผด็จการกลุ่มใหม่
ไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นก็น่าจะสามารถแสดงจุดยืนจุดประกายให้สังคมหยุดคิดว่าควร
ให้ความร่วมมือกับผู้ยึดอำนาจโดยใช้กำลัง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นอย่างฉกรรจ์
หรือไม่

ตรรกะที่ 5: เชื่อในความดีของตัวบุคคล ผู้นำคณะรัฐประหาร

สำหรับคนที่เชื่อว่า พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นคนดีและหวังดีต่อบ้านเมือง (ซึ่งอาจ
ดีจริงในแง่ปักเจก) ต้องเข้าใจก่อนว่าพลเอกสนธิได้กลืนคำพูดตัวเองไปแล้วคำโต เพราะ
เคยพูดทำนองว่าการปฏิวัติเป็นอดีตไปแล้ว ทหารในระบอบประชาธิปไตยไม่ทำ

และถึงแม้อาจจะดีจริงๆ สุดท้ายก็ต้องถามว่า พลเอกสนธิจะควบคุมไม่ให้ลูกน้องไป
ตัดเค้กแบ่งผลประโยชน์กับลิ่วล้อระบอบทักษิณและระบอบอื่นๆได้จริงหรือ เมื่อวันศุกร์
ที่แล้วมีข่าวชิ้นหนึ่งพูดถึงการไปมอบตัวของอดีตส.ส. พรรคไทยรักไทย และหนึ่งในสอง
ส.ส.ก็ให้สัมภาษณ์ว่าตนรู้จักทหารในพื้นที่ดี การพูดคุยจึงเรียบร้อยไม่มีอะไร สังคมไทย
เป็นสังคมที่เล่นพรรคเล่นพวก ใยสัมพันธ์โยงใยหลายระดับทั้งแนวดิ่ง แนวราบ แนว
ทะแยง และแนวผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมายและศีลธรรม

คนไทยยึดติดกับตัวบุคคลมาก หนังสือพิมพ์สู้กับเผด็จการจนในที่สุดลืมตนไปว่า กำลังสู้
กับระบอบเผด็จการ ไม่ใช่แค่ตัวทักษิณ แต่พวกเขายอมรับผู้นำเผด็จการชุดใหม่ได้เพราะ
ยังเชื่อว่าพลเอกสนธิเป็นคนดี หกปีที่แล้วผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งเอ็นจีโอ แอกติวิสต์ ก็
เชื่อว่าทักษิณเป็นคนดีเช่นกัน

ส่วนที่หลายคนอ้างว่า ทหารสัญญาแล้วว่าจะคืนอำนาจและปฏิรูปการเมืองไปสู่
ประชาธิปไตยนั้น ต้องถามว่าทหารที่ปฏิวัติชุดก่อนๆในอดีต มีชุดไหนบ้างไหมที่พอยึด
อำนาจได้แล้วจะออกมาประกาศว่า “เราจะคืนอำนาจสู่ประชาชนโดยช้าที่สุด และจะขอ
โกงกินต่อจากกลุ่มอำนาจเก่าที่เพิ่งถีบออกไป”

น่าสงสัยว่าคนที่คิดว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถสรุปได้ เพราะยังเร็วเกินไป เคยเรียนรู้อะไร
จากอดีตหรือไม่ เพราะหากเรายอมรับว่าพอทหารยึดอำนาจ ก็ต้องให้เวลาฮันนีมูนกับเขา
ไปก่อน อีกหน่อยจึงจะตัดสินใจได้ แล้วพอประชาชนถูกทรยศก็จะบอกว่า ไม่รู้มาก่อนว่า
จะลงเอยแบบนี้ อีกหน่อยทหารรุ่นใหม่ก็จะได้ใจ เข้ามายึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหารอีก
เวลาเกิดความขัดแย้งในสังคม (ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย) เพราะพวกเขา
รู้ว่า พวกเขาจะได้โอกาสฮันนีมูนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับสื่อและประชาชนอีก ครั้งแล้ว
ครั้งเล่าอย่างแน่นอน

ตรรกะที่ 6: ไม่เอารัฐประหารแล้วจะเอาอะไร

ก็เห็นเมื่อก่อนพูดกันหนาหูว่า ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาใคร...

โลกนี้มิได้มีแค่ 2 ทางเลือกเสมอไป คงต้องช่วยกันคิดทางเลือกที่ 3 ที่ 4 กันต่อไป 


โลกนี้ไม่ได้มีแค่ทักษิณกับรถถัง           

ตรรกะที่ 7: กลัวปฏิวัติซ้อนจากทักษิณ

คนที่คิดเช่นนี้จะใช้ชีวิตอยู่ในภาวะความกลัวไปอีกนานเพียงใด เมื่อไหร่จะกล้าพอที่จะ
ฟูมฟักความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถแก้ปัญหาโดยสันติวิธีได้ในที่สุด แทนที่จะรอ
“ปาฏิหารย์” จากทหาร ซึ่งย่อมสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ต่อไป

ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการแก้ปัญหาผิดๆ ซ้ำซาก ไม่ได้ผล แถมยังไม่สามารถเรียนรู้อะไร
ได้จากประสบการณ์ในอดีต

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5150&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai



ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านั้น ข้อคิดเห็นอื่นๆ ขอให้คนอื่นคิดเห็นต่อ...... Exclamation


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #16 เมื่อ: 28-09-2006, 10:44 »

ไม่รู้จะไปเชื่อ คนที่นั่งเขียน ความคิดความอ่านเชิงเหตุผลทำไม
ในเมื่อ เหตุผล ที่เขาว่าดี ไม่สามารถเถือ เอาระบอบทักษิณ ได้สักแผล
ผมว่าคนเขียนบทความทำตัวสูงส่งเกินไป
นักคิดแบบนี้ ไม่น่านิยม

ก่อนหน้าจะมี ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ ล้วนไม่มีอะไร ทั้งสิ้น
คนเขียนไม่รู้ไปสร้างตรรกะ อะไรให้ยุ่งยากทำไม
เมือมองเข้าไปที่ปัญหา ก็น่าจะพอเข้าใจได้ว่า
ทางออกมันมีไม่กี่ทาง ที่ทำให้สถานการณ์ กลับมาดีขึ้น
ที่แน่ๆ แค่ปัญหา ของความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
เชื่อว่าคนเขียนบทความ ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง แน่นอน

ปัญหา ทุกอย่าง มีฟันเฟือง และ กลไก ที่จะแก้มันได้
ถ้าไม่เปิดใจให้กว้าง ชาตินี้ ก็จะรู้จักแค่ ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์
กติกา ระบบระเบียบ นิติรัฐ อะไรแค่นี้อ่ะ มิติที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์

คือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขต่างหาก
แล้วกระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ทุกกระบวนการหรอก
ก่อนหน้าจะมีประชาธิปไตย คุณได้กันมาได้ไงล่ะ
ถ้าไม่ใช้ทหาร ไปยึดอำนาจ ไปปฏิวัติ มา
ไอ้นกสมองถั่วมันเอาความเห็นออกมาจากสมองส่วนไหนเนี่ย
สงสัยว่าทั้งชีวิตต้องการมีคนจัดเรื่องให้ทุกอย่างเลยมั้ง ไม่คิด
ว่าคนมาจัดเรื่องให้เค้าจะมาทวงค่าตอบแทนบ้างเหรอ ของฟรี
ไม่มีในโลกนะหนู
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #17 เมื่อ: 28-09-2006, 11:00 »

คุณ ชอบแถ ถ้าโต้แย้งแบบมีเหตุผล ไม่เป็น
ก็ไม่ต้องโพสต์ก็ได้นะครับ
ผมกล่าวแย้งเรื่องตรรกะ คนอื่น แต่คุณมาด่าผม โดยที่ไม่เกี่ยวกับกระทู้เลยแม้แต่น้อย มันมาจากไหนเอ่ย
หรืออารมณ์ค้างจากตอนที่โดนเปิดโปง ว่าคุณ สนับสนุนการขายชาติ ในกรณีสัมปทานไอทีวี ครับ


ผมไม่อยากเสวนาด้วย กับคนประเภท อันธพาลอกหัก หรอกนะครับ


ผมเข้าใจ ให้อภัยขอรับ
เดี๋ยวแม้วกลับมา คุณชอบแถ รีบแถเข้าไปกราบเท้าแม้วเลยนะครับ

 
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #18 เมื่อ: 28-09-2006, 11:07 »

ที่แน่ๆ แค่ปัญหา ของความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
เชื่อว่าคนเขียนบทความ ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง แน่นอน

ปัญหา ทุกอย่าง มีฟันเฟือง และ กลไก ที่จะแก้มันได้
ถ้าไม่เปิดใจให้กว้าง ชาตินี้ ก็จะรู้จักแค่ ทหาร รธนฯ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์
กติกา ระบบระเบียบ นิติรัฐ อะไรแค่นี้อ่ะ มิติที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์
คือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุขต่างหาก
แล้วกระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ทุกกระบวนการหรอก
ก่อนหน้าจะมีประชาธิปไตย คุณได้กันมาได้ไงล่ะ
ถ้าไม่ใช้ทหาร ไปยึดอำนาจ ไปปฏิวัติ มา
อันนี้มันเป็นตรรกะของคุณเองไม่ใช่เหรอ ไปว่าคนเขียนว่าไม่รู้จะแก้ความขัดแย้งยังไง
แล้วตอนจบบอกว่า กระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ... ถ้าไม่ใช้ทหาร
ไปยึดอำนาจ ... แล้วจะให้เข้าใจว่าคุณไม่ต้องการทหารหรือครับ ถ้าไม่งั้นก็ให้ความ
เห็นมาสิครับว่าทำอย่างไรจะแก้ปัญหากันเองได้ โดยไม่ต้องให้มีคนถือปืนขับรถถัง
มาจัดให้ทุกครั้งที่เค้าอยาก แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #19 เมื่อ: 28-09-2006, 11:33 »

ผมบอกเหรอว่าสนับสนุน การยึดอำนาจ
แค่แย้ง คนเขียนบทความเท่านั้น
ในเรื่องความคิดที่ไม่ยืดหยุ่น และการใช้วิธีคิดตรรกะมามองสถานการณ์
เพื่อกดดันคนอื่น หรือกันคนอื่น จากความจริง
ปัญหาคนยึดตรรกะ คือ ต้องการจะบอกว่า ตนเอง พูดเรื่องจริง คนอื่นพูดเท็จ


ถ้าคุณมีปัญหากับผมเรื่องอะไร ก็เรื่องของคุณ อย่าป่วนกระทู้คนอื่นเขา
ไม่ใช่ มาเจ็บแค้น แล้วมาไล่อัด ทุกกระทู้ ทำตัวเหมือนอันธพาลเสียสติ
พอทักที ก็กลบเกลื่อนที แท้จริงแล้ว ก็หาโอกาส หาช่องจะเอาคืน
ถ้าถกเถียงใช้เหตุผล สู้ไม่ได้ แล้วทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้
บ้านเมือง คงเจริญล่ะครับ

กระทู้ อื่นผมไม่ติดใจอะไร ถ้าคุณสนุกกับการด่าผม
ผมก็ขี้เกียจไปขัดขวางความสุขของคุณ

แต่กระทู้นี้ เขาถกเถียงกันในตัวบทความ
ผมรักษากรอบ อยู่ คุณอ่านเอาแล้วกัน
 
บันทึกการเข้า
แพนด้าตาดำๆ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 62


« ตอบ #20 เมื่อ: 28-09-2006, 12:23 »

ปัญหาตรรกะ 'การยอมรับความชอบธรรม' ของคณะปฏิรูปฯ

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์


ผู้เขียนคิดว่าการให้ความชอบธรรมแก่คณะปฏิรูปโดยการอ้างเหตุผลต่างๆ มีปัญหาทาง
ตรรกะไม่น้อย ดังจะขอเสนอความเห็นโต้ตรรกะต่างๆ เป็นข้อๆ ดังนี้

ตรรกะที่ 1: ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ       

กลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนมากในหมู่นักกิจกรรม (Activist) สมาชิกองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ
ซึ่งปัจจุบันกำลังวุ่นวายอยู่กับการเสนอให้คณะปฏิวัติทำโน่นทำนี่ รวมถึงว่าใครเหมาะสม
หรือไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยอมรับความชอบธรรม
ของกลุ่มผู้ก่อรัฐประหารไปโดยปริยาย
.
.
.
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5150&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
อ่านมาถึงตรงนี้ก็ไม่อยากอ่านต่อแล้วครับ
ทำไมถึงตีความว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายล่ะครับ
จริงๆแล้วมันคือการต่อต้านคปค.นะครับ
มีการเสนอนู่นนี่ เพราะไม่ไว้วางใจคปค. ไม่เห็นด้วยกับคปค. ถ้ายอมรับขริงๆจะไปจี้นู่นจี้นี่ทำไมล่ะครับ เป็นสภาพจำยอมแต่ยังมีการต่อต้านนะครับ
ถ้าผู้เขียนบทความตีความแบบที่ผมว่า ตรรกะอื่นๆต่อมาเนี่ยจะเป็นอย่างที่ว่ามาหรือเปล่า

ตรรกะที่ 2: ทักษิณเลวกว่า (ระบอบเผด็จการทหารใหม่)
เมื่อมีการต่อต้านอยู่ย่อมแสดงว่าไม่ได้ปักใจเชื่อว่าคปค.เป็นสิ่งที่ดีกว่าระบอบทักษิณ แต่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ณเวลานี้นั้นยังอยู่ในเงื่อนไขที่ทางคปค.กล่าวมาอยู่(ยังไม่2สัปดาห์เลยนะคุณจะรีบไปไหน) อีกทั้งการทำงานของคปค.ก็มีให้เห็นว่าทำอะไรบ้าง ยังอยู่ในสายตา

ตรรกะที่  3: การปฏิวัติครั้งนี้มิได้เกิดความรุนแรง ทำให้สังคมสงบ เลิกแตกแยก แถมผู้คน
ในกรุงเทพฯ ไปมอบดอกไม้ ถ่ายรูปคู่

สำหรับข้อนี้ยอมรับครับว่าภาพความรุนแรงมันออกมาแล้ว ตั้งแต่รถถังมา แต่ในเวลาต่อมาภาพความรุนแรงนั้นได้เปลี่ยนไปเพราะดอกไม้และผู้คนที่ไปถ่ายรูปกับทหารและรถถังนั่นล่ะครับ มันเลยทำให้สิ่งที่เหมือนความรุนแรงในตอนแรกเปลี่ยนไปครับ

ตรรกะที่ 4: รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว
การรัฐประหารทำการฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นการเอาศพมาย่ำยี จริงหรือ
เท่าที่ผมเห็นจนถึงเวลานี้ คปค.ได้นำเอาส่วนที่ยังเหลืออยู่ในสภาพที่ดีของรัฐธรรมนูญที่ฉีกไปมาใช้ ส่วนที่โดนแก้ไขปรับเปลี่ยนจนเหลี่ยมไปหมดแล้วก็โยนทิ้ง
รอที่จะร่างขึ้นมาใหม่ ผมมองว่าเป็นการช่วยให่รัฐธรรมนูญฉบับเดิมไม่เสียหายไปหมดทั้งฉบับ ในทางกลับกันถ้าเหลี่ยมยังอยู่ก็ยังคงแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเละเทะต่อไปเรื่อยๆ(คิดจากการกระทำที่ผ่านมาของเหลี่ยมนะครับ ไม่ใช่คาดเดาโดยไร้เหตุผล)

ตรรกะที่ 5: เชื่อในความดีของตัวบุคคล ผู้นำคณะรัฐประหาร
สำหรับตรรกะข้อนี้ ถ้าในตรรกะแรกเป็นการตความอย่างที่ผมบอก ข้อนี้ก็ข้ามไปได้เลยครับ เพราะยังไงก็ไม่ไว้วางใจ

ตรรกะที่ 6: ไม่เอารัฐประหารแล้วจะเอาอะไร
ทางเลือกอื่นมีครับ แต่มันจะทันการณ์หรือไม่ อย่างเช่นรอให้ทักษิณหมดวาระไปเอง ประเทศชาติจะเป็นยังไงไปแล้ว
หรือ รอให้ประชาชนส่วนใหญ่ออกมาขับไล่ทักษิณ กว่าประชาชนส่วนใหญ่จะมองเห็นจะรู้ว่าควรขับไล่เหลี่ยม ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรแล้ว
หรือคุณจะบอกว่าการเลือกตั้งที่มีทักษิณควบคุมโดยผ่านกลไกที่ตนเองแทรกแซงไว้นั้นช่วยให้เอาทักษิณออกไปได้
บางครั้งทางออกที่ดีที่สุดในเวลาและสถานการณ์นั้นๆอาจจะไม่ใช่ทางที่ทุกคนชอบนะครับ(ขอย้ำว่าในเวลาและสถานการณ์นั้นๆนะครับ)

ตรรกะที่ 7: กลัวปฏิวัติซ้อนจากทักษิณ
อันนี้น่ากลัวครับ แต่คงจะไม่ได้มาในรูปของการใช้กำลังเข้าปฏิวัติ และไม่น่าจะเรียกว่าการปฏิวัติด้วยครับ แต่กลัวการกลับมาของระบอบทักษิณ
ซึ่งจากตรรกะข้อแรกในการตีความในมุมมองของผมว่าการจี้ให้คปค.ทำนู่นทำนี่ ให้ยึดทรัพย์ให้จัดการให้เด็ดขาด ก็กลัวข้อนี้ล่ะครับ
จัดการให้เรียบร้อย เป็นบทเรียนให้รู้กันว่าระบอบนี้สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ให้คนที่ฉลาดรู้จักคิด ได้คิดได้ว่ามันจะจบไม่สวยนะครับ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #21 เมื่อ: 28-09-2006, 13:26 »

ผมบอกเหรอว่าสนับสนุน การยึดอำนาจ
แค่แย้ง คนเขียนบทความเท่านั้น
ในเรื่องความคิดที่ไม่ยืดหยุ่น และการใช้วิธีคิดตรรกะมามองสถานการณ์
เพื่อกดดันคนอื่น หรือกันคนอื่น จากความจริง
ปัญหาคนยึดตรรกะ คือ ต้องการจะบอกว่า ตนเอง พูดเรื่องจริง คนอื่นพูดเท็จ

ถ้าคุณมีปัญหากับผมเรื่องอะไร ก็เรื่องของคุณ อย่าป่วนกระทู้คนอื่นเขา
ไม่ใช่ มาเจ็บแค้น แล้วมาไล่อัด ทุกกระทู้ ทำตัวเหมือนอันธพาลเสียสติ
พอทักที ก็กลบเกลื่อนที แท้จริงแล้ว ก็หาโอกาส หาช่องจะเอาคืน
ถ้าถกเถียงใช้เหตุผล สู้ไม่ได้ แล้วทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้
บ้านเมือง คงเจริญล่ะครับ

กระทู้ อื่นผมไม่ติดใจอะไร ถ้าคุณสนุกกับการด่าผม
ผมก็ขี้เกียจไปขัดขวางความสุขของคุณ

แต่กระทู้นี้ เขาถกเถียงกันในตัวบทความ
ผมรักษากรอบ อยู่ คุณอ่านเอาแล้วกัน
 
แย้งความเห็นหน่อย โวยวายจัง ติดใจตรง
แล้วกระบวนการก่อนที่จะไปถึงมันไม่ได้สวยงาม ทุกกระบวนการหรอก
ก่อนหน้าจะมีประชาธิปไตย คุณได้กันมาได้ไงล่ะ
ถ้าไม่ใช้ทหาร ไปยึดอำนาจ ไปปฏิวัติ มา

ไม่ได้หรือไงครับ มันดูทะแม่งทะแม่ง เห็นชอบบอกว่า
รัฐประหารไม่ใช่ปฏิวัติแล้วก็ยกตัวอย่างปฏิวัติขึ้นมา
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 28-09-2006, 13:56 »

ผมติดตามกระทู้ของคุณ snowflake มาหลายต่อหลายกระทู้ ผมอยากถามคุณ snowflake สักคำถามหนึ่ง

ตรรกะของคุณ snowflake คืออะไร?


ที่ถามก็เพราะเห็นก็อปความคิดเห็นบทความของคนโน้นคนนี้มาโพส แต่ไม่โพสความคิดเห็นของคุณ snowflake เอง ผมเลยสงสัย ว่าแท้จริงแล้ว ตรรกะที่คุณ snowflake เชิดชู คืออะไร? ตอบผมหน่อยได้มั้ยครับ  Mr. Green ถามไปงั้นแหละ ไม่ได้อยากรู้คำตอบหรอก ถือว่าแซวก็แล้วกันนะ หวังว่าคงไม่เคือง 555
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #23 เมื่อ: 28-09-2006, 14:38 »

ชอบแถนี่ก็จริงๆเลย ไปไล่ด่า เค้า แล้วค่อยมาแก้ตัวทีหลัง ทำไมทำอะไรไม่คิดก่อนบ้าง เถียงแบบมีเหตุผล ผมว่าคุณทำได้ แต่ไม่อยากทำ คุณจะทำไปเพื่ออะไรครับ ไม่เข้าใจจริงๆ

เอ้าหล่ะเข้าประเด็น ประเด็นตรรกะ เนี๊ยะ จะมาคิดแบ่งๆ ออกเป็นเรื่องๆ ผมก็คิดได้ ครับ แต่ มันไม่ใช่ว่าจะถูกเอาซะทีเดียว คิดเองเออเอง เห็นเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่อง ตรรกะไปซะหมด เห็นอะไรเป็นทฤษฎีไปทุกอย่าง แต่ปฏิบัติ อาจจะห่วยแตก

ไม่มองออกมาที่ความเป็นจริงบ้างหล่ะครับ สังคม หน่ะ เรียนแต่ในตำราไม่ได้หรอก มันต้องมองที่ความจริง ยังไง ผมก็ค่อยข้างเห็นด้วยกับ คุณ พรรณชมพูนะครับ ว่ามันคือ ตรรกะบือ ซึ่ง เป็นยังไง คุณพรรณ เค้าอธิบายชัดเจนไปหมดแล้ว ผมไม่อยากเสริมเท่าไหร่ เดี๊ยว ละเมิดลิขสิทธิ์   
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #24 เมื่อ: 28-09-2006, 20:01 »

ผมติดตามกระทู้ของคุณ snowflake มาหลายต่อหลายกระทู้ ผมอยากถามคุณ snowflake สักคำถามหนึ่ง

ตรรกะของคุณ snowflake คืออะไร?


ที่ถามก็เพราะเห็นก็อปความคิดเห็นบทความของคนโน้นคนนี้มาโพส แต่ไม่โพสความคิดเห็นของคุณ snowflake เอง ผมเลยสงสัย ว่าแท้จริงแล้ว ตรรกะที่คุณ snowflake เชิดชู คืออะไร? ตอบผมหน่อยได้มั้ยครับ  Mr. Green ถามไปงั้นแหละ ไม่ได้อยากรู้คำตอบหรอก ถือว่าแซวก็แล้วกันนะ หวังว่าคงไม่เคือง 555

โห ถามอะไรกว้างจัง
ตรรกะเรื่องอะไรล่ะคะ?
ถ้าจะให้ตอบได้ตรงที่อยากทราบ
ช่วยกรุณาตั้งคำถามแบบปรนัย
ใช่/ไม่ใช่
2 ตัวเลือกให้ด้วยสิคะ
หรือจะเป็น multiple choices ก็ได้
หากคิดว่าเป็นได้หลายทาง

หาก “ไม่ได้อยากรู้คำตอบหรอก” จริง ก็คงไม่ถาม
แต่ถ้าห่วงว่าถามแล้วจะ “เคือง”
ก็ตอบว่าคงไม่เป็นดังว่าหรอก (มั้ง)
อยากมากก็ไม่ตอบ ถ้าไม่พอใจคำถาม
หรือไม่พอใจการถามแบบหาเรื่อง
อย่างบางคนทำ  Laughing

ป.ล. หากเป็นเรื่องลับเฉพาะ
       ตอบหลังไมค์ก็ได้ค่ะ  Mr. Green
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 28-09-2006, 22:11 »

ตรรกะที่ 1: ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ

ถูกต้องแล้ว นั่นคือคำตอบว่าทำไมนักวิชาการ เอ็นจีโอ นักเคลื่อนไหวยอมรับได้ ก็เพราะไม่มีทางอื่น

คปค. มารับหน้าเสื่อ "หยุดทักษิณ" ก่อนที่เรื่องเลวร้ายจะเดินหน้าต่อไป...

ไม่เห็นด้วย...แต่เข้าใจ...เป็นคำตอบที่ดี

ตรรกะที่ 2: ทักษิณเลวกว่า (ระบอบเผด็จการทหารใหม่)

พวกนักการเมืองที่มาจาก "การลงทุน" กับ พวกทหารที่มาด้วยความจงรักภักดี..ฝ่ายหลังน่าจะมีความบริสุทธิ์ใจมากกว่า

ตรรกะที่ 4: รัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว


เท่าที่เห็น การแทรกแซงองค์กรอิสระ การแทรกแซงสื่อ การไม่นำพาสภาผู้แทน การไม่ยอมรับเสียงข้เางน้อย การพิจารณาพัฒนาจังวัดไทยรักไทย ฯลฯ
ต้องถามว่า 5 ปี ในระบอบทักษิณการตรวจสอบโดยรัฐธรรมนูญทำได้หรือไม่

ตรรกะที่ 5: เชื่อในความดีของตัวบุคคล ผู้นำคณะรัฐประหาร

เรื่องความเชื่อ ประชาชนพิสูจน์ให้เห็นจากโพลต่าง ๆ อยู่แล้ว

ตรรกะที่ 6: ไม่เอารัฐประหารแล้วจะเอาอะไร

ลองเสนอทางเลือกอื่นมาซีครับ...

ตรรกะที่ 7: กลัวปฏิวัติซ้อนจากทักษิณ


ทักษิณประกาศภาวะฉุกเฉินมาก่อนแล้ว โดนทหารปฏิวัติซ้อนครับ






บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: