ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-07-2020, 23:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เจ้าชายลิกเตนสไตน์สิ้นพระชนม์ระหว่างถูกตำรวจไทยคุมขัง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เจ้าชายลิกเตนสไตน์สิ้นพระชนม์ระหว่างถูกตำรวจไทยคุมขัง  (อ่าน 3724 ครั้ง)
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« เมื่อ: 09-09-2006, 20:37 »

ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อว่าเป็นความจริงครับ แต่มาตามลิงค์นี้

ผมอ่านจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันที่ 9 กันยายน 2549
หน้า 2  หมายเหตุผู้จัดการ

อ่านรายละเอียดได้ที่
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000114225

จากการเปิดเผยของนายอานันท์   ปันยารชุน  ว่า
ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าชายแห่งราชสำนักลิกเตนสไตน์
ได้เสด็จมาเยือนไทยแล้วถูกตำรวจไทยจับกุม เพราะมีรอยเปลี่ยนแปลงวันที่ปี ของวีซ่าในพาสปอร์ต

 จับแบบตำรวจไทยแล้วส่งไปขังที่เรือนจำกรุงเทพ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในความรับผิดชอบของรัฐมนตรี พลตำรวจชิดชัย  วรรณสถิตย์
  ทั้งๆที่ มกุฏราชกุมารของประเทศลิกเตนสไตน์เพิ่งเสด็จมาร่วมงานฉลองการครองสิริราชสมบัติไปหมาดๆ ยังถูกกระทำแบบชุ่ยๆ
 เท่านั้นยังไม่พอยังไปทำอะไรกันไม่รู้จนในที่สุดต้องส่งเจ้าชายพระองค์นี้เข้าโรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉิน และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา
 ขณะนี้ราชสำนักลิกเตนสไตน์กำลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรักไทยชี้แจง  ซึ่งอาจเป็นปัญหาระหว่างประเทศตามมา

นี่คือฝีมือที่ล้มเหลวอย่างหนึ่งของรัฐตำรวจ
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #1 เมื่อ: 09-09-2006, 20:49 »


เอ้า!!! จริงดิคะ????  Question

อ่านจากข่าวดูเหมือนว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม??

ไม่เห็นรู้เรื่องเลยอ่ะค่ะ เก็ดถวาตกข่าวอย่างแรง  Rolling Eyes

บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #2 เมื่อ: 09-09-2006, 21:34 »

งามหน้าแล้วไหมล่ะ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #3 เมื่อ: 09-09-2006, 21:37 »

มีข่าวจากสื่อแท้บ้างไหม นี่มันสื่อเทียมนี่
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 09-09-2006, 21:45 »

ถึงคุณชอบแถ

ข่าวนี้เคยลงที่เดลินิวส์ด้วยครับ แล้วเรื่องนี้ท่านอานันต์ก็เป็นคนพูดออกมาเองไม่น่าจะผิดพลาดนะครับ

อีกประการก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จะใส่ไข่ง่ายๆได้อย่างไร เดี๋ยวรับผิดชอบไม่ไหว มันต้องมีมูลครับ
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 09-09-2006, 21:56 »

คุณชอบแถ

ภาพพจน์ของประเทศนั้นอยู่ที่การกระทำ

ไม่ใช่ไปอุ้มฆ่าคนเป็นว่าเล่น  จนคน 3 จังหวัดภาคใต้เขาลุกขึ้นมาสู้
พอมีการพูดถึงการอุ้มฆ่า  กลับด่าว่าคนพูดไม่คิดถึงความเสียหายของประเทศ

แล้วคนที่สั่งให้อุ้มฆ่าล่ะ มันคิดหรือเปล่า

หรือ การกระทำที่เสียหายเหล่านี้  ต้องช่วยกันปกปิดหรือถึงจะกล่าวว่าเห็นแก่ภาพพจน์ของประเทศ  ก่อนทำทำไมไม่คิดก่อน

ผมยกตัวอย่าง ว่า ถ้าพ่อของคุณ ไปกระทำความชั่วสาระพัด
ฆ่าคน  ค้ายาเสพติด 
จนน้องชายคุณ ทนไม่ไหว ไม่สามรถทนที่จะเห็นการกระทำที่ผิดๆ
เขาออกมาเปิดเผยต่อสังคม
คุณคิดว่าน้องของคุณเป็นคนเลว ที่ทำลายภาพพจน์ของครอบครัว
หรือพ่อของคุณเลว ที่กระทำความชั่วกันแน่

ผมอยากให้คุณ ไปอ่านจากคม ชัดลึก  หมอขอบคุณอาจารย์ไกรศักดิ์ครับ

เรื่องการอุ้มฆ่าเราอย่าเถียงกันเลยว่าจริงหรือไม่จริงโดยที่อ้างเรื่องหลักฐาน

ผมถามว่าคนใต้ที่หายไปเป็นจำนวนมาก หายไปไหน

และถ้าเป็นศพไม่มีญาติ ที่บอกว่าเป็นแรงงานต่างด้าว มันก็น่ามหัศจรรย์ ที่ปีเดียว มีแรงงานพม่า มาตาย ในสามจังหวัด
ภาคใต้มากถึง 500 ศพ

ที่ยืนยันว่าปีเดียว เพราะตำรวจท้องที่ให้ข่าวว่ามีการเผาทำลายศพทุกปี

และทำไมคนในพื้นที่ถึงยืนยัน ว่าผู้กระทำการฆ่าในหลายครั้ง
เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ทำไมพวกเขาจึงไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล
นี่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน แต่การพิจารณาเรื่องนี้ต้องมีใจที่เป็นธรรม
คนในสามจังหวัดภาคใต้เขาเป็นคน  เป็นมนุษย์ที่รู้ร้อนรู้หนาว
มีความคิด

ตำรวจยำยำสร้างเรื่อง  แต่ให้ทหารเข้าไปรับกรรม

ทั้งนี้เพราะไอ้เหลี่ยมที่แปรเปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐตำรวจเหตุการณ์ภาคใต้ถึงเป็นแบบนี้
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #6 เมื่อ: 09-09-2006, 22:03 »

อย่าไปไกลเกินกระทู้ตัวเองสิครับ วันนี้ขี้เกียจออกทะเล

ผมไม่ได้เคยรู้เรื่องนี้เลยอยากถามว่า ข้อไหนเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้
แล้วถ้ามีข้อมูลมากกว่านี้ ขอให้ช่วยเพิ่มด้วย

1. ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าชายแห่งราชสำนักลิกเตนสไตน์
ได้เสด็จมาเยือนไทยแล้วถูกตำรวจไทยจับกุม เพราะมีรอยเปลี่ยนแปลงวันที่ปี
ของวีซ่าในพาสปอร์ต
---- แล้วมีการแถลงมั้ยว่าทำไมถึงพบรอยเปลี่ยนแปลง

2. จับแบบตำรวจไทยแล้วส่งไปขังที่เรือนจำกรุงเทพ
---- เรือนจำไหน ที่เดียวกับ กกต.หรือ แล้วปฏิบัติแบบไหน ไม่รู้ว่าผู้ต้องหาเป็นใครหรือ

3. ยังถูกกระทำแบบชุ่ยๆ
---- รายละเอียดแบบหยาบๆ ของคำว่าชุ่ยๆ เช่น ซ้อม เอามะพร้าวยัดปาก

4. เท่านั้นยังไม่พอยังไปทำอะไรกันไม่รู้จนในที่สุดต้องส่งเจ้าชายพระองค์นี้เข้า
โรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉิน และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา
---- ต้องมีรายงานการชันสูตร ถ้าเป็นคดี มีอยู่ในข่าวไหม แล้วสิ้นพระชนม์ที่ไหน
ในเมืองไทย หรือ กลับไปแล้ว ด้วยสาเหตุของโรคประจำตัวหรือโดนทารุณกรรม

5. ขณะนี้ราชสำนักลิกเตนสไตน์กำลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจง
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 09-09-2006, 22:09 »

เรื่องนี้ท่านอานันต์เป็นคนออกมาพูดเองครับเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือทางสังคม อย่างน้อยก็มากกว่าเหลี่ยมหลายเท่าเพราะขานั้นพูดอะไรแล้วไม่มีคนเชื่อนอกจากพวกเชลียร์ ตำรวจคงพยายามปิดข่าวน่าดูเลย ถ้าข้องใจก็ตามไปอ่านที่เมเนเจอร์ได้ครับ 0

น่าจะลืมหูลืมตาดูมั่งนะครับ หัดเสพย์ข่าวแท้เสียบ้างรอยหยักในสมองคุณชอบแถน่าจะเพิ่มขึ้นได้
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #8 เมื่อ: 09-09-2006, 22:12 »

จะทำงามหน้ากว่าครั้งคดีเพชรซาอุได้ก็ต้องตำรวจยุคไอ้เหลี่ยมนี่แหละครับ

                                                         Mr. Green Laughing Mr. Green

บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #9 เมื่อ: 09-09-2006, 22:18 »

วันนี้น AFP ก็ลงข่าวอยู่ว่า ชาวต่างชาติ สัญชาติ สิกเตนสไตน์ เสียชีวิตในคุกไทย เป็นข่าวสั้น ๆ




ผมอ่านแล้วก็งง ว่า ทำไมต้องออกข่าวด้วยซ้ำไป
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #10 เมื่อ: 09-09-2006, 22:21 »

เรื่องนี้ท่านอานันต์เป็นคนออกมาพูดเองครับเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือทางสังคม อย่างน้อยก็มากกว่าเหลี่ยมหลายเท่าเพราะขานั้นพูดอะไรแล้วไม่มีคนเชื่อนอกจากพวกเชลียร์ ตำรวจคงพยายามปิดข่าวน่าดูเลย ถ้าข้องใจก็ตามไปอ่านที่เมเนเจอร์ได้ครับ 0

น่าจะลืมหูลืมตาดูมั่งนะครับ หัดเสพย์ข่าวแท้เสียบ้างรอยหยักในสมองคุณชอบแถน่าจะเพิ่มขึ้นได้
แมเนเจอร์เป็นข่าวแท้ นายอานันท์เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือทางสังคม
เจอคนงมงายของจริงแล้ว

จะทำงามหน้ากว่าครั้งคดีเพชรซาอุได้ก็ต้องตำรวจยุคไอ้เหลี่ยมนี่แหละครับ
นี่ไม่พาออกทะเล แต่ดันพาไปซาอุ
บันทึกการเข้า
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #11 เมื่อ: 09-09-2006, 22:29 »

นี่ไม่พาออกทะเล แต่ดันพาไปซาอุ

แถเอ๊ย จริงไม่จริงยังไม่ยืนยันน่ะใช่
แต่สำหรับผู้นำรัฐบาลแล้ว ถ้ามีข่าวโคมลอยแบบนี้ออกมา
ต้องรีบพิสูจน์แล้วเคลียร์ให้ประชาชนและสื่อเข้าใจครับ แล้วพิสูจน์ว่าไม่จริง
ต้องสั่งลากตัวคนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยข่าวเข้าคุกเรียงตัวครับ

 Laughing Mr. Green Laughing
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #12 เมื่อ: 09-09-2006, 22:43 »

เรื่องนี้ถ้าไม่ทราบข้อเท็จจริง ควรระวังให้มากจะดีกว่า
อย่าเอาการเมืองภายในมาเป็นเหตุให้ประเทศเสียหาย
รักชาติจริงก็อย่าทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ
ให้มันมีขอบเขตบ้างนะคะ ท่าน “ผู้จัดการ”

บทความตาม link นี้ที่ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน
เพราะไม่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ?
เขียนได้ แย่มาก เอาข้อความมาปนกันกับชื่อท่าน อานันท์
แบบจงใจให้เกิดความเข้าใจว่าท่านเป็นผู้พูด/ให้ความเห็น
ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง
อยากบอกว่าเลวจริงๆ ก็ยังเกรงใจผู้ใหญ่ที่สั่งสอนมา
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
THE THIRD WAY
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,821


Love looks not with eyes, but with the mind.


« ตอบ #13 เมื่อ: 09-09-2006, 22:49 »

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา
อตร.ของประเทศไหนจำไม่ได้
 ยังโดนซ้อมซะ
เป็นผิวดำ
ตอนหลังมารู้ กลับลำทัน
บันทึกการเข้า

ความรักนั้นหวาน ไม่ว่าจะรับหรือให้
************************
การขับไล่ทรราช เป็นภารกิจของเจ้าของประเทศ
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #14 เมื่อ: 09-09-2006, 22:55 »

เรื่องนี้ถ้าไม่ทราบข้อเท็จจริง ควรระวังให้มากจะดีกว่า
อย่าเอาการเมืองภายในมาเป็นเหตุให้ประเทศเสียหาย
รักชาติจริงก็อย่าทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ
ให้มันมีขอบเขตบ้างนะคะ ท่าน “ผู้จัดการ”
ง้าง keyboard เตรียมเข้ามาด่าตั้งแต่ก่อนคลิก พออ่านความเห็นแล้วใจอ่อน เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
อย่างไรเสีย ขออนุญาตแปะความคิดเห็นของคุณ killer จากอีกกระทู้ให้ผู้เชื่อถือ manager หัวปัก
หัวปำอ่านบ้าง

อ้างจาก: killer
2. กลุ่มสองคือพวกที่ชอบกะทิ คลั่งไคล้เทิดทูนบูชา ราวกับเป็น เทพเจ้า IDOL แก่งั่ก
มีทั้งชราภาพใกล้สิ้นลม ลงมาจนถึง เบบี้ บูม (พวกที่เกิดมาไม่เคยผ่านศึกนองเลือดบนราชดำเนินมาก่อน)
คนกลุ่มนี้ เกลียดชัง ดร.ทักษิณ อย่างสุดขั้วสุดโต่ง สุดขีดคลั่ง เกลียดแบบไร้สัญชาติญาน
ไร้สมรรถภาพทางปัญญาโดยสิ้นเชิง

กลุ่มที่ 2 นี่เอง ที่ถือเป็นกลุ่มคนที่อันตรายต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง
พร้อมที่จะถวายชีวิตเป็นบัดพลีสังเวยแด่ เทพบุตรกะทิ 
คนกลุ่มนี้ ถ้าแก่เฒ่ามะเขือเผาไปแล้ว ก็คงจะไปรู้สำนึกเอาว่าโดนหลอกใช้ในชาติภพหน้า
่ส่วนระดับ เบบี้ บูม พวกนี้ จะไปหูตาสว่างเอาก็เมื่อผ่านสถานการณ์เฉียดตายโหง ไปแล้วนั่นแหละ

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา อตร.ของประเทศไหนจำไม่ได้
 ยังโดนซ้อมซะเป็นผิวดำ ตอนหลังมารู้ กลับลำทัน
อันนี้เป็นแบบมาลอยๆ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีที่อ้างอิงใดใดทั้งสิ้น

บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #15 เมื่อ: 10-09-2006, 00:18 »

เอารายละเอียดมาลงให้ดูชัดๆ เลยนะคะ จาก link ของ จขกท.

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000114225

ระบอบทักษิณทำให้ประเทศไทยล้มเหลว!

โดย หมายเหตุผู้จัดการ 8 กันยายน 2549 23:32 น.

       คำบรรยายพิเศษของนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นคำบรรยายที่ลือลั่นสนั่นโลกตั้งแต่ปลายสัปดาห์ของเดือนที่แล้ว
และจะยังคงก้องกระหึ่มไปอีกนาน เพราะเป็นการบรรยายครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นสถานการณ์ที่เป็นจริงอยู่ในประเทศไทย
       
       โดยมีข้อสรุปว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนจากประเทศที่กำลังพัฒนาและกำลังกลายเป็นประเทศที่ล้มเหลว
       
       และเมื่อเป็นประเทศที่ล้มเหลวแล้ว ในที่สุดองค์การสหประชาชาติก็จะต้องเข้ามาอุปถัมภ์ค้ำจุน แม้กระทั่งควบคุมดูแลในด้านต่าง ๆ แม้กระทั่งด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง การปกครอง
       
       จึงเป็นคำปราศรัยที่เปิดโปงการโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยว่าเป็นการโกหกพกลม นั่นคือประเทศไทยไม่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปไหนเลย
       
       ระบอบทักษิณได้ทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาต้องล้าหลัง ต้องถอยหลัง และกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ล้มเหลว ซึ่งจะต้องถูกกำกับควบคุมดูแลโดยสหประชาชาติเหมือนกับบางประเทศในอาฟริกา
       
       เรื่องนี้สำคัญมาก จึงอยากวิงวอนพี่น้องชาวไทยได้ช่วยกันทำความเข้าใจกับพี่น้องคนไทยในชนบท โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภาคอีสานและภาคเหนือให้ได้ทราบความจริงดังที่อดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้บอกกล่าวไว้
       
       เพราะจะไปหวังพึ่งโทรทัศน์ วิทยุ ของรัฐบาลนั้นคงไม่ได้การเป็นแน่ เนื่องจากเขาไม่เสนอข่าวอย่างนี้ เขาจะเสนอแต่เรื่องมอมเมาเย้ายวนด้วยอบายมุข และปลุกระดมให้คนไทยฆ่ากันเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
       
       จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย จะต้องเสียสละและต้องทำหน้าที่บอกกล่าวให้พี่น้องร่วมชาติได้รับรู้จงทั่วกัน
       
       เพื่อทำให้พี่น้องชาวภาคอีสานและภาคเหนือตื่นจากความฝันที่ถูกหลอกถูกมอมเมาด้วยยาบ้าทางเศรษฐกิจของลัทธิประชานิยม จนไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และประเทศไทยกำลังล้มเหลวแล้วจะต้องถูกกำกับควบคุมโดยสหประชาชาติในอนาคต
       
       ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่การเปิดเผยความจริงใด ๆ ในประเทศไทยในขณะนี้จะถูกตอบโต้จากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและพลพรรคไทยรักไทยอย่างดุเดือดเผ็ดมันส์
       
       ดังนั้นตลอดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีเสียงด่าว่านายอานันท์ ปันยารชุน อย่างสาดเสียเทเสียในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความจริงที่นายอานันท์ ปันยารชุน เอามาพูด
       
       เพราะไม่สามารถแก้ตัวหรือชี้แจงได้ว่าสิ่งที่นายอานันท์ ปันยารชุน พูดนั้นไม่เป็นความจริง จึงเอาแต่เรื่องบ้า ๆ บอ ๆ และเหลวไหลไร้สาระไปด่าว่านายอานันท์ ปันยารชุน
       
       ยิ่งคนแบบ “ป้าแมรี่” ที่ออกมาพูดว่าไม่เชื่อว่าประเทศไทยกำลังจะล้มเหลวนั้นยิ่งน่าอัปยศ!
       
       ก็บอกกันตรง ๆ ว่านอกจากประเทศไทยกำลังจะล้มเหลวตามที่นายอานันท์ ปันยารชุน ได้บอกกล่าวแล้ว การหาเสียงชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติให้กับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ก็กำลังล้มเหลวด้วยเหมือนกัน
       
       ใครรู้ช่วยบอกทีเถิดว่าได้ผลาญเงินของประชาชนไปในการล็อบบี้หาเสียงเพื่อการเป็นเลขาธิการสหประชาชาติไปแล้วกี่พันล้านบาท?
       
       ที่น่าอัปยศที่สุดก็คือประเทศไทยมีประชากรแค่ 63 ล้านคน ยังทำตัวเป็นผู้บริหารหรือรัฐบาลของคนทั้ง 63 ล้านคนไม่ได้ และยังเปิดเผยทำตัวเป็นแค่รัฐบาลของคน 16 ล้านคนเท่านั้น
       
       มิหนำซ้ำยังถือว่าคนไทยนอกจาก 16 ล้านคนนี้แล้วเป็นศัตรูเสียอีก!
       
       แล้วจะไปเป็นเลขาธิการสหประชาชาติของประชาคมโลกเขาได้อย่างไร! แค่คิดก็อดสูละอายใจจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้ว แต่น่าแปลกใจที่คนประเภท “ป้าแมรี่” ไม่รู้ประสีประสาในเรื่องนี้เลย

       ความล้มเหลวที่น่าอัปยศล่าสุดก็คือความชุ่ยและห่วยแตกแล้วทำให้เจ้าชายแห่งประเทศลิคเคนสไตน์ต้องสิ้นพระชนม์เพราะต้องคุมขังโดยรัฐบาลไทย

       
       คนไทยคงจะจำได้ว่าในมหาวาระมงคลฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีนั้น ราชสำนักทั่วโลกได้เสด็จมาร่วมงานดังกล่าวและถวายพระพรต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างพร้อมเพรียงกัน
       
       หนึ่งในราชสำนักนั้นคือราชสำนักของประเทศลิกเตนสไตน์
       
       หลังจากนั้นไม่ถึงสองเดือนคือเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2549 เจ้าชายแห่งราชสำนักของประเทศดังกล่าวได้เสด็จมาเยือนประเทศไทย แล้วถูกตำรวจจับกุมเพราะมีรอยเปลี่ยนแปลงวันเดือนปีของวีซ่าในพาสปอร์ต
       
       จับแบบตำรวจไทยแล้วส่งไปขังที่เรือนจำกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีนกรู้ พลตำรวจเอกชิดชัย วรรณสถิตย์
       
       นี่ขนาดเป็นเจ้าชายแห่งราชสำนักประเทศลิกเตนสไตน์ซึ่งมกุฎราชกุมารเพิ่งเสด็จมาร่วมงานฉลองการครองสิริราชสมบัติไปหมาด ๆ ยังถูกทำชุ่ย ๆ ได้ถึงเพียงนี้!
       
       เท่านั้นยังไม่พอ ไปทำอะไรกันก็ไม่รู้จนในที่สุดก็ต้องส่งเจ้าชายพระองค์นี้เข้าโรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉินและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา
       
       ขณะนี้ราชสำนักและประเทศลิกเตนสไตน์กำลังเรียกร้องให้รัฐบาลพรรคไทยรักไทยชี้แจงแถลงไข ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศตามมาก็ได้!
       
       นี่คือความล้มเหลวหนึ่งในร้อยพันความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยน้ำมือของรัฐบาลไทยรักไทยและระบอบทักษิณ

       ต้องขอบคุณนายอานันท์ ปันยารชุน ที่มีคำบรรยายเช่นนี้ เพราะได้ช่วยบอกกล่าวให้กับมิตรประเทศทั่วโลก ซึ่งกำลังถูกหลอกลวงด้วยมายาภาพของระบอบทักษิณ

       
       ขณะนี้ข่าวคราวที่ว่าประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่กำลังล้มเหลวกระหึ่มไปทั้งโลกแล้วล่ะพระคุณท่าน! ฉีกหน้าประจานนักลวงโลกจนหน้าแหกหน้าแตกยับเยินแล้ว!
       
       ตื่นเถิดพี่น้องไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2006, 00:34 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
ตาย่าน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 238



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 10-09-2006, 00:20 »

ถ้าเป็นเรื่องจริงอ้ายห่าเหลี่ยมกับสมุนจะต้องบอกว่าลิกเตนสไตน์ไม่ใช่พ่อแหงๆ
บันทึกการเข้า

เพราะตาย่านคือตาย่าน
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #17 เมื่อ: 10-09-2006, 00:33 »

เรื่องเดียวกัน จากสื่อเดียวกัน หนึ่งสัปดาห์ก่อน ที่ยังเป็นแค่ "ข่าว"

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000111413

ศิริราชเผยผลชันสูตรพลิกศพ “เจ้าชายลิกเตนสไตน์” ชัดโรครุมเร้า


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2549 17:20 น.

       เผยผลชันสูตรพลิกศพ “นายคริสตอฟ วอน โฮเฮนลุฟ” ของโรงพยาบาลศิริราช ระบุ ระบบอวัยวะในร่างกายล้มเหลวจากการติดเชื้อ เนื่องจากปอดอักเสบ และมีโลหิตคั่งจากอาการของโรคเบาหวาน โดยกรมราชทัณฑ์เตรียมรายงานผลไปยังกระทรวงยุติธรรม ถึงสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีของนายคริสตอฟ วอน โฮเฮนลุฟ นักโทษชาย ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับราชนิกุลในอิตาลีและยุโรป ที่เสียชีวิตในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จนเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องตรวจสอบการเสียชีวิตที่แท้จริงในวันนี้ ส่วนราชทัณฑ์ต่างประเทศ สำนักทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ ได้ทำหนังสือสรุปข้อมูลการเสียชีวิตและผลการชันสูตรพลิกศพ นายโฮเฮนลุฟ เตรียมที่จะเสนอยังกระทรวงยุติธรรมแล้ว โดยเสนอไปยังนายกิติพงษ์ กิตยารักษ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม จากนั้นจะมีการเสนอไปปลัดกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ
       
       ทั้งนี้ ในรายงานมีใจความสรุปได้ว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัว นายโฮเฮนลุฟ มาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ซึ่งถูกจับในข้อหาปลอมแปลงวันที่ในการขออนุญาตวีซ่า ซึ่งมารดาของนายโฮเฮนลุฟ แต่งงานกับเจ้าชายคนหนึ่งแห่งลิกเตนสไตน์ แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นบุตรของเจ้าชายองค์ใด โดยในวันที่ 5 สิงหาคม 2549 นายโฮเฮนลุฟมีอาการป่วย เรือนจำฯ จึงนำส่ง รพ.ราชทัณฑ์ แต่อาการหนักมากขึ้น จึงส่งต่อไปยัง รพ.นนทเวช และพักรักษาตัวที่ รพ.นนทเวช จนเสียชีวิตในเช้าวันที่ 8 สิงหาคม 2549
       
       สำหรับอาการป่วยของ นายโฮเฮนลุฟ ที่แพทย์ระบุ คือ มีน้ำตาลในเลือดสูง มีอาการปอดอักเสบและติดเชื้อที่ปอด เมื่อเสียชีวิตจึงส่งศพชันสูตรที่ รพ.ศิริราช ซึ่งผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุถึงสาเหตุการถึงแก่กรรม ว่า เกิดจากระบบอวัยวะในร่างกายล้มเหลว จากการติดเชื้อเนื่องจากปอดอักเสบ รวมกับการมีโลหิตคั่งจากอาการของโรคเบาหวาน ซึ่งรายงานดังนี้ ได้มีการจัดทำเสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศทันที ตั้งแต่ที่นายโฮเฮนลุฟเสียชีวิตแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2006, 00:37 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Thaiflyboy
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #18 เมื่อ: 10-09-2006, 00:41 »

อ้างถึง
Aristocrats mourn Marbella's jet set casualty
16 August 2006

MARBELLA — Christoph von Hohenlohe, a member of one of Europe's most illustrious aristocratic families was buried near Marbella on Wednesday after dying in mysterious circumstances in a Bangkok jail.

'Kiko' Von Hohenlohe, 49, was a prince and member of the Agnelli family, the powerful Italian industrial dynasty, died earlier this month at the hospital unit of the notorious Klongprem Central Prison.

His mother, Princess Ira von Fürstenburg, 66, a well-known European socialite, is demanding an autopsy and an investigation into her son's unexplained death.

Thai authorities have so far declined to open an inquiry.

Hospital sources are said to have suggested the playboy aristocrat died from a possible blood infection or insulin deprivation. 

With a glittering array of European aristocrats attending the funeral, Von Hohenlohe was buried next to his father Prince Alfonso von Hohenlohe near Marbella.

Alfonso von Hohenlohe was famous for turning the former fishing village of Marbella into a fashionable resort for a jet set of Hollywood actors and European aristocrats during the 1960s and 1970s.

His Marbella Club Hotel became a popular refuge from the paparazzi for the likes of Grace Kelly, James Stewart, Tony Curtis and Sean Connery.

European royals like the Duke of Windsor rubbed shoulders with Arab sheikhs and South American dictators.

Christoph Von Hohenlohe's grandparents on his mother's side were Prince Tassilo Egon Maria Karl George Leo von Fürstenburg oand Clara Agnelli, a Fiat heiress.

Von Hohenlohe was arrested and jailed in Bangkok in July 31 for falsifying documents.

Despite attempts to convince a judge he had not intended to commit a crime, he was sent to Klongprem jail which has been condemned by Amnesty International for its inhuman conditions.

With up to 40 prisoners to a cell, Von Hohenlohe's health deteriorated rapidly.

Though not a diabetic, his blood sugar levels were abnormally high just before he died.
He was denied bail twice.

A prison official confirmed Von Hohenlohe's death on 6 August.


แหล่งที่มา http://www.expatica.com/actual/article.asp?subchannel_id=81&story_id=32328

เป็นเจ้าชายจริงๆครับ แต่รู้สึกว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับราชสำนักของลิกเตนสไตน์นะครับ (ไม่แน่ใจ)




บันทึกการเข้า
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #19 เมื่อ: 10-09-2006, 00:55 »

เพิ่มเติมครับ http://www.iht.com/articles/ap/2006/09/02/asia/AS_GEN_Thailand_Celebritys_Son.php

ส่วน เรื่อง สื่อแท้ สื่อเทียม ก็พิจารณากันเอาเองนะครับ

หาข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยก็ดีครับ  Wink

อ้างถึง
   
Thailand releases details of European aristocrat's death in custody
The Associated Press

Published: September 2, 2006
BANGKOK, Thailand Thai authorities released new details Saturday about the sudden death of actress Ira von Fuerstenberg's son last month while jailed in Bangkok, saying he succumbed to a blood infection and diabetes-related complications.
 
Christoph von Hohenlohe, 50, a citizen of Liechtenstein known by the nickname Kiko, was arrested July 29 at Bangkok's airport after authorities found he had falsified his visa by changing its expiration date, immigration police said.
 
While the court considered his case, he was detained at a Bangkok prison. He became ill on Aug. 5 and a prison doctor found that his blood sugar level was very high due to diabetes and sent him for treatment at the prison hospital, the Thai Foreign Ministry said.
 
Von Hohenlohe's condition was deemed serious and he was sent for immediate treatment at Nonthawej hospital. The Foreign Ministry said his heart stopped beating and he could not be resuscitated. He was pronounced dead at 2:15 a.m. on Aug. 8.
 
An autopsy performed at Siriraj Hospital in Bangkok found that von Hohenlohe had died because organs in his body had failed from an infection in the bloodstream related to a lung infection, and ketone buildup from diabetes, the ministry said in a statement.
 
A buildup of ketone acids — produced in the liver when insulin levels fall due to diabetes — can lead to a coma.
 
The ministry said Thai officials have informed the Swiss Embassy in Bangkok, which represents Liechtenstein, about its investigation.
 
Last month the Italian newspaper La Repubblica quoted von Hohenlohe's brother as saying that Kiko had changed his visa to stay an extra day in Thailand.
 
The newspaper and other Italian news reports said Ira von Fuerstenberg visited her son in prison on Aug. 4 and was the last family member to see him alive. She found him depressed and humiliated by his imprisonment but physically well.
 
It also reported that the family had paid bail of US$6,000 (€4,667) and then a second payment of €5,000 (US$6,430), without securing his release.
 
A family friend, Prince Carlo Giovannelli, said von Hohenlohe had gone to Thailand to lose weight, and had followed a strict 15-day program.
 
Von Fuerstenberg, the daughter of former Fiat chief Giovanni Angelli's sister Clara and Prince Tassilo von Fuerstenberg, appeared in European and American films in the 1960s and 1970s.
 
 
BANGKOK, Thailand Thai authorities released new details Saturday about the sudden death of actress Ira von Fuerstenberg's son last month while jailed in Bangkok, saying he succumbed to a blood infection and diabetes-related complications.
 
Christoph von Hohenlohe, 50, a citizen of Liechtenstein known by the nickname Kiko, was arrested July 29 at Bangkok's airport after authorities found he had falsified his visa by changing its expiration date, immigration police said.
 
While the court considered his case, he was detained at a Bangkok prison. He became ill on Aug. 5 and a prison doctor found that his blood sugar level was very high due to diabetes and sent him for treatment at the prison hospital, the Thai Foreign Ministry said.
 
Von Hohenlohe's condition was deemed serious and he was sent for immediate treatment at Nonthawej hospital. The Foreign Ministry said his heart stopped beating and he could not be resuscitated. He was pronounced dead at 2:15 a.m. on Aug. 8.
 
An autopsy performed at Siriraj Hospital in Bangkok found that von Hohenlohe had died because organs in his body had failed from an infection in the bloodstream related to a lung infection, and ketone buildup from diabetes, the ministry said in a statement.
 
A buildup of ketone acids — produced in the liver when insulin levels fall due to diabetes — can lead to a coma.
 
The ministry said Thai officials have informed the Swiss Embassy in Bangkok, which represents Liechtenstein, about its investigation.
 
Last month the Italian newspaper La Repubblica quoted von Hohenlohe's brother as saying that Kiko had changed his visa to stay an extra day in Thailand.
 
The newspaper and other Italian news reports said Ira von Fuerstenberg visited her son in prison on Aug. 4 and was the last family member to see him alive. She found him depressed and humiliated by his imprisonment but physically well.
 
It also reported that the family had paid bail of US$6,000 (€4,667) and then a second payment of €5,000 (US$6,430), without securing his release.
 
A family friend, Prince Carlo Giovannelli, said von Hohenlohe had gone to Thailand to lose weight, and had followed a strict 15-day program.
 
Von Fuerstenberg, the daughter of former Fiat chief Giovanni Angelli's sister Clara and Prince Tassilo von Fuerstenberg, appeared in European and American films in the 1960s and 1970s.
บันทึกการเข้า
z e a z
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 564



« ตอบ #20 เมื่อ: 10-09-2006, 02:37 »

ไม่ได้เป็นองค์เดียวกันกับที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธีที่ผ่านมาแน่นอนนะครับ ดูจากรายพระนามพระราชอันตุกะแล้ว คนละชื่อกันเลย
http://www.soravij.com/royalguests.html

อ้างถึงข้อมูล คุณ Thaiflyboy

Christoph von Hohenlohe, 50, a citizen of Liechtenstein known by the nickname Kiko, was arrested July 29 at Bangkok's airport after authorities found he had falsified his visa by changing its expiration date, immigration police said.

'Kiko' Von Hohenlohe, 49, was a prince and member of the Agnelli family, the powerful Italian industrial dynasty, died earlier this month at the hospital unit of the notorious Klongprem Central Prison.


เห็นด้วยกับคุณ Thaiflyboy ว่าเป็นเจ้าชายจริง แต่ไม่น่าเกี่ยวข้องกับราชสำนักของลิกเตนสไตน์

ไปรู้จักประเทศลิกเตนสไตน์และราชวงศ์กันดีกว่านะครับ
http://www.liechtenstein.li/en/eliechtenstein_main_sites/portal_fuerstentum_liechtenstein/home.htm

 Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า

<a href="http://www.stopglobalwarming.org/countmein.asp" target="blank"><img src="http://msglblwarm.vo.llnwd.net/o16/assets/banners/728x90/sgw_728_90.gif" alt="StopGlobalWarming.org" border="0"></img></a>
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #21 เมื่อ: 10-09-2006, 04:50 »

มติชน วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10402
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0126020949&show=1&sectionid=0101&day=2006/09/02

จี้พิสูจน์เจ้าชายลิกเตนสไตน์สิ้นพระชนม์

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายประมวล รุจนเสรี รองหัวหน้าพรรคประชาราช เปิดเผยว่า กรณีที่เจ้าชายคริสตอฟฟ์ วอน โอเฮน โลห์ ราชนิกูลแห่งรัฐลิกเตนสไตน์ สิ้นพระชนม์ระหว่างที่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงของประเทศ กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

"เจ้าชายคริสตอฟฟ์ วัย 49 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวระหว่างเดินทางออกจากประเทศไทย ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และนำตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ จนมีอาการพระประชวร และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา แต่ทางราชการมิได้สอบสวนหาสาเหตุการสิ้นพระชนม์ให้ชัดเจน จนพระมารดาของพระองค์ทรงเรียกร้องให้มีการชันสูตรศพ ควรที่รัฐบาลจะดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติของราชนิกูลต่างประเทศ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทย" นายประมวลกล่าว

(กรอบบ่าย)

หน้า 14
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #22 เมื่อ: 10-09-2006, 11:04 »

ปู่มวล ซากศพทางการเมือง รายนี้ พอเห็นอะไรแว๊บๆ ที่เป็นราชนิกูลปุ๊บ เป็นต้องโดดเข้าใส่ทันที

สงสัยจะคลั่งหนังจักร์ๆ วงศ์ๆ ตอนเช้าๆ


ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐไปเถอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปสาระแนอะไรไม่เข้าท่า

ทำไมไม่ไปผ่าศพพิสูจน์เองกับมือเลยล่ะ หรือว่ามีแต่ปาก
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #23 เมื่อ: 10-09-2006, 20:42 »

ขอลองสรุปส่วนที่น่าจะพอเชื่อถือได้จากข่าวในกระทู้นี้ เพื่อแสดงให้เห็นคุณภาพของสื่อเทียมครับ
เพียงแค่ 4 ชั่วโมงหลังจากเริ่มกระทู้ ข้อเท็จจริงก็เริ่มเปลี่ยน อันแรกสุดจะใส่ไข่มากที่สุด

--- Von Hohenlohe was arrested and jailed in Bangkok in July 31 for falsifying documents.

--- ไม่ได้เป็นองค์เดียวกันกับที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธีที่ผ่านมาแน่นอนนะครับ ดูจากรายพระนาม
พระราชอันตุกะแล้ว คนละชื่อกันเลย

--- เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัว นายโฮเฮนลุฟ มาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ในวันที่ 31 กรกฎาคม
2549 ซึ่งถูกจับในข้อหาปลอมแปลงวันที่ในการขออนุญาตวีซ่า ซึ่งมารดาของนายโฮเฮนลุฟ แต่งงานกับ
เจ้าชายคนหนึ่งแห่งลิกเตนสไตน์ แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นบุตรของเจ้าชายองค์ใด โดยในวันที่ 5 สิงหาคม
2549 นายโฮเฮนลุฟมีอาการป่วย เรือนจำฯ จึงนำส่ง รพ.ราชทัณฑ์ แต่อาการหนักมากขึ้น จึงส่งต่อไปยัง
รพ.นนทเวช และพักรักษาตัวที่ รพ.นนทเวช จนเสียชีวิตในเช้าวันที่ 8 สิงหาคม 2549

--- Despite attempts to convince a judge he had not intended to commit a crime, he was
sent to Klongprem jail which has been condemned by Amnesty International for its inhuman
conditions.

แสดงว่ามีองค์กรนิรโทษกรรมสากลรับรู้

--- With up to 40 prisoners to a cell, Von Hohenlohe's health deteriorated rapidly.

--- Hospital sources are said to have suggested the playboy aristocrat died from a possible
blood infection or insulin deprivation

--- An autopsy performed at Siriraj Hospital in Bangkok found that von Hohenlohe had died
because organs in his body had failed from an infection in the bloodstream related to a lung
infection, and ketone buildup from diabetes, the ministry said in a statement.

--- สำหรับอาการป่วยของ นายโฮเฮนลุฟ ที่แพทย์ระบุ คือ มีน้ำตาลในเลือดสูง มีอาการปอดอักเสบและ
ติดเชื้อที่ปอด เมื่อเสียชีวิตจึงส่งศพชันสูตรที่ รพ.ศิริราช ซึ่งผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุถึงสาเหตุการถึง
แก่กรรม ว่า เกิดจากระบบอวัยวะในร่างกายล้มเหลว จากการติดเชื้อเนื่องจากปอดอักเสบ รวมกับการมี
โลหิตคั่งจากอาการของโรคเบาหวาน ซึ่งรายงานดังนี้ ได้มีการจัดทำเสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศ
ทันที ตั้งแต่ที่นายโฮเฮนลุฟเสียชีวิตแล้ว
บันทึกการเข้า
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #24 เมื่อ: 11-09-2006, 04:33 »

European aristocrat dies in jail

European aristocrat Christoff von Hohenlohe died of unknown causes at the Bangkok Remand Prison earlier this week, officials and relatives confirmed yesterday.

"Hohenlohe died on Tuesday. We've sent all the details to the Swiss Embassy," said a prison official, who asked not to be named.

"He was here on charges of possessing false documents," the official said without elaborating.

Christoph's brother, Hubertus von Hohenlohe, said Christoph arrived in Thailand in mid-July on a transit visa but had overstayed by a day after missing his flight.

Hohenlohe, 49, from Liechtenstein, apparently altered the date on his visa, leading to his arrest on July 29 at Bangkok International Airport.

Hubertus said his brother had been denied bail twice. An autopsy was under way to determine the nature of Hohenlohe's death.

"It's strange," Hubertus said after arriving in Bangkok on Sunday to help get his brother out of custody.

In an interview with Italian newspaper Corriere Della Sera, he said their mother visited Christoph in jail on Saturday, and he was in a room without mattresses.

The Nation, DPA

ลืมlink  http://www.nationmultimedia.com/2006/08/11/national/national_30010798.php
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-09-2006, 04:54 โดย Kna » บันทึกการเข้า
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #25 เมื่อ: 11-09-2006, 04:34 »

อีกอัน

Jetset-prince dies in the prison of Bangkok
Christoph to Hohenlohe, son of Ira of sovereign mountain, had falsified Thailand-visa with a ball-point pen
Of Daniel Kestenholz

Bangkok - in the night on Tuesday, Christoph "Kiko" prince to Hohenlohe (49) died in Bangkok under dramatic circumstances. Prince to Hohenlohe, who belonged to Europe to high nobility and Jetset, has sat for past week in custody: It was arrested at the airport of Bangkok because it had extended its expired visa itself and had falsified therewith.

At the death bed of the prince with liechtensteinischem passport were hurried also its famous mother Ira of sovereign mountain (66) and its brother Hubertus, the singer and former ski-racers. "As I it on Sunday yet saw, went it it badly, but it caused plaster living", said Hubertus prince to Hohenlohe vis-&agrave;-vis the Berliner morning postal service. "The physicians can itself do not explain, that one so quickly kollabieren can."

Probably the hard prison conditions had broken the portly Christoph. The "free thinker", so its brother, had been before in Dubai and Manila and was returned just now by a wellness-cure out of Krabi.

Then the prison shock. "Kiko" sat overfilled in totally, stink cells. The first two days in the police prison, then four days in the anxious-Kwang-headquarters prison. "On Saturday", so Hubertus prince to Hohenlohe, "went it with its health downhill, he came into the hospital." To late. "Christoph insulin needed. It lay in a sugar coma. Thereto an infection in the lung that blood pressure fell came, suddenly failed all organs." In the night on Tuesday, the hospital had assured it yet around 1.00 clock per telephone, would be everything stable. Around 3.00 clock, a lady had called and had said literal: "I at the pleased to tell you that your brother has passed away." (It pleases me, them to announce, that its brother died is.) "Probable wanted it be only friendly", says to Hohenlohe. "The entire is a totally stupid chance. My brother never was vorbestraft, but the officials advanced strictly after books, without feeling." Its mother Ira had brought Christoph yet meal into the prison and had encouraged it, he should not get upset so. This, so Hubertus, further had thought itself nothing with the forgery of the visa. It did not know that on that in Thailand up to six years custody stand. Hubertus: "Christoph a dwelling in Hawaii had reserved. It had missed the first flight. It had anxiety to miss the flight yet once. The reservation and down-payment would have decayed. It thought, it would change it itself, the stupid date." What the boundary official noted immediately. Am "whether I furiously?", asks Hubertus to Hohenlohe reflectively. "I can me simply do not introduce, that in the year 2006, if one on the moon fly still has six years custody threaten and one one overfilled cell with murderers out of Burma and Cambodia divide must, only because one at the visa rumgekritzelt has."

Also the Swiss message in Bangkok that is responsible for liechtensteinische citizen, had advocated after best fortune a release of to Hohenlohe, like the message confirmed. Even the Italian message turned itself a - without success. At the same time departure would have can to Hohenlohe without problem: It should have paid in the departure merely ten Euros punishment fee for every day, that the visa had expired.

Prince Christophs grandmother is Clara Agnelli (86) that controls the billions-package of the Fiat-family. Its mother princess Ira should been the secret love of sovereign Rainier III of Monaco its after the death of its woman Grace Kelly.

Out of the Berliner morning postal service of the 11 August

2006
บันทึกการเข้า
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #26 เมื่อ: 11-09-2006, 04:53 »

อันนี้เป็นภาษาสเปน ใครอ่านออกก็บอกด้วย   Razz   

http://www.elmundo.es/elmundo/2006/08/10/obituarios/1155221783.html

อันนี้เยอรมัน

http://derstandard.at/?url=/?id=2546772

คำแปล

“Christoph had a Liechtenstein passport. Because of the long queues at Bangkok airport, he changed the date of the expired permission to stay. He underestimated the relevance of this act for the Thai authorities.”
...
“He was allegedly found dead on the floor of his cell. We have sent the clinical documents to Vienna. The doctors claim that such a collapse is not possible.”
...
A lawyer for the family reported that the Thai authorities suspected that Christoph von Hohenlohe faked his visa because he was a drug dealer. Controls at airports are very strict because of the high number of international drug dealers and illegal immigrants.

เยอรมันอีกอัน

http://www.nachrichten.at/nachrichten/467170

เยอรมันอีกอัน

http://www.readers-edition.de/2006/08/11/das-raetsel-um-den-tod-des-prinzen/print/

คำแปล

According to eye-witnesses, harsh words and a quarrel with Thai immigration officials are said to have led to the arrest of the aristocrat Prince Christoph von Hohenlohe (49) at Bangkok airport...Journalists [of “Corriere della Sera” and “La Stampa”] reported a heated exchange of words with the officials...Visa modified...noticed immediately by officials...Inept behaviour and his ignorance of Thai mentality then probably led to his arrest. Smiling officials in blue uniforms are said to have led him away, wrote Massimo Mumma in “La Stampa”...Apparently, Christoph von Hohenlohe did not know that a modification of a royal Thai official stamp is punishable by up to six years in prison. Tourists in Thailand are, however, made aware of the strict immigration procedures by many sources, also by hotels, airlines and travel agents. It is generally known that Immigration is a powerful authority, to be treated with utmost respect...

Christoph von Hohenlohe probably did not behave correctly after the falsification was discovered. He was arrested and brought to the infamous Bang Kwang prison in Nonthaburi. He was able to alert friends by mobile phone, who then notified his family in Europe...

Doctors allegedly diagnosed a blood sugar level three times the normal level. Because of the previous starvation diet, the arrest might have led to a shock. Then again, there was talk about a rapidly progressing infection.

อันนี้ อิตาลี

http://www.repubblica.it/2006/08/sezioni/esteri/morte-bangkok/figlio-ira/figlio-ira.html

คำแปลบางส่วน

Still to be clarified is the cause of death. As his brother Hubertus Hohenloe said: ‘They didn’t tell us exactly... they said it will take two months to tell us officially. Cardiac arrest, they gave us to understand. And in the end, this is always the cause of death but all the organs failed too fast, nobody knows why.” A mystery still to be clarified.

In the meantime, the dispute with the Thai authorities are not yet finished. It seems, in fact, that they oppose the transfer of the remains to the family tomb in Marbella. But Ira Furstenberg has already announced that she will fight.

อันนี้ของ AFP

European aristocrat dies while jailed in Thailand

BANGKOK - A European aristocrat has died of diabetes while locked up in a Thai prison cell on charges of falsifying his passport, officials said on Friday.

Prince Christoph von Hohenlohe, 49, the son of Parisian socialite and Liechtenstein Princess Ira de Furstenberg, died in a private hospital in Bangkok early Wednesday from severe diabetes, a prison doctor said.

He did not seem to be aware that he suffered from the disease, the doctor said.

"I was surprised that he was not aware of his diabetes. He was initially sent to the prison hospital, but after a few hours we referred him to Nonthavej hospital because we have no specialists," the doctor said.

A diplomat at the Swiss embassy, which is responsible for Liechtenstein's interests in Thailand, said Von Hohenlohe had been arrested in late July on charges of falsifying his passport.

He was being held as he awaited trial, the diplomat said.

- AFP

ไง ข่าวลือหรือเปล่า? เอาอีกมั๊ย  Mr. Green
บันทึกการเข้า
Kna
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119


Highly Flammable


« ตอบ #27 เมื่อ: 11-09-2006, 05:01 »

ประวัติจาก  thePeerage.com, A genealogical survey of the peerage of Britain as well as the royal families of Europe
 
http://www.thepeerage.com/p8084.htm#i80835

Christoph Victorio Egon Humberto de Hohenlohe-Langenburg1 (M)
b. 8 November 1956, #80835
Pedigree

Father    Alfonso Maximiliano de Hohenlohe-Langenburg1 b. 28 May 1924, d. 21 December 2003
Mother   Virginia Prinzessin zu F&uuml;rstenberg1 b. 18 April 1940

Last Edited 1 Feb 2004

Christoph Victorio Egon Humberto de Hohenlohe-Langenburg was born on 8 November 1956 in Lausanne, Switzerland.1 He is the son of Alfonso Maximiliano de Hohenlohe-Langenburg and Virginia Prinzessin zu F&uuml;rstenberg.1
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #28 เมื่อ: 11-09-2006, 09:37 »

สรุปอีกที

--- Von Hohenlohe โดนจับเพราะแก้ไขวีซ่าเองที่กรุงเทพฯ in July 31
--- ไม่ได้เป็นองค์เดียวกันกับที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธีที่ผ่านมาแน่นอนนะครับ ดูจากรายพระนาม
พระราชอันตุกะแล้ว คนละชื่อกันเลย
--- เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัว นายโฮเฮนลุฟ มาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ในวันที่ 31 กรกฎาคม
2549 ซึ่งถูกจับในข้อหาปลอมแปลงวันที่ในการขออนุญาตวีซ่า ซึ่งมารดาของนายโฮเฮนลุฟ แต่งงานกับ
เจ้าชายคนหนึ่งแห่งลิกเตนสไตน์
--- มีการขึ้นศาลและขอลดหย่อนโทษโดยองค์การนิรโทษกรรมสากล
--- อยู่กันในคุกชุด 40 คนและ Von Hohenlohe ก็ย่ำแย่
--- ในวันที่ 5 สิงหาคม 2549 นายโฮเฮนลุฟมีอาการป่วย เรือนจำฯ จึงนำส่ง รพ.ราชทัณฑ์ แต่อาการหนัก
มากขึ้น จึงส่งต่อไปยัง รพ.นนทเวช และพักรักษาตัวที่ รพ.นนทเวช จนเสียชีวิตในเช้าวันที่ 8 สิงหาคม 2549
--- สำหรับอาการป่วยของ นายโฮเฮนลุฟ ที่แพทย์ระบุ คือ มีน้ำตาลในเลือดสูง มีอาการปอดอักเสบและ
ติดเชื้อที่ปอด เมื่อเสียชีวิตจึงส่งศพชันสูตรที่ รพ.ศิริราช ซึ่งผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุถึงสาเหตุการถึง
แก่กรรม ว่า เกิดจากระบบอวัยวะในร่างกายล้มเหลว จากการติดเชื้อเนื่องจากปอดอักเสบ รวมกับการมี
โลหิตคั่งจากอาการของโรคเบาหวาน ซึ่งรายงานดังนี้ ได้มีการจัดทำเสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศ
ทันที ตั้งแต่ที่นายโฮเฮนลุฟเสียชีวิตแล้ว

อันนี้เป็นไข่ที่ใส่เพิ่มในข่าวแบบทุเรศ
ทั้งๆที่ มกุฏราชกุมารของประเทศลิกเตนสไตน์เพิ่งเสด็จมาร่วมงานฉลองการครองสิริราชสมบัติไปหมาดๆ
- ไม่ได้เป็นองค์เดียวกัน
ยังถูกกระทำแบบชุ่ยๆ เท่านั้นยังไม่พอยังไปทำอะไรกันไม่รู้จนในที่สุดต้องส่งเจ้าชายพระองค์นี้เข้า
โรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉิน และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา

- ผลจากการชันสูตรเสียชีวิตเริ่มจากเบาหวานและติดเชื้อปอดอักเสบ ไม่มีอะไรแสดงว่าชุ่ย และการ
ติดคุกก็มีองค์การที่เป็นสากลรับรู้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: