ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 07:56
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไร้บารมีผู้นำ หรือ กำลังถูกสื่อดูแคลนเกินจริง? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไร้บารมีผู้นำ หรือ กำลังถูกสื่อดูแคลนเกินจริง?  (อ่าน 4496 ครั้ง)
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 26-07-2006, 10:28 »

ใบตองแห้ง และคนที่ fakeๆ ที่ขยันยกบทความไร้ข้อสรุปนี้มา อยากทราบว่า สมมติไม่มีสนธิแล้ว คนจะตื่นขึ้นมาขนาดนี้ไหม ถ้าคิดว่าแนวทางตัวเองถูกต้อง ทำไมไม่ออกมาเปิดตัวต้านทักษิณเสียเอง จริงอยู่สนธิไม่ได้ถูกไปทุกเรือง แต่ถามว่าจะมีใครที่ออกมาทำให้คนตื่นตัวได้ขนาดนั้นอีก

สมมติว่า ไม่มีจำลอง ศรีเมือง มันจะไปไล่สุจินดาได้ไหม

มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ  มันทุเรศจริงๆครับ สมแล้วที่ใบตองแห้งเป็นแค่นักเขียน ๑๐ สตางค์ คนหนึ่ง คำว่า No Action Talk Only ใช้กับคนประเภทนี้ได้พอดิบพอดี
บันทึกการเข้า

แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 26-07-2006, 10:58 »

เคยพูดถึงสนธิไปแล้ว่า มันเป็นอัตตาส่วนบุคคลจริงๆ

ในแง่นึงรู้สึกเห็นใจกลุ่ม NGOs ที่ไปร่วมหัวจมท้าย

สนธิลืมไปว่า ถ้าไม่ได้คนกลุ่มนี้ ม๊อบจะไม่เข้มแข็งเท่านี้

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชนก็รู้ว่า ถ้าไม่มีสนธิ ไม่มีสื่อ กำลังจะส่งไปได้ไม่มาก

ตอนนี้ที่ลำบากคือ ไม่มีใครปรามสนธิเอาซะเลย

ส่วนภาคประชาชน หลังจากจบภาระกิจนี้แล้ว จะยังคงความเป็นตัวตนเดิมอยู่ได้หรือเปล่า

เราเข้าใจสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของกลุ่ม NGOs ดี และอยากให้หนักแน่น

เคลื่อนไหวให้ระมัดระวังกว่านี้ ที่ผ่านมาเรื่องชุมนุมใหญ่แล้วปรับท่าทีก็ถือว่าทำได้ระดับหนึ่ง

ส่วนเรื่องเมืองไทยรายสัปดาห์ มันเป็นภาพที่ผูกโยงกันจนแยกไม่ออกจริงๆ

แต่กลุ่มคนที่ไปม๊อบ ไม่ได้โดนสนธิจูงจมูกหรอก อย่างน้อยมีเราคนนึง

เชื่อมั้ยว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยไปร่วมกับเมืองไทยฯ เลยซักครั้งเดียว

วันที่ไปอ่านแถลงการณ์ที่สถานทูต เดินแวะไปดู เพราะว่าใกล้ที่ทำงาน

กะจะไปดูเสื้อของพันธมิตร แต่ดันมีแต่สีเหลือง กะสีขาวก็เลยไม่ได้ซื้อ

แม้แต่เงินที่บริจาค ก็ไม่เคยให้กับสนธิซักกะบาท

เพราะหลักการของเรา ค่อนข้างจะรังเกียจวิธีการของเค้า

แม้ว่า บางเรื่องเค้าจะนำเสนอข้อมูลจริง (ปนไม่จริง) แต่ยังรังเกียจวิธีการของเค้า

หวังแต่ว่า ภาคประชาชน โดยเฉพาะอาจารย์พิภพ จะไม่เสียจุดยืนของตัวเอง

(เออ ใครมีเบอร์โทรมั้ยหว่า อยากคุยกับอาจารย์พิภพจัง)

ตอนนี้อยากให้พลังมันเคลื่อนไหวไปตามกรอบวิถีที่ควรจะเป็นดีกว่า

ถ้าจะตอบคำถามของเจ้าของบทความว่า ตอนที่ขายหุ้นไปรวมกับม๊อบสนธิมั้ย

ตอบว่า ไม่ได้ไป ตอนที่ไป ไปเมื่อกลายเป็นพันธมิตรไปแล้ว

ตอนนั้นวิถีส่วนตัวที่ทำ คือ ล่ารายชื่อ เซ็นไล่นายกฯ

เพราะเชื่อว่า นั่นคือ วิธีการที่ถูกต้อง

และยืนยันตรงนี้ว่า ตราบใดที่สนธิเคลื่อนไหวเดี่ยวๆ ก็จะไม่ไปร่วมสังฆกรรมด้วย
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #52 เมื่อ: 26-07-2006, 11:07 »

คุณอภิสิทธ์ ไร้บารีผู้นำหรือไม่ ตอนนี้ตอบยากครับ....ยังไม่ได้มีอะไรที่แสดงออกอย่างชัดเจน......แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำ ก็คือ "การตัดสินใจ บอยคอตการเลือกตั้ง" ถ้าเรายังจำกันได้ คุณชวนเคยติติงเรื่องการบอยคอตการเลือกตั้ง...นั่นน่าจะเป็นทีมาของ ปฏิญญา ทีคุณอภิสิทธิ์เสนอทางเลือกให้กับ ทรท.เพื่อประนีประนอมข้อเสนอของคุณชวน...แต่ถ้าคุณอภิสิทธิ์ เป็นไก่อ่อน อย่างที่เค้านินทากันตามสื่อจริง วันนั้น ปชป.คงจะลงเลือกตั้งแล้วครับ.........พอบ่ายวันรุ่งขึ้น ทรท.ออกมาปฏิเสธ แต่เปลี่ยนเป็นสัญญาประชาคมโดย ดึงพรรคการเมืองเล็กเข้าร่วม...ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง คุณอภิสิทธ์ ออกมาประกาศบอยคอตทันที่ (ถ้าจำไม่ผิด ไม่รอ ชาติไทย ด้วยซำ) นั่นแสดงถึงการตัดสินใจที่รวดเร็ว และมั่นคงในแนวคิดของตน เป็นการแสดงจุดยืน และแสดงออกถึงภาวะผู้นำอย่างแท้จริง ครับ.....เพราะการประกาศบอยคอตการเลือกตัง ต้องใช้ความกล้าพอสมควร ครับ  เพราะเรารู้ ๆ กันอยู่ว่า กกต.กำลังตั้งท่ากับ ปชป.อยู่......

หันกลับมามองคุณทักษิณ เรื่องภาวะผู้นำ ซึ่งในความคิดของผม มันควรจะมาก่อน บารมี.......เราจะเห็นว่าเมื่อคุณทักษิณถูกต้อนเข้ามุม จะออกอาการเป๋อยู่บ่อย ๆ พูดจาไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย กลับไป กลับมา เดี๋ยวเดินหน้า เดี๋ยวถอยหลัง การตัดสินใจแก้ปัญหาหลายครั้ง กลับเป็นการเพิ่มปัญหาให้ตนเองเข้ามุมอับ  ผมคงไม่ต้องยกเหตุการมาอ้างเนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมาไม่นานนักและผู้คนคงยังไม่ลืมกัน....

ผมอดแปลกใจไม่ได้เมื่อมีบางสื่อพยายามเล่นข่าว เรื่อง อภิสิทธ์เป็นไก่อ่อน ไร้บารมีผู้นำ   ผมยังไม่เห็นความแตกแยกในพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนใน ทรท.ครับ........อยากให้เพื่อน ลองคิดดูน๊ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2006, 11:10 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #53 เมื่อ: 26-07-2006, 11:11 »

ว่ายทวนน้ำ โดย ใบตองแห้ง ไทยโพสต์ 26 กรกฎาคม 2549

1. มีบทเรียนทางประวัติศาสตร์อยู่เรื่องหนึ่ง คือการชุมนุมขับไล่สุจินดา ที่นำโดยมหาจำลอง
ตอนชุมนุมอยู่ที่สนามหลวงมีหลายฝ่ายหลายองค์กรร่วมด้วย รวมทั้ง ครป. ซึ่งอาจารย์โคทม อารียา เป็นประธาน
เมื่อมหาจำลองนำพลเคลื่อนไปบนถนนราชดำเนิน อาจารย์โคทมไม่เห็นด้วย เพราะเล็งเห็นว่าจะเกิดการนองเลือด
แต่มหาไม่ฟัง มวลชนไม่ฟัง อาจารย์โคทมเลยถอยออกไปพร้อมกับนักวิชาการจำนวนหนึ่ง

ผลคือมีการนองเลือดจริงๆ อย่างที่อาจารย์โคทมคิด และก็โค่นสุจินดาได้จริงๆ อย่างที่มหาจำลองตั้งเป้า


บางคนก็ตั้งคำถามว่า ถ้าเชื่ออาจารย์โคทมจะไล่สุจินดาได้หรือ
ถ้าไม่มีมหาจำลองเป็นผู้นำดีเดือด มัวแต่เชื่อนักวิชาการหน่อมแน้ม ฯลฯ...
มันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ เพราะสถานการณ์เป็นไปแล้ว

  2. ถ้าถามผม ผมก็จะบอกว่าอาจารย์โคทมห้ามอย่างไรคงห้ามไม่อยู่
เพราะอารมณ์ของคนต้องการอย่างนั้น
แต่ในอีกแง่หนึ่ง สมมติทุกคนเชื่ออาจารย์โคทม ผมก็ไม่เชื่อว่าสุจินดาจะอยู่ได้
เพราะกระแสสังคมไม่เอาแล้ว


ครป. ก็ไม่ใช่จะไม่ม็อบ แต่คิดก่อม็อบแล้วเลิก ม็อบแล้วเลิก ทุกเสาร์-อาทิตย์เพื่อกดดัน

กรณีของทักษิณทั้งคล้ายกันและต่างกัน
อย่างน้อยทักษิณก็ไม่ได้มาจากปากกระบอกปืน
3. และมันเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานกว่า-ซึ่งอย่างน้อยก็น่าจะมีเวลาให้ตั้งสติให้คิดทัน
การต่อสู้ยาวนานด้านหนึ่งเป็นผลดี คือทำให้ไม่เกิดการนองเลือด
แต่ก็ก่อให้เกิดการเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงระบอบ
หลักการประชาธิปไตย-หรือแม้แต่หลักนิติรัฐ ที่ผมเพิ่งเห็นหลัดๆ


คุณบิดคำพูดของผมนะ ผมบอกว่าทักษิณไม่ใช่ปีศาจ
แต่ก็ไม่ได้บอกว่าทักษิณเป็นคนธรรมดาที่มีความสามารถมากเป็นพิเศษ
ผมพูดชัดเจนว่าทักษิณหมดความชอบธรรม
แต่คุณพยายามปฏิเสธเพื่อจะให้สรุปว่าสังคมมีทางเลือก 2 ข้อเท่านั้นคือ
หนึ่ง ทักษิณเป็นปีศาจ สอง ทักษิณเป็นเทวดา

"ขบวนการสนธิ" พยายามทำให้คนสรุปอย่างนั้น
 คนที่พูดอย่างผมว่าทักษิณไม่ได้เป็นปีศาจ
แต่เป็นนายกฯ ที่หมดความชอบธรรม-กลายเป็นเข้าข้างทักษิณไป


ทำไมผมต้องโต้แย้ง ทักษิณจะเป็นอะไรมันหนักกบาลผมตรงไหน
4. ที่ต้องโต้เพราะ "ขบวนการสนธิ" พยายามสรุปอย่างนี้เพื่อให้สังคมคิดว่ามีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ
หนึ่ง แพ้ทักษิณในการเลือกตั้ง สอง โค่นทักษิณก่อนการเลือกตั้งโดยใช้วิธีอะไรก็ได้เพราะมันเป็นปีศาจ


  5. คำว่าวิธีการใดๆ ฟังเลื่อนลอย พูดให้เจาะจงลงไปคือวิธีการนอกรัฐธรรมนูญ
ตอนแรกอ้างมาตรา 7 ตอนหลังพยายามไม่ให้มีการเลือกตั้ง
ยุให้ทหารหรืออำนาจนอกระบบมาจัดการทักษิณ ซึ่งเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการปฏิวัติรัฐประหาร


"ขบวนการสนธิ" (ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการข้างเคียงนักกฎหมายแนวร่วม) ประสบความสำเร็จไหม
ก็หน้าหงายมา 2 ครั้ง แล้วหยุดไหม คุณฟังเขาพูดในรายการเมื่อวันศุกร์หรือเปล่า
เขาแสดงท่าทีอย่างไรต่อพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง คุณหาเทปมาฟังแล้วตัดสินเอง

พันธมิตรฯ ประกอบด้วยขบวนการสนธิกับองค์กรภาคประชาชน - ซึ่งอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ไม่เห็นด้วยหลายเรื่องแต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าค้าน เพราะกลัวการแตกหัก จะเป็นผลเสียต่อขบวนการไล่ทักษิณทั้งหมด
สนธิขอว่าเขาไม่พูดในนามพันธมิตรฯ ขอพูดส่วนตัว เช่น เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์
แต่ภาพรวมก็ตกกับพันธมิตรฯ ซึ่งจำใจต้องทำตาปริบๆ ตามก้นสนธิ (แม้แต่จำลอง)
เพราะสนธิกุมความคิดของคนในม็อบ คนดูเอเอสทีวี คนอ่านผู้จัดการ
คนมาม็อบส่วนใหญ่สนธิไปทางไหนก็จะไปทางนั้น เหมือนเชื่อจำลองเมื่อตอน พ.ค. 35
นอกจากนี้สนธิยังกุมอุปกรณ์เครื่องมือทั้งหมด-และทุน

องค์กรภาคประชาชนพยายามบอกว่าทิ้งมวลชนไม่ได้
แต่ความจริงคือเดินตามหลังมวลชนที่ตามสนธิอีกทีหนึ่ง
ถ้าคุณพิภพ คุณสุริยะใส อาจารย์สมเกียรติ คุณสมศักดิ์ หรือกระทั่งมหาจำลองถอนตัว
คนส่วนใหญ่ก็ยังตามสนธิไปอยู่ดี-เหมือน พ.ค.35

  6. ผมก็ไม่ได้ยุให้แตกกัน แต่ที่ผมบอกว่า "เห็นไหมล่ะ  ข้าว่าแล้ว"
ก็เพื่อจะบอกว่าขบวนการสนธิหน้าหงายมา 2 ครั้งแล้ว ยังจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้อีกหรือ
ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วก็ยังหวังจะมี "อุบัติเหตุกติกา" อย่างนั้นหรือ


ตรงกันข้าม องค์กรภาคประชาชนต่างหากที่มีชัยชนะเป็นเนื้อเป็นหนัง
อย่างเช่นคดี กฟผ. ซึ่งก็มาจากการเดินตามระบอบ เห็นตรงนี้บ้างหรือเปล่า
สมควรไหมที่องค์กรภาคประชาชนจะแสดงบทบาทของตัวเองบ้าง แสดงจุดยืน
อะไรที่ล้ำเส้นเล่นไม่ถูกต้องก็ต้องต่อสู้-ต่อสู้กันภายในก็ได้ ไม่ต้องแถลงข่าว
ขณะที่สื่อ-นักวิชาการก็ควรปรับทิศทางให้ถูกต้อง เลิกตามก้นสนธิไปเสียทุกอย่าง

ศาลตัดสินจำคุก กกต.แล้วนี่ครับ ไม่ให้ประกันด้วย-อยากสงวนความเห็นบางอย่างอย่างที่ผมเคยเขียนไว้
แต่เมื่อเป็นคำตัดสินแล้วผมคงไม่เสี่ยง-กระนั้นในภาพรวมก็เป็นเรื่องดีที่จะได้ กกต. ใหม่ที่ทุกคนเชื่อถือว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม
แล้วจะยอมรับการเลือกตั้งหรือยังล่ะ จะสู้ต่อไปในวิถีตามรัฐธรรมนูญ สู้ให้ทักษิณเว้นวรรค
หรือแค่นั้นไม่พอ ต้องกระ***นกระหือรือหาวิธีการนอกรัฐธรรมนูญโค่นทักษิณก่อนวันที่ 24 ส.ค.อีก

 7. ผมอยากถามคุณทิ้งท้ายว่า ถ้าไม่มีสนธิ แล้วทักษิณขายหุ้น คุณคิดว่าจะมีม็อบไหม คุณจะออกมาม็อบไหม

8. และคำถามด้านกลับคือ 3 เดือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะหลังวันที่  25  เม.ย.
กระแสความรู้สึกของประชาชนทั่วไปต่อพันธมิตรฯ ภายใต้การนำของขบวนการสนธิ ดีขึ้นหรือแย่ลง


http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=26/Jul/2549&news_id=127722&cat_id=400




ถ้าได้อ่านเนื้อหาของคุณ"ใบตองแห้ง" ให้หมด ถึงจะไม่ละเอียดละออก็ตาม
ก็ยังมีจับได้ถึงเจตนาซ่อนเร้นหลังตัวอักษร ตัวหนังสือ....

1-8 ข้อที่ผมขีดเส้นใต้หรือเน้นให้เห็นนั้น
มีทั้งข้อเท็จจริงที่ปรากฎเป็นผลแล้ว
ทั้งที่ยังไม่เกิดเป็นผล แต่พยายามอนุมานให้เป็นอย่างนั้นอีก....

1. มีบทเรียนทางประวัติศาสตร์อยู่เรื่องหนึ่ง คือการชุมนุมขับไล่สุจินดา ที่นำโดยมหาจำลอง
ตอนชุมนุมอยู่ที่สนามหลวงมีหลายฝ่ายหลายองค์กรร่วมด้วย รวมทั้ง ครป. ซึ่งอาจารย์โคทม อารียา เป็นประธาน
เมื่อมหาจำลองนำพลเคลื่อนไปบนถนนราชดำเนิน อาจารย์โคทมไม่เห็นด้วย เพราะเล็งเห็นว่าจะเกิดการนองเลือด
แต่มหาไม่ฟัง มวลชนไม่ฟัง อาจารย์โคทมเลยถอยออกไปพร้อมกับนักวิชาการจำนวนหนึ่ง

ผลคือมีการนองเลือดจริงๆ อย่างที่อาจารย์โคทมคิด และก็โค่นสุจินดาได้จริงๆ อย่างที่มหาจำลองตั้งเป้า
....

ผมไม่ได้คิดว่าผู้นำขบวนการขับไล่คุณสุจินดาหรืออาจารย์โคทม
ถูกหรือผิด ทั้งก่อนหน้านั้นและเวลานี้ เป็นวิธีการต่อสู้ที่เลือกเดินของแต่ละคน แต่ละหมู่คณะ...

การนั่งประท้วงอย่าง"อหิงสา"ที่ประสบความสำเร็จของ"มหาตะมะคานธี" นั้นจะใช้สำเร็จกับคนเมาอำนาจอย่างสุจินดาหรือทักษิณได้อย่างไร
เวลานี้กลุ่ม"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" พยายามเคลื่อนไหวในแนวทางสันติ หลีกเลี่ยงการใช้กำลังรบมาแล้ว
หรือ กลุ่มอื่นๆ เช่น 3 ศาลสถิตยุติธรรม ก็ยังทนพฤติกรรมตะแบงว่าถูกต้องตาม กติกากู"ของทักษิณและ 3 กกต.(หนา) จนต้องใชอำนาจศาลพิจารณาจากสถานการณ์ไม่ปกติอย่างเมื่อวานนี้....


3. และมันเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานกว่า-ซึ่งอย่างน้อยก็น่าจะมีเวลาให้ตั้งสติให้คิดทัน
การต่อสู้ยาวนานด้านหนึ่งเป็นผลดี คือทำให้ไม่เกิดการนองเลือด
แต่ก็ก่อให้เกิดการเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงระบอบ
หลักการประชาธิปไตย-หรือแม้แต่หลักนิติรัฐ ที่ผมเพิ่งเห็นหลัดๆ


5. คำว่าวิธีการใดๆ ฟังเลื่อนลอย พูดให้เจาะจงลงไปคือวิธีการนอกรัฐธรรมนูญ
ตอนแรกอ้างมาตรา 7 ตอนหลังพยายามไม่ให้มีการเลือกตั้ง
ยุให้ทหารหรืออำนาจนอกระบบมาจัดการทักษิณ ซึ่งเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการปฏิวัติรัฐประหาร


  คุณ"ใบไม้แห้ง"มีทัศนะและวิธีคิดอย่างเดียวกับคุณทักษิณ แกนนำพรรคฯ และคนรักทักษิณ ที่พยายามบอกกับสังคมว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ"ไม่ยอมทำตามระบอบทักษิณ "กติกากู"ของทักษิณ นิติกรบริการ และ 3 กกต.(หนา) ซึ่งไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่แท้จริง.... Exclamation


  ผมยกตัวอย่างให้พิจารณาวิธีคิดและความคิดของคุณ"ใบไม้แห้ง" ให้เห็นบ้าง ใครอยากเห็นดีเห็นงามตามไปด้วย ก็แล้วแต่เถอะ ตามวิธีคิดและเจตนารมณ์ของแต่ละคน  จะนำมาเผยแพร่ ให้คนอื่นเห็นด้วย

ก็ขอให้คนอ่านใช้วิจารณญาณของตนและแนวทางของตนเลือกแล้วกัน........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2006, 11:19 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 26-07-2006, 11:52 »

อ้อ เรื่องอภิสิทธิ์ ความเห็นส่วนตัว ยังยืนตามเดิมที่เห็นว่า การตัดสินใจบอยคอต เป็นการตัดสินใจที่หนักแน่นและกล้าหาญมาก

ส่วนเรื่องแนวนโยบาย ดูพี่แกอุบๆ เอาไว้ อยากจะรู้เรื่องวิธีการดำเนินนโยบายเหมือนกัน แต่ยังไม่ออกมาซักที

ส่วนตัวสนับสนุนนโยบายด้านการศึกษาและสังคม ก่อนนโยบายเศรษฐกิจ เท่าที่ดูแนวที่แผลมๆ ออกมาต้องบอกว่า แนวคิดดี

แต่การนำไปปฏิบัติต้องมีรูปแบบที่ชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ ที่เสนอแนวทางภาพยังกว้างอยู่

แต่หลังจากมี พรฎ เลือกตั้ง คงจะได้เห็นนโยบายที่ชัดเจนกว่านี้ (จำได้ว่า องอาจเคยให้สัมภาษณ์ว่านโยบายชัดเจนและปฏิบัติได้)

ส่วนฝ่ายทักษิณนอกจาก ไม่เอามันแล้ว ยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายของมันมาตั้งแต่แรกด้วย

ส่วนเรื่องคนอื่นๆ ที่อยู่ในพรรค รุ่นใหม่ๆ แววดีๆ หลายคน พวกแก่ๆ ไปอยู่ฉากหลังเกือบหมด ยกเว้นเรื่องคดีความ

แต่ตัวเคลื่อนนโยบายจริงๆ จะเป็นสายอภิสิทธิ์ล้วนๆ ซึ่ง ถ้าถามว่า ใครจะขึ้นมาแทนอภิสิทธิ์ได้บ้าง

ต้องตอบเลยว่า ไม่มีเลย กล้าฟันธงแบบนี้ เพราะคนอื่นๆ ที่ยกมาว่าดีก็จริง แต่พรรษาทางการเมืองยังไม่แกร่งมากพอ

ขืนขึ้นมาแทน มีหวังได้โดนฝั่งตรงข้าม กระทืบตายก่อนจะได้เข้าสภา
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 26-07-2006, 12:42 »

สนธิลืมไปว่า ถ้าไม่ได้คนกลุ่มนี้ ม๊อบจะไม่เข้มแข็งเท่านี้

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชนก็รู้ว่า ถ้าไม่มีสนธิ ไม่มีสื่อ กำลังจะส่งไปได้ไม่มาก

ตอนนี้ที่ลำบากคือ ไม่มีใครปรามสนธิเอาซะเลย

ส่วนภาคประชาชน หลังจากจบภาระกิจนี้แล้ว จะยังคงความเป็นตัวตนเดิมอยู่ได้หรือเปล่า


ผมเห็นเช่นเดียวกัน ผมไม่ได้ไปม็อบเพราะสนธิ เช่นเดียวกับทุกๆคน คุณป้า คุณน้า คุณอา อาม่า อาแปะ แต่ไปเพราะมองไม่เห็นทางไหนอีกแล้ว หากอยู่เฉยๆกับบ้าน คงไม่เกิดอะไรขึ้นมา

ทักษิณนั้น ไม่ใช่ "นักอุดมคติ" idealist แต่เป็น "นักปฏิบัติ" pragmatist แต่เป็นนักปฏิบัติที่ชั่วร้าย คือ ขยันสุดๆ(ออกรายการนารกตอแหลประชาชนได้ไม่เบื่อ) แต่ขยันแต่เรื่องชั่วๆ และใช้ทุกรูปแบบ ไม่ยึดติดกับตำรา ดังนั้นการโค่นทักษิณจะต้องใช้นักปฏิบัติ ไม่ใช่นักอุดมคติ

สนธิ หรือแม้แต่เอกยุทธ อัญชันบุตร ที่บางคนตั้งข้อรังเกียจก็ตาม ควรได้รับเครดิตตรงที่เป็นคนเอาเรื่องโกงๆ ยากๆ ซับซ้อน มาอธิบายในรูปลักษณ์ที่ง่าย ทำให้คนกลุ่มใหญ่และกว้างขึ้นเข้าใจได้ง่ายขึ้น แทนที่จะจำกัดวงอยู่แค่บรรดาผู้มีความรู้สูงส่งกับภาษาหรูๆ โน่นก็ไม่ได้นั่นก็ไม่ได้ นั่นก็ผิดหลัก เรื่องมาก จุกจิก อีกอย่างการที่เคยเป็นคนสีเทาๆ การตีแผ่เรื่องชั่วๆจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เปรียบเหมือนเอาอดีตผู้ร้ายมาช่วยวิเคราะห์เบาะแสและเล่ห์กลเพื่อตามจับผู้ร้าย



แต่วิธีการของนักเขียน ๑๐ สตางค์ เช่น ใบตองแห้ง บอกได้คำเดียวว่า ไม่ใช่การ "ปราม" แน่นอน แต่มาในลักษณะฉวยโอกาส ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับทักษิณ



ย้อนกลับมาที่กระทู้เกี่ยวกับอภิสิทธิ์ ผมเห็นด้วยว่า อภิสิทธิ์ถูกปรามาสเกินไป แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีหมายเหตุว่า อย่าคาดหวังอะไรมากนักจากอภิสิทธิ์ เพราะปัญหาที่ทักษิณก่อไว้ เป็นระดับร้ายแรงทั้งสิ้น อภิสิทธิ์จะเผชิญกับความยากลำบากจากวิกฤตที่ทักษิณก่อไว้แน่นอน และประชาชนจะแบมือขออย่างเดียว เพราะชินไปแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-07-2006, 12:51 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #56 เมื่อ: 26-07-2006, 17:55 »

อ้อ เรื่องอภิสิทธิ์ ความเห็นส่วนตัว ยังยืนตามเดิมที่เห็นว่า การตัดสินใจบอยคอต เป็นการตัดสินใจที่หนักแน่นและกล้าหาญมาก

ส่วนเรื่องแนวนโยบาย ดูพี่แกอุบๆ เอาไว้ อยากจะรู้เรื่องวิธีการดำเนินนโยบายเหมือนกัน แต่ยังไม่ออกมาซักที

ส่วนตัวสนับสนุนนโยบายด้านการศึกษาและสังคม ก่อนนโยบายเศรษฐกิจ เท่าที่ดูแนวที่แผลมๆ ออกมาต้องบอกว่า แนวคิดดี

แต่การนำไปปฏิบัติต้องมีรูปแบบที่ชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ ที่เสนอแนวทางภาพยังกว้างอยู่

แต่หลังจากมี พรฎ เลือกตั้ง คงจะได้เห็นนโยบายที่ชัดเจนกว่านี้ (จำได้ว่า องอาจเคยให้สัมภาษณ์ว่านโยบายชัดเจนและปฏิบัติได้)

ส่วนฝ่ายทักษิณนอกจาก ไม่เอามันแล้ว ยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายของมันมาตั้งแต่แรกด้วย

ส่วนเรื่องคนอื่นๆ ที่อยู่ในพรรค รุ่นใหม่ๆ แววดีๆ หลายคน พวกแก่ๆ ไปอยู่ฉากหลังเกือบหมด ยกเว้นเรื่องคดีความ

แต่ตัวเคลื่อนนโยบายจริงๆ จะเป็นสายอภิสิทธิ์ล้วนๆ ซึ่ง ถ้าถามว่า ใครจะขึ้นมาแทนอภิสิทธิ์ได้บ้าง

ต้องตอบเลยว่า ไม่มีเลย กล้าฟันธงแบบนี้ เพราะคนอื่นๆ ที่ยกมาว่าดีก็จริง แต่พรรษาทางการเมืองยังไม่แกร่งมากพอ

ขืนขึ้นมาแทน มีหวังได้โดนฝั่งตรงข้าม กระทืบตายก่อนจะได้เข้าสภา



อ้อ เรื่องอภิสิทธิ์ ความเห็นส่วนตัว ยังยืนตามเดิมที่เห็นว่า การตัดสินใจบอยคอต เป็นการตัดสินใจที่หนักแน่นและกล้าหาญมาก


วันนั้น คุณอภิสิทธิ( ต้องระวังคุณบรรหาและคุณสนั่น จะแย่งซีน เหมือนกัน..... Exclamation


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #57 เมื่อ: 26-07-2006, 18:42 »

ผมเบื่อพวกคอลัมนิสต์ ที่เอาแต่ทฤษฎี แล้วด่านักปฏิบัติ

ถึงแม้ว่าคนปฎิบัติจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ก็ควรมีทั้งติ และ ให้กำลังใจ ไม่ใช่เอาแต่ด่า

แบบนี้มันเหมือนมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ

ถ้าลำพัง เอาแต่รอคอลัมนิสม์ด่าผ่านหนังสือพิมพ์ สิบชาติก็ไล่ใครไม่ได้

เรื่องบางเรื่อง หากชักช้า ถึงเวลา มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

ถึงแม้การเรียกร้องนายกพระราชทาน จากทั้งฝ่าย สนธิ และ ปชป จะมีข้อเสีย

แต่ก็มีส่วนกระตุ้น ให้ได้ ศาล มาช่วย

หากไม่มีดำริจากในหลวง ศาล ก็ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่กล้าเข้ามายุ่ง

และหากฝ่ายค้านไม่บอยตอต ก็ไม่เห็นว่า ระบอบทักษิน มันชักใย กกต อย่างเด่นชัด

หากเดินเกมนิ่มๆนุ่มๆ ไม่ทันได้กินทักษินมันหรอก

วิธีการมันมากมาย ไม่หว่านล้อมด้วยผลประโยชน์ ก็อุ้มฆ่าไปเลย แบบ สมชาย ชิ้ปปิ้งหมู

ทักษินมันเลือก วิธีการนักหรือ ดู วิธีการของมันแต่ละอย่าง ปราบยาเสพติด ปัญหาภาคใต้ นโยบายบายหาเสียง

คนอย่างทักษิน จะไปใช้วิธีการนิ่มๆกับมันเนี่ยนะ ไม่มีทางได้ผล มีแต่จะโดนมันรังแกหนัก

ถึงตอนนั้นกว่าจะได้ชัยชนะ โน่นครับ รอทักษินมันตายก่อน

ไปรอปราบระบอบทักษิน สมัย พานทองแท้เป็นนายกรัฐมนตรีโน่น อาจจะโง่ และใจดำน้อยกว่าบิดาเขาหน่อย
บันทึกการเข้า

Ang`sumaLin
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 139


Ars Longa Vita Brevis


เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 26-07-2006, 18:53 »

ไม่รู้อ่ะ แต่ชอบ เพราะหล่อ

นักการเมืองดีเลวดูยาก เลือกหล่อนี่ล่ะ

ยังไงดูทีวีก็ชื่นใจ ไม่ใช่วันๆเจอแต่ 4 เหลี่ยม ใน 4 เหลี่ยม

ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสื่อดูแคลนเท็จจริงแค่ไหน

หรือแค่ข่าวโปรโมท ที่พยายามตอกย้ำ จนกลายเป็นยัดเยียดให้ประชาชนคิด

แล้วมันคือฝีมือของใคร

แต่คงได้ผลในระยะสั้นๆ คนส่วนมากชอบสมองสั้นๆ ชอบให้คนคิดคิดแทน

แล้วสรุปให้

บารมีผู้นำต้องประกอบไปด้วย ลงพุง หัวล้าน อายุเกิน 55 ร่ำรวย มีสมุนล้อมหน้าล้อมหลังฯลฯ หรือปล่าว

ดิฉันไม่ห่วงบารมีผู้นำของใครหรอก ถ้าเค้าไม่ใช่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อขึ้นมาเป็นนายกฯที่มีอำนาจเด็ดขาดอยู่เพียงคนเดียว




บันทึกการเข้า

http://www.geocities.com/art_leklek
http://spaces.msn.com/art-leklek/PersonalSpace.aspx?_c02_owner=1
................................................
เมื่อผงซักฟอกสกปรก...จะซักผ้าไปเพื่ออะไรกัน...
โครตเกลียดเองเลย..Taksin
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #59 เมื่อ: 26-07-2006, 19:14 »

สนธิลืมไปว่า ถ้าไม่ได้คนกลุ่มนี้ ม๊อบจะไม่เข้มแข็งเท่านี้

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชนก็รู้ว่า ถ้าไม่มีสนธิ ไม่มีสื่อ กำลังจะส่งไปได้ไม่มาก

ตอนนี้ที่ลำบากคือ ไม่มีใครปรามสนธิเอาซะเลย

ส่วนภาคประชาชน หลังจากจบภาระกิจนี้แล้ว จะยังคงความเป็นตัวตนเดิมอยู่ได้หรือเปล่า


ผมเห็นเช่นเดียวกัน ผมไม่ได้ไปม็อบเพราะสนธิ เช่นเดียวกับทุกๆคน คุณป้า คุณน้า คุณอา อาม่า อาแปะ แต่ไปเพราะมองไม่เห็นทางไหนอีกแล้ว หากอยู่เฉยๆกับบ้าน คงไม่เกิดอะไรขึ้นมา

ทักษิณนั้น ไม่ใช่ "นักอุดมคติ" idealist แต่เป็น "นักปฏิบัติ" pragmatist แต่เป็นนักปฏิบัติที่ชั่วร้าย คือ ขยันสุดๆ(ออกรายการนารกตอแหลประชาชนได้ไม่เบื่อ) แต่ขยันแต่เรื่องชั่วๆ และใช้ทุกรูปแบบ ไม่ยึดติดกับตำรา ดังนั้นการโค่นทักษิณจะต้องใช้นักปฏิบัติ ไม่ใช่นักอุดมคติ

สนธิ หรือแม้แต่เอกยุทธ อัญชันบุตร ที่บางคนตั้งข้อรังเกียจก็ตาม ควรได้รับเครดิตตรงที่เป็นคนเอาเรื่องโกงๆ ยากๆ ซับซ้อน มาอธิบายในรูปลักษณ์ที่ง่าย ทำให้คนกลุ่มใหญ่และกว้างขึ้นเข้าใจได้ง่ายขึ้น แทนที่จะจำกัดวงอยู่แค่บรรดาผู้มีความรู้สูงส่งกับภาษาหรูๆ โน่นก็ไม่ได้นั่นก็ไม่ได้ นั่นก็ผิดหลัก เรื่องมาก จุกจิก อีกอย่างการที่เคยเป็นคนสีเทาๆ การตีแผ่เรื่องชั่วๆจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เปรียบเหมือนเอาอดีตผู้ร้ายมาช่วยวิเคราะห์เบาะแสและเล่ห์กลเพื่อตามจับผู้ร้าย

แต่วิธีการของนักเขียน ๑๐ สตางค์ เช่น ใบตองแห้ง บอกได้คำเดียวว่า ไม่ใช่การ "ปราม" แน่นอน แต่มาในลักษณะฉวยโอกาส ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับทักษิณ

ย้อนกลับมาที่กระทู้เกี่ยวกับอภิสิทธิ์ ผมเห็นด้วยว่า อภิสิทธิ์ถูกปรามาสเกินไป แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีหมายเหตุว่า อย่าคาดหวังอะไรมากนักจากอภิสิทธิ์ เพราะปัญหาที่ทักษิณก่อไว้ เป็นระดับร้ายแรงทั้งสิ้น อภิสิทธิ์จะเผชิญกับความยากลำบากจากวิกฤตที่ทักษิณก่อไว้แน่นอน และประชาชนจะแบมือขออย่างเดียว เพราะชินไปแล้ว


ขอบคุณ คุณ ThaiTruth มากครับ สำหรับ ความเห็นนี้

มันกลั่นกรอง ความรู้สึกของหลายๆ คนออกมาบรรยายได้เห็นภาพอย่างยิ่งครับ

กระทู้คุณอภิสิทธ์  แต่ผมได้ความรู้สึก และ ความรู้ ที่มากกว่าอภิสิทธิ ดีตรงนั้น ไม่ดีตรงนี้ หลายเท่าครับ

ขอบคุณจริงๆ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 26-07-2006, 19:27 »

พอจะเข้าใจนะ... เรื่องที่ว่าทำไมปชป.ถึงกั๊กการออกนโยบายไว้ถึงวินาทีสุดท้าย...

นอกจากประเด็นสัพเพเหระแล้ว (เช่นต้องลงไปหาปชช.จริงๆ ระยะเวลาการร่าง และอื่นๆ)

คงกลัวถูกชิงนโยบายไปอย่างหน้าด้านๆด้วย (พรรคไหนคงรู้กัน)

คิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นหรือ?

จำได้มั้ย ตอนจะยื่นให้เซ็นสัตยาบรรณ เหลี่ยมเอาอะไรออกมา (สัญญาประชา...ประชาอะไรนะ?)

พอมีเรื่องเยอะๆ ใช้วิธีเงียบ แล้วพูดทีก็พูดแค่สั้นๆ (คล้ายใครหว่า?)

ยังยืนยัน ว่าในบรรดาตัวเลือกทั้งหมดตอนนี้ ปชป.ซึ่งนำโดยอภิสิทธิ์ เหมาะที่สุดแล้ว...
บันทึกการเข้า

แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 26-07-2006, 19:35 »

ไม่รู้อ่ะ แต่ชอบ เพราะหล่อ

นักการเมืองดีเลวดูยาก เลือกหล่อนี่ล่ะ

ยังไงดูทีวีก็ชื่นใจ ไม่ใช่วันๆเจอแต่ 4 เหลี่ยม ใน 4 เหลี่ยม

ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสื่อดูแคลนเท็จจริงแค่ไหน

หรือแค่ข่าวโปรโมท ที่พยายามตอกย้ำ จนกลายเป็นยัดเยียดให้ประชาชนคิด

แล้วมันคือฝีมือของใคร

แต่คงได้ผลในระยะสั้นๆ คนส่วนมากชอบสมองสั้นๆ ชอบให้คนคิดคิดแทน

แล้วสรุปให้

บารมีผู้นำต้องประกอบไปด้วย ลงพุง หัวล้าน อายุเกิน 55 ร่ำรวย มีสมุนล้อมหน้าล้อมหลังฯลฯ หรือปล่าว

ดิฉันไม่ห่วงบารมีผู้นำของใครหรอก ถ้าเค้าไม่ใช่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อขึ้นมาเป็นนายกฯที่มีอำนาจเด็ดขาดอยู่เพียงคนเดียว




จามาบอกว่า นอกจากหล่อแล้ว ตอนนี้ความหนักแน่นเยือกเย็นที่ปรากฏ ทำให้รัศมีความเป็นผู้นำเริ่มจับมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย  Mr. Green Mr. Green
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
albatross
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #62 เมื่อ: 26-07-2006, 20:11 »

 ใครจะมีบารมีหรือไม่ ตอนนี้คงไม่สำคํญเท่ากับการไม่เป็นคน ชั่ว โง่ แล้วก็บ้า เท่ากับคนที่ไปพูดหาเสียงที่ชลบุรี(วันที่ฝนตกหนัก-๑๐มีนาปีนี้)-เขาโกหกว่าเขาไม่ชั่ว ไม่โง่ ไม่บ้า ใครเชื่อบ้างครับ? ยกมือ  คนมีเงินหลายหมื่่นล้าน ถ้าไม่ชั่ว ไม่โง่ หรือไม่บ้า อย่างใดอย่างหนึ่งหรือโทษสมบัติทั้งหมดรวมกัน +สุดๆเข้าไปด้วย จะออกมาทำตัวให้คนครึ่งประเทศอยากจะฆ่าทิ้งอย่างนี้หรือ? คนไทยมีความอดทนสูงกว่าชาติอื่นอีกหลายชาติ ถัาเป็นอินเดีย อเมริกาหรือสวีเดน ก็คงจะตายไปแล้วไม่ทันรู้ตัวที่โน่นเขาชอบฆ่าผู้นำประเทศที่ไม่ถูกใจ
บันทึกการเข้า
999
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,022



« ตอบ #63 เมื่อ: 26-07-2006, 20:56 »



จริงแล้วระดับผู้นำประเทศ นโยบาย ทีมงานสำคัญกว่าตัวบุคคล แต่ถ้าจะให้มองตัวบุคคลก็เห็นข้อดีดังนี้เป็นอย่างน้อยครับ

1 ยังหนุ่ม สด หล่อ และไม่มีแผล
2 การพูดการจายังมีจุดยืนมั่นคงไม่เลื่อนไหล จนรู้สึกว่ากะล่อนแบบทักษิณหรือนักการเมืองคนอื่นๆที่ปากไม่ดีเช่นสมัคร ฯลฯ
3 การศึกษา อยู่ในระดับใช้ได้ ภาษาสื่อสารได้
4 การวางตัวในพรรคประชาธิปัตย์ที่เน้นเสียงส่วนใหญ่ ทำได้ดี จึงมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคได้ในที่สุด
5 อภิสิทธิ์ยอมรับการวิพากวิจารณ์แสดงว่ายังไม่เสียคน
6 มีการปรับตัวดีพอสมควร
7 การบอยคอต ตัดสินใจได้ดีจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองดังที่เราท่านทราบกันอยู่
8 เชื่อว่าสามารถทำงานเข้ากับทุกฝ่ายในบ้านเมืองได้ ไม่มีบุคคลิกภาพที่ก้าวร้าว สามารถสร้างความสมานแนท์ในบ้านเมืองได้
9 ยังไม่มีประวัติข้อผิดพลาดในการทำงานที่ร้ายแรงอะไร


บารมีที่สำคัญก่อนการก้าวขึ้นเป็นผู้นำคือ รากฐานในการได้รับอบรมบ่มนิสัยมาแต่วัยเด็ก การเห็นคุณค่าของคุณธรรมต่างๆและการมุ่งมั่น อย่างไรก็ตามอภิสิทธิ์มีจุดที่ต้องปรับปรุง
เช่น ต้องไม่คิดอะไรใจแคบ หรือ ต้องมีลักษณะเป็นนักปฏิบัติ และสมบุกสมบันในการแก้ปัญหาภาคปฏิบัติด้วย ต้องรู้จักเปิดโอกาสให้คนเก่งได้แสดงความสามารถแม้จะไม่ใช่คนที่ตนเองสั่งได้ และต้องสามารถสร้างทัศนคติในด้านต่างๆที่ถูกต้องให้กลุ่มหรือพรรค ต้องมีความมั่นใจลึกๆสุขุมคัมภีรภาพมากกว่าที่เป็นอยู่และต้องให้เป็นคุณสมบัติของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เข้าใจและพูดออกมาเท่านั้น
บันทึกการเข้า

นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #64 เมื่อ: 26-07-2006, 22:36 »

วิ่งเล่น ค่า วิ่งเล่น
กระทู้นี้ สาระเยอะ ไป เด่ะ เด่ะ เครี๊ยดดดดด
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #65 เมื่อ: 26-07-2006, 22:46 »

ผมว่า คุณมาร์ค นิ่งๆ เนิบๆ น่ะดีแล้ว

เพราะอย่างน้อยเดี๋ยวก็มีการแก้รัฐธรรมนูญ

เสร็จก็เรียกร้องให้ เลือกตั้งใหม่อีก


ออกมายืนกล้างแจ้ง เด่นไป เดี๋ยวก็ร่วงก่อนสุก

เอาไว้ ให้เหลี่ยมถูกถอนราก ตามด้วย พันธมิตร แตก ( สนธิ กับพวก ก็วงกำลังแตก)


มาด้วยกติกาฉบับแก้ไขใหม่ พ้นช่วงสงครามตะวันออกกลาง สหรัฐจัดระเบียบน้ำมันเสร็จ

ถึงตอนนั้น ก็ยังเป็นนายกที่ อายุน้อย แถมพรรษาการเมืองแก่กล้าอีกต่างหาก

ผมว่า เว้นวรรคให้ คุณอภิรักษ เป็นสักสมัย ก็ยังได้นะ

ส่วนช่วงหลังยุคเหลี่ยมนี่ ให้น้าเติ้งมา สลายขั้วการเมืองก่อนไม่ดีเหรอ

อยากเห็นชูวิทย์เป็นรัฐมนตรีศึกษา ควบวัฒนธรรมใจจะขาด
บันทึกการเข้า

morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #66 เมื่อ: 26-07-2006, 22:54 »

อ้างถึง
อยากเห็นชูวิทย์เป็นรัฐมนตรีศึกษา ควบวัฒนธรรมใจจะขาด

ให้คนอื่นเป็นเหอะนะตำแหน่งเนี้ย...ไม่ใช่แกไม่เก่งนะ แต่..อืมมมม

แกเหมาะสุดเวลาทำงานกับตำรวจ...(ความรู้เรื่องวงการตำรวจแน่นดี)

ตอนนี้มองยาก ว่าสมัยหน้าใครจะได้เป็นนายกฯ..ถึง ทรท จะได้เสียงข้างมากก็ตาม เพราะภายในของเขาก็ป่วนไม่น้อย
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 26-07-2006, 23:22 »


อ้างถึง
อยากเห็นชูวิทย์เป็นรัฐมนตรีศึกษา ควบวัฒนธรรมใจจะขาด

โอ๊ยๆๆๆๆๆๆ โคตรเจ็บปวด  Mr. Green ท่าทางบ้านเมืองเราจะหรรษาขึ้นอีกเยอะ...

บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #68 เมื่อ: 27-07-2006, 00:37 »

ว่ายทวนน้ำ โดย ใบตองแห้ง ไทยโพสต์ 24 กรกฎาคม 2549

ป่านนี้คุณคงทราบแล้วว่ามีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง หมายความว่าการไล่ทั่นผู้นำจะต้องเดินไปตามระบอบ

อยากสรุปอีกครั้งว่า ขบวนการไล่ทักษิณ ที่จริงมี 2 ปีกใหญ่ๆ ทั้งในด้านของแนวความคิดและตัวบุคคล

ขบวนแรก องค์กรภาคประชาชน สมาพันธ์แรงงาน นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน สื่อบางส่วนรวมทั้งไทยโพสต์
ได้วิพากษ์วิจารณ์ทั่นผู้นำมาตลอดตั้งแต่คดีซุกหุ้น ทุบม็อบท่อก๊าซ ฆ่าตัดตอน ปัญหาภาคใต้ ขาย กฟผ. กระทั่งกรณีซีทีเอ็กซ์ สาระสำคัญคือการใช้อำนาจละเมิดหลักการสิทธิเสรีภาพ แทรกแซงองค์กรอิสระ ทุจริตคอรัปชั่น มีผลประโยชน์ทับซ้อน
อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเอื้อตัวเองและพวกพ้อง ฯลฯ
ทั้งนี้ ในแง่นโยบายอาจแตกต่างหลากหลาย สมมติเช่นบางคนไม่เห็นด้วยกับนโยบายเศรษฐกิจเช่นการเปิด FTA
แต่บางคนเห็นว่าบางส่วนก็ถูกบางส่วนก็ผิด, บางคนไม่เห็นด้วยกับ 30 บาท, กองทุนหมู่บ้าน แต่บางคนก็เห็นว่ามีข้อดี
กระนั้น ในสาระสำคัญก็เห็นพ้องกันว่าทั่นหมดความชอบธรรมตั้งนานแล้ว

แต่ในปี  2548  ได้เกิดขบวนการอีกปีกหนึ่งขึ้น
 คือขบวนการถวายคืนพระราชอำนาจ ขอนายกฯ พระราชทานที่นำโดยสนธิ
(และมีการจุดเชื้อจากหนังสือพระราชอำนาจ ของประมวล รุจนเสรี ณ วังน้ำเย็น-
ต่างก็เป็นผู้เคยร่วมหัวจมท้ายกับทั่นผู้นำมาทั้งสิ้น)
ขบวนการนี้แม้จะมีการเปิดโปงคอรัปชั่นพอกล้อมแกล้ม
แต่สาระสำคัญของการปลุกระดม ไปอยู่ที่การตั้งข้อหาร้ายแรงกับทั่นผู้นำ
เช่น เกมจับผิดภาพวัดพระแก้ว การแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราช

ขบวนการถวายคืนพระราชอำนาจนี้ เกือบจะหมดลมไปแล้ว
เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมวงกว้าง
แม้แต่องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ หรือสื่อส่วนใหญ่ก็ไม่เอาด้วย
(ก็เถ้าแก่เปลวยังเคยเขียนว่าอย่าแปลงสถาบันเป็นอาวุธ)
การชุมนุมเมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่จริงจะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้าย
ถ้าทักษิณไม่ขายหุ้นเสียก่อน

เมื่อทักษิณขายหุ้น ก่อกระแสความโกรธแค้นในสังคม
เป็น "การบันดาลโทสะของชนชั้นกลาง" อย่างที่อาจารย์แก้วสรรเรียก
คนไม่มีที่ไป ต้องไหลเข้าไปร่วมกับม็อบสนธิ
องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ ก็โดดเข้าไปร่วมกับสนธิ
ก่อตั้งเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมา

ด้านหนึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะองค์กรภาคประชาชน NGO สมาพันธ์แรงงาน มีกำลังคนที่มีวินัย
สามารถควบคุมการชุมนุมไม่ให้บานปลาย ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ก่อความรุนแรง
แต่อีกด้านหนึ่ง องค์กรภาคประชาชนก็หลวมตัวเข้าไปอยู่ภายใต้การนำของสนธิ-อย่างเต็มเปา

แกนนำพันธมิตรอาจจะเถียงว่า  5 คนคุยกันอย่างประชาธิปไตย สนธิแค่ 1 เสียง
ใช่เลย แต่ถามว่าใครเป็นผู้นำทางความคิด ในเมื่อสนธิกุมสื่อคือเอเอสทีวี
ในเมื่อสนธิสามารถปลุกเร้าคนที่มาม็อบให้เดินตามตัวเองได้
หนำซ้ำ นักวิชาการทั้งขาประจำไม่ประจำ ส.ว.  สื่อส่วนใหญ่
คงจะด้วยความโกรธแค้น ต่างก็ตัดสินใจว่าต้องโค่นทักษิณ-ด้วยวิธีไหนก็ได้ ตามสนธิ

ขบวนการแรกที่ต่อสู้มาอย่างยืนหยัด ก็ถูกกลืนด้วยขบวนการหลัง
รวมหัวนัวเนียกันไปหมดทั้งนักวิชาการอนุรักษ์นิยม นักวิชาการผมยาว
สหภาพแรงงาน ผู้สูงศักดิ์ ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา NGO นายทุน
ต่างชูธง "กู้ชาติด้วยมาตรา 7"
พวกเสียงส่วนน้อยที่ยึดมั่นในแนวทางเดิม ถูกหาว่ายอมจำนน หน่อมแน้ม
หัวสี่เหลี่ยมยึดแต่ทฤษฎี แบบนี้เมื่อไหร่จะล้มทักษิณได้

กระทั่งคุณพี่พิภพ คุณน้องสุริยะใส ที่ยืนกรานมาตลอดว่าไม่เอา ม.7
ก็ยังถูกบีบจากคนในองค์กรภาคประชาชนด้วยกันเอง จนต้องกล้ำกลืนคำ

แล้วเป็นไงล่ะ ในหลวงทรงเดือดร้อนจนต้องมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 ก.ค.
ทรงชี้ให้แก้ไขปัญหากันด้วยแนวทางประชาธิปไตย "อย่ามั่ว"


ขนาดนั้นขบวนการเล่นนอกกติกาก็ยังไม่สำนึก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ต้องเลือกตั้งกันใหม่ (ด้วยเหตุผลอ่อนมากแต่พอกล้อมแกล้มรับได้)
ก็ยังมีความพยายามจะโค่นทักษิณก่อน ไม่ให้มีการเลือกตั้ง
โดยตั้งความหวังว่า จะมีการยุบพรรค ทรท. จะพึ่งพาผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
ทำให้ ครม.ลาออก แล้วเกิดช่องว่างให้ตั้ง "นายกฯ คนกลาง" (ไม่กล้าใช้คำว่านายกฯ พระราชทาน)
แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปการเมืองก่อน

ความพยายามนี้ยังประกอบด้วยการยุยงส่งเสริมให้ศาลยุติธรรมใช้อำนาจพิเศษจัดการกับ กกต. ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด
ในหลวงทรงชี้ให้ใช้อำนาจตุลาการแก้ปัญหาก็จริง แต่อำนาจตุลาการต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงตามหลักกฎหมาย
ไม่ใช่ทำตามกระแสสังคม จนละเมิดหลักการเสียเอง (อย่างเช่นที่มีการยุให้ศาลไม่ให้ประกัน ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ
ตามรัฐธรรมนูญ)
ศาลมีอำนาจหน้าที่ตัดสินว่า กกต.ทำผิดหรือไม่ แต่การเรียกร้องให้ กกต.ลาออก เป็นเรื่องของภาคประชาชน
ของการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของข้าราชการตุลาการ

ในความพยายามเหล่านี้ ยังมีการปลุกกระแสสุดโต่ง เช่น ปฏิญญาฟินแลนด์
หรือกล่าวอ้างว่าจ้วงจาบหยาบช้า กระทั่งพูดคำว่า "ประชาธิปไตย" ก็ผิด
เพราะไม่ได้ใส่ว่าประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ใช้คำว่า "ประเทศไทย" ก็ผิด เพราะไม่ได้ใช้คำว่าราชอาณาจักรไทย

มันเป็นความพยายามสร้างภาพให้ทักษิณเป็น "ปีศาจ" เพราะกลัวว่าคนจะไม่เกลียดชังพอ
เป็นการวาดรูปทักษิณติดฝาห้องน้ำ เติมหางเติมเขาเติมหนวดเติมเครา พร้อมเขียนด่า "ไอ้หน้า-"
เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโค่นล้มนอกระบอบ

พอดีกับทั่นปากพล่อย  หลุดคำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ก็เป็นประเด็นให้ขยายใหญ่โต
ถึงขั้นยุให้ทหารออกมาจัดการทักษิณ ยุให้ม้าเตะจ๊อกกี้
จากเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นเรียกร้องรัฐประหาร

แล้วเป็นไงล่ะ ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง
พร้อมทรงมีพระราชดำรัสว่าอยากให้บ้านเมืองสงบ มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

หงายหลังไหม พวกที่อยากให้มีปฏิวัติรัฐประหาร หรืออยากให้มีนายกฯ คนกลาง
คงอยากไปโดดแม่น้ำเจ้าพระยาเสียให้รู้แล้วรู้แรด

สองครั้งสองคราแล้วที่ขบวนการนอกกติกา ขบวนการปลุกปีศาจ ขบวนการพระราชอำนาจต้องหน้าหงาย
พอได้หรือยัง กับการให้ขบวนการนี้มาครอบงำขบวนการต่อสู้ของประชาชน
ตั้งต้นกันใหม่ และกล้าๆ หน่อย มั่นใจในตัวเอง มั่นใจในพลังประชาชน
ไม่ใช่เดินตามก้นเขาไปเพราะกลัวตกขบวน

ดีไม่ดีจะตกเหวด้วย เพราะทรงให้สู้กันในกติกา ก็ยังไม่วายตั้งความหวังว่าจะมีอุบัติเหตุกติกา

ผมรู้ว่าที่ผ่านมา พันธมิตรในปีกขององค์กรภาคประชาชน
ไม่ได้เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของปีกสนธิและขบวนการอนุรักษ์นิยม
คุณพิภพ คุณสุริยะใส ไม่เคยพูดเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์
ไม่เคยเรียกร้องให้ทหารหรืออำนาจนอกระบบมาจัดการกับทักษิณ
แต่เงียบ เพราะกลัวว่าพูดแสดงความเห็นขัดแย้งกันแล้วขบวนจะแตก
กลัวจะโค่นทักษิณไม่สำเร็จ ไม่กล้าแสดงจุดยืนของตัวเอง
จนท้ายที่สุดพันธมิตรฯ ก็จมหายไป กลายเป็นผู้ตามสนธิ
ในสายตาประชาชนข้างนอก ก็เชื่อว่าสิ่งที่สนธิพูดคือพันธมิตรฯ พูด องค์กรภาคประชาชนพูด
กระแสที่นำคือกระแสปลุกปั่นโดยสนธิ ปราโมทย์ ชัยอนันต์ โสภณ มีชัย สภาทนายความ
หรือนักวิชาการสุดโต่งบางราย
แต่กระแสที่แท้จริง การต่อต้านทักษิณผู้ไม่ชอบธรรม
(แต่ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่ไอ้หน้า-) อย่างเป็นจริง กลับถูกกลบอยู่ข้างใต้





ผมจะตอบคคห.นี้ แต่เห็นคุณ snowflake ใช้วิธีคัดลอก"ใบตองแห้ง"
วันที่ต่างๆ อีกหลายวันที่ ทำให้ผมไม่มีปัญญาตอบได้  ขอตามอย่างคุณ"คนในวงการ"ดังนี้ดีกว่า


quote author=คนในวงการ link=topic=4577.msg63060#msg63060 date=1153778091]
ผมมาตอบว่า ผมมาอ่านข้อคิดเห็นของคุณ snowflake แล้ว
[/quote]


นอกจากนี้ ก็ขอให้คนที่ขยันอ่านความคิดเห็นของ"ใบตองแห้ง" และอยากจะตอบ ตอบต่อไปเถอะครับ
ผมยอมแพ้แล้ว.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า







บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #69 เมื่อ: 27-07-2006, 01:50 »

Embarassed  มาบอกว่า ..........

เอ้ ขอลงชื่อเป็นฝ่ายไม่รักไม่เอ็นดูแม้ว...ด้วยคนคะคุณปุ  Very Happy

ตัว เอ้ ไมได้เชียร์ใคร..หรือ ชอบพรรคไหนเป็นพิเศษหรอกค่ะ

แต่.... รับไม่ได้กะสิ่งที่ แม้ว มันทำค่ะ 
Neutral
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-07-2006, 02:00 โดย see_you » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
stevie joke
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 93


« ตอบ #70 เมื่อ: 27-07-2006, 01:55 »

อภิสิทธิ์ก็ดีนะ แต่คงสู้คุณสนธิไม่ได้
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #71 เมื่อ: 27-07-2006, 01:59 »

เคยพูดถึงสนธิไปแล้ว่า มันเป็นอัตตาส่วนบุคคลจริงๆ

ในแง่นึงรู้สึกเห็นใจกลุ่ม NGOs ที่ไปร่วมหัวจมท้าย

สนธิลืมไปว่า ถ้าไม่ได้คนกลุ่มนี้ ม๊อบจะไม่เข้มแข็งเท่านี้

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชนก็รู้ว่า ถ้าไม่มีสนธิ ไม่มีสื่อ กำลังจะส่งไปได้ไม่มาก

ตอนนี้ที่ลำบากคือ ไม่มีใครปรามสนธิเอาซะเลย

ส่วนภาคประชาชน หลังจากจบภาระกิจนี้แล้ว จะยังคงความเป็นตัวตนเดิมอยู่ได้หรือเปล่า

เราเข้าใจสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของกลุ่ม NGOs ดี และอยากให้หนักแน่น

เคลื่อนไหวให้ระมัดระวังกว่านี้ ที่ผ่านมาเรื่องชุมนุมใหญ่แล้วปรับท่าทีก็ถือว่าทำได้ระดับหนึ่ง

ส่วนเรื่องเมืองไทยรายสัปดาห์ มันเป็นภาพที่ผูกโยงกันจนแยกไม่ออกจริงๆ

แต่กลุ่มคนที่ไปม๊อบ ไม่ได้โดนสนธิจูงจมูกหรอก อย่างน้อยมีเราคนนึง

เชื่อมั้ยว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยไปร่วมกับเมืองไทยฯ เลยซักครั้งเดียว

วันที่ไปอ่านแถลงการณ์ที่สถานทูต เดินแวะไปดู เพราะว่าใกล้ที่ทำงาน

กะจะไปดูเสื้อของพันธมิตร แต่ดันมีแต่สีเหลือง กะสีขาวก็เลยไม่ได้ซื้อ

แม้แต่เงินที่บริจาค ก็ไม่เคยให้กับสนธิซักกะบาท

เพราะหลักการของเรา ค่อนข้างจะรังเกียจวิธีการของเค้า

แม้ว่า บางเรื่องเค้าจะนำเสนอข้อมูลจริง (ปนไม่จริง) แต่ยังรังเกียจวิธีการของเค้า

หวังแต่ว่า ภาคประชาชน โดยเฉพาะอาจารย์พิภพ จะไม่เสียจุดยืนของตัวเอง

(เออ ใครมีเบอร์โทรมั้ยหว่า อยากคุยกับอาจารย์พิภพจัง)

ตอนนี้อยากให้พลังมันเคลื่อนไหวไปตามกรอบวิถีที่ควรจะเป็นดีกว่า

ถ้าจะตอบคำถามของเจ้าของบทความว่า ตอนที่ขายหุ้นไปรวมกับม๊อบสนธิมั้ย

ตอบว่า ไม่ได้ไป ตอนที่ไป ไปเมื่อกลายเป็นพันธมิตรไปแล้ว

ตอนนั้นวิถีส่วนตัวที่ทำ คือ ล่ารายชื่อ เซ็นไล่นายกฯ

เพราะเชื่อว่า นั่นคือ วิธีการที่ถูกต้อง

และยืนยันตรงนี้ว่า ตราบใดที่สนธิเคลื่อนไหวเดี่ยวๆ ก็จะไม่ไปร่วมสังฆกรรมด้วย

ขอบคุณที่ตอบนะจ๊ะ
ช่วยให้บอร์ดนี้พ้นข้อกล่าวหาว่ามีแต่ “สาวกสนธิ”
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #72 เมื่อ: 27-07-2006, 02:08 »

สู้กับทักษิณ ต้องเล่นนอกกติกาถึงจะชนะหรือคะ?
แล้วจะมีกติกาไปทำไม?
เอาไว้ใช้กับคนที่เคารพกติกาเท่านั้น?
ถ้าเขาไม่เคารพเราก็ไม่เคารพ
สมกันดี?

เวลานี้กรรมการโกงก็กำจัดไปแล้ว
หมดข้ออ้างไปหนึ่งอย่าง
ไว้แพ้อีก ค่อยหาข้อแก้ตัวใหม่ก็ไม่สาย
ตอนนี้รับคำท้ามาลงสนามเลือกตั้ง
เร็วๆ ไวๆ
ดูสิไทยรักไทยออก promotion แจกแหลก
ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เลิกคิดว่าสู้ยังไงก็แพ้
แบบทีมไทยไปบอลโลกซะที

ส่วนคุณสนธิ พอได้หรือยังกับการแอบอ้าง
ใช้สถาบันเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมแบ่งข้าง
ปล่อยให้พันธมิตรฯ ได้ใช้วิธีการประชาธิปไตย
เพื่อประชาธิปไตย (ให้สมชื่อหน่อย)
มาจัดการกับคนที่ย่ำยีประชาธิปไตย
โดยกดดันให้ทักษิณเว้นวรรคจะดีกว่า
อย่าให้ระคายเบื้องพระยุคลบาทมากไปกว่านี้เลย
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #73 เมื่อ: 27-07-2006, 02:16 »

ผมว่าเรื่องวิธีการ หรือแนวทางที่ทุกคนแสดงออกทางการเมือง
จะให้ดีต้องเป็นอิสระ

ใครจะกั๊ก ใครจะเปิด ใครจะปล่อยได้ทั้งนั้น
สิทธิของคุณไม่มีใครบังคับ

ผมรอดูว่าทรท ใครขึ้นมาเป็นแทนแม้วก่อนครับ
ถ้าดูแล้วไม่เหมาะนโยบายไม่ดี ยังประชานิยมส้นเท้าเหมือนเดิม ผมก็ไม่เลือก

แล้วค่อยหันไปดู ปชป ว่ามีนโยบายอะไร ถ้านโยบายเริ่มมีทิศทาง
ก็คงจะเลือกเพราะอยากเลือกให้ไปเก็บกวาดเหลี่ยมและพลพรรค ในส่วนที่เป็นการโกงกิน

ส่วนรอบหน้า ถ้าทรท ยังอยู่ค่อยเวียนกลับไปเลือก ทรท อีกที


ความจริง ถ้าปชป ชูประเด็น
เก็บล้างทักษิณ เช็คบิลชุดใหญ่นะ
คนที่ไม่เอาปชป ต้องหันมาเลือกอย่างมั่นใจแน่นอน
 Cool
บันทึกการเข้า
Coolly_Jade
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318


ฉันจะบิน บิน บิน สู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่


« ตอบ #74 เมื่อ: 27-07-2006, 07:01 »

ไม่ว่าฝ่ายไหน ผมยังไม่เห็นมีใครเล่นนอกกติกาให้เห็นเลยสักครั้ง(ชนิดที่ปรากฏต่อสื่อมวลชน)
จริงๆนะ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่า คนตีความหมายของคำว่า กติกา ไปทางไหนมากกว่า
ส่วนใหญ่ก็เพื่อยืนยันถึงหลักที่ตัวเองกระทำ ทักษิณที่ย้ำว่ากติกาก็ตีความหมายของกติกาให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง
ฝ่ายต่อต้านทักษิณ ก็ตีความกติกาไปตามหลักของตัวเอง
จะให้แน่นๆ ใครลองเปิดประเด็นกติกามาสักข้อ ดิ้นไม่ได้ผมให้ตบ
มันก็ไม่ต่างจากการตีความกฏหมายน่านแหละ
บันทึกการเข้า

ทักษิณาธิปไตย เสรีทางความคิด เผด็จการต่อการแสดงออก ใครเห็นด้วยเป็นคนดี ใครคัดค้านเป็นกุ๊ย
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 27-07-2006, 08:31 »



ขอบคุณที่ตอบนะจ๊ะ
ช่วยให้บอร์ดนี้พ้นข้อกล่าวหาว่ามีแต่ “สาวกสนธิ”



ผมมองไปมองมา ก็มีแต่ป้า fake กับพวกรับจ้างในรดน.เท่านั้นแหละครับ ที่ใช้คำว่า "สาวกสนธิ" คุณไปหูแว่วจากไหน Question

คุณถามว่า สู้กับทักษิณ ต้องเล่นนอกกติกาถึงชนะ คุณ fake ตอบได้สักข้อใหม่ว่า สนธิเล่นนอกกติกาข้อไหนหรือยัง Question แล้วก็แปลกนะครับ ทักษิณส่อเจตนาไปในทางละเมิดจาบจ้วงทุกครั้ง อยากทราบว่า แล้วคนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน จะชี้ประเด็นว่ามีความพยายามเช่นนั้นอยู่ไม่ได้เลยหรือครับ Question คุณ fake ได้ฟังที่แม่ทัพภาค ๓ พูดบ้างไหม Question

มัวแต่ใช้วิธีแบบนักเขียนนิยาย ๑๐ สตางค์ กับนักวิชาการมือสะอาดในกระดองอย่าง ศิโรตม์ คงจะมีวันนี้หรอกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-07-2006, 08:33 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #76 เมื่อ: 12-08-2006, 01:34 »

เป็นธรรมดาที่หนังสือพิมพ์ชอบเขียนข่าวแบบละคร..บางครั้งก็ยกย่องบิ๊กจิ๋ว บางครั้งก็ชื่นชมบรรหาร
บางครั้งก็แสดงความนับถือสมัคร...

แล้วใครเก่งจริงใครเก่งไม่จริง ใครจะไปรู้....ดูจากผลงาน คุณคิดว่าคนอย่างอภิสิทธิ์ ไม่มีความสามารถเชียวหรือ?

แต่ อย่าด่วนบอกว่าคน ๆ นี้ไม่มีกึ๋น..เขายังขาดเพียงประสพการณ์ และ คนสนับสนุน(ในพรรค)ที่มากพอ





แล้วอภิปราย ctx ใครคือพระเอกที่แท้จริง.. Question
การก้าวพลาดในกรณีนายกฯพระราชทานทำให้เขาเพลีี่ยงพล้ำ...
  Question


  คุณ sexysoulagency คิดว่าหลังจากนี้ ยังจะมีคนรักทักษิณตั้งคำถามอย่างนี้ หรือไม่ Question


แล้วอภิปราย ctx ใครคือพระเอกที่แท้จริง.. Question
ถ้าคนที่ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นักการเมือง ที่มีอำนาจบริหารกระทรวงคมนาคม แล้วจะมีความจดจำและแสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริหารการบินไทยระดับชาติได้เหรอ..... Exclamation


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2006, 01:37 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #77 เมื่อ: 12-08-2006, 01:47 »


ผมได้เรียนรู้ว่า....

คนไม่ชอบทักษิณหนึ่งกลุ่ม ได้บรรยายความไม่ดีของทักษิณเป็นนามธรรม ซึ่งคนต่อต้านทักษิณ จะต้องระมัดระวัง เมื่อนำความคิดเห็นนั้นไปผสมกับความคิดเห็นทั่วไป   จึงรู้ว่า ไม่ถูกต้องและยุติธรรม....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
มีคณา
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 463



« ตอบ #78 เมื่อ: 12-08-2006, 10:15 »

อ่านความเห็นในกระทู้นี้จนตาแฉะ ทำให้นึกย้อนไปถึงดีเบท ก่อน เมื่อครั้ง โทนี่ แบลร์ ขึ้นเป็นนายกอังกฤษ ทั้งเรื่อง

ไร้ประสบการณ์บริหารธุรกิจ บารมีผู้นำ วัยวุฒิฯลฯ

เปี๊ยบเลย ทุกวันนี้เห็นชัดว่าแบลร์ลบการดูแคลนเรื่องพวกนี้ได้หมด แต่มีเรื่องแย่กว่า (ในสายตาดิฉัน) มาแทน


สำหรับดิฉัน คิดว่า ให้โอกาสคุณอภิสิทธิ์ (เช่นที่ คุณชวน คุณบรรหาร คุณเชาวลิต คุณทักษิณ เคยได้รับ) และหวังว่าเขาจะทำได้ดี ถ้า ไม่ ก็........ กู๊ดบาย จบ
บันทึกการเข้า
ThailandReport
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,415


« ตอบ #79 เมื่อ: 12-08-2006, 11:07 »


กระทู้นี้ตั้งไว้เมื่อ...24-07-2006, 22:54

ผมคิดว่าสถานะการณ์ เปลี่ยนไป วันนี้  ปชป.ออก Ad ชูมารค์ออกมา

กระทู้นี้ไม่ควรตอบต่อเนื่อง...


ควรตั้งเป็นประเด็นใหม่ครับ
ความเดิมอาจทำให้ วิจารณญาณ เสียหายได้ครับ !!
บันทึกการเข้า

The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !!
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !
morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #80 เมื่อ: 12-08-2006, 15:23 »


ผมมองว่า ในการบริหารงานระดับองค์กรหรือประเทศ ต้องมีเอกภาพในการบริหารงานในระดับหนึ่ง..การบริหารจึงจะคล่องตัวและไม่ประสพปัญหาเหมือนยุคก่อน ๆ ..

เพียงแต่ในเอกภาพจะต้องมีอิสระให้คนได้คิดอภิปรายและตรวจสอบโดยไม่สั่นคลอนเอกภาพนั้นมากนัก..ซึ่งระบบรัฐสภาน่าจะตอบคำถามนี้ได้

คุณ อภิสิทธิ์รู้ระบบนี้ดี อาจจะมากกว่าใคร ๆ เพียงแต่เขาไม่เคยได้ขึ้นมาบริหารงานระดับชาติอย่างจริงจัง..ผมก็ยังไม่รู้ว่าคุณอภิสิทธิ์(กรณีที่ขึ้นมาเป็นนายกฯ)จะสามารถบริหารงานระดับประเทศได้ราบรื่นแค่ไหน..แต่หากเป็นรัฐบาลผสม..ผมว่าเหนื่อยแน่..
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: