ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-10-2020, 22:01
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ความล้มเหลวของสื่อในสังคมประชาธิปไตยที่ล้มเหลว 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ความล้มเหลวของสื่อในสังคมประชาธิปไตยที่ล้มเหลว  (อ่าน 1036 ครั้ง)
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« เมื่อ: 23-09-2006, 02:23 »

ความล้มเหลวของสื่อในสังคมประชาธิปไตยที่ล้มเหลว

ประวิตร โรจนพฤกษ์


ถึงแม้สาธารณชนจำนวนมากโดยเฉพาะคนชั้นกลาง และชนชั้นนำเก่า จะขานรับการปฏิวัติ
ยึดอำนาจโดยการใช้กำลังเมื่อคืนวันอังคาร (19 ก.ย.49) อย่างอบอุ่น แต่ก็ไม่มีหลักประกัน
อันใดว่า การทำรัฐประหารจะไม่สร้างปัญหามากกว่าแก้

ผู้นำรัฐประหารอ้างว่า ต้องการแก้ปัญหา ‘ระบอบทักษิณ ชินวัตร’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า โกงกิน
และรวบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ เปลี่ยนแปลงรัฐไทยเป็นรัฐตำรวจ แต่การแก้ปัญหาด้วย
กระบอกปืนและรถถัง ย่อมเป็นการกระทำผิดซ้ำซ้อนที่น่าจะสร้างปัญหามากขึ้น

ในคืนวันอังคารที่ 19 กันยายน สังคมไทยได้ถูกผลักโดยกระบอกปืน จากสภาพสังคมที่
กำลังกลายเป็นรัฐตำรวจที่ปกครองโดยกลุ่มธุรกิจการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จภายใต้ระบอบ
ทักษิณ ไปสู่สภาพการกลายเป็น ‘รัฐทหาร’ ที่มีการบังคับผู้คนด้วยปากกระบอกปืนและ
รถถัง

ถึงแม้กลุ่มผู้นำรัฐประหารจะนำเอาคำว่า ‘ประชาธิปไตย’  มาประกอบชื่อของกลุ่มตน โดย
เรียกชื่อตนเองว่า ‘คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุข’ แต่ย่อมเห็นได้ว่า การกระทำรัฐประหารนั้น มิมีทางที่จะเป็นประชาธิปไตยได้
เพราะพวกเขาเลือกใช้วิธีการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในการที่จะแก้ปัญหาประเทศให้เป็น
ประชาธิปไตย

ณ วันนี้ สถานะสังคมไทยนั้น ชัดเจนแล้วว่า เป็นสังคมประชาธิปไตยที่ล้มเหลว (failed
democracy) เพราะว่าสังคมส่วนใหญ่รวมทั้งสื่อส่วนใหญ่ ยอมรับและเชื่อว่า นี่คือการแก้
ปัญหาทางเดียวที่ทำได้


สื่อไทยเกือบทั้งหมด นอกจากมิได้พยายามปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเองแล้ว พวกเขา
กลับยอมรับ หรือแม้กระทั่งเห็นดีหรือสนับสนุนผู้กระทำการนอกกฎหมาย ล้มล้างรัฐธรรมนูญ
ด้วยกระบอกปืน พวกเขากำลังเล่นบทบาทสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มปฏิวัติผู้กระทำการ
นอกกฏหมายโดยการใช้กำลังล้มล้างรัฐธรรมนูญและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ถือว่าเป็น
ความล้มเหลวของสื่อมวลชนไทยโดยรวมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เพราะพวกเขาเหล่านั้น
เกลียดชังทักษิณเสียจนเชื่อว่า ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ทักษิณออกไปก็พอ

 
มิหนำซ้ำพวกเขา ซึ่งรวมถึงนักหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ กำลังสวมบทบาทสร้างความชอบธรรม
ให้กับกลุ่มปฏิวัติทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยบอกกับสาธารณชนว่า การกระทำรัฐประหาร
นั้น นอกจากเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ยังเป็นสิ่งที่ควรแก่การยอมรับและยกย่องว่าดีงาม

เพราะฉะนั้น คืนวันอังคารที่เกิดการยึดอำนาจ สื่อไทยได้ถูกผลักจากการอยู่ในสภาพที่ถูก
คุกคามโดยรัฐธุรกิจ-ตำรวจของทักษิณโดยวิธีการแยบยลต่างๆ ไปสู่การถูกควบคุมโดย
กระบอกปืนของทหารที่ยึดอำนาจและกำลังทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ผู้มีอาวุธและ
อำนาจไม่ต้องฟังเสียงอันแตกต่าง ดังเห็นได้จากคำสั่งของคณะปฏิรูปฯที่ควบคุมโทรทัศน์
อินเตอร์เนท การแสดงความเห็นทางเวบบอร์ด และปิดวิทยุชุมชนที่พวกเขาเชื่อว่า สนับสนุน
นายทักษิณผู้เป็นทรราชย์ ข่าวจากต่างประเทศทางโทรทัศน์ เช่นบีบีซี และซีเอ็นเอ็น
ก็ถูกปิดกั้นใน 3 วันแรก โดยที่ทางสถานียูบีซีที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดถูกบังคับให้ทำตาม

ทุกคนคงทราบดีว่า ทักษิณนั้นถือว่า สื่อใดก็ตามที่วิจารณ์พรรคไทยรักไทยและรัฐบาล
ไทยรักไทยนั้นไม่ต่างจากศัตรู และพยายามคุกคาม แทรกแซง ทำลายในทุกวิถีทาง มาวันนี้
พวกผู้นำทหารและแม้กระทั่งนักข่าวและบรรณาธิการจำนวนไม่น้อยกลับมีความคิดมิต่างจาก
ทักษิณ โดยเชื่อว่า ไม่ควรมีการวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มทหารที่ยึดอำนาจ
เมื่อใดก็ตามที่นักข่าว
และบรรณาธิการเริ่มคิดเหมือนทหารหรือทักษิณในแง่ของการยอมรับความเห็นต่างไม่ได้
มันย่อมเป็นดรรชนีชี้ให้เห็นถึงสภาพสังคมไทยที่เป็นสังคม ‘ประชาธิปไตยล้มเหลว’
พวกคน
เหล่านี้เชื่อว่าสาธารณชนนั้นขาดซึ่งวุฒิภาวะในการคิดตัดสินใจด้วยตนเอง จึงพยายามปิดกั้น
ความคิดเห็นต่าง ไม่ยอมรับการถกเถียงอย่างเปิดเผยและเสรีในที่สาธารณะ

ดูเหมือนสื่อ (และแม้แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนไทยจำนวนไม่น้อย) กำลังให้เวลาฮันนีมูนกับกลุ่ม
เผด็จการทหารที่ยึดอำนาจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการยอมรับความไม่ชอบธรรมของผู้ที่ใช้กำลังอาวุธ
เข้าตัดสินปัญหา

สำหรับสื่อแล้ว นี่ถือได้ว่าเป็นการกระทำอัตวิบาตกรรมทางวิชาชีพ ในขณะที่ประชาคมโลก
กำลังตกตะลึงถึงความอ่อนด้อยทางวัฒนธรรมประชาธิปไตยของคนไทย สื่อได้เลือกที่จะ
แปลงตนเองกลายเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มทหารนอกกฎหมาย และถึงแม้ว่าเรามิอาจจะรู้ได้ว่า
การควบคุมสื่ออย่างไร้ความชอบธรรมจะมีมากขึ้นหรือดำรงอยู่อีกต่อไปนานเพียงใด แต่
ผลกระทบต่อคนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีผลไปในทางการปลูกฝังความเชื่อที่ว่า การใช้
อำนาจและกำลังอาวุธในการแก้ปัญหาเป็นวิธีที่เลิศสุดในการหาทางออกของสังคมกำลัง
เกิดขึ้นแล้ว


หนทางจากนี้ไป ย่อมนำไปสู่สังคมที่ศิโรราบต่อผู้ใดก็ตามที่มีกำลังมากกว่าอย่างหลีกเลี่ยง
ได้ยาก

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5098&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #1 เมื่อ: 23-09-2006, 02:28 »

ความคิดเห็นที่ 23   
 
David     
   
ผมไม่ได้เห็นด้วยหรือคัดค้านการทำรัฐประหาร เพราะถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว แต่ผม
อยากเรียกร้องสำหรับทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่าย คปค. และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับ คปค. นะครับ

ฝ่าย คปค. ควรจะรับฟังความคิดเห็น คำวิพากษ์วิจารณ์ จากผู้ที่เห็นต่าง หรือแม้แต่ฝ่ายที่
ไม่เห็นด้วยกับ คปค. หรือแม้แต่คนในระบอบทักษิณ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและจริยธรรม
ที่ดีของการดแลบ้านเมือง อย่าทำเหมือนอย่างทักษิณที่ไม่ฟัง แล้วแถมยังดูแคลน ด่ากลับ
และคุกคามต่อคนที่ตักเตือนหรือไม่เห็นด้วยกับเขา

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับ คปค. มีสิทธิในการที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ก็ควรจะดูสถานการณ์
ของบ้านเมืองในขณะนี้ให้ถ้วนถี่ ระมัดระวังในการเคลื่อนไหวอันอาจจะก่อให้เกิดความแตกแยก
หรือความรุนแรง หรือการยั่วยุ และก็จับตาดูการกระทำต่างๆ ของ คปค. ว่ามีอะไรที่ส่อให้เห็น
ถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรงหรือไม่ แต่ในส่วนการกระทำที่ดี มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง
ก็ควรสนับสนุน เช่น การปราบปรามการทุจริต การสร้างความสมานฉันท์ (ซึ่งจะต้องไม่กระทบ
กับหลักการ ปชต.)

ผมอยากให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ ฝ่าย คปค. ก็อย่ามอง
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นผู้บ่อนทำลายและก่อความวุ่นวาย ฝ่ายที่ไม่เห้นด้วยกับ คปค. ก็อย่า
ท่องแต่คาถาว่า คปค. เผด็จการ ชั้นจะไม่สังฆกรรม ไม่ร่วมโลกกับพวกนี้เด็ดขาด อย่างไรเสีย
เราก็คนไทยด้วยกันครับ
 
วันที่   23/9/2549 1:3
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #2 เมื่อ: 23-09-2006, 14:37 »

ความคิดเห็นที่ 22   
 
เสรีชน     
   
ผมเข้าใจมีหลายคนไม่ห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ผมคิดว่า ระบอบทักษิณทำร้าย
ประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญมากว่า 5 ปี แล้ว

ถ้าระบอบทักษิณอยู่ต่อไปและมีการเลือกตั้งอีกตามยุทธศาสตร์ของพวกเขา ทรท. ก็ย่อม
ได้รับการเลือกตั้งอีกจากกลไกลที่พิการของรัฐธรรมนูญที่คุณหวงแหนไม่ใช่หรือ แล้วเราจะ
โค่นล้มระบอบทักษิณได้อย่างไร หรือ มีวิธีการต่อสู้อย่างอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิไปไตย
ที่แท้จริงแทนประชาธิปไตยจอมปลอมภายใต้รัฐธรรมนูรญที่มีแต่ชื่อฉบับนี้

การต้านรัฐประหารสามารถทำได้ย่อมไม่มีปัญหาและทุกคนควรต้านหากการกระทำรัฐประหาร
นั้นเป็นการกระทำที่เลวบริสุทธิ เพื่อพวกตัวเอง หรือ เช่นที่ระบอบทักษิณได้กระทำชำต่อเรา
และต่อประเทศไทยอย่างสาหัสมาแล้ว

แต่วันนี้ผมยังเห็นว่าควรให้โอกาส คปค. ก่อน ซึ่งแน่นอนว่าการรัฐประหารครั้งนี้ย่อมไม่ใช่
ครั้งสุดท้ายแน่นอน ยังจะมีให้เราต้องต่อต้านอีก ผมเองไม่เคยชื่นชอบการรัฐประหารและ
เศร้าใจเช่นเดียวกับพวกคุณ แต่พวกคุณลองใช้ความเป็นธรรมพิจารณาว่า ก่อนเกิดเหตุ
รัฐประหาร เกิดอะไรบ้างในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา ความชั่วช้าของระบอบทักษิณ เป็นอย่างไร
เช่น การอุ้มฆ่าทนาย สมชาย การวิสามัญผู้คนไปกว่า 1500 ศพ. ย่อมพิสูจน์ว้า ระบอบ
ทักษิณอยู่ต่อไปอีกไม่ได้แม้วินาทีเดียว นี่ไม่รวมถึงธุรกิจการเมือง และ การทุจริตมหาศาล
เช่น ctx ที่มีหลักฐานชัดเจนที่ สตง.จะสามารถดำเนินการได้ทันที ในขณะนี้ แต่ในระบอบ
ทักษิณ สตง. จะสามารถทำเช่นนี้ได้หรือไม่

ผมว่าในความเป็นจริงการประเมินคุนค่าการกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดทางการเมืองเราต้องประเมิน
ว่ามนุษยชาติได้อะไรจากการกระทำเช่นนั้นด้วย คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นหรือสิ่งที่มันเป็น กับ
สิ่งที่เราอยากให้เป็น มันมักไม่สอดคล้องกันหรือยากมากที่เราจะสามารถได้รับสองสิ่งใน
เวลาเดียวกันในเงื่อนไขที่เรา8ควบคุมไม่ได้

ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันสิ่งที่เราอยากให้เป็นคือการล้มของระบอบทักษิณ แต่สิ่งที่มันเป็น
คือเราต้องล้มระบอบนี้ด้วยการต่อสู้ของภาคประชาชน และ ในที่สุดเราต้องแลกมันมา
ด้วยการทำรัฐประหารที่เราควบคุมไม่ได้ เพราะการเกิดรัฐประหารย่อมหนีไม้พ้นของของ
สองกลุ่มที่มีความขัดแย้งกันคือ ระหว่างสองขั้วอำนาจ คือ ทุนสามานย์ใหม่ กับ แนวทาง
จารีตนิยมบวกทุนเก่า ประชาชนย่อมได้รับผลจากสิ่งที่มันเป็นไม่ทางหนึ่งก็ทางใด มัน
หลีกหนีสัจจะธรรมนี้ไม่พ้น เพราะลำพังภาคประชาชนหรือพรรคการเมืองของประชาชน
ย่อมไม่มีพลังในการขับเคลื่อนทางการเมืองเพียงพอที่จะล้มระบอบทักษิณได้

คือสรุปได้ว่าไม่มีทางที่ในสถาณการณ์เช่นนี้ภาคประชานจะสามารถโค่นระบอบทักษิณ
ลงได้ ก็คือสิ่งที่มันเป็นไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากให้เป็นั่นเอง

ผมให้เกียรติ และขอชื่นชม พวกเราที่รักและหวงแหนประชาธิปไตย และ สิทธิเสรีภาพของ
เสรีชนรวมถึงเสรีภาพสื่อ และสิ่งที่พวกเรายืนหยัดตลอดมา แต่โดยภาวะวิสัยการทำ
รัฐประหารไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้วไม่ว่าฝ่ายระบอบทักษิณที่ได้เตรียมการไว้จาก
ไอ้ห้อย ไอ้ตู้เย็น และ พวก ตท. 10 ในการชุมนุมวันที่ 20 ก.ย. 49 แล้วคุณคิดไหมว่า
หากการทำรัฐประหารโดยระบอบทักษิณจะมีคนล้มตายกี่คน บทเรียนจากการกระทำของ
รัฐเมื่อ 6 ต.ค 19 ย่อมเป็นที่พิสูจน์ได้ดีว่ารัฐสามารถกระทำต่อประชาชนได้ รวมถึง
เหตุการ์ ที่ ตากใบ กรือแซะ และการวิสามัญกว่า 1500 ศพ ภายใต้รัฐบาลนี้ที่เกิดขึ้น
มาแล้ว

ผมเสียใจถ้าเราต้องต่อต้ารการรัฐประหารเพียงเพราะ เราใช้อัตวิสัยของเราที่ทนไม่ได้ต่อ
การกระทำรัฐประหาร (ที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อในครั้งนี้) หรือ เพียงเพราะเราให้โอกาส
คปค.ที่จะต้องสะสาง ความเลวของระบอบทักษิณที่เราต้องทนมากว่า 5-6 ปี แต่ เรา
ทนไม่ได้แม้แต่เพียง 5-6 นาที หรือ อาจจะ 5-6 ชั่วโมง หรือ อาจจะ 5-6 วัน หรือ
อาจจะ 5-6 สัปดาห์ เท่านั้น ความขัดแย้งนี้เหล่าสมุนระบอบทักษิณย่อมนำมาใช้เป็น
เครื่องมือและสอดประสานเสียงในภาคประชาชนให้เกิดความเคลือบแคลงว่าการ
รัฐประหารนี้ไม่ชอบธรรมได้อย่างง่ายดาย

จริงอยู่เม้เราไม่อาจคาดหวังหรือมีหลักประกันใดๆได้จากการกระทำรัฐประหารครั้งนี้
ว่าเป็นการถอยหลังลงคลอง แต่ การต่อต้านรัฐประหารไม่ว่าครั้งไหนๆ หรือ การต่อสู้
เพื่อระบอบที่ก้าวหน้าและที่ดีกว่าก็ยังไม่สายเกินไปเสมอ ยกเว้นว่าการต่อต้านรัฐประหาร
นี้เป็นการเคลื่อนไหวที่แอบแฝงเพื่อการดำรงอยู่และพิทักษ์ระบอบทักษิณต่อไป ที่เรา
พบว่ามีการกระทำในลักษณะแอบแฝง เช่นที่แสดง ใน www.peace.in.th ที่มีกลุ่ม
บุคคลหลายคนที่พิสูจน์ได้ว่าโยงใยสนับสนุนระบอบทักษิณใน web ดังกล่าว ซึ่งผู้ที่
ต่อต้านก็ต้องเป็นศัตรูกันกับภาคประชาชนตัวจริงอย่างถาวรนั่นเอง

ผมยังหวังว่าถ้าพวกเรายังมีจุดหมายและอุดมการณ์เดียวกันคือ “ประเทศต้องเป็นเอกราช
ประชาชาติต้องมีประชาธิปไตย หัวใจต้องเป็นเสรีชน” และ ต่อสู้เพื่อลบล้างระบอบทักษิณ
ต่อไป

วันที่   23/9/2549 0:16
---------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 24   
 
หนุ่ม     
   
ความเห็นที่ 22 มีจุดพลาดตรงที่ว่า
คุณบอกว่า ระบอบทักษิณจะกลับมาถ้ามีการเลือกตั้ง
คุณลืมเรื่อง กกต ชุดใหม่ที่ศาลสรรหามาแล้วหรือครับ ดังนั้นการที่ทักษิณจะกลับมาได้
หรือไม่ ขึ้นกับว่าประชาชนจะเลือกหรือไม่ หรือเพราะประชาชนเลือกได้ไม่ถูกใจคุณ ก็เลย
ล้มล้างรัฐธรรมนูญเลย
อีกอย่างคุณกล่าวหาว่า สนธิจะชุมนุมวันที่ 20 แล้วทักษิณจะใช้กำลังผิดข้อเท็จจริงอย่างมาก
1. เพราะวันที่ 17 สนธิได้สั่งย้าย ตทรุ่น 10 ออกจากตำแหน่งสำคัญๆแล้ว ดังนั้นที่บอกว่า
    ทักษิณจะใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมจึงเป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสี
2. ตลอดเวลาที่สนธิ ชุมนุม ทักษิณไม่เคยใช้กำลัง ทหารตำรวจเข้าสลาย แม้กระทั่งตอน
   บุกทำเนียบ ตรงกันข้าม ฝ่ายพันธิมิตรใช้กำลังยั่วยุตลอด
3. ฝ่ายทหาร ต่างหากที่ใช้กำลัง โดยอ้างคามชอบธรรมแบบผิดๆ โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้หมิ่น
   ในหลวง หรือ ความวุ่นวาย แต่ฝ่ายทหาร กลับไม่จับกุมนายสนฺธิ ลิ้มทองกุลเลย ทั้งที่นาย
   สนธิ ได้อ้างในหลวงตลอด
4.ตอนวันที่ 19 ฝ่ายทหารตัดสัญญาณทีวีทุกช่อง ยกเว้นASTV มันสื่อถึงอะไร

กล่าวโดยสรุป นายสนธิลิ้ม ร่วมมือกับทหาร คือ มีหน้าที่ปลุกระดมยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
เพื่อเป็นข้ออ้างให้ทหารปฎิวัติ

จนบัดนี้ ระบอบทักษิณ (ที่ประชาชนเลือกเข้ามา) ที่คุณกล่าวอ้างได้หายไป แต่ระบอบ
เผด็จการทหารได้เข้ามาแทนที่ ในอนาคต นายกที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องเชื่อฟังคำสั่ง
ทหาร ไม่เช่นนั้นจะโดนแบบทักษิณ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีทหารกุมอำนาจเบื้องหลัง
 
วันที่   23/9/2549 1:8
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #3 เมื่อ: 23-09-2006, 14:46 »

ความคิดเห็นที่ 47   
   
ผ่านมาเห็น     
   
ความแตกต่างก็คือ
สมัยนายกที่มาจากการเลือกตั้ง
หากคุณคิดว่าเขาคุกคามปิดกั้นคุณ
คุณยังนั่งห้องแอร์ตอบโต้เขาได้ทุกรูปแบบ
สิ้นเดือนก็มีเงินเดือนใช้จากเจ้านายที่มีอุดมการณ์
แถมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญรองรับความปลอดภัย

สมัยกบฏแต่งตั้งนายก
หากคุณคิดว่าเขาคุกคามปิดกั้นคุณ
คุณต้องหลบๆซ่อนๆตอบโต้เขาได้บางครั้ง
สิ้นเดือนอาจไม่มีเงินเดือนใช้เพราะโดนเจ้าของสื่อแท้ไล่ออก
และมีสิทธิโดนกระตืบตายคาทีน

วันที่ 23/9/2549 7:25 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #4 เมื่อ: 23-09-2006, 14:51 »

บทความนี้ ไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่า  ทหารไม่ได้ต้องการทำปฎิวัต  แต่จำเป็นต้องทำ เพราะแผนการเตรียมยึดอำนาจตนเอง ด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน จากสถานการณ์ที่ทักษิณสร้างเอง เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมือง และจัดระเบียบกองทัพใหม่ เปลี่ยนโผทหารมห้ ตท.10เข้าครองอำนาจ ซึ่งเป็นการปฎิวัตเงียบ และระบอบทักษฺณจะครองอำนาจยาวนาน โกงกินประเทศจนย่อยยับ และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

การมองปัญหาแบบไม่มองรวมทั้งหมด ยึดแต่คำว่าประชาธิปไตย ยึดแต่การเลือกตั้ง เป็นวิสัยทัศน์ที่คับแคบ แต่ก็เป็นปกติธรรมดาของคนที่ไม่รู้จักความจริงของโลก ตกเป็นทาสตำราตะวันตก  จำพวกดอกเตอร์สวะทั้งหลาย  ไม่มีคุณค่าอะไรค่ะ

ไทยเราเป็นประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงมานานแล้ว ก่อนที่จะนำระบบของต่างชาติเข้ามาใช้  เพียงแต่นักวิชาการเถนตรง ที่ตามก้นฝรั่งจนมองไม่เห็นอะไรข้างหน้า จะไม่เข้าใจ  เหมือนฝรั่งไม่เข้าใจว่า ทำไมเมื่อรถถังออกมา คนไทยจึงแห่กันไปถ่ายรูป ไปดู ไปทักทายทหาร เอาอาหารและน้ำไปให้ ให้ดอกไม้  และภาพนั้นเหมือนวันเด็กเลย

ฝรั่งไม่เข้าใจ แต่ฝรั่งที่มาท่องเที่ยว ก็ไปถ่ายรูปด้วย และฝรั่งพวกนั้น ก็เริ่มรู้ว่า ยังมีอะไรอีกมากนักในโลกนี้ ที่พวกเขาไม่รู้และไม่เข้าใจ  ดังนั้นการที่รัฐบาลของเขา แส่เข้ามายุ่งในเรื่องที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ และใช้มาตรฐานฝรั่ง ไปตัดสินคนทั้งโลกนั้น เป็นการกระทำที่โง่มาก
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #5 เมื่อ: 23-09-2006, 14:52 »

ไม่ได้อ่านโดยละเอียด แ่ต่คิดว่า

ความยินดีเกิดขึ้นเพราะเกลียดระบอบทักษิณ

ไม่ได้เป็นเพราะรักการรัฐประหาร



สื่อและประชาชนยังมีหัวใจเสรีอยู่ครับ คณะรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญได้

แต่ประชาธิปไตยยังอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #6 เมื่อ: 23-09-2006, 14:53 »

คัดบางความคิดเห็นที่แตกต่างมาให้ดู
อยากให้รู้ว่าการโต้แย้งที่ไม่มีการด่า
แช่งหรือกล่าวหาผู้อื่นที่คิดต่างเป็นอย่างไร

ประชาธิปไตยย่อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้
การปิดกั้นนั้นเป็นพฤติกรรมเผด็จการ
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #7 เมื่อ: 23-09-2006, 15:01 »

ความคิดเห็นที่ 39   
 
คนแก่ที่เศร้าใจ     
   
เป็นบทความที่ดี แต่ไม่เห็นด้วยในข้อที่ว่า รัฐบาลทักษิณคุกคามสื่อ อาจจะมีความพยายาม
ควบคุม (ซิ่งเป็นธรรมดาของการปกครองในสังคมที่เปราะบางเช่นนี้) แต่ก็อยู่ในระดับที่
บางเบามาก อีกทั้งที่กล่าวว่ารัฐบาลมีการคอรัปขั่นอย่างมากจนมาเป็นข้ออ้างแห่งการปฏุวัติ
ก็หาได้เป็นจริงไม่ เพราะจากรายงานของ ธนาคารโลก รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ
ทักษิณ มีธรรมาภิบาลสูงกว่ารัฐบาลก่อนหน้า และมีการควบคุมการคอรัปชั่นดีขึ้นเรื่อยๆ
http://blog.washingtonpost.com/postglobal/needtoknow/2006/09/just_how_currupt_was_thaksin.html
เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยไทย และ ปชช ชาวไทย จึงตกเป็นเหยื่อ ของ คำกล่าวอ้าง
การก่อการอย่างน่าเสียใจและขมขื่นที่สุด นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา
 
วันที่   23/9/2549 6:58 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-09-2006, 15:07 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #8 เมื่อ: 23-09-2006, 15:15 »

ใครที่มันคิดว่า การรัฐประหารจะทำให้ประเทศนี้บริสุทธิ์ผุดผ่อง

ไพร่ฟ้าประชาชน ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม ละกิเลส บรรลุนิพพานกันถ้วนหน้า

มันเป็นความคิดที่ไร้เดียงสา ปัญญาอ่อน สมองนิ่ม อย่างรุนแรง
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #9 เมื่อ: 23-09-2006, 15:38 »

คนที่พูดแบบนี้ยังมีหน้ามาทำเป็นห่วงประเทศอีกรึ

ห่วยแตกจริงๆว่ะ...ประเทศไทย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: