ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-08-2020, 13:24
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  QQQปัญหาภาคใต้..บนหนทางที่กำลังสิ้นหนทางของไทยรักไทย (ตอนที่๒)QQQ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
QQQปัญหาภาคใต้..บนหนทางที่กำลังสิ้นหนทางของไทยรักไทย (ตอนที่๒)QQQ  (อ่าน 3042 ครั้ง)
ลุงโท้ยโซ้ยปัญหา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« เมื่อ: 09-09-2006, 07:58 »

ต่อมาจากตอนที่๑http://forum.serithai.net/index.php?topic=6896.0


บ่ายวันต่อมา ลุงโท้ยก็มานั่งสอนเด็กๆ อยู่ใต้ต้นก้ามปูอีกครั้ง เด็กกลุ่มเมื่อวานมากันพร้อมหน้า

จุกน้อย-"ลุงครับ ที่ลุงพูดเมื่อวานเรื่องระบบการปกครองพิเศษ ผมยังสงสัยว่า เมื่อมีผู้ว่าเขตปกครองพิเศษแล้ว ผู้ว่าซีอีโอในปัจจุบันก็ล้มเลิกไปใช่ไหมครับ"

ลุงโท้ย-"เป็นคำถามที่ดีมากจุกน้อย  ลุงอยากจะบอกว่า ตำแหน่งผู้ว่าในประเทศเรา มิได้มีขึ้นมาเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขเหมือนที่เจ้าหัวเมืองในอดีตกาลเคยทำ  แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อ ประสานผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองและกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น เท่านั้น  ผู้ว่าที่มีแนวคิดแบบบูรณาการจริงๆ ต้องเป็นผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นผู้ว่ากทม. ที่ต้องทำงานเพื่อรักษาคะแนนเสียงของประชาชน 

ผู้ว่าในสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่เคยแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชนชาวใต้ได้ และไม่เคยป้องปรามมิให้เกิดปัญหาขึ้น  แต่ผู้ว่า เป็นแค่คนที่รายงานผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รัฐบาลกลาง ทำหน้าที่ Reporter ไม่ใช่ Governer

ดังนั้น ในเขตปกครองพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะถูกลดบทบาทลงมา"

ลุงโท้ยพูดจบ เด็กๆ ก็ปรึกษากันใหญ่ว่า Reporterและ  Governer แปลว่าอะไร  ลุงโท้ยจึงหยิบดิกชันเนอรี่ให้เด็กไปเปิดหาคำแปล

ส้มเช้ง-"หลังจากปฏิรูปการปกครองมาเป็นเขตปกครองพิเศษที่ว่าแล้ว ปัญหาจะหมดไปเลยหรือคะ"

ลุงโท้ย-"ปัญหาภาคใต้มีหลายปัญหาอย่างที่ลุงเคยบอกไว้  เขตปกครองพิเศษ ที่ประกอบไปด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษจะลดความรุนแรงของปัญหาเรื่องเชื้อชาติและศาสนาได้  เมื่อมีการลงทุนของภาคเอกชนที่รัฐให้การสนับสนุนเรื่องภาษีและแหล่งเงินทุนจำนวนมาก จะมีการหมุนเงินจำนวนหนึ่งไปสู่ประชาชนชาวใต้ จากการซื้อขายที่ดินเพื่อนำมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรม  เงินที่ได้นี้จะไปต่อยอดเป็นการพัฒนาอาชีพและฝีมือแรงงานให้คนใต้  ที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นจะก่อให้เกิดการแย่งชิงและเก็งกำไร  เมื่อพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้น จะมีการจ้างแรงงานจำนวนมหาศาล  ซึ่งจะทำให้คนใต้ที่อยู่ในวัยทำงานต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ภาษามาเลย์อาจเป็นภาษาที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบคนต่างถิ่น แต่ภาษาราชการจะทำให้เขาได้งาน

นอกจากนี้ แรงงานที่มีจำนวนไม่พอเพียง อาจทำให้เกิดการอพยพแรงงานมาจากส่วนภาคอื่นๆ ทำให้เกิดการแข่งขันที่จะพัฒนาตนเองของคนใต้  ขณะเดียวกัน แรงงานจากต่างถิ่นก็จะมีการอพยพมาอยู่ในสามจังหวัดนี้อย่างถาวร โดยสร้างครอบครัว ปักหลักปักฐานที่นี่  ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ปัญหาเชื้อชาติและศาสนาเบาบางลงไป เพราะมีส่วนผสมของคนหลายพื้นที่มากขึ้นนั่นเอง"

ลูกแมว-"งั้นที่รัฐบาลทำอยู่ในเรื่องการยัดเยียดการศึกษาให้เด็กชาวใต้ก็เลยไม่ได้ผล"

ลุงโท้ย-"ถูกต้องแล้วลูกแมว  เพราะรัฐไม่เคยเข้าใจพื้นฐานที่แท้จริงของปัญหา แต่รัฐแก้ปัญหาตามภาพที่ปรากฏ อะไรที่ซุกซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในจิตใจคน รัฐไม่เคยอ่านออก
การที่รัฐประสงค์จะให้เด็กชายแดนใต้อ่านภาษาไทยออก มิใช่ยัดเยียดหลักสูตรภาษาไทยเข้าไปทดแทนวิชาภาษามาลายูที่เขาเคยเรียน แต่รัฐต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ภาษาไทยนี่แหละจะทำให้เขามีอนาคตในประเทศไทย เป็นภาษาที่ทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง"

หนูนิด-"แล้วคนที่ขนเงินไปลงทุน ไปประกอบการและไปทำงานที่นั่นจะไม่ถูกรังแกโดยคนในพื้นที่และผู้ก่อการร้ายหรือคะ"

ลุงโท้ย-"แหม ถามได้ถูกใจลุงจริงๆ  ลุงได้เคยบอกแล้วว่า ในเขตปกครองพิเศษเราแยกฝ่ายบริหารออกเป็นสามส่วน.."

จุกน้อย-"มีเสนาคลัง เสนาปกครอง และเสนากลาโหม ใช่ไหมครับ"

ลุงโท้ย-"เก่งมากจุกน้อย  เสนากลาโหมที่ประกอบไปด้วยทหาร-ตำรวจ จะมีอำนาจในการปกครองและดูแลความมั่นคง คอยเฝ้าระวังมิให้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายขึ้นในพื้นที่
แรกๆ จะยังมีการก่อกวนอยู่บ้าง แต่เมื่อเขตปกครองพิเศษเริ่มดำเนินไปได้สักระยะแล้ว ชาวบ้านที่สูญเสียผลประโยชน์จากการ ไม่ได้ขายที่ดิน ไม่ได้ขายแรงงาน และไม่ได้ขายวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการใหม่ จะออกมาเฝ้าระวังกับเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะการก่อการร้ายทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์"

แดงต้อย-"นั่นเท่ากับว่า ยืมมือชาวบ้านมาปกป้องผลประโยชน์ของเขาเองใช่ไหมคะ"

ลุงโท้ย-"ถูกต้องที่สุด ไม่มีอะไรที่คนเราจะหวงแหนมากไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว  ปัจจุบัน รัฐพยายามให้ชาวบ้านช่วยรัฐดูแลความปลอดภัยโดยการให้อาวุธ จัดตั้งหน่วยอาสาขึ้นมาดูแลความปลอดภัยกันเอง หารู้ไม่ว่า ส่วนหนึ่งนั้น เท่ากับยื่นอาวุธไปให้โจร  และพวกเขาก็มิได้มีจิตใจอยากที่จะปกป้องผลประโยชน์ให้รัฐบาลหรอก  เราจะพบว่า อาวุธของอาสาสมัครเหล่านี้ถูกปล้นบ่อยมาก ก็เลยไม่รู้ว่า มีไปทำไม"

น้ำหวาน-"แล้วถ้าเปลี่ยนัฐบาลที่ไม่ได้มาจากไทยรักไทย เขาจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้ไหมคะ"

ลุงโท้ย-"เฮ้อ  ถ้าพวกเขาแก้ได้ คงแก้ตั้งแต่สมัยพวกเขามีอำนาจแล้วล่ะ"  ลุงโท้ยกล่าวอย่างหงุดหงิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-09-2006, 11:16 โดย ลุงโท้ยโซ้ยปัญหา » บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #1 เมื่อ: 09-09-2006, 10:03 »

ลุงโท้ย-"เป็นคำถามที่ดีมากจุกน้อย  ลุงอยากจะบอกว่า ตำแหน่งผู้ว่าในประเทศเรา มิได้มีขึ้นมาเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขเหมือนที่เจ้าหัวเมืองในอดีตกาลเคยทำ  แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อ ประสานผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองและกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น เท่านั้น  ผู้ว่าที่มีแนวคิดแบบบูรณาการจริงๆ ต้องเป็นผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นผู้ว่ากทม. ที่ต้องทำงานเพื่อรักษาคะแนนเสียงของประชาชน 

ผู้ว่าในสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่เคยแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชนชาวใต้ได้ และไม่เคยป้องปรามมิให้เกิดปัญหาขึ้น  แต่ผู้ว่า เป็นแค่คนที่รายงานผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รัฐบาลกลาง ทำหน้าที่ Reporter ไม่ใช่ Governer


เท่าที่ปรากฏในเวลานี้..

ผู้ว่าสามจังหวัดชายแดนใต้ถูกลดทอนอำนาจโดยปริยาย จนแทบไม่เหลืออะไรเลย นอกจากเจ้านายของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่งที่ถูกส่งไป...เพื่อสังเกตการณ์

งบประมาณผู้ว่าซีอีโอที่จัดให้เป็นพิเศษต้องถูกยกเลิกโดยเร็ว และรัฐต้องลงไปจัดระเบียบการบริหารราชการเสียใหม่  เพราะตอนนี้กท.มหาดไทยซึ่งควรจะเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหา กลับไม่ได้ทำอะไรเลย โอนงานให้ทหารไปดูแลแทน  ก็เลยมีคำถามว่า.. มีข้าราชการเหล่านี้(แพงๆ) ไปเพื่ออะไร?
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 09-09-2006, 18:33 »

ยังเนียนไม่เลิกนะ จขกท.
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 09-09-2006, 19:26 »

เนื่องจาก จขกท. เนียนมากไปหน่อย ผมเลยมาเยือนเต็มรูปแบบ อันนี้ตอบตอนแรกก่อนก็แล้วกัน
-
ลูกแมว-"ลุงขา ทำไมต้องเพิ่มอำนาจให้ผบทบ.แก้ปัญหาไฟใต้ด้วย?"

ลุงโท้ย-"เข้าตาจนไงล่ะ  ความจริงประเทศนี้ไม่ได้แบ่งแยกการปกครองเป็นสองระบอบ ถ้าเป็นเสรีประชาธิปไตย คนรับผิดชอบในการแก้ปัญหาต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน  การมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่ง หรือ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เมื่อตนเองทำงานแล้วไม่ได้ผล ถือเป็นการปัดความรับผิดชอบ

-
ถึงแม้ผมจะต่อต้านทักษิณก็ตามเถอะ ผมขอขัดแย้งว่าการมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง มีอำนาจในการแก้ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องปกติของการบริหารงาน ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบแต่อย่างใด และน่าจะมอบอำนาจให้มานานแล้ว
-
เมื่อผบทบ.รับปากไปดับไฟใต้ โดยมีการมอบอำนาจให้สั่งการแบบเบ็ดเสร็จได้ ก็เท่ากับแปลงระบอบการปกครองในสามจังหวัดชายแดนใต้ให้เป็น รัฐทหาร
-
จำประโยคนี้เอาไว้นะครับ
-
นายกและประชาชนในภาคส่วนอื่นๆ อาจไม่คิดอะไร แต่ประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ต้องคิด ต้องรู้สึกน้อยใจว่า เหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยปละให้ปัญหาของพวกเขาถูกโยนกลองเหมือน ตัดหางทิ้ง"

จุกน้อย-"แสดงว่า ลุงไม่เห็นด้วยที่ให้เพิ่มอำนาจให้พลเอกสนธิ"

ลุงโท้ย-"มันเพิ่มไม่ได้หรอกหลานเอ๊ย ประเทศนี้ไม่ใช่ปกครองแบบแยกส่วนอำนาจ และสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่รัฐทหาร"

-
ประโยคนี้ขัดแย้งกันเองกับประโยคข้างบน
-
ส้มเช้ง-"แล้วถ้าลุงเป็นนายก ลุงจะแก้ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้อย่างไรคะ"

ลุงโท้ย-"ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ถูกดัดแปลงให้เป็นปัญหาการเมือง ปัญหาก่อการร้าย และปัญหาแย่งชิงดินแดนในประวัติศาสตร์  แล้วแต่ว่า กลุ่มไหนจะเอาไปดัดแปลงอย่างไร  แต่ตอนนี้มันเลยเถิดไปจนไม่อาจแก้ได้ด้วยวิธีการแก้ปัญหาแบบรวบยอด เบ็ดเสร็จอีกต่อไป  ต้องแยกปัญหาแต่ละอย่างให้ออก แล้วเข้าไปสางทีละเปลาะ

อย่างแรก..ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ  3 จังหวัดนี้ ระบบเศรษฐกิจกลายเป็นขึ้นตรงต่อมาเลเซียเพื่อนบ้านมาช้านานโดยไม่ได้พึ่งพาการช่วยเหลือเกื้อกูลจากรัฐบาลกลาง  รัฐต้องปฏิรูประบบศก.ใหม่ โดยประกาศให้เป็นระบบศก.พิเศษ  รัฐต้องประกาศให้เอกชนขนเงินไปลงทุนโดยยอมลดค่าส่วนแบ่งที่รัฐบาลจะได้ลง เช่น งดเก็บภาษีบางอย่าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจไปลงทุน

-
การส่งเสริมการลงทุนไม่จำเป็นต้องตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอะไรเลย แค่ประกาศเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนตาม พรบ.ส่งเสริมการลงทุน โดยผ่าน BOI ก็ทำได้แล้ว จะงดเก็บภาษีกี่อย่างก็ทำได้ภายใต้กรอบกฏหมายเดียวกัน
-
การที่รัฐเป็นเจ้ามือก็จะต้องอำนวยความสะดวก ให้การขออนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางราชการกระทำได้ง่ายและเร็ว เพื่อให้เอกชนคืนทุนเร็วและมีกำไร  หากเอกชนติดขัดเรื่องใด รัฐต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือทันที"
-
ปัจจุบันการขออนุญาตต่าง ๆ ก็ทำได้ง่ายอยู่แล้ว เอกชนจะคืนทุนเร็วและมีกำไรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจไม่ใช่ภาครัฐ ภาครัฐมีหน้าที่แค่บังคับใช้กฏหมาย และอำนวยความสะดวกตามสมควรภายใต้กรอบกฏหมาย รัฐไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องส่งใครไปช่วยเหลือเอกชน
-
หนูแป้ง-"แล้วเรามีผู้ว่าซีอีโออยู่ ช่วยอะไรไม่ได้หรือคะ"

ลุงโท้ย-"ผู้ว่าซีอีโอเป็นนโยบายหาเสียง ที่มอมเมาข้าราชการให้หลงในอำนาจและเงินทอง ไร้สาระ ระบบเศรษฐกิจพิเศษต้องมี ผู้ว่าการดูแลการคลังใน 3 จังหวัด เรียกว่า เสนาคลัง ดูแลเงินเข้า-ออก รวมทั้งระบบภาษีที่แยกส่วนจากส่วนกลาง คอยเติมเงินเมื่อเงินขาด หรือ ส่งเงินคืนคลังหลวงเมื่อระบบเศรษฐกิจเจริญและเดินหน้าได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมีได้ แต่ก็เป็นแค่ดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น บำบัดทุกข์ บำรุงสุขทั่วๆ ไป"

-
ผู้ว่าซีอีโอเป็นนโยบายหาเสียง จขกท. พูดไม่ผิด แต่การนำระบบเศรษฐกิจพิเศษมาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เสนาคลัง? จะตั้งประเทศใหม่หรือไรมิทราบ จขกท. จะให้ดาโต๊ะคนใหนขึ้นมาปกครองประเทศดีหละ? ระบบภาษีแยกส่วนจากส่วนกลาง? เติมเงินเมื่อขาดส่งคืนเมื่อเกิน? ดีจังเลยนะเขตเศรษฐกิจแบบนี้ หลวงห้ามเก็บภาษีจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ พอเงินไม่พอก็เบิกจากหลวง ขอโทษนะครับ เงินหลวงที่ว่าเก็บจากคนไทยทั่วประเทศนะครับ ส่วนเรื่องส่งเงินคืนนั้น ฝันไปเถอะนะครับ ว่ามันจะมีเหลือคืนมาให้หนะ อีกสักห้าร้อยปีกระมัง?
-
แดงต้อย-"ผมสนใจระบบเขตปกครองพิเศษจังว่า แก้ปัญหาได้จริงๆ หรือ ลุงช่วยอธิบายหน่อยสิครับ"

ลุงโท้ย-"ผู้บริหารราชการในเขตระบบพิเศษต้องเริ่มต้นจากการแต่งตั้งของรัฐบาลก่อน หลังจากนั้น จึงพิจารณาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในโอกาสต่อๆ ไป  การบริหารราชการในเขตสามจังหวัดนี้ ให้ประกอบไปด้วยหมู่คณะ ประกอบด้วย

-
แค่จุดเริ่มต้นก็ผิดแล้ว การแต่งตั้งก็ไม่ต่างจาก ผู้ว่าซีอีโอเลย มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนกันเป๊ะ การพิจารณาให้มีการเลือกตั้งในโอกาสต่อ ๆ ไปหนะ ดูดีจัง แล้วทำไมไม่เลือกตั้งตั้งแต่แรกเลยหละครับ ทำได้นี่
-
๑) เสนาการปกครอง  ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะมาลงทุน

๒) เสนาการคลัง ดูแลระบบภาษี  เงินงบประมาณที่รัฐนำไปลงในพื้นที่ ออกมาตรการการเงิน การคลังใช้ในพื้นที่ให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเงิน

๓) เสนากลาโหม ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ และเอกชนที่ขนเงินไปลงทุน เป็นการรวมเหล่าทัพ ไม่ใช่ทหารบกอย่างเดียว

ทั้งหมดนี้ทำงานขึ้นตรงกับผู้ว่าเขนปกครองพิเศษ หรือเรียกว่า นายกเล็ก ซึ่งจะรายงานผลการดำเนินงานให้กับนายกใหญ่ของประเทศอีกที"

-
เรื่องเสนาต่าง ๆ นี่ผมไม่สันทัดเรื่องละครลิง ผมคงไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ
ส่วนเรื่องนายกเล็กนั่น ผมว่า จขกท. เปลี่ยนชื่อให้เป็นพระราชาธิบดี ดีกว่ามั้งครับ จะได้ชัดเจนกันไปเลย
-
ลูกแมว-"แล้วนายกทั้งสองคนไม่ตีกันเองหรือคะ เพราะนายกเล้กมีอำนาจในการบริหารมากในเขตปกครอง"

ลุงโท้ย-"กฎหมายที่จะออกมารองรับเขตปกครองพิเศษจะทำให้ไม่สามารถก้าวก่ายอำนาจปกครองของนายกเล็ก แต่นายกใหญ่มีสิทธิ์ปลดนายกเล็กได้ โดยการขออนุมัติจากที่ประชุมรัฐสภา  ในขณะเดียวกัน นายกเล็กก้ถูกปลดได้โดยอำนาจของ "เสนา" สองในสามเช่นกัน  สุดท้าย..เมื่อระบบเดินไปได้ ประชาชนจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ว่าเขตปกครองพิเศษด้วยตัวของเขาเอง จึงไม่มีปัญหาเรื่องดุลอำนาจแน่นอน"

-
สงสัย จขกท. ดูละครลิงมากเกินไป เลยคิดว่านายกใหญ่ จะปลดนายกเล็กที่มีอำนาจทางทหารในมือได้ง่าย ๆ วันหลังเลิกดูละครจักร ๆ วงค์ ๆ บ้างนะครับ หันไปดู animal planet บ้างก็ดี
-
ส้มเช้ง-"เมื่อแก้ปัญหาเรื่องระบบเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาจะสงบลงหรือคะ"

ลุงโท้ย-"ยังหรอก ลุงบอกแล้วว่า ปัญหามีการดัดแปลงให้เป็นหลายปัญหา ทั้งๆ ที่เดิมทีมีปัญหาเดียว ดังนั้น จึงต้องว่ากันไปทีละเปลาะ แต่ตอนนี้แดดโพล้เพล้แล้ว ทุกคนกลับไปทานข้าวที่บ้านก่อน พรุ่งนี้ เลิกเรียนหนังสือก็มาพบกันที่นี่ ลุงจะโซ้ยปัญหาที่เหลือต่อจนกว่าจะจบ"

-
ลุงจะโซ้ยปัญหา หรือว่าจะสร้างปัญหากันแน่ครับ
-
"ขอบคุณค่ะลุง" "สวัสดีค่ะลุง"  "สวัสดีครับ"

บนทางสายเดี่ยวที่ผู้นำแก้ปัญหาด้วยการใช้อำนาจอย่างมัวเมา กับบนทางสายเปลี่ยวที่ลุงโท้ยใช้สติปัญญามองหาหนทางแก้ไขปัญหาแต่ไม่มีโอกาสไปแก้ปํญหา

คนเราเวลานั่งอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่โต ปัญหาทุกอย่างถูกอำนาจที่ยิ่งใหญ่ครอบงำจนตามืดมัว ปัญญาก็ไม่เกิด
ลุงโท้ยไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีวาสนา อยู่ในสังคมที่ว่างเปล่า สอนหนังสือแบบวิทยาทาน ปัญญาก็ไม่ถูกปิดกั้น

คนสองคนอยู่ต่างขั้วของสังคมจะมองเห็นปัญหาเดียวกันก็จริงแต่การแก้ปัญหาไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน บ้านเมืองไม่มีโอกาสให้ทดลองซ้ำ มีแต่จะช้ำ  เช่นเดียวกับปัญหาภาคใต้ที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งต่อขยายแขนงปัญหาให้แตกออกไป  อนิจจา

-
ถ้าแก้ปัญหาแบบลุง อีกไม่นานเราคงจะต้องมีเอกอัคราชทูตประจำรัฐปัตตานี หละไม่ว่า
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 09-09-2006, 19:36 »

ถึงแม้ผมจะเกลียดทักษิณมากเพียงใดก็ตาม ผมก็ยังต้องการให้ความสงบร่มเย็นสันติสุขเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราในทุกๆแห่งครับ

แต่ที่แน่ๆปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเรื่อง3จังหวัดภาคใต้เป็นการแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาลทักษิณ

รวมทั้งเรื่องคนในชาติแตกความสามัคคีด้วย

ถือว่ารัฐบาลทักษิณล้มเหลวอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงในชาติด้านความสามัคคี กลับยิ่งทำให้ประชาชนไทยทะเลาะกันหนักข้อขึ้นอีก

สมควรที่จะลาออกและเว้นวรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่กล้าลงเพราะกลัวโดนเช็คบิลเรื่องทุจริตต่างๆที่ผุดราวดอกเห็ด

รวมทั้งต้องการปกป้องสัมปทานและหุ้นที่ตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์ได้มาแบบทุจริตด้วย

คงเป็นกรรมของชาวไทย ที่มีนายกเลวร้ายที่สุดในประวัติการณ์
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 09-09-2006, 19:55 »

ปํญหาภาคใต้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จึงไม่สามารถเรียกว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้  ที่ลุงพูดเรื่องเศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างการปกครองแบบบูรณาการทั้งสามจังหวัด
ซึ่งระบบเศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

-
ต้องเรียกว่าการตั้งเขตปกครองพิเศษครับ หรือจะให้ดีเรียกว่าตั้งประเทศใหม่ไปเลย
-
ส่วนรัฐธรรมนูญที่ยกมานั้น ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข  การมีเขตปกครองพิเศษขึ้นมาในประเทศต้องแก้ไขกฎหมายหลายมาตราด้วย  ที่ยกมาจึงยังเป็นเรื่องเดิมอยู่
-
อย่าลืมเอาบรรทัดที่ว่า “มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ออกไปด้วยนะครับ เวลาแก้ไขกฏหมาย
-
ความจำเป็นที่ต้องแยกการปกครองแต่ไม่แยกระบอบเพราะท้องถิ่นนี้แตกต่างจากท้องถิ่นอื่นทั้ง ระบบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม  ประวัติศาสตร์ และศาสนา
-
อย่าลืมแยกการปกครองให้กับ อณาจักรล้านนา อณาจักรสุโขทัย ด้วยนะครับ อันนั้นเค้ามีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่ารัฐปัตตานีเสียอีก
-
ถ้าคุณทั้งสองลองแยกสามจังหวัดออกมาในใจ จะเห็นได้ว่า มันเหมือนอีกหนึ่งประเทศเลยเพราะไม่ผูกพันกับประชากรส่วนอื่นๆ ของประเทศก็สามารถอยู่ได้ในสถานะเฉพาะของเขา  รัฐบาลส่วนกลางไม่เฉพาะแต่รัฐบาลนี้ ไม่ได้สร้างโอกาสในการเป็นพลเมืองของประเทศไทย ให้กับท้องถิ่นนี้มากเท่าที่ควรจะเป็น
-
ลองนึกถึงอุบลราชธานี ที่จกปลาร้าปลาแดกจากไห กินกันอร่อยด้วยนะครับ ไม่เหมือนคนกรุงเตบบบบที่ใช้ช้อนตักปลาแดกกิน
-
หลับตานึกภาพอีกที  ลองจำลองบรรยากาศใหม่ ให้สามจังหวัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียสิ  จะเห็นได้ว่า มีความกลมกลืนกว่า ทั้งชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม
-
เหมือนชาวรัฐปัตตานีมากกว่าครับ หลับตากี่รอบก็เหมือน
-
ในเมื่อมันแตกต่างและคนในพื้นที่ไม่ยอมรับ จนเกิดการประท้วง ลามไปถึงการพึ่งพาลัทธิการก่อการร้ายของต่างชาติเข้ามาเพื่อทำลายประเทศตัวเอง จึงต้องแยกเป็นเขตปกครองพิเศษขึ้น  ที่ผ่านมาเพราะรัฐบาลกลางและคนส่วนใหญ่ในประเทศคิดแต่ว่า จะแก้อย่างไรจึงจะให้พวกเขายอมรับว่า เป็นพลเมืองของเรา จนกลายเป็นความผิดพลาด
-
อู้หู นั่งนึกนั่งเทียนเขียนซะเนียนเลย มีการประท้วงเรียกร้อง มีการดึงการก่อการร้ายเข้ามา วันก่อนผมไปนั่งกินกาแฟที่นราธิวาส ไม่เห็นคนที่นั่นอยากได้อะไรที่ จขกท. ว่านี่สักคน มีแต่เรียกร้องให้ปราบพวกชาติชั่วนี่ให้หมด อย่าเอาคนหลงผิดไม่กี่คนมาเป็นตัวแทนของคนใต้เลยนะ จขกท.
-
ส่วนเรื่องการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นด้วยตัวเองเป็นนิมิตหมายที่ดีของการปกครองที่ประชาชนทุกภาคส่วนของประเทศย่อมต้องยินดี ลุงก็บอกในเนื้อหาแล้วว่า เริ่มต้นต้องแต่งตั้งก่อน เมื่อได้รับการยอมรับแล้ว เป้าต่อไปคือ เลือกตั้งกันเอง  โดยรัฐบาลกลางเป็นผู้กำหนดนโยบายและแผนงานให้กระทำ
-
มันขัดแย้งกันเองในเนื้อหาที่ จขกท. พูด แล้วจะให้ใครเค้าเชื่อถือหละ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 09-09-2006, 20:03 »

ความยุติธรรมมากำหนดเขตปกครองพิเศษไม่ได้เพราะ ภาคอื่นๆ ที่กล่าวมามิได้มีปัญหาแบบเดียวกับที่สามจังหวัดภาคใต้นะ
แต่ในอนาคตที่ยาวไกล หากรัฐสามารถจัดแบ่งเขตปกครองพิเศษขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ตามปัจจัยพื้นฐานของชุมชนและปัญหาที่แตกต่างกันแล้ว  จะทำให้การบริหารราชการง่ายและดีขึ้นมาก เพราะเข้าถึงปัญหาชุมชนได้ง่ายกว่า รัฐบาลส่วนกลาง
   
-
ภาคอื่น ๆ ไม่มีปัญหาเลยไม่ตั้งเขตการปกครองพิเศษ แต่ตั้งเขตปกครองพิเศษขึ้นมาโดยใช้ทรัพยากรจากภูมิภาคอื่น แหม๋มันช่างเลิศอะไรอย่างนี้นะ จขกท.
-
เธอคงไม่อยากให้คนกรุงเทพต้องมารับผิดชอบปัญหาของคนต่างจังหวัด และคนต่างจังหวัดต้องมารับผิดชอบปัญหาของคนกรุงเทพ  และคนในจังหวัดอื่นๆ ต้องมารับผิดชอบปัญหาของคนภาคอีสานเช่นนี้หรอกนะ  มันไม่มีความยุติธรรมอยู่แล้ว
นอกจากนี้ การแบ่งเขตปกครองพิเศษเป็นโซนๆ ก็ได้รับผลดีมาแล้วในหลายประเทศที่ใช้ระบอบสาธารณรัฐทั้งจีนและอเมริกา เป็นต้น
เมืองไทยเราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะอำนาจของรัฐบาลส่วนกลางถูกลดทอนลงไปเป็นแค่คนกำหนดนโยบายเท่านั้น มันไม่คุ้มทุนไงล่ะ และบ้านเมืองยิ่งเจริญเร็ว ยิ่งเปลี่ยนแปลง การหลอกขายเสียงก็ทำได้ยากขึ้น

-
ไม่รับผิดชอบอย่างไรครับ ในเมื่องคุณไม่ให้หลวงเก็บภาษีจากเขตปกครองพิเศษ เขตฯ เก็บเองใช้เอง แถมยังจะเอาเพิ่มจากหลวงอีกต่างหาก การเอาเพิ่มเนี่ย เค้าไม่เรียกว่าคนภาคอื่นต้องมารับผิดชอบด้วยเหรอครับ คิดอะไรได้ปัญญาอ่อนมาก จขกท.
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 09-09-2006, 20:25 »

จุกน้อย-"ลุงครับ ที่ลุงพูดเมื่อวานเรื่องระบบการปกครองพิเศษ ผมยังสงสัยว่า เมื่อมีผู้ว่าเขตปกครองพิเศษแล้ว ผู้ว่าซีอีโอในปัจจุบันก็ล้มเลิกไปใช่ไหมครับ"

ลุงโท้ย-"เป็นคำถามที่ดีมากจุกน้อย  ลุงอยากจะบอกว่า ตำแหน่งผู้ว่าในประเทศเรา มิได้มีขึ้นมาเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขเหมือนที่เจ้าหัวเมืองในอดีตกาลเคยทำ  แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อ ประสานผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองและกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น เท่านั้น  ผู้ว่าที่มีแนวคิดแบบบูรณาการจริงๆ ต้องเป็นผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นผู้ว่ากทม. ที่ต้องทำงานเพื่อรักษาคะแนนเสียงของประชาชน 

ผู้ว่าในสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่เคยแก้ไขปัญหาทุกปัญหาของประชาชนชาวใต้ได้ และไม่เคยป้องปรามมิให้เกิดปัญหาขึ้น  แต่ผู้ว่า เป็นแค่คนที่รายงานผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รัฐบาลกลาง ทำหน้าที่ Reporter ไม่ใช่ Governer

ดังนั้น ในเขตปกครองพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะถูกลดบทบาทลงมา"

-
งั้นเลือกตั้งผุ้ว่าฯ ทั้งสามจังหวัด ไม่ง่ายกว่าเหรอ พูดอะไรขัดแย้งกันเองตลอดนะ จขกท.
-
ลุงโท้ยพูดจบ เด็กๆ ก็ปรึกษากันใหญ่ว่า Reporterและ  Governer แปลว่าอะไร  ลุงโท้ยจึงหยิบดิกชันเนอรี่ให้เด็กไปเปิดหาคำแปล

ส้มเช้ง-"หลังจากปฏิรูปการปกครองมาเป็นเขตปกครองพิเศษที่ว่าแล้ว ปัญหาจะหมดไปเลยหรือคะ"

ลุงโท้ย-"ปัญหาภาคใต้มีหลายปัญหาอย่างที่ลุงเคยบอกไว้  เขตปกครองพิเศษ ที่ประกอบไปด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษจะลดความรุนแรงของปัญหาเรื่องเชื้อชาติและศาสนาได้  เมื่อมีการลงทุนของภาคเอกชนที่รัฐให้การสนับสนุนเรื่องภาษีและแหล่งเงินทุนจำนวนมาก จะมีการหมุนเงินจำนวนหนึ่งไปสู่ประชาชนชาวใต้ จากการซื้อขายที่ดินเพื่อนำมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรม  เงินที่ได้นี้จะไปต่อยอดเป็นการพัฒนาอาชีพและฝีมือแรงงานให้คนใต้  ที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นจะก่อให้เกิดการแย่งชิงและเก็งกำไร  เมื่อพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้น จะมีการจ้างแรงงานจำนวนมหาศาล  ซึ่งจะทำให้คนใต้ที่อยู่ในวัยทำงานต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ภาษามาเลย์อาจเป็นภาษาที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบคนต่างถิ่น แต่ภาษาราชการจะทำให้เขาได้งาน

-
แค่ทุกวันนี้ไทยพุทธยังอยู่ยาก ถ้าตั้งเขตปกครองพิเศษขึ้นมา คงจะเป็นรัฐอิสลามแห่งใหม่ล่าสุดในโลก ที่ชื่อว่ารัฐปัตตานี นโยบายทักษิณว่าบัดซบแล้ว ของจขกท. ยิ่งกว่าอีก
-
นอกจากนี้ แรงงานที่มีจำนวนไม่พอเพียง อาจทำให้เกิดการอพยพแรงงานมาจากส่วนภาคอื่นๆ ทำให้เกิดการแข่งขันที่จะพัฒนาตนเองของคนใต้  ขณะเดียวกัน แรงงานจากต่างถิ่นก็จะมีการอพยพมาอยู่ในสามจังหวัดนี้อย่างถาวร โดยสร้างครอบครัว ปักหลักปักฐานที่นี่  ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ปัญหาเชื้อชาติและศาสนาเบาบางลงไป เพราะมีส่วนผสมของคนหลายพื้นที่มากขึ้นนั่นเอง"
-
ทุกวันนี้หมู่บ้านชาวเหนือที่นราธิวาส เกือบจะเป็นหมู่บ้านร้างอยู่แล้ว คนที่อพยพกลับ เค้าพูดคำเดียวว่า “ไม่ใช่แขก อยู่ไม่ได้” จขกท. มีข้อมูลสักแค่ใหนกันเชียวที่มานั่งเทียนเขียนกระทู้นี้
-
ลูกแมว-"งั้นที่รัฐบาลทำอยู่ในเรื่องการยัดเยียดการศึกษาให้เด็กชาวใต้ก็เลยไม่ได้ผล"

ลุงโท้ย-"ถูกต้องแล้วลูกแมว  เพราะรัฐไม่เคยเข้าใจพื้นฐานที่แท้จริงของปัญหา แต่รัฐแก้ปัญหาตามภาพที่ปรากฏ อะไรที่ซุกซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในจิตใจคน รัฐไม่เคยอ่านออก
การที่รัฐประสงค์จะให้เด็กชายแดนใต้อ่านภาษาไทยออก มิใช่ยัดเยียดหลักสูตรภาษาไทยเข้าไปทดแทนวิชาภาษามาลายูที่เขาเคยเรียน แต่รัฐต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ภาษาไทยนี่แหละจะทำให้เขามีอนาคตในประเทศไทย เป็นภาษาที่ทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง"

-
ยัดเยียด? เคยไปดูโรงเรียนที่ถูกเผาหรือปล่าว จขกท. เคยเห็นภาพเด็กที่นั่งร้องไห้เพราะห้องเรียนถูกเผาหรือปล่าว เคยเห็นชาวบ้านมาช่วยกันซ่อมห้องเรียนหรือปล่าว? จขกท. ถึงได้สำรากคำนี้ออกมา
-
หนูนิด-"แล้วคนที่ขนเงินไปลงทุน ไปประกอบการและไปทำงานที่นั่นจะไม่ถูกรังแกโดยคนในพื้นที่และผู้ก่อการร้ายหรือคะ"

ลุงโท้ย-"แหม ถามได้ถูกใจลุงจริงๆ  ลุงได้เคยบอกแล้วว่า ในเขตปกครองพิเศษเราแยกฝ่ายบริหารออกเป็นสามส่วน.."

จุกน้อย-"มีเสนาคลัง เสนาปกครอง และเสนากลาโหม ใช่ไหมครับ"

ลุงโท้ย-"เก่งมากจุกน้อย  เสนากลาโหมที่ประกอบไปด้วยทหาร-ตำรวจ จะมีอำนาจในการปกครองและดูแลความมั่นคง คอยเฝ้าระวังมิให้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายขึ้นในพื้นที่
แรกๆ จะยังมีการก่อกวนอยู่บ้าง แต่เมื่อเขตปกครองพิเศษเริ่มดำเนินไปได้สักระยะแล้ว ชาวบ้านที่สูญเสียผลประโยชน์จากการ ไม่ได้ขายที่ดิน ไม่ได้ขายแรงงาน และไม่ได้ขายวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการใหม่ จะออกมาเฝ้าระวังกับเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะการก่อการร้ายทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์"

-
เมื่อเขตปกครองพิเศษดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง เราจะพบว่าสถานที่ราชการชักธงรัฐปัตตานี และผู้ประกอบการใหม่คือคนมาเลย์ โดยมีชาวรัฐปัตตานีเป็นข้าทาส
-
แดงต้อย-"นั่นเท่ากับว่า ยืมมือชาวบ้านมาปกป้องผลประโยชน์ของเขาเองใช่ไหมคะ"

ลุงโท้ย-"ถูกต้องที่สุด ไม่มีอะไรที่คนเราจะหวงแหนมากไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว  ปัจจุบัน รัฐพยายามให้ชาวบ้านช่วยรัฐดูแลความปลอดภัยโดยการให้อาวุธ จัดตั้งหน่วยอาสาขึ้นมาดูแลความปลอดภัยกันเอง หารู้ไม่ว่า ส่วนหนึ่งนั้น เท่ากับยื่นอาวุธไปให้โจร  และพวกเขาก็มิได้มีจิตใจอยากที่จะปกป้องผลประโยชน์ให้รัฐบาลหรอก  เราจะพบว่า อาวุธของอาสาสมัครเหล่านี้ถูกปล้นบ่อยมาก ก็เลยไม่รู้ว่า มีไปทำไม"

-
อ้อ ยัดข้อหาให้ชาวบ้านไปเลยนะครับ ว่าชาวบ้านเป็นพวกโจร ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ จขกท. เคยไปเยี่ยมหมู่บ้านที่ อส. มีความเข้มแข็งมั้ยครับ ก่อนจะสำรากออกมาแบบนี้
-
น้ำหวาน-"แล้วถ้าเปลี่ยนัฐบาลที่ไม่ได้มาจากไทยรักไทย เขาจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้ไหมคะ"

ลุงโท้ย-"เฮ้อ  ถ้าพวกเขาแก้ได้ คงแก้ตั้งแต่สมัยพวกเขามีอำนาจแล้วล่ะ"  ลุงโท้ยกล่าวอย่างหงุดหงิด

-
ครับ ผมชักจะเชื่อ จขกท. แล้วครับ ว่าทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาได้ ก็คือการสถาปนารัฐปัตตานี ภายใต้การอำนวยความสะดวก ในชื่อเขตปกครองพิเศษ จากรัฐบาลไทย!!!


ปล. ผมสะอิดสะเอียนมากที่เข้ามาตอบกระทู้นี้ กลิ่นอายวันประกาศอิสรภาพของรัฐปัตตานี มันฟุ้งไปทั่ว แฝงมาในความเนียนของการโฆษณาชวนเชื่อ แบบเป็นระบบ มีหนูนิดหนูน่อย ไอ้จ่อย ฯลฯ วันหลังใช้ชื่อไอ้ไข่นุ้ยสิครับ จะได้ชัดเจนดี ว่ามึงคิดอย่างไร!!!!
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #8 เมื่อ: 10-09-2006, 13:57 »

เอ้า
 Confused
คุณคนในวงการ ซิวไปซะแล้ว

ผมว่าหลายแนวคิด ของลุงโซ้ย ทำไม่ได้จริง อยู่แล้วล่ะ
ถ้ารัฐบาลไหนคิดทำ โดนฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ก็จบแล้ว

แค่เขตเศรษฐกิจพิเศษน่าจะพอ เพราะคนเหล่านี้เหมือนจะคุยกับมาเลย์สนุกกว่าคนไทยด้วยกัน
จะให้ไปปรับเปลี่ยนก็ลำบาก

ถ้าให้คนเชื้อสายจีนในมาเลย์มาช่วยผสมผสาน เรื่องอาจจะจบง่าย
เพราะคนเชื้อสายจีนในมาเลย์รู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่กับคนมุสลิมมาเลย์เป็นอย่างดี

ที่แน่ๆไม่ใช่เปลี่ยนทั้งหมด คือเปลี่ยนเป็นรัฐอิสลามเลย
หรือเปลี่ยนเป็นไม่มีอิสลามเลย

มันควรมีวิธีที่ดีกว่านั้น
ไม่ว่าจะศาสนาไหน ก็อยากอยู่ดีกินดีเหมือนกัน
ถ้าทำได้ ก็ไม่มีใครอยากแบ่งแยกดินแดนหรอก

หรือไม่ก็ต้องสร้างสัมพันธ์กับมาเลย์ให้มากแบบสุดๆ ให้มาเลย์เห็นว่ารัฐปัตตานีเกิดมาก็ไม่สำคัญเท่าญาติดีกับไทย
บันทึกการเข้า
ไทมุง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,543



« ตอบ #9 เมื่อ: 10-09-2006, 14:54 »


ท่านทั้งหลายที่กล่าวมาข้างบนคงเข้าใจ พ.ต.ท.ดร.ทะสิน ผิดไปแล้วกระมัง
อันที่จริงปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก้ไขแล้วจากการพับนกขึ้นเครื่องบันไปโปรยแล้วไง

หุ หุ  Twisted Evil
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #10 เมื่อ: 10-09-2006, 15:06 »

ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแล้ว

2 - 3 วันมานี้ ไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้นอีกแล้วนี่ครับ
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 10-09-2006, 17:35 »

ไม่จำเป็นต้องทำอะไรแล้ว

2 - 3 วันมานี้ ไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้นอีกแล้วนี่ครับ

คุณ Killer ไม่รู้กันหรือว่าเขาปิดข่าว ผมมีเพื่อนอยู่ปัตตานี เขาเล่าให้ฟังว่าความจริงมีเยอะกว่าที่ออกข่าว
เพียงแต่เขาปิดข่าวไว้บ้าง คงเป็นเหตุผลด้านภาพลักษณ์ (นี่ขนาดปิดแล้วนะเนี่ย)

Killer คิดว่าอยู่ดีๆ มันก็จะจบง่ายๆ งั้นเหรอ มีเหตุผลไหม
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
ลุงโท้ยโซ้ยปัญหา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #12 เมื่อ: 11-09-2006, 11:28 »

ปล. ผมสะอิดสะเอียนมากที่เข้ามาตอบกระทู้นี้ กลิ่นอายวันประกาศอิสรภาพของรัฐปัตตานี มันฟุ้งไปทั่ว แฝงมาในความเนียนของการโฆษณาชวนเชื่อ แบบเป็นระบบ มีหนูนิดหนูน่อย ไอ้จ่อย ฯลฯ วันหลังใช้ชื่อไอ้ไข่นุ้ยสิครับ จะได้ชัดเจนดี ว่ามึงคิดอย่างไร!!!!

ขนาดนั้นเลยเชียวรึ?

ถ้าลุงมีแนวคิดแยกรัฐปัตตานีอย่างว่า คงทำให้ชัดเจนกว่านี้แล้วล่ะ  คนในวงการไม่อ่านดูให้ดีๆ วิเคราะห์ให้ละเอียดลงไปกว่านี้หน่อยหรือ ก่อนจะตัดสินคน และใช้คำพูดหยาบคายเช่นนั้น

การที่ลุงเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้รัฐสนับสนุนให้เอกชนขนเงินไปลงทุน มีการจ้างงานจากทุกภาคส่วนของประเทศและมีการอพยพคนต่างถิ่นเข้าไปทำงานในพื้นที่ ก็เท่ากับสลายรัฐอิสลามไปในตัว  ดังนั้น แนวความคิดจัดตั้งรัฐปัตตานีจึงเป็นไปไม่ได้และลุงก็ไม่ใช่อิสลามนะ  แต่เป็นไทยพุทธ

อโหสิให้นะสำหรับคำพูดคำจา แต่ก็ขอบใจที่สนใจในเนื้อหาและอ่านอย่างละเอียด  ส่วนข้อข้องใจของคนในวงการ ลุงขอตอบเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ :


ลูกแมว-"ลุงขา ทำไมต้องเพิ่มอำนาจให้ผบทบ.แก้ปัญหาไฟใต้ด้วย?"

ลุงโท้ย-"เข้าตาจนไงล่ะ  ความจริงประเทศนี้ไม่ได้แบ่งแยกการปกครองเป็นสองระบอบ ถ้าเป็นเสรีประชาธิปไตย คนรับผิดชอบในการแก้ปัญหาต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน  การมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่ง หรือ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เมื่อตนเองทำงานแล้วไม่ได้ผล ถือเป็นการปัดความรับผิดชอบ

-
ถึงแม้ผมจะต่อต้านทักษิณก็ตามเถอะ ผมขอขัดแย้งว่าการมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง มีอำนาจในการแก้ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องปกติของการบริหารงาน ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบแต่อย่างใด และน่าจะมอบอำนาจให้มานานแล้ว
-
เมื่อผบทบ.รับปากไปดับไฟใต้ โดยมีการมอบอำนาจให้สั่งการแบบเบ็ดเสร็จได้ ก็เท่ากับแปลงระบอบการปกครองในสามจังหวัดชายแดนใต้ให้เป็น รัฐทหาร
-
จำประโยคนี้เอาไว้นะครับ
-
นายกและประชาชนในภาคส่วนอื่นๆ อาจไม่คิดอะไร แต่ประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ต้องคิด ต้องรู้สึกน้อยใจว่า เหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยปละให้ปัญหาของพวกเขาถูกโยนกลองเหมือน ตัดหางทิ้ง"

จุกน้อย-"แสดงว่า ลุงไม่เห็นด้วยที่ให้เพิ่มอำนาจให้พลเอกสนธิ"

ลุงโท้ย-"มันเพิ่มไม่ได้หรอกหลานเอ๊ย ประเทศนี้ไม่ใช่ปกครองแบบแยกส่วนอำนาจ และสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่รัฐทหาร"

-
ประโยคนี้ขัดแย้งกันเองกับประโยคข้างบน
-

ขัดแย้งอย่างไรกันครับ?

อ่านให้ดีๆ  สิ่งที่รัฐทำอยู่เวลานี้ต่างหากที่ เสมือน สร้างกลไกรัฐทหารขึ้นมา แต่สิ่งที่ลุงเสนอ คือ ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มอำนาจให้พลเอกสนธิ นั่นก็คือ ลุงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐทำ

อ่านกี่รอบ ความคิดเห็นก็ไม่แย้ง ลองอ่านดูอีกทีสิ คนในวงการ


-
ลุงโท้ยพูดจบ เด็กๆ ก็ปรึกษากันใหญ่ว่า Reporterและ  Governer แปลว่าอะไร  ลุงโท้ยจึงหยิบดิกชันเนอรี่ให้เด็กไปเปิดหาคำแปล

ส้มเช้ง-"หลังจากปฏิรูปการปกครองมาเป็นเขตปกครองพิเศษที่ว่าแล้ว ปัญหาจะหมดไปเลยหรือคะ"

ลุงโท้ย-"ปัญหาภาคใต้มีหลายปัญหาอย่างที่ลุงเคยบอกไว้  เขตปกครองพิเศษ ที่ประกอบไปด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษจะลดความรุนแรงของปัญหาเรื่องเชื้อชาติและศาสนาได้  เมื่อมีการลงทุนของภาคเอกชนที่รัฐให้การสนับสนุนเรื่องภาษีและแหล่งเงินทุนจำนวนมาก จะมีการหมุนเงินจำนวนหนึ่งไปสู่ประชาชนชาวใต้ จากการซื้อขายที่ดินเพื่อนำมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรม  เงินที่ได้นี้จะไปต่อยอดเป็นการพัฒนาอาชีพและฝีมือแรงงานให้คนใต้  ที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นจะก่อให้เกิดการแย่งชิงและเก็งกำไร  เมื่อพื้นที่เศรษฐกิจและโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้น จะมีการจ้างแรงงานจำนวนมหาศาล  ซึ่งจะทำให้คนใต้ที่อยู่ในวัยทำงานต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ภาษามาเลย์อาจเป็นภาษาที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบคนต่างถิ่น แต่ภาษาราชการจะทำให้เขาได้งาน

-
แค่ทุกวันนี้ไทยพุทธยังอยู่ยาก ถ้าตั้งเขตปกครองพิเศษขึ้นมา คงจะเป็นรัฐอิสลามแห่งใหม่ล่าสุดในโลก ที่ชื่อว่ารัฐปัตตานี นโยบายทักษิณว่าบัดซบแล้ว ของจขกท. ยิ่งกว่าอีก
-

นี่แสดงให้เห็นพื้นฐานทางความคิดอ่านและอุปนิสัยของคนในวงการจริงๆ

รัฐอิสลามแห่งใหม่ที่ไหนกันที่รวมหลายเชื้อชาติและศาสนาในพื้นที่เดียวกันได้  ทำให้เยาวชนหันมาสนใจภาษาไทยและอังกฤษมากขึ้นนอกจากภาษามาเลย์น่ะ

นอกจากต้องอ่านภาษาไทยให้ออกแล้ว แนะนำคนในวงการเปิดความคิดของตัวเองใหม่ในการคุยผ่านบอร์ดแห่งนี้ด้วยนะ
บันทึกการเข้า
ลุงโท้ยโซ้ยปัญหา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #13 เมื่อ: 11-09-2006, 11:39 »


ผมว่าหลายแนวคิด ของลุงโซ้ย ทำไม่ได้จริง อยู่แล้วล่ะ
ถ้ารัฐบาลไหนคิดทำ โดนฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ก็จบแล้ว



ลุงบอกกับหลานที่เป็นเด็กๆ (ในเนื้อกระทู้ตอนที่๑) แล้วไงว่า จะต้องแก้กฎหมายหลายมาตราเพื่อรองรับเขตปกครองพิเศษและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นมา  เมื่อแก้แล้วก็จะไม่ขัดกับรธน.ในปัจจุบัน

ปัญหาอยู่ที่การผลักดันการแก้ไขกฎหมายมากกว่า ความเป็นไปได้ของแนวความคิดลุงนะ

ถึงแม้ผมจะเกลียดทักษิณมากเพียงใดก็ตาม ผมก็ยังต้องการให้ความสงบร่มเย็นสันติสุขเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราในทุกๆแห่งครับ

แต่ที่แน่ๆปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเรื่อง3จังหวัดภาคใต้เป็นการแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาลทักษิณ


เช่นเดียวกันครับ  ลุงก็คิดเช่นนั้น 

แนวความคิดแก้ไขปัญหาต้องมีการริเริ่มและดำเนินไปอย่างถาวร  การปราบปรามเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ

การเจรจากับเบอซาตู ยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของปัญหาออกไป ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง

คิดจะแก้ปัญหาต้องเรียนรู้ความแตกต่างของคนในพื้นที่และยอมรับมัน จากนั้นแก้ด้วยปัญญาและความสามารถ อย่าดึงดันเพราะจะถูกต่อต้าน

สามจังหวัดก็จะต้องอยู่กับประเทศไทยต่อไป ไม่ใช่แบ่งแยกรัฐปัตตานี อย่างที่บางคนพยายามใส่ไคล้

บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 11-09-2006, 17:50 »

ถ้าลุงมีแนวคิดแยกรัฐปัตตานีอย่างว่า คงทำให้ชัดเจนกว่านี้แล้วล่ะ  คนในวงการไม่อ่านดูให้ดีๆ วิเคราะห์ให้ละเอียดลงไปกว่านี้หน่อยหรือ ก่อนจะตัดสินคน และใช้คำพูดหยาบคายเช่นนั้น

การที่ลุงเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้รัฐสนับสนุนให้เอกชนขนเงินไปลงทุน มีการจ้างงานจากทุกภาคส่วนของประเทศและมีการอพยพคนต่างถิ่นเข้าไปทำงานในพื้นที่ ก็เท่ากับสลายรัฐอิสลามไปในตัว  ดังนั้น แนวความคิดจัดตั้งรัฐปัตตานีจึงเป็นไปไม่ได้และลุงก็ไม่ใช่อิสลามนะ  แต่เป็นไทยพุทธ

อโหสิให้นะสำหรับคำพูดคำจา แต่ก็ขอบใจที่สนใจในเนื้อหาและอ่านอย่างละเอียด  ส่วนข้อข้องใจของคนในวงการ ลุงขอตอบเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ :

-
กลับไปอ่านข้อเขียนของตัวเองให้ดีเถอะครับ ก่อนที่จะสำรากอะไรออกมา กลับไปอ่านให้ละเอียดด้วย ในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตการปกครองพิเศษ เสนาลิง เสนาหอย อะไรนั่น รวมไปจนถึงเรื่องการจัดระบบการศึกษา อ้ออย่าลืมเอาดอกไม้ธูปเทียนไปกราบขอขมาคุณครูจูหลิงด้วยนะครับ
-
ขัดแย้งอย่างไรกันครับ?

อ่านให้ดีๆ  สิ่งที่รัฐทำอยู่เวลานี้ต่างหากที่ เสมือน สร้างกลไกรัฐทหารขึ้นมา แต่สิ่งที่ลุงเสนอ คือ ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มอำนาจให้พลเอกสนธิ นั่นก็คือ ลุงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐทำ

อ่านกี่รอบ ความคิดเห็นก็ไม่แย้ง ลองอ่านดูอีกทีสิ คนในวงการ

-
รัฐไม่ได้สร้างกลไกรัฐทหารขึ้นมา แต่กำลังพยายามแก้ไขปัญหา จากปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้นจากการสั่งยุบศอ.บต.และพตท.43 และการปราบปรามผู้มีอิทธิพลแบบเหวี่ยงแห โดยที่พยายามจะไม่ให้ตัวเองเสียหน้า และพยายามปัดความผิดไปให้คนอื่น ก่อนหน้าที่จะมีการยุบศอ.บต.และพตท.43 และการปราบปรามผู้มีอิทธิพลแบบเหวี่ยงแห ปัญหาภาคใต้ไม่เคยรุนแรงแบบนี้มาตั้งแต่หลังยุค พคท. และ จคม. วางอาวุธ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ดี ประชาชนที่นั่นมีความอยู่ดีกินดี และมีความสุข โดยไม่ต้องมีคณะละครลิงมาตั้งเขตอะไรเป็นพิเศษ ดังที่สมเด็จพระราชินีเคยมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ หากไม่เคยอ่านก็ไปหาอ่านมาประดับปัญญาซะบ้าง การมอบอำนาจให้ พล.อ.สนธิ ก็คือการให้อำนาจในแบบ ศอ.บต. และ พตท.43 เคยมีมาในอดีต แบบไม่ประกาศแค่นั้นแหละ
-
นี่แสดงให้เห็นพื้นฐานทางความคิดอ่านและอุปนิสัยของคนในวงการจริงๆ

รัฐอิสลามแห่งใหม่ที่ไหนกันที่รวมหลายเชื้อชาติและศาสนาในพื้นที่เดียวกันได้  ทำให้เยาวชนหันมาสนใจภาษาไทยและอังกฤษมากขึ้นนอกจากภาษามาเลย์น่ะ

นอกจากต้องอ่านภาษาไทยให้ออกแล้ว แนะนำคนในวงการเปิดความคิดของตัวเองใหม่ในการคุยผ่านบอร์ดแห่งนี้ด้วยนะ

-
การแก้ไขปัญหาทำได้หลายวิธี การสร้างเขตละครลิงพิเศษขึ้นมารังแต่จะสร้างปัญหา หาก จขกท. มีความรู้น้อยในเรื่องการเมืองการปกครอง ขอแนะนำให้ไปเรียนเพิ่มเติมก่อนที่จะมานั่งเทียนเขียน และขอให้ไปศึกษาเรื่องโครงการพระราชดำริในภาคใต้เพิ่มเติม อ้อ อย่าลืมศึกษาเรื่องทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย จะได้หายโง่ เรื่องปัญหาภาคใต้ จะได้ไม่มาสำรากอะไรพรรค์นี้อีก


บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
narong
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 654



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 11-09-2006, 18:48 »

ในเมื่อมันแตกต่างและคนในพื้นที่ไม่ยอมรับ จนเกิดการประท้วง ลามไปถึงการพึ่งพาลัทธิการก่อการร้ายของต่างชาติเข้ามาเพื่อทำลายประเทศตัวเอง จึงต้องแยกเป็นเขตปกครองพิเศษขึ้น  ที่ผ่านมาเพราะรัฐบาลกลางและคนส่วนใหญ่ในประเทศคิดแต่ว่า จะแก้อย่างไรจึงจะให้พวกเขายอมรับว่า เป็นพลเมืองของเรา จนกลายเป็นความผิดพลาด
-
อู้หู นั่งนึกนั่งเทียนเขียนซะเนียนเลย มีการประท้วงเรียกร้อง มีการดึงการก่อการร้ายเข้ามา วันก่อนผมไปนั่งกินกาแฟที่นราธิวาส ไม่เห็นคนที่นั่นอยากได้อะไรที่ จขกท. ว่านี่สักคน มีแต่เรียกร้องให้ปราบพวกชาติชั่วนี่ให้หมด อย่าเอาคนหลงผิดไม่กี่คนมาเป็นตัวแทนของคนใต้เลยนะ จขกท.


ลิงค์ดาวน์โหลดวิดิโอ ทฤษฏีสมคบคิด 911 และ การสร้างรัฐตำรวจ

>>>Alex Jones - Martial Law 911 Full Documentary<<<

ดาวน์โหลดภายในวันที่ 21 กันยายน 2549 และ ต้องใช้ ADSL เท่านั้น

>>>Loose Change 2nd Edition<<<

Loose Change 2nd Edition เป็นวิดิโอวิเคราะห์เกี่ยวกับ 11 กันยายน 2001 ว่า

1. ไม่มีเครื่องบินชนตึกเพนตากอน แต่เป็นการระเบิดเพราะโดนขีปนาวุธร่อนของอเมริกาเอง เช่น โทมาฮอว์ค
2. เที่ยวบินที่ 93 ที่ตกแถบเพนซิลวาเนียก็ไม่มีการตกจริง แต่เป็นการยิงขีปนาวุธไปตกเหมือนกัน
3. เครื่องบิน 2 ลำที่ชนตึกเวิล์ดเทรดถูกบังคับด้วยรีโมทให้ชนตึก
4. ตึกเวิล์ดเทรดไม่ได้ถล่มลงมาเพราะน้ำมันจากเครื่องบินเจ็ท แต่มีการฝังระเบิดไว้ที่โครงสร้างของตึก
เพื่อให้ถล่มลงมาตรงๆ เหมือนกับที่ บริษัทรับทำลายตึกเพื่อสร้างใหม่ในอเมริกาใช้กัน
5. ตึกหมายเลข 7 ในกลุ่มตึกของเวิล์ดเทรดก็เหมือนกับข้อ 4 เพราะเป็นที่เก็บเอกสารของหน่วยงานลับของรัฐบาล
6. ผู้โดยสารบนเครื่องอาจจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนจริงก็ได้ ถ้ามีตัวตนจริงบนเครื่องบินที่ชนตึกเวิร์ดเทรด
ก็อาจจะบินไปลงที่แคนาดาและกักตัวให้อยู่ที่นั่นถาวรเพราะตอนเกิดเหตุแคนาดาเปิดน่านฟ้าให้เครืองบินอเมริกาไปลง


เหตุผล(อาจจะมีมากกว่านี้เยอะ)คือ

1. อเมริกากำลังมีปัญหาเรื่องการล่มสลายของค่าเงินดอลลาร์
2. เพื่อผลักดันให้สภาและชาวอเมริกัน ยอมรับในการส่งกองกำลังไปรุกรานอัฟกานิสถานและอิรักได้ง่าย
โดยอ้างเรื่องการก่อการร้ายเพื่อควบคุมแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลาง
รวมทั้งแทรกแซงประเทศอื่นโดยใช้ข้ออ้างการก่อการร้ายด้วยเช่นกัน
3. การถล่มของตึกเวิล์ดเทรดและตึก 7 เพราะต้องการเคลียร์พื้นที่ให้กลุ่ม SILVERSTIEN ทำสัญญา 99 ปี
ในการเช่าทำประโยชน์ (เหมือนกับไทยที่พยายามออกกฏหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีระยะเวลาเช่า 99 ปี)
ฯลฯ


David Kay - The Big Lie - 911 and the Government's Complicity in Mass Murder

>>>David Kay - The Big Lie - 911 and the Government's Complicity in Mass Murder<<<

PNAC - Project for the New American Century

>>>PNAC - Project for the New American Century<<<

Photo Archive

>>>Photo Archive<<<

อยากให้ดาวน์โหลดวิดิโอและเอกสารเหล่านี้ไปดูกันก่อนแล้วจะรู้ว่าใครคือผู้ก่อการร้ายตัวจริง

ซึ่งนโยบายที่รัฐบาลอเมริกาใช้กับพลเมืองของตนเองจะเหมือนกันกับที่รัฐบาลทักษินใช้อยู่ทางภาคใต้ทุกประการ
ไม่สามารถอ้างได้ว่ามอบอำนาจให้ทหารลงไปแก้ภาคใต้แล้วจะกลายเป็นรัฐทหาร

ถ้าไม่ทำสิเราจะกลายเป็นรัฐตำรวจถาวร และภาคใต้จะกลายเป็นสนามรบ
ทำให้มหาอำนาจใช้ข้ออ้างเรื่องก่อการร้ายมาตั้งฐานทัพในไทยตามนโยบายตำรวจโลก

ถึงตอนนั้นไทยก็สิ้นชาติ ร้อยเปอร์เซ็นต์ Evil or Very Mad
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-09-2006, 18:50 โดย narong » บันทึกการเข้า

ผู้ที่ไม่สามารถจะใช้คนดี
ก็ย่อมจะใช้คนไม่ดีหรือคนเลว
ถ้าไม่เชื่อผู้ซื่อสัตย์หวังดีต่อตน
ก็จะต้องไปเชื่อคนประจบสอพลอ
ลุงโท้ยโซ้ยปัญหา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #16 เมื่อ: 11-09-2006, 19:31 »

ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
เสรีทางความคิด ต้านวิกฤตเผด็จการ สร้างบรรดทัดฐานให้การเมืองไทย

ด้วยแนวคิดเช่นนี้ ลุงจึงเข้ามาที่นี่ ไม่คิดเลยว่า แตกต่างทางความคิดจะต้องใช้คำผรุสวาทใส่กัน และลุงก็ไม่คิดจะโต้ตอบอะไรกับคนในวงการอีกแล้วล่ะ เพราะไม่นิยม และไม่มีนิสัยเช่นนั้น

//////////////////////////


ส่วนประเด็นต่อไปนี้ ก็สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไปนะครับ

แนวทางการแก้ปัญหาที่กำลังร่างคำสั่งโดยลงนามโดยพลเอกธรรมรักษ์ มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ผบทบ.มีสิทธิ์ในการสั่งการเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้  นี่คือ ที่มาของรัฐทหารล่ะ

จะเรียกอย่างไรก็ตาม รูปแบบมันไม่ต่างกัน  เพราะทุกหน่วยของความมั่นคงขึ้นอยู่กับคำสั่งของผบทบ. ซึ่งไม่ใช่การปกครองส่วนท้องถิ่น และการใช้อำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว


การใช้เขตปกครองพิเศษไม่ใช่เรื่องของการแบ่งแยกประเทศ แบ่งแยกการปกครอง  จีนก็มีฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ  ส่วนอเมริกาแต่ละรัฐมีอิสระตามสมควรในการออกกฎหมายอยู่เช่นกัน


ประเทศไทยเรา  กทม. และพัทยา ก็เป็นตัวอย่างของการปกครองตนเองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

โดยกทม. มีการเลือกตั้งผู้ว่า ขึ้นมากำหนดนโยบายการบริหารจัดการมาหลายสิบปีแล้ว  เนื่องจากเหตุผล คือ จำนวนประชากร   ระบบเศรษฐกิจ  และการศึกษาของคนในจังหวัดนี้   มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ มาก

ในขณะที่เมืองพัทยา  แยกอิสระเฉพาะการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ  เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งเมือง  ลักษณะพิเศษของระบบเศรษฐกิจแตกต่างจากจังหวัดชลบุรี  จึงให้เลือกผู้ว่าฯ ขึ้นมาเพื่อความคล่องตัวในการปกครอง


สามจังหวัดภาคใต้  ปัญหาที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ  คือ ระบบเศรษฐกิจ  วัฒนธรรม  เชื้อชาติ  ศาสนา  และที่สำคัญ คือ ประวัติศาสตร์ที่แตกต่าง

ลักษณะพิเศษที่ว่านี้โดดเด่นกว่า กทม. และพัทยาด้วยซ้ำไป  ดังนั้น หากรัฐบาลยังใช้วิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  โดยเฉพาะใช้หน่วยงานทหารเป็นผู้ดูแลและมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ  ค่อนข้างอันตราย

ในระยะสั้นๆ อาจได้ผลดี แต่จะเป็นแผลเรื้อรังที่รักษาได้ยาก

ผู้นำศาสนา ซึ่งถือเป็นผู้นำชุมชนที่สำคัญที่สุดในสามจังหวัดภาคใต้ มิใช่ผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร หรือ ตำรวจ หรือ ข้าราชการ   

ประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลย์ ต้องการให้มีการแยกสามจังหวัดนี้เป็นอิสระเพื่อให้เป็นรัฐอิสลาม  และมาเลเซียสามารถมีอิทธิพลเหนือรัฐอิสระนี้ได้  นี่ถือว่า อันตรายมาก  เพราะเท่ากับรัฐนี้เป็นประเทศราช  มิใช่รัฐอิสระ

อย่างไรก็ดี  การนำเสนอแนวความคิดของลุง อยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาที่ผสมผสานกัน ระหว่าง เศรษฐศาสตร์  รํฐศาสตร์ และการเมือง

ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร  เพราะความยากของการนำมาใช้ ก็คือ การทำความเข้าใจให้กับผู้ที่มีบทบาทในการแก้ปัญหา  นั่นยากกว่า การแก้ปัญหา และแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยซ้ำ
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 12-09-2006, 03:59 »

ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
เสรีทางความคิด ต้านวิกฤตเผด็จการ สร้างบรรดทัดฐานให้การเมืองไทย

ด้วยแนวคิดเช่นนี้ ลุงจึงเข้ามาที่นี่ ไม่คิดเลยว่า แตกต่างทางความคิดจะต้องใช้คำผรุสวาทใส่กัน และลุงก็ไม่คิดจะโต้ตอบอะไรกับคนในวงการอีกแล้วล่ะ เพราะไม่นิยม และไม่มีนิสัยเช่นนั้น

-
ส่วนผมนิยมมากที่จะผรุสวาทใส่ มัน ไอ้ อี ตัวใหนก็ตามที่มีแนวความคิดจัดตั้งเสนาหอย เสนาลิง กับเขตปกครองพิเศษ โดยแอบแฝงความคิดชั่ว ๆ เอาไว้ โดยอ้างการแก้ปัญหาบังหน้า ผมยังไม่เห็นคุณตอบคำถาม หรือโต้แย้งแนวความคิดของผมได้สักข้อ ดังนั้นคุณจะมีนิสัยอย่างไร จะมีแนวคิดอย่างไรกับผมก็เรื่องของคุณมึงครับ
-
ส่วนประเด็นต่อไปนี้ ก็สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไปนะครับ
-
คนในวงการ <----- ผู้สนใจทั่วไป
-
แนวทางการแก้ปัญหาที่กำลังร่างคำสั่งโดยลงนามโดยพลเอกธรรมรักษ์ มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ผบทบ.มีสิทธิ์ในการสั่งการเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้  นี่คือ ที่มาของรัฐทหารล่ะ

จะเรียกอย่างไรก็ตาม รูปแบบมันไม่ต่างกัน  เพราะทุกหน่วยของความมั่นคงขึ้นอยู่กับคำสั่งของผบทบ. ซึ่งไม่ใช่การปกครองส่วนท้องถิ่น และการใช้อำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

-
ไม่รู้ว่าคุณโง่จริง ๆ หรือแกล้งโง่กันแน่ ว่าการให้อำนาจในการแก้ปัญหา กระทำกันภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจในการเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหา ให้อำนาจในการเรียกประชุม ให้อำนาจในการเคลื่อนย้ายกำลัง (ซึ่งเมื่อก่อนไอ้ง่าวที่ใหนไม่รู้ กำหนดว่าถ้าจะเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ต้องขออนุมัติจาก ทั่นนายอำเภอ และทั่นนายอำเภอก็ต้องขอทั่นผู้ว่าอีกที) ให้อำนาจในการกำหนดนโยบาย เป็นการให้อิสระในการทำงาน ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทหารทุกคนไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรผิดกฏหมาย รัฐทหารอะไรนั่น จิ้งจกที่บ้านกระซิบมาเหรอครับ ถึงได้เอามาเขียนเป็นตุเป็นตะ
-
การใช้เขตปกครองพิเศษไม่ใช่เรื่องของการแบ่งแยกประเทศ แบ่งแยกการปกครอง  จีนก็มีฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ  ส่วนอเมริกาแต่ละรัฐมีอิสระตามสมควรในการออกกฎหมายอยู่เช่นกัน
-
การใช้เขตปกครองพิเศษ ไม่ใช่เรื่องของการแบ่งแยกประเทศ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกประเทศ มีหนึ่งก็จะมีสองตามมา

ฮ่องกงเค้าใช้เขตปกครองพิเศษก็เพื่อรวมเอาประเทศฮ่องกง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจีน เป็นการหลีกเลี่ยงที่จะต้องทำสงครามกับอังกฤษ โดยที่คนฮ่องกงต้องยอมเสียสละสิทธิที่จะเรียกร้องเอกราช หากจีนยอมให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในฮ่องกง ต่างกับไทย ที่ก่อนหน้าจะมีการยุบ ศอ.บต. และพตท.43 สามจังหวัดชายแดน มีความเป็นอยู่ที่สงบสุข ตั้งแต่ พคท. และ จคม. วางอาวุธ คนชายแดนสามจังหวัดภาคใต้ อยู่กันอย่างมีความสุข การตั้งเสนาลิงเสนาหอย กับเขตปกครองแบบลิเก รังแต่จะนำความสับสน และซับซ้อนมาสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยไม่จำเป็น เป็นการนำปัญหาใหม่เข้าไปในพื้นที่ และเป็นการปั่นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวมุสลิมให้ยุ่งเหยิง สร้าง social and economic conflict โดยวาดฝันเอาไว้เป็นตุเป็นตะ โดยปราศจากความรับผิดชอบว่า เหตุการณ์จะดีขึ้น ถ้ามีโรงงานมาตั้งกันเยอะ ๆ ทุกคนจะรวยขึ้น จะรักบ้านเมืองกันมากขึ้น รังแต่จะสร้างความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางสังคมก็ไม่ว่า

ส่วนสหรัฐอเมริกา แต่ละรัฐมีอิสระในการออกกฏหมาย ก็เพราะประวัติศาสตร์ของอเมริกา เกิดจากการรวมประเทศ จากรัฐย่อย ๆ แต่ละรัฐจึงสงวนสิทธิในการออกกฏหมายของตนเอง เพื่อให้สามารถรวมประเทศได้ วันหลังก่อนจะยกตัวอย่างประเทศใหน ก็ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครองของเค้าให้ดีซะก่อนจะได้ไม่หน้าแตก
-
ประเทศไทยเรา  กทม. และพัทยา ก็เป็นตัวอย่างของการปกครองตนเองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
-
กทม. กับ พัทยา เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่เขตเศรษฐกิจพิเศษ วันหลังถ้าไม่รู้ก็อย่าพูดไม่มีใครเค้าว่าโง่หรอก
-
โดยกทม. มีการเลือกตั้งผู้ว่า ขึ้นมากำหนดนโยบายการบริหารจัดการมาหลายสิบปีแล้ว  เนื่องจากเหตุผล คือ จำนวนประชากร   ระบบเศรษฐกิจ  และการศึกษาของคนในจังหวัดนี้   มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ มาก

ในขณะที่เมืองพัทยา  แยกอิสระเฉพาะการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ  เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งเมือง  ลักษณะพิเศษของระบบเศรษฐกิจแตกต่างจากจังหวัดชลบุรี  จึงให้เลือกผู้ว่าฯ ขึ้นมาเพื่อความคล่องตัวในการปกครอง

-
เทศบาลเมืองพัทยา ไม่แตกต่างอะไรกับ เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกันกับ กทม. ที่ กทม. หรูกว่านิดเดียวก็คือ แทนที่จะเป็น เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร กทม. เป็นเทศบาลมหานคร นั่นแหละ ไม่มีอำนาจใด ๆ ในการออกกฏหมาย หรืออำนาจในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ใด ๆ ทั้งสิ้น ทำได้แค่ออกกฏ กทม. กฏเทศบาล เท่านั้น และกฏต่าง ๆ ต้องไม่ขัดแย้งกับ กฏหมายของประเทศไทย และกฏหมายรัฐธรรมนูนแห่งราชอาณาจักรไทย การจัดเก็บภาษี ก็เหมือน ๆ กับทุกจังหวัดของประเทศไทย คือมีบางส่วนเก็บเข้าท้องที่ เช่นภาษีสรรพสามิตบางตัว ภาษีบำรุงท้องถิ่น ภาษีโรงเรือน และส่วนใหญ่จัดเก็บเข้าหลวงส่วนกลาง ไม่มีอำนาจทางการทหาร หรืออำนาจในการบังคับใช้กฏหมายใด ๆ ของตำรวจ อัยการ และอำนาจศาล สงสัยตอนเด็ก ๆ คุณไม่ตั้งใจเรียนวิชาสังคมศึกษาแน่นอน เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ แล้วยังจะมามีหน้าเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ไม่อายตัวเอง ก็รักษาหน้าครูบาอาจารย์บ้างนะครับ
-
สามจังหวัดภาคใต้  ปัญหาที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ  คือ ระบบเศรษฐกิจ  วัฒนธรรม  เชื้อชาติ  ศาสนา  และที่สำคัญ คือ ประวัติศาสตร์ที่แตกต่าง
-
จังหวัดอื่น ๆ ก็มีมุสลิม กทม. ก็มี มีเยอะด้วย เชียงใหม่ก็มี ปัญหาเศรษฐกิจ ผมว่าจังหวัดแถวอิสานใต้ เค้ามีเยอะกว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยซ้ำไป วัฒนธรรมคนเหนือ กับคนอิสาน เค้าก็แตกต่างจากคนภาคกลาง โอ้ยประวัติศาสตร์กับเชื้อชาติยิ่งแล้วไปใหญ่ เอาอาณาจักรล้านนา ไปไว้ที่ใหน ประเทศไทยก็ไปตีไปยึดเค้ามาเหมือนกัน เคยไปเที่ยวเชียงใหม่หรือเปล่า ถ้าเคยไปเที่ยวจะเห็นกำแพงดิน กำแพงดินนั้นหนะ เค้าสร้างเอาไว้ป้องกันภัยจากการรุกรานของกรุงรัตนโกสินทร์ ถ้าไม่รู้ก็รู้เอาไว้ซะ
-
ลักษณะพิเศษที่ว่านี้โดดเด่นกว่า กทม. และพัทยาด้วยซ้ำไป  ดังนั้น หากรัฐบาลยังใช้วิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  โดยเฉพาะใช้หน่วยงานทหารเป็นผู้ดูแลและมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ  ค่อนข้างอันตราย

ในระยะสั้นๆ อาจได้ผลดี แต่จะเป็นแผลเรื้อรังที่รักษาได้ยาก

-
โดนเด่นกว่าที่ใหน เชียงใหม่เด่นกว่าเยอะ ทั้งภาษา ทั้งประเพณี ทั้งประวัติศาสตร์ การที่เค้ามอบอำนาจให้ทหารเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหา ก็เพื่อสร้างเอกภาพในการทำงาน เหมือนกับที่ ศอ.บต. และ พตท.43 เคยทำได้เป็นผลสำเร็จมาก่อนแล้ว เมื่อก่อนที่จะมีการยุบ ศอ.บต. และ พตท.43  มีกำลังทหารพราน อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน ทำให้การข้ามไปมาของพวกโจรทำได้ลำบาก มีทหารเรือคอยลาดตระเวนตามแนวชายฝั่ง และแนวลำน้ำ ตอนนั้นภาคใต้ร่มเย็น การปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีเอกภาพ เพราะที่ ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) มีการประชุมของข้าราชการทั้งตำรวจและทหาร ทั้งข้าราชการกรมกองอื่น ๆ และผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาในพื้นที่ จะทำอะไรเค้าก็ประชุมกัน กำหนดทิศทางร่วมกัน ส่วน พตท.43 (กองบัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่ 43) ก็มีการกำหนดนโยบายและบทบาทของการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดร่วมกัน มีโครงการตามแนวพระราชดำริ คอยแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน มีหอการค้าจังหวัด และสมาคมการค้าต่าง ๆ คอยพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่น เค้าทำกันสำเร็จกันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว คุณไปมุดหัวอยู่ใหนมา คุณไม่ได้สำเนียกเลยกระมังว่า เพราะความง่าวของนายตำรวจยศพันตำรวจโทเพียงคนเดียวที่ยุบ ศอ.บต. และ พตท.43 เป็นตัวการในการสร้างความวุ่นวายทั้งหมดให้เกิดขึ้นในสามจังหวัดภาคใต้ เก่งอยู่คนเดียว ทำอะไรไม่เคยถามคนในพื้นที่ แล้วนี่คุณยังจะเอาคณะละครลิงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตการปกครองพิเศษ ไปสร้างความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกหรือ ไอ้นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษอะไรนั่น นอกจากจะไม่จำเป็นเนื่องจากซ้ำซ้อนกับ BOI แล้ว ยังขัดแย้งกับพระราชดำริในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ราวฟ้ากับนรก (เหวมันตื้นไป) จงรักษ์ภักดีแต่ปากนี่หว่า
-
ผู้นำศาสนา ซึ่งถือเป็นผู้นำชุมชนที่สำคัญที่สุดในสามจังหวัดภาคใต้ มิใช่ผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร หรือ ตำรวจ หรือ ข้าราชการ   
-
จุดเริ่มต้นของรัฐอิสลามเลยไอ้ผู้นำศาสนาเนี่ย ประเทศใดก็ตามที่ยอมให้ผู้นำศาสนาทำเกินหน้าที่ ลงเอยด้วยกันการเป็นรัฐอิสลามทุกประเทศ อิหร่าน กับอัฟกานิสถาน เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะก่อนที่ประเทศจะเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐอิสลาม ผู้นำศาสนาก็มีบทบาททางการเมืองซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของตัวสูงมาก อินโดนีเซียก็กำลังต่อสู้กันในเรื่องนี้ ก็เพราะไอ้ผู้นำศาสนานี่แหละอยากให้เปลี่ยนประเทศอินโดนีเซียให้เป็นรัฐอิสลาม

ผู้นำทางศาสนามีหน้าที่นำจิตวิญญาณของคนให้มุ่งสู่คุณงามความดี โต๊ะอิหม่ามก็นำมุสลิมไป หลวงพ่อหลวงลุงก็นำชาวพุทธไป บาทหลวงก็นำคริตสชนไป ไม่ใช่มายุ่งวุ่นวายกับการบริหารการปกครอง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ผมคงไม่ต้องสอนประชาธิปไตยพื้นฐานให้คุณหรอกนะ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ตำรวจ ทหาร เค้าก็ทำตามหน้าที่ เป็นลูกจ้างของคนไทยทั้งประเทศ
-
ประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลย์ ต้องการให้มีการแยกสามจังหวัดนี้เป็นอิสระเพื่อให้เป็นรัฐอิสลาม  และมาเลเซียสามารถมีอิทธิพลเหนือรัฐอิสระนี้ได้  นี่ถือว่า อันตรายมาก  เพราะเท่ากับรัฐนี้เป็นประเทศราช  มิใช่รัฐอิสระ
-
ประเทศมาเลเซียไม่เคยมีนโยบายยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในประเทศไทย ไม่เคยสนับสนุนให้มีการแบ่งแยกดินแดน และที่สำคัญคือไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนการเป็นรัฐอิสลาม คุณเอาที่ใหนมาพูด นั่งเทียนเขียนมั่วเรื่อยเปื่อย ในบ้านเค้าหนะปราบปรามพวกหัวรุนแรงที่ต้องการเป็นรัฐอิสลามหนักกว่าของเราเสียอีก มีแต่ที่รัฐกลันตันเท่านั้นที่ออกหน้าออกตาซึ่งเรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศของมาเลเซียก็ได้ออกมาแถลงเป็นที่ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา
-
อย่างไรก็ดี  การนำเสนอแนวความคิดของลุง อยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาที่ผสมผสานกัน ระหว่าง เศรษฐศาสตร์  รํฐศาสตร์ และการเมือง

ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร  เพราะความยากของการนำมาใช้ ก็คือ การทำความเข้าใจให้กับผู้ที่มีบทบาทในการแก้ปัญหา  นั่นยากกว่า การแก้ปัญหา และแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยซ้ำ

-
การแก้ปัญหาสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเสนาลิงเสนาหอย และเขตปกครองพิเศษ ซึ่งรังแต่จะเป็นการแบ่งแยกชาวไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกจากการเป็นคนไทยธรรมดา แต่สามารถทำได้ผ่านกลไกรัฐที่มีอยู่เดิม การปรับทัศนคดิของข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้อุ้มไม่ให้ซ้อม อำนวยความสะดวกให้กับคนไทยทุกคนเหมือน ๆ กัน ไม่แบ่งแยกไทยพุทธไทยมุสลิม ให้ความสะดวกในการปฏิบัติกิจทางศาสนา การตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดนไม่ให้บรรดาผู้ก่อการร้ายสามารถข้ามแดนโดยสะดวก การส่งเสริมอาชีพและแก้ปัญหาความยากจนโดยมีโครงการตามพระราชดำริเป็นแกน แก้ปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องออก พรบ. หรือแก้ไข รธน. แม้แต่บทเดียวด้วยซ้ำไป คนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องการอะไรพิเศษไปเกินกว่าการยอมรับ และการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ภายใต้กฏหมายฉบับเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน กับคนไทยทั่วประเทศครับ!!!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-09-2006, 21:29 โดย คนในวงการ » บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 12-09-2006, 04:12 »

อันนี้แถมให้

บางส่วนจาก

ดับไฟใต้
โดย พลเอก หาญ ลีนานนท์ สมาชิกวุฒิสภาสตูล 
มติชนรายวัน  วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9782
มติชนรายวัน  วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9811
มติชนรายวัน  วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9833

โจรก่อการร้ายเหล่านี้คือ นักรบของขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน ผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ว่า หัวหน้ากลุ่มต่างๆ(มีหลายกลุ่ม) มีใครบ้างและชื่ออะไร? เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัฐต้องรู้ ซึ่งต้องปิดลับ แต่ผู้เขียนบอกหน้าตาของเขาได้ และบอกพฤติกรรมที่เขากำลังทำอยู่นี้ได้

ที่ว่ารู้หน้าตาของขบวนการได้ก็คือ รู้ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี ทางการเมือง และการทหารของเขา ซึ่งได้จากการอ่าน ศึกษา และประสบการณ์ในอดีต ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของขบวนการโจรก่อการร้ายฯคือ แบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศไทย ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลาบางส่วน(อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย) เป็นรัฐเอกราช ปกครองตนเอง เช่น รัฐอิสลามอื่นๆ ในโลก เพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ทางการเมืองดังกล่าว ก็ต้องมีวิธีการปฏิบัติ(ยุทธวิธี) เป็นขั้นเป็นตอน คือ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 40 โจร หรือแนวร่วม เขาสอนให้ ยึดตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน,กำนัน,สภาตำบล

เมื่อมีรัฐธรรมนูญปี 40 ก็เปิดโอกาสให้คนไทยมุสลิมที่มีความรู้ ตื่นตัว และเข้ามาสู่ขบวนการทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะคนมุสลิมมีจำนวนมากถึง 80% เมื่อเทียบกับคนไทยพุทธในพื้นที่ จะได้เข้ามามีส่วนร่วมปกครองดูแลพี่น้องมุสลิมด้วยกันเองถูกต้องแน่นอน ถ้าไม่มีความคิดแอบแฝงซ่อนเร้น

ผู้เขียนเกิดสตูล เรียนที่สตูล จบชั้นมัธยมปีที่ 4 จึงต้องไปเรียนต่อที่ จังหวัดภูเก็ต เพราะตอนนั้นสตูล มีแค่มัธยมปีที่ 4 เพื่อนทั้งหมดเกือบ 30 คน ในชั้นเรียนทุกชั้น มีเด็กพุทธไม่ถึง 10 คนไม่เห็นใครคลุมฮิญาบ(หญิง) หรือสวมกะปิเยาะห์(ชาย)

ทุกวันนี้ที่สตูลมีคนไทยมุสลิม อายุร่วม 70 ปี มาทำงานอยู่กับผู้เขียนเขาเคยอยู่ ปัตตานี ในวัยหนุ่ม(ไม่เกิน 35 ปี ขณะนั้น) เขาบอกว่าไม่มี ฮิญาบ และกะปิเยาะห์ ในสมัยนั้น
การแต่งกายแบบนี้เพื่อแสดงออกความเป็นคนนับถืออิสลาม เกิดขึ้น เมื่อนักการเมืองไทยมุสลิมเข้ามาในสภา ก็ยังคิดในแนวทางที่ดี คือ เขาต้องการสร้างความยิ่งใหญ่ในกลุ่มของตน ที่พรรคจะต้องแคร์

แต่ขณะเดียวกันความรู้สึกแปลก ทางภาษา ศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมได้ค่อยๆ เข้าเกาะกุมใจลูกหลานไทยมุสลิมโดยไม่รู้ตัวว่า แผ่นดินนี้ต้องแบ่งแยกเพราะถูกสอนให้ ไม่ให้เอาหนังสือไทยขึ้นบ้าน พูดไทยไม่ได้บาป ปู่ ย่า ตา ทวด ของเขาอยู่ทางอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำตากใบ และแม่น้ำโก-ลก

เหตุร้าย โจรก่อการร้าย เผาบ้านพักครู โรงเรียนมุจลินทราราม เมื่อ 17 มีนาคม 2547 วันรุ่งขึ้นไปถึง พูดคุยกับครูหลายคน ครูเล่าให้ฟังว่า สงสารเด็กเป็นที่สุด เพราะถูกสอนไม่ให้พูดไทย เอาหนังสือไทยขึ้นบ้านไม่ได้บาป

หนังสือที่ครูแจกวันเปิดเทอมเด็กมิเคยเอากลับบ้าน เด็กไม่เคยทำการบ้านจึงสอบตกทุกปี แต่ก็สอบซ่อมยกชั้นทุกปี จบ ป.6 แล้วจึงพูดไทยไม่ได้ ทั้งๆ ที่เด็กมุสลิมพูดไทย(กลาง)ได้ชัด ลูกไทยใต้แท้ๆ เมื่อพูดไทยแล้วออกทองแดง วันหนึ่งครูแจกนมกล่อง เด็กมุสลิมมารับนมกล่องจากมือครูพุทธ เมื่อรับนมไปแล้วยังไม่ดื่ม วิ่งหาก๊อกน้ำ เอากล่องนมไปล้าง(มือครูพุทธสกปรก ห้ามรับของกินจากคนนอกศาสนา) ครูสงสารเด็กน้ำตาซึม

เยาวชนมุสลิมถูกมอมเมาทำนองนี้มานาน 20 ปีเศษแล้ว ถ้ามีคนทำต่อใต้ร่มเย็นจากผู้เขียนเมื่อหมดวาระ มทภ.4 ปี 2526 ความเกลียดชิงชัง ระหว่างพุทธ-มุสลิม อย่างลึกซึ้งเข้าสายเลือดเช่นนี้หมดไปแน่นอน

ความคิดแต่เบื้องต้นที่จะแสดงให้เห็นความสำคัญของกลุ่มมุสลิมในพรรคการเมืองไทย ได้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ตอกลิ่มให้เกิดความร้าวฉานในทางสังคมโดยไม่รู้ตัว เช่น สอนให้เด็กๆ เกลียดพระสงฆ์ เมื่อพบเห็นพระบิณฑบาตตอนเช้า จะเอามือปิดจมูก และถ่มน้ำลายรด

ในโรงเรียนเด็กเล็ก(ตาดีกา) สอนให้รู้จักการฆ่าโดยไม่มีเหตุผล ถ้าพบคนแต่งตัวเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ใช้มือเปล่า 2 นิ่ว ทำท่ายิง จ้องไปยังคนเหล่านั้น เด็กโตหน่อยก็ทำปืนอาก้า ด้วยโฟม ประทับยิงประกอบเสียงด้วยปาก ปัง...ปัง...ๆ..ๆ
วันที่ท่านนายกฯทักษิณ ทัวร์ 3 จชต.ครั้งแรก เมื่อผ่านแถวเด็กๆ นายกฯทักษิณยังชี้ให้ ส.ส.ที่ติดตามไปในคณะ ดูเด็กทำมือแทนปืนชี้มาที่ทางคณะเมื่อผ่านไป ไม่ทราบว่านายกฯเข้าใจความหมายเขาหรือไม่

ยุทธวิธีทางการเมืองของขบวนการโจรก่อการร้าย ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่กำลังทหารได้รับคำสั่งให้ถอนตัวโดยสิ้นเชิง เมื่อปี 45 เพื่อไปปฏิบัติภารกิจอื่น และให้ตำรวจรับผิดชอบพื้นที่ที่ทหารเคยควบคุมอยู่ โจรบนเขาได้ลงมาควบคุมหมู่บ้านทันที และสร้างแนวร่วมขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทุกหมู่บ้านที่ชายแดนมีคนของโจรควบคุม

และเมื่อถึงเวลาการเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญปี 40 ตัวแทนของโจรก็ได้รับการเลือกตั้งเข้ามานั่งอยู่ในการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างพร้อมเพรียง และโดยธรรมชาติของการเลือกตั้งระดับชาติ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสมาชิก อบต. ส.ท. หรือ ส.จ. ในการปกครองส่วนท้องถิ่นก็มักจะเป็นหัวคะแนน

ผู้ที่ลงรับสมัครการเลือกตั้งระดับชาติ(ส.ส.,ส.ว.) ท่านผู้อ่านคงคิดออกแล้ว โดยผู้เขียนมิต้องบอกว่า ความคิดแบ่งแยกดินแดนนั้น ไปลึกเกินขอบเขต ของผู้ที่คิดแสดงความคิดให้เห็นความสำคัญของกลุ่มของตน เพื่อดึงความสนใจของพรรคการเมือง สิ่งที่เขาคิด และ ทำเป็นแนวร่วมของขบวนการโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนโดยไม่รู้ตัว(แนวร่วมมุมกลับ)

เขาลืมไปว่า องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ย่อมมีทั้งคนพุทธและมุสลิม แน่นอนคนมุสลิมต้องมีมากกว่า เช่น ใน อบต.หนึ่งมีมุสลิม : พุทธ 10 : 3 แล้วจะมาบอกว่าต่อไปนี้เวลาประชุม อบต.พวกเราต้องพูดภาษายาวีกัน หมายความว่าอย่างไร อบต.ที่เป็นพุทธ จะทำงานใน อบต.นั้นต่อไปได้อย่างไร

ใครเป็นคนสั่งให้ทำอย่างนี้ ถ้ามิใช่นักการเมืองที่มีตำแหน่งในระดับสูง และคงจะเป็นคนคนเดียวกันกับที่เสนอให้รัฐบาลถอนทหาร เมื่อปี 45

โดยสรุปขณะนี้ ขบวนการโจรก่อการร้ายได้ยึดการเมืองท้องถิ่นไว้หมดแล้วใน 3 จชต.เหตุการณ์ร้ายจึงเกิดขึ้นทุกวัน ฝ่ายรัฐบาลและประชาชน ถูกฆ่าตายเป็นประจำทุกวัน จนเป็นเหตุการณ์ปกติ ฝ่ายรัฐบาล(ขรก.,พลเรือน,ตำรวจ และทหาร) มองไม่เห็นโจร เพราะเขาอยู่ในที่มืด(ปะปนกับชาวบ้านอยู่ในหมู่บ้าน)

ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้าย ไม่ว่า ยิง,ฆ่า,ซุ่มยิง,ก่อวินาศกรรม ไม่มีประโยชน์อะไรที่ฝ่ายเราจะต้องยกกำลังไปไล่ล่า 100-200 คน เพราะกว่าจะรวบรวมกำลัง ปรับขบวนพร้อมเคลื่อนที่ได้ ก็ร่วม 1-2 ชม. ฝ่ายเราตามล่าไปในป่าเขา 2-3 ชม. พบแต่ความว่างเปล่าไม่มีที่หมาย ไปถามชาวบ้านบอกไม่รู้ไม่เห็น ในขณะที่โจรก่อการร้ายกลับมานอนอยู่ในบ้านแล้ว หลังจากเสร็จการก่อการร้าย 5-10 ฝ่ายเราทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 4 มกราคม 2547 (วันปล้นค่ายทหารที่เจาะไอร้อง) คนไทยพุทธและคนไทยเชื้อสายจีน เริ่มอพยพเข้ากรุงเทพฯ แม้แต่ทำเลการค้าติดถนนดำกลางเมืองยะลา ก็ประกาศขายผู้ที่มีอำนาจซื้อก็คือ ตัวแทนบังหน้าของขบวนการโจรก่อการร้ายฯ(เงินต่างประเทศ)

ข่าว นสพ.มติชน วันที่ 17 มกราคม 2548 พาดหัวข่าวหน้า 1 ว่า คนไทยพุทธทั้ง 3 จังหวัด อพยพร่วมแสนคนแล้วจากเดิมที่เคยมี 4 แสนคน เป็นสิ่งบอกเหตุว่าดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้จะค่อยๆ ถูกยึดครองโดยเผ่าพันธุ์มุสลิม เชื้อชาติมุสลิม จนหมดสิ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิการปกครองตนเองง่ายขึ้น เป็นรหัสเตือนภัยอันใหญ่หลวงของชาติ สำหรับรัฐบาลใหม่

วิธีแก้ไขก็คือ ต้องหาทางสร้างความคิดใหม่ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนรุ่นใหม่ ไม่ปล่อยให้ครูสอนศาสนา(อุสตาซ) มามอมเมาเด็กในโรงเรียนตาดีกา,สถานสอนศาสนาปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งต้องมีโครงการระยะยาว และระยะสั้นเฉพาะหน้าที่ต้องทำโดยรีบด่วน ต้องมีการควบคุม,กำกับดูแล การเรียนการสอน ของลูกหลานมุสลิม และแนะแนวตลอดเวลา รวมถึงผู้ปกครอง และพ่อแม่ของเด็กให้ทราบวิถีชีวิต และอนาคตของเด็กไทย ในการพัฒนาประเทศ ศาสนาอย่างเดียวมิสามารถพัฒนาประเทศได้ เยาวชนมุสลิมต้องศึกษาสายสามัญไปด้วยพร้อมๆ กัน เมื่อจบอุดมศึกษาแล้ว หรือมีครอบครัวแล้ว ก็เรียนศาสนาที่ปอเนาะได้ไม่มีขีดขั้น

เมื่อมีแนวทางเช่นนี้ คนหนุ่มสาวมุสลิมก็จะมีโอกาสมาทำงานรับใช้ชาติบ้านเมือง ทุกสาขาอาชีพ มีการงานทำ ดำรงชีวิต ตามวิถีไทย และมีโอกาสดูแล พี่น้องมุสลิมได้มากขึ้น เยาวชนมุสลิมจะได้รับการศึกษา ตามแนวทางที่ชาติกำหนด มีงานทำ ไม่ต้องไปทำงานตามแพปลา ไม่ถูกหลอกไปติดยา ซึ่งล่อแหลมต่อการถูกมอมเมาทางความคิด ไปกู้ชาติเป็นรัฐเอกราชปัตตานี

ส่วนยุทธวิธีการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่การปฏิบัติการจิตวิทยา(ปจว.) และไม่ใช่การช่วยเหลือประชาชนดังที่คนทั่วไปมักจะพูดกัน
การปฏิบัติการทางการเมือง ต้องทำลายอำนาจโจรที่ควบคุมชาวบ้านในหมู่บ้าน
ต้องกำจัดข้าราชการชั่วที่ทำตัวเป็นหลังพิงให้ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
ประการสุดท้าย ต้องยึดอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นให้สำเร็จ
หากทำดังนี้ได้ หมู่บ้านนั้นจะเป็นหมู่บ้านเข้มแข็ง และเป็นการสอดคล้องกับการจัดตั้งหมู่บ้านชายแดนในยุทธศาสตร์สงครามเบ็ดเสร็จในการป้องกันประเทศ



บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
my sweetheart
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61



« ตอบ #19 เมื่อ: 12-09-2006, 07:39 »




หากทักษิณยังอยู่ต่อไปได้ อย่าว่าแต่ปัญหาภาคใต้เลยที่แก้ไขไม่ได้ ภาคอื่นๆก็จะมีปัญหาประทุขึ้นมา แบบที่เกินกว่าหลายคนจะจินตนาการหรือเข้าใจ  Exclamation
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: