ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-06-2017, 16:52
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  == แดงเถือกกร้าว ลิ่วล้อ'ทักษิณ'ปลุกมวลชนขยี้พันธมิตรฯ == 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
== แดงเถือกกร้าว ลิ่วล้อ'ทักษิณ'ปลุกมวลชนขยี้พันธมิตรฯ ==  (อ่าน 1457 ครั้ง)
nutiu
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« เมื่อ: 12-10-2008, 04:17 »

มันเอาจริง หัวเลี้ยวหัวต่อประเทศไทย

ข่าวหน้า 1 Thaipost.net
แดงเถือกกร้าว ลิ่วล้อ'ทักษิณ'ปลุกมวลชนขยี้พันธมิตรฯ
12 ตุลาคม 2551    กองบรรณาธิการ

"นปก." ระดมพลครั้งใหญ่ เช็กกำลัง "เสื้อแดง" พรึ่บ ก่อนนัดชุมนุมใหญ่ 12-14 ตุลาคมที่สนามหลวง อ้างเป็นการต่อสู้ทางความคิด "ไข่แม้วดำ" พูดนำ "คิดถึงทักษิณ" ลั่นเมืองทองธานี
 
ให้ท้ายแนวคิด  "สล้าง"  ยึดทำเนียบฯ คืน  พร้อมปลุกพลังเงียบจัดการพันธมิตรฯ  "เพ็ญ" กรี๊ดการเมืองใหม่ "พ่อมึงเหรอ" กร้าวต้องการคุยกับเจ้าของพันธมิตรฯ หลังถูกรุมซักคดีหมิ่นสถาบัน

เมื่อวันเสาร์   ที่ธันเดอร์โดม   เมืองทองธานี ได้มีการจัดรายการ  "ความจริงวันนี้ ภาคพิเศษ" โดยมี  3 พิธีกร คือ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ รวมทั้งมีอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) อาทิ  นายจักรภพ  เพ็ญแข  นายจรัล  ดิษฐาอภิชัย นายมานิตย์  จิตต์จันทร์กลับ นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมี ส.ส.พรรคพลังประชาชน  และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย  อาทิ  นายสุนัย จุลพงศธร นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายอดิศร เพียงเกษ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก   ประชาชนต่างสวมเสื้อสีแดงที่สกรีนข้อความว่า  "เบื่อม็อบพันธมิตรฯ"  เต็มธันเดอร์โดมจนล้นออกมาด้านนอก ทั้งนี้ รูปแบบรายการได้มีการแสดงดนตรีของวงสุนทราภรณ์  สลับสับเปลี่ยนช่วงรายการ  และมีการร้องเพลงปลุกใจ อาทิ เย้ยฟ้าท้าดิน และเพลงมาร์ชตำรวจ ซึ่งมีประชาชนมาร่วมหลายหมื่นคน

นายจตุพรกล่าวบนเวทีว่า ขอประกาศว่าต้องอยู่ประคับประคองรัฐบาล เพราะเดี๋ยวทหารจะยึดอำนาจ  ทุกวันนี้ไม่ได้กลัวเผด็จการ  แต่รำคาญอนาธิปไตย ความจริงวันนี้ประเทศอยู่ในอุ้งมืออำมาตยาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับคนกลางที่รัฐบาลตั้งมา  ก็ไปร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) สอบแทน เพราะ ป.ป.ช.ชุดนี้เป็นชุดที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าแผ่นดิน

นายจตุพรกล่าวต่อว่า  พวกเราคาดหวังกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ว่าจะเป็นนายทหารที่ดีจนเกษียณ  โดยที่พวกเราไม่ต้องการไปไล่ พล.อ.อนุพงษ์  ในฐานะหัวหน้าปฏิวัติ   หากเปรียบเทียบ พล.อ.อนุพงษ์เป็นนักร้อง ก็คงเหมือนพี่เบิร์ด  ธงไชย  แมคอินไตย์ คือรักทุกคน ไม่ปฏิวัติ แต่นายสนธิ  ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ก็บอกให้ปฏิวัติ  ซึ่งท่านก็บอกว่าไม่ปฏิวัติ ไม่รัฐประหาร ซึ่งก็ขอให้ท่านเป็นคนดีของประชาชนไปอย่างนี้ จงรักษาความดีนี้เอาไว้

เขากล่าวด้วยว่า อยากบอกพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าอยากจะยุบสภา อยากเลือกตั้งมาก ก็ลาออกไปพรรคเดียว   ไปมีความสุขกับการเลือกตั้ง วันนี้พวกเราเสื้อแดงได้สำแดงพลังแล้ว  เพียงแต่อยากจะบอกไปยังกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วขอให้ถอดเสื้อเหลืองมาสู้กัน  เพราะเสื้อเหลืองเป็นเสื้อที่ใส่เพื่อแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ใส่เพื่อยึดอำนาจ อย่าเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือ

"ที่ผ่านมายอมรับว่ามีความรู้สึกที่ไม่ดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   แต่เมื่อเห็นวันที่ 7 ตุลาคม และวันที่ 13 ตุลาคม ที่กำลังจะถูกย่ำยีในวันจันทร์นี้ ซึ่งเวลานี้ตำรวจอยู่ในสภาพที่ท้อใจ หดหู่  กลัวว่าผู้บัญชาการตำรวจจะชูมือมอบตัวกับนายสนธิแล้วบอกว่า ขอฝาก สตช.ไว้ด้วย  ตามโครงการฝากบ้านไว้กับพันธมิตรฯ เพราะคนที่ทำตามกฎกลายเป็นคนผิด  ซึ่งเวลานี้คนไทยทั้งประเทศต่างเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ซึ่งพันธมิตรฯ  มีมือตบ ท่านสุนัย จุลพงศธร กำลังจะออกตีนตบมาสู้"

พิธีกรความจริงวันนี้กล่าวอีกว่า ถ้าวันนั้นตำรวจไม่ใช้แก๊สน้ำตา คนพวกนี้จะพังประตูรัฐสภา จับตัวนายกฯ เป็นตัวประกัน  เวลานี้พันธมิตรฯ ฆ่าคนตายยังไม่กลัวความผิด  แล้วพวกเราสุจริตชนจะไปกลัวทำไม หลายคนกลัวคนเกเรพันธมิตรฯ อยากถามว่าแล้วไม่กลัวพวกเราบ้างหรือไงวะ พวกเราทนไม่ได้วันไหน  ตอนนี้ความอดทนของพวกเราพังไปนานแล้ว ขอเตือนทหารถ้าคิดยึดอำนาจวันข้างหน้าเราจะเลือกสถานที่ใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า  ใส่เสื้อสีแดงมาเป็นแสนมาชุมนุมจากสนามหลวง   ปลายแถวไปถึงทำเนียบฯ โดยให้ พล.ต.อ.สล้างไปอยู่ปลายแถวหลังสุด

"ทุกวันนี้เป็นหนึ่งประเทศ   2  ระบบ  อยู่ภายใต้เผด็จการทั้งสิ้น เพราะถ้าไม่ใช่พวกเราก็บริหารประเทศไม่ได้  และนายกฯ ไม่ต้องทำตามที่เขาบอกให้ยุบสภา  ให้ลาออก เพราะเราจะไม่ยุบสภา ไม่ลาออกจนกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้ และทันทีที่ยึดอำนาจเมื่อไร  และเมื่อได้ฟังคำว่า โปรดฟังอีกครั้ง ยึดอำนาจเมื่อไร ขอให้พวกเราไปสนามหลวงทันที" นายจตุพรกล่าว

นายวีระกล่าวว่า ขอรัฐบาลจัดการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นแล้วถึงจะยุบสภา แล้ววันนั้นจะได้เห็นกันว่าคน  63 ล้านคนต้องการให้ใครบริหารประเทศ และหากเลือกตั้งอีกกี่ครั้งสีแดงก็ชนะแน่นอน  และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ไกลเกินกว่าจะมาเป็นนายกฯ ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นจะเป็นไรไปถ้าเราคิดถึงทักษิณ  แล้วจะตะโกนพร้อมกันว่า  ทักษิณๆ  (ร้องตะโกน ทักษิณๆ ก้องห้องประชุม)

"เราตะโกนให้หายคิดถึงจะไปหนักหัวใคร และสิ่งที่พวกเราทำวันนี้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ  ไม่ใช่เพื่อทักษิณ  ในเมื่อ  4-5 ปีก่อนทักษิณทำทุกอย่างเพื่อเรา แล้ววันนี้เราจะทำทุกอย่างเพื่อประชาธิปไตย  ทักษิณและครอบครัวจะได้รับอานิสงส์ไปบ้างก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี เรื่องมันก็เท่านี้ ไม่มีอะไรเลย ขอให้พวกเรารอวันนัดหมายชุมนุมใหญ่กัน" นายวีระกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายจักรภพได้หยิบยกเอาประเด็นข่าวของสำนักข่าวเอพี โดยยกเอาพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี  ที่พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับเรื่องของพันธมิตรฯ ไปอ้างในเวทีความจริงวันนี้ภาคพิเศษด้วย

นายจักรภพกล่าวว่า  พันธมิตรฯ ได้ฟังแล้ว จากจุดขายก็กลายเป็นจุดตาย เพราะเมื่อพระราชดำรัสนี้เผยแพร่ไป ก็ชัดเจนแล้วว่าคำอ้างของกลุ่มพันธมิตรฯ ใช้ไม่ได้แล้ว  และเชื่อว่าเมื่อทราบพระราชดำรัสนี้แล้วจะมีคนเข้าร่วมกับเรามากขึ้น  พันธมิตรฯ คงต้องหาวิธีอื่นมาแก้ คงจะอ้างเช่นเดิมไม่ได้แล้ว

"เวลานี้ผู้มีอำนาจบางคนมองไม่เห็น   ปล่อยให้เขาจูงจมูกตัวเอง   อย่างนี้มันโจรชัดๆ  พวกบรรดานักวิชาการ  พันธมิตรฯ ที่เสนอการเมืองใหม่  70 : 30 ขอพูดดั่งสุภาพว่า การเมืองใหม่พ่อมึงเหรอ ที่จะเอาสรรหามากกว่าเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์เองก็เคยต่อต้านมาตลอด แต่มาวันนี้กลับเรียกร้องเอารัฐบาลแห่งชาติ เพราะเขารู้ตัวดีว่าเลือกตั้งกี่ครั้งเขาก็แพ้" นายจักรภพกล่าว

ทางด้านนายจาตุรนต์ ได้ขึ้นเวทีร้องเพลงคิดถึงพี่ไหม กับเพลงต้องมีสักวัน จากนั้นได้กล่าวว่า  ที่ตนร้องเพลงนี้เพราะต้องการสื่อให้เห็นว่าไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันเพราะถูกตัดสิทธิ์   ถ้าไปปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทยก็จะถูกยุบอีก  ตนกับนายอดิศร  เพียงเกษ  เลยคิดว่าจะปราศรัยหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์เสียเลย

"ผมร้องเพลงนี้เพื่อบอกว่าถ้าไม่คิดถึงพวกเรา  111 คน ก็จะน้อยใจ ยกเว้น 111 คน คนที่อยู่ไกลๆ คนโน้น อันนั้นถ้าคิดถึงก็ไม่ว่ากัน วันนี้พันธมิตรฯ กำลังปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมือง เราเป็นเจ้าของประเทศแท้ๆ แต่ต้องกลายเป็นพลเมืองชั้น  2 ต้องมีสักวันครับ เพราะถ้าวันนี้เราไม่ช่วยกันบ้านเมืองวิกฤติวิปลาสแน่ๆ" นายจาตุรนต์กล่าว

นายวิภูแถลงกล่าวว่า นปช.จะนัดรวมพลใหญ่ในวันที่  12-14 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป  ที่ท้องสนามหลวง และขอยืนยันว่า  จะไม่มีการเคลื่อนพลออกจากสนามหลวง   ซึ่งการระดมพลครั้งนี้ก็เป็นการต่อสู้กันทางความคิด  และไม่ได้ต้องการเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรฯ  โดยใช้สโลแกนในการรวมพลครั้งนี้ว่า "ประชาธิปไตยใต้อุ้งเท้าใคร เมื่อกบฏได้รับการปกป้อง" แต่ถ้าหากเมื่อใดที่กลุ่มพันธมิตรฯ ย่างกรายเข้ามาในเขตสนามหลวง ก็จะปกป้องตัวเอง และจะไม่คุกคามใครก่อน

นายวิภูแถลงกล่าวต่อว่า  การระดมพลครั้งนี้เพราะทนไม่ได้ที่พันธมิตรฯ  ไปปิดล้อมรัฐสภาและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเปิดทางให้มีการประชุมสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล และทนไม่ได้กับกลุ่มพันธมิตรฯ   กัปตัน  แพทย์ ที่มีพฤติการณ์ที่รับไม่ได้ ส่วน พล.ต.อ.สล้าง ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นแกนนำ นปช. แต่ถ้าเข้าร่วมก็จะยินดีต้อนรับ

"วันนี้เป็นการเช็กขุมกำลังกลุ่มที่ไม่เอาพันธมิตรฯ   เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้กันทางความคิด  และเพื่อทำให้เห็นว่ามีประชาชน ตำรวจอีกมากที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรฯ"  นายวิภูแถลงกล่าว

นายวีระกล่าวอีกครั้งว่า เป็นการเช็กกำลังว่ามีความพร้อมแค่ไหนที่จะต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ส่วนที่เกรงกันว่าจะมีการปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ   ตนบอกเลยว่าไม่ต้องห่วง  แต่หากเป็นการวัดกำลังพลก็จะแสดงให้เห็นว่ามีพลังเงียบเข้าร่วม นปช.มากแค่ไหน ส่วนที่ พล.ต.อ.สล้างประกาศจะกำลังเข้ายึดทำเนียบฯ  คืนนั้น  ตนเห็นด้วยในแนวคิด  แต่แนวทางกับ พล.ต.อ.สล้างต่างกัน ตนเพียงต้องการเช็กกำลังเท่านั้นว่ามีมากแค่ไหน  และจะมีการจัดแบบนี้อีก 2-3 ครั้ง ส่วนการแก้ไขปัญหาอย่างไรนั้นเป็นเรื่องรัฐบาล  หากแก้ไม่ได้ ระวังพลังเงียบจะออกมาฟาดฟันเอง เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย และให้รัฐบาลระวังว่าประชาชนจะเบื่อหน่าย

นายจักรภพกล่าวอีกครั้งว่า  การมารวมกันครั้งนี้ไม่ได้มีการจ้างมาอย่างแน่นอน  เหตุที่ตนต้องออกตัวเช่นนี้   เดี๋ยวจะหาว่าจ้างมา   และตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีประชาชนมาร่วมฟังรายการครั้งนี้ได้ถึงขนาดนี้ เวลานี้เชื่อว่าประชาชนคงรู้สึกอึดอัดจึงออกมาแสดงพลัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า  กลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่าคดีหมิ่นสถาบันล่าช้าเป็นเพราะตำรวจเลือกปฏิบัติหรือไม่  นายจักรภพกล่าวว่า  ไม่จริง เพราะถ้าเลือกปฏิบัติก็ต้องยกเลิกหมายจับ เพราะคดีความอยู่ระหว่างการดำเนินคดีส่งศาล   ซึ่งตนก็ถูกสอบปากคำเพิ่ม ทั้งนี้ตนก็เรียกร้องให้เชิญพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบเพิ่มด้วย  ไม่ใช่เชิญใครไม่รู้ที่ไม่ได้อยู่ในห้องบรรยายมาสอบปากคำ และเวลานี้ตนไม่สนอะไรแล้ว "หากจะมีการพูดคุยอะไรกัน  ก็ขอคุยกับเจ้าของพันธมิตรฯ ไม่ใช่พันธมิตรฯ" นายจักรภพกล่าว.
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #1 เมื่อ: 12-10-2008, 04:20 »

เสื้อสีแดงแต่ละตัว ม้าย...ใหม่

ซื้อมาวันเดียว เวลาเดียวกัน แน่เรย

 
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
saopao
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 199



« ตอบ #2 เมื่อ: 12-10-2008, 04:51 »

งานนนี้ใครจ่ายฟะ
ไม่ได้พูดถึงค่าเสื้อ
ไม่ได้พูดถึงค่า จ้างคนมาฟัง

เอาแค่ค่าเช่า อิมแพคอารีน่า บวก ค่าเวทีแสงเสียง เป็นล้าน...อ่ะ
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 12-10-2008, 07:13 »

น่าจะมีควายหลุดเข้าไปในนั้นซักตัว...คงฮาพึลึก...

ที่ควายจริงๆ...วิ่งไล่ขวิดควายในร่างคน... ที่ขนกันมาฟังควายจริงวันนี้..
 
บันทึกการเข้า
Prach
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92



« ตอบ #4 เมื่อ: 12-10-2008, 07:23 »

มันพูดยังกะซีดีสะดุด
พูดซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


อย่างนังเพ็ญนี่ ต้องจับขึงพืด แล้วเอาหนังยางดีดปาก 
บันทึกการเข้า

"สันติภาพอันชั่วร้าย...เลวเสียยิ่งกว่าสงคราม"...ทาซิตุส
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #5 เมื่อ: 12-10-2008, 07:28 »

ตื่นเถิดพี่น้อง ประชาชนคนไทย



“ระบบ 70/30 ตั้งเค้าทะมึนมาแล้วครับ ขอรัองเถอะ ตื่นเถิดพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลาย กรุณาผนึกกำลังกันรักษาอำนาจประชาธิปไตยของพวกเราทุกคนไว้ให้ได้จนถึงที่สุด

มีคนไทยจำนวนไม่น้อย(ผู้รู้จริงไม่เกี่ยวนะครับ) ที่เข้าใจว่าประชาธิปไตยหมายถึงเสียงส่วนมาก ผิดครับ ประชาธิปไตยแปลความหมายได้ว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะปกครองตนเอง นั่นก็คืออำนาจเป็นของพวกเราประชาชนทุกคน คำว่า เสียงส่วนมาก นั้นเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งที่นิยมนำมาใช้สำหรับตัดสินความคิดที่แตกต่างกันในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นเอง ที่จริงแล้วประชาธิปไตยคืออำนาจหรือเสียงของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ตัวผู้เขียน"วิกฤตการเมืองไทย - เหตุ, ผล และหนทางแก้ไข"http://www.cdthai.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538764369 ไม่ได้อยู่ในเมืองไทย แต่ได้ปักหลักอาศัยอยู่ในประเทศต้นแบบที่เขาใช้ระบบนี้บริหารประเทศมานานร่วม 30 ปีแล้ว นานพอที่จะแยกแยะได้ว่าวิธีการบริหารประเทศแบบ Concordance Democracy ของเขานั้นดีหรือเลวอย่างไร เสถียรภาพของรัฐบาลของประเทศนี้จัดได้ว่ามั่นคงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบที่อำนาจในการปกครองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้เขียนเห็นว่าระบบ Concordance Democracy นี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยของพวกเราให้มั่นคงถาวรตลอดไป จึงได้นำมาเสนอ โดยได้ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ระบบประชาธิปไตยแบบสอดคล้อง”

ระบบประชาธิปไตยแบบสอดคล้องเป็นระบบที่หล่อหลอมเสียงส่วนมากกับเสียงส่วนน้อยเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยที่ระบบจะเริ่มที่ประชาชนทั้งประเทศส่งผู้แทนของแต่ละกลุ่มในรูปของส.ส.อิสระและส.ส.ที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆโดยใช้วิธีลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้เข้าไปจัดตั้งรัฐบาล เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในการบริหารประเทศตามสัดส่วนจำนวนส.ส.ของพรรคฯ จึงนับได้ว่าเป็นระบบที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นในระบบประชาธิปไตยแบบสอดคล้องจึงเป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง

ระบบประชาธิปไตยแบบสอดคล้องนี้หากมีการทำการศึกษาให้เข้าใจอย่างละเอียด นำมาดัดแปลงรวมกับระบบเดิมให้ได้หลักการที่สอดคล้องที่จะใช้กับสังคมไทยแล้วนำไปใช้ในการบริหารประเทศได้ ก็น่าจะทำให้ความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆลดน้อยลง เพราะทุกกลุ่มจะมีตัวแทนของกลุ่มที่มีตำแหน่งหน้าที่บริหารประเทศอยู่ในรัฐบาลตามสัดส่วนที่ยุติธรรม ทำให้ระยะห่างระหว่างการได้เปรียบเสียเปรียบลดนัอยลง เมื่อประชาชนทั้งประเทศพอใจ ปัญหาความขัดแย้งรุนแรงแบบไร้เหตุผลก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

กรุณาให้โอกาศแก่ประเทศไทยสักนิดเถิดครับ ท่านจะคิดหรือตัดสินใจเช่นไรก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ผู้เขียนมีความจริงใจในการที่จะนำเสนอหนทางแก้ไขวิกฤตการเมืองไทยอย่างแท้จริง แต่ถ้าท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายปิดประตูลงกลอนไม่ยอมรับรู้อะไรจากเราเลยเราก็จนปัญญา เพราะลำพังเราฝ่ายเดียวคงจะไล่ตาม 70/30 ไม่ทันแน่”

Tom Politics / politics@bigbone.ch / 15 September 2008
บันทึกการเข้า
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #6 เมื่อ: 12-10-2008, 07:32 »

“เลิศ ไม้เก่า”กลับใจ! เลิกจัดม็อบสนองนักการเมืองชั่ว-แฉจ้างมอบกระเช้าตำรวจ 1.2 แสนได้รับแค่ 2 หมื่น
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2551 20:03 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120932
 

 
"เลิศ ไม้เก่า" มือจัดม็อบรับจ้างพิษณุโลก ประกาศหันหลังให้กับอาชีพนี้ หลังถูกนักการเมืองชั่วหักหลัง




 
  พิษณุโลก - “เลิศ ไม้เก่า”สำนึกได้ ประกาศหันหลังอาชีพแกนนำม็อบรับจ้าง เตือนม็อบทั่วประเทศหยุดเผาบ้านเผาเมืองแลกกับเศษเงิน แฉจ้าง 1.2 แสนบาท มอบกระเช้าให้ ผกก.เมืองสองแคว แต่เงินตกถึงแกนนำม็อบแค่ 2 หมื่น แถมต้องรับเสียงด่าระงม ขณะนักการเมืองเสนอหน้าเบิกเงินกับนายใหญ่ ล่าสุดยังมีคนอ้างชื่อจ้างชาวบ้าน 1 รถบัสไปร่วมงาน นปก.เมืองทองธานี   
   
       ที่ร้านอาหาร “นกน้อยในไร่ส้ม”นายบุญเลิศ เรืองทิม หรือ “เลิศ ไม้เก่า” ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนในจังหวัดพิษณุโลก ขอยุติบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ พร้อมกับบอกว่า นักการเมืองหักหลัง
       

 
การจัดม็อบมอบดอกไม้ให้กำลังใจตำรวจเมื่อ 4 วันก่อนของ "เลิศ ไม้เก่า" ที่เขายอมรับว่า ได้เงินจากนักการเมือง 20,000 บาท แต่มีการเบิกจากนักการเมืองใหญ่ระดับชาติ 120,000 บาท


       “เลิศ ไม้เก่า”บอกว่า วันนี้บ้านเมืองไทยกำลังถูกเผาด้วยฝีมือคนไทยกันเอง บ้านเมืองกำลังหาทางลง แต่หาไม่ได้ ก็ขอให้คนไทยหันหน้าเข้าหากันเท่านั้นเอง ปัจจุบันเขาถูกแอบอ้าง เอาชื่อของไปใช้ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องด้วย ฉะนั้นจะไม่รับผิดชอบใดๆ กรณีนักการเมืองขนคนพิษณุโลกจำนวน 1 รถบัสไปร่วมกับ นปก.ที่เมืองทองธานี กรุงเทพฯ

       
       เขาบอกว่า สาเหตุที่แถลงข่าว ก็เพื่อประกาศยุติบทบาทการเคลื่อนไหวใดๆ และขอให้ม็อบรับจ้างทั่วประเทศ หยุดเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง หยุดโกหกตัวเอง เพราะม็อบที่เคลื่อนไหว ได้รับเพียงเศษชิ้นเนื้อจากนักการเมือง แต่นักการเมืองในพื้นที่กลับต่อสายนักการเมืองระดับประเทศอีกครั้ง เพื่อตบทรัพย์ โดยตัดรูปหรือข่าวจากหนังสือพิมพ์ไปเบิกตังค์
       

       "ยกตัวอย่าง การมอบกระเช้าดอกไม้ให้แก่ ผกก.เมืองพิษณุโลก ผบก.จว.พิษณุโลกเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา เขารับกัน 120,000 บาท แต่เขาให้ผมแค่ 20,000 บาท แต่สิ่งที่ผมได้ คือ เสียงโทรศัพท์ เสียงด่าทุกวัน จนไม่อยากสู้หน้า แต่ไอ้พวกนักการเมืองในพิษณุโลกนั้นสบาย รับตังค์ เสนอหน้า เสนอข่าวไปเบิกตังค์กับนายใหญ่[/b]

       
       "แต่เชื่อเถอะว่า วันนี้มีม็อบซ้อนม็อบ หรือ มีเลิศ รุ่น 2 แทนผม สิ่งที่ทำได้คือ บอกให้ม็อบทั่วประแทศยุติอย่าเป็นเหยื่อนักเคลื่อนไหวตบทรัพย์นักการเมือง หมดเวลาโกหกตัวเอง มองไปข้างหน้า การเมืองไทย มันไกลเกินไปกว่าม็อบชนม็อบ ควรยุติเลิกเผาบ้านตัวเองเสียที ระวังศึกนอก เขมรจะถล่มไทย"นายบุญเลิศกล่าว


*****************************************************************************







 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: