ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-10-2019, 16:33
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "คิง เพาเวอร์"รับเละค่าเช่า"สุวรรณภูมิ" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"คิง เพาเวอร์"รับเละค่าเช่า"สุวรรณภูมิ"  (อ่าน 5885 ครั้ง)
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« เมื่อ: 08-09-2006, 16:38 »

"คิง เพาเวอร์"รับเละค่าเช่า"สุวรรณภูมิ"

ปล่อยเช่าช่วง-ให้ร้านค้าแบกค่าใช้จ่าย


เปิดสัญญา"คิง เพาเวอร์"ปล่อยเช่าช่วงพื้นที่"สุวรรณภูมิ" นอนกินค่าเช่าอย่างเดียว ขณะที่ผู้เช่าช่วงไปคิดกับร้านค้าเบิ้ลเป็น 2 เท่า แถมได้ร้านพร้อมเครื่องตกแต่งหลังหมดสัญญาอีกด้วย

แหล่งข่าวจากผู้เช่าร้านค้าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ในการเช่าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ร้านค้าบางส่วนไม่ได้เช่าจากบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด โดยตรง เป็นการเช่าจากบริษัท ควอโทร วิน จำกัด หรือ CW ที่เช่าช่วงจาก คิง เพาเวอร์ อีกต่อหนึ่ง โดย CW ได้สิทธิเช่าพื้นที่จำนวน 8,276 ตารางเมตร (ตร.ม.) เพื่อดำเนินการภัตตาคาร และจำหน่ายอาหารว่าง หรืออาหารจานด่วนและเครื่องดื่ม ระยะเวลาสัญญา 5 ปี

แหล่งข่าวกล่าวว่า ร้านค้าที่เช่าพื้นที่จาก CW นอกจากจะต้องจ่ายค่าเช่าในอัตราเดือนละ 2,000 บาทต่อ ตร.ม. แล้ว ยังต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนอีก 25% ของยอดขาย แต่ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนละ 9,000 บาทต่อ ตร.ม. โดยอัตราค่าเช่าดังกล่าวจะปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อของปีก่อนหน้าและอัตราการเพิ่มของผู้โดยสารตามที่บริษัท ทอท จำกัด (มหาชน) กำหนด และยังต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้ ทอท. ตามจริง ประมาณเดือนละ 450 บาทต่อ ตร.ม.อีกด้วย ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นภาระของร้านค้าที่เช่าพื้นที่ เช่น ค่าภาษี ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตามที่ ทอท.ถูกเรียกประเมิน

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับสัญญาเช่านั้น CW กำหนดไว้ให้เช่าครั้งละ 3 ปี โดยบรรดาสิ่งก่อสร้างตกแต่งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของร้านค้าที่เช่าพื้นที่ได้ก่อสร้างขึ้น รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องตกเป็น ควอโทร วิน ทันที เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา โดยจะไม่ได้รับเงินตอบแทนใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงเพาเวอร์ กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ว่า ได้คิดผลตอบแทนจากผู้เช่า 2 ส่วน คือ ค่าเช่าพื้นที่เดือนละ 1,000 บาทต่อ ตร.ม. ส่วนที่สองคือค่าตกแต่งพื้นที่อัตรา 5,000-8,000 บาทต่อ ตร.ม. เป็นเวลา 5 ปี และคิดอีก 17.5% ของยอดขายแต่ละเดือน ซึ่งเมื่อ CW นำไปปล่อยเช่าต่อได้คิด 2,000 บาทต่อ ตร.ม. และคิดอีก 25% ของยอดขายแต่ละเดือน ทำให้ทั้ง คิงเพาเวอร์ และ CW แทบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะได้ผลักภาระให้เป็นของผู้เช่าหมดแล้ว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบริคณห์สนธิ บริษัท ควอโทร วิน พบว่ามีการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547 ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 5 ล้านบาท และงบฯดุลปี 2548 มีผลขาดทุนสะสม 137,442 ล้านบาท หนี้สิน 17,228,750 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,862,557 ล้านบาท โดยผู้สอบบัญชีได้วิเคราะห์ผลดำเนินงานบริษัทว่าบริษัทมีค่าอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเท่ากับ .12 เท่าในปี 2548 และ 44.59 เท่าในปี 2547 แสดงให้เห็นแนวโน้มสภาพคล่องของบริษัทที่ลดลง

สำหรับโครงสร้างการจัดหาเงินทุน ผู้สอบบัญชีวิเคราะห์ว่า ควอโทร วิน มีหนี้สิน 77.99% และส่วนผู้ถือหุ้น 22.01% แสดงว่าเงินที่นำมาลงทุนส่วนใหญ่มาจากหนี้สิน ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ เจ้าหนี้จะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ถือหุ้น และเมื่อมองที่ตัวบริษัทจัดได้ว่าบริษัทมีความเสี่ยงในระดับค่อนข้างสูง

หน้า 18
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01eco02080949&day=2006/09/08



ล้อมตึกแล้วได้ดีอย่างนี้เอง  Evil or Very Mad
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #1 เมื่อ: 08-09-2006, 17:20 »

เอ้อ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันครับ

ทอท. ขี้เกียจบริหารพื้นที่สนามบิน ก็ให้สัมปทานคิงพาว ได้เงินสัมปทาน แล้วก็ยังรีดค่าเดินผ่าน(ภาษีสนามบิน)สุดโหด 750 แล้วก็เจือกโดนแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปซะ (ถ้าเสือนอนกินขนาดนี้ กู้น่าจะดีกว่านะ)  ตกลงการท่าฯมีหน้าที่อะไรเนี่ย

คิงพาวเป็นเจ้าของพื้นที่ ใช้เองบ้าง บางส่วนขี้เกียจทำอยากนอนกินก็ให้เช่าช่วงเนี่ยนะ  Exclamation
ถ้าบริหารการเช่าทั้งหมดด้วยตนเอง ไม่มียี่ปั๊วเช่าช่วง ผู้ประกอบการตัวจริงก็คงไม่ต้องถูกรีดเลือดปู นักเดินทางก็ไม่ต้องมาจ่ายค่าแซนดิ์วิชอันละ 100 บาท

ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะมีคนเช่าหลายๆช่วงเพื่ออะไร  สมบัติผลัดกันชมว่างั้นเถ๊อะ  Undecided
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 08-09-2006, 17:48 »

งั้นก็เชิญ CEO คิงพาว มาเป็น CEO AOT เลยดีไหม หมดเรื่องหมดราว

ก็เป็นเพราะตัวหัวเหลี่ยมๆ เก่งแต่ฮุบเขามาเสร็จแล้วก็เอามาปล่อยต่อบ้าง ขายต่อบ้าง กิน % ส่วนต่างน่ะสิ ทำอะไรแต่ละอย่างก็รู้แต่จะกิน % ส่วนต่าง แล้วกินโหดด้วย

อัปยศสุดๆ
บันทึกการเข้า

ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #3 เมื่อ: 08-09-2006, 18:57 »

การบริหารจัดการพื้นที่ในสนามบิน จำเป็นต้องใช้มืออาชีพเท่านั้น เพราะเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ
การให้เช่าช่วงก็ไม่เห็นแปลก ถ้าคิงเพาเวอร์ไม่ชำนาญเรื่องพื้นที่ร้านอาหาร ก็ให้มืออาชีพมาเช่าอีก
ทอดมันก็ไม่เห็นแปลกเหมือนกัน คนให้เช่าเค้าก็มีความเสี่ยงในแง่ธุรกิจอยู่แล้ว ถ้าขายอาหารแพงไป
มันก็คงจะขายได้เฉพาะพวกฉุกเฉินจริงๆ เค้าคงไม่แปะป้ายห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปในเขต
สนามบินนะครับ
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #4 เมื่อ: 08-09-2006, 19:09 »

เห็นอย่างที่คุณชอบแถว่ามานั่นแหละ
เรื่องบริหารจัดการพื้นที่เขาต้องใช้มืออาชีพ
เขาจะต้องไปสรรหาผู้เช่ามาให้เต็มพื้นที่ตลอดเวลา
ใครไม่ไหว ก็เอาคนอื่นเสียบแทน มันเป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่

สงสัยคนเขียนคอลัมน์คงอวดฉลาด พยายามเขียนให้มีสีสรร

เรื่องร้านที่ไปเช่าพื้นที่ ใช่ว่าจะกำเงินไปให้เค้าแล้วจะได้นะครับ
มันต้องผ่านการตรวจสอบความพร้อม อีกหลายๆด้าน

เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ ดอนเมืองแล้ว
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #5 เมื่อ: 08-09-2006, 19:32 »

ไม่มีการประมูลโดยเปิดเผย  เรียกว่า คอรัปชั่น ค่ะ
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #6 เมื่อ: 08-09-2006, 19:39 »

พูดอะไรอ่ะครับ งง

คือผมคิดว่า คิงพาวควรจะบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียว  จะแบ่งพื้นที่เป็นธุรกิจด้านใดบ้าง ก็แบ่งสิ
แล้วก็ให้ผู้ประกอบการตรงมาทำ พูดง่ายๆ มีหัวคิวแค่ คิงพาว คนเดียว

คิงพาวไม่ชำนาญพื้นที่ด้านอาหาร  ยังไงครับ?  สมมติ
ถ้าคิงพาวจัดว่า โซน 1 2 3 เป็นโซนอาหาร  แล้วภายในโซน 1 ยังต้องมีผู้เชี่ยวชาญกว่ามาจัดการพื้นที่นี้อีกหรือ

ก็ไอ้พื้นที่โซนอื่นๆ คิงพาวยังบริหารเองได้ แล้วพอเป็นโซนอาหาร มันจะมีแนวคิดต่างกันมากนักหรือ
จัดโซนไม่เก่ง ไปจ้างที่ปรึกษาก็เป็นทางออกได้นี่

เพราะอะไร คำอ้างที่ว่า ผู้เชี่ยวชาญกว่าจะมาเช่าช่วงจัดโซนอาหารให้น่ะ 
ผมว่า ค่าตอบแทนในการบริหารจัดการมันมากเกินงานที่เค้าทำ เอารัดเอาเปรียบโดยใช่เหตุ
ซาปั๊วเช่าช่วงไม่ต้องทำงานพิเศษอะไร ภาระงานของผู้บริหารพื้นที่ มันก็งานเดิมๆซ้ำซ้อนกับคิงพาวอยู่แล้ว เอาคนกลางมาเพิ่มอีกทำไม
ไอ้ซาปั๊วนี่ไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ในขณะที่ผู้เช่าก็ต้องจ่ายแพงเพราะหัวคิวเยอะซะงั้น

ทำไมไม่คิดโซลูชั่นแบบที่มันประหยัดๆบ้าง หา  Evil or Very Mad 
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #7 เมื่อ: 08-09-2006, 20:36 »

ผมว่า ค่าตอบแทนในการบริหารจัดการมันมากเกินงานที่เค้าทำ เอารัดเอาเปรียบโดยใช่เหตุ
ซาปั๊วเช่าช่วงไม่ต้องทำงานพิเศษอะไร ภาระงานของผู้บริหารพื้นที่ มันก็งานเดิมๆซ้ำซ้อนกับคิงพาวอยู่แล้ว เอาคนกลางมาเพิ่มอีกทำไม
ไอ้ซาปั๊วนี่ไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ในขณะที่ผู้เช่าก็ต้องจ่ายแพงเพราะหัวคิวเยอะซะงั้น

ทำไมไม่คิดโซลูชั่นแบบที่มันประหยัดๆบ้าง หา  Evil or Very Mad 
คำว่าผมว่า ก็คือความคิดเห็นนั่นเอง จะเอาความคิดเห็นคุณไปตัดสินว่าค่าตอบแทนมันมากเกินงานที่เค้าทำตอนนี้มันไม่ถูกหรอก
เพราะคุณเองก็ยังไม่รู้ (ผมก็ไม่รู้) ขอบเขตงานและสัญญาต่างๆ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง มันเป็นแค่ข่าวนะครับ

คุณลองคิดดูแค่ในศูนย์การค้า เค้าไม่เอาผู้เชี่ยวชาญมาคุมพื้นที่ขายเฉพาะอย่างละเอียดยิ่งกว่าในสนามบินเหรอครับ
ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เจ้าหนึ่ง ซุปเปอร์ก็เจ้าหนึ่ง เครื่องกีฬา ร้านอาหาร เดี๋ยวนี้มันต้องมืออาชีพทั้งนั้น คุณไม่สังเกต
ความเปลี่ยนแปลงในรอบสิบปีนี้เหรอ เดอะมอลล์ เซ็นทรัล ก็เปลี่ยนหมด
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #8 เมื่อ: 08-09-2006, 20:42 »

อืมม อย่างที่คุณพูดมา ผมนึกไม่ภาพไม่ออกจริงๆ

เช่น super sport ในเซ็นทรัล นี่คือมีคนเช่าช่วงมาก่อนแล้วมาขายให้ super sport หรือ? หรือว่า sport ดีลกับเซ็นทรัลโดยตรง?
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #9 เมื่อ: 08-09-2006, 21:14 »

supersports เป็น business unit หนึ่งของกลุ่มเซ็นทรัล คิดว่าน่าจะแยกบริษัทออกมาแล้วเซ็นทรัล
ถือหุ้นจะถือ 100% หรือไม่ผมไม่รู้ แต่การบริหารจะเป็น profit center คือ supersports ต้องอยู่ได้
ด้วยตัวเอง supersports ก็เลยไปหากินนอก central ได้ แบบเดี่ยวๆ ก็เคยเห็นแถวธนิยะ แล้วราคา
ที่ขายต้องสู้กับคู่แข่งได้ ผมยังเคยต่อราคาใน supersports บนเซ็นทรัลลาดพร้าวได้เลย ส่วนที่เค้า
ทำเองไม่ไหวต้องปล่อยให้มืออาชีพจริงๆ มาทำก็อย่างพวก Tops ซึ่งมืออาชีพก็ยังแย่ ส่วนพวกเกี่ยว
กับบ้านก็แยกเป็น Homeworks ซึ่งก็ต้องมาต่อสู้กับมืออาชีพแท้ๆ อย่าง Home Pro อีก เห็นมั้ยว่า
กลุ่มธุรกิจเฉพาะทางปัจจุบันตลาดมันใหญ่มากจนต้องใช้มืออาชีพเฉพาะทาง แล้วเรื่องศูนย์อาหารถ้า
คุณสังเกตดูจะแยกบริษัทบริหารจัดการ ผู้ให้เช่าจะต้องรับผิดชอบเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ที่ปัจจุบัน
จะใช้เป็นการ์ด bar code ที่ระบบสุดโบราณแต่ work รับผิดชอบเรื่อง พื้นที่ ความสะอาด อะไรทั้ง
หลายทั้งปวง ผมถึงได้เบรคคุณเรื่องที่ว่าขอบเขตงานของผู้ให้เช่ากับค่าเช่าไงครับ เพราะเราก็ยังไม่
รู้รายละเอียดกันทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #10 เมื่อ: 08-09-2006, 21:24 »

ประเด็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะนะครับ
นี่ไง คือพ่อค้าหลายๆรูปแบบที่มาเปิดร้านในเซ็นทรัล เขาไม่ได้ดำเนินธุรกิจแบบเช่าช่วงนี่ครับ เขาขายของ

ขายของต้องใช้ความเชี่ยวชาญ แต่ผมเลยมองไม่ออกว่า การให้เช่าช่วงเนี่ย มันต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอะไรหรือ
ซึ่งก็เป็นแค่ความคิด ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าท่านมีข้อมูลเชิญชี้แนะ

ส่วนเรื่องอาหารซึ่งตรงกับเคสนี้พอดี เดี๋ยววันหลังจะหาข้อมูลมาว่า food center กับร้านอาหารมีbrandทั้งหลาย ใครบ้างที่รับเช่าช่วง

เอ.... แต่ดูๆ food center เขาเหมือนกับจะเป็น central บริหารเองดีลกับผู้ขายโดยตรงนะ ดูจากที่คนเก็บเงินเป็นคนของ central
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #11 เมื่อ: 08-09-2006, 21:31 »

เดี๋ยวนี้เค้าให้บริษัทเช่าช่วงบริหารพื้นที่ทำทั้งนั้นครับ เพียงแต่ว่าบริษัทนั้นเค้าจะถือหุ้น 100%
หรือคนอื่นถือหุ้นทั้งหมด เจ้าของศูนย์ก็คือเสือนอนกินค่าเช่าที่มีความเสี่ยงและมี overhead สูง
ผมว่า(คิดเอาเองเหมือนกัน) น่าจะเยอะกว่าการท่าซะด้วยซ้ำ ถ้าเทียบเป็นพื้นที่
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #12 เมื่อ: 08-09-2006, 21:40 »

อืม ถึงแม้ในข้อมูลที่ว่า ทำในนามบริษัทเช่าช่วงทั้งสิ้น

เช่น ถ้าเช่าช่วงเป็นนอมินีของเซ็นทรัลเอง ไปเปิดร้านของแต่งบ้านในเซ็นทรัล
กรณีนี้ ก็ยิ่งชัดนะครับว่า การแตกบริษัทมาแล้วเปิดเช่าช่วง ไม่ได้เกิดจากความต้องการความเชี่ยวชาญ
ที่แตกบริษัท ก็เพราะคำว่า profit center จริงจริ๊ง (ความเชื่อของผมเช่นกัน) ซึ่งก็คือ เรื่องเดียวกันกับการมีหัวคิวเยอะๆ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #13 เมื่อ: 08-09-2006, 21:48 »

ตอนนี้คนในเค้าเรียกว่า โฮมไม่เวิร์ค นะครับ เพราะไม่ใช้มืออาชีพแท้ไงครับ
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 08-09-2006, 23:11 »

เรียกว่าแบ่งให้พวกเดียวกิน เพื่อช่วยกันค้ำจุนอำนาจของตัวเอง ???
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
mini
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407


« ตอบ #15 เมื่อ: 08-09-2006, 23:43 »

เรื่องของกลุ่ม central ขออนุญาติ เอาอันนี้มาแปะให้ดูนะครับ
เรื่องเช่าช่วงอะไรนั่น พอนานๆไป มันก็อาจจะเหมือนกรณีสยามสแควร์หรือจตุจักรนั่นแหละครับ
เช่ากันหลายต่อเหลือเกิน แทนที่จุฬาหรือการรถไฟจะได้ค่าเช่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ถ้าคิดว่า การบริหารพื้นที่ ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
งั้นทำไม AOT ถึงไม่แยกพื้นที่เป็นส่วนๆ ในการให้บริการแบบต่างๆ แล้วค่อยเปิดให้ประมูลหล่ะครับ
มาให้บริษัทเดียวประมูลไป แล้วค่อยซอยย่อยไปอีกที
ผู้บริโภคก็เสียเปรียบที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------

(3) ธุรกิจ specialty store เป็นการเจาะกำลังซื้อเป็นรายเซ็กเมนท์ โดยการแตกธุรกิจออกเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต เพาเวอร์บาย (อุปกรณ์ไฟฟ้า) บีทูเอส (เครื่องเขียน) ออฟฟิส ดีโป (เครื่องใช้สำนักงาน) โฮมเวิร์ค (อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน) เซ็นทรัลออนไลน์ (ชอปปิงผ่านอินเทอร์เน็ต)…ซึ่งครอบคลุมของใช้อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันครบเซต

ในเชิงธุรกิจ…การแตกบริษัทในเครือแยกย่อยออกไปมากมายเช่นนี้ มีข้อดีที่ทำให้การบริหารงานคล่องตัว มีประสิทธิภาพและคุณภาพในเชิงบริการ และสามารถสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วนเต็มที่ แต่ก็มีข้อแย้ง (จุดอ่อน) ในแง่การบริหารภาษีอากรหลายประการ เช่น กรณีมีรายการค้าระหว่างกันของบริษัทในเครือ เช่น ยืมสินค้า การใช้พื้นที่ร่วมกัน การปันส่วนรายจ่าย การมีโปรแกรมส่งเสริมการขายร่วมกัน การให้ความช่วยเหลือระหว่างกัน การกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนกัน เป็นต้นนั้น ล้วนเป็นประเด็นภาษี (tax issues) ที่อาจต้องถูกประเมินรายรับหรือค่าตอบแทนระหว่างกันตามราคาตลาด (ม.65 ทวิ (4)) และอาจมีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เกิดขึ้นได้ เป็นต้น นอกจากนั้น กรณีที่กิจการใดเกิดผลขาดทุน (taxable loss) ก็ไม่อาจนำไปหักกลบกับบริษัทที่มีกำไร จึงอาจต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงกว่าที่ควรจะเป็น!


http://www.bangkokbizweek.com/20060804/smallbiz/index.php?news=column_21405185.html

----------------------------------------------------------------------------------------------
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #16 เมื่อ: 09-09-2006, 21:35 »

เสือนอนกินของแท้เค้าไม่มาแยกส่วนหรอก เดี๋ยวต้องมาแก้ข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าอีก
แล้วพื้นที่ระหว่างกลางก็ต้องมารับผิดชอบเองอีก ให้เจ้าเดียวนี่แหละตัดปัญหา
บันทึกการเข้า
mini
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407


« ตอบ #17 เมื่อ: 12-09-2006, 08:56 »

"คิงฯ"กำไร7เท่าบริหาร"สุวรณภูมิ"

ปีแรกกวาดค่าเช่าไม่ต่ำกว่าหมื่นล. แต่ส่งผลตอบแทน"ทอท."แค่1.4พันล.

"คิง เพาเวอร์"แจงปีแรกปล่อยเช่าที่"สุวรรณภูมิ" กวาดรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ไม่นับยอดขายร้านปลอดภาษีอีก 1 หมื่นล้าน ขณะที่จ่ายผลตอบแทน "ทอท." แค่ 1.4 พันล้าน ต่างกัน 6.7 เท่า

นายสมบัตร เดชาพานิชกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทคิง เพาวเวอร์ กล่าวว่า ในการเข้ายื่นซองประมูลเพื่อบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์จากการท่าอากาศยาน (ทอท.) มีผู้ยื่นซอง 2 ราย ซึ่งรายละเอียดในข้อกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์ )ที่ทำให้บริษัทชนะผู้ประมูลอีกรายนั้น ได้กำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำในการบริหารพื้นที่ให้ ทอท. 1,431 ล้านบาทในปีแรก และปรับเพิ่มตามจำนวนผู้โดยสาร เงินเฟ้อ ในปีที่ 2 ถึง 10 และอีก 1,908 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนรายได้ 15% ของยอดขาย ทำให้บริษัทต้องจัดเก็บเงินจากผู้เช่า 2 ส่วน คือ 1.ค่าสิทธิในการประกอบการ 60 เดือน หรือ 5 ปี 2.ค่าตอบแทนรายได้จากการขาย 17.5% แต่ไม่เกิน 20%

นายสมบัตรกล่าวว่า ในทีโออาร์เดิมนั้น บริษัทได้เสนอเงินที่ใช้ตกแต่งรวม 1,200 ล้านบาท สำหรับพื้นที่เช่า 2.5 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) หรือเท่ากับจัดค่าสิทธิเฉลี่ย 800 บาทต่อ ตร.ม. แต่ภายหลังค่าตกแต่งเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท จึงก็บค่าสิทธิเพิ่มเป็น 1,333 บาทต่อ ตร.ม. แต่ในวันเซ็นสัญญาจริง ค่าสิทธิที่จัดเก็บอยู่ที่ 1,000 -8,000 บาทต่อ ตร.ม. หรือเฉลี่ย 6,000 บาทต่อ ตร.ม. ตามโลเกชั่น ชื่อเสียงของแบรนด์ เพราะต้นทุนค่าตกแต่งบานปลายเป็น 3,000 ล้านบาท

"จริงๆ แล้วเราเก็บค่าสิทธิจากร้านค้าต่ำกว่าต้นทุนจริงด้วยซ้ำ เพราะหากนำผลตอบแทนปีแรกที่เราต้องจ่ายให้ ทอท. 1,431 ล้านบาท เป็นตัวตั้งหารด้วยพื้นที่ 25,000 ตร.ม. หารด้วย 12 เดือน เท่ากับต้องจัดเก็บค่าตอบแทนสูงถึง 4,770 บาทต่อ ตร.ม." นายสมบัตรกล่าวว่า นอกจากนี้ราคาอาหาร เครื่องดื่มในสุวรรณภูมิไม่แพงอย่างที่คิด เพราะทีโออาร์ระบุให้คิดราคาอาหารเครื่องดื่มแพงกว่าราคาที่ขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในเขตกรุงเทพฯได้ไม่เกิน 25%

นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ กล่าวว่า ตามทีโออาร์เดิม ทอท.ให้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์เพียง 20,000 ตร.ม. แต่บริษัทได้ขอปรับเพิ่มเป็น 25,000 ตร.ม.ในช่วงหลัง เพื่อให้มีร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ครอบคลุมความต้องการของผู้โดยสาร ซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพราะทีโออาร์เป็นเหมือนตุ๊กตาที่กำหนดพื้นที่คร่าวๆ เท่านั้น นอกจากนี้พื้นที่ของร้านปลอดภาษีคิง เพาเวอร์ เดิมคาดว่าจะใช้เพียง 5,000 ตร.ม. แต่ต่อมาได้ปรับเพิ่มเป็น 6,000 ตร.ม. เนื่องจากสินค้าแบรนด์เนม อย่าง ชาแนล แอร์เมส ต้องการพื้นที่สูงถึงรายละ 300-400 ตร.ม. ซึ่งพื้นที่ส่วนเกินบริษัทจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ ทอท. ตามเกณฑ์ต่อไป

นายวิชัยกล่าวว่า ส่วนการนำพื้นที่จำนวน 9,000 ตร.ม. ไปให้บริษัท ควอโทร วิน จำกัด บริหารต่อในส่วนของร้านอาหาร เครื่องดื่มนั้นเพราะเห็นว่าควอโทร วิน ซึ่งกลุ่มสยามฟิวเจอร์ได้จัดตั้งขึ้นมาใหม่และมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้

นายวิชัยกล่าวว่า คาดว่าปีแรกจะมีรายได้จากสนามสุวรรณภูมิ 20,000 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ 10,000 ล้านบาท และการจำหน่ายสินค้าของคิง เพาเวอร์ อีก 10,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ต้องนำส่งให้ ทอท.ได้ทั้งหมด จากปกติที่มีรายได้ปีละ 6,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากปีแรกคิง เพาเวอร์ได้รายได้จากการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ 10,000 ล้านบาท ขณะที่ต้องจ่ายผลตอบแทนให้ ทอท. 1,431 ล้านบาท เท่ากับคิง เพาเวอร์ มีรายได้สูงกว่าผลตอบแทนประมาณ 6.7 เท่า

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01eco03120949&day=2006/09/12
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #18 เมื่อ: 12-09-2006, 23:11 »

1. มีรายได้สูงกว่าผลตอบแทนประมาณ 6.7 เท่า ไม่ใช่ กำไร 7 เท่า เพราะยังไม่คิดค่าใช้จ่าย
"คิงฯ"กำไร7เท่าบริหาร"สุวรณภูมิ" <- สื่อที่ว่าเทียมยังดีกว่าไม่แหกตาอย่างนี้

2. ผลตอบแทนขั้นต่ำในการบริหารพื้นที่ให้ ทอท. 1,431 ล้านบาทในปีแรก
และปรับเพิ่มตามจำนวนผู้โดยสาร เงินเฟ้อ ในปีที่ 2 ถึง 10 และอีก 1,908 ล้านบาท
เป็นค่าตอบแทนรายได้ 15% ของยอดขาย

อันนี้เป็นความเสี่ยงทางธุรกิจมันก็ไม่เอามาพูด

3. ทีโออาร์ระบุให้คิดราคาอาหารเครื่องดื่มแพงกว่าราคาที่ขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในเขตกรุงเทพฯได้ไม่เกิน 25%
ถ้าบังคับราคาขายแล้วจะเช่าต่อกี่ช่วงมันก็เป็นความเสี่ยงกันเอง ผู้บริโภคไม่ต้องรับภาระ
บันทึกการเข้า
THX
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 569



« ตอบ #19 เมื่อ: 12-09-2006, 23:21 »

เอ้อ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันครับ

ทอท. ขี้เกียจบริหารพื้นที่สนามบิน ก็ให้สัมปทานคิงพาว ได้เงินสัมปทาน แล้วก็ยังรีดค่าเดินผ่าน(ภาษีสนามบิน)สุดโหด 750 แล้วก็เจือกโดนแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปซะ (ถ้าเสือนอนกินขนาดนี้ กู้น่าจะดีกว่านะ)  ตกลงการท่าฯมีหน้าที่อะไรเนี่ย

คิงพาวเป็นเจ้าของพื้นที่ ใช้เองบ้าง บางส่วนขี้เกียจทำอยากนอนกินก็ให้เช่าช่วงเนี่ยนะ  Exclamation
ถ้าบริหารการเช่าทั้งหมดด้วยตนเอง ไม่มียี่ปั๊วเช่าช่วง ผู้ประกอบการตัวจริงก็คงไม่ต้องถูกรีดเลือดปู นักเดินทางก็ไม่ต้องมาจ่ายค่าแซนดิ์วิชอันละ 100 บาท

ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะมีคนเช่าหลายๆช่วงเพื่ออะไร  สมบัติผลัดกันชมว่างั้นเถ๊อะ  Undecided

ดอนเมือง 500 สวรรณภูมิ 750 ขอบินดอนเมืองแบบเดิมได้มั้ย ค่าเดินผ่านโครตแพง
บันทึกการเข้า



พวกเรา..เรารู้สึกว่าจะมีสายลับปลอมมาในหมู่ของพวกเราโดยไม่รู้ตัว=__='



( づ ̄ 3 ̄ )づ~~~♡♡♡ ~~
หน้า: [1]
    กระโดดไป: