ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-01-2020, 19:09
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พืชสวน"โลภ"? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พืชสวน"โลภ"?  (อ่าน 744 ครั้ง)
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« เมื่อ: 17-09-2006, 02:42 »

พืชสวน"โลภ"?

คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย ภาคภูมิ ป้องภัย

ไม่มีใครขัดขวางการจัดงาน "มหกรรมพืชสวนโลก" ที่ จ. เชียงใหม่ เพราะไหนๆ ก็ลงเงินไป
แล้วหลายพันล้านบาท ลงแรงเสียเหงื่อมาหลายปี

แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องสะสางความไม่ชอบมาพากลใน 2 ประเด็น

1. ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน ผู้ตรวจรับงาน คือ คนกลุ่มเดียวกันทั้งหมด เข้านิยาม
    "การมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม" ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ
    พัสดุ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
    หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว

2. มีการลดทอนโครงการลงให้ใกล้เคียงกับราคาที่ต่อรอง เพื่อให้กลุ่มที่เสนอราคาครั้งแรกต่ำ
    กว่าราคากลางแค่ 100 บาทชนะการประมูล การกระทำดังกล่าวเกิดหลังการเปิดซอง
    ประกวดราคาซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ และขัดต่อเกณฑ์พัสดุ

ในประเด็นแรก มีการตรวจพบกรรมการบริษัท ฟีลกรีน ดีไซน์ จำกัด ผู้รับช่วงงานการออกแบบ
ผังแม่บทและสิ่งก่อสร้างในงานมหกรรมพืชสวนโลกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)
เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของสวนนงนุช หนึ่งในกลุ่มกิจการร่วมค้า CKNNL ผู้ชนะการประมูลงาน
ด้านสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรม

เบื้องต้น สตง. ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ดังกล่าวหมิ่นเหม่ต่อการขัด พ.ร.บ. ฮั้ว เพราะอาจ
ก่อให้เกิดการแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม

ประเด็นที่สอง เมื่อลำดับเวลาต่างๆ แล้วจะเห็นการกระทำที่ไม่ชอบมาพากล ส่อเอื้อประโยชน์
ให้เอกชนแบบพิสดาร ดังนี้

14 ก.ค.47 : วันเปิดซองประกวดราคา กลุ่มกิจการร่วมค้า CKNNL คือ บริษัท ช. การช่าง
                  จำกัด (มหาชน) กับสวนนงนุช เสนอราคาต่ำสุดกว่าอีก 2 บริษัท คือ เสนอมา
                  1,259,850,000 บาท ต่ำกว่าราคากลางแค่ 100 บาท

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาข้อเสนอด้านราคาพอใจข้อเสนอของ CKNNL จึง
เชิญมาต่อรองราคา จากนั้นมีข่าวว่า ตกลงราคากันได้ที่ 1,199,700,000 บาท ต่ำกว่าราคา
กลาง 60,150,100 บาท

26 ก.ค.47 : คณะกรรมการบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมีมติอนุมัติราคาดังกล่าว

ผู้คนเชื่อเรื่อยมาจนถึงวันนี้ว่า คณะกรรมการต่อรองราคาเก่ง ทำให้รัฐประหยัดเงินหลวงได้ถึง
60 ล้านบาท

แต่ "มติชน" พบหลักฐานว่า ประธานคณะกรรมการมีหนังสือลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2547
ขอให้ มก. ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ และผู้กำหนดทีโออาร์ พิจารณาปรับลดรายการก่อสร้าง
งาน เพียงวันเดียว มก. แจ้งกลับมาว่า สามารถลดได้ 6 รายการ วงเงิน 57 ล้านบาท

สรุปแล้วราชการได้ประโยชน์จากการต่อรองเพียง 3 ล้านบาท ท่ามกลางคำถามมากมาย
ทั้งจาก ศ. ระพี สาคริก, คน สตง., ประชาคม มก. ฯลฯ

1. ทำไมไม่เรียกบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ
    บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผ่านเกณฑ์ มาเจรจาด้วย เพราะ
    ถ้าทราบว่ากรมวิชาการเกษตรจะหั่นเนื้องานลง ทั้งสองอาจพร้อมลดราคาให้ก็ได้

2. ถ้ามาประมูลโดยบริสุทธิ์ใจ ทำไมทั้งสองบริษัทไม่ร้องเรียน

3. ใช่หรือไม่ว่าเหตุที่ทั้งสองบริษัทไม่ร้องเรียน เพราะมาเพื่อให้ดูมีคู่แข่งขันเท่านั้น แต่ลึกๆ
    แล้วอาจรู้ว่า CKNNL จะได้งาน

4. ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะบริษัทฟีลกรีนฯ ซึ่งมีผู้จัดการฝ่ายการเงิน สวนนงนุชเป็นกรรมการ
    ร่วมออกแบบผังและสิ่งก่อสร้าง จึงทำให้ CKNNL เดาใจกรรมการทีโออาร์ออก สามารถ
    เสนอต่ำกว่าราคากลางแค่ 100 บาท

5. ใช่หรือไม่ว่ากรรมการออกแบบทีโออาร์ไว้ใหญ่โตเกินจำเป็นเพื่อให้ได้งบประมาณเยอะๆ
    จึงสามารถหั่นรายการที่ไม่จำเป็นได้ถึง 57 ล้านบาท

6. ใช่หรือไม่ว่า การรวบรัดเจรจายอมหั่นราคาขัดระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ ข้อ
    43 (2) (3) กำหนดว่า ถ้าเจรจาต่อรองไม่เป็นผล ให้เรียกทุกรายมาต่อรองใหม่พร้อมกัน
    ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาใหม่ ถ้ายังไม่เป็นผลอีกให้ปรับลดเนื้องานลง หรือประมูลใหม่

คำถามทั้ง 6 ข้อเพียงพอที่จะนำไปสู่การกล่าวหาว่า ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ
และคณาจารย์ มก. มีพฤติการณ์ส่อฝ่าฝืน พ.ร.บ.ฮั้ว และระเบียบพัสดุ


ถึงเหตุเกิดระหว่างปี 2546-47 แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในราชการ สามารถสอบสวนทางวินัยได้
ส่วนคดีแพ่งและอาญามีอายุความ 10 และ 20 ปีตามลำดับ

ที่มา มติชน วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10417


http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01170949&day=2006/09/17
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #1 เมื่อ: 17-09-2006, 02:52 »

เมื่อ "ระพี สาคริก" เหลืออด ถูกมัดมือการันตี "พืชสวนโลก"
กลาย เป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาทันที กับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ "ราชพฤกษ์ 49"
ซึ่งถือเป็นงานมหกรรมยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็น เจ้าภาพจัดงาน ที่
จ.เชียงใหม่ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้

เมื่อ "ศ.ระพี สาคริก" ราษฎรอาวุโส อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ

ด้านพันธุ์พืช ออกมาเปิดประเด็นร้อนว่า รู้สึกอึดอัดใจต่อการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้เป็น

อย่าง มาก เนื่องจากถูกแอบอ้างชื่อไปใช้การันตีความเรียบร้อยของงาน
ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยมีโอกาสรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนิน งานแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะเรื่องเงินเรื่องทองกว่าหลายพันล้านบาท ว่ามีการนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญที่ดูเหมือน "ศ.ระพี" รับไม่ได้มากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น "ข่าวลือ"
เรื่องการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากงานมหกรรมนี้
ของผู้รับเหมาเอกชนที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับนักการเมืองบางคน

ใน ข้อเท็จจริงแล้ว การออกมาแสดงความเห็นของ ศ.ระพี ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่
เพราะหากย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน
เรื่องมหกรรมพืชสวนโลกก็เคยปรากฏเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์มาแล้วครั้ง หนึ่ง

ครั้งนี้มีกระแสข่าวลือสะพัดในกระทรวงเกษตรและสหกรร์ ว่า นายบรรพต หงษ์ทอง
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องหน้าแตกยับเยิน จากการเดินทางไปเข้าพบ ศ.ระพี ที่บ้านพักส่วนตัวใน
ซ.พหลโยธิน 41 เพื่อขอให้ช่วยลงนามรับรองการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้
แต่กลับถูกปฏิเสธจาก ศ.ระพี โดยเหตุผลที่ว่า ตัวอาจารย์เองไม่เคยมีส่วนรู้เห็นกับการจัดงานนี้เลย
แล้วจะมาให้เซ็นชื่อรับรองได้อย่างไร

ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุผลสำคัญ ที่กระทรวงเกษตรฯ เลือกให้ ศ.ระพี เป็นผู้เซ็นรับรองงาน
ก็เป็นเพราะในสายตาของต่างชาติ ยกย่องให้ ศ.ระพี เป็นปรมาจารย์ด้านการเกษตร
โดยเฉพาะเรื่องพืชสวน (บิดากล้วยไม้) และที่สำคัญ ศ.ระพี
ยังเคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินระดับ SUPREME (สำคัญยิ่งยวด)
ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส (5 ครั้ง) ญี่ปุ่น ในงาน EXPO' 90 Reuninon lceland
และอื่นๆ อีกมากมาย จนได้รับความเชื่อถือจากคณะกรรมการสมาคมพืชสวนโลก (เอไอพีเอช)

ความ เชื่อถือระดับโลกนี้เอง ทำให้ช่วงเริ่มต้นของการจัดงาน "พืชสวนโลก" เมื่อปี 2543 นายอนันต์
ดาโลดม ซึ่งเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และ นายประเสริฐ อนุพันธ์
เป็นรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรในขณะนั้น ได้มอบตำแหน่ง "HONORARY RESIDENT OF
EXHIBITION" หรือ "นายกกิตติมศักดิ์" แก่ ศ.ระพี เพื่อเสนอต่อ "เอไอพีเอช"

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ "หน้าแตก" ขึ้น นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ
ออกมาแก้เกี้ยว ยืนยันว่าเอกสารที่เดินทางนำไปให้ ศ.ระพี รวมลงนามนั้น
ไม่ใช่การขอความอนุเคราะห์ให้ ศ.ระพี การันตีความเรียบร้อยของงาน
แต่เป็นเพียงการขอให้ลงนามในเอกสารที่ขอยกระดับการจัดงานให้มีขนาดใหญ่โต ขึ้น เป็นระดับ "เอ1"
ซึ่งเป็นระดับการจัดงานสูงสุดของมหกรรมนี้ ซึ่งถ้าได้รับการยกระดับ
น่าจะส่งผลดีต่อประเทศเจ้าภาพอย่างไทย

เพราะ จะทำให้ได้เงื่อนไขเวลาการจัดงานที่จะยาวนานขึ้น
รวมถึงต่างประเทศที่จะมีสิทธิเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ไทยจะได้โควต้าจำนวนมาก ขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาชมงาน "พืชสวนโลก" ของไทยจำนวนมาก
สร้างรายได้ให้กับประเทศหลายพันล้านบาท

เมื่อ เหตุผลทุกอย่างล้วนแต่ดูดีไปหมด แล้วทำไม ศ.ระพี ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน
และมีส่วนร่วมกับการจัดงานระดับโลกมาเกือบทั้งชีวิต ต้องออกอาการคิดมาก ไม่ยอมลงนาม !!

มีการยืนยันข้อมูลจากลูกศิษย์คนหนึ่ง ของ ศ.ระพี ว่า
ในช่วงที่รัฐบาลกำลังสาละวนอยู่กับการยกระดับการจัดงานพืชสวนโลก เป็นระดับ "เอ1"
มีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมหลายพันล้านบาทอยู่นั้น ศ.ระพี ได้รับเอกสารชุดหนึ่ง
ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัตรสนเท่ห์ โจมตีการทำงานของมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้อย่างรุนแรง
ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งได้วางแผนที่จะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากโครงการ
โดยเฉพาะบริษัทพ่อตานักการเมืองรายหนึ่ง เพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างไปเกือบทั้งหมด
โดยใช้ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นทางผ่าน

ข้อมูลนี้ทำ ให้ ศ.ระพี พยายามที่จะขอทราบข้อเท็จจริงจากผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ
และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ก็ไม่เคยได้รับการชี้แจงตอบมา และเป็นที่มาของคำให้สัมภาษณ์ที่ว่า
"เพราะผมเห็นแก่ส่วนรวม จึงไม่ยอมร่วมมือกับสิ่งที่อาจจะไม่โปร่งใส"

แต่แทนที่กระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการฯ
จะออกมารับลูกเคลียร์คำถามของ ศ.ระพี ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
แต่คุณหญิงสุดารัตน์กลับเลือกใช้วิธีการตัดบทบาทของ ศ.ระพี

โบ้ยว่า ศ.ระพีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานครั้งนี้แต่อย่างใด โดยไม่นึกถึงเกียรติคุณที่ ศ.ระพี
ได้ทำไว้กับประเทศชาติ

แถม ยังการันตี ความโปร่งใสในการจัดงาน ทั้งที่กระทรวงเกษตรฯ
จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในฐานะคู่สัญญาการว่าจ้างออกแบบผังแม่บทและสิ่งก่อสร้างในการจัดงานครั้งนี้
ไปจ้างบริษัทเอกชนที่ถูกกล่าวว่าเป็นพ่อตานักการเมือง รับช่วงงานต่อ

แต่ ดูเหมือนการสอบสวนจะเงียบหายเข้ากลีบเมฆไป ทั้งที่ข้อมูลการสอบสวนทั้งหมด
ได้ถูกส่งถึงมือของผู้มีอำนาจในกระทรวงเกษตรฯ นานหลายเดือนแล้ว ซึ่งก็เข้าใจได้ง่ายๆ ว่า
ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องถูกดองไว้
เพราะรายชื่อของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส ครั้งนี้
ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดนักการเมือง หรือไม่ก็เป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเกษตรฯ
ของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ

เรียกว่าแตะไปตรงไหนก็ร้อง "โอ๊ย" ได้ทั้งสิ้น

งาน "มหกรรมพืชสวนโลก" กำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทุ่มเงินไปกว่า 3
พันล้านในการก่อสร้าง ผู้คนรอที่จะเข้าชมจนสามารถขายบัตรได้กว่า 1 แสนใบแล้ว

แต่ถ้างาน "เหม็นโฉ่" ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แล้วจะเหลืออะไรเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยได้ !!

http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=MDQwOTE1MDk0OQ==&srcday=MjAwNi8wOS8xNQ==&search=no
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #2 เมื่อ: 17-09-2006, 04:15 »

แล้วเจ๊หน่อย จะรับผิดชอบยังไงครับ
หรือจะส่ง ศิทาน ออกมาบอกว่า หน่อยไม่รู้เหมือนคราว ลำไย
หรือจะปล่อยให้ระดับล่างโดน เหมือนคราว กล้ายาง

หน่อย นี่ทำแบบนี้มากๆ เดี๋ยวโดนย้ายไปอยู่กรมตำรวจนะ
ดำรงตำแหน่ง อ.ต.ล. เลยล่ะ
 Laughing
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #3 เมื่อ: 17-09-2006, 10:21 »

ตอบ คุณ เพนกวินน้อยนักอ่าน

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่ากำลังให้ตรวจสอบอยู่ และโยนไปที่ รมว. สมศักดิ์ ที่ทำงานก่อนหน้า

ตามนี้ค่ะ

...

สำหรับปัญหาความไม่โปร่งใสต่างๆ ของโครงการนี้นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าว
ว่าคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯก็ได้ตั้งคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง
เข้ามาดำเนินการแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วัน จะได้ข้อสรุป โดยกรณีมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ารับช่วงออกแบบโครงการ ได้มอบให้สำนักงานการตรวจ-
เงินแผ่นดิน (สตง.)
ดำเนินการแล้ว


...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่กรมวิชาการเกษตรยอมปรับลดรายการก่อสร้างโครงการพืชสวนโลก
ลงเพื่อให้กิจการร่วมค้า ซีเคเอ็นเอ็นแอล ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
และสวนนงนุช ชนะโครงการ จนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสงสัยว่าเป็น
การกระทำที่ส่อให้เกิดการแข่งขันในการเสนอราคาไม่เป็นธรรม ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิด
เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
การพัสดุ ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การปรับลดโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
เป็นรัฐมนตรีว่าการนั้น ล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่า นายสมศักดิ์เป็น
ผู้ลงนามขออนุมัติปรับลดรายการก่อสร้างดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือนสิงหาคม
2547


หนังสือดังกล่าวระบุเหตุผลว่า คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาข้อเสนอด้านราคา
กรมวิชาการเกษตรได้พิจารณาแล้วว่า ซีเคเอ็นเอ็นแอลเสนอราคาต่ำสุด 1,259,650,000
บาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กำหนด (1,259,850,000
บาท) แต่ยังสูงกว่าวงเงินที่คณะกรรมการบริหารการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอนุมัติ
(1,200,000,000 บาท) จำนวน 59,650,000 บาท คณะกรรมการจึงได้ต่อรองราคากับ
กิจการร่วมค้า ซีเคเอ็นเอ็นแอล และสามารถลดราคาลง 2,717,867.94 บาท แต่ราคารวม
ที่เสนอยังคงสูงกว่าวงเงินที่อนุมัติไว้ จำเป็นต้องปรับลดรายการลง 57,232,132 บาท
จึงขออนุมัติปรับลดราคา และอนุมัติรับราคาของกิจการร่วมค้าซีเคเอ็นเอ็นแอล ให้ดำเนินการ
ก่อสร้าง

ที่มา มติชน วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10416


http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0109160949&day=2006/09/16
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #4 เมื่อ: 17-09-2006, 10:25 »

โบ้ยกันแบบนี้เดี๋ยวพรรคก็ระเบิดหรอก

ยิ่งอยู่ในช่วงเว้นกั๊ก ของนายใหญ่ด้วย  Twisted Evil
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #5 เมื่อ: 17-09-2006, 10:30 »

สรุปแล้วราชการได้ประโยชน์จากการต่อรองเพียง 3 ล้านบาท ท่ามกลางคำถามมากมาย
ทั้งจาก ศ. ระพี สาคริก, คน สตง., ประชาคม มก. ฯลฯ



เขาไม่ได้ให้ตั้งคำถาม.....
ถ้ารู้หรือคิด ว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็เข้าไปตรวจสอบได้เลย
ใครมันเอาโซ่ไปล่ามไว้ ....
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #6 เมื่อ: 17-09-2006, 10:42 »

สตง.คาใจหลายปม"พืชสวนโลก" เชื่อดึง"มก."บังหน้าให้งานเอกชน

รอง อธิบดีกรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตอบคำถาม สตง.ระบุเหตุที่ ม.เกษตรฯ ไปจ้าง 2
บริษัทเอกชนรับเหมาช่วงงานพืชสวนโลก เนื่องจากมีภาระงานประจำมาก ต้องการให้งานเสร็จเร็ว ด้าน
สตง.ยังคาใจ หากคิดว่าทำไม่ไหว ทำไมจึงไม่แจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบแต่แรก
ชี้มีข้อน่าสงสัยหลายอย่าง ระบุอาจเป็นไปได้มีการดึง มก.มาบังหน้าก่อนมอบงานเอกชน

กรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สั่งให้ตรวจสอบปัญหาการประมูลงานในโครงการมหกรรมพืชสวนโลก หรือราชพฤกษ์ 49
โดยเฉพาะประเด็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) คู่สัญญาการออกแบบผังแม่บทและสิ่งก่อสร้าง
วงเงินงบประมาณ 35 ล้านบาท ได้ไปดำเนินการทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชน 2 แห่ง คือ บริษัท
ฟีลกรีน ดีไซน์ จำกัด และบริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
เข้ามาดำเนินงานในวงเงินเดียวกันคือ 35 ล้านบาท ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
เป็นผู้พิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการจ้างช่วงงานต่อ และมีความผิดตามข้อกฎหมายหรือไม่
ทั้งที่ในเงื่อนไขแนบท้ายสัญญากำหนดให้
มก.ต้องแจ้งให้ทางกระทรวงเกษตรฯรับทราบทุกครั้งหากจะมีการว่าจ้างช่วงงาน ต่อนั้น

ผู้สื่อข่าว "มติชน" รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านเอกสารพบว่า เมื่อวันที่ 23
พฤษภาคมที่ผ่านมา สตง.ได้มีจดหมายตรวจสอบแจ้งไปยังกรม วิชาการฯ
เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้แล้ว โดยมีการตั้งประเด็นคำถามว่า
ตามที่กรมวิชาการฯได้ทำสัญญาที่ 13/2547 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2546 จ้าง
มก.เป็นที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บทและสิ่งก่อสร้างงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ จึงขอทราบว่า
มก.ได้นำงานที่รับจ้างจากกรมวิชาการฯไปจ้างช่วงต่อหรือไม่ พร้อมขอรายชื่อผู้ควบคุมงานของ มก.
พร้อมคำสั่งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นนายจิรากร โกศัยเสวี รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ตอบข้อซักถามของ
สตง. โดยอ้างถึงหนังสือเลขที่ ศธ.0513.12502/ 1432 ลว.ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2549
ที่ลงนามโดยนายรังสิต สุวรรณมรรคา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
หัวหน้าโครงการออกแบบผังแม่บทและสิ่งก่อสร้างมหกรรมพืชสวนโลก ระบุว่า
มก.ได้ดำเนินการตามระเบียบพัฒนาวิชาการของมหาวิทยาลัย โดยแต่งตั้งคณะทำงาน 1 ชุด
ประกอบด้วยคณาจารย์จากคณะเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
แต่เนื่องจากโครงการนี้มีปริมาณงานมากและต้องใช้งบประมาณถึง 1,200 ล้านบาท มีพื้นที่ออกแบบถึง
470 ไร่ และเป็นงานเร่งด่วนมีระยะเวลาเพียง 60 วัน

หนังสือ ชี้แจงระบุด้วยว่า นอกจากนี้ คณะทำงานมีภาระงานประจำที่ต้องทำหลายอย่าง
เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย
จึงจำเป็นที่จะต้องใช้บุคลากรจำนวนมากที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีประสบ
การณ์ดูงานการจัดงานประเภทเดียวกันนี้ในต่างประเทศมาแล้วเป็นผู้ร่วมดำเนิน การ โดยทาง
มก.ได้คัดเลือกบริษัท ฟีล กรีนฯ ซึ่งมีความชำนาญด้านภูมิ สถาปัตย์ และบริษัท อินเด็กซ์ฯ
ซึ่งมีความชำนาญด้านงานวิศวกรรม เข้าร่วมดำเนินงานออกแบบในครั้งนี้
โดยอยู่ในความควบคุมดูแลและรับผิดชอบของ มก.

แหล่งข่าวระดับสูงจาก สตง. เปิดเผยว่า
ประเด็นความไม่ชอบมาพากลในการประมูลงานมหกรรมพืชสวนโลก เป็นสิ่งที่
สตง.ให้ความสนใจที่จะเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
และขณะนี้การดำเนินงานก็กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลด้านเอกสารการ ประมูลงานทั้งหมด
ดังนั้น ไม่จำเป็นที่ทางกระทรวงเกษตรฯจะต้องขอความช่วยเหลือ
เพราะเป็นงานปกติที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นเรื่องการจ้างช่วงงานให้บริษัทเอกชนเข้ามารับงานต่อจาก มก.
ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทาง สตง.ติดตามมาตั้งแต่ต้น
เพราะรูปแบบการดำเนินงานมีลักษณะที่น่าสงสัยหลายประการ
โดยเฉพาะเจตนาของหน่วยงานราชการที่ดึง มก.เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการนี้
ว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด

"การที่ มก.ชี้แจงว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ต้องนำบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการเป็นเพราะ
ติดภารกิจงานประจำเป็นจำนวนมาก ก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้ามีภารกิจงานมากแล้วเข้ามารับทำงานทำไม
ทำไมไม่แจ้งให้หน่วยงานราชการจัดหาคนที่มีความพร้อมเข้ามารับงานตั้งแต่ต้น
เพราะการทำแบบนี้อาจถูกมองในภาพลบได้ว่ากลุ่มบุคคลที่ราชการต้องการให้เข้า มารับงานนี้
ก็คือบริษัทเอกชน แต่ไม่ต้องการให้ใครรับทราบข้อมูลที่ชัดเจน จึงใช้วิธีการหลบเลี่ยง โดยใช้ชื่อของ
มก.ออกหน้า ก่อนที่จะให้ มก.มอบงานให้เอกชนทำต่ออีกครั้ง"

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ส่วนที่ทาง มก.ยกเหตุผลว่า บริษัทที่เข้ามาร่วมดำเนินงานเป็นบริษัทที่มีประสบ
การณ์ดูแลงานประเภทเดียวกันนี้ในต่างประเทศ ก็คงต้องมาดูในข้อเท็จจริงกันว่า ในส่วนของบริษัท
ฟีลกรีนฯ ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2547 ก่อนหน้าการลงนามในสัญญากับ
มก.เพียงไม่กี่วัน ถือว่ามีประสบการณ์เพียงพอที่จะดำเนินการนี้หรือไม่ และ
มก.มีเหตุผลอะไรที่ตัดสินใจแบบนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทาง สตง.จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ "มติชน" ได้ตรวจพบข้อมูลว่า บริษัท ฟีลกรีนฯ เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 8
มกราคม 2547 ก่อนหน้าการลงนามในสัญญากับมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ในวันที่ 30 มกราคม 2547
หรือเพียง 22 วันเท่านั้น โดยนางสาวนิภา วสุพรพัฒน์
ที่ปรากฏรายชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ฟีลกรีนฯ เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของสวนนงนุช
ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้าซีเคเอ็นเอ็นแอล ผู้รับเหมาก่อสร้างและงานภูมิสถาปัตย์ของโครงการ โดย
สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการของบริษัท ฟีลกรีนฯ กับสวนนงนุช
อาจส่งผลทำให้ขั้นตอนการประมูลงานในส่วนของการก่อสร้างเกิดการแข่งขันอย่าง ไม่เป็นธรรม
เนื่องจากบริษัท ฟีลกรีนฯ มีฐานะเป็นผู้ออกแบบงานก่อสร้าง
และสวนนงนุชเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมการประมูลงานด้านการก่อสร้าง
เพราะสวนนงนุชอาจได้รับทราบข้อมูลรายละเอียดโครงการมากกว่าบริษัทอื่น ทำให้ได้เปรียบ

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0112170949&day=2006/09/17
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #7 เมื่อ: 17-09-2006, 12:07 »

งานนี้ เกิดในสมัยไทยรักไทย ทำในสมัยไทยรักไทย เสร็จในสมัยไทยรักไทย   อ้างได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ผลงานไทยรักไทยล้วนๆ  จะโยนบาปโทษใครก็ไม่ได้ รัฐมนตรีทุกคนที่รับผิดชอบ ไล่ลงไปจนถึงระดับอธิบดี ไทยรักไทยแต่งตั้งเองทั้งนั้น

แล้วผลคือ [size=1คpt]โกง โกง โกง โกง โกง[/size]

บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #8 เมื่อ: 18-09-2006, 09:01 »

รีบจองเครื่องบินจองโรงแรมนะครับ เขาว่าเต็มหมดแล้ว
โลภไม่โลภไม่รู้ แต่รับรองว่าแน่นครับ
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 18-09-2006, 09:53 »

เจ๊หน่อย ตั้งแต่เรื่องโครงการฝนหลวง มาถึงพืชสวนโลก

งานการทำได้มั่วมาก

มัวแต่ยุ่งเรื่องตอบโต้การเมือง เรื่องนั้นทีเรื่องนี้ที ....

ไม่รู้แกได้ทำแหน่งมาเพราะอะไร



สดจากเชียงใหม่ ลุ้นระทึก "ราชพฤกษ์ 2549" เมื่อทุกอย่างยังรอการเนรมิต !
http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02spe01180949&day=2006/09/18
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2006, 10:02 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
หน้า: [1]
    กระโดดไป: