ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-09-2019, 03:57
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "แผนการขนย้ายประชากรพลเมืองคนสิงคโปร์" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"แผนการขนย้ายประชากรพลเมืองคนสิงคโปร์"  (อ่าน 1249 ครั้ง)
THAIBUFFALO
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


"Imagination is more important than knowledge"


« เมื่อ: 08-04-2006, 01:51 »

จากหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับไม่ได้เขียนเรื่องนี้โดยตรง แต่จากการประมาลเรื่องราวทั้งหมด มีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างที่เขียนข้างล่างสูงมาก Subject: Please read ทั้งๆที่ผม เป็นเครือข่ายคนรักทักษิณชินวัตร เคยเชียร์เขาบนอินเตอร์เน็ทห้องพันทิปราชดำเนิน ลงคะแนนพร้อมกับเชิญชวนหลายคน ให้เลือกทักษิณทั้งสองสมัย และพยายาม ละเลย ข้อบกพร่องเรื่องซุกหุ้นภาคหนึ่ง เพื่อให้เขามาช่วยชาติ แต่วันนี้ทำไมผมต้องกลับลำ พร้อมหันมาต่อต้าน รัฐบาลทักษิณ และระบอบทักษิณ และแม้กระทั่งต่อต้านคัดค้านไม่ให้ทักษิณ มาปกครองบ้านเมืองนี้ต่อไป อย่างเต็มกำลัง กระทั่งต้องเสียเพื่อนฝูงไปหลายคน ...

โปรดไตร่ตรองเรื่องต่อไปนี้อย่างรอบคอบ และพิจารณาในส่วนลึกของหัวใจคุณว่า อยากมีส่วนร่วมกับรัฐบาลทักษิณชินวัตร และพันธมิตรกลุ่มทุนของพวกเขา ส่งเสริมให้กรณีที่จะเกิดต่อไปในอนาคต เป็นแบบนี้หรือเปล่า เมื่อคนไทยใจต่างชาติยอมขายชาติขายอธิปไตยบนแผ่นดินนาน 99 ปี แลกกันอามิสสินจ้างเพื่อวงษ์ตระกลของตัว ถ้าคุณรู้คุณยังจะสนับสนุนหรือไม่!!!??? คนไทยรากหญ้าไม่รู้ ชาวไร่ชาวนาต่างจังหวัดก็ไม่รู้ ไม่รู้เลยว่า ถ้ายังสนับสนุนรัฐบาลไทยรักไทยนี้อีกต่อไป แลกกับแค่ เงินกองทุนหมู่บ้านที่ได้มายังไงก็ต้องใช้หนี้ หรือโครงการสามสิบบาท ที่ไม่นานก็จะต้องปิดตัวลงหรือ ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษา เพราะยามันจะแพงจากการเปิด FTA กับสหรัฐอเมริกา !!!! กลเม็ดในการวางหมากยึดประเทศเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องตนเอง แบบนี้ คนไทยรากหญ้าและชาวไร่ชาวนาคนขับแท๊กซี่หรือสามล้อสองล้อ ตามวินมอเตอร์ไซค์จะไม่มีทางรู้หรอกเพราะวันๆ ต้องทำมาหากิน แต่พวกเราที่เป็นคนที่มีความรู้มีความสามารถ ทำไมไม่คิดจะช่วย พวกเขาด้วยการต้านทาน กลอุบายขายชาติทำลายโครงสร้างของประเทศ? ด้วยการเรียนรู้ และเท่าทันระบอบทักษิณ ระบอบการปกครองที่ประกอบ ไปด้วยเหล่านักบริหาร นักลงทุนที่... "คิดแต่จะขายทรัพย์สินแผ่นดินกินลูกเดียว"!!!

กฏหมายที่ บรรดาขุนพลของทักษิณตั้งใจไว้ว่าจะผลักดันให้เป็นจริง นอกจากกฏหมายขายเช่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์99ปีก็คือ อีกไม่นานที่ดินที่นาของตัวเองเมื่อถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต้องรับสืบทอดมรดก ก็จะถูก "กฏหมายภาษีที่ดินและภาษีมรดกฉบับปรับปรุง" เล่นงาน!!!! บีบคั้นให้ต้องขายที่ทิ้ง! เพราะกฏหมายฉบับนี้ มันจะถูกออกแบบมาเพื่อ รุกคืบยึดที่ดินจากมือชาวบ้าน ให้มาอยู่ในมือนายทุนและธนาคารชื่อไท แต่ใจสิงคโปร์อย่างถูกกฏหมาย ! ใครเป็นผู้ออกแบบแนวคิดนี้หรือ ว่ากันว่า ก็คือ "นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" อดีตรัฐมนตรีคลังรัฐบาลทักษิณ และว่าที่นายกนอมินี! และ "นายพันธศักดิ วัญญรัตน์" นักคิดที่อยู่เคยอยู่ ในรัฐบาล บุฟเฟ่ท์คาบิเนท์ จนโดยปฏิวัติมาแล้ว ครั้งหนึ่งก็ยังไม่หลาบจำ!! เอาละเรื่องแบบนี้ อาจจะไม่มีใครรู้ เรื่องแบบนี้ แม้จะยังไม่เกิด แต่ก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว โดยมีตัวละครหลักๆ คือ มือขวา ของทักษิณชินวัตร ที่ชื่อ "นายบุญคลี ปลั่งศิริ" โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำให้เสร็จในรัฐบาลทักษิณสองที่ผ่านมา แต่บังเอิญคนไทยรักชาติ กลุ่มหนึ่ง ที่ทำมาหากินในกิจการอสังหาริมทรัพย์ ทราบถึง การสุมหัวที่จะออกกฏหมาย " ขายเช่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครอง" ทำให้สามารถ ดูดกินทรัพยากรในผืนดินได้นานถึง 99 ปี !!! โดยคนที่มีส่วนรู้เห็นและผลักดันเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะมีส่วนได้เสียในกิจการหลายอย่างที่เกี่ยวพันกับอสังหาริมทรัพย์คือ "นายอนันต์ อัศวโภคิน" แห่ง "แลนด์แอนด์เฮ้าส์" เพื่อนเก่าเกลอแก่ของ "นายบุญคลี ปลั่งศิริ"นั่นเอง ! เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่การวางแผนออกกฏหมายเอื้อสิทธิประโยชน์ ให้คนต่างชาติมีแรงจูงใจที่จะเข้ามาซื้อและครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ราคาแพงในโครงการของ "แลนด์แอนด์เฮ้าส์" และ "เอสซีแอสเซ็ทของชินวัตร" เท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วย "หมากสุดอันตรายของเครือข่ายกลุ่มทุนจากสิงคโปร์" ที่รับ แผนการมาจาก "นายลีกวนยิวอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์" ผู้กุมอำนาจสูงสุดเหนือผู้ลูกอย่าง "นายลีเซียนหลุง" เป็นผู้ริเริ่มแผนการทั้งหมด หมากสุดอันตรายนั้นก็คือ

                                             "แผนการขนย้ายประชากรพลเมืองคนสิงคโปร์"

ที่กำลังใกล้จะล้นเกาะสิงคโปร์! ให้มาอาศัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษสุวรรณภูมิ ที่กำลังจะมีการเตรียมการไว้รองรับในอนาคต ซึ่งเรื่องแบบนี้คนไทย โดยทั่วไปแทบจะไม่เคยรู้ หรือไม่คิดมาก่อน แต่ถ้าถามผู้ใหญ่ ที่เคยขับเคี่ยวกับพวกลีกวนยูซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์มาก่อน จะทราบดีว่า คนในรัฐบาลสิงคโปร์และนักธุรกิจบางส่วนของสิงคโปร์นั้น มีแผนที่จะยึดกุมอำนาจทางเศรษฐกิจและดินแดนเหนือมาเลเซียและไทยมานานแล้ว ซึ่งนายกมหาเธร์แห่งมาเลเซียก็รู้ อดีตผู้นำของไทยหลายๆคนก็รู้ ส่วน "นายทักษิณชินวัตรและพวก" จะรู้แล้วยังกล้าทำ? เพราะมี "ส่วนได้เสียกับพวกผู้นำทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์" หรือไม่? อนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ !!! อย่างไรก็ดี! ผมใน ฐานะคนไทยที่รักชาติและได้รับการปลูกฝังมาว่า ผืนแผ่นดินไทย แม้แต่ตารางนิ้วเดียวก็อย่าขายหรือยกให้ต่างชาติกิน เพราะแม้แต่เกาะฮ่องกง ที่จีนแผ่นดินใหญ่ ถูกยึดไปในสงครามฝิ่นนาน99ปี รัฐบาลจีนยังต้องทวงคืนจากมหาอำนาจอย่างอังกฤษเลย โชคดีที่จีนยุคนี้ เข้มแข็งพอจะที่อังกฤษจะไม่กล้าใช้อำนาจบาทใหญ่ถือโอกาสยึดครองต่อ

แต่ไทยเราละ !? แล้วลองคิดดูในอนาคต ถ้าคนสิงคโปร์มาตั้งถิ่นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อย่างในจังหวัดสุวรรณภูมิที่ "นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" กะลิ้มกะเหลี่ยหวังไว้ ที่จะขายพุงประเทศกิน พื้นที่ไร่สวนไร่นาอันอุดมสมบูรณ์ ของเขตลาดกระบัง พื้นที่รับน้ำแก้มลิงตอนนี้ จะถูกแปลงสภาพเป็นเขตอาณานิคมให้เช่าโดย สิงคโปร์เป็นผู้ยึดครอง ! น้ำที่เคยถูกผลักให้ออกไปไม่ท่วมกรุงเทพก็จะถูก เขตปกครองพิเศษสุวรรณภูมิ ที่สิงคโปร์มีอิทธิพลเหนือเรียกเก็บค่าเช่าค่าใช้ บริการคลองระบายน้ำ ! ไม่ให้ท่วมกรุงเทพ+ แหล่งท่องเที่ยว ชายหาดสวยงามที่เกาะสมุย เกาะเสม็ด เกาะพีพี เกาะช้าง จะถูกอำนาจเงินอำนาจทุนจากแบงค์ชื่อไท ใจสิงคโปร์เข้ากว้านซื้อหมด คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชายหาดสวยงามที่เราเคยไปใช้ชีวิตแบบพอเพียงค่าเช่าบังกะโลไม่กี่ร้อยบาท จะถูกแปลงสภาพจากการท่องเที่ยวแบบพอเพียงกลายเป็นการท่องเที่ยวเพื่อ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างสมบุรณ์แบบ และเมื่อนั้น ชายหาดที่เราเคยเดิน เล่นอย่างสบายอย่างเสรี อาจจะถูกปักป้ายไว้ว่า "คนไทยห้ามเข้ากรุณาชำระค่าผ่านทาง" ก็ได้!!! นี่คือเหตุผลที่นายกฯ เสนอให้จัดตั้งสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษขึ้นมาใหม่ เป็นจังหวัดสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมพร้อมไว้ให้ชาวสิงคโปร์โดยเฉพาะ และการตรวจสอบก็ต้องเป็นแบบพิเศษผ่านจากนายกฯคนเดียวเท่านั้น เห็นหรือยังว่าคนที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เค้ารักประเทศไทยขนาดไหน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะทวงคืนประเทศไทย ป.ล.บทความนี้ไม่ได้เขียนเข้าข้างคุณ สนธิแต่อย่างใด แต่เขียนจากใจคนไทยคนหนึ่ง

.....กอปปี้มา.....
บันทึกการเข้า

.....=<..เงินทรราช..ซื้อคน..ได้..เหมือนหมู..เหมือนหมา..อย่างไม่น่าเชื่อ..>=.....
THAIBUFFALO
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


"Imagination is more important than knowledge"


« ตอบ #1 เมื่อ: 08-04-2006, 01:54 »

Link:==>> http://www.dol.go.th/guide/land_080745_thai.htm

เดิมคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินในประเทศไทยก็โดยอาศัยสนธิสัญญากับประเทศไทยที่กำหนดให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยต้องอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายที่ดินและกฎกระทรวงตามประมวลกฎหมายที่ดิน และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประเทศไทยได้เคยทำสนธิสัญญาไว้กับประเทศต่าง ๆ รวม 16 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สวิสส์ เยอรมัน เดนมาร์ก นอรเวย์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อินเดีย เบลเยี่ยม สวีเดน อิตาลี ญี่ปุ่น พม่า โปรตุเกส ปากีสถาน ต่อมาได้ยกเลิกสนธิสัญญากับประเทศดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513 ปัจจุบันไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศใดที่ระบุให้คนต่างด้าวได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยอีก

                         ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ กำหนดให้  คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2545 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

                         1. นำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี

                         2. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

                         3. ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังนี้

                                 3.1 การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตร รัฐวิสาหกิจ หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินหรือดอกเบี้ย

                                 3.2 การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน หรือกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                 3.3 การลงทุนในทุนเรือนหุ้นของนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

                                 3.4 การลงทุนในกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

                         4. ที่ดินที่คนต่างด้าวจะได้มาต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร

                         5. คนต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตต้องใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเองและครอบครัวโดยไม่ขัดต่อศีลธรรม จารีตประเพณี หรือวิธีชีวิตอันดีของชุมชนในท้องถิ่นนั้น

                         6. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าว กระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะต้องจำหน่ายที่ดินในส่วนที่ตนมีสิทธิภายในเวลาที่อธิบดีกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปี ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

                         7. ถ้าคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้ได้มามาซึ่งที่ดินตามนัยดังกล่าวไม่ได้ใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันจดทะเบียนการได้มา อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น

                         นอกจากกรณีดังกล่าว คนต่างด้าวอาจได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมได้ โดยที่ดินที่ได้รับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัย มีได้ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรม ไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่ออุตสาหกรรม ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรม ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ เป็นต้น

                         สำหรับคนต่างด้าวที่มีคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทยไม่ว่าจะชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรสที่เป็นคนสัญชาติไทยสามารถซื้อที่ดินได้โดยผู้ซื้อและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวจะต้องยืนยันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่าเงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้ซื้อที่มีสัญชาติไทย มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่นำมาหาได้ร่วมกัน

ค่าธรรมเนียม

                         1. กรณีซื้อที่ดินที่อยู่ในโครงการจัดสรรที่ดิน เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน (หมดเขตเดือนธันวาคม 2545)

                         2. กรณีซื้อที่ดินทั่วไป นอกจากกรณีตามข้อ 1 เสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมิน

ภาษีอากร

                         เป็นไปตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร

กองนิติการ

กรมที่ดิน

Link:==> http://www.dol.go.th/guide/land_080745_thai.htm
บันทึกการเข้า

.....=<..เงินทรราช..ซื้อคน..ได้..เหมือนหมู..เหมือนหมา..อย่างไม่น่าเชื่อ..>=.....
Think Earth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #2 เมื่อ: 12-04-2006, 10:31 »

It is possible.
I hope you you will wrong.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: