ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
25-05-2017, 09:00
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ชัดตร.ฆ่าประชาชน แพทย์รามาฯ ชี้ “น้องโบว์” เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ชัดตร.ฆ่าประชาชน แพทย์รามาฯ ชี้ “น้องโบว์” เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิ  (อ่าน 915 ครั้ง)
chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« เมื่อ: 10-10-2008, 20:08 »

แพทย์รามาฯ ฟันธง “น้องโบว์” เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิด ชี้เป็นไปไม่ได้ผู้บาดเจ็บพกระเบิด หากหนีบใกล้ตัวร่างกายเสียหายหนักกว่านี้ แถมอีกรายระเบิดที่ใบหน้า หัว และพบวัตถุคล้ายกระบอกฝังข้อมือ คาดเป็นชิ้นส่วนวัตถุที่ทำให้ระเบิด ยันไม่ใช่คนขาพิการแน่ เพราะแผลเละกระจุย มีนิ้วเท้าติดมาด้วย แต่ยังไม่สรุปโดนระเบิดแก๊สน้ำตาหรือไม่ ด้าน ผอ.รามาฯ ชี้ “นายตี๋” ที่ถูกกล่าวหาว่ามือซ้ายกุมระเบิด พบเป็นวัตถุคล้ายพวงกุญแจ หรือ กรอบพระ แต่หล่นหายไประหว่างเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
       

       เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นายสุรสิงห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบ เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เดินทางมาขอข้อมูลของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อนำมาประมวลข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เข้าใจตรงกัน
       
       ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากการชันสูตรศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ วัย 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พบว่า มีแผลขนาดใหญ่มาก เป็นรอยไหม้ มีเขม่า ดำ กระดูกต้นแขนหัก ซี่โครงหักเป็นแนวยาวตรง อวัยวะภายในเลือดออก เยื่อหุ้มปอดซ้ายและผนังหัวใจทะลุ ม้ามและตับซ้ายแตก
       
       “ลักษณะบาดแผลไม่เรียบ แสดงว่าเกิดจากความแข็ง มีรอยไหม้ เนื่องจากวัตถุมีความร้อน ตับและม้ามแตกจากวัตถุที่มีแรงอัด ซึ่งเข้ากับลักษณะของระเบิดมากที่สุด และเกิดการระเบิดในระยะใกล้ตัว ไม่ติดกับลำตัว เนื่องจากซี่โครงร้าวเป็นแนวยาว หากระเบิดในระยะติดตัวซี่โครงจะต้องแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากกว่านี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เสียชีวิตจะพกวัตถุระเบิดไว้ประชิดติดตัว น่าจะเป็นการที่วัตถุมากระทบโดนตัวและกระเด็นตกใกล้ตัวก่อนจะเกิดการระเบิดมากกว่า” ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าว
       
       ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ส่งเสื้อชั้นในไปให้พนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจหาสารเคมีที่พบที่ตัวศพแล้ว ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอน แต่หากญาติไม่เชื่อในการตรวจสอบของหน่วยงานดังกล่าว สามารถมาร้องเพื่อขอให้โรงพยาบาลส่งไปตรวจที่หน่วยงานอื่นได้
       
       “กรณีศพของน้องโบว์ เสียชีวิตจากการระเบิดของแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำแน่ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปชันสูตรศพยังแสบตามากจนต้องออกมาล้างหลายรอบ และที่ตัวศพไม่พบสะเก็ดระเบิดที่เป็นโลหะ แต่หากเป็นระเบิดจากแก๊สน้ำตาที่มีบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกเมื่อเกิดการระเบิดจะไม่พบสะเก็ด “ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญกล่าว
       
       ด้าน ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะคณะอนุกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมฯ กล่าวว่า ภาพที่เห็นจากสื่อต่างๆ มีการตกกระทบของวัตถุแล้วเกิดเปลวไฟ ควันและระเบิด ทั้งยังพบปลอกสลักแก๊สน้ำตา จึงเป็นการยืนยันว่าตำรวจมีการใช้แก๊สน้ำตาจริง แต่เมื่อกระทบพื้นหรือตัวบุคคลจะมีแรงอัดระเบิดเป็นไฟไหม้ผิวหนัง เนื้อเกิดการฉีกขาดจากหน้าไปหลัง
       
       ศ.นพ.วิรัตฺ กล่าวต่อว่า เมื่อนำผลการชันสูตรศพ และพิสูจน์หลักฐานมาประมวลร่วมกัน สามารถระบุได้ว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำที่สามารถจุดระเบิดได้ ซึ่งในประเทศสหรัฐฯจะใช้แก๊สน้ำตาชนิดที่ทำให้เกิดควันฟุ้งเพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่ต้องสอบสวนต่อไปก็คือ การยิงแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชน กระทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือไม่และมีความรู้หรือไม่ว่าวัตถุนั้นสามารถทำอันตรายถึงชีวิตได้
       
       “กรณีศพน.ส.อังคณาก็น่าจะเข้าข่ายแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำระเบิดแต่ยังไม่ 100 % จะต้องส่งเสื้อผ้าหรือชิ้นเนื้อไปตรวจนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีสารเคมีที่ใช้ในการผลิตแก๊สน้ำตาหรือไม่ ถ้ามีก็ยืนยันได้100%”ศ.นพ.วิรัติกล่าว
       
       รศ.นพ.ธันย์ สุภัทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า กรณีของนายชิงชัย อุดมเจริญกิจ หรือนายตี๋ ที่มือขวาขาดและมีการกล่าวอ้างว่ามือซ้ายกำระเบิดนั้น เจ้าหน้าที่รายงานสรุปลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เวลาประมาณ 19.05 น. ว่า ชายไทยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาฯ โดยรถพยาบาลของโรงพยาบาลบางคล้า ผู้ป่วยยังมีสติสามารถชูสองนิ้วซ้ายได้ แพทย์จึงทำการล้างตัวด้วยความรวดเร็วและไม่ได้ทำการเก็บสัมภาระหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าใดๆ
       
       กระทั่งเวลา 19.09 น. ผู้ป่วยได้รับการย้ายเข้าห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยยังสวมใส่เสื้อผ้าและกางเกงของตนเอง เริ่มมีอาการซึมลง ผู้ตรวจสอบค้นหาหลักฐานเพื่อระบุตัวตนของผู้ป่วยแต่ไม่พบ จึงระบุเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ
       
       ขณะที่บริเวณมือขวาถูกพันด้วยผ้ายืด มือซ้ายกำสิ่งของลักษณะกลมแบนคล้ายฝาขนมครก 2 ชิ้น ประกบกัน ใหญ่ขนาดเหรียญ 10 บาท ขนาดไม่เท่ากันหุ้มด้วยพลาสติกใสคล้ายกรอบพระ ภายในเป็นก้อนคล้ายหินสีดำ แต่เห็นไม่ชัดเนื่องจากมีคราบเลือดอยู่ ขอบนอกถักด้วยหนังหรือเชือก โดยทั้ง 2 อัน ผูกติดกันด้วยหนังคล้ายพวงกุญแจ จึงเก็บใส่ถุงพลาสติก ไม่ได้เขียนระบุชื่อที่ถุง และวางไว้ที่บริเวณหน้าขาผู้ป่วย
       
       เวลา 19.19 น.ผู้ป่วยถูกนำตัวไปห้องผ่าตัดทันที พยาบาลห้องผ่าตัดรายงานว่า ไม่พบสิ่งของที่วางไว้บนตัวผู้ป่วย คาดการณ์ว่าอาจมีการสูญเสียระหว่างทางขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังห้องผ่าตัด และผู้ป่วยรายนี้ทางนิติเวชที่ห้องฉุกเฉินยังไม่ทันถ่ายภาพ เนื่องจากผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
       
       นพ.อากาศ พัฒนเรืองไล นิติเวชแพทย์ กลุ่มพยาธิแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมี 2 ราย คือ 1.นางรุ่งทิวา ธาตุนิยม อายุ 46 ปี ชาวอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา และ2.นายอดิศร สนใจแท้ อายุ 36 ปี สำหรับบาดแผลของนางรุ่งทิวา จากการตรวจวิเคราะห์พบว่า เกิดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายจากวัตถุที่มีแรงระเบิด ส่งผลให้กระดูกเบ้าตา ตา กะโหลก เนื้อสมองเสียหายมีเลือดออกบอบช้ำมากและยังอยู่ในภาวะช็อก
       
       “การทำลายล้างของวัตถุชนิดนี้สูงมาก โดยทำลายกระดูกเบ้าตา ตา กะโหลกศีรษะ สมองซีกซ้ายทั้งบริเวณส่วนหน้า ส่วนกลาง และส่วนท้ายทอยฉีกขาดเยอะมาก มีอาการบวมจนไปทับก้านสมอง บาดแผลที่เกิดขึ้นค่อนข้างลึก ไม่พบสะเก็ดระเบิด แต่มีเขม่าร่วมกับบาดแผลที่เกิดการระเบิด พบมีจุดสีดำรอบๆ แผล แม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 2-3 วัน การสมานแผลก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากมีสารเคมีทำให้แผลหายช้า และยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะพกระเบิดมาเอง แล้วเกิดการระเบิดทำลายที่บริเวณใบหน้าและศีรษะ”นพ.อากาศกล่าว
       
       นพ.อากาศ กล่าวต่อว่า ส่วนบาดแผลที่บริเวณข้อมือก็ค่อนข้างลึก พบว่ามีวัตถุฝังอยู่ในบาดแผลด้วย ซึ่งวัตถุดังกล่าวเป็นพลาสติกทรงกระบอก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เป็นวัสดุที่มีลักษณะพิเศษไม่ใช่สิ่งของที่อยู่บริเวณเกิดเหตุอย่างแน่นอน แต่น่าจะเป็นชิ้นส่วนที่มาจากแก็สน้ำตาที่สามารถระเบิดได้ และขณะนี้ยังไม่มีการขอหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ ดังนั้นวัตถุดังกล่าวจึงยังอยู่ที่ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลราชวิถี อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับบาดเจ็บรายนี้ถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว
       
       นพ.อากาศ กล่าวอีกว่า ส่วนบาดแผลของผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายนั้น ลักษณะบาดแผลเกิดจากวัตถุที่มีแรงระเบิดทำให้มีการทำลายของเนื้อเยื่อด้านข้างลึกประมาณ 1 เซนติเมตร ถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร นอกจากนี้พบว่าบาดแผลเป็นจุดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีบาดแผลที่ลึกและถูกทำลายสูงเป็นบางจุดด้วย
       
       นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บรายที่มีบาดแผลที่เท้าขวา มีการฉีกของเนื้อเยื้อ กล้ามเนื้อและผิวหนังกระดูกแตก อยู่ในสภาพเละแหลกละเอียดจึงต้องทำการตัดขาในระดับใต้เข่าออกไป ซึ่งจากบาดแผลที่แพทย์ได้ทำการรักษานั้น ผู้บาดเจ็บไม่ได้พิการมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะพบยังมีบางส่วนของนิ้วเท้าด้วย
       
       ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ลำคอและหน้าอก พบว่าหลอดลมส่วนต้น กระเดือกฉีกขาด ต้องใส่ท่อหายใจ ซึ่งในรายเดียวกันพบว่ามือขวา บริเวณนิ้วและกระดูกมือได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ไม่พบชิ้นส่วนของโลหะเช่นเดียวกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: