ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-09-2020, 14:13
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  สมภารเซ้งโบสถ์...สมภารเลี่ยมกับไอ้จุก...กระหึ่มช่วงสงกรานต์ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
สมภารเซ้งโบสถ์...สมภารเลี่ยมกับไอ้จุก...กระหึ่มช่วงสงกรานต์  (อ่าน 11002 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 15-04-2006, 13:09 »

กระทู้นี้...คุณตั้ง เพราะเนื้อเพลงนี้ใช่ไหม ???

http://www.carabao.net/webboard/default.asp

........................

เนื้อเพลง.........สมภารเซ้งโบสถ์



สมภารเลี่ยมเป็นพระใจถึง
ทั้งๆ ที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจ
ถึงจะบวชได้ไม่นานเท่าไหร่
แต่ความหัวไวแกจึงได้เป็นสมภาร
สมภารเลี่ยมเลี่ยมคมสมนาม
เจ้าของนิยามคิดใหม่ทำใหม่
แกสร้างโบสถ์หลังโตหลังใหญ่
จากเงินทองที่เลี่ยไล่อย่างชำนิชำนาญ

ไอ้จุกมันเป็นลูกศิษย์วัด
อาศัยข้าวก้นบาตรหล่อเลี้ยงชีวา
ทุกๆ วันต้องต้มน้ำชงชา
ให้กับหลวงตาอยู่ข้างกุฏิสมภาร

แล้ววันหนึ่งเย็นย่ำโพล้เพล้
ไอ้จุกก็เกจะรีบไปชงน้ำชา
แต่ดันไปเจอะสมภารฉันมาม่า
ความเลยแตกออกมา
เพราะไอ้จุกมันเที่ยวประจาน

ก็แล้วใครจะเชื่อเด็กสร้างบ้าน
มากกว่าเชื่อสมภารที่สร้างโบสถ์สดใหม่
รังษีของโบสถ์มันบังตา
เสริมสร้างศรัทธาให้ผู้คนเห็นใจ

แม้เรื่องอาบัติจะตามมาอีกมากมาย
มันซุกมันซ่อนอยู่ในจีวรกันวุ่นวาย
แต่ผลสุดท้ายไอ้จุกต้องถูกไล่ออก...จากวัด

ไอ้จุกเองมันเด็กนรกความคิดสกปรกมาใส่ร้ายสมภาร
ดีนะมึนที่พวกตูสงสารมิฉะนั้นชาวบ้านจะตัดหัวให้เสียบประจาน

ก็แล้วใครจะเชื่อเด็กสร้างบ้าน
มากกว่าเชื่อสมภารที่สร้างโบสถ์สดใหม่
รังษีของโบสถ์มันบังตา
เสริมสร้างศรัทธาให้ผู้คนเห็นใจ

แม้เรื่องอาบัติจะตามมาอีกมากมาย
มันซุกมันซ่อนอยู่ในจีวรจนวุ่นวาย
แต่ผลสุดท้ายไอ้จุกต้องถูกไล่ออก...ออกไป

ความชอบธรรมต้องมีคุณธรรม
คุณธรรมจึงเป็นเครื่องวัดความชอบธรรม
ถึงไอ้จุกจะต้องรับกรรม แต่สัจธรรมก็ปรากฎเป็นจริง

เมื่อสมภารเซ้งโบสถ์ให้กับเจ๊ก
ชื่อว่าเถ้าแก่เสกเจ้าสัวเมืองสิงค์
ถูกกฎหมายชอบธรรมมันก็จริง
แต่สิ่งที่ไม่เหลือคือความศรัทธา...ศรัทธา...

ความศรัทธาที่เงินตราซื้อไม่ได้
ความศรัทธาของประชาชนไทย
ความศรัทธาที่ไม่เหลืออีกต่อไป
เมื่อผู้คนจับได้ หลังสมภารเซ้งโบสถ์

..............................

จากคุณ : again (see_you) - [ วันเนา (14) 13:46:59 ]

( ปล.ลอกมาจากราชดำเนิน...เพราะเห็นว่าสมาชิกเราก็อยู่ที่นั่น เลยนำมาตั้งนั่งล้อมวงวิจารณ์กัน )
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 15-04-2006, 13:47 »

การกลับมาของแอ้ด คาราบาวครั้งนี้ ค่อนข้างเป็นที่แปลกใจและลบคำปรามาสของบรรดาคอเพลงทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง

เพราะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของแอ้ด คาราบาว ในเวทีพันธมิตร

ไม่ว่าจะเป็นจากสนามหลวงสู่สะพานมัฆวาน

ไม่ว่าจากหน้าทำเนียบสู่สยามพาราก้อน....

การหายหน้าไปของแอ้ด บนเวทีพันธมิตรจึงถูกมองว่าแอ้ดไม่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรในการประท้วงครั้งนี้

และเป็นฝ่าย "นายทุน" เพราะขายเครื่องดื่มคาราบาวแดง

ตลอดจนมองถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของแอ้ด กับหัวหน้ากลุ่มวังบางคนบางพวกในไทยรักไทย

ไม่มีใครคาดหวังกับการปรากฎตัวของแอ้ดบนเวทีประชาชน ผิดกับสมัยพฤษภาทมิฬที่ "แอ้ด" มีบทบาทอย่างมาก

..........................................................................................................................

สำหรับแอ้ด คาราบาว ในสายตาผม เค้าเป็นคนที่จับประเด็นเก่งมาก ๆ ตั้งแต่สมัยเมด อิน ไทยแลนด์

ซึ่งว่ากันว่าได้ไอเดีย จากการพูดคุยกับอากู๋ แกรมมี่ในการเจรจาเป็นผู้จัดจำหน่ายเพลงชุดนั้น

กระแส "ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ" เริ่มกรุ่น ๆ ขึ้นมาบ้างในยุคป๋าเปรม

ดังนั้นเพลง "เมด อิน ไทยแลนด์" จึงถูกแต่งเป็นเพลงสุดท้ายของชุด และเข้าห้องบันทึกเสียงเป็นเพลงสุดท้าย

แต่นำมาเป็นจุดขายตามตำราของ "อากู๋" กลายเป็นเพลงไทยที่ได้ทั้งเงินและได้ทั้งกล่องอีกครั้งหลังจากชุด "วณิพก"

เพลงชุด"วณิพก" นับเป็นเพลงเพื่อชีวิตเพลงแรกที่แหวกกระแสเพลงไทยสากลขึ้นมาเป็นแนวสตริง ไม่นับวงดนตรีแนวป้อปทั้งหลายที่แหวกขึ้นมาก่อนหน้า

เกล็ดเก่า ๆ ที่เป็นประวัติศาสตร์ช่วงนั้น น่าจะเป็นการเจรจายกเลิก "สัญญาทาส" จากอโซน่า มาสู่อิสระ

ทำเอาวงการเพลงตะลึงมาแล้ว ข่าวเล่าว่า แอ้ด เข้าไปเจรจากับอโซน่าเพื่อยกเลิกสัญญาทาสที่ถูกพ่อค้าเทปเอาเปรียบด้วยการวางปืนลงบนโต๊ะเจรจา

เพราะเป็นการทำสัญญาเข้าสังกัดหรือจัดจำหน่ายสมัยนั้นไม่มีกำหนดยกเลิก

เมื่อแอ้ด คิดว่าตอนเองและพรรคพวกในขณะที่ใช้วิธีเราพร้อมแลกอิสระภาพด้วยชีวิต

....................................................................................................................

จากเมด อิน ไทยแลนด์ เป็นต้นมา วิชาเกาะกระแสการเมืองของคาราบาวจึงถูกนำมาใช้ในการทำเพลงโดยผสมผสานวิชาการตลาด การเมือง และการบันเทิงโดยตลอด

การกลับมาของ หลวงตาเลี่ยมกับไอ้จุก จึงถือได้ว่าเป็นการกลับมาสู่ยุค เพลงชีวิตนับเนื่องจาก " เว้นวรรค" ที่ออกมาก่อนหน้านั้น เสมือนหนึ่งเป็นการตอกย้ำการตลาดของกลุ่มไม่ชอบหน้าเหลี่ยมอย่างตรงใจ

เช่นเดียวกับเพลง "ไอ้หน้าเหลี่ยม" ( ผู้แต่งไม่กล้าเผยตัว ) กระหึ่มเมืองไปล่วงหน้า

นับเป็นปรากฎการณ์แปลกประหลาดของวงการเพลงบ้านเรา ที่ไม่เคยมีเพลงความยาวเกิน 3-4 นาทีกลายเป็นเพลงฮิตขึ้นมาได้

แต่ด้วยเนื้อหาโจมตีรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ชาวประชาสะดุดหูในทันทีที่ได้รับฟัง

................................................................

การตลาดของแอ้ดชุดนี้ มองดี ๆ แอ้ดค่อนข้างเสี่ยง หากคิดในมุมของคนค้าขายเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีฐานของชนชั้นผู้ใช้แรงงานเป็นตลาดหลัก จะเบี่ยงประเด็น "เลิกดื่ม" เพราะไปว่าผู้มีพระคุณของเค้า

ซึ่งแน่นอนคนกลุ่มนั้นเป็นฐานเสียงของ หลวงตาเลี่ยม อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ตลาดใหญ่ที่แน่นอนคือตลาด "โน โหวต" 10 ล้านเสียง ที่มีอย่างเหนียวแน่นได้รับการพิสูจน์จากเพลง "ไอ้หน้าเหลี่ยม" ที่นำทางไปก่อนแล้ว

แอ้ด คงมั่นใจในระดับหนึ่งว่า ยิงเพลงชุดนี้ออกมา ตรงเป้า เข้าเป้า ค่อนข้างแน่

ไม่ว่าแอ้ดจะคิดในแง่การเมืองหรือการตลาดก็ตาม ผลงานการเล่าเรื่องในแนวของแอ้ด

ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคุณูปการให้กับสังคมไทย

เรายังชื่นชมแอ้ด ในฐานะนักแต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง และนักการตลาด ที่ฉลาดล่้ำเช่นเคย

ชดเชยสิ่งที่เสียไปจากเครื่องดื่ม "คาราบาวแดง" มารับเงินและกล่องจาก "หลวงตาเหลี่ยม"

ยอดเยี่ยมเลยแอ้ดเอ๊ย...
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 15-04-2006, 14:05 »

สมภาร : คนหน้าเหลี่ยม ก็ไอ้เหลี่ยมนั่นแหละ
ไอ้จุก : สนธิ และเหล่าพันธมิตร
เถ้าแก่เสก : เทมาเสก
เมืองสิงค์ : สิงค์โปร์
หลวงตา : หลวงตาเลี่ยม ทำผิดวินัยสงฆ์ บางคนบอกถึงขั้นปาราชิก
ข้าวก้นบาตร : รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ ช่องเก้า ตลอดจนผลประโยชน์ที่ไอ้จุกรับมาก่อนนั้นมากมาย
ชาวบ้านที่ด่าไอ้จุก : คาราวานคนจนที่สวนจตุจักร - กลุ่มลิ่วล้อในอินเตอร์เน็ต
โบสถ์ :  ชินคอร์ป ( ดาวเทียมไทยคม โทรศัพท์ ไอทีวี ) และ ในอนาคต คือ หุ้น รัฐวิสาหกิจ


( ดัดแปลงจากความเห็นในราชดำเนิน )
บันทึกการเข้า

ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #3 เมื่อ: 15-04-2006, 14:05 »

เนื้อเพลงดีครับ แต่ผมชอบเกร็ดที่พี่แคนเล่าให้ฟังมากกว่า จำได้ว่าเทปชุด ท.ทหารอดทนนั้น มันแพร่หลายในวงแคบมาก ผมฟังเพลงชุดที่ยังอยู่กับค่ายดั้งเดิมนี้ครั้งแรกจากสถานีเพลงลูกทุ่งที่กำลังเปิดเพลงของนักร้องลูกทุ่งหญิงคนใหม่ในวงการชื่อ "พุ่มพวง ดวงจันทร์" เพลง "แฟนจ๋า" โธ่ สมัยนั้นคุณพุ่มพวงยังไม่ฮิตในหมู่คนฟังลูกกรุงนี่ครับ เปิดคู่ลูกทุ่งโนเนมนี่ ผมถือว่าแรงโปรโมตให้คาราบาวช่วงนั้นแผ่วครับ
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 15-04-2006, 14:31 »

ทุก ๆ ปี เมื่อมีเทศกาลสงกรานต์

บริเวณหน้าบ้านจะถูกเนรมิตเป็นลานเธค ล้นออกมาเกือบกลางถนน

พวกลูกหลานทั้งหลายจะนำเครื่องเสียงมาตั้ง เสียงดังระดับ 8 หลอด ( สำนวนเก่า )

เปิดเธคข้างถนน ตั้งโต๊ะล้อมวงดื่มกินกันทุกปี นับเป็นการรวมญาติที่แปลกอีกเหมือนกัน

เนื่องจากแถบบ้านผมนั้นอยู่ติดถนนใหญ่ และเป็น"ทางผ่าน" ของชาวเมืองอุบลที่จะขับรถไปเที่ยวสงกรานต์ "แก่งสะพือ"และ "ช่องเม็ก" ต่อเขตประเทศลาว

บรรดารถปิ๊กอัพ ที่ขนน้ำใส่ถังใหญ่ขึ้นท้ายรถ ออกตระเวณสาดน้ำจะต้องมาจอดหน้าบ้าน

เพื่อสนุกสนานกับเธคข้างถนน ระหว่างรอ "ขอน้ำใส่ถัง" ซึ่งบ้านผมบริจาคให้ฟรี

มาปีนี้เด็ก ๆ โหลดเพลง "หลวงตาขายโบสถ์" ดิ้นกันสุดมัน พอ ๆกับเพลง "ไอ้หน้าเลี่ยม"

เรียกว่าเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ โหลดเพลงฟรีจัดเป็นซีรี่กันสนุก

แม้เพลงประเภท "สามช่า" ของแอ้ดจะโด่งดัง ฟังสนุก

แต่มันก็แปลก เพลง "โบว์รักสีดำ" กลับยังทำลายสถิติ เป็นเพลงฮิตตลอดกาลสำหรับบ้านผม

ปกติเธคข้างถนนหน้าบ้าน จะเริ่มกระหึ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้า ไปปิดเอาประมาณ สี่ทุ่มโดยประมาณ

โดยช่วงกลางคืน จากเธคข้างถนนกลับกลายเป็น "คาราโอเกะ" สำหรับพวกเรา

กับข้าวหรือเหล้ายาปลาปิ้ง ไม่มีเจ้าภาพ แต่พออาหารและเครื่องดื่มบางตา ก็จะมีคน"จัดหา" มาแบ่งปัน

ประเภท "ข้าวหม้อ-แกงหม้อ" ประมาณนั้น เพราะข้างร้าน มันขายทั้งเหล้า โซดา น้ำแข็ง ออกแรงเดิน 3 ก้าว ก็ได้ของที่ต้องการ

มันจึงไม่แปลกที่ทุกสงกรานต์ ความสนุกสนานที่หน้าบ้าน มันเรียกร้องให้ลูกหลานกลับบ้านเกิดเป็นอย่างนี้ทุกปี

สงกรานต์ปีนี้ ขาดเราไปคน แต่ก็ได้ส่งเสียงตามสาย รอหน่อยโว้ย...วันที่ 17 กลับแน่...เปิดเธคในลานบ้านอีกทีก็ดี

ชุมชนแถวบ้านผม หน้าบ้านเป็นตึกแถว แต่เจ้าของตัวจริง ปลูกบ้านอาศัยด้านหลังตึก รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่หลาย ๆ หลัง

เสียสละ "ทางเข้า" 1 ห้อง 3 เมตร 50 เป็นตรอกใช้เข้า - ออกโดยหมู่ญาติ

เมื่อว่างจากงานนา ผมก็มาอยู่ท ี่"บ้านแม่" ในเมืองซึ่งทิ้งไว้ให้เป็น "สมบัติส่วนกลาง" เป็นศูนย์รวมหรือ "บ้านใหญ่"

วิถีชีวิตแบบ "บ้านน๊อก บ้านนอก" ก็แบบนี้แหละ

คงไม่สงสัย ทำไมผมถึงทิ้งเมืองกรุงไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ก็เพราะความอบอุ่นมันผิดกันครับ

ในกรุงมันต่างคนต่างอยู่ จะคุยกับใครนอกบ้านก็คิดแล้วคิดอีก.....ความหวาดระแวงมีไปทั่วสังคมเมืองกรุง

ไม่เหมือนอีสานบ้านเรา.....ไม่มีข้าวยังขอกันกินได้ อิ อิ

คั่นเจ้าได้ขี่ซ่างกั้งห่มเป็นพญา
อย่าสิลืมซาวนาผู้ขี่***คอนกล้า
บันทึกการเข้า

see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #5 เมื่อ: 15-04-2006, 14:48 »

หวัดดีค่ะ..

อือ..ถ้าจะให้พูดถึง คุณแอ๊ด และคาราบาว ในความรู้สึกนะคะ

เมื่อก่อนสมัยเด็กๆ เคยชอบมาก ชอบมาตั้งกะ เมดอินไทยแลนด์ แล้ว

มีเพลงหลายเพลงของคาราบาวที่ชื่นชม..อย่างเช่น

เรฟูจี  คนเก็บฟืน ตุ๊กตา ฯลฯ

แต่.................... พอเวลาผ่านมาในระยะหนึ่ง กลับรู้สึกว่าความชื่นชอบหายไป

จะเป็นเพราะเรื่อง ส่วนตัว..อย่างที่หลายคนพูดถึง ก็มีส่วนใช่

และ... อีกส่วนหนึ่ง มาจากการที่คุณ แอ๊ด เขามาเก๊ตติ้งมากไปหน่อย

เขา..เป็นคนเก่งที่จับประเด็นทางการเมือง  ที่ร้อนแรงในแต่ละช่วง...

มาเป็นจังหวะในการทำเพลง... หรือเรียกว่า เสือปืนไว..ก็ได้

จำได้ว่า..ช่วงที่ ไข้หวัดนก ..ระบาดใหม่ๆ

คุณแอ๊ด ... เป็นแกนนำในเรื่อง วัคซีน สำหรับไก่ชน !!!

ตอนนั้น... เคยเขียนตำหนิเขา ในรายการถึงลูกถึงคน ว่า

"  แนะนำให้คุณแอ๊ดไปฟังเพลง ทะเลใจ ที่คุณแต่งอีกครั้ง เพราะคิดว่าคุณคงหลงอยู่ในทะเลใจของตัวเอง "

ทุกวันนี้..ก็ไม่ได้รู้สึกชอบคุณแอ๊ดเป็นพิเศษ...

แต่...ทุกอย่างที่พูดมันไม่ก็    "  ไม่เกี่ยวกะ เนื้อหาของเพลงที่..เขาเขียน "

เพราะ... เนื้อหาและความหมายของเพลง..ในแต่ละเพลงที่ต้องการสื่อ

 ดิฉัน..ให้เครดิตเขา

อย่างเพลง...สมภารเซ้งโบสถ์

คุณแอ๊ด...ได้ใจ ดิฉัน ไปเต็มๆ สำหรับเพลงนี้ !!!!
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 15-04-2006, 14:59 »

คุณ ลูกไทย หลานไทย ไชโย

อ๋ออยากฟังเรื่องเก่า อิ อิ ได้ ๆ มาเริ่มสะกิดต่อมความจำ ขอระลึกชาติอีกซักครั้ง

ที่เล่าได้เพราะประสบการณ์ตรง จากการคลุกคลีในแวดวงบันเทิงในยุคนั้น

เมื่อผมลาจากสำนักหัวเขียว เพราะเบื่อหน่ายอะไรบางอย่างในชีวิต ( อะไรที่มากเกินไป อะไรที่น้อยเกินไปในชีวิต ทำให้คนเราเกิดบรรลุธรรมบางอย่างได้ อิ อิ )

หลังจากสนับสนุน "ศุภักษร" ทำหนัง "รักทะเล้น" จนโด่งดังรับสะตังค์จาก"เสี่ยเจียง" มาเยอะ

ก็มาคิดได้ว่า เอ...การทำงานด้านข่าว เขียนหนังสือมันก็พุ่งสูงสุด นามปากกา "อำแดง" ก็ทำท่าจะแรงกว่า "อฐิษฐาน"

ในฐานะเราอาวุโสน้อยกว่าพี่สันติ แต่จัดหน้าเขียนข่าวดูแลหน้าบันเทิงสลับกัน วันต่อวัน

วันอาทิตย์ เขียนสารคดีสลับกันอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ผมมี พี่ปัญญา พูลทิพย์เป็นคู่หู

ตะลุยกองถ่าย ไปรถคันเดียวกัน กินด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน มันจึงกลายเป็น 2 รุม 1 เพราะหน้าบันเทิงทำข่าวกันแค่ 3 คน

แรก ๆ ที่ผมเริ่มย้ายมาจากข่าวสตรี ลูกน้องพี่กบจินดาภรรยาสุดที่รักพี่ไกรสีห์ ลูกพี่ผม

 มาเป็นลูกน้อง พี่อิ๊ด หวานใจพี่จุ่น บางระจัน ( เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ )ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย้ายหัวหน้าข่าว คราว รสช. 6 ตุลา 19

การจัดการในช่วงแรกพี่สันติจัดการเองทุกวันทั้งหน้า เราสองคนคือผมกับพี่ปัญญาเห็นท่าไม่ดี

บี้ให้เรารีไรท ์"ข่าวแจก" ให้แกทุกวัน เลยจูงมือกันเข้าไปเจรจากับพี่สมิต มานัสฤดี บอกว่า พี่ ๆ แบบนี้ย้ายผมมาการเมืองดีมะ อิ อิ พี่สันติแกเก่งปล่อยให้บรรเลงไปคนเดียวดีมั๊ย....

ได้ผลแฮะ ที่ประชุมผู้อาวุโสในกอง บก. เรียก เราสามคนไปบอกผลการประชุม ให้จัดหน้าข่าวบันเทิงวันเว้นวันสลับกัน วันอาทิตย์ผลัดกันทำคนละอาทิตย์

นั่นแหละ....เข้าเป้าของผมกับพี่ปัญญาพอดี อิ อิ มันต้องต่อสู้ ถึงจะชนะ

หลาย ๆ เสียงคิดว่าผมเป็น "หัวหน้าข่าวบันเทิง" นี่เรื่องจริง...( อิ อิ ).ทั้ง ๆที่ พี่สันติ แม่ช้อยนั่นเป็นหัวหน้า

พี่สันติแกเป็นคนงานเขียนเยอะ ใหนจะไป "เปิบพิสดาร" ในนาม "แม่ช้อยนางรำ"

ใหนพี่สันติจะต้องแบ่งเวลาไปแต่งเพลงในนาม "กรวิก" และงานเขียนรายสัปดาห์อีกมากมาย จึงไม่ค่อยไปปรากฎตัวตามงานบันเทิงเหมือนผมกับพี่ปัญญา ซึ่งทำข่าวเขียนคอลัมน์ในไทยรัฐแต่เพียงอย่างเดียว

คนก็นึกว่าผมเป็น "หัวหน้าข่าวบันเทิง" อะดิ ฮ่า ฮ่า

พี่สันติเป็นคนคุยเก่ง เจ้าของฉายา "อาจารย์ฟุ้ง" พวกเรานินทาแกเป็นประจำ บก.ตุลย์ ผู้จัดการทุกวันนี้ก็อยู่หน้าข่าวภูมิภาค

เพื่อน ๆ ในรุ่นนั้นอายุอานามไล่ ๆ กันทั้งนั้น กองบก.มีกันไม่น่าจะเกิน 30-40 คน สนิทสนมหยอกเย้ากระเซ้า อำกันเป็นว่าเล่น

บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 15-04-2006, 15:17 »

เกล็ดเล็ก ๆ สมัยนั้น มันก็มีว่า ค่ายเพลงสมัยนั้นมีกันไม่กี่กลุ่ม ( แกรมมี่ยังไม่เกิด )

เช่น โรต้า อโซน่า อีเอ็มไอ ส่วน ออนป้าเพิ่งจะเกิด

การที่ศิลปินจะโด่งดังได้ ต้องร้องเพลงให้ "ครูเพลง" เป็นคนคัดสรร

นักร้องจะได้ค่าตัวและผลประโยชน์จากการตั้งวงเดินสาย โชว์ตัว มากกว่าผลประโยชน์จากการขายแผ่นเสียงและเทป

ตลาดเทปยังไม่มีซีดี ตอนผมเข้าไป ตลาดเทปเริ่มจะบูม อาจเนื่องมาจากเครื่องเล่นเทปแคสเซ็ทเริ่มราคาถูกลง

แผ่นเสียง สปีด 45 ที่เราเรียกว่า "ซิงเกิ้ล" ลดบทบาทลงมาเป็นเพลงขายสำหรับ "ตู้เพลง" และอาจถือเป็น "แผ่นตัด" เพื่อโปรโมททางรายการวิทยุ

การโปรโมทเพลงยุคนั้น เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน จากวงการวิทยุ สู่ห้วงโทรทัศน์

มือดีของวงการในช่วงนั้น ว่ากันว่า วิเชียร นิธิทัศน์ จับมาก่อนเพื่อน ตั้งแต่วง"ชาตรี" ของ อีเอ็มไอ...มาจนวงดัง ๆของค่าย "ออริจินัลซาวด์"

ผมเริ่มาจับเพลงชุดแรกแหวกตลาด ด้วยวงนักร้องลูกทุ่งหมอลำ "หงส์ทอง ดาวอุดร" หวานใจของ ศรีไพร ใจพระ ( ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเสียงมาเป็นเก่งกาจ จงใจพระ โหรดังของเมืองไทยไง อิ อิ ) เอามาเต้นระบำร็อค ในชื่อ "ลูกทุ่งคลาสสิค"

เวลาออกทีวี ให้ครูลีลาส จับคู่ออกมาเป็นหางเครื่อง

ทุกเพลงเป็นร็อค สตริง ทำลายสถิติวงการเทป ผ่านหลักแสนอีกชุดหนึ่ง

ผมทำเพลงช่วงนั้นดังขนาดหนังสือ "คู่แข่ง" มาเก็บบทสัมภาษณ์ โดยพี่จ๋อย บรรยงค์ สุวรรณผ่อง มาสัมภาษณด้วยตัวเอง

นิตยสาร "คู่แข่งรายเดือน" เค้าบอกว่า...ผมกำลังจะเป็น "เจ้าพ่อตลาดเทป" ฮ่า ฮ่า

เคล็ดวิชามาร ที่กรอกหูชาวบ้าน เพลงละพัน วันละเพลง ก็ผมนี่แหละ ตัวจริงเสียงจริง ในเรื่อง "จ้างเปิดเพลง"

คนดัง ๆ ที่พอนึกออกสมัยนี้ ก็เจ้าแหบ วิทยา ศุภพรโอภาส คุณคมศักดิ์ อำพันยุทธ์ หรือแม้แต่คุณอะไรล่ะ เจ้าพ่อมาสเตอร์คีย์...สมพงษ์ วิสิษฐวาณิชไง

เจอกันเมื่อไหร่เป็นได้ระลึกชาติกันสนุก
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 15-04-2006, 15:54 »

อา...แล้วก็มาถึง "ฉากสำคัญ" เรื่องราวของการต่อสู้ระหว่าง 2 วงสตริงชื่อดังในยุคนั้น

แกรนด์เอ็กซ์ กับ รอยัลสไปรซ์

ซึ่งนับถือผมเหมือน "ลูกพี่มาตังแต่ทำข่าวในไทยรัฐ ( ทั้ง ๆ ที่ผมกับพวกเจ้าอิ้ด เจ้าอำนาจสีมา อายุพอ ๆกัน แต่มันดันเรียกผมพี่ อิ อิ )

เป็นที่รู้กันทั้งวงการว่า สมัยก่อนนั้น เวลาไปแสดงดนตรีหรือรับงานในไนท์คลับ โรงแรม วงรอยัลสไปรท์มักจะหอบหิ้งวง แกรนด์เอ็กซ์ เป็นวงตามสม่ำเสมอ จึงถือได้ว่า แกรนด์เอ็กซ์ เป็นวงน้อง ของรอยัลสไปรท์

สมัยโน้น ตามมหาวิทยาลัย นิยมจัดมินิคอนเสิร์ช โดยวงดนตรีทันสมัยเหล่านี้

จนมาวันหนึ่ง แกรนด์เอ็กซ์ ซึ่งมีนัดพบ นพรัตน์ เป็นผู้จัดการวง ดำเนินการแบบเมืองนอก

มีการวางคอนเซ็บ มีรายการวิทยุของตัวเอง การทำตลาดค่อนข้างเป็นระบบ เริ่มมีผลงาน "คู่นก" ออกมา และมาดังทะลุด้วยเพลงชุด "แกรนเอ็ก โอ" ทำสถิติล้านตลับเป็นวงแรก

โดยผ่านการเซ็นต์สัญญาทำการตลาดโดย "อโซน่า" คนคัดเพลงคือ "ช้าง ยานเกราะ"

ผมไปมีเอี่ยวตรงนั้น ตลับละ 1 บาท เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผ่าน คุณนพดล เจ้าของ บอนนี่คาเฟ่ ประตูน้ำ ( ช่วงนั้นผมมาลุยงานเทปแล้ว )

ผลจากการโด่งดังนี้จึงเกิดมี "TSE" ภายใต้ปีก "ไทยรัฐ" เกิดขึ้น หาค่าขนม โดยพี่วิเชียร สงวนไทยเป็นหัวเรือใหญ่

การทำธุรกิจบันเทิงของไทยรัฐ ทำไม่มากมาย แค่ "เดอะ พาเลซ" เธคยอดฮิตในสมัยนั้น

จะด้วยการประสานงานของ นัดพบ นพรัตน์หรือไม่ก็ไม่รู้ที่อยากเดินออกจาก สัญญาทาสจาก "อโซน่า" ค่ายเดียวกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์ และ แอ้ด คาราบาว

วงดนตรี "แกรนด์เอ็กซ์" ทั้งวงมาหาผมที่ออฟฟิส เล่าเรื่องที่มาที่ไปให้ทราบ ใขอให้ผมเป็นผู้เจรจา ขอเลิกสัญญา

เอาละซี อโซน่า ยักษ์ใหญ่นั้น เจ้าของตัวจริงเป็น "ผู้ยิ่งใหญ่" จากแดนใต้ ส่ง ผู้จัดการใหญ่ อุดมเดช ชัยชาญศึกมาเป็นคนเจรจา

การต่อรองทางโทรศัพท์ ต่างคนต่างมีทีมเจรจา แต่ของผมสู้คนเดียว เพราะน้อง ๆ ยกหน้าที่ให้แล้ว

จาก 10 โมง มาถึง บ่ายสามโมง โทรกลับไปกลับมาต่อรองกัน 5 ชั่วโมง อโซน่า ยอมยกธงขาว

ผมเสร็จงาน เป็นลมคาโทรศัพท์ ฮ่า ฮ่า

"แกรนด์เอ็กซ์" จึงได้มาออกเทปกับ "TSE" ในชื่อ อัลบั้ม "บุพเพสันนิวาส" ให้เมโทร จัดจำหน่าย

หากไปดูปกเทปยุคนั้น จะเห็นโลโก้ ของผมเป็นรูปสามเหลี่ยมสีแดง ประกบ กีต้าร์แกรนด์เอ็กซN TSE และเมโทรแผ่นเสียงเทป

พอสรุปผลการจำหน่ายเทปเสร็จ นัดพบ นพรัตน์โทรมาหา บอกว่า พี่ครับผมขอตอบแทนพี่ที่ทำให้พวกผมพ้นสัญญาทาส

ผมบอกไม่เอาหรอก...เอาไปเหอะจะได้เจริญ ๆ แค่น้อง ๆ พ้นสัญญาทาสจากอโซน่า ผมก็ดีใจแล้ว

เด็ก ๆ ไม่ยอมขอพบ ผมก็ให้พบ แถมยื่น เช็คของขวัญมาให้ใบหนึ่ง ตัวเลข "2แสนห้า...ว้าววว"

มีหรือเราไม่เอา...ฮ่า ฮ่า แค่ทำอิดออดเล็ก ๆ น้อย ๆ บอกว่า ไอ้น้องเอ๊ย พี่ก็แค่เจรจาเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมจ่ายเยอะจัง อ้อ...ลายเซ็น "ป๊ะ" กำพล มาเอง

นี่พี่เกรงใจนะ...ก็ได้ ก็ได้...ไม่รับเช็คของขวัญลายเซ็นต์ป๊ะกำพล เดี๋ยวท่านจะหาว่าพี่ไม่เคารพท่าน....ฮ่า ฮ่า...

ผมบอกได้คำเดียวว่า ระหว่างการเจรจาของแอ้ด กับ อโซน่าเพื่อพ้นสัญญาทาส มันต่างกัน

ขนาดแอ้ด ยังต้องยอมขู่แลกชีวิตต่อชีวิต แล้วผมล่ะ ประชาชนตัวน่อย ๆ แค่เจรจาด้วยวาจาเล็ก ๆ น้อย ๆ 5 ชั่วโมง ผ่านโทรศัพท์

แม้จะต่างกันด้วยวิธีการ แต่นั่นแสดงให้เห็นว่า การสู้กับยักษ์ใหญ่อย่างอโซน่านั้น...ไม่ธรรมดา...ผมใช้น้ำลาย เจรจา แต่แอ้ด ถึงกับขู่วางปืนกันบนโต๊ะเจรจา...

นั่นแหละ แอ้ด คาราบาว



ปล. เกล็ดเรื่องนี้ ผมไม่เคยเล่าที่ใหน ขอยกให้ที่นี่เป็นที่แรก และหากอยากฟังเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของแวดวงบันเทิงถ้าชอบก็จะเล่าให้ฟัง

เผื่อคนรุ่นหลังจะได้รับรู้บ้าง
บันทึกการเข้า

narong
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 654



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 15-04-2006, 16:51 »

"แกรนเอ็ก โอ" ทำสถิติล้านตลับเป็นวงแรก"

ถามน้านิดนึงว่าชุดนี้เพลงที่โปรโมทเพลงแรกคือ "บัวน้อยคอยรัก" หรือเปล่า
พอดีผมรู้จักแกรนด์เอ็กซ์จากเพลงนี้เป็นเพลงแรก

แล้ว เทียรี่ เมฆวัฒนา ก็เคยอยู่อโซนาเหมือนกัน
ที่มาอยู่กับคาราบาวเพราะเรื่องสัญญาทาสด้วยหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า

ผู้ที่ไม่สามารถจะใช้คนดี
ก็ย่อมจะใช้คนไม่ดีหรือคนเลว
ถ้าไม่เชื่อผู้ซื่อสัตย์หวังดีต่อตน
ก็จะต้องไปเชื่อคนประจบสอพลอ
ภูพาน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 671


« ตอบ #10 เมื่อ: 15-04-2006, 16:57 »

สนุกมากๆ ครับ ....ลุง cancan ถ้ามีเวลาเขียนเล่าให้ฟังอีกนะครับ  ได้รับรู้ถึงบรรยากาศบ้านเมืองแบบย้อนยุคดีครับ
บันทึกการเข้า

ขอกันข้าให้ไกลห่างจากคนที่กล่าวว่า "ข้าเป็นดวงเทียนที่นำความสว่างให้หนทางของประชาชน"
หากแต่ผู้ที่แสวงหาหนทางของตนจากแสงแห่งประชาชนนั้น  ขอจงนำข้าเข้าไปใกล้ชิดด้วยเถิด
~ คาลิล ยิบราน
namwam_pooh
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271



« ตอบ #11 เมื่อ: 15-04-2006, 17:14 »

นั่งท้าวคาง ฟังเรื่องเล่าจากลุงแคน เล่าอีกนะจ๊ะลุงจ๋า เดี๋ยวหนูมาใหม่
บันทึกการเข้า

ร้องโย้!! เพื่อชีวิต ของหมีน้อยนิดตัวหนึ่ง ฝนจะโปรย หิมะจะปราย ฉันไม่วุ่นวายคำนึง เพราะมือน้อยๆ ของฉัน ทุกวันเปื้อนแต่น้ำผึ้ง..

อย่าลืมไปเที่ยวที่บล็อคนะคะ อิอิ  http://pooh4u.bloggang.com/
กุ๋ย กุ๋ย
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8



« ตอบ #12 เมื่อ: 15-04-2006, 18:22 »

ขอบคุณลุงแคนที่เล่าประวัติสาตร์เกี่ยวกับวงการเพลง

ถ้ามีเวลาเล่าอีกนะครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 15-04-2006, 18:45 »

ช่ายแย้ว...เทียรี่...เมื่อก่อนมีแฟนเป็นลูกสาวผู้อำนวยการสร้างหนังมาก่อน

เมื่อก่อนเราเรียกคนเล่นกีต้ารเอง ร้องเอง์ว่า...โฟล์ค ซอง เทียรี่อยู่ในระนาบนี้ แต่ฝีมือฉกาจมาก

เหมือน ๆ กับ ชัยรัตน์ เทียบเทียม เจ้าของเพลง "สุขาอยู่หนใด"

เทียรี่ไปในอโซน่า ในฐานะนักร้องเดี่ยว พอแอ้ดเข้าไปทำเพลง ก็ได้เจอกันช่วงนั้น

แอ้ดออกมา เลยดึง เทียรี่มาร่วม ( คนแต่งเพลง "สาวดอยจะไปสอยดาว" ผมสนิทมาก เป็นครีเอทีฟมือฉมัง นามสกุล วัชระเสถียร พี่ชายจิตรนาถ วัชระเสถียร คนทำเพลง "เอโพธิ์ดำ หนึ่งเดียวคนนี้" ให้อัญลี จงคดีกิจ ไงล่ะ อิ อิ )

เมื่อก่อน อาจารย์ซู ก็ไปนอนที่บ้านผมประจำ ออกจากป่าใหม่ ๆ มั๊ง เค้าเพื่อนกับ "ต้อมสองวัย" ( คนทำรายการ" เจ้าขุนทอง ช่อง 7.... เพิ่งเสียชีวิต 2-3 เดือนก่อน )

ตอนนั้นเพลงของ ซู ซู มาให้ผมฟัง ฟังแล้วเครียดมา เลยไม่ได้รับการพิจารณา จนตอนหลัง เอาเด็ก "สองวัย" มาเปิดวง "กะท้อน"

มาคลี่คลายเป็นเพลง "สาวรำวง" มีบิลลี่ เป็นนักร้องชาย ตอนหลังน้าซู มาตั้งวง "ซู ซู"

อย่างน้าหงา ออกจากป่าใหม่ ๆ ปี 2526 วิสา คัญทัพ ก็พามาคุยที่ออฟฟิส หวิด ๆจะได้ร่วมงานกัน

ตอนนั้น วิสา คัญทัพ ทำเพลงชุด เพื่อนในหนัง ครูดอย ของ สุรสีห์ ผาธรรมเพื่อนผม

นันทิดาร้อง ครูดอย - แรงเทียน เจ็บปวดมาก ตอนนี้ลิขสิทธิ์ยังอยู่ที่ผมเล้ย...อิ อิ

การคุยกับหงาวันนั้น ผมเผ้ากระเซิงเพราะเพิ่งออกมาจากป่า มาเจอนายทุนค่ายเพลงอย่างผมเข้าเพื่อนนั่งฟังอย่างเดียว ไม่พูดซักคำ ให้วิสา เจรจาแทน อิ อิ

แต่ผมไม่ได้ติดตามงาน หงาไปออก "คอนเสิร์ต ฟอร์ ยู นิเซฟ" ที่หอประชุมใหญ่ ธรรมศาตร์ อีเอ็มไอ เลยคว้าไปออกเทปการแสดงสด....แล้วหงาเลยเข้าสู่วงการเพลง เข้าสู่ตลาดเทปอีกคน

ส่วนเพลง ดอกไม้ให้คุณ หงามาร้องเองตั้งนานเป็นปี...ไม่ดังแฮะ...วิเชียร นิธิทัศน์จับมาให้ แจ้ ดนุพล ร้อง

ใส่เสียงอ้อน ๆ หน่อย เปลี่ยนคำว่า "นี้เพื่อมวลประชา...เป็นนี้เพื่อมวลราชา...." โอ้โฮ....ดังระเบิดเถิดเทิง

คุณหญิงคุณนายไปใหน สมาคมแม่บ้านไปใหนกลายเป็นเพลงฮิตติดปาก...

เพลง "ดอกไม้ให้คุณ"...นี่ผลงานชิ้นเอกของน้าหงาเลยนะ แต่ทำนองคล้าย ๆ ญี่ปุ่น อิ อิ
บันทึกการเข้า

ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #14 เมื่อ: 15-04-2006, 18:45 »

ชอบครับพี่แคน ขอบคุณครับ เรื่องวงการเพลงในเมืองไทยสำหรับผมแล้วมันเหมือนกล่องดำเหมือนกันนะครับคือคนนอกจะไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์พวกนี้ ทั้งๆที่ถือว่าคุมความบันเทิงของคนในประเทศสมัยนั้น(ค่าดูโรงหนังมันแพง ค่าไฟสำหรับวิทยุมันถูกกว่าครับ) พวกผมในฐานะผู้เสพก็ได้แต่รอว่าวงไหนออกเทปบ้าง แล้วคอยกดอัดจากวิทยุ คอยลุ้นไม่ให้ดีเจพูดแทรก ตอนนั้นไม่มีเงินซื้อเทปเท่าไหร่ หากจะมีเงินก็ซื้อของค่าย peacock ม้วนละ 30 บาท เป็นเพลงฝรั่ง

ย้อนกลับไปยุคเพลงในสมัยเด็กกว่านั้น ผมจำได้ว่าพี่แคนเคยเอ่ยถึงใครหนอ นักแต่งเพลงให้คุณธานินทร์ อินทรเทพ เป็นคู่ชีวิตกับคุณจิตติมา เจือใจ คุณอะไรหนอ....ที่โดนยิงไปน่ะครับ ที่มีเพลงปั้นดินให้เป็นดาวน่ะครับ (พี่แคนเคยเล่าว่ามีความหลังกะเพลงนี้ จำได้แต่จำชื่อคนนี้ไม่ได้ ความจำผมเดี๋ยวนี้ก๊งจริงๆ)

ประเด็นคือผมเคยอ่านประวัตินักแต่งเพลงคนนี้ คือเขาบอกว่าคนนี้แต่งโดยอาศัยประสบการณ์ชีวิตของตัวเองในการ "บิ๊ว" (build) อารมณ์ เลยใช้ชีวิตสำราญเพราะต้องการหาวัตถุดิบประเภทรัก-อกหักในการแต่งเพลง แปลกดีครับ

ยุคที่ผมเด็กๆจริงๆนั้นเป็นยุคลูกกรุงยังครอง FM ที่บ้านมักจะเปิดสถานีของคุณสมโภช ปัจจิมานนท์(ผมคิดว่าชื่อนี้ครับ ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกด) ที่บ้านชอบเพราะผู้จัดรายการจะจัดเพลงตามคำขอทางโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นคุณสุเทพ คุณธานินทร์ คุณดาวใจ คุณสวลี และคุณจิตติมา  ขณะที่คนใช้ที่บ้านก็ฟังวิทยุ AM ละครคณะ "เกศทิพย์" ไม่รู้ว่าทุกวันนี้คณะนี้ยังจัดละครตามวิทยุหรือเปล่า

"เพลงละพัน วันละเพลง" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้เจอต้นตำรับวันนี้แล้ว เทคนิคนี้สุดยอดดดดดดดดครับ แหม อินเตอร์เน็ตนี่ดีจริงๆครับ
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #15 เมื่อ: 15-04-2006, 18:48 »

คอนเสิร์ท ฟอร์ ยูนิเซฟ

จุดเริ่มต้นในการสนใจเพลงเพื่อชีวิตของผม

น่าจะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ "ลูกไทย หลานไทย (ไชโย)" ได้ด้วยครับ

วันที่ดูคอนเสิร์ทวันนั้นทางโทรทัศน์ ก็ไม่มีเพลงแนวอื่นเข้ามาเทียบเคียงได้ในใจผมอีกหลายๆๆๆๆๆๆๆปี
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
namwam_pooh
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271



« ตอบ #16 เมื่อ: 15-04-2006, 18:53 »

คุณลูกไทยหลานไทยฯ คะ
สามีคุณจิตติมาน่ะ คุณทวีพงศ์ มณีนิล หรือเปล่าคะ..
อุ๊บส์!!!!!!!!!! ตายแล้ว เอิ่มม จริงๆ ดิฉันก็ไม่ได้ว่าเกิดทันรุ่นนั้นนะคะ แหะๆ
บันทึกการเข้า

ร้องโย้!! เพื่อชีวิต ของหมีน้อยนิดตัวหนึ่ง ฝนจะโปรย หิมะจะปราย ฉันไม่วุ่นวายคำนึง เพราะมือน้อยๆ ของฉัน ทุกวันเปื้อนแต่น้ำผึ้ง..

อย่าลืมไปเที่ยวที่บล็อคนะคะ อิอิ  http://pooh4u.bloggang.com/
ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #17 เมื่อ: 15-04-2006, 18:55 »

ใช่ครับ !!  Very Happy คุณทวีพงศ์ ขอบคุณครับ คุณลั่นทมสีแสด

เพลงเพราะๆของเขาหวานมากเลย
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #18 เมื่อ: 15-04-2006, 19:00 »

ผมเห็นใจ และ เข้าใจคุณ แอ๊ด ที่มาร่วมพันธมิตรเต็มตัวไม่ได้
เค้าทำธุรกิจ คาราบาวแดง เป้าหมายเป็นกลุ่มคนรักทักษินเยอะ
การแต่งเพลงนี้ออกมา ก็ แสดงตัวพอสมควร ว่าเห็นด้วยกับพันธมิตร
น่าเป็นห่วงเหมือนกัน เห็นในพันทิพ พวกลิ่วล้อ ทักษิน ชวนกัน เฮโล เข้าไปด่า ในเว็บ คาราบาว
ทำไม คนรักทักษิน นี่ มันแทบจะไม่ยอมให้เหลือ คนต้านทักษิน เหลืออยู่เลย
มันหาวิธี ทำลายทุกวิธีทาง
สงครามมวลชน สงครามน้ำลายในอินเตอร์เน็ท ยุคทักษินนี่ รุนแรงจริงๆ

เรื่อง อดีต คุณแคนนี่อ่านแล้วรู้สึกได้ทำงานอย่างสนุกทีเดียว
บันทึกการเข้า

Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 15-04-2006, 19:02 »

ผมดาวน์โหลดไปฟังที่บ้านแล้ว
พี่ชายผมค้อนขวับ

- -'
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 15-04-2006, 19:13 »

อ๋อ...ปั้นดินให้เป็นดาว.....

ใจส่วนลึกฉันเองยังรักเธอ...อภัยเสมอแม้เธอใจแสนดำ....

เพียงต้องการสิ่งใดใดเพียรหาให้อยู่ประจำ ไม่เคยเจ็บช้ำไม่เคยหมองหม่น...

เค้าชื่อ....ทวีพงษ์ มณีนิล....แต่งเพลง 336 เพลง

ผมซื้อทั้งหมดราคา " 1 ล้านบาท" ในปี 2526

ตอนหลังทีวีพงษ์เห็นท่าผมจะแย่ เลยให้ "เสียงทอง" ของคุณประกิจ อภิสารธนรักษ์ มารับช่วงไป ผมเลยรอด

แต่ ก่อนตาย ทวีพงษ์ เห็นว่าผมตั้งค่าตัว "นักแต่งเพลงเงินล้าน" ให้

เลยแต่งทิ้งไว้ที่ผม 1 ชุด 12 เพลง จนป่านนี้ยังเก็บขึ้นหิ้งอยู่เลย

ก่อนทวีพงษ์ถูกยิงตาย 2-3 วัน เพื่อนเดินขึ้นมาหาโดยไม่มีปีไม่มีขลุ่ย บอกว่าเพลงเสร็จแล้ว ซื้อเบียร์มากิน แล้วทวีพงษ์ก็เข้าห้องบันทึกเสียงในออฟฟิศผม เราเรียกว่าร้อง "ไกด์ ไลน์"

เสียงเพื่อน "ทวีพงษ์" ร้องไกด์ไลน์ ผมยังเก็บไว้ นาน ๆ เอามาฟังที สยอง ๆ กลัวเสียงผี ฮ่า ฮ่า

วันที่ทวีพงษ์ มณีนิล ถูกยิงตาย ข้างห้างเมโทร เค้าโทรมาบอกว่า ตอนนี้ ส่งเพลงให้ วิรัช อยู่ถาวรแล้วตืดตามเองนะ

เหมือนคำสั่งลาของเพื่อนครั้งสุดท้าย.....แล้วคืนนั้นเพื่อนก็ถูกยิงตาย....

อนิจจา ผมโดนตำรวจเรียกไปสอบ....เกือบซวยซะแล้วสิเรา....พี่กบ จินดา นาคประเสริฐ โทรมาเช็คขอข่าว เราก็เล่าตามความจริง

เจอพี่สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ นายตำรวจใหญ่ผู้ทำคดี ็้เคลียร์ว่าเราไม่เกี่ยว แล้วมันจะเกี่ยวได้ไง...จริงมั๊ย

นักข่าวไม่สงสัย ตำรวจไม่ติดใจ ( เพราะมีเบาะแสใหม่ที่ชัดเจนกว่า ) สุดท้ายเรารอด...โชคดีจริง ๆ

เค้าจะติดหญิง เค้าจะนักเที่ยว เราไม่เกี่ยว ลิขสิทธิ์เพลงก็ผ่านมือเราไปแล้ว มีเหลือชุดเดียว 12 เพลง

โธ่...เพื่อนกันแท้ ๆ...ผมจะไปทำเพื่อนลงได้ไง...ว่ามั๊ย...เงินทองกินกัน ความสัมพันธ์ยังอยู่

นักแต่งเพลงเงินล้าน กับคนซื้อเพลงอย่างผม ผมไม่ทำเพื่อนแน่นอน

อายุความก็ผ่านพ้น 20 ปีมาแล้ว ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ที่ใหน ดีว่าเคลียร์ตัวเองได้

พี่ใหญ่ที่ไทยรัฐ ก็ไม่ได้ติดใจ....แค่เป็นข่าวตกเป็นผู้ต้องสงสัย 2 วัน คนก็ลืมแล้ว....

ที่สำคัญ ผมกับพี่เล็ก ธานินท์ อินทรเทพ นักร้องคู่ขวัญกับนักแต่ง ทวีพงษ์ สนิทกับผมเหมือนพี่น้องจริง ๆ

แม้ตอนหลัง พี่เล็กธานินท์ จะแตกคอกับทวีพงษ์ ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็ไม่ใช่สาเหตุที่ต้องถึงกับเอาเลือดเอาชีวิตกันขนาดนั้น

มันก็แค่เพื่อน ทะเลาะกับเพื่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ
บันทึกการเข้า

snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #21 เมื่อ: 15-04-2006, 19:15 »

โห รำลึกความหลังกันใหญ่
เราไม่ร่วมรำลึกด้วย เดี๋ยวรู้ว่าอยู่ยุคไหน

แค่จะมาถามคุณ ลูกไทย หลานไทย ไชโย
ว่า avatar ชื่ออะไร คุ้นๆ ว่ามาจาก South Park อะ
นึกไม่ออกแล้วมันคันๆ ตะหงิดๆ
ตอบหน่อยนะ จะได้เลิกเกา
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #22 เมื่อ: 15-04-2006, 19:25 »

เรียนคุณ Snowflake ตัวการ์ตูนนี่ชื่อ Kyle Broflovski ครับ ผมใช้ตัวนี้เพราะรู้สึกว่าจะเพี้ยนน้อยกว่าใครในกลุ่ม Southpark อิอิ

ขอบคุณครับพี่แคน ชอบฟังเรื่องเก่าๆพวกนี้จริงๆครับ วันก่อนอ่านหนังสือชีวประวัติของค่ายเพลงแห่งหนึ่ง(ชื่อหนังสือว่า ข้าชื่อ ....มี่) รู้สึกว่ามันมีแค่มุมเดียวน่ะครับ

ชอบอ่านอย่างนี้มากกว่าครับ
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 15-04-2006, 23:12 »

จริง ๆ อากู๋ เค้าทำเจ๊งไปหลายชุด ก่อนเกิด "เบิร์ด ธงชัย"

รู้สึกยุคแรก ๆ เด็ก ๆอาจลืมบันทึก ของแท้ของอากู๋ต้องนี่..."มหาดุริยางค์ไทย" ให้ ออนป้า จัดจำหน่าย

ชุดนนี้ อากู๋ หุ้นกับมานิจ เพื่อนผมอีกคน การตลาดสุดเจ็บคือมุ่งขายที่โรงเรียน

เห็นมั๊ยเค้าเยี่ยมมั๊ย....ตอนหลังคงเพราะขัดกับวิเชียรเื่อง ออนป้า คนจัดจำหน่าย

อากู๋กัดฟันไปใต้หวัน ขอทุนพ่อตามาสู้ เปิด โรงงานแข่ง ทำการตลาดส่งเทปขายเอง ดึงคนดังวงการตลาดเข้ามาช่วย ( รู้สึกจากสายเต็กเฮงหยู เขียนจากความจำนะ....ตอนนี้จำชื่อพี่เค้าไม่ได้...ไว้มาอัพเดททีหลัง )

ช่วงนั้นอากู๋ลากผมไปคุย.....แบบว่าจะให้ผมไปร่วมทำ แค่ 2 คนเอง ผมคงไม่อยากรวยมั๊ง ฮ่า ฮ่า

พอดีผมทำดังออกมา 2 ชุด "ร็อคลูกทุ่งคลาสสิค" กับชุด "ผ้าขาวม้า" ของรอยัลสไปรท์

ผมยังพาวงพวกผมไปออกรายการ "มันกว่าแห้ว" หรืออะไรจะไม่ได้ ที่บุษบา ดาวเรืองทำทางทีวี

ก็เราเพื่อนกันนิ รุ่นผมมาทำเพลงก็ ระย้า รถไฟดนตรี เพิ่งทำ "สาว สาว สาว" ก๊อก ก๊อก ก๊อก ประตูใจ

อากูู๋เห็นแนวทางผสานสื่อแบบที่ผมใช้ หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ  อัดมันทุกสื่อ

ด้วยความที่ผมกว้างขวางในแวดวง เพื่อนเลยชวนไปทำค่ายเพลง

พอดีผมกำลังปั้น เทปกับวิเชียร นิธิทัศน์อยู่ เราไม่รู้ว่าเค้าสองคนไม่กินเส้นกัน ฮ่า ฮ่า

ไอ้เรามันก็เพื่อนทั้งสองทางเลยขออยู่เฉย ๆก่อน

สุดท้ายผมเลยแห้ว...ถ้าตกลงกับอากู๋ครั้งนั้น ผมคงไม่ต้องมาเป็นชาวนา

เพราะอากู๋เค้าเก่งเรื่องการตลาด...ต้องยอมรับ...ถือเป็นตำนานนักธุรกิจได้เลย

ก่อนนั้นเค้าก็ลุ่ม ๆดอน ๆเรื่องเพลงมาตลอดนะ มันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน

แม้แต่ ตี่ บาราคูดัส เจ้าของ แกรมมี่โกล์ด ยุคนี้ ก็ ทำเจ๊งมาเยอะเหมือนกัน

ความล้มเหลวทำให้เกิดความสำเร็จ...อากู๋ดีตรงที่สู้ไม่ถอย แล้วก็รู้จักใช้คนเก่ง ๆ

ตอนนั้นบุษบา ดาวเรือง ถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการโฆษณา มาทำโฆษณา "ครูบ้านนอก"

อื้อฮือ น้องคนนี้ฝีมือเฉียบมาก อากู๋ได้มือดีที่สุดในตลาดไปใช้ ด้านมีเดียก็ได้อ้อด กิตติศักดิ์ ช่วงอรุณ คนนี้ขยันมาก

อ้อ...นี่ความลับไม่เคยบอกใคร เจ๊ฉอด คนดังยุคนี้ ตอนจบใหม่ ๆ น้องฉอดไปเป็นเลขาผมเลย ฮ่า ฮ่า

แต่อยู่ไม่นาน ผมทำท่าไม่ดี เจ๊ฉลอดเลยดอดไปซบอากู๋ จัดที่ อสมท.ช่วงดึก เวลาดีของ ระย้า 97.5 ไง

จะว่าไปแวดวงนี้ก็พวกเรานิเทศศาสตร์ลุยกันเองทั้งนั้น

เดี๋ยวนี้เวลาเดินขึ้นแกรมมี่ บรรยากาศดีมาก เด็ก ๆให้เกียรติครับ


ปล....เขียนขึ้นเดี๋ยวนี้จากความจำยังไม่ได้นั่งเรียบเรียง....อย่าเพิ่งนำไปอ้างอิงนะครับ
บันทึกการเข้า

นายเบียร์
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 997



« ตอบ #24 เมื่อ: 16-04-2006, 04:31 »

เป็นตำนานที่น่าสนใจมากครับ...
บันทึกการเข้า

Think Earth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #25 เมื่อ: 16-04-2006, 07:57 »

Uncle Can,
Do you know about KITA and NITITUT, why they had to shut down right that?

Thank in advance.
บันทึกการเข้า
ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #26 เมื่อ: 16-04-2006, 09:20 »

ถ้าพี่เข้าแกรมมี่ไป ป่านนี้ขับ Series 7 ไปแล้วครับ  Very Happy

เทปมหาดุริยางค์ไทยนั้นบ้านผมก็มีนะครับ บาราคูดัสนั่นผมก็เคยฟัง ในมุมมองของผม คุณไพบูลย์เขาพยายามเล่นตลาดคนชั้นกลาง (ชุด "นันทิดา 27" นี่น่าจะเป็นของแกรมมี่ใช่ไหมครับ ) ขณะที่คุณวิเชียรเขาเล่นตลาดต่างจังหวัดในช่วงประมาณปี 30 เป็นต้นไป

จริงๆ นิธิทัศน์ออนป้า มีทรัพยากรที่ผมมองว่าค่อนข้างดีในการบุกตลาดคนชั้นกลางในกรุงเทพนะครับ หรือเพราะมองว่าตลาดในต่างจังหวัดมีขนาดใหญ่กว่าก็ไม่ทราบ สังเกตจากเดิมทีค่ายนี้ได้ The Innocent ไป(คุณชาตรี คงสุวรรณไปอยู่แกรมมี่ คุณสายชล ระดมกิจ ล่าสุดไปโผล่อยู่ที่คอนเสิร์ทของค่ายเบเกอรี่) มีคุณดนุพล แก้วกาญจ์ แต่ว่าไปคุณดนุพลก็อยู่ค่ายนี้มาตั้งแต่แกรนด์เอ็กซ์ มาเป็นขวดโหล อันประกอบด้วยกลุ่มจอหนนี่ แอนโฟเน่ การวางตำแหน่งของขวดโหลนั้นน่าสนใจ แต่ฝีมือไม่ไหว แฮ่  Twisted Evil  (ช่วงนั้นผม"เลี่ยน"กับเพลงคุณดนุพล เพราะผมเริ่มฟัง Blackout ของ Scorpian กับเพลงเพื่อชีวิต) แล้ว ตอนหลังก็มีวงแบ็คอัพให้คุณแจ้ นั่นคือ"พลอย" อันประกอบด้วยคุณจิ๊บ คุณ ติ๊ก ชีโร่ ที่ได้รางวัลสีสันอวอร์ดไปอย่างน้อยสองปี คุณมืด ไข่มุก(มีคนบอกผมว่าคนนี้ฝีมือดี น่าเสียดายโดนวางตำแหน่งให้แสดงเป็นตัวตลกของวง อันนี้แค่ได้ยินมาครับ) แม้กระทั่งวง "ไฮดร้า" ซึ่งมีคุณป้างที่ตอนหลังไปบริหารอยู่ที่โซนี่ กับอีกคนชื่อคุณ...วศุ หรือเปล่าไม่แน่ใจ คนนี้ก็ไปอยู่แกรมมี่ตอนหลัง ได้ข่าวว่าตอนไฮดร้าวางเทปในสังกัดนิธิทัศน์ชุดนั้นชุดเดียวขายได้เยอะมาก

กลุ่มพวกนี้ทำให้ผมเริ่มคิดว่าจริงๆแล้วค่ายเทปที่ถือว่าดีๆ(อย่างแกรมมี่พยายามวางตัวแบบนั้น) ก็ไม่ได้แปลว่าคนเก่งๆจะไปรวมกันตรงนั้นแค่ที่เดียว เพียงแต่บ้านเรามันต้องอาศัยการตลาดที่ดีก็สามารถทำให้เพลงระดับปานกลางฮิตขึ้นมาได้และทำเงินทำทองให้กับคนทำธุรกิจได้ น่าเสียดายช่วงน้ำขึ้นดังกล่าวก็ผ่านไปแล้วด้วยการเข้ามาของแผ่นก็อป mp3 แผ่นละ 80 บาท 150 เพลง ผมว่านี่คือการปฏิวัติในวงการเพลงที่ถัดจากการเข้ามาของเทปเพลงเมื่อ 20 ปีเศษที่ผ่านมา แต่การปฏิวัติครั้งนี้จะทำให้วงการเพลงตกต่ำลงไป

กลับมาที่คุณ แอ๊ด คาราบาว ในมุมมองของผม ผมว่าคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการตลาดมากกว่าคุณ หงา คาราวาน แต่นั่นแหละครับ แต่ก็เพิ่งทราบจากพี่ว่า เพลง "เมด อิน ไทยแลนด์" นั้นเป็นการอัดเพลงสุดท้ายในชุด ดังนั้นเชื่อได้ว่าต้องมีการวางตลาดมากกว่า 1 คนแน่ๆในงานนั้น

น่าแปลกใจที่ท่าทีคุณแอ๊ดต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาช่วง 1 เดือนนี้ค่อยๆทวีความกร้าวมากขึ้นนะครับ จากตอนแรกที่บอกว่าไม่อยากนอนกลางดินแบบนั้นอีกแล้ว ก็ค่อยๆปล่อย "เว้นวรรค" ที่เป็นการวิจารณ์แบบนุ่มนวล แล้วล่าสุดตามเพลง สมภารเซ้งโบสถ์ นี่ถือว่าเล่นกันแรงในระดับกลุ่มพันธมิตรเลยครับ
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #27 เมื่อ: 16-04-2006, 09:38 »

เพลงนี้กำลังโดนโจมตีด้วยข้อหา "ลบหลู่ศาสนา"
ใน มติชน ฉบับเมื่อวาน ตรงส่วนแสดงความเห็น
บางเสียงบอกให้ ban และดำเนินการทางกฎหมาย
ไม่มีหลักฐานให้ดูนะคะ เพราะเขาไม่แสดงข้อความย้อนหลัง
เมื่อข้ามวันอย่าง web อื่น
แค่มาเล่ามุมมองที่แตกต่าง

โดยส่วนตัวไม่เห็นแปลก
ผู้แอบอ้างใช้ศาสนาหากิน
หรือพระเลวๆ มีแยะ
เป็นข่าวแทบทุกวัน
ไม่งั้นก็ต้องโดนข้อหาเดียวกัน
และห้ามเผยแพร่ข่าว?
เรื่องจริงของสังคม ทำไมจะพูดไม่ได้
เนื้อเพลงไม่ได้ส่งเสริมให้ทำเลว
แต่ตรงกันข้าม

ความเห็นในมติชนเมื่อก่อนค่อนข้างหลากหลาย
และผสมปนเปกันไป หลังๆ ชักมีแต่ฝ่ายเชียร์รัฐบาลมาก
มีบางคนน่าสงสัยในพฤติกรรม เช่น เขียนข้อความซ้ำซากเหมือนเดิมทุกวัน
และแปะไปทั่วไม่ดูคอลัมน์ว่าพูดเรื่องอะไร
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
สาวบางกอก
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



« ตอบ #28 เมื่อ: 16-04-2006, 22:26 »

เอาเพลงมาฝากค่ะ เพราะมากๆ ลองฟังกันดูนะคะ
เพลงความฝันอันสูงสุด : อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป่าเพลงนี้ด้วยขลุ่ยพญางิ้วดำ ไพเราะมาก
http://www.carabao.net/MusicStation/musicPlay.asp?id=236
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 16-04-2006, 23:45 »

คุณ Think Earth

แหมถามถูกคน อิ อิ เรื่อง KITA นิธิทัศน์ผมเกิดทันพอดี ผมต้องไปไล่เรียงดูก่อนครับ เกิด KITA ใน JSL

หรือ เกิด KITA แล้ว ทำให้สมพงษ์แยกออกมา ตรงนี้ไม่แน่ใจ...เรื่องมันเกี่ยวพันหลายคน ต่างก็ประสบความสำเร็จกันทุกคน

จุดจบของ KITA น่าจะเป็นการแยกตัวของ จิก-ประภาส มาอยู่กับเสี่ยตาตั้งเวิร์คพ้อยท์ หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ

คือเรื่องธุรกิจเพลงนี่ บางทีมองง่ายมันก็ง่าย มองยากมันก็ยากครับ

ส่วนนิธิทัศน์  ของเสี่ยวิเชียร์นี่เล่าตั้งแต่ต้นจนจบได้เลย 555

ไว้ขอเวลาผมเีรียบเรียงความคิด เขียนเป็นโครงร่างก่อน หากเขียนไปแล้วมีคนนำไปอ้างอิงก็จะเสียหาย

เอาเป็นว่าขอเก็บเป็นการบ้าน ขอเวลาหาข้อมูลเสริม ขอนัดสัมภาษณ์ทานข้าวเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ดีกว่าครับ

ไม่เจอกันนับ 20 ปีแล้วมั๊งครับ ...ขอบคุณที่จุดประกาย

น่าจะเขียนเป็น ตำนานเพลงช่วง 2519-2549 ไม่เลวนะ อิ อิ 30 ปี กับเพลงไทย

นั่งลุยจริง ๆ นี่ 3 เดือนไม่จบ แต่ไม่รู้เฒ่าซอมซ่ออย่างเรา เค้าจะให้เข้าพบหรือเปล่านี่สิ ฮ่า ฮ่า ไม่แน่ใจ
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 16-04-2006, 23:52 »

ลูกไทย หลานไทย ไชโย

ช่วงรุ่ง ๆ ผมขี่เบนซ์มาแย้ว อิ อิ เพื่อน ๆ มันยังใช้รถญี่ปุ่นกันอยู่เล้ย

ช่างมันเหอะ รอดมาได้ก็บุญ ถ้ารวยไปคงไม่มีโอกาสมารู้จักพวกเรา...จริงมะ....

คนแก่คนเฒ่ายามนี้ ก็เก็บเกี่ยวประสพการณ์มาเล่าสู่กันฟัง

เหมือนนิทานปะรำปะรา แต่ถ้าไปเกี่ยวพันคนอื่น เค้าอาจมองว่าเค้าเสียภาพพจน์

การเล่าของเรก็จะกลายเป็นเรื่อง....
บันทึกการเข้า

Think Earth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #31 เมื่อ: 17-04-2006, 02:06 »

Thank in advance, Uncle can. I am waiting to hear interesting story from you.

Donot worry too much about the business, even right now you can return to a flame some day.

You see like a NONG Mine, Dek doi.

You just need one big shot only.
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 17-04-2006, 02:16 »

ฮ่า ฮ่า เลิกแล้วค่ะ...เดี๋ยวนี้หนูเลิกแล้วค่ะ...ทำนากับควาย สบายกว่าอยู่กับคน

แต่งเพลงการเมืองเล่น ๆ ส่งให้น้อง ๆ เพลงเพื่อชีวิต สนุกกว่าเป็นใหน ๆ อิ อิ

รออ่านนะครับ...เผื่อจะเริ่มทำอะไรเป็นรูปเล่มบ้าง

แต่มันต้องแวะเวียนไปคุยกินน้ำชากันหลาย ๆที่ กลัวพลาด

เขียนแล้วต้องให้เค้าอ่านก่อน เดี๋ยวมันต่อว่าเสียคน

แก่แล้วอยากให้เด็ก ๆมันนับถือดีกว่า 555
บันทึกการเข้า

ลูกไทย หลานไทย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,196


วันนี้วันดี วันที่เป็นไท


« ตอบ #33 เมื่อ: 18-04-2006, 00:04 »

ประวัติศาสตร์เพลงช่วง 19-49 หากพี่แคนจะเขียนผมก็จะตามอ่านครับ  Shocked

ค่ายเทปช่วงประมาณปี 24-35 เข้าใจว่าน่าจะฟาดฟันกันน่าดู

จำได้ว่าตอนที่คุณธงชัย แม็คอินไตย ก่อนจะออกเทปชุดแรกก็มีสป็อตว่า ".....เชื่อเถอะ ว่าเขาทำได้" ว่าไปชุดแรกว่าเพราะใช้ได้แล้วตอนนั้นก็ยังมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นดาราแล้วทำไมมาเป็นนักร้อง (ทำนองว่าเสียงไม่ถึง)

ที่ไหนได้หลังจากนั้น เหล่าดาราเดินพาเหรดกันออกเทปกันเป็นแถวเป็นเรื่องธรรมดา

เสียดายที่คุณเต๋อ ทำเทปคุณทูน หิรัญทรัพย์เร็วไปนิดหนึ่งนะครับ จะว่าเสียงไม่ดีก็ไม่เชิง คุณพงศ์พัฒน์เสียงแย่กว่านั้นยังดังเลย (ผมชอบด้วยครับ)

สมัยก่อนยังมีเหล่าบรรดาค่ายเล็กๆอย่างของคุณวิฑูรย์ วทัญญู (น่าจะสะกดชื่ออย่างนี้ครับ ได้ข่าวว่าคนนี้คือคนที่แต่งชื่อวงฝรั่งเป็นวงไทย เช่น Queen = ราชาในนามราชินี The Scorpian = แมงป่องผยองเดช) เห็นพี่แกโปรโมตอยู่วงเดียวเป็นปีๆชื่อวงว่า "เนื้อกับหนัง" เพลงที่หมุนคลื่นไปหาต้องเจอทุกครั้งคือเพลง "ฆาตกัญชา"
บันทึกการเข้า

Ŋēmŏ mē ĩmρưŋē ĺдċęşšįҐ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 18-04-2006, 07:15 »

ทูน 100 % เหรอ.....ผมเองครับ ฮ่า ฮ่า
........................................................

พอดีช่วง 2532 ผมอยู่ที่นา...เดินไปเที่ยวชมนาอยู่เพลิน ๆ มีเด็ก ๆ วิ่งไปตามว่ามีคนมาหา

มองมาแต่ใกลเบ๊นซ์ใครวะ คงเป็นพวกเสี่ยมาซื้อที่ดิน

พอมาถึงเจอแล้ว ไอ๊หยา ...สมเดช สันติประชา ผู้กำกับหนัง ลูกศิษย์เปี๊ยก โปสเตอร์เดินมาทัก

( ก็ผมหนีจากเมืองกรุงไป 3 ปี หลังจากปลดหนี้เสร็จ พรรคพวกเคยกินเคยเที่ยวถามหาไม่มีใครรู้จัก )

สมเดชมันเก่ง ตามจนเจอ...ฮ่า ฮ่

เค้ามาบอกว่า "คุณประชาช่อง 3 ร่วมกับคุณเชน เจริญ เอี่ยมพึ่งพร ไฟว์สตาร์ จะทำค่ายเทปให้มาช่วยกัน "


ผมปฏิเสธ ในทันที...ไม่เอา...บอกเลิกแล้ว...ตอนนี้สบายแล้ว

คุยกันอยู่นาน...เฮียเนี้ยว...ลูกน้องกำนันเป๊าะคงนั่งฟังอยู่ในรถโดยที่เราไม่ทันสังเกต นึกว่าคนขับรถซะอีก

เฮียเนี้ยว เปิดประตูรถลงมา เรายกมือไหว้ เฮียก็มาเหรอ แฮ่ะ ๆ...

เฮียเนี้ยวคนนี้เป็นภาคบันเทิงของ "กำนันเป๊าะ" สนิทกันตอนแกเอาเงินกำนันเป๊าะมาทำหนัง

ทำสายหนังตะวันออกภาพยนต์ พร้อม ๆ กับให้ พิศาล อัครเศรณีกำกับ...ไว้ผมค้นเรื่องนี้ต่อ พี่เปี๊ยก- พี่ปื๊ด ก็สัมผัสกันอยู่หลายปี

เฮียเนี้ยวบอก..เฮ่ย...จะทำไม่ทำก็ไปขึ้นรถ ไปคุยกันกรุงเทพ... ( อุวะ จะอุ้มกันเชียวรึ..อิ อิ )

ผมหันไปมองหน้าสมเดช.....

สมเดชเงียบ....ผมเลยขอเฮียเนี้ยวว่าขออีก 2-3 วัน เคลียร์งานกับทำหน้าตาก่อน ตอนนี้หน้าตา "บ้านน๊อก บ้านนอก"

เค้าย้ำ เฮ้ยไปให้ได้นะ...แหม เฮียมาเองใครจะกล้าขัด...อิ อิ

ตกลงว่าผมต้องมาช่วยเค้า.....ต้องเข้ามาช่วยกันครับ...พรรคพวกกันทั้งนั้น...ชื่อค่ายเพลง " SP ศุภมิตร"

"ทูน หิรัญทรัพย"์ ถูกจับมาล้างน้ำอีกครั้ง ชื่อเพลงก็มาจากชีวิตผมนั่นแหละ

ไอ้เจ้า "วิเชษฐ์ ห่อกาญจนา" นักแต่งเพลงมือฉมังมาขอคอนเซ็ป จากผม จากความรู้สึกผมในเพลงที่ทูนร้อง...

หมดเบียร์ไปเป็นโหลมั๊ง....กว่าจะคุยกันจบ...

คล้าย ๆ บอกว่า "จะกลับมา"....เนื้อเพลงคล้าย ๆว่า..."เก็บตัวอยู่ตั้งนาน ผ่านวันผ่านคืน เพื่อรอวันนี้วันที่จะกลับมา...."

เนื้อร้องทำนองนี้ครับ เพราะทูน หิรัญทรัพย์ หายไปจากวงการนานพอ ๆ กับผมนั่นแหละ คอนเซ็ปตรงกันพอดี

ไว้ผมเล่าเรื่องค่ายเพลง SP ศุภมิตร ให้ฟังอีกที...งานนี้สัมผัสเอง...ค่ายเพลงนี้ก็ทำชุด..."นก จริยา...บิน.." จำได้มั๊ยครับ

ดังไล่ ๆ กับเพลง "สุรชัยสามช่า" นั่นแหละ คุณนกจริย ( นกหญิง ) เธอชอบแล้วก็ขอนำไปร้องประกอบตอนคอนเสิร์ต

เรื่องราวพวกนี้มีเยอะ...ไว้เล่าละเอียดตอนนี้เอาพอเป็้นกระสาย

ตอนผมออกมาแล้ว "เสือเตี้ย" ผู้กำกับหนังจากสายนักวิจารณ์หนัง เอาเรื่องผมไปเขียนลง หนังสือดังรายสัปดาห์ ของ"ต้อย แอ็คเนอร์" ( ที่ดัง ๆ ตอนนี้แหละ )

โอ้โฮ...มันเขียนแบบวิจารณ์ ทำเป็นรู้เรื่องดีโดยไม่ถามผมซักคำ แต่ต้อย แอ็คเนอร์ แค่โทรมาบอกว่า

พี่...เสือเตี้ยเขียนเรื่องพี่ออกจาก เอสพีไว้แล้ว ส่งต้นฉบับแล้ว ผมจะส่งเด็กไปถ่ายรูปพี่ประกอบเรื่อง

ช่างภาพมาถึงก็นั่งโพสท์ท่าให้ถ่ายที่ค่าย รถไฟดนตรี....โดยที่ผมไม่ได้ตรวจหรืออ่านต้นฉบับก่อน

ไอ้เสือเตี้ยคงกินใจกับคุณประชา ช่อง 3 มาก่อนเราไม่รู้.มันเขียนลักษณะ"ส่วนแบ่งไม่เป็นธรรม ผมกับสมเดชต้องจากมา....กลายเป็นว่าผมไปด่า ช่อง 3 เค้า หวิด ๆโดน ฝั่งช่อง 3 ตามล่า

เกือบซวยไป ดีว่าทางไฟว์สตาร์ เคลียร์ให้ข่าวว่าคุณประชาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

มารู้ทีหลัง สมเดช สันติประชา กับเสือเตี้ยไปนั่งกินเหล้าแล้วก็เล่า...ผมไม่ได้เกี่ยวเล้ย...ให้ตาย...

( ตอนนั้นผมไปช่วย ระย้า...รถไฟดนตรีครับ สมเดช สันติประชา ตอนนี้ไปทำรีสอร์ต แถว ๆ นครนายก เรื่องนี้็้เพิ่งรู้จาก มานพ อุดมเดช ผู้กำกับดังจากหลังเวทีพันธมิตรสนามหลวง )

คือธุรกิจเพลงมันลึกซึ้งครับ...ผมไปเจรจาเอาคุณวิโรจน์ ว่องปรีชากุล "ออนป้า" มาให้ เจรจาขายขาด 24 ชุด ใน 1 ปี ขายขาดชุดละ 1 แสนตลับ ให้ออกเทปเดือนละ 2 ชุด

ช่วงนั้นหน้าปกเทป ( ลิขสิทธิ์ต่อปก ) ปกละ 32 บาท เท่ากับดีลนั้น 60 กว่าล้านมั๊ง....( ปี 2532 ไม่น้อยนะ )

ฮ่า ฮ่า ผลสุดท้าย ผมโดนออนป้า แค่บ่นให้ฟัง....เฮียทำผมเจ็บ....สัญญานี้ชุดนี้ ออนป้าเจ็บไปหลายสิบล้าน

ช่วงนั้นแหละ ดาราทั้งหลายแหล่ แห่กันออกเทป...ไว้ผมเล่าละเอียดอีกที เพราะต้องค้นหน่อย กันพลาด
บันทึกการเข้า

Think Earth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #35 เมื่อ: 18-04-2006, 10:06 »

Ho! Uncle Can,

SP Supamithr Story, not bad. By the way, donot forget NITITUT and KITA....  na Krub,HAA!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: