ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2019, 05:18
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รู้เขารู้เรา : รวมมิตร “เดอะ'เหลี่ยม'พอตเตอร์” 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รู้เขารู้เรา : รวมมิตร “เดอะ'เหลี่ยม'พอตเตอร์”  (อ่าน 720 ครั้ง)
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 03-09-2006, 13:50 »

จริงๆ ไม่เคยคิดที่จะเข้าเว็บ เดอะรีพอตเตอร์เลย แต่เมื่อในวันนี้มีคนพูดถึงกันมากมาย ก็เลยถือโอกาสเข้าชมซะหน่อย ... แต่ทำไปทำมา ทำไมถึงสะดุดตากับบทนำ “ใครยืนข้างคนเลว” ... ”หากจะพูดเรื่องจรรยาบรรณสื่อ เหม็นขี้ปาก สื่อฉบับไหนที่ถูกสภาการหนังสือพิมพ์สอบสวน เรื่อง การแฮร์คัทหนี้ พร่ำเรียกอยู่หลายเดือนไม่มีใครมาชี้แจง” ...

อ่านดูก็รู้แล้วว่าประโยคนี้หมายถึงใคร คำพูดที่สละสลวยขนาดนี้ สวนทางกับที่ผมไปถามคนในวงการสื่อด้วยกันเอง ที่ต่างพร้อมใจกัน “ส่ายหน้า” กับความเป็นทองเจือกันเป็นแถว

อันเนื่องมาจากข่าวของ เปิดตัว “ทองเจือ” อดีตนักข่าวเด็กรับใช้ “เนวิน” สู้สงครามสื่อ ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ พบความไม่ปกติในช่องคอมเม้นท์ ที่ปกติจะมีผู้อ่านซึ่งส่วนมากจะเป็นคนที่ติดตามข่าวสารเข้ามาโพสต์แสดงความคิดเห็น หยาบคายบ้างรุนแรงบ้างตามประสาคนกันเอง (ไม่ว่ากระไรหรอก ถือว่าได้ระบายในช่วงที่นายกฯ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป... อิอิอิ) แต่ในครั้งนี้ สังเกตสื่อมวลชนก็มีส่วนร่วมกันอัปเปหินายคนนี้ทางตัวหนังสือร่วมกัน โดยเฉพาะพรรคพวกแถวๆ บางนาที่ถูกนายคนนี้หักหลัง ...

ต้องขอเท้าความสำหรับคนที่ยังไม่ทราบมาก่อน ว่า ”ทองเจือ ชาติกิจเจริญ” เป็นใคร ... เขาเป็นเจ้าของบริษัท เดอะรีพอตเตอร์ จำกัด ผู้ดูแลเว็บไซต์ข่าว www.reporter.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มุ่งเน้นนำเสนอข่าวพิทักษ์นายกฯ ทักษิณและพรรคไทยรักไทย ทั้งยังโจมตีพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มพันธมิตรปชต. เป็นหลัก ว่ากันว่ามีนายเนวิน ชิดชอบ กุนซือข้างกายนายกฯ ทักษิณ คอยหนุนหลังทั้งกระสุนดินดำ และช่องทางในการดำเนินการ
 
ในวันนี้เขากำลังรุกคืบสื่อมัลติมีเดียส์ครบวงจร เพื่อแข่งขันกับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ด้วยการเปิดตัวโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของ The Reporter มีรายการ “สนทนาปัญหาบ้านเมือง” ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ดำเนินรายการ ชูสโลแกน “ทุกความจริงที่ท่านไม่สามารถรับชม-รับฟังได้จากที่อื่น” ซึ่งก็อบปี้สโลแกนรายการของสนธิที่ใช้ว่า “ความจริงที่รัฐบาลไม่อยากฟัง คำถามที่รัฐบาลไม่กล้าตอบ แต่ประชาชนมีสิทธิ์จะรับรู้” กันทั้งดุ้น ...

โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ เอ็มวีทีวี 1 ของชัยยุทธ ทวีปวรเดช ที่รุกคืบธุรกิจสื่อโทรทัศน์ ควบคู่ไปกับเจ้าของวีซีดีภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ราคาถูก ซึ่งทองเจืออ้างว่า จานดาวเทียม ASTV ของสนธิ สามารถรับชม “เอ็มวีทีวี” ได้ด้วย? เหตุที่เขาพูดได้เช่นนี้ เพราะเขาได้เช่าดาวเทียม NSS-6 จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่ง ASTV และ DMC ของวัดพระธรรมกายเช่าอยู่ ควบคู่ไปกับดาวเทียมไทยคม 3 ที่เอ็มวีทีวีเคยใช้ ซึ่งได้เคยแบ่งให้ “โฆษิต สุวินิจจิต” อดีตแม่ทัพมีเดียส์ ออฟ มีเดียส์ ทำโทรทัศน์ลูกทุ่งผ่านดาวเทียม ... แต่แป๊ก!!!

และหารู้ไม่ว่า เอ็มวีทีวี 2 เคยถ่ายทอดสัญญาณจากม็อบคาราวานคนจนที่สวนจตุจักรด้วย ซึ่งมีความพยายามของฝ่ายสนับสนุนทักษิณ ขอร้องให้ทางช่อง 7 เจาะวินโดวส์เล็กๆ เพิ่มอีกช่องในช่วงเวลาละครออกอากาศ หลังจากที่ช่อง 7 เจาะวินโดวส์ช่องเล็กๆ ด้านซ้าย เพื่อถ่ายทอดสัญญาณภาพ ในช่วงที่มีการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ช่อง เอ็มวีทีวี 1 ยังมีการออกอากาศผ่านทางเคเบิลทีวีท้องถิ่นด้วยเช่นเดียวกับช่อง เอเอสทีวี นิวส์วัน ต่างกันตรงที่เอเอสทีวีมีหน่วยงานของกรมประชาสัมพันธ์ พยายามที่จะหาทางปิดกั้น ไม่ให้ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นถ่ายทอดสัญญาณตลอดเวลา ต่างจากเอ็มวีทีวี 1 ที่กรมประชาสัมพันธ์อนุญาตไฟเขียว ทำเรื่องปุ๊บ... อนุมัติปั๊บ!!!

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กระแสคนไม่เอาทักษิณขยายเป็นวงกว้าง ฝ่ายที่จับตามองเห็นว่าเป็นเพราะตัวบุคคล อย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่ทำให้จุดกระแสการต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณทุกหย่อมหญ้า สูสีพอๆ กับฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่วนใหญ่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้เพียงแค่สื่อกระแสหลัก อย่างฟรีทีวีและวิทยุ กระบวนการความอยากรู้อยากเห็นในความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล จึงทำให้เอเอสทีวี ประสบความสำเร็จในการขยายฐานผู้ชมจนนำไปสู่กลุ่มพันธมิตร ปชต.

พัฒนาการความอยากรู้อยากเห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล ประกอบจนเป็นฝ่ายไม่เอาทักษิณ มีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ

• คนที่ไม่ชอบทักษิณเป็นทุนเดิม - ส่วนมากจะเป็นเพราะลักษณะนิสัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชอบอวดดี อวดรู้ ทำตัวเหนือผู้อื่น และความไม่พอใจในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยทำธุรกิจที่เซ็นเช็คเด้ง คำมั่นสัญญาจะแก้ไขปัญหาจราจรใน 6 เดือน รวมไปถึงคดีซุกหุ้นภาค 1 ที่คนชั้นกลางไม่พอใจ และเห็นว่าเขามาด้วยผลประโยชน์ แม้ภาพลักษณ์ของเขาจะเห็นได้ว่าซื้อใจคนจนมากขนาดไหน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นในเรื่องที่ว่า สิ่งที่เขากระทำต่อคนกลุ่มนี้นให้เป็นกำลังสำคัญเพื่อหวังผลทางการเมือง

• กลุ่มที่รับฟังข้อมูลข่าวสาร - คนที่ติดตามหรือบริโภคสื่อเป็นประจำ ไม่ว่าจะมาจากค่ายไหน สำนักข่าวใด เขามักจะยึดมั่นในความเห็นของคนที่บริโภคข่าวฝ่ายนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันข่าวจากสำนักเนชั่น มติชน หรือแม้กระทั่งผู้จัดการ ซึ่งเขาดำเนินการในรูปแบบธุรกิจหลักร้อยล้านบาท ที่ผ่านมาสื่อมวลชนส่วนมากมักจะถูกรัฐบาลทักษิณแทรกแซงโดยตลอด เห็นได้ชัดในช่วงที่ยูบีซี 8 ของเนชั่นเกิดอาการ “ปลั๊กหลุด” หรืออย่างกรณีที่อากู๋ แกรมมี่เตรียมเทคโอเวอร์มติชน

แต่กับผู้จัดการที่เพิ่งเข้ามารุกไล่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่นาน หลังมีหลายกลุ่มออกมาไล่อยู่หลายปี แต่ทำให้การขับไล่ทักษิณเป็นไปด้วยความหวือหวา เพราะเขารู้จักทดลองที่จะประยุกต์การตลาดแบบเข้าหามวลชน หรือ “Below the Line” จากรายการโทรทัศน์ทางฟรีทีวี สู่การจัดเวทีสัญจร และด้วยความที่การออกมาแฉผลประโยชน์ของชาติ ย่อมสำคัญกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

ถึงแม้ฝ่ายไทยรักไทยจะมีการแฉถึงความไม่ชอบมาพากลของสนธิในอดีตที่ผ่านมา แต่ความร่ำรวยจากผลประโยชน์ทับซ้อน การแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ทั้งการขายหุ้นชินคอร์ป การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการท้าทายอำนาจที่อยู่เหนือการเมืองของนายกฯ ทักษิณ ซึ่งประชาชนที่รับรู้เรื่องนี้ส่วนใหญ่ไม่พอใจ และเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่าการที่จะไปคอยหวาดระแวงใคร เพราะเดิมพันของเขากับเดิมพันของประเทศมันคนละเรื่องเดียวกัน

• กลุ่มที่โน้มตามพรรคพวก - ด้วยความหวังที่จะโค่นล้มระบอบทักษิณ ต้องอาศัยสุภาษิตคำว่า “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” จึงมีกลุ่มคนที่ถึงแม้จะไม่ไว้วางใจในตัวสนธิ แต่ก็ต้องสงวนท่าทีเอาไว้เพื่อความคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นมาจากสายพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เอ็นจีโอ หรือบรรดากลุ่มที่ไม่เจาะจงฝักฝ่ายว่าเป็นพวกใด แต่ไม่ชอบทักษิณ ซึ่งก็ถือเป็นกระบวนการในเชิง “พลังเงียบ”

เพราะฉะนั้น ความหวังที่จะ “ชิงพื้นที่สื่อ“ ของคนในรัฐบาลนี้ ในแง่ปริมาณอาจจะประสบความสำเร็จ กับจำนวนผู้ชมที่อยากรู้อยากเห็น แต่ในแง่ของคุณภาพ ที่ประชาชนรุ่นใหม่พบเห็นต่างก็ส่ายหน้า ด้วยความที่ภาพลักษณ์ของนายสมัครเป็นเพียงคนแก่ขี้บ่น รวมทั้งปัญญาชนที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ได้ขึ้นชื่อถึงความเป็น “มือเปื้อนเลือด” ต่างก็ร้องยี้เมื่อพูดถึงนายสมัคร (อยากรู้ให้คุณประสาร มฤคพิทักษ์ เค้าอธิบายให้ฟังเอาเอง...)

ผู้สันทัดกรณีอธิบายให้เราฟังว่า แฟนคลับของนายสมัคร จะมีก็แต่คนเก่าแก่รุ่นอาม่าอาแปะ ที่ชื่นชอบนายสมัคร มาตั้งแต่เป็นนักการเมืองพรรคประชากรไทย ด้วยลีลาและคำพูดโดนใจ รวมถึงการซื้อใจคนในย่านทหาร ซึ่งเป็นถิ่นนายสมัคร ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่า กทม. ส่วนคนที่เคยชื่นชอบภาพลักษณ์ที่ “ถ้าอยากใช้ผม กรุณาเลือกผม” จะมีน้อยคนมากที่เชื่อและยึดมั่นในตัวนายสมัคร ถ้าไม่มี “นายกฯ ทักษิณ” คนที่นายสมัครเอ่ยปากชมทุกครั้งที่จัดรายการ

ส่วนปูมหลังของนายทองเจือ นักข่าวที่ชาวเน็ตต่างออกมาโจมตีกันอย่างลับๆ ทราบมาว่าในช่วงที่เป็นนักข่าว ได้ทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นนักข่าว ซึ่งอย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า สื่อมวลชนรุ่นพี่ที่รู้จักกันต่างก็มีอาการส่ายหน้าเมื่อถามถึงทองเจือ ประโยคที่โจมตีในอินเตอร์เน็ต อย่างความสนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบนี่ก็เห็นจะไม่ผิด ทั้งยังชอบนำข้อมูลข่าวภายในที่ทำงานที่ตนเองสังกัด คาบไปบอกนักการเมืองที่รับใช้ เพื่อแลกกับผลประโยชน์มาโดยตลอด

โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่ลูกสมุนพรรคไทยรักไทยนำมาโจมตีกลางอากาศ ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ทองเจือ” เป็นคนนำข้อมูลไปบอกกับบุคคลเหล่านั้น และโดยเฉพาะ “สามเกลอ” อย่างวิชิต ปลั่งศรีสกุล ประชา ประสพดี และสิทธิชัย กิตติธเนศวร ที่อ้างว่ามีข้อมูลหนี้สินจากโรงพิมพ์ตะวันออก ที่ทางค่ายผู้จัดการใช้บริการ ซึ่งเตรียมจะจัดรายการสามเกลอสัญจร แต่เวทีล่มก่อนที่จะจัด หลายคนจับตามองไอ้โม่งที่เป็นกาคาบข่าวไปที่ ”ทองเจือ” อย่างไม่ต้องสงสัย ...

ผมโทรไปถามพี่นักข่าวให้รู้แจ้งเห็นชัด กิตติศัพท์นี้ รู้ดีกับเพื่อนสื่อมวลชนคนอื่นๆ ถึงจะอยู่คนละสำนัก ... ฟังแล้วอึ้งครับ !!!

000

มีของแถมอีกนิดหน่อย รู้จักพิธีกรรายการสถานีสนามเป้าที่ชื่อว่า “จักรพันธุ์ ยมจินดา” หรือไม่? ที่เขาหันมาเป็นสื่อมวลชน ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเบื่อการเมือง แต่เขาไม่มีที่ยืนทางการเมือง... คงยังไม่มีใครทราบว่า เขาถูกศาลจังหวัดระยอง มีคำพิพากษาถอนสิทธิทางการเมืองถึง 10 ปี

อันเนื่องมาจาก พ.ต.อ.พณาเจือเพ็ชร กฤษณะราช อดีตที่ปรึกษาของ “สุวัฒน์ ลิปตพัลลภ“ รองนายกรัฐมนตรี ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีหมิ่นประมาทกว่า 30 ล้านบาท ทั้งที่เมื่อก่อน จักรพันธุ์ กับพณาเจือเพ็ชรเค้าเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมา นายจักรพันธุ์ปราศรัยหาเสียงกล่าวโจมตีเพื่อนรักคนนี้อย่างรุนแรง จนนำไปสู่การดำเนินคดีดังกล่าว แม้คนในระดับแกนนำพรรคไทยรักไทยจะออกมาห้ามปราม และให้พณาเจือเพ็ชรถอนฟ้อง แต่ก็ไม่เป็นผล จึงยอมขัดคำสั่งพรรคกันไป

แต่เสาหลักสุดท้ายของจักรพันธุ์ยังไม่จบ ... จักรพันธุ์ยังมีบริษัท แม็กซิม่า ซึ่งเขาทำร่วมกับ วีรวัฒน์ ยมจินดา เป็นพี่น้องกัน โดยธุรกิจหลักก็คือทำสปอตโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ ทั้งยังมีผลงานรายการโทรทัศน์ทางไอทีวี ทั้งละครซิทคอม รายการวัยรุ่น รวมไปถึงถ่ายทอดสด งานพัทยา มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 2

ว่ากันว่ารายการสถานีสนามเป้า และจับประเด็น (ภายหลังรายการนี้ถูกยกเลิก กลายเป็นรายการคุยแหกโค้ง) มีสำนักข่าว จี.จี.นิวส์ ของดุสิต ศิริวรรณ ที่รับช่วงต่อจากทางยูบีซีนิวส์ 07 คอยสนับสนุนช่วยเหลือด้านเทคนิคอยู่ เท็จจริงอย่างไรเชิญค้นหาข้อมูลเอาเอง แต่สำหรับแหล่งข่าวจากทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจักรพันธุ์เคยก่อวีรกรรมเอาไว้ก่อนที่จะไปอยู่พรรคไทยรักไทย ระบุว่าเขาไม่ต้อนรับจักรพันธุ์ เมื่อเขากลับมาขอเจรจาบางอย่าง ในช่วงที่กลับมาทำสื่อมวลชน

นั่นหมายความว่า ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งแขกรับเชิญ ทั้งแหล่งข่าวโฟนอินในรายการ ล้วนแล้วแต่มาจากทางพรรคพวกที่อยู่พรรครัฐบาล ใช่หรือเปล่าตะเอง???

เท่านี้ยังไม่พอ ... รายการ “สถานีสนามเป้า” แห่งนี้เคยได้ขึ้นชื่อว่า SMS ส่วนมากในช่วงที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่ให้กำลังใจนายกฯ ทักษิณ และ กกต. พร้อมๆ กับโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตร ปชต. เคยมีผลสำรวจจาก ทีดีอาร์ไอ ได้มีโครงการ Media Monitor ขึ้นมา ซึ่งโครงการจะทดลองส่ง SMS เข้าไปในแต่ละรายการที่มีข้อความทางการเมือง ผลปรากฎว่า โอกาสที่เอสเอ็มเอสจากทางโครงการ ที่มีกว่า 600 ข้อความ ซึ่งจะมีทั้งข้อความเชียร์ ต้านรัฐบาล และข้อความกลางๆ พบว่ามีข้อความโผล่ขึ้นมาในรายการสถานีสนามเป้าต่ำที่สุด

เรื่องแบบนี้หมายความว่า ใครที่ส่งข้อความไปให้ทางรายการเค้าขึ้นหน้าจอ โอกาสที่จะเสียเงินจากการส่ง SMS โดยเปล่าประโยชน์ไปฟรีๆ มีสูงมาก แม้เช้าวันถัดมาที่มีข่าว คุณจักรพันธุ์ออกมาพูดอ้อมๆ ทำนองว่าถ้าข้อความไม่ใช้คำไม่สุภาพก็จะขึ้นหน้าจอให้ แต่จากการสังเกตด้วยตาตัวเอง พบว่าการรันข้อความช้ากว่ารายการอื่น บางทีรันไปรันมาเป็นข้อความซ้ำๆ และที่น่าฉงนไปกว่านั้นตรงที่แต่ละข้อความเหมือนไม่ใช่จากผู้ชม ทั้งตอนที่เปลี่ยนช่วงกีฬาซึ่งเป็นช่วงท้ายรายการ ข้อความเปลี่ยนเป็นการพูดคุยเรื่องบอลอย่างหน้าตาเฉย ... เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าใครจะพิมพ์อะไร มือมนุษย์ที่ไหนจะพิมพ์ข้อความยิกๆ ได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มชะมัด ...

ไม่ต้องรอพวกห่านเค้าเช็คบิล เด็กอนุบาลดูก็รู้ว่า “จัดฉาก” แล้วล่ะ ต้องรอให้เขาออกมาแก้ตัวว่าจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า?

000

เอ้า... ว่ากันด้วยเรื่องห่านอีกสักหน่อย ... ว่ากันว่าบรรดาชมรม “คนผ่านฟ้า” ที่มีปัญหาระหว่างมดชมพู หรือทัชภูมิ ชายหัวเกรียนที่ไปเย้วๆ พูดจาถากถางผู้มากบารมีต่อหน้ากองเชลียร์ที่เซ็นทรัลเวิล์ด กับทั่นอาจารย์มังกรดำ หัวหน้าสำนักคนผ่านฟ้า หลังจากที่มีกระทู้ “ผมไม่ชอบคนแบบ มังกรดำ” จากนามแฝง “มดชมพู” ที่โผล่ออกมาในกระทู้ P4649262 เมื่อค่ำคืนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เนื้อหาเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลแบบมีมูลกว่า 11 ข้อ เมื่อเกิดการโต้เถียงกันระหว่างทั้งคู่ ยาวนานกว่าหนึ่งวันเต็ม เย็นวันที่ 24 จึงถูกอุ้มไป

หลังจากนั้นอีกไม่นานประมาณ 1 สัปดาห์ มดชมพูได้ตั้งกระทู้ “เรียน มังกรดำ” ในกระทู้ P4668638 เมื่อบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 30 สิงหาคม โดยเนื้อความระบุให้เกิดการปรองดองระหว่างกันและกัน เมื่อมีผู้ใหญ่หลายคนแนะนำให้สมควรยุติเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใครจะไปรู้ว่า หลังจากวันนั้นเพียงไม่กี่วัน มดชมพูโผล่ออกมาด้วยข้อความในกระทู้ P4674868 ออกมาว่า “พรุ่งนี้คอยพบกับน้องมดชมพู ในรายการ เสียงประชาชน ทาง 89.75” โดยทัชภูมิจะไปจัดรายการในช่วงเวลาบ่ายสองโมง ถึงสี่โมงเย็น ที่คลื่นวิทยุแห่งนี้ พร้อมทั้งระบุด้วยว่า “เราจะคุยกันเรื่องการเมืองในแบบพันทิป และถล่มสื่อให้ราบ”

ผู้สันทัดกรณีในราชดำเนินซึ่งไม่ขอสงวนนาม อ่านเกมส์ออกทันทีว่า เหตุที่มดชมพู หรือทัชภูมิไปมีเรื่องกับมังกรดำ เพราะอยากได้เวลาจัดรายการเป็นของตัวเอง จะเห็นได้ว่าในกระทู้ “ผมไม่ชอบคนแบบ มังกรดำ” มีการระบุข้อความตอนหนึ่งว่า มังกรดำชอบปิดกั้นไม่ให้เขาจัดรายการที่เอฟเอ็ม 105 อ้างว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมังกรดำก็โต้ไปว่า จะไปจัดในฐานะอะไร ? ไม่ใช่ให้ใครก็ได้ มั่วๆ สลับกันเข้ามา ซึ่งเป็นธรรมเนียมของสถานีหลัก ไม่ใช่วิทยุชุมชนที่ใครต่อใครสามารถเวียนเทียนมาจัดได้ มังกรดำยังพูดความในใจว่า ต่อให้เขาเป็นคนเลือกคนจัดรายการ ก็ไม่เอามดชมพูมาจัด ด้วยนิสัยที่ชอบพูดทั้งในเน็ต และโผงผางในที่สาธารณะ ไม่ระวังคำพูด ชวนให้ติดคุกอยู่เรื่อย

สมใจมดชมพู ... แต่ระวังศาลเตรียมเอาเข้าคุกกลางอากาศละกันนะ ทัชภูมิ!!!



Related Links - The Reporter
• ข้อมูลบริษัท
• เปิดตัว “ทองเจือ” อดีตนักข่าวเด็กรับใช้ “เนวิน” สู้สงครามสื่อ
• เดินเกม “สื่อชนสื่อ” ปกป้องระบอบทักษิณ
• สมัครได้จ้อ ช่องเอ็มวี 1
• สื่อในดวงใจ 'เสี่ยแม้ว'
• รายงาน : "เนวิน ชิดชอบ" ผู้มีบารมี (ตัวจริง) ข้างกายทักษิณ?
• คน ทรท.ไล่ส่ง"ธรรมรักษ์" ถูกล้วงข้อมูลถึงกระทรวง
• เว็บข่าวจรยุทธ์

กลยุทธ์ใต้ติน “บอยคอต“ ไม่ซื้อหนังสือพิมพ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-09-2006, 14:08 โดย Aloha007 » บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

หน้า: [1]
    กระโดดไป: