ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2020, 12:45
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  มาอ่านฎีกาเก่าคดีฟ้องความเท็จกันดีกว่า 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
มาอ่านฎีกาเก่าคดีฟ้องความเท็จกันดีกว่า  (อ่าน 8044 ครั้ง)
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« เมื่อ: 10-08-2006, 10:59 »

ฎีกาเลขที่ 3963/2543
   
:: ขอรอการลงโทษ, ฟ้องเท็จ, เบิกความเท็จ, ผู้เสียหาย

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 และ 177 วรรคสอง ให้เรียงกระทงลงโทษ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฟ้องเท็จจำคุก 1 ปี ฐานเบิกความเท็จจำคุก 1 ปี รวม 2 กระทงเป็นจำคุก 2 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยหนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยกระทง ละ 9 เดือนรวม 2 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน นอกจากที่แก้คง ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำ พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกา ของจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ กรณีความผิด ฐานฟ้องเท็จนั้น... เมื่อโจทก์และพยานโจทก์ต่างก็เบิกความว่า เป็นลูกหนี้เงินกู้ของจำเลย และจำเลยก็เบิกความยอมรับว่า โจทก์และพยานโจทก์ต่างเป็นลูกหนี้เงินกู้ของจำเลยจริง และจำเลยยังให้บุคคลอื่นกู้เงินอีกหลายราย พฤติการณ์แห่งคดีน่า เชื่อว่าจำเลยมีอาชีพให้กู้เงินด้วย ดังนั้น ที่จำเลยนำสืบว่าให้ บุคคลอื่นกู้เงินโดยไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนนั้น จึงไม่น่า เชื่อถือและไม่สมเหตุผล เพราะเมื่อจำเลยเป็นอาชีพให้กู้เงิน ย่อมจะโดยทั่วไปแล้ว ผู้กู้ย่อมจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หนี้เงินกู้ให้แก่ผู้ให้กู้ แต่คดีนี้จำเลยเบิกความยอมรับว่าให้ โจทก์กู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะให้ผู้กู้ออกเช็ค ชำระหนี้เงินกู้และมีผู้สลักหลังเช็คให้เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นจริงดัง คำเบิกความ จำเลยในฐานนะมีอาชีพให้กู้เงินย่อมมีโอกาส เสี่ยงต่อการเสียเงินที่ให้กู้ไปได้โดยไม่มีความมั่นคงว่าจะได้รับต้นเงินกู้คืน ดังนั้น การที่จำเลยให้ผู้กู้เงินออกเช็คอีกฉบับหนึ่ง ก็เพื่อค้ำประกันหนี้เงินกู้และค้ำประกันเช็คฉบับแรกที่ออกเพื่อชำระหนี้เงินกู้ จึงมีเหตุผลให้รับฟังและเป็นไปได้อย่างยิ่งดังที่ โจทก์นำสืบว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทจำนวนเงิน 500,000 บาท เพื่อค้ำประกันหนี้เงินกู้ของโจทก์ที่ค้างชำระจำเลยจำนวน 120,000 บาท ส่วนที่โจทก์ทำหนังสือประกอบการออกเช็คไว้ ตามเอกสารหมาย ล.2 หรือ จ.5 ในสำนวนคดีอาญาหมายเลข แดงที่ ช. 1484/2533 โดยระบุว่าโจทก์ออกเช็คจำนวน 500,000 บาท เพื่อชำระหนี้เงินกู้นั้น โจทก์และพยานโจทก์ต่างก็เบิก ความว่าเป็นข้อบังคับของจำเลยที่จะให้ผู้กู้ทำหนังสือดังกล่าว มิฉะนั้นจำเลยก็จะไม่ให้กู้หรือเรียกเงินกู้ที่ค้างชำระคืนทันที โจทก์จึงจำเป็นต้องทำบันทึกให้ ดังนั้น การที่โจทก์ทำหนังสือ ประกอบการออกเช็คให้จำเลยดังกล่าวจึงมิได้เป็นไปโดยความ สมัครใจตามความเป็นจริงและเมื่อพิจารณาถึงการที่โจทก์มีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คจำนวนความเป็นจริงและ เมื่อพิจารณาถึงการที่โจทก์มีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค จำนวน 500,000 บาทตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.13 (อยู่ ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.1484/2533 ของศาลชั้น ต้น) ซึ่งได้ระบุว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกันประกอบกับบันทึก แจ้งความของโจทก์ที่สถานีตำรวจตามเอกสารหมาย จ.12 ซึ่ง มีรายละเอียดตรงกับที่โจทก์เบิกความแล้ว แสดงให้เห็นว่าโจทก์ เห็นว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกันจึงมีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงิน กับได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเมื่อฟังพยานหลักฐาน โจทก์ประกอบกันแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการที่โจทก์ออกเช็ค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอินทามระ 832 เลขที่ 0842769 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2531 สั่งจ่ายเงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่จำเลยนั้น เป็นการออกเช็คเพื่อค้ำประกันเงินกู้ที่โจทก์กู้ ไปจากจำเลยตามที่โจทก์อ้าง เมื่อจำเลยนำเช็คพิพาทฉบับดังกล่าวไปฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้ เงินกู้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 4 จึงเป็นการฟ้องคดีอาญาต่อศาลว่าโจทก์กระทำความผิด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามฟ้อง ที่จำเลย นำสืบปฏิเสธต่อสู้อ้างเหตุว่าเป็นการฟ้องตามความเป็นจริงจึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษา ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดนี้ต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็น พ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนกรณีความผิดฐานเบิก ความเท็จนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยเบิกความในการพิจารณาคดี อาญาของศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย จ.2 ยืนยันตามฟองว่า เช็คพิพาทตามที่จำเลยฟ้องเป็นคดีที่โจทก์ออกเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้จำเลย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลย ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ที่โจทก์มีอยู่ต่อจำเลย คำเบิก ความของจำเลยย่อมเป็นความเท็จ และเป็นข้อสาระสำคัญในคดี เพราะถ้าศาลชั้นต้นฟังว่าเช็คพิพาทโจทก์ออกให้จำเลยเพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ ศาลชั้นต้นก็อาจพิพากษาลงโทษจำคุให้โจทก์ ได้ ดังนั้น จำเลยย่อมมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดนี้ต้อง กันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10-08-2006, 10:59 »

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายนั้น เห็นว่า คำว่า "ผู้เสียหาย" หมายถึง บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) การที่จำเลยนำ ความเท็จมาฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา และเบิกความเท็จในคดี ดังกล่าว ถึงแม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกฟ้อง แต่โจทก์ผู้ถูกฟ้องย่อมได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและมีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นคดีนี้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มีส่วนร่วมกระทำความผิดกับจำเลย จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการที่โจทก์ออกเช็ค พิพาทและเขียนหนังสือประกอบการออกเช็คให้จำเลย มิใช่เพื่อ ให้จำเลยนำมาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ โจทก์จึงมิได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยตามที่จำเลยอ้าง ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ สืบพยานเปลี่ยนแปลงเอกสารหนังสือประกอบการออกเช็คตาม เอกสารหมาย ล.2 หรือ จ.5 ของคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช. 1484/2533 ของศาลชั้นต้น ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่า หนังสือประกอบการออกเช็คไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง จึงไม่ต้องห้ามสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาของจำเลยล้วนฟังไม่ขึ้น
ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า สมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย หรือไม่ เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานฟ้องเท็จมีกำหนด 1 ปีและเบิกความเท็จมีกำหนด 1 ปีรวมจำคุก 2 ปี และศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะโดยการช่วยเหลือสังคม จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงเหลือจำคุกจำเลยกระทง ละ 9 เดือนรวม 2 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือนนั้น นับว่าเหมาะ สมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ส่วนที่จำเลยขอให้รอการลงโทษจำคุกให้นั้น เห็นว่า การที่ จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์และเบิกความเท็จนั้น ก็โดยเจตนาให้โจทก์ต้องโทษทางอาญา หากศาลเชื่อว่าเป็นความจริงดังคำ ฟ้องและคำเบิกความของจำเลยแล้วโจทก์อาจถูกศาลพิพากษา ลงโทษจำคุกได้ ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ฎีกาข้อนี้ของจำเลย ฟังไม่ขึ้นบางส่วน "
พิพากษายืน
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 10-08-2006, 11:00 »

ความเป็นมาของคดีนี้จากที่อ่านในฎีกา คือเจ้าหนี้ได้ให้ลูกหนี้กู้เงินไปจำนวน 120,000 บาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แต่ใช้วิธีให้ออกเช็คเอาไว้ 500,000 บาท ให้เจ้าหนี้ถือไว้เป็นหลักประกันแทน
แต่ไม่รู้เกิดการเบี้ยวหนี้หรืออะไรสักอย่าง ทำให้เจ้าหนี้เอาเช็ค 500,000 ที่ถือไว้ ไปขึ้นเงิน
ปรากฎว่าลูกหนี้แจ้งระงับกับธนาคารไว้ล่วงหน้าแล้ว พอเจ้าหนี้ไม่ได้ตามที่ต้องการ ทางเจ้าหนี้จึงไปฟ้องลูกหนี้
โดย "ฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้เงินกู้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค"
ซึ่งสรุปแล้วลูกหนี้ไม่น่าจะมีความผิดในข้อหาดังกล่าว เพราะว่าเป็นการออกเช็คไว้เพื่อค้ำประกัน ไม่ใช่ชำระหนี้
ดังนั้นลูกหนี้จึงฟ้องกลับเจ้าหนี้ในข้อหา "ฟ้องความเท็จ" ซึ่งศาลรับฟังข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าเจ้าหนี้นั้นรู้อยู่แก่ใจ
ว่าเช็คดังกล่าวใช้เพื่อค้ำประกัน มิใช่ชำระหนี้ จึงพิพากษาให้มีความผิดฐานฟ้องความเท็จ ก็ติดคุกกันไป

ต้องคอยดูว่ากลุ่มคนเชียร์ทักษิณจะจัดการอย่างไรกับศาล เพราะถ้าดูตามฎีกาฉบับนี้
ก็น่าจะเดาผลของคดี "ฟ้องเท็จ" ที่ทักษิณกำลังเจออยู่ได้แล้วละครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #3 เมื่อ: 10-08-2006, 11:17 »

แล้วข้อเท็จจริงมันเหมือนหรือว่าต่างกันอย่างไร ?
กับคดีที่ทักษิณกำลังโดนฝรั่งฟ้อง ?
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 10-08-2006, 11:34 »

แล้วข้อเท็จจริงมันเหมือนหรือว่าต่างกันอย่างไร ?
กับคดีที่ทักษิณกำลังโดนฝรั่งฟ้อง ?


ข้อเท็จจริงคือทรัพย์สินเป็นของนายวิลเลียมที่เอามา ตรงนั้นทักษิณย่อมรู้อยู่แก่ใจ
แต่กลับฟ้องนายวิลเลียมฐานยักยอกทรัพย์ ตู่ว่าทรัพย์นั้นเป็นของตนเอง (หรือคิดไปเองว่าตัวเองซื้อมาฟระ?)
ถามว่าทักษิณฟ้องความเท็จหรือเปล่าละคิลเลอร์ ติ๊กต่อกๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #5 เมื่อ: 10-08-2006, 11:36 »

ไม่รู้ข้อเท็จจริงของเรื่องทั้งหมด ไปสรุปไม่ได้หรอก
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10-08-2006, 11:41 »

ไม่รู้ข้อเท็จจริงของเรื่องทั้งหมด ไปสรุปไม่ได้หรอก

จริงครับ รอให้ศาลพิสูจน์
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็...  Mr. Green

และถ้าพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ ศาลก็ตัดสินมาแล้วนี่ครับ ว่าทรัพย์สินเป็นของนายวิลเลียมจริง
ที่ฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ก็ดูเหมือนว่าเป็นเพราะร้อนใจที่ต้องรีบส่งของให้ทาง อสมท.
น่าจะกลัวเสียค่าปรับนะครับ แต่ถ้าดูคำตัดสินของศาลแล้ว ทรัพย์เป็นของนายวิลเลียม
ที่ซื้อมาด้วยเงินส่วนตัว ไม่ใช่ของ ibc นะครับ ดังนั้นฟ้องเท็จหรือไม่ คงต้องฝากให้ศาลพิสูจน์แล้ว


บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #7 เมื่อ: 10-08-2006, 12:13 »

ก็ดีเลยสิครับ...ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็

มาร์ค จะได้เป็นนายกฯสมใจกันเสียที สง่างามมากกก...5555
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 10-08-2006, 12:29 »

สง่างามรึเปล่าผมไม่ทราบ แต่ก็ไม่น่าเกลียดแล้วกันครับ 
ดีกว่าพวก "บกพร่องโดยสุจริต" ที่กำลังจะกลายเป็น "จงใจทุจริต" แน่นอน Mr. Green
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
สนธิเหยียบหน้าเหลี่ยม
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #9 เมื่อ: 10-08-2006, 14:05 »

เดี๋ยวก็มี ชมรมพิทักษ์ ประชาธิปไตย   ชมรมแทกซี่ และสามล้อมาด่าหน้าศาลหรอกครับ   ครั้งที่แล้ว มหาเสถียร หัวหน้าแก๊งค์คนหนึ่งก้หัวเราะดัง คุกกกกกกกกกกกกกก3เดือนมาแล้ว อิๆๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #10 เมื่อ: 10-08-2006, 15:11 »

หลายปีผ่านมา ระหว่างคดีอยู่ในศาลแพ่ง

ฝรั่งขอเคลียร์ เศรษฐีขี้ฉ้อ มิหนำซ้ำยังขี้เหนียว ไล่ด่าฝรั่งเหมือนหมูหมา

วันตัดสินจะมีสำนักข่าวมาเผยแพร่ไปทั่วทุกมุมโลก ก็คิดซะว่าโปรโมทพฤติกรรมผู้นำไทยไปเลยละกัน

เวรกรรมนั้น ทันตาเห็นจริง ๆ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #11 เมื่อ: 10-08-2006, 15:38 »

ให้ความหวังกันเข้าไป ผิดหวังอย่าไปกระโดดตึกตายนะครับ
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #12 เมื่อ: 10-08-2006, 16:11 »

ให้ความหวังกันเข้าไป ผิดหวังอย่าไปกระโดดตึกตายนะครับ

บอกแม้วเถอะครับ
 Cool
บันทึกการเข้า
koo
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 550



« ตอบ #13 เมื่อ: 10-08-2006, 18:43 »

ถามนิดหนึง ถามจริงๆเลย ถ้าไต่สวน 5ครั้งรวดแล้ว

วันที่ 16 ต.ค. มันคือวันอะไร วันรับฟ้อง? วันตัดสิน?

กำลังงงๆ  Confused
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 10-08-2006, 18:57 »

วันประทับรับฟ้องครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #15 เมื่อ: 10-08-2006, 18:58 »

ข่าวแจ้งว่า มีการเสนอเงินก้อนใหญ่เพื่อปิดคดีแล้ว  และยอดเงินเป็นที่พอใจของโจทย์ฝรั่ง   กำลังอยู่ในระหว่างการตกลงรายละเอียด  เนื่องจากยังมี้เวลาอีกนานกว่าเรื่องนี้จะไปถึงจุดจบ  ดังนั้น โจทย์ฝรั่งก็กำลังจะตัดสินใจว่า  จะเอาเงินที่ได้แน่นอนแล้วทางคดีแพ่ง แต่อาจจะน้อยกว่าที่จำเลยโจรพยายามเสนอให้ และฟ้องคดีอาญาให้สิ้นสุด เพื่อให้จำเลยโจรแพ้ราบคาบ แต่อาจจะก่อให้เกิดความแค้นผูกพัน  และอาจโดนล้างแค้นได้

แต่ถ้ารับเงินจากจำเลยโจรแลกกับการถอนฟ้อง  จำเลยโจรอาจจะเบี้ยวในการชำระเงิน ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะมายื่นหมูยื่นแมวกันหน้าช่องรับเรื่องของศาลคงมิได้ ถ้าถอนฟ้องไปก่อนแล้วจำเลยโจรเบี้ยว โจทย์ฝรั่งก็ต้องเหนื่อยซ้ำสองอีก อาจแห้วเงินทั้งหมด  เพราะจากการที่โดนจำเลยโจรโกงมารอบหนึ่งแล้ว โจทย์ฝรั่งย่อมรู้ดีว่าไอ้นี่มันหน้าด้านสุดๆ มันโกงซ้ำสองซ้ำสามได้แน่นอน

อีกทั้งตัวอย่างชิปปิ้งสุกร ที่เสียชีวิตไปด้วยฝีมือที่ลือกันว่าเป็นของจำเลยโจร ทำให้โจทย์ฝรั่งต้องคิดหนัก ประเพนีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง โจทย์ฝรั่งอาจจะเชื่อสุนทรภู่ อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า ไปภายหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย  อาจจะจำต้องพิฆาติจำเลยโจรให้สิ้นอำนาจไป เพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย

คดีนี้ต้องจับตามองค่ะ ว่ากันว่ายอดเงินที่เสนอให้นั้น สูงกว่าทีเสียหายหลายเท่า ทั้งๆที่มันไม่เคยคิดจะใช้หนี้หรอกค่ะ  แต่คราวนี้มันจนมุมจริงๆ จึงยอมกัดฟันจ่ายให้  และไอ้คนพรรณนี้ ถ้ามันยังงมีอำนาจ มันต้องไปเอาคืนค่ะ

ฝรั่งเอ๊ย คิดดีๆนะเฟ๊ย เดี๋ยวจะหาว่าพิ้งค์ไม่เตือน อิอิ
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #16 เมื่อ: 10-08-2006, 21:00 »

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ข้อเท็จจริงในคดีนี้หรอก มันโยงไปผลคดีแพ่ง
ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องให้ทักษิณ ชนะคดี ฝรั่งก็ยังเฉยไม่อุทธรณ์ต่อ แล้วยังมีคดีอื่นๆอีก
ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ของทั้งสองฝ่าย เกือบ 10 ปีแล้ว

คดีนี้ มันเพิ่งแค่ไต่สวนมูลฟ้อง ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้องเลยเนี่ย
โอ้โห...ทำยังกับจะพิพากษากนัแล้ว
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #17 เมื่อ: 10-08-2006, 21:17 »

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ข้อเท็จจริงในคดีนี้หรอก มันโยงไปผลคดีแพ่ง
ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องให้ทักษิณ ชนะคดี ฝรั่งก็ยังเฉยไม่อุทธรณ์ต่อ แล้วยังมีคดีอื่นๆอีก
ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ของทั้งสองฝ่าย เกือบ 10 ปีแล้ว

คดีนี้ มันเพิ่งแค่ไต่สวนมูลฟ้อง ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้องเลยเนี่ย
โอ้โห...ทำยังกับจะพิพากษากนัแล้ว


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000102085

 ด้าน นายสุรชัย เบ้าจรรยา คณะทำงานด้านกฎหมายและการเมืองพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายวิลเลี่ยม ไลล์ นั้นได้เคยยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ หลายข้อหา แต่ศาลได้ยกฟ้องหมด
       
อย่างไรก็ดี ในทางตรงข้าม กลับมีรายงานว่า ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยื่นฟ้อง นายวิลเลี่ยม ในข้อหาฉ้อโกง แต่ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แพ้คดีมาแทบทุกศาล ไม่ว่าศาลศาลอาญา หรือศาลแพ่ง โดยคดีอาญานั้นสู้กันถึงศาลฎีกา และได้พิพากษายกฟ้อง ขณะนี้มีเพียงศาลแพ่งเท่านั้นที่กำลังอยู่ในขั้นตอนฎีกาแพ่งเท่านั้น
บันทึกการเข้า
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #18 เมื่อ: 10-08-2006, 21:28 »

ก็ดีเลยสิครับ...ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็

มาร์ค จะได้เป็นนายกฯสมใจกันเสียที สง่างามมากกก...5555


ก็สง่างามกว่า หน้าเหลี่ยมนะ เพราะมาร์คไม่ถูกตราหน้าว่า "ขายชาติ"
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
หน้า: [1]
    กระโดดไป: