ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
27-11-2020, 05:22
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กระฎุมพีหอคอย ถล่ม กระฎุมพีสุนัขรับใช้ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กระฎุมพีหอคอย ถล่ม กระฎุมพีสุนัขรับใช้  (อ่าน 1232 ครั้ง)
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« เมื่อ: 11-07-2006, 12:49 »

บทวิจารณ์ สุริยะไส (คัดลอกมาจากมติชนรายวัน)
กระฎุมพีภาคประชาชน

โดย สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



"สุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป. และผู้ประสานงาน พปป. (พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) สุดทนกลุ่มนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทั้งนิธิ เอียวศรีวงศ์, สมชาย ปรีชาศิลปกุล, อรรถจักร สัตยานุรักษ์ ที่มุ่งกล่าวโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อนว่าพวก พปป.ขอใช้มาตรา 7 ชอบอ้างอิงอำนาจพระมหากษัตริย์นั้นเป็นพวกกระฎุมพีมักง่าย แต่สุริยะใสขอโอกาสตอบโต้บ้างว่าพวกนักวิชาการเหล่านี้ล้วนไม่เคยเคลื่อนไหวร่วมทุกข์ร่วมสุข
กับประชาชนในสถานการณ์สู้รบกับใคร และก็ไม่เคยร่วมโค่นล้มเผด็จการเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับหมกมุ่นอยู่กับการเขียนหนังสือและบรรยายทฤษฎีเพ้อฝันแต่ในห้องสัมมนา คนพวกนี้ก็น่าจะได้ฉายาเช่นกันว่าเป็นพวกกระฎุมพีหอคอย"

(ชุมนุมคลื่นสังคมใหม่ เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 735 หน้า 32)

หนึ่งในบรรดาเหตุผลซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้ตอบโต้กับคำวิพากษ์วิจารณ์ในการชูธงมาตรา 7 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็คือ บรรดาผู้ที่ได้แสดงความเห็นคัดค้านนั้นเป็นบุคคลที่อยู่นอกวงการเคลื่อนไหวของขบวนการภาค
ประชาชนและอาจรวมถึงไม่เคยเข้าร่วมการต่อสู้ใดๆ จึงทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีความเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นต่อการใช้มาตรา 7 มาเป็นเครื่องมือในการขับไล่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

หรืออาจสรุปได้อย่างกระชับตามความเห็นของสุริยะใสก็ด้วยคำว่าบุคคลเหล่านี้เป็น "กระฎุมพีหอคอย"

เหตุผลเช่นนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง เพราะนับตั้งแต่เกิดข้อวิวาทะระหว่างการเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 7 ของพันธมิตร ในห้วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมาคำตอบส่วนหนึ่งที่ได้รับอยู่บ่อยครั้งจากบุคคล
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตร ก็คือ "คุณไม่รู้ความจริงหรอกว่ามีความกดดันอย่างไร" , "มีข้อมูลลึกๆ ที่เปิดเผยไม่ได้สำหรับการใช้มาตรา 7" , "ถ้าได้เข้าร่วมและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกกับมวลชนก็คงต้องตัดสินใจไปในทำนองเดียวกัน"

การให้เหตุผลในลักษณะนี้ดูจะสืบเนื่องต่อมาแม้กระทั่งปัจจุบัน ซึ่งในเวลาของการเคลื่อนไหวนั้น ผู้เขียนเข้าใจว่าหลายคนไม่อยาก "แขวะ" พันธมิตรในประเด็นนี้มากนัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

มาบัดนี้คงจำเป็นที่ต้องวิวาทะกันให้ชัดเจนกับการอ้างเหตุผลเพื่อปิดปากคนนอกดังที่ได้เกิดขึ้นมา

การขีดเส้นแบ่งระหว่างผู้ที่เข้าร่วม/ไม่ได้เข้าร่วม, คนนอก/คนใน ของขบวนการเคลื่อนไหวที่เรียกว่าภาคประชาชน ได้กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญต่อการบอกว่าใครมีสิทธิแสดงความคิดเห็นหรือตัดสินใจในประเด็นสำคัญ ซึ่งจำกัดเอาไว้เฉพาะคนที่เข้าร่วมและวงในเท่านั้น ส่วนไอ้พวกที่ไม่ได้เข้าร่วมและอยู่วงนอกหุบปากไว้เถอะจะดีกว่า

ด้วยความเป็นคนนอก ด้วยการเข้าไม่ถึงข้อมูล จึงทำให้คำวิจารณ์หรือการโต้แย้งของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 7 กลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อของนักวิชาการในห้องสัมมนา ตรงกันข้ามเฉพาะแต่ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก รู้ถึงข้อมูลที่ไม่อาจเปิดเผย ทำให้การตัดสินใจของบรรดาแกนนำทั้งหลายเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือและตรงกับความจริงที่สุด

ข้อสงสัยสำคัญของผู้เขียนมีอยู่ว่าเหตุผลแบบนี้แตกต่างอะไรไปจากที่นักการเมือง ขอย้ำอีกทีว่านักการเมืองชอบทำกัน

เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยนักวิชาการสิ่งที่ได้ยินบ่อยครั้งคือพวกนี้ดีแต่คัดค้านไม่เคย
ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเก็บตัวอยู่แต่ในห้องสมุด เมื่อนายกรัฐมนตรีตัดสินใจนโยบายหลายเรื่องก็ด้วยเหตุผลว่าผมรู้ดีที่สุด

ด้วยความรู้อันน้อยนิดและไม่มีประกาศนียบัตรรับรองการเข้าร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มวล
มหาประชาชนเฉกเช่นบรรดาแกนนำพันมิตร ผู้ห้าวหาญ แต่พอจะมีความเชื่อบางอย่างว่าการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ผ่านมามีจุดต่างจากนักการ
เมืองก็ตรงที่สามารถยืนยันและอธิบายเหตุผลการตัดสินใจต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจน

การลุกขึ้นยืนชี้แจงต่อสังคมได้ก็เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องของการใช้เหตุผลว่าสิ่งที่ตนเองกระทำ
ไปมีเหตุผลอะไรรองรับ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ขบวนการประชาชนเติบโต รวมทั้งก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ใช้ประณามนักการเมืองเพราะหลายครั้งเป็นเรื่องของการตัดสินใจ
แบบปิดห้องคุยกัน เมื่อเป็นการปิดห้องคุยกันแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าจะไม่มีบนโต๊ะใต้โต๊ะหรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัว ก็มนุษย์ธรรมดาด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่านักการเมืองหรือภาคประชาชนก็ตาม

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าความเห็นของผู้เขียนหรือนักวิชาการหรือแม้กระทั่งคนธรรมดา
คนอื่นจะเป็นสิ่งที่นอกเหนือการโต้แย้ง

เช่น ในทรรศนะของผู้เขียนเองเห็นว่าการใช้มาตรา 7 จะไม่ได้เป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่สังคมในระยะยาว ข้อเสนอหรือความคิดนี้ไม่ใช่สัจธรรมสูงสุดและอาจผิดพลาดได้ถ้าพันธมิตรไม่เห็นด้วยก็ควร
โต้แย้งกลับมาบนฐานของการใช้เหตุผล เผื่อจะช่วยทำให้หูตาที่ฝ้าฟางของบรรดานักวิชาการจะได้สว่างไสวพ้นเหนือน้ำเน่าบ้าง

ผู้เขียนเห็นใจต่อทุกคนที่เข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งต้องอดตาหลับขับตานอน ทนต่อไอแดดที่ร้อนระอุในยามกลางวันของฤดูร้อน ความไม่สะดวกสบายนานัปการในการเข้าร่วมชุมนุมกับฝูงชนจำนวนมหาศาล

เห็นใจกับแกนนำของพันธมิตรที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดเวที วางแผนการเคลื่อนไหวกำหนดประเด็น รวมถึงความสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ถึงแม้จะมีผู้กล่าวหาว่าม็อบนี้มีตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยราวไข่ในหินก็ตาม

เห็นใจต่อสุริยะใส กตะศิลา ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักหน่วงในวัยที่ยังอ่อนประสบการณ์เห็นใจกับการถูกคุกคามจากอำนาจ
มืดที่มองไม่เห็นและไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นในยามใด กระทั่งต้องให้ผู้เป็นแม่ฝึกใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเองในยามฉุกเฉิน

กระนั้นก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเพราะฉะนั้นแกนนำพันธมิตร โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า "ภาคประชาชน"
 จะสามารถผูกขาดความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวในการชี้ซ้ายขวาไว้ในมือเพียงผู้เดียว

ในฐานะของผู้ที่ทำงานและประกาศตนเองต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องว่าสนับสนุนการสร้าง
ความเข้มแข็งของสังคม ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่ใช้ความรู้ การถกเถียงแลกเปลี่ยนระหว่างมุมมองและความคิดของฝ่ายต่างๆ เพื่อให้เป็นบทเรียนที่สังคมใช้ทำความเข้าใจและเติบใหญ่ขึ้น ซึ่งการทำงานในลักษณะเช่นนี้อาจต้องใช้เวลาที่ยาวนาน ดังจะเห็นได้ว่าองค์กรภาคประชาชนจำนวนมากล้วนมีฐานะและวิธีการทำงานที่ไม่ใช่เพียงข้ามวัน
หรือเดือน

และอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่ง่ายเหมือนกับข้อเสนอเรื่องมาตรา 7 ซึ่งมาจนปัจจุบันยังไม่ประจักษ์ชัดกันอีกหรือว่านอกจากไม่เป็นประโยชน์แก่สังคม
อย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ็ยังจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างวัฒนธรรมการพึ่งพิงของภาค
ประชาชนให้หยั่งรากลงลึกในสังคมไทยมากขึ้นกว่าเดิม

5 มิถุนายน 2549 ผู้เขียนได้เข้าร่วมงานสัมมนาขององค์กรพัฒนาเอกชนที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับเตือนใจ
ดีเทศน์ สุวิทย์ วัดหนู และสุริยะใส กตะศิลา ซึ่งผู้เขียนได้วิจารณ์แนวทางการเคลื่อน
ไหวของพันธมิตร ว่าจะเป็นผลเสียต่อสังคมไทยในระยะยาว สุริยะใสได้กล่าวว่า
การปฏิรูปการเมืองที่กำลังผลักดันอยู่โดยพันธมิตร และองค์กรภาคประชาชนหลายองค์กรในขณะนี้เป็นการกระทำเพื่อ "ไถ่บาปมาตรา 7" ผู้เขียนเข้าใจเอาเองประสาซื่อว่าบัดนี้แกนนำพันธมิตรคนนี้คงได้สรุปบทเรียนและความ
ผิดพลาดจากแนวทางการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาแล้ว

แต่ความเข้าใจทั้งหมดก็พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าเมื่อได้เห็นบทสัมภาษณ์ของสุริยะใสข้างต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-07-2006, 12:51 โดย Killer » บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #1 เมื่อ: 11-07-2006, 12:54 »

เราจะพบว่าคนอย่างนี้มันเป็นได้เพียงแค่ตะพุ่นหญ้าช้าง
ที่เก็บตกคำพูดนักวิชาการ นักการเมือง คนโน้นคนนี้เอามาปะติดปะต่อ
เรียงร้อยถ้อยคำ ในสไตล์ปชป.

นักการเมืองภาคประชาชน บ้านเราคุณภาพมันช่างต่ำต้อยเสียเหลือเกิน... Laughing Laughing Laughing


(เพื่อเป็นการตัดปัญหา  เน้นไปที่เนื้อหาของกระทู้จะดีกว่า)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-07-2006, 23:57 โดย Killer » บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #2 เมื่อ: 11-07-2006, 17:47 »

กระทู้นี้ไร้ผู้ต่อต้านจริงๆ   Laughing Laughing Laughing

คงเป็นเพราะมันเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึก
บรรดาแฟนคลับ พระเอกสุดหล่อ คารมบาดลึก
มาดเท่ กระชากใจ


ทำไมมันเป็นอย่างนี้ไปได้...... Laughing Laughing Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า
สนธิเหยียบหน้าเหลี่ยม
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #3 เมื่อ: 11-07-2006, 18:45 »

ทั้งหมดก็คือ วิถีทางเดินคนละแนว แต่จุดหมายเดียวกันคือ ขับไล่ทักสิน
การไปให้ถึงสนามหลวงของคนมากกว่า1คน มักเกิดการโต้แย้ง เรื่องการจะใช้เส้นทางไหน แต่โดยที่สุดแล้ว ทุกๆคนก็ต้องไปให้ถึงสนามหลวง ที่นี้ก็คือไล่ทักสิน ทรราช
บันทึกการเข้า
hidden dragon
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 189



« ตอบ #4 เมื่อ: 11-07-2006, 23:29 »

กระฎุมพีเมื่อวานซืน ถ้ามองข้ามชาติวุฒิอันต่ำต้อยน้อยนิด
เราจะพบว่าคนอย่างนี้มันเป็นได้เพียงแค่ตะพุ่นหญ้าช้าง ที่เก็บตกคำพูดนักวิชาการ
นักการเมือง คนโน้นคนนี้เอามาปะติดปะต่อ เรียงร้อยถ้อยคำ ในสไตล์ปชป.

นักการเมืองภาคประชาชน บ้านเราคุณภาพมันช่างต่ำต้อยเสียเหลือเกิน... Laughing Laughing Laughing


“ในพุทธศาสน์ประมวลคำศัพท์ไทย ได้กล่าวถึงความหมายของคำว่า “วุฒิ” ว่า หมายถึง ความเจริญ ความงอกงาม ความเป็นผู้ใหญ่
วุฒิ คือ ความเป็นผู้ใหญ่ 3 อย่าง ที่นิยมพูดกันในภาษาไทยนั้นมาจากคัมภีร์ชั้นอรรถาและฎีกา ได้แก่
1.ชาติวุฒิ ความป็นผู้ใหญ่โดยชาติ คือ เกิดในชาติกำเนิดอันสูงส่ง
2.วัยวุฒิ ความเป็นผู้ใหญ่โดยวัย คือเกิดก่อน
3. คุณวุฒิ ความเป็นผู้ใหญ่โดยคุณความดี หรือโดยคุณพิเศษที่ได้บรรลุ (ผลสำเร็จที่ดีงาม)
นอกจากนั้นในอรรถาแห่งสุตติบาต ท่านแบ่งเป็น 4 โดยเพิ่มปัญญาวุฒิ ผู้ใหญ่โดยปัญญาเข้ามาอีกอย่างหนึ่ง
และเรียงลำดับตามความสำคัญทางธรรม ได้ดังนี้  1.ปัญญาวุฒิ  2.คุณวุฒิ  3.ชาติวุฒิ  4.วัยวุฒิ”

ซึ่งเราจะสามารถแบ่งแยกได้วุฒิทั้ง 4 นั้น ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่บุคคลไม่สามารถสร้างให้เกิดความเจริญ ความงอกงามให้แก่ตนเอง คือ ชาติวุฒิ
เนื่องจากไม่สามารถเลือกเกิดได้ และวัยวุฒิ ซึ่งเป็นไปตามกาลเวลานับจากได้เกิดขึ้นมาในโลกนี้
กลุ่มที่บุคคลสามารถสร้างให้เกิดความเจริญ ความงอกงามให้แก่ตนเอง คือ คุณวุฒิ และ
ปัญญาวุฒิ ด้วยการสร้างคุณความดี และเพิ่มพูนปัญญา

ดังนั้น การที่คุณ Killer ได้เหยียดหยาม ถึง ชาติวุฒิของคุณสุริยะใสในกระทู้นี้ จึงเป็นการดูถูกชนชั้นอย่างรุนแรง
และไม่เป็นการยกระดับของตนเองแต่อย่างใด หากจะอนุมานจากข้อคิดเห็นของคุณ Killer ในบอร์ดแห่งนี้
(เนื่องจากข้อมูลส่วนตัวที่ลงทะเบียนไว้ มิได้บ่งบอกถึงวุฒิทั้ง 4 ไว้แต่อย่างใด) คุณ Killer ก็น่าที่จะสูงส่งกว่า
คุณสุริยะใส ใน 2 อย่าง คือ ชาติวุฒิ และวัยวุฒิ ซึ่งมิน่าจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะนำมายกตนข่มผู้อื่น
เนื่องจากผู้ที่ได้ถือกำเนิดในชาติตระกูลอันสูง ซึ่งเป็นต้นทุนทางสังคมที่เหนือกว่าผู้อื่นหากมิได้ประพฤติปฏิบัติตัว
ให้สมชาติกำเนิดแล้วก็รังแต่จะทำให้บรรพบุรุษที่อยู่ในหลุมอาจจะต้องร้องเพลงปลุกใจเพลงหนึ่งที่มีเนื้อร้องว่า
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจั_ไร ส่วนในด้านของวัยวุฒินั้นอาจจะเข้าทำนองแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานก็อาจเป็นได้

บันทึกการเข้า

Once a cheater, always a cheater
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #5 เมื่อ: 11-07-2006, 23:35 »

คิลเลอะ มันก็เป็นอย่างนี้แหละ ดูถูกดูแคลน ทุกคนที่แอนตี้แม้ว

มันตั้งธงของมันอย่างนี้มาตลอด ผมถึงเคยบอก มันจะไปบอร์ดไหนก้ไม่ต้องไปเสียดาย

ความเห็นต่างไม่เป็นไร แต่ความเห็นป่าเถื่อน ไร้สาระแบบนี้ อ่านแล้วเสียจิต
บันทึกการเข้า

p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #6 เมื่อ: 11-07-2006, 23:44 »


คิลเลอะ มันก็เป็นอย่างนี้แหละ ดูถูกดูแคลน ทุกคนที่แอนตี้แม้ว ...


คุณจูล่ง_j ครับ
ถ้าสมมุติว่าจับ Killer ตัวเป็นๆได้
จะเอาไปทำอะไรดีครับ


 Wink
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
hidden dragon
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 189



« ตอบ #7 เมื่อ: 11-07-2006, 23:45 »

หากบุคคลใดพึงจะได้รับการยกย่องจากผู้อื่นว่าสูงส่งกว่าในวุฒินั้น สังคมเขาวัดกันที่ “วุฒิภาวะ”
บังเอิญได้ไปพบบทความหนึ่งชื่อว่า “วิธีพัฒนาวุฒิภาวะ” ในหน้าสุดท้าย (LAST BUT NOT LEAST) ของนิตยสาร Gourmet & Cuisine
ฉบับเดือนกรกฎาคม 2549 ซึ่งเขียนโดยคุณพรสรัญ รุ่งเจริญกิจกุล จึงขออนุญาตคัดลอกมาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ณ ที่นี้

วิธีการพัฒนาวุฒิภาวะ
คนเราเมื่อเติบโตขึ้น มีอายุมากขึ้น ก็ควรจะมีวุฒิภาวะ (maturity) สูงขึ้นเหมาะสมตามวัย ซึ่งจะทำให้เราเป็นคนน่านับถือ ดูดี มีเสน่ห์
การใช้ชีวิตก็จะสงบ มั่นคง และราบรื่นไปด้วย มีคนมากมายที่โตแต่ตัวแต่วุฒิภาวะไม่ได้พัฒนาไปด้วย ซึ่งเขามักจะไม่ประสบความสำเร็จ
ในชีวิตและหน้าที่การงานเท่าที่ควร และอาจเป็นตัวตลกหรือน่ารังเกียจในสังคมโดยไม่รู้ตัว
ฉะนั้น เราควรให้ความใส่ใจในการพัฒนาวุฒิภาวะของเราพอๆ กับร่างกาย คนที่ไม่มีวุฒิภาวะ คือ คนที่แสดงออกหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานะ
วัยวุฒิ คุณวุฒิ หรือตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งมักจะเกิดจากการมีความคิดที่ไม่ถูกต้อง หรือได้รับอิทธิพลจากการเลี้ยงดู หรือภาวะแวดล้อม
หากเราต้องการพัฒนาวุฒิภาวะของเราให้ดีขึ้น ให้หมั่นเตือนตนเองในเรื่องต่อไปนี้คะ

ไม่มีอคติ ฉันจะไม่ใช้ดุลพินิจหรือตัดสินสิ่งใดๆ โดยที่ยังไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนและยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด

ไม่ละเลย ฉันจะเอาใจใส่ดูแลในสิ่งที่เหมาะที่ควร ไม่ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น และรู้ว่าควรจะวางเฉยและปล่อยวางในสิ่งใด

ไม่กลัว ฉันจะขจัดความกลัวออกจากชีวิต ไม่กลัวเรื่องสุขภาพ ไม่กลัวเรื่องความสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่กลัวอนาคต ไม่วิตกกังวล
ฉันมีความเชื่อมั่นในตนเองที่จะค่อยๆ ก้าวไปเพื่อชีวิตที่ดี

มีความอดทน ฉันจะยอมรับในสิ่งที่ผิดหวังหรือไม่ได้ดังใจ ให้ความเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่มุ่งเอาชนะแต่เพียงฝ่ายเดียว
ฉันจะอดทนที่จะแก้ไข รอคอย หรือแม้แต่ยอมรับหากไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

มีน้ำใจ ฉันไม่เห็นแก่ความสุขและความสบายส่วนตัวเป็นที่ตั้ง แต่จะคำนึงถึงและเอาใจใส่กับความสุขและความรู้สึกของคนรอบข้างด้วย

มีความแน่วแน่มั่นคง ฉันจะวางตนเป็นคนที่น่าเชื่อถือ มีความมั่นคง ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ และมีควมมุ่งมั่นที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
แม้จะต้องใช้ระยะเวลายาวนานก็ตาม

มีความร่าเริง ฉันจะไม่เคร่งเครียดกับชีวิตจนเกินไป ฉันจะยอมรับคำตำหนิได้ และยอมแพ้ได้อย่างสง่าผ่าเผย ฉันยินดีรับผิดชอบในทุกสิ่ง
ที่กระทำโดยไม่โยนให้ใครรับบาป

ปราศจากอารมณ์ทางลบ ฉันจะไม่ปล่อยให้อารมณ์โกรธ เกลียด อิจฉา ริษยา มาครอบงำ ฉันจะพยายามมองหามุมมองที่เป็นบวกเสมอ

หากเราคอยบอกตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรทำบ่อยๆ คุณสมบัติเหล่านั้นก็จะฝังอยู่ในตัวเรา วุฒิภาวะของเราก็จะได้รับการพัฒนาไปตามประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามา
แล้วเราจะพบว่าเราเป็นคนที่โลกต้องการ มีคนนับถือและเชื่อถือ ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

                                                   ==================

หากบทความนี้ได้ส่งผลต่อการพัฒนาวุฒิภาวะของข้าพเจ้า และผู้อ่าน ขอให้คุณงามความดีที่พึงบังเกิดได้ส่งเป็นกุศลต่อท่านผู้เขียนบทความให้มีความเจริญ
ความงอกงามในปัญญาวุฒิ และคุณวุฒิยิ่งๆ ขึ้นไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

สำหรับคุณ Killer หากได้อ่านบทความนี้แล้ว ไม่ส่งต่อให้คุณ A-Rai-Ja รวมถึงบรรดาป๋า และป้าจอมป่วนในเว็บบอร์ดการเมืองต่างๆ ภายใน 7 วัน











ถือว่าไม่มีมุทิตาจิตต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์นะจ๊ะ








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-07-2006, 23:55 โดย hidden dragon » บันทึกการเข้า

Once a cheater, always a cheater
ไทมุง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,543



« ตอบ #8 เมื่อ: 11-07-2006, 23:48 »


คิลเลอะ มันก็เป็นอย่างนี้แหละ ดูถูกดูแคลน ทุกคนที่แอนตี้แม้ว ...


คุณจูล่ง_j ครับ
ถ้าสมมุติว่าจับ Killer ตัวเป็นๆได้
จะเอาไปทำอะไรดีครับ


 Wink


"

เอาไปทำยา

ยาแก้ท้องผูกอย่างแรง

"
Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #9 เมื่อ: 11-07-2006, 23:59 »

แก้ไขให้แล้วนะจ้ะ....ว่ากันที่เนื้อหาของกระทู้ ก็แล้วกันน้ะจ้ะ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 12-07-2006, 01:03 »

กระทู้นี้ไร้ผู้ต่อต้านจริงๆ   Laughing Laughing Laughing

คงเป็นเพราะมันเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึก
บรรดาแฟนคลับ พระเอกสุดหล่อ คารมบาดลึก
มาดเท่ กระชากใจ


ทำไมมันเป็นอย่างนี้ไปได้...... Laughing Laughing Laughing Laughing Laughing



คุณสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคุณสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป. และผู้ประสานงานกลุ่ม"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีความคิดเห็นแตกต่างกัน วิธีการเคลื่อนไหวต่อต้านคุณทักษิณและระบอบทักษิณ แม้ว่าจะเห็นพ้องกันว่าจะต้องต่อต้าน กำจัดระบอบทักษิณเหมือนกันก็ตาม เป็นเรื่องปกติของคนไทยในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันบ้างในบางเรื่อง หรือในด้านปฎิบัติการ..... Exclamation

ถ้าเห็นพ้องกันทุกเรื่อง จึงจะเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะคนในโลกเสรีไม่มีความคิดเห็นพ้องกันทุกเรื่อง ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและประสบการณ์ของแต่ละคน....

คุณ Killer คิดว่าทีมกฏหมายพรรคไทยรักไทยที่ระบุว่า ผู้"มากบารมี" คือ คุณสนธิ พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มราชนิกุล เป็นความคิดเห็นเดียวกันกับคุณทักษิณ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย และ"รักษาการนายกฯ"... Question



คุณKiller อย่าเพียงแค่คิดว่าจะทำลาย ล้างแค้น คุณสุริยะใสหรือกระทุ้งความแตกแยก เพราะคุณสุริยะใสและกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยนั้นไม่ยอมรับ คัดค้าน และ ขับไล่คุณทักษิณของคุณ Killer ขอให้เข้าใจความคิดเห็นของคนในระบอบประชาธิปไตยบ้าง อย่าอยู่ในวังวน"ความคิดหนึ่งเดียว" ตามคุณทักษิณ ตลอดเวลา... Exclamation

คุณ Killer ควรอ่าน คคห.ของคุณ hidden dragon ว่าด้วย“วิธีพัฒนาวุฒิภาวะ”......

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
mini
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407


« ตอบ #11 เมื่อ: 12-07-2006, 03:04 »

อยากให้สรุปเป็นความรู้ให้ชัดเจนครับ ว่า
"เรียงร้อยถ้อยคำ ในสไตล์ปชป."
ต่างจาก ทรท อย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: