ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
03-03-2021, 03:17
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ช่วงเวลาว่างผู้นำ....หาทายาทสืบสานไม่ได้ มีเรื่องเล่ากันไว้ ในหลายแผ่นดิน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ช่วงเวลาว่างผู้นำ....หาทายาทสืบสานไม่ได้ มีเรื่องเล่ากันไว้ ในหลายแผ่นดิน  (อ่าน 675 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 25-09-2006, 14:37 »

ช่วงเวลาว่างผู้นำ....หาทายาทสืบสานไม่ได้ มีเรื่องเล่ากันไว้ ในหลายแผ่นดิน หลายตำนานครับ...ของไทย ดูเหมือนเราจะเคยได้ยินได้ฟัง กันอยู่บ้าง

พงศาวดารเหนือ เล่าว่ามีการเสี่ยงเรือ (พระที่นั่ง) เอกไชย เรือน่าจะลอยไปเรื่อยๆ แล้วก็ให้บังเอิญไปจอดเกยอยู่ริมฝั่ง ตรงหน้าเด็กเลี้ยงวัว

เด็กเลี้ยงวัวคนนี้ มีบุญบารมีเข้าตำรา ฟ้าส่งมาเกิด...ก็กลายเป็นเจ้านคร

พระนามพระเจ้าสายน้ำผึ้ง

ทั้งยังมีบุญบารมีมากกว่าเจ้านครธรรมดา ขนาดพระเจ้ากรุงจีน ต้องส่งพระธิดา พระนาม สร้อยดอกหมาก มาให้เป็นชายา

ตำนานเรื่องนี้ เล่าขานกันต่อๆมา เรือสำเภามาจอดหน้านคร เกิดปัญหาทางการสื่อสาร นางสร้อยดอกหมาก น้อยพระทัย...กลั้นใจตาย

พระเจ้าสายน้ำผึ้ง อาลัย สร้างวัดพระนางเชิง หรือในวันนี้ คือวัดพนัญเชิง ไว้เป็นอนุสรณ์ ที่หน้ากรุงเก่า

การเสี่ยงเรือพระที่นั่ง หาตัวคนมีบุญมาเป็นเจ้า... ในตำนานของไทย... เป็นอันเดียวกับ กระบวนการ เสี่ยงทายราชรถ ในพงศาวดารเขมร

กาญจนาคพันธุ์ เล่าไว้ในหนังสือสำนวนไทย...หัวข้อราชรถ มาเกย...ว่า

ตาเคเห เก็บกุมารมีบุญมาเลี้ยงไว้ ในช่วงที่เจ้านครเขมรถึงแก่พิราลัย เสนาพฤฒามาตย์ราชปุโรหิต เรียกโหรมาทำนาย โหรทำนายว่าผู้มีบุญเป็นเจ้านคร นั้นมีอยู่

ตกลงกัน ใช้วิธีเสี่ยงราชรถ

ราชรถซึ่งปกติจะวิ่งไปในถนนบนแผ่นดิน แต่กลับวิ่งไปหยุดอยู่ริมฝั่งน้ำ (ทำท่าจะคล้ายตำนานไทย) ต้องต่อแพเอาราชรถข้ามฝั่ง จนไปเจอกุมาร ลักษณะควรเป็นเจ้าครองราชสมบัติ

เมื่อโหมประโคมดุริยางคดนตรีขึ้นพร้อมกันแล้ว ก็อัญเชิญพระกุมารขึ้นทรงราชรถ แห่แหนกลับเข้าพระนครจัตรมุข สมมติเป็นเจ้านคร พระนาม พระเจ้าปักษีจำกรง

กาญจนาคพันธุ์...ยืนยันว่า ตำนานพระเจ้าปักษีจำกรง พระองค์นี้ ตามศิลาจารึกเขมร...องค์ที่ครองราชย์ ระหว่าง พ.ศ.1471-1484 คือพระเจ้าชัยวรมันที่ 4

พระเจ้าปักษีจำกรุง บุญบารมีไม่ธรรมดา อยู่นครยโสธรปุระไม่ได้ ย้ายนครไปตั้งที่นครโฉกคระคยะ ที่นักเลงเทวรูปเขมร เรียกกันว่า เกาะแกร์ นั่นแหละ

ผู้คนสมัยโบราณ ยอมรับเรื่องบุญเรื่องวาสนาเรื่องบารมี...ถ้าออกมาทำนองว่า ฟ้าส่งมา... เป็นใคร ก็ยอมหมอบราบกราบกราน

แต่เมื่อมาเป็นสมัยใหม่ บุญบารมี ซึ่งอาจหมายถึง ความเป็นคนเก่ง ความเป็นคนดี แล้ว...ก็อาจจะไม่พอ...บางยุคบางสมัย...อาจต้องใช้ความเก่งเฉพาะด้าน...

อยู่ที่เป้าหมาย ถ้าวางเป้าใหญ่อยู่ที่กฎกติกา ก็ต้องใช้คนเก่งด้านกฎหมาย

ถ้าเป้าใหญ่อยู่ที่เศรษฐกิจ ก็ต้องใช้คนเก่งด้านเศรษฐกิจ

เหล่านี้ คือเรื่องราชรถ ในมุมมองของทางโลก แต่ราชรถในทางธรรมนั้น...กลับตรงกันข้าม

พุทธภาษิตบทหนึ่ง... โลกนี้งามดุจราชรถ ที่คนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่

ใครจะได้ขึ้นราชรถ ใครจะรับกรรม คือปัญหาหนักอึ้งของบ้านเมือง ใครจะรับบทผู้เสียสละ เป็นคนต่อไป วันสองวันนี้ น่าจะได้เห็นหน้ากันแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: