ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-12-2019, 07:08
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เขาพระวิหาร 2505 เกาะกูด 2549 !? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เขาพระวิหาร 2505 เกาะกูด 2549 !?  (อ่าน 775 ครั้ง)
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« เมื่อ: 12-09-2006, 14:58 »

เขาพระวิหาร 2505 เกาะกูด 2549 !?
 
โดย คำนูณ สิทธิสมาน 11 กันยายน 2549 18:28 น.
 
 
 
       ประเทศไทยเสียปราสาทเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505
       
        โดยผลคำพิพากษาของยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3
       
        ปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนทิวเขาพมนดงรัก ระหว่างประเทศกัมพูชากับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตัวปราสาทตั้งอยู่ในบริเวณเขตก้ำกึ่งระหว่างอำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา และบ้านภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ของไทย ชื่อเป็นทางการในภาษาเขมรเรียกว่า...
       
        “ศรีศิขเรศวร”
       
        เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายให้แก่พระอิศวร หรือพระศิวะ เทพสูงสุดของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ตามตำนานแล้วเชื่อว่าพระองค์ทรงประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาส ศูนย์กลางของจักรวาล
       
        ปราสาทเขาพระวิหารสร้างบนหน้าผาเป้ยตาดีของเทือกเขาพนมดงรักที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 657 เมตร ทำให้เมื่อมองจากแผ่นดินเขมรขึ้นมาจะเห็นตัวปราสาทเหมือนวิหารสวรรค์ ลอยอยู่บนฟากฟ้า
       
        สันนิษฐานว่าปราสาทเขาพระวิหารเริ่มก่อสร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 ราวพุทธศักราช 1545 - 1593 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ของขอม และได้มีการสร้างต่อเติมในอีกหลายรัชกาลต่อมา
       
        ตัวปราสาทเขาพระวิหารหันหน้าไปทางทิศเหนือ ด้านหน้าและทางขึ้นปราสาทจึงอยู่ในเขตประเทศไทย แต่ตัวปราสาทส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกัมพูชา
       
        เมื่อปี 2442 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานภาพข้าหลวงต่างพระองค์ มณฑลอีสาน สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นผู้ค้นพบปราสาทแห่งนี้ แล้วทรงจารึก ร.ศ. ที่ค้นพบ (ร.ศ. 118) และพระนามของพระองค์ไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดีว่า...
       
        “118 สรรพสิทธิ”
       
        ก่อนที่กัมพูชาจะมาอ้างสิทธิการเป็นเจ้าของในอีกกว่า 60 ปีต่อมา
       
        อันเนื่องมาจากสนธิสัญญาที่ประเทศไทยทำกับฝรั่งเศสเมื่อปี 2447 (ค.ศ.1904) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้เขียนแผนที่ขีดเส้นพรมแดนขึ้น และจากเส้นแบ่งพรมแดนนั้น ปราสาทเขาพระวิหารจะอยู่ในอาณาเขตของไทย แต่เมื่อมีการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติมในปี 2450 ก็มีการกำหนดเขตแดนขึ้นใหม่อีก คราวนี้ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารต้องตกไปอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา แต่ไทยก็ไม่ได้ทักท้วงแต่ประการใด เพราะจำเป็นต้องยอมทำตามมหาอำนาจฝรั่งเศสในขณะนั้น จึงเท่ากับเป็นการยอมรับไปโดยปริยาย
       
        ต่อมา เกิดสงครามเรียกร้องดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในปี 2483 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำให้ไทยได้ดินแดน 4 จังหวัด คือ ไชยบุรี จำปาศักดิ์ เสียมราฐ และพระตะบอง มาจากกัมพูชา
       
        ปราสาทเขาพระวิหารก็อยู่ในเขตดินแดนที่ไทยได้มาในยุคปลุกกระแสชาตินิยมครั้งนั้นด้วย
       
        แต่ก็เป็นเสมือน “ฤดูกาลอันแสนสั้น” โดยแท้
       
        เพราะภายหลังเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยจำเป็นต้องปรับสภาพตัวเองไม่ให้เป็นผู้แพ้สงครามตามญี่ปุ่น จึงต้องยอมยกดินแดนที่ได้มาทั้ง 4 จังหวัดนั้นให้กับฝรั่งเศสไป จนเมื่อฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามอินโดจีนเมื่อปี 2497 ไทยจึงได้ส่งทหารเข้าไปครอบครองพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ
       
        ปี 2502 เจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กัมพูชา ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502 ว่าประเทศไทยรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา และขอให้ศาลมีคำสั่ง
       
        1. ราชอาณาจักรไทย มีพันธะที่จะต้องถอนหน่วยทหารที่ได้ส่งไปตั้งประจำ ณ บริเวณสิ่งหักพังของปราสาทพระวิหาร ตั้งแต่ค.ศ.1954
       
        2. อำนาจอธิปไตยแห่งดินแดนเหนือปราสาทพระวิหาร เป็นของราชอาณาจักรกัมพูชา
       
        ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาต้องสะดุดหยุดลง
       
        จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ดำเนินการต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิของไทยเหนือดินแดนปราสาทเขาพระวิหาร ทั้งยังขอรับบริจาคเงินจากคนไทยทั้งประเทศคนละ 1 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้คณะทนายความฝ่ายไทยไปต่อสู้ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่รู้จักกันในนามศาลโลก
       
        การไต่สวนพิจารณาคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี มีการนัดพิจารณาสืบพยานทั้งหมด 73 ครั้ง
       
        ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้าคณะทนายความฝ่ายไทยเท่านั้น
       
        ตัวแทนฝ่ายไทยในขณะนั้นคือ ม.จ.วงษ์มหิป ชยางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอร์แลนด์
       
        คณะทนายความนอกเหนือจากม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชแล้ว ก็มี อังรี โรแลง ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ในมหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ และทนายความประจำศาลอุทธรณ์แห่งกรุงบรัสเซลส์, เซอร์แฟรงก์ ซอสคีส อดีตแอททอร์นี เยอเนราล (พอเปรียบได้กับตำแหน่งอัยการสูงสุด) ในคณะรัฐบาลอังกฤษ, เจมส์ เนวินส์ ไฮด์ เนติบัณฑิตแห่งรัฐนิวยอร์ก ร่วมอยู่ด้วย
       
        จนในที่สุด ศาลโลกก็ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียงเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อของกัมพูชา
       
        นับเป็นการเสียดินแดนครั้งสุดท้ายของประเทศไทยในยุครัตนโกสินทร์
       
        พื้นที่ที่เสียไปทั้งหมดประมาณ 150 ไร่
       
        หลังจากการพ่ายแพ้คดี เป็นครั้งแรกที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์สนับสนุนและยินยอมให้นักศึกษาเดินขบวนประท้วงคำตัดสินคดีของศาลโลก และปิดทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารที่อยู่ในเขตแดนไทย เพื่อเป็นการตอบโต้กัมพูชา ดังนั้น หากชาวกัมพูชาต้องการจะขึ้นไปสู่ปราสาทเขาพระวิหาร ก็ต้องอาศัยผ่านทางช่องเขาแคบ ๆ สูงชัน และอันตราย ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ช่องบันไดหัก” แทน เพราะด้านหน้าและทางขึ้น-ลงของปราสาทเขาพระวิหารนั้นอยู่ทางฝั่งประเทศไทย
       
        ระหว่างที่ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในการดูแลของกัมพูชาแล้ว กัมพูชาสั่งปิดและเปิดให้เข้าชมอยู่หลายครั้ง ตามแต่สถานการณ์ของประเทศ เพิ่งจะเมื่อไม่นานมานี้เอง ด้วยความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชา ปราสาทเขาพระวิหารจึงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้งหนึ่ง
       
        สนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส 2447 (แก้ไขเพิ่มเติม 2450) ยังคงก่อปัญหาไม่รู้จบมาจนทุกวันนี้
       
        โดยเฉพาะเส้นเขตแดนทางทะเล
       
        ที่กัมพูชายึดแนวที่ประกาศไว้เมื่อปี 2515 อย่างเหนียวแน่น
       
        เป็นเส้นเขตแดนที่ผ่าเกาะกูดไปครึ่งหนึ่ง และจะครอบครองแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
       
        ประวัติศาสตร์ยังไม่มีวี่แววจะซ้ำรอยปี 2505 ทั้งหมดหรอก
       
        เพราะยังไม่มีใครคิดจะนำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
       
        แต่จะมีความพยายามตกลงกันโดยที่คนไทยไม่รู้หรือเปล่าให้ประเทศไทยยอมรับเส้นเขตแดนนี้ เพื่อแลกกับการเร่งพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย - ผมไม่ยืนยัน!
 
 มาจากที่นี่ครับ http://www.manager.co.th/lite/ViewNews.aspx?NewsID=9490000114916

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านแล้วก็น่าคิดเหมือนกันแฮะ เพราะรัฐบาลยุคนี้อะไรๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นอ่ะ  Shocked
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 12-09-2006, 16:09 »

คิดแบบแม้วๆ ทำได้ทุกอย่าง แค่อยากจะทำ

ระบอบทักษิณ มันบังคับประเทศไทยอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
THE THIRD WAY
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,821


Love looks not with eyes, but with the mind.


« ตอบ #2 เมื่อ: 12-09-2006, 16:19 »

ร.6
ทรงมีพินัยกรรม
และกล่าวถึงคนบางคนว่าดังนี้ครับ

(นี่เป็นคำสั่ง (ห้าม) อีกชั้น ๑ .- ถ้าเสนาบดีจะคิดเลือกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเปนผู้สำเร็จราชการต่างพระองค์, ให้เสนาบดีกระทรวงวังคัดค้านด้วยประการทั้งปวงจนสุดกำลัง, เพราะฃ้าพเจ้าได้สังเกตเห็นมาว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นี้ไม่มีศาสนา, ไม่มีศีล, ไม่มีธรรม, วัน ๑ อาจพูดอย่างหนึ่ง, อีกวันหนึ่งอาจกลับกลอกเสียก็ได้, และฃ้าพเจ้าจะไม่ลืมเลย ว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นี้ ลิเอาราชอาณาเฃตต์ฃองพระราชวงศ์จักรีไปฃายฝรั่งเสีย ๓-๔ คราวแล้ว. ถ้าให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นี้เปนผู้สำเร็จราชการ ลูกฃ้าพเจ้าอาจไม่มีแผ่นดินอยู่ก็ได้
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=130&Pid=49875
บันทึกการเข้า

ความรักนั้นหวาน ไม่ว่าจะรับหรือให้
************************
การขับไล่ทรราช เป็นภารกิจของเจ้าของประเทศ
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 12-09-2006, 16:50 »

น่าเศร้าใจจริงๆ Crying or Very sad
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
A-NOY
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 546


« ตอบ #4 เมื่อ: 12-09-2006, 21:49 »

ถ้าไอ้เอี้ยเหลี่ยมมันยกเกาะกูดให้เขมร คราวนี้มันโดนบอมพ์จริงๆแน่  เกาะกูดกำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติซะด้วย
บันทึกการเข้า

A-NOY
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 12-09-2006, 22:16 »

ยังไงเรื่องนี้ก็ยอมไม่ได้ครับ ราชอาณาจักรไทยจะแบ่งแยกมิได้ครับ ตายเป็นตาย  Evil or Very Mad
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


หน้า: [1]
    กระโดดไป: