ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 02:21
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  แม้วสำลัก"รู้ทันทักษิณ4" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
แม้วสำลัก"รู้ทันทักษิณ4"  (อ่าน 3812 ครั้ง)
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« เมื่อ: 18-04-2006, 21:37 »

แม้วสำลัก"รู้ทันทักษิณ4"

"ป๋าเหนาะ-อุทัย-กร-คณิต"สบัดปากกากรีดยับ ลากไส้ลอยค่าบาทแง้มปริศนาใครได้ประโยชน์ หัวคิวโครงการงบกลาง10เปอร์เซ็นเข้าพรรค กระทบชิ่ง"หญิงอ้อ"/ปูดตั้ง"หน่อย"แค่การเมือง ไทยรักไทยเมินไม่ครบ500เสียงตะแบงเปิดสภา

สำนักพิมพ์  "ฃอคิดด้วยฅน"ได้จัดพิมพ์หนังสือ "รู้ทันทักษิณ 4 ฅนวงใน The Insiders" โดยผู้เขียนที่น่าสนใจคือ  นายเสนาะ เทียนทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้ากลุ่มวังน้ำเย็น พรรคไทยรักไทย  ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาราช,นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา,นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และอดีต1ใน23ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยและนายกร ทัพพะรังสี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา

จะเอาทักษิณหรือประเทศไทย

นายเสนาะ ได้ประเดิมเขียนในหัวข้อ"จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย"มีเนื้อหาสาระที่ระบุรู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณ แบบผิวเผินตั้งแต่ปี 2529 ตั้งแต่เป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรี ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ  ได้สร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรค คือทำธุรกิจกับการเมือง ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่  พ.ต.ท.ทักษิณ ยังสนับสนุนด้านปัจจัย ผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรค และได้เป็นรองนายกฯ

ก่อนเกิดวิกฤตค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับ  พ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ  แต่ตนได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดย นายโฆษิต   ปั้นเปี่ยมรัษฏ์  รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็นรมว.คลัง  ปรากฏว่าพ.ต.ท.ทักษิณ  ไปนำนายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณไปซุบซิบกับพล.อ.ชวลิต  และนายโภคิน  พลกุล  อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง

"คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้น มี 4 คนคือ พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ,นายทนง   และนายโภคิน  พลกุล  ส่วนจะรู้เห็นกันแค่ไหนตนไม่ทราบ  แต่มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤตคนเดียวคือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว  การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มาก  ๆ หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท ก็เหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤตเพราะได้ประกัน"  ข้อเขียนของนายเสนาะระบุและย้ำว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ  เป็นนักธุรกิจเสี่ยงโชค ใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ

แฉหัก10เปอร์เซ็นเข้าพรรค

นายเสนาะ  ยังเขียนว่า ตนเองไม่เห็นด้วยที่จะจดทะเบียนคนจน เพราะมองด้วยจิตสำนึกมันปฎิบัติไม่ได้  แต่ทักษิณตอบว่า "โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ"  เขาพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง  ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ แม้แต่โครงการเอสเอ็มแอลตนก็เตือนว่าเข้าข่ายซื้อเสียง    เพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง    ทักษิณตอบว่า "โธ่..อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา"

นายเสนาะ ยังอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยบอกรัฐมนตรีว่าไม่ต้องคิดมาก แค่ให้ทำตามก็พอหากคิดมาก  รอบคอบ  คอยตักเตือนก็อยู่ไม่ได้  ต้องเยส  อย่างเดียว เช่นนายพินิจ เคยพูดว่า "ท่านนายก ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดีเท่านี้เลย” หรือนายเนวิน ก็มักพูดว่า "ดีนายๆ"

นายเสนาะ  ยังเขียนว่าบรรดาโครงการต่างๆ ที่ใช้ผ่านงบกลาง รัฐมนตรีที่ขอจะต้องเอาเข้าพรรค  10  เปอร์เซ็น  ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้  เวลาทำเสร็จก็จ้างที่ปรึกษาของตัวเองและติดต่อผ่านคุณหญิง

นายเสนาะ  ยังเขียนว่า ตนเคยเคลิ้มไปกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พูดว่าพร้อมแล้ว สมบัติให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายายกินจนตายก็ไม่หมด  สมบัติอีกส่วนจะทำเพื่อบ้านเมือง ใช้หนี้แผ่นดินตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า  "น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม” เขาพากันตอบว่า "ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ" เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า "ในอนาคต ถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ” เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า "ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อย สองสมัยถึงจะปลอดภัย"

ไม่ใช่ผู้นำสำหรับประชาธิปไตย

ด้านนายอุทัย  พิมพ์ใจชน  อดีตประธานรัฐสภา เขียนบทความที่ชื่อว่า”"ทักษิณไม่ใช่ผู้นำสำหรับระบอบประชาธิปไตย"โดยระบุว่า  ที่เข้ามาช่วย  พ.ต.ท.ทักษิณ  เพราะเห็นว่าเป็นคนใหม่ หนุ่มสดเมื่อเทียบกับคนอื่นเป็นข้าราชการตำรวจและนักธุรกิจ  จบดอกเตอร์จากเมืองนอกน่าจะนำพาประเทศให้ก้าวต่อไปได้

และเคยพูด กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ รับฟังอย่างดีไม่แย้งไม่เถียง แต่มีการไปดึงเอากลุ่มการเมืองเก่าเข้ามา  ทำให้สงสัยว่าทำไมไม่เอาคนที่มีความคิดอ่านใหม่ๆ บริสุทธิ์ทางการเมือง ตนจึงถือว่ามีเหตุผลอย่างเดียวก็ต้องการเสียงข้างมากก็ไม่ว่ากัน

ในการประชุมสภา  นั้นวิปรัฐบาลมักจะดึงดันว่าพรรคส่งมาอย่างนี้ ต้องเอาอย่างนี้ ก็กลายเป็นว่าคนไม่กี่คนที่กำหนดกฎหมายรัฐสภาไม่มีความหมาย  ตนจึงมองว่าไม่จริงใจเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้นำที่จะมาปูพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยของประเทศ
 
"ประชุมสภาแท้ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังหาเรื่องไปพบประชาชน 200-300 คนที่รอพบ ทั้งๆที่ผู้แทนประชาชนก็อยู่เต็มสภา"นายอุทัย กล่าวและว่า เคยเตือน พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อหน้าคุณหญิงอ้อว่า เป็นนายกฯถ้ามีคนชมมาก หนีได้ให้หนีอย่าไปคุยด้วย เมื่อคนชมก็ต้องระวัง เพราะเขาอาจจะเยินยอทำให้เราลืมตัว แต่ถ้าใครต่อว่าหรือด่าให้ยิ้มไว้เพราะว่าเรามีอำนาจ
 
กรชี้ทักษิณกุมแฟ้มสำคัญคนเดียว

ขณะที่นายกร  ทัพพะรังสี  เขียนบทความที่ชื่อว่า”"คลุกวงในรัฐบาลทักษิณ"”โดยมีสาระสำคัญว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำบันทึกส่วนตัวแต่ละเรื่องเอาไว้หมด ระเอียดรอบคอบ และจะติดตามงาน จี้ถามงานบังคับให้ผู้เกี่ยวข้องต้องมีวินัย ทำให้รัฐมนตรีต้องทำการบ้านอย่างรอบคอบด้วย

 ในทุกๆเรื่อง  พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีมุมมองของตัวเอง ซึ่งบ่อยครั้งที่สั่งให้รัฐมนตรีไปทำใหม่และทุกคนต้องพร้อม อะไรก็ตามที่ไม่อยู่ในแฟ้มครม.แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดไว้ ทางนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณเลขา ครม.ก็จะเหมาสรุปว่าเป็นมติครม.

 ส่วนเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรี  ตนเคยถามว่า ทำไมเอาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ไปอยู่กระทรวงเกษตร  พ.ต.ท.ทักษิณ  บอกว่ามันเป็นเรื่องของการเมือง  อย่างนี้ก็ต้องหยุดถาม รัฐมนตรีบางคนบอกกับตนว่า งานนี้ไม่ถนัดแต่นายให้มาอยู่ที่นี้ พูดง่ายๆ พ.ต.ท.ทักษิณ สนิทใจกับใครก็จะให้อยู่รับใช้โดยไม่เกี่ยวว่าคนนั้นจะถนัดกระทรวงไหน

 นายกร ยังกล่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ เพิ่งมาตีสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ตอนหลังด้วยความพร้อมรับใช้ทักษิณ นายเนวิน มีความพร้อมสูงสุด และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถนัดมือที่จะใช้นายเนวินให้ทำมากๆ แต่ไม่ได้เปิดต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบ เป็นไปในทางรับใช้นายกฯทักษิณ โดยตรง

"คณิต"ชี้ทักษิณทำผิดสเปค

 ส่วน  นายคณิต  ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เขียนบทความเปิดใจเรื่องก่อตั้งพรรคไทยรักไทยที่มีคนทาบทามหลายคน    แต่ต้องออกเพราะตอนแรกๆ   เราวางกรอบเกี่ยวกับคนที่มาช่วยงานพรรคไว้ดีมาก  ตอนหลังเริ่มมีข้อยกเว้น  มีระบบอุปถัมภ์เข้ามามากมาย ตนไม่สบายใจจึงลาออกจากรองหัวหน้าพรรค

 อดีตอัยการสูงสุดผู้นี้ ยังย้ำว่าการยุบสภา เมื่อ 2 เมษายน ถือเป็นการเอาเงินไปใช้อย่างไม่สมควร รัฐสภาไม่ได้เสียหายตรงไหน ภาษีควรเอาไปใช้ประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างอื่น ไม่ใช่เอามาฟอกตัวเอง

พร้อมซบพรรคประชาราช

 วันเดียวกัน นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ว่าที่ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย กลุ่มวังน้ำเย็นกล่าวว่า ขอเวลาอีก1สัปดาห์เพื่อรายงานตัวการเป็น สส.ให้สมบูรณ์ก่อน จากนั้นจะฟังเสียประชาชนเป็นหลักว่าจะไปอยู่พรรคประชาราช ของนายเสนาะ หรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อ

 ด้านนายโสภณ  เพชรสว่าง  ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคไทยรักไทย กลุ่มวังน้ำยม แบ่งรับแบ่งสู้ว่าอยากเห็นพรรคการเมืองมีมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ต้องดูนโยบายด้วยว่าจะออกมารูปแบบไหน และเชื่อว่าเมื่อมีการแก้รัฐธรรมนูญก็คงมีคนย้ายพรรคแน่แต่ไม่กี่คน  เพราะถ้าจะย้ายพรรคก็ต้องพิจารณาความนิยมของประชาชนด้วย

 นายโสภณ  ยังเปิดเผยว่า  ตอนนี้สส.วังน้ำยมมีอยู่ 120 คน ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจนายสมศักดิ์  เทพสุทิน  แกนนำวังน้ำยม ยังสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค แต่ผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าเคยออกมาว่า  กลุ่มไหนมีสมาชิกมากกลุ่มนั้นก็จะได้เป็นหัวหน้าพรรค  ถ้าชนะเลือกตั้งก็จะได้เป็นนายกฯ

 ด้านนายพงษ์เทพ  เทพกาญจน รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่ายังไม่รู้เรื่องที่ สส.พรรคไทยรักไทย จะไปอยู่พรรคประชาราช ของนายเสนาะ แต่การมีพรรคการเมืองหลายพรรคเป็นเรื่องที่ดี

ไม่ครบ500เสียงยังตะแบงเปิดสภาฯ

 นายพงษ์เทพ ยังเชื่อว่า ถึงขณะนี้คงมี สส.ไม่ถึง 500 เสียง ถ้าไม่มีการเลือกตั้งเพิ่มเติมตนก็ได้ดูข้อกฎหมายเป็นทางออกไว้แล้ว  คือมาตรา 7 และมาตรา 101 เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อเปิดสภาต่อไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภา ที่จะต้องดำเนินการ

 ส่วนนายวิษณุ  เครืองาม  รักษาการรองนายกฯกล่าวมั่นใจว่า  คงได้สส.ครอบ 500 คนแน่นอนไม่จำเป็นต้องส่งตีความอะไร ซึ่งรัฐบาลจะนำร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นทูลเกล้าก็ต่อเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม  ทางนายสุชน  ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่าตนได้หาทางออกในแง่ของกฎหมายหากได้สส.ไม่ครบ  500  เสียง  ซึ่งตนเป็นประธานวุฒิสภาและทำหน้าที่ประธานรัฐสภาไปด้วยและหลังครบการเลือกตั้ง   30  วัน  ก็ต้องเปิดสภาจึงต้องเตรียมไว้  ตามกรอบรัฐธรรมนูญด้วย ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือใคร แต่เป็นการทำตามหน้าที่

เติ้งแนะแม้วตั้งนายกฯคนใหม่

 วันเดียวกันมีการประชุมพรรคชาติไทย  นายบรรหาร  ศิลปอาชา  หัวหน้าพรรค กล่าวว่า การเลือกตั้ง สส.23 เมษายนนี้ ไม่แน่ใจว่าจะได้ครบหรือไม่ ถ้าไม่ครบเชื่อว่าคงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งการเลือกตั้งสว.และสส.ไม่แตกต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะการเลือกตั้งก็มีการซื้อเสียงทุกครั้ง ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่แก้ยาก อย่างบางคนไม่เคยมีผลงานอยากเป็นผู้แทนก็ต้องซื้อเสียง ส่วนประชาชนคิดแต่ว่าใครให้ประโยชน์อะไรก็รับ

 นายบรรหาร  ยังอ้างว่าได้กินหูฉลามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุยถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เห็นด้วยเรื่องปลดล้อค 90 วัน แต่ตอนนี้ไม่สามารถวิเคราะห์ล่วงหน้าได้ รัฐบาลจะเปิดสภาก็เป็นเรื่องประหลาดเพราะสภาเป็นพรรคเดียว มันก็เหมือนสภาโจ๊ก สำหรับแนวทางแก้รัฐธรรมนูญตามแบบฉบับของนายโภคิน  พลกุล นั้น 2 ปีก็ไม่จบ ถ้าจะทำกันจริงๆ แก้เพียงมาตรา 6เดือนก็เรียบร้อยไม่ต้องใช้สภาสนามม้าหรือตัวแทนองค์กรวิชาชีพ

 นายบรรหาร  ยังระบุว่าได้แนะนำข้อบกพร่องให้  พ.ต.ท.ทักษิณ หลายอย่าง ให้ไปแก้ไข อาทิการตั้งนายกฯคนใหม่  ก็ต้องเก่งด้านเศรษฐกิจ  อย่าไปตั้งรัฐมนตรีเพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่ไม่ได้มุ่งหวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเชื่อ และมั่นใจว่าฝ่ายค้านคงไม่ระแวงอะไรเพราะสัปดาห์หน้าจะหารือกัน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ตั้งพรรคประชาราช นายบรรหาร กล่าวว่า มีพรรคการเมืองหลายพรรคเป็นเรื่องที่ดี จะได้ช่วยกันทำการเมือง

 ปชป.แย้มเติ้งอาจเลี้ยงหูหมู

 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายบรรหาร จะเป็นเจ้าภาพในการพบปะกับ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคมหาชน ในวันศุกร์ 21 เมษายน นี้ที่โรงแรมสยามซิตี้ซึ่งฝ่ายค้านไม่ได้ติดใจที่นายบรรหาร  ไปกินข้าวกับ  พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเลยการเลือกตั้งไปแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อต่อไปว่านายบรรหารจะเลี้ยงหูฉลามอย่างที่เลี้ยง  พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ไม่รู้อาจจะเลี้ยงหูหมูก็เป็นไปได้

นายองอาจ  ยังให้สัมภาษณ์เตือนไปยังพรรคไทยรักไทย  ว่าอย่าตีความเรื่องเปิดสภาแบบเอาสีข้างเข้าถู ทั้งที่ได้สส.ไม่ครบ 500 เสียง เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและอาจเป็นผลร้ายต่อประเทศชาติด้วย

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้เลือกปฎิบัติ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ  และบริวาร ดูเหมือนว่าไม่ได้เร่งรัด ผิดกับคดีแกนนำกลุ่มพันธมิตร ที่กระทำโดรวดเร็ว ถือว่าเป็นการกระทำ2มาตราฐาน

อัดเสนาะสร้างทุกให้ชาวบ้าน

 บ่ายวันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธ์ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย ได้กล่าวโจมตีนายเสนาะและหนังสือ"รู้ทันทักษิณ4"ว่า  คนทั้ง  4  คน ที่มีชื่ออยู่ในหนังสือ ก็ได้ประโยชน์จากพรรคไทยรักไทยมากมายแล้วถือว่าสมประสงค์แล้ว  ซึ่งบางคนมีตำแหน่งยาวนานถึง 4 ปี โดยไม่เคยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่พรรคไทยรักไทยทำให้มากมาย ทั้งที่ได้ประโยชน์มากกว่าลงแรงไปเยอะ

 ส่วนที่ระบุว่าแกนนำและ   ส.ส.พรรคไทยรักไทยบางส่วนพร้อมที่จะย้ายไปสังกัดพรรคประชาราชนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พูดแล้วว่า นิมนต์ เมื่อมีการแก้กติกาหรือจะมีการปลดล็อก 90 วันแล้วใครอยากไปก็ไป แต่พรรคไทยรักไทยยังเชื่อว่าชื่อคนที่จะย้ายเข้าร่วมพรรคยังจะมากกว่าชื่อคนที่จะย้ายออกจากพรรค

 ด้านนายวิชิต  ปลั่งศรีสกุล  คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทย แถลงตอบโต้แกนนำพรรคประชาธิปัย์ ที่ออกมาพูดว่าพรรคไทยรักไทย เป็นต้นเหตุทำให้การเมืองมีความพิกลพิการพร้อมสวนกลับว่า พรรคฝ่ายค้านนั่นแหละเป็นต้นเหตุที่ไม่ส่งสส.ลงเลือกตั้ง เป็นการล้มล้างการเลือกตั้ง

 ร.ท.กุเทพ  ใสกระจ่าง  แกนนำไทยรักไทย  อีกคนหนึ่ง  กล่าวว่าพรรคไทยรักไทยเล่นตามกติกาแต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอากติกา    เสนอทางออกที่เข้ารกเข้าพง   ข้อเสนอในส่วนมาตรา7จะทำให้การเมืองไทยเป็นแบบเนปาล แล้วประชาธิปัตย์ จะรับผิดชอบหรือ

"สนธิ"ยังไม่ไปพบตำรวจ

 เช้าวันเดียวกัน นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและแกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มอบอำนาจให้นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ เข้าพบ พล.ต.ต.วินัยทองสอง ผบก.ป.ขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

 โดยนายสุวัตร อ้างว่า เป็นหมายเรียกกระชั้นชิด และนายสนธิ ยังปราศรัยอยู่ที่สระแก้ว จึงมาไม่ได้ ได้แต่ทำคำให้การเป็นลายลักษณอักษรและปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด อย่างไรก็ตามทาง ผบก.ป.ไม่อนุญาต และจะออกหมายเรียกอีกครั้งใน 7 วัน ถ้ายังไม่มาก็จะขอออกหมายจับทันที ซึ่งเป็นสิทธิ์ของพนักงานสอบสวนที่จะทำได้

 "คดีนี้ไม่หนักใจ"นายสุวัตร ยืนยัน และตั้งข้อสังเกตุว่าคดีที่กลุ่มพันธมิตรกู้ชาติ แจ้งความต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ในหลายคดีไม่มีความคืบหน้า แต่คดีของนายสนธิ กลับดำเนินการอย่างรวดเร็ว บ่ายวันเดียวกัน นายเฉลียว คงตุก บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่ลงตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์ของนายสนธิ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบ โดยนายเฉลียว กล่าวว่าตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสนธิ ซึ่งปราศรัยที่ จ.สระแก้วนั้น มีมือดีนำกล่องกระดาษมาวางไว้เขียนจ่าหน้าว่า "ขอมอบระเบิดให้กับรัฐบาลปล้นชาติ จากพันธมิตรกู้ชาติ สระแก้ว" มาวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าโรงเรียนอนุบาลศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ แต่เปิดข้างในไม่มีอะไรคาดว่าเป็นแค่การสร้างความปั่นป่วน

http://www.naewna.com/news.asp?ID=4745
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ยามเฝ้าแผ่นดิน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 386


รักพ่อ อย่าพายเรือให้โจรนั่ง


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 18-04-2006, 22:10 »

ตอนนี้มีคนรู้ทันทักษิณ 15 ล้านคนแล้วนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า


จงอย่าเกรงกลัวทรราช เพราะทรราชกลัวเกรงพลังประชาชน
beamking85@hotmail.com
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #2 เมื่อ: 19-04-2006, 01:02 »

จะรีบไปซื้อก่อน เสี่ยทักษิณกว้านซื้อไปเก็บไว้......
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หญิงฟ้าฟ้า
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171



« ตอบ #3 เมื่อ: 20-04-2006, 21:59 »

ขอบคุณที่นำมาแนะนำนะคะ  จะไปหามาอ่านบ้าง
บันทึกการเข้า

Meditate.
Live purely. Be quiet.
Do your work with mastery.
Like the moon, come out
from behind the clouds!
Shine
[/i]


Buddha
หน้า: [1]
    กระโดดไป: