ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
09-12-2019, 06:38
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ถ้าใครยังจำเรื่อง ePassport กันได้ มาดูข่าวนี้กันครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ถ้าใครยังจำเรื่อง ePassport กันได้ มาดูข่าวนี้กันครับ  (อ่าน 2083 ครั้ง)
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« เมื่อ: 10-08-2006, 09:24 »

พบวิธีปลอมชิป RFID ล้วงข้อมูลลับจากอีพาสปอร์ต
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 สิงหาคม 2549 15:16 น.
 
 
 
 
 
              พบช่องโหว่ในระบบพาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อต้องบรรจุข้อมูลลงในชิป RFID ซึ่งพบว่าสามารถอ่านได้โดยใช้เพียงแค่เครื่องอ่าน (Reader) อีกทั้งยังสามารถปลอมแปลงได้โดยง่าย เตรียมระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญทุกแขนง สร้างระบบรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมก่อนประยุกต์ใช้ในระยะยาว
       
       ชิป RFID หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Radio Frequency Identification กำลังเป็นชิปที่ได้รับความนิยมใช้งานในการ์ดประเภทต่าง ๆ สำหรับยืนยันตัวบุคคล และเก็บข้อมูล โดยเฉพาะเอกสารสำหรับการเดินทางในต่างประเทศอย่างพาสปอร์ต (Passport) เนื่องจากสามารถย่นเวลาในการตรวจเอกสารเข้าเมืองของเจ้าหน้าที่ลงได้มากกว่าเดิม และเชื่อกันว่า ยากแก่การปลอมแปลง
       
       แต่หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลจากชิป RFID ของนายลูคัส กรุนวาลด์ (Lukas Grunwald) นักวิจัยจาก DN-Systems ประเทศเยอรมนี ในงานสัมมนา "เดอะ แบล็ก แฮท คอนเฟอเรนส์" (The Black Hat Conference) ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา และได้มีการสาธิตการโจรกรรมข้อมูลจากชิป RFID ด้วยเครื่องอ่านชิป RFID และก็อปปี้ข้อมูลเหล่านั้นลงในชิปตัวใหม่ภายในเวลาไม่นาน จึงเป็นที่หวั่นเกรงว่า บรรดาผู้ก่อการร้ายอาจนำเทคนิคนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งอุปกรณ์ที่ช่วยในการโจรกรรมข้อมูลมีเพียงเครื่องอ่านชิป RFID (RFID reader) มูลค่าประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ กับเครื่องไรท์ข้อมูลลงบัตรสมาร์ทการ์ด (Smart Card Writer) เท่านั้น
       
       ภัยจากการลักลอบก็อปปี้ข้อมูลนี้อาจส่งผลให้หลายประเทศที่มีการใช้งานพาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์เกิดอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังก่อให้เกิดคำถามกับอีกหลาย ๆ ประเทศที่เตรียมจะนำอีพาสปอร์ตมาประยุกต์ใช้กับระบบตรวจคนเข้าเมืองด้วย เนื่องจากรัฐบาลของหลายประเทศเคยมั่นใจว่า ระบบการยืนยันตัวบุคคลแบบใหม่ ซึ่งเก็บข้อมูลลงในชิป RFID นี้มีความปลอดภัยมากกว่าระบบเก่า และยากแก่การปลอมแปลง โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีกำหนดการเริ่มใช้งานอีพาสปอร์ตในเดือนตุลาคมนี้
       
       กรุนวาลด์ได้ทำการทดสอบโดยใช้เครื่องอ่านชิป RFID ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเองไปทดลองก็อปปี้ข้อมูลจากบัตรประจำตัวพนักงานขององค์กรระดับคอร์เปอเรทแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถก็อปปี้ได้ ดังนั้น บรรดาผู้ก่อการร้ายก็อาจสามารถกระทำการเช่นเดียวกันได้เช่นกัน
       
       "ก่อนใช้งาน RFID ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษาวิจัยให้รอบด้าน ซึ่ง ณ เวลานี้ งานวิจัยต่าง ๆ เหล่านั้น ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงอาจเป็นไปได้ว่า การใช้งาน RFID เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพาสปอร์ต อาจไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้เต็มที่นัก" กรุนเวลด์กล่าว
       
       นอกจากนั้น กรุนเวลด์ยังมองว่า บริษัทต่าง ๆ ที่เห็นโอกาสจากช่องว่างดังกล่าว สามารถพุ่งเป้าการพัฒนาไปที่ระบบซีเคียวริตี้บนเทคโนโลยี RFID ได้ด้วย
       
       ด้านเมลานี รีแบ็ค นักวิจัยอิสระจากมหาวิทยาลัย Vrije ในเนเธอร์แลนด์ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับการใช้ RFID ในพาสปอร์ตและบัตรเงินสดได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า "ถ้าเราใช้ RFID กับสัตว์ในฟาร์มก็คงไม่เป็นไร แต่นี่เรานำมาใช้กับพาสปอร์ต หรือบัตรเครดิต ซึ่งถือเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากยังเป็นเทคโนโลยีที่มีจุดอ่อนอยู่" เมลานีกล่าว
       
       โดยทางทีมงานของรีแบ็คมีแผนจะพัฒนาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้กับชิป RFID ในชื่อ RFID Guardian ซึ่งสามารถสะกัดกั้นการอ่านข้อมูลจากสแกนเนอร์ การก็อปปี้โดยผิดกฎหมาย มีกำหนดจะแล้วเสร็จใน 6 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งเธอระบุว่ายังไม่มีแผนทำตลาดในระดับแมสแต่อย่างใด
       
       สำหรับองค์กรที่นำ RFID มาปรับใช้แล้ว ได้แก่ ห้างค้าปลีกชื่อดังอย่างวอลมาร์ทนั่นเอง โดยวอลมาร์ทได้เริ่มใช้ RFID ในการเช็คยอดสินค้าคงคลัง และการขายสินค้ามานานกว่า 2 ปีแล้ว นอกจากนั้น ในกลุ่มฟาร์มปศุสัตว์ก็มีการใช้ RFID มายาวนาน รวมถึงกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ในบ้าน เช่น ในสหรัฐอเมริกา สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขหรือแมวจำเป็นต้องฝังชิปเพื่อใช้ในการยืนยันตัวด้วยเช่นกัน
       
       ประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลจากเทคโนโลยี RFID นี้ส่งผลให้นานาประเทศที่ต้องการใช้ชิป RFID เป็นเกราะป้องกันการปลอมแปลงและการก่อการร้ายต้องเตรียมใจรับปัญหาที่จะตามมาในอนาคตกันมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างการทำงานของชิป RFID ในปัจจุบันสามารถตรวจได้ได้โดยใช้เพียงเครื่องอ่าน ซึ่งเควิน มาฮาฟฟรีย์ นักวิจัยจากบริษัทซีเคียวริตี้ไวร์เลส Flexilis ให้ความเห็นว่า แค่การที่ข้อมูลรั่วไหลออกไปได้ก็ถือเป็นหนึ่งในภัยที่สำคัญแล้ว
       
       เรียบเรียงจาก เอเอฟพีนิวส์และซีเน็ตนิวส์
 
 ที่มา http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9490000100368
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วก็ไม่ต้องบอกนะว่าเอาข่าวมาจากแต่ที่นี่ เพราะผมไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แค่เอามาอิงนิดๆ อิอิ  Mr. Green
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10-08-2006, 09:28 »

ผมเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านบัตรสมาร์ทการ์ดมาก ผมว่ามันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลสุด ๆ ไปเรยยย อีพาสปอร์ตนี่ก็รวมอยุ่ในประเภทสมาร์ทการ์ดครับ ผมหละโครตเกลียดเรยยยย  Cool
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
MaMood
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137



« ตอบ #2 เมื่อ: 10-08-2006, 09:41 »

ปี2548 ไปงานIT ที่ฮ่องกงมา บริษัทที่รับสัมปทานบัตรสมาร์ทการ์ดของไทยไปเค้าเปิดบูท ขายเครื่องอ่านชิป คิดราคาเป็นเงินบาทก็ราวๆ..1800-10000 บาท ต่อเครื่อง ทางบริษัทยืนยันว่าสามารถอ่านข้อมูลจากสมาร์ทการ์ดได้แน่นอนเพราะตัวเครื่องทุกรุ่น(ประมาณ4-5 รุ่น ทั้งแบบมือถือ แบบตั้งโต๊ะ แบบอ่านชิปอย่างเดียว แบบอ่านชิป+ลายนิ้วมือ)ผลิตมาสำหรับอ่านชิปที่ใช้ในสมาร์ทการ์ดที่บริษัททำการผลิต

คิดดูแล้วกันว่าข้อมูลในบัตรคงจะปลอดภัยแบบสุดๆ

เกือบลืมไป มีเครื่องก๊อปปี้ชิปด้วยนะท่าน ราคาไม่กี่ตังเอง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-08-2006, 09:43 โดย MaMood » บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #3 เมื่อ: 10-08-2006, 10:13 »

แนะนำไปที่สมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ tesa นะครับ
เค้ากำลังวางมาตรฐานกันอยู่ อย่าเพิ่งรีบด่านะครับ
แล้วก็ smartcard ที่ใช้ตอนนี้มันคนละเทคโนโลยีกับ RFID นะครับ
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 10-08-2006, 10:34 »

แนะนำไปที่สมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ tesa นะครับ
เค้ากำลังวางมาตรฐานกันอยู่ อย่าเพิ่งรีบด่านะครับ
แล้วก็ smartcard ที่ใช้ตอนนี้มันคนละเทคโนโลยีกับ RFID นะครับ

ผมก็หมายถึงสมาร์ทการ์ดนั่นแหละครับ คุณชอบแถ มันเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วน RFID นั้นผมบอกตามตรงเลยว่าขนาดสมาร์ทการ์ดผมยังรู้สึกถึงการคุกคามในสิทธิส่วนบุคคล แล้ว RFID ซึ่งไม่ต้องขอดูบัตรก็รู้ข้อมูลเนี่ยผมยิ่งต่อต้านครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #5 เมื่อ: 10-08-2006, 12:35 »

อย่ามัวแต่กลัวอยู่กับที่
ไปสมัครสมาชิกแล้วก็ช่วยเค้าวาง spec
อยากได้อย่างไรก็บอกเขาไป
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10-08-2006, 12:41 »

แนะนำไปที่สมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ tesa นะครับ
เค้ากำลังวางมาตรฐานกันอยู่ อย่าเพิ่งรีบด่านะครับ
แล้วก็ smartcard ที่ใช้ตอนนี้มันคนละเทคโนโลยีกับ RFID นะครับ

ผมก็หมายถึงสมาร์ทการ์ดนั่นแหละครับ คุณชอบแถ มันเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วน RFID นั้นผมบอกตามตรงเลยว่าขนาดสมาร์ทการ์ดผมยังรู้สึกถึงการคุกคามในสิทธิส่วนบุคคล แล้ว RFID ซึ่งไม่ต้องขอดูบัตรก็รู้ข้อมูลเนี่ยผมยิ่งต่อต้านครับ

คิดเหมือนผมเลยครับ คุณคนในวงการ ตัว Smart Card เนี่ยอันตรายสุดๆ ผมทำงานด้าน Computer มาก็พอรู้ด้วยว่าพวกการเก็บข้อมูลแบบนั้นน่ะมันไม่ปลอดภัยเอาซะเลย

สมมุตินะครับถ้าคุณเก็บข้อมูลไว้ใน Card เยอะๆ (เช่น หมายเลขประกันสังคม บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร ที่อยู่ ฯลฯ ที่รัฐบาลนี้พยายามส่งเสริมให้เอาไปไว้ใน Card ให้หมด) แล้ววันนึงคุณทำบัตรประชาชนหาย แล้วถ้าพวกมิจฉาชีพเก็บได้ล่ะก็ ทีนี้ก็ Chipหาย กันเลยล่ะครับ เพราะการอ่านข้อมูลจาก Card พวกนั้นน่ะมันไม่ใช่เรื่องยากเลย

ถึงแม้คุณจะบอกว่ามันมีการเข้ารหัสอยู่ ถึงแม้จะเป็นการเข้ารหัสแบบ 128bit ก็ตาม ผมก็เชื่อว่า พวกมิจฉาชีพ มันก็ต้องมีวิธีในการเอาออกไปใช้อยู่ดี จริงไม๊ล่ะครับ (เพราะปัจจุบันนี้แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆ ระดับโลกที่มีระบบ การป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ยังโดยเจาะกันเป็นรายวันอยู่เลย)
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 10-08-2006, 12:48 »

ก็โครงการแต่ละอย่างที่มันออกมา มีเป้าหมายแค่ ๒ อย่างคือ
๑. ฟันค่าคอม
๒. การตลาด

ตั้งแต่ ThailandElite OTOP กองทุนหมู่บ้าน กรุงเทพเมืองแฟชั่น สรรหาแต่ชื่อหรูๆ ไฮเทคมาเรียก แล้วก็สร้างกระแสเป็นข่าวให้หวือหวา(สำหรับคนโง่) แต่ข้างในกลวงๆ มันถึงได้ล้มเหลว เกิดรูโหว่ ขายหน้าไปหมด มีแต่หนี้สิน ผลาญงบ

ไอ้บัตร smart card บ้านี่ตั้งแต่มันออกข่าว จะทำผมก็คิดอยู่แล้ว เจ๊งแน่ แล้วอันตรายมากๆด้วย แค่ที่มันบอกจะจัดซื้อเครื่องมัน ๑,๒๐๐ เครื่อง สามารถออกบัตรได้ทั่วประเทศแค่นี้ก็สยองมากแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องค่าคอมจัดซื้อ แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย คิดดู ประเทศยักษ์ๆอย่าง อเมริกา แคนาดา มันออกบัตร Social Security / Social Insurance สมัครได้ทั่วประเทศ แต่ศูนย์ผลิตบัตรมีอยู่แห่งเดียว คือ Baltimore, Maryland และ Bathurst, New Brunswick เกิดมีใครทุจริตกับ identity ของประชาชนคนไหน ก็ไล่เบี้ยชี้ตัวกันได้ทันที ยิ่งเมืองไทยมีคนลักลอบ คนเถื่อนเยอะแยะ จนท.ก็โกงกินด้วย โชคดีที่ผมรีบทำบัตรประชาชนใหม่ ก่อนอำเภอจะได้เครื่อง smart card ไม่กี่เดือน คิดว่า รัฐบาลใหม่มาเจอความเละเทะต้องยกเลิกทิ้งแน่นอน

ไอ้ e-passport โง่นี่เหมือนกัน ดีแต่ชื่อ มาเจอข่าวนี้แล้วคิดถูก ที่รีบทำหนังสือเดินทางใหม่ก่อนมันเปลี่ยนเป็น e-passport ไม่กี่เดือนเหมือนกัน เพราะแน่ใจเลยว่า มันต้องเกิดอะไรชุ่ยๆ เละเทะแบบนี้
... แล้วมันก็เกิดจริงๆ
บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 10-08-2006, 12:54 »


สมมุตินะครับถ้าคุณเก็บข้อมูลไว้ใน Card เยอะๆ (เช่น หมายเลขประกันสังคม บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร ที่อยู่ ฯลฯ ที่รัฐบาลนี้พยายามส่งเสริมให้เอาไปไว้ใน Card ให้หมด) แล้ววันนึงคุณทำบัตรประชาชนหาย แล้วถ้าพวกมิจฉาชีพเก็บได้ล่ะก็ ทีนี้ก็ Chipหาย กันเลยล่ะครับ เพราะการอ่านข้อมูลจาก Card พวกนั้นน่ะมันไม่ใช่เรื่องยากเลย

ถึงแม้คุณจะบอกว่ามันมีการเข้ารหัสอยู่ ถึงแม้จะเป็นการเข้ารหัสแบบ 128bit ก็ตาม ผมก็เชื่อว่า พวกมิจฉาชีพ มันก็ต้องมีวิธีในการเอาออกไปใช้อยู่ดี จริงไม๊ล่ะครับ (เพราะปัจจุบันนี้แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆ ระดับโลกที่มีระบบ การป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ยังโดยเจาะกันเป็นรายวันอยู่เลย)

ปี2548 ไปงานIT ที่ฮ่องกงมา บริษัทที่รับสัมปทานบัตรสมาร์ทการ์ดของไทยไปเค้าเปิดบูท ขายเครื่องอ่านชิป คิดราคาเป็นเงินบาทก็ราวๆ..1800-10000 บาท ต่อเครื่อง ทางบริษัทยืนยันว่าสามารถอ่านข้อมูลจากสมาร์ทการ์ดได้แน่นอนเพราะตัวเครื่องทุกรุ่น(ประมาณ4-5 รุ่น ทั้งแบบมือถือ แบบตั้งโต๊ะ แบบอ่านชิปอย่างเดียว แบบอ่านชิป+ลายนิ้วมือ)ผลิตมาสำหรับอ่านชิปที่ใช้ในสมาร์ทการ์ดที่บริษัททำการผลิต

คิดดูแล้วกันว่าข้อมูลในบัตรคงจะปลอดภัยแบบสุดๆ

เกือบลืมไป มีเครื่องก๊อปปี้ชิปด้วยนะท่าน ราคาไม่กี่ตังเอง



ดูๆแล้ว น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น STUPID CARD มากกว่า น่ากลัวมากหากนำไปเก็บข้อมูลมากขนาดนั้น

ต่างประเทศเข้าไม่ยอมให้มันเก็บข้อมูล เพราะเขาคิดว่า แยกบัตรปลอดภัยกว่า แล้วโชว์ ๒ ใบ เพื่อเป็นการพิสูจน์ทราบ ก่อนอนุญาตให้ทำรายการอะไร ไม่ยุ่งยาก แต่ปลอดภัยด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-08-2006, 12:57 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ThailandReport
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,415


« ตอบ #9 เมื่อ: 10-08-2006, 13:04 »

โห เพิ่งรู้.... อึง ทึ่ง เสียว เลยเรา

ข้อมูลบัตรเครดิตผม 18 ใบ (ใช้ได้แค่ ใบเดียว)
ข้อมูล ทางภาษีของผม (โกงมาแค่ไม่กี่หมื่นล้าน)
ข้อมูลกรุ๊ปเลือด ( โอ้เอ้ โอ๊คอ้าค อุ๋งอิ๋ง  เนกาตีฟ)
ข้อขี้ อารายต่อมิอารายของผม...


เสร็จมันเดะแบบนี้ ++
ขอบคุณคุณ ThaiTruth  มากเยย ช่วยบอก ไม่งั้นป่านนี้ผมไปทำ Stupid Card แล้วเนี่ย
ดีนะเราเพิ่งครบ 15 ไม่นานมานี้เอง..!!  Smile Mr. Green Laughing
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-08-2006, 13:07 โดย ThailandReport » บันทึกการเข้า

The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !!
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #10 เมื่อ: 10-08-2006, 21:32 »

ขนาดกลาโหมอเมริกายังโดนเจาะได้ แค่นี้จะเหลือรึ
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #11 เมื่อ: 11-08-2006, 07:32 »

ติเรือทั้งโกลน
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 11-08-2006, 07:57 »

ติเรือทั้งโกลน

555 ไม่ได้ประดาบกับคุณชอบแถมาหลายวัน คิดถึงเลยออกมาคุยด้วย ไอ้เรื่องสมาร์ทการ์ดเนี่ย มันมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคุณชอบแถ อันที่จริงเทคโนโลยีมันก็ดีอยู่ระดับหนึ่งหรอก เพียงแต่กระบวนการได้มามันบิดเบี้ยวผลมันก็เลยเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณชอบแถก็คงจะอ่านหนังสือพิมพ์ คงจะรู้ดี เรื่องนี้ที่จริงเราไม่ควรมาถกเถียงกันหรอกนะ อะไรดี อะไรไม่ดี คุณชอบแถ น่าจะรู้อยู่แก่ใจ โครงการนี้ความจริงเน่าไปแล้ว มีการโยนขี้ เอ้ยโยนกลองกันวุ่นวายไปหมด สุดท้ายก็เอาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้มายำด้วย เพื่อกลบกลิ่นเน่า เป็นการช่วยบริษัทที่ประมูลได้ โดยการนำออกมาใช้โดยที่ยังมีปัญหาและขาดความพร้อม ทำการรับมอบทั้งที่ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ มันก็คล้าย ๆ กับกรณีสุวรรณภูมินั่นแหละ

ถ้าสมาร์ทการ์ดดีจริง ทำไมประเทศที่เจริญแล้ว ถึงไม่นำออกมาใช้หละ ไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เค้ามีทั้งเงิน ทั้งเทคโนโลยี ทั้งกำลังคน มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า ทำไมหละ?
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 11-08-2006, 10:00 »

ติเรือทั้งโกลน

555 ไม่ได้ประดาบกับคุณชอบแถมาหลายวัน คิดถึงเลยออกมาคุยด้วย ไอ้เรื่องสมาร์ทการ์ดเนี่ย มันมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคุณชอบแถ อันที่จริงเทคโนโลยีมันก็ดีอยู่ระดับหนึ่งหรอก เพียงแต่กระบวนการได้มามันบิดเบี้ยวผลมันก็เลยเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณชอบแถก็คงจะอ่านหนังสือพิมพ์ คงจะรู้ดี เรื่องนี้ที่จริงเราไม่ควรมาถกเถียงกันหรอกนะ อะไรดี อะไรไม่ดี คุณชอบแถ น่าจะรู้อยู่แก่ใจ โครงการนี้ความจริงเน่าไปแล้ว มีการโยนขี้ เอ้ยโยนกลองกันวุ่นวายไปหมด สุดท้ายก็เอาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้มายำด้วย เพื่อกลบกลิ่นเน่า เป็นการช่วยบริษัทที่ประมูลได้ โดยการนำออกมาใช้โดยที่ยังมีปัญหาและขาดความพร้อม ทำการรับมอบทั้งที่ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ มันก็คล้าย ๆ กับกรณีสุวรรณภูมินั่นแหละ

ถ้าสมาร์ทการ์ดดีจริง ทำไมประเทศที่เจริญแล้ว ถึงไม่นำออกมาใช้หละ ไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เค้ามีทั้งเงิน ทั้งเทคโนโลยี ทั้งกำลังคน มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า ทำไมหละ?

คำถามนี้ไม่ยากเกินกว่าที่เด็กน้อยอย่างผมจะตอบครับ ง่ายๆ เพราะประเทศเหล่านั้น กลัว ครับ กลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมข้อมูลของประชากรของเค้าได้ กลัวว่าเมื่อมีการปลอมกันขึ้นมาได้ ทีนี้การแก้ปัญหาจะยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น



พูดถึงเรื่องนี้เคยดูเรื่อง The Net (ถ้าจำไม่ผิด แซนดร้า บูลร็อก เป็นนางเอกมั๊ง) กันไม๊ครับ ที่นางเองโดนสลับข้อมูลส่วนตัวกับฆาตกร แล้วตัวเองก็เลยกลายเป็น ฆาตกรไปน่ะ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ผมว่าถ้าทำไม่ดี มีสิทธิเกิดจริงๆนะครับ เรื่องแบบนี้ ใครจะรู้

บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #14 เมื่อ: 11-08-2006, 10:17 »

แนะนำไปที่สมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ tesa นะครับ
เค้ากำลังวางมาตรฐานกันอยู่ อย่าเพิ่งรีบด่านะครับ
แล้วก็ smartcard ที่ใช้ตอนนี้มันคนละเทคโนโลยีกับ RFID นะครับ
อย่ามัวแต่กลัวอยู่กับที่
ไปสมัครสมาชิกแล้วก็ช่วยเค้าวาง spec
อยากได้อย่างไรก็บอกเขาไป
ติเรือทั้งโกลน

อ้างถึงไว้อย่างนั้นแหละค่ะ หนูชอบที่แกแถเหมือนปลาหมอเกยแห้งได้ดี

การนำข้อมูลทางอีเลคโทรนิคส์ออกมาจากบัตรสมาร์ทการ์ดหรืออีเลคโทรนิคส์พาสปอร์ตนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างไรเลย  เป็นระบบธรรมดามาตรฐาน ในเมื่อทางหน่วยงานที่เกียวข้อง ไม่ได้ใช้คาถาอาคมในการอ่านข้อมูล แต่ใช้เครื่องมือที่ซื้อมาจากบริษัทผู้ผลิต และเขาก็ไม่ได้จำกัดการขายเฉพาะตัว ใครซื้อก็ขาย อีกทั้งมีบริษัทที่มีเทคโนโลยีจะผลิตได้มากมาย ดังนั้น จึงจบปัญหาเรื่องที่ว่า เราจะสามารถอ่านข้อมูลออกมาจากสื่ออีเลคโทรนิคส์เหล่านี้ได้หรือไม่

ปัญหาข้อต่อไปก็คือ เมื่ออ่านออกมามาแล้ว จะแปลมันได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่การเข้ารหัส หากมีการเข้ารหัส ผู้จะทำการถอดจะต้องรู้รหัส หากมไร้จะต้องทำการแกะรหัส ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และเทคโนโลยีในการเข้ารหัส ปัจจุบัญพัฒนาไปมากแล้ว

แต่กรณีอีเลคโทรนิคส์พาสปอร์ตนั้น ไม่เหมือนกัน  เขาจึงวิตกกันมาก ด้วยเหตุนี้ค่ะ

ข้อมูลในอีเลคโทรนิคส์พาสปอร์ตนั้น ผู้ลักขโมยข้อมูลไม่ได้ประสงค์จะถอดรหัส  แต่ประสงค์จะทำจำลองรหัส  หมายความว่า อ่านออกมาได้เป็นข้อมูลอะไร ก็ไปทำจำลองในพาสปอร์ตปลอมอย่างนั้น เพื่อปลอมแปลงตัวบุคคลในการผ่านด่าน หน่วยงานที่ด่านจะอ่านจะถอดจะแก้รหัสอย่างไร  ผู้ปลอมแปลงไม่ต้องการทราบ  ขอให้ข้อมูลในอีเลคโทรนิคส์พาสปอร์ตนั้น เหมือนฉบับที่นำมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น เพื่อผ่านด่านตรวจ

จุดประสงค์ของการละเมิดข้อมูลมันต่างกัน จึงต้องพิจารณาค่ะ ว่าจะแก้ไขอย่างไร
แถไป ก็แก้ไม่ได้ค่ะ


บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #15 เมื่อ: 11-08-2006, 10:37 »

ติเรือทั้งโกลน

555 ไม่ได้ประดาบกับคุณชอบแถมาหลายวัน คิดถึงเลยออกมาคุยด้วย ไอ้เรื่องสมาร์ทการ์ดเนี่ย มันมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคุณชอบแถ อันที่จริงเทคโนโลยีมันก็ดีอยู่ระดับหนึ่งหรอก เพียงแต่กระบวนการได้มามันบิดเบี้ยวผลมันก็เลยเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณชอบแถก็คงจะอ่านหนังสือพิมพ์ คงจะรู้ดี เรื่องนี้ที่จริงเราไม่ควรมาถกเถียงกันหรอกนะ อะไรดี อะไรไม่ดี คุณชอบแถ น่าจะรู้อยู่แก่ใจ โครงการนี้ความจริงเน่าไปแล้ว มีการโยนขี้ เอ้ยโยนกลองกันวุ่นวายไปหมด สุดท้ายก็เอาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้มายำด้วย เพื่อกลบกลิ่นเน่า เป็นการช่วยบริษัทที่ประมูลได้ โดยการนำออกมาใช้โดยที่ยังมีปัญหาและขาดความพร้อม ทำการรับมอบทั้งที่ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ มันก็คล้าย ๆ กับกรณีสุวรรณภูมินั่นแหละ

ถ้าสมาร์ทการ์ดดีจริง ทำไมประเทศที่เจริญแล้ว ถึงไม่นำออกมาใช้หละ ไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เค้ามีทั้งเงิน ทั้งเทคโนโลยี ทั้งกำลังคน มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า ทำไมหละ?
ดูคุณจะมีเหตุผลดีนะครับ ที่แนะนำเพราะผมก็สมัครไปแล้วแต่ขี้เกียจเข้าประชุม
ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนทีกำหนดมาตรฐานกันอยู่ คุณอยากมีส่วนร่วมก็ได้
ส่วนสมาร์ทการ์ดมันจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยไปแล้ว
สำหรับข้อมูลคิดว่าน่าจะอยู่ในฐานข้อมูลกลางเป็นส่วนใหญ่
ไม่ได้อยู่ในการ์ด ในการ์ดคงเป็นแค่ ID
บันทึกการเข้า
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #16 เมื่อ: 11-08-2006, 11:50 »

เรียนคุณชอบแถ

สำหรับบัตรประชาชนแบบ Smart Card ข้อมูลถูกเก็บไว้ใน Chip ในรูปของ Data เพื่อใช้กับเครื่อง Reader แบบ Standalone และเก็บ ID เพื่อใช้ในการ Access Database ครับ

ในส่วนของข้อมูลที่ถูกเก็บได้แก่ทะเบียนราษฎร์ ประวัติการรับราชการทหาร หมู่โลหิต ประวัติการรักษาพยาบาล ประวัติการเสียภาษี เป็นต้น (ส่วนข้อมูลการสังกัดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ไม่แน่ใจครับ ฮิ ฮิ  Laughing

จริง ๆ แล้ว RFID ก็จัดอยู่ในระบบ Smart Card แบบหนึ่งได้เหมือนกันแต่เป็นแบบ Contactless Smartcard ครับ

บัตรประชาชนรุ่นใหม่เป็นแบบ Contact Smartcard (ISO 7816) แต่ e-Passport จะใช้ระบบ Contactless (ISO 14443) ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น Type A ซึ่งจะเก็บข้อมูลได้มากกว่าตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดิน

ผมเคยเข้าไป TESA ตอนอยู่ที่ตึก C.P. เดี๋ยวนี้ย้ายไปหรือยังครับ ?
บันทึกการเข้า
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #17 เมื่อ: 11-08-2006, 20:43 »

ถูกต้องแล้วครับ smart card ก็ใช้ RFID ได้ ผมมัวแต่นึกถึง label ถ้ามันแปะการ์ดก็เป็นสมาร์ทการ์ด
ว่าจะเฉยเฉยแล้ว ถ้าบอกว่าเข้าใจผิดกลัวโดนรุม ตอนนี้เข้าใจถูกแล้วครับ ให้อภัยด้วยครับ
ไอ้ RFID นี่มัน read write ได้นะครับ เก็บข้อมูลได้เป็นหน้า ๆ ก็น่ากลัวอย่างที่ว่า
ตอนนี้สมาคมอยู่ตึกฟอร์จูนชั้น 21 สงสัยตอนนี้จะเรียกตึก CP
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #18 เมื่อ: 11-08-2006, 20:50 »

หนูเพิ่งเปลี่ยนพาสปอร์ตไปเมื่อปีที่แล้ว

แล้วก็เจออุปสรรคมากมาย หนุไม่เคยใช้เวลาทำพาสปอร์ตนานขนาดนั้น ประมาณ สามเดือนได้ค่ะ ถึงแม่จะทำที่สถานทูตไทยที่โตเกียว เขาบอกไม่เกิน หนึ่งเดือนได้แนนอน ใช้เวลานานหน่อย เพราะเปลี่ยนระบบเปง อีพาสปอร์ตหมด

แต่ที่แย่กว่านั้น พอทำเสร็จ หนุกลับไทย ก็ยังไช้ไม่ได้ ตอนนั้น เดือน พ ย มั่งค่ะ

แล้ว ก็มาใช้ได้ตอนกลับล่าสุด แต่หนูไม่ใช้อ่ะ อิอิ




เพราะหนูลืม ว่าหนูถือ อีพาสปอร์ต  Laughing Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #19 เมื่อ: 12-08-2006, 01:48 »

บัตรประชาชนสุดฉลาดโครงการแสนสะอาด จน ดร.รอม ต้องขอถอนตัวจากโครงการ 555 Laughing
บันทึกการเข้า
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 12-08-2006, 03:15 »

ถูกต้องแล้วครับ smart card ก็ใช้ RFID ได้ ผมมัวแต่นึกถึง label ถ้ามันแปะการ์ดก็เป็นสมาร์ทการ์ด
ว่าจะเฉยเฉยแล้ว ถ้าบอกว่าเข้าใจผิดกลัวโดนรุม ตอนนี้เข้าใจถูกแล้วครับ ให้อภัยด้วยครับ
ไอ้ RFID นี่มัน read write ได้นะครับ เก็บข้อมูลได้เป็นหน้า ๆ ก็น่ากลัวอย่างที่ว่า
ตอนนี้สมาคมอยู่ตึกฟอร์จูนชั้น 21 สงสัยตอนนี้จะเรียกตึก CP

ไม่มีใครรุมหรอกครับ บอกตามตรงหลายต่อหลายกระทู้ คุณชอบแถ มีเหตุผลในการนำเสนอครับ บางอันก็แถ  Mr. Green ถ้าจะโดนรุมต้องคุณอะไรจ๊ะ คุณภัทร โน่น
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #21 เมื่อ: 12-08-2006, 09:10 »

อย่างนี้ถึงจะเป็นคนไทยด้วยกัน

พอดีใน website เขาบอกว่าอยู่ชั้น 26 ถ้าใครไป
ชั้น 21 ไม่เจอก็เดินขึ้นไปอีก 5 ชั้นนะครับ
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #22 เมื่อ: 12-08-2006, 09:45 »

ผมเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านบัตรสมาร์ทการ์ดมาก ผมว่ามันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลสุด ๆ ไปเรยยย อีพาสปอร์ตนี่ก็รวมอยุ่ในประเภทสมาร์ทการ์ดครับ ผมหละโครตเกลียดเรยยยย  Cool

อิอิ คุณคนในวงการ มีความลับอะไรที่เกรงการเปิดเผยอ่ะครับ? ข้อมูลที่เก็บใน smart card เมืองไทยอ่ะนะ ผมว่าไปขอคัดลอกจากที่ว่าการอำเภอได้ตลอดเวลาอ่ะ ยกเว้นข้อมูลประกันสุขภาพ เกี่ยวกับโรคที่เราเป็น ที่เหลือก็เป็นข้อมูลพวกชื่อบิดา-มารดา อิอิ หรือว่ากลัวเพื่อนเอาไปล้อ?
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #23 เมื่อ: 12-08-2006, 09:57 »

ติเรือทั้งโกลน

555 ไม่ได้ประดาบกับคุณชอบแถมาหลายวัน คิดถึงเลยออกมาคุยด้วย ไอ้เรื่องสมาร์ทการ์ดเนี่ย มันมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคุณชอบแถ อันที่จริงเทคโนโลยีมันก็ดีอยู่ระดับหนึ่งหรอก เพียงแต่กระบวนการได้มามันบิดเบี้ยวผลมันก็เลยเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณชอบแถก็คงจะอ่านหนังสือพิมพ์ คงจะรู้ดี เรื่องนี้ที่จริงเราไม่ควรมาถกเถียงกันหรอกนะ อะไรดี อะไรไม่ดี คุณชอบแถ น่าจะรู้อยู่แก่ใจ โครงการนี้ความจริงเน่าไปแล้ว มีการโยนขี้ เอ้ยโยนกลองกันวุ่นวายไปหมด สุดท้ายก็เอาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้มายำด้วย เพื่อกลบกลิ่นเน่า เป็นการช่วยบริษัทที่ประมูลได้ โดยการนำออกมาใช้โดยที่ยังมีปัญหาและขาดความพร้อม ทำการรับมอบทั้งที่ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ มันก็คล้าย ๆ กับกรณีสุวรรณภูมินั่นแหละ

ถ้าสมาร์ทการ์ดดีจริง ทำไมประเทศที่เจริญแล้ว ถึงไม่นำออกมาใช้หละ ไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เค้ามีทั้งเงิน ทั้งเทคโนโลยี ทั้งกำลังคน มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า ทำไมหละ?

ก็ฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ในเมืองไทยอ่ะนะ มันสมบูรณ์ที่สุดในโลก ในอเมริกาไม่มีข้อมูลพวกนี้ (ที่ถูกกฏหมาย) หรอกครับ ถ้าอเมริกาคิดจะทำ ต้องเริ่มจากศูนย์เลยอ่ะ เมืองไทยถึงทำได้ง่ายกว่าเยอะ (ถ้าจะทำจริงๆจังๆ ไม่ใช่จะทำเพื่อแหลกกันเหมือนตอนนี้)

ที่จริงอ่ะนะ ฐานข้อมูลของพลเมืองในเมืองไทยค่อนข้างจะสมบูรณ์มากที่สุดในโลกและพร้อมจะ online อยู่แล้ว ถ้ารวมข้อมุลทะเบียนราษฏร์ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ กรมทางหลวง etc. เข้าด้วยกัน แล้ว online ไปถึงทุกจุดบริการ แล้วใช้ Fingerprint เป็นตัว identify ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าผลิตบัตรใบละตั้ง 100 บาท แถมยังต้องเปลี่ยนบัตรทุก 4-6 ปีอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2006, 10:17 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #24 เมื่อ: 12-08-2006, 10:07 »

เรียนคุณชอบแถ

สำหรับบัตรประชาชนแบบ Smart Card ข้อมูลถูกเก็บไว้ใน Chip ในรูปของ Data เพื่อใช้กับเครื่อง Reader แบบ Standalone และเก็บ ID เพื่อใช้ในการ Access Database ครับ

ในส่วนของข้อมูลที่ถูกเก็บได้แก่ทะเบียนราษฎร์ ประวัติการรับราชการทหาร หมู่โลหิต ประวัติการรักษาพยาบาล ประวัติการเสียภาษี เป็นต้น (ส่วนข้อมูลการสังกัดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ไม่แน่ใจครับ ฮิ ฮิ  Laughing

จริง ๆ แล้ว RFID ก็จัดอยู่ในระบบ Smart Card แบบหนึ่งได้เหมือนกันแต่เป็นแบบ Contactless Smartcard ครับ

บัตรประชาชนรุ่นใหม่เป็นแบบ Contact Smartcard (ISO 7816) แต่ e-Passport จะใช้ระบบ Contactless (ISO 14443) ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น Type A ซึ่งจะเก็บข้อมูลได้มากกว่าตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดิน

ผมเคยเข้าไป TESA ตอนอยู่ที่ตึก C.P. เดี๋ยวนี้ย้ายไปหรือยังครับ ?

ข้อมูลทั่วไปหาได้จากที่ว่าการอำเภอ ส่วนข้อมูลการแพทย์ ที่ปลายเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลหยิบมาอ่านได้เลย อิอิ ดู CSI เห็นเขาหาข้อมูลพวกนี้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมา crack สมาร์ทการ์ดเลยอ่ะ ว่าแต่ว่า อย่าให้มันเอาบัตรประชาชนไปทำ e-purse แล้วกัน ไม่งั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: