ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
27-11-2020, 04:06
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รายงานพิเศษ : 3 กกต. ส่อติดคุก แล้ว!! 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รายงานพิเศษ : 3 กกต. ส่อติดคุก แล้ว!!  (อ่าน 1321 ครั้ง)
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« เมื่อ: 07-07-2006, 18:21 »

7 กรกฎาคม 2549 18:01 น.

อมรรัตน์ ล้อถิรธร...รายงาน

       
       แม้ 3 เสือ กกต.จะตกเป็นจำเลยในคดีอาญาหลายคดี แต่คดีแรกที่จะได้ลุ้นผลคำพิพากษากันในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ก็คือ คดีที่ “ถาวร เสนเนียม” ฟ้อง กกต.ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ด้วยการเปิดรับสมัครใหม่ในการเลือกตั้งวันที่ 23 เม.ย. และอนุญาตให้มีการเวียนเทียนลงสมัครได้ งานนี้...ฟังน้ำหนักและเหตุผลของพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้ว มีแนวโน้มว่า “วาสนา-ปริญญา-วีระชัย” อาจรอดยาก!! และหากไม่รอดจริงๆ โทษที่รออยู่ ก็คือ จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
       ในที่สุด คดีที่นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ฟ้อง 3 กกต. พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ,นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ 42 จากกรณีที่ กกต.ได้จัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตรอบใหม่ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. โดยไม่มีอำนาจ รวมทั้งได้ออกหนังสือเวียนถึง ผอ.กต.เขต ให้รับผู้สมัครรายเดิมเวียนเทียนสมัครใหม่ได้ ก็ได้มีการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ค. โดยศาลอาญาได้นัดให้โจทก์และจำเลยยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันที่ 17 ก.ค. และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ก.ค.นี้
       
       คดีนี้ โจทก์สืบพยานทั้งหมด 7 ปาก(รวมนายถาวรด้วย) ส่วนจำเลยสืบแค่ 3 ปาก คือ เฉพาะ กกต.ทั้ง 3 คน แต่เดิม กกต.จะนำเจ้าหน้าที่ กกต. 2 คนมาสืบด้วยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ คงไม่แน่ใจว่า เจ้าหน้าที่ที่จะนำมาสืบ จะเป็นประโยชน์กับตัวเองหรือไม่ สำหรับพยานฝ่ายโจทก์นั้น นายถาวร บอก มีทั้งผู้สมัครพรรคเล็กที่ถูกจ้างให้ลงสมัครเพื่อแข่งกับพรรคไทยรักไทย มีทั้งนักกฎหมายที่เคยร่วมร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ผอ.กต.เขต เพื่อยืนยันถึงพฤติกรรมที่ไม่ชอบของ กกต.กลาง
       
       “(พยานโจทก์)มีทั้งหมด 7 ปาก ประกอบด้วย ผม และ ผอ.การเลือกตั้ง 2 ท่าน และมี อ.ทิวา (เงินยวง) ท่านถวิล ไพรสณฑ์ รศ.น.พ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา จาก ม.สงขลานครินทร์ กรณีที่ออกมาสร้างอารยขัดขืนกับการจัดการเลือกตั้งของจำเลย และบุคคลสุดท้ายคือ พยานที่ถูกว่าจ้างให้มาสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเล็กพรรคหนึ่ง แต่เมื่อเขารู้ถึงการกระทำดังกล่าว คือการกระทำที่เป็นความผิด เขาก็ถอนตัว โดยให้รายละเอียดว่า หัวหน้าพรรคเล็กนั้นมีความใกล้ชิดกับจำเลย และรู้มาก่อนว่า จะมีการสมัครรับเลือกตั้ง(รอบ 2)ก่อนที่ กกต.จ.สงขลาจะทราบ(จาก กกต.กลาง)เสียอีก ซึ่งส่อให้เห็นว่า จำเลยได้สมคบกับพรรคเล็กๆ ให้พรรคเล็กเตรียมการส่งผู้สมัครไปสมัครรับเลือกตั้งเพื่อประกบแข่งขันกับพรรคไทยรักไทย เพื่อที่จะให้พรรคไทยรักไทยได้มีโอกาสหนีกฎเกณฑ์ 20% หรือไม่ต้องรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิเลือกเขาให้ถึง 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ นี่เป็นการกระทำอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามที่ผมได้ฟ้อง”
       
       ทั้งนี้ ในการสืบพยานฝ่ายจำเลย พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต. ชี้แจงว่า ในการจัดการเลือกตั้งรอบใหม่เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เหตุที่ให้ผู้สมัครย้ายเขตหรือข้ามเขตได้ เพราะกฎหมายไม่ให้ห้ามเหมือนกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งนายถาวร แย้งเหตุผลของ กกต.ว่า แม้กฎหมายไม่ได้เขียนชัดเจน แต่ กกต.ก็ไม่มีอำนาจที่จะตีความตามอำเภอใจ เพราะการปล่อยให้ผู้สมัครเวียนเทียนสมัครข้ามเขตได้ ทั้งที่ กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลในเขตเดิม อาจส่งผลให้จำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งไม่ครบ 500 คนได้ หากผู้สมัครบางรายได้รับเลือกทั้งในเขตเดิมและเขตใหม่ที่ไปสมัคร
       
       “กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง เขียนไว้ว่า ส.ส.เขตนั้น ใครก็แล้วแต่ที่เป็น ส.ส.เขตหนึ่งเขตใดแล้ว จะเป็น ส.ส.ของเขตอื่นไม่ได้ หรือเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว จะเป็น ส.ส.เขตอีกไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ส.ส.ก็จะขาดจำนวนจาก 500 คน เหลือ 480 หรือ 499 หรือ 490 ใช่มั้ย ถ้าสมมติว่า ผมสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.สงขลาแล้ว อยู่ระหว่างรับรองว่า ผมจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อร้องเรียนอยู่ว่า ใครจะได้ใบเหลืองใบแดงหรือไม่ ก็พอมีการเปิดรับสมัครใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 5 ผมยังเป็นผู้สมัครอยู่ในเขตที่ 1 ไปสมัครอีกในเขตที่ 5 ปรากฏว่า ระหว่างนั้น ในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีการไม่รับรองผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ก็จัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ในขณะเดียวกันในเขตเลือกตั้งที่ 5 ก็มีการลงคะแนนใหม่ ปรากฏว่า ผมได้รับเลือกทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง ถามว่า จะทำให้ ส.ส.ขาดหายจาก 500 คน เหลือ 499 คนหรือไม่ เพราะผมเป็น ส.ส.แล้วทั้ง 2 เขต อย่างนี้แหละ กม.ไม่ต้องเขียนไว้ชัดเจนว่า สมัครอยู่ในเขตนี้ ไปเขตอื่นอีกไม่ได้ โดยนัยของการอ่านกฎหมาย ตีความกฎหมาย (กกต.)ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้ง เพราะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง เราจะตีความว่า กฎหมายไม่เขียนห้ามไว้ ผมก็ทำได้ อย่างนั้นเรียกว่า ตีความกฎหมายตามอำเภอใจ ใช้ดุลพินิจตามพลการ ผิดกฎหมายนะ”
       
       ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้เคยพิพากษาแล้วว่า ผู้สมัครจะย้ายเขตหรือข้ามเขตไม่ได้ หาก กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลในเขตเดิม
       
       ส่วนกรณีที่ กกต.เปิดรับสมัครใหม่ใน 38 เขตภาคใต้ที่ผู้สมัครได้คะแนนไม่ถึง 20% เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ทำให้ผู้สมัครพรรคไทยรักไทยมีคู่แข่ง ไม่ต้องอิงเกณฑ์ 20% นอกจากนี้ยังให้สิทธิพรรคไทยรักไทยเปลี่ยนตัวผู้สมัครคนใหม่ โดยใช้หมายเลขเดิม ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่นนั้น นายวีระชัย แนวบุญเนียร 1 ใน กกต. ยืนยันว่า การเปิดรับสมัครใหม่ ไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทย แต่เป็นห่วงเรื่องเวลา ที่ กกต.ต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 30 วัน และประชาชนก็ได้แสดงเจตนารมณ์แล้วว่า ไม่เลือกผู้สมัครรายเดิม จึงเกรงว่าการเลือกตั้งจะยืดเยื้อ ซึ่งเรื่องนี้ รศ.ดร.ทิวา เงินยวง คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต 1 ในพยานฝ่ายโจทก์ ก็เบิกความในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการร่วมร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ว่า การเปิดรับสมัครใหม่ของ กกต. ถือว่า เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ การเลือกตั้งวันที่ 2 และ 23 เม.ย. ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งเดียวกันและอยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฉบับเดียวกัน ดังนั้น แต่ละพรรค จึงส่งผู้สมัครได้เขตละ 1 คนเท่านั้น
       
       “ปกติแล้ว พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อประกาศใช้แล้ว ก็ถือว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งเดียว ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 108 ว่า พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใด จะส่งได้คนเดียวในเขตเลือกตั้งนั้น ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรายเดียว แล้วได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 74 บัญญัติไว้ว่า กรณีที่เหลือผู้สมัครเลือกตั้งคนเดียว และได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละ 20 หลังจากการลงคะแนนแล้ว ให้ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้น ทีนี้การจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ มันยังอยู่ในกฤษฎีกาฉบับเดิม คือการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตามเจตนารมณ์เดิมเลย มาตรา 108 วรรค 2 ซึ่งถูกตัดออกไปในชั้นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญของ สสร.(สมาชิกสภาร่าง รธน.) เขาบอกว่า ถ้าสมัครแล้วเนี่ย ห้ามถอนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าพิจารณาแล้วจะมีความชัดเจนตรงที่ว่า เขตเดียว คนเดียว พรรคเดียวก็ส่งได้คนเดียว จะส่งอีกไม่ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ตามมาก็คือ กกต.เมื่อเขตนั้นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ไม่ถึงร้อยละ 20 ก็เปิดรับสมัครใหม่ เอาคนใหม่มาลงในนามพรรคเดิม ซึ่งตรงนี้เราก็มองว่า โดยหลักแล้ว มันต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยให้ผู้สมัครคนเดิม อย่างน้อยต้องเปิดให้โอกาสให้ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในลักษณะที่ผู้สมัครคนเดิม มาตรวจสอบว่า รอบ 2 รอบ 3 นั้น จะได้ 20% หรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นแรกซึ่งจะเทียบเคียงได้กับการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อปี 2543 ซึ่งบางเขต กกต.ประกาศให้ใบเหลืองบางท่าน ก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ 5-6 รอบ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า โดยหลักแล้ว ต้องให้ผู้สมัครคนเดิมได้รับการยืนยันจากประชาชนว่าจะให้เข้าไปเป็น ส.ส.โดยมีคะแนนเสียงถึง 20% หรือไม่ก่อน ไม่ใช่กรณีที่จะมาประกาศรับสมัครใหม่ โดยพรรคเดิมก็ส่งคนใหม่ได้ หรือโดยพรรคใดๆ ก็ได้ก็มารับสมัครใหม่ได้อีก ผมมองแล้ว ก็คือ ไม่ชอบด้วยกฎหมายพราะถือว่า เขตเดียวต้องสมัครได้คนเดียว และพรรคก็ส่งได้คนเดียวในเขตเลือกตั้งนั้น”
       
       อ.ทิวา ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การกระทำของ กกต.ที่เปิดรับสมัครใหม่ และให้โอกาสพรรคไทยรักไทยเปลี่ยนตัวผู้สมัครที่ได้ไม่ถึง 20% นอกจากจะไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติด้วย เพราะเหมือนกับให้พรรคนี้ส่งผู้สมัครได้ 2 คน ส่วนพรรคนั้นส่งได้คนเดียว
       
       ด้านนายถาวร ในฐานะโจทก์ที่ฟ้อง กกต. ก็ยืนยันเช่นกันว่า กกต.ไม่สามารถเปิดรับสมัครใหม่ในการเลือกตั้งวันที่ 23 เม.ย.ได้ ทำได้แค่การจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น เพราะกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. เขียนไว้ชัดว่า การเลือกตั้งใหม่ ให้ดำเนินการได้ 3 อย่าง 1.ขยายระยะเวลาสำหรับบางเรื่องได้ 2.ย่นระยะเวลาสำหรับบางเรื่องได้ เช่น ย่นระยะเวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และ 3.งดเว้นกิจกรรมบางอย่างได้ เช่น งดเว้นการลงคะแนนเสียงในต่างประเทศ เพราะถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นต้น ส่วนการเปิดรับสมัครใหม่ หากกฎหมายให้อำนาจ กกต.ทำได้ ก็ต้องเขียนไว้แล้ว เมื่อไม่เขียนไว้ ย่อมไม่สามารถทำได้
       
       นายถาวร ยังตั้งข้อสังเกตการทำงานของ กกต.ด้วยว่า พยายามประสานกับพรรคต่างๆ ให้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพื่อเป็นคู่แข่งกับพรรคไทยรักไทย ซึ่งเรื่องนี้ กกต.เบิกความให้ทราบกลางศาลเอง
       
       “เขาให้การถึงขนาดว่า เขาไปติดต่อพรรคมหาชน จำเลย(กกต.)คนหนึ่งไปติดต่อพรรคมหาชน เพื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ผมก็ถามกลับไปว่า ตกลงจำเลยซึ่งเป็น กกต.มีหน้าที่ไปหาผู้สมัครมาสมัครแข่งกับพรรคไทยรักไทยเพื่อไม่ให้พรรคไทยรักไทยอยู่ในกฎเกณฑ์ 20% กระนั้นหรือ? หรือจำเลยซึ่งเป็น กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม หรือว่าจำเลยมีความกังวลว่า พรรคไทยรักไทยเมื่อแข่งกับตัวเองแล้ว จะได้ไม่ถึง 20% ตกลงองค์กรกลาง องค์กรอิสระ มีหน้าที่ทางการเมืองจัดการเลือกตั้ง ทำหน้าที่อย่างไรกันแน่ อย่างนี้จะอ้าง เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของ กกต. หรือเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเลือกผู้สมัครคนเดียวให้ถึง 20% หรือไม่ และผู้สมัครที่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่บุคคลเหล่านั้น กกต.รู้อยู่ดี รู้อยู่แก่ใจว่า เขาเหล่านั้นไม่เคยเป็นผู้ปฏิบัติงานทางการเมือง ไม่เคยเป็นผู้รับใช้ประชาชน ไม่เคยใกล้ชิดประชาชน ประชาชนไม่เคยรู้จัก และจะไปหามาลงสมัครแข่งกับพรรคไทยรักไทยได้อย่างไร หามาได้โดยวัตถุประสงค์หรือเจตนาพิเศษว่า เพื่อต้องการให้พรรคไทยรักไทยมีคู่แข่ง การนำสืบเช่นนี้จะยิ่งเปิดโปงพฤติกรรมของตัวเอง ให้เห็นว่ากระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมากยิ่งขึ้น”
       
       ขณะที่ นายพิชัย ธรรมโชติ อดีต ผอ.กต.เขต 3 จ.สงขลา ซึ่งเป็น 1 ในพยานฝ่ายโจทก์ ได้เบิกความถึงพฤติกรรมที่ไม่ชอบของ กกต.กลางในการเปิดรับสมัครใหม่เพื่อเลือกตั้งรอบ 2 วันที่ 23 เม.ย.ว่า ตอนแรก กกต.กำหนดให้เปิดรับผู้สมัครใหม่ในวันที่ 8-9 เม.ย. แต่ปรากฏว่า ยังคงมีผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยพรรคเดียว เพราะผู้สมัครพรรคอื่นขาดคุณสมบัติ ถูกตัดสิทธิ์ จากนั้น กกต.กลางได้กำหนดวันรับสมัครใหม่อีกครั้งในวันที่ 19-20 เม.ย. โดยอ้างว่า การรับสมัครเมื่อวันที่ 8-9 เม.ย. เกิดจราจล ซึ่งนายพิชัย ยืนยันว่า กกต.กลางอ้างเท็จ เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวด้วย ไม่มีเหตุจลาจลแต่อย่างใด มีเพียงประชาชนมาชุมนุม และกราบเท้าผู้สมัครพรรคเล็กเพื่อขอร้องไม่ให้ลงสมัคร ดังนั้น การที่ กกต.เปิดรับสมัครใหม่ 2 ครั้ง จึงเป็นไปเพื่อให้มีพรรคเล็กลงสมัครช่วยพรรคไทยรักไทยจะได้เลี่ยงเกณฑ์ 20% ผอ.กต.เขต 3 สงขลา ยังเบิกความด้วยว่า การที่ กกต.กลางกำหนดให้เปิดรับสมัครใหม่อีกรอบในวันที่ 19-20 เม.ย. ถือว่า กระชั้นชิดเกินไป เพราะรับสมัครห่างจากวันเลือกตั้งแค่ 2 วัน จะส่งผลให้ กต.เขตมีเวลาตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครแค่ 1 วัน คือ วันที่ 21 เม.ย. ทั้งที่ควรมีเวลาตรวจสอบอย่างน้อย 3 วัน นอกจากนั้นหากมีผู้สมัครรายใดถูกตัดสิทธิ ก็จะมีเวลาอุทธรณ์ต่อศาลแค่ 1 วัน คือวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งศาลก็จะไม่มีเวลาพิจารณา เพราะต้องเลือกตั้งในวันรุ่งขึ้นแล้ว นอกจาก กกต.กลางจะสั่งให้ กต.เขตเปิดรับสมัครใหม่ 2 รอบแล้ว กกต.กลางยังแจ้งให้ กต.เขตทราบอย่างกระทันหัน โดย กกต.กลางแจ้งให้ทราบในคืนวันที่ 18 เม.ย.ว่า ให้(กต.เขต)เปิดรับสมัครใหม่ในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 19-20 เม.ย. ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ขณะที่ กต.เขตทราบเรื่องการเปิดรับสมัครใหม่ก่อนหน้าวันเปิดรับสมัครแค่คืนเดียว แต่ผู้สมัครจากพรรคต่างๆ ที่จะส่งคนลงสมัครกลับทราบเรื่องก่อน กต.เขต โดยก่อนหน้าเปิดรับสมัคร 2-3 วัน ได้มีผู้สมัครจากบางพรรคมาขอหนังสือรับรองการใช้สิทธิเลือกตั้งจาก กต.เขต จึงไม่เข้าใจว่า ผู้สมัครทราบเรื่องก่อน กต.เขตได้อย่างไร ผอ.กต.เขต 3 สงขลา ยังยอมรับด้วยว่า ได้รับคำสั่งจาก กกต.กลางเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า ให้รับสมัครผู้สมัครจากเขตอื่นที่ยังไม่ได้รับการรับรองผลมาสมัครในเขตใหม่ได้ หรือการให้เวียนเทียนลงสมัครนั่นเอง
       
       ด้วยคำสั่งและพฤติกรรมต่างๆ ดังกล่าวของ กกต.ที่ไม่น่าจะถูกต้อง ส่งผลให้นายพิชัย ในฐานะ ผอ.กต.เขต 3 รวมไปถึง ผอ.กต.เขต 1 และเขต 4 เกิดอาการรับไม่ได้ จึงได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ผอ.กต.เขต เมื่อวันที่ 19 เม.ย. อันเป็นวันที่ กกต.กลางกำหนดให้เปิดรับสมัครใหม่รอบ 2 โดยอ้างว่า รอบแรกเกิดจราจล
       
       ด้านนายถาวร เสนเนียม ในฐานะโจทก์ที่ฟ้อง กกต. เผยถึงคำแถลงปิดคดีที่จะยื่นต่อศาลภายในวันที่ 17 ก.ค.นี้ว่า ตนจะชี้ให้เห็นว่า การที่ กกต.นำสืบว่า ได้ใช้สิทธิสุจริตในการเปิดรับสมัครใหม่ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ว่า ถ้าเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครได้ไม่ถึง 20% จะต้องทำอย่างไรในการจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะกฎหมายเลือกตั้งไม่ได้ให้อำนาจ กกต.ในการเปิดรับสมัครใหม่ และ กกต.ทั้ง 3 ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กฎหมายเลือกตั้ง เป็นผู้ใช้กฎหมายมหาชนมาตลอดชีวิตของการรับราชการ บางคนจบ ดร. บางคนจบปริญญาโท บางคนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน บางคนเป็นถึง พล.ต.อ. ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนมาตลอดชีวิต จะมาอ้างว่า ใช้กฎหมายไม่เป็นได้อย่างไร?
       
       นอกจากนี้ การที่ กกต.เบิกความว่า ได้ติดต่อพรรคมหาชนให้ลงเลือกตั้ง ก็เท่ากับไปทำหน้าที่ไหว้วานหาตัวผู้สมัครให้มาลงสมัครตามที่ตัวเองได้ประกาศว่า จะให้มีการสมัครใหม่ได้ ถือเป็นการช่วยผู้สมัครพรรคไทยรักไทยให้มีคู่แข่งอย่างชัดเจน เพราะรู้อยู่แล้วว่า ภาคใต้ โอกาสที่ผู้สมัครพรรคไทยรักไทยจะได้ถึง 20% เป็นเรื่องยาก เมื่อยาก ก็เป็นหน้าที่ของพรรคไทยรักไทยเองที่จะต้องไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชน ไปเสนอนโยบาย ไปพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า ตัวเองจะเป็นผู้แทนราษฎรที่ดี ไม่ใช่เปิดโอกาสให้ กกต.ในฐานะจำเลย ต้องเป็นกังวลแทนไทยรักไทย จึงต้องไปหาผู้สมัครมาช่วยประกบให้!!

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000087856

ข่าวยาวจริง ติดคุกทีเถอะ จะได้เฮกันหน่อย อิอิ
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #1 เมื่อ: 07-07-2006, 18:39 »

'วาสนา'ตั้งแง่ศาลเลือก กกต.ครบ5คน พร้อมจะลาออกทันที

7 กรกฎาคม 2549 17:52 น.
ประธาน กกต. อ้างสารพัดงานท่วมมือ ทิ้งเก้าอี้ก็จะถูกครหา เล่นแง่พร้อมลาออกถ้าศาลสรรหากกต.ครบ 5 คนก่อน พร้อมอำลาจากตำแหน่งทันที ย้ำที่เหลือก็ทำงานได้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการลาออกจากตำแหน่งขณะนี้ว่า เรื่องนี้ตนก็คิดมานานแล้ว ว่าถ้าเลือกตั้งส.ว.เสร็จจะพิจารณาตัวเองลาออกไป เพราะตนเบื่อหน่ายระอาเต็มที่แล้ว ความจริงเรื่องการรับรองผล ส.ว.ก็เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ส่งสำนวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนโดยเร็วที่สุด แต่เดี๋ยวก็ติดปัญหาวันหยุดยาว และเมื่อเปิดทำการมาก็ต้องไปขึ้นศาลอีก ทำให้ยังไม่มีเวลาในการพิจารณา

"ผมไม่ได้ท้าทาย แต่หากลาออกไปผมก็ไม่เดือดร้อน แต่ติดปัญหาเรื่องภาระหน้าที่ที่ยังค้างคาอยู่ ถ้าลาออกไปตอนนี้ก็จะถูกครหาว่าละทิ้งหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติ ผมก็โดนอีก" พล.ต.อ.วาสนา  กล่าว

พร้อมกับ แสดงความเป็นห่วง การเลือกตั้งท้องถิ่น ส.ก. และส.ข. และเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งท้องถิ่นอีกประมาณ 1,000 กว่าเรื่อง และหวังว่าการเลือกตั้ง ส.ก.คงจะไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา จะได้ประกาศผลได้เลย

พล.ต.อ.วาสนา กล่าวอีกว่า การลาออกของตนจะเกี่ยวพันไปหลายเรื่อง แต่ได้คิดไว้แล้วว่าถ้าสามารถสรรหากกต.อีก 2 คนมาแทนตำแหน่งที่ว่างในตอนนี้ ตนก็พร้อมที่จะลาออกออกในทันที มาทำสัญญากันก็ได้ ตนจะเขียนหนังสือไว้ล่วงหน้าถ้ามีคนห่วงว่าจะไม่ทำตามจริง

"ผมไม่ได้ท้าทาย แต่ถ้าถึงวันนั้นผมไม่ออก ก็มาฆ่าแม่งเลย ช่วยไปบอกสื่อทุกฉบับด้วย ผมไม่ใช่คนกะล่อน พูดวันนี้อย่างนี้แล้วพรุ่งนี้เป็นอีกอย่าง ผมคิดว่าการสรรหากกต.ใหม่ประมาณ 1 เดือนก็แล้วเสร็จ คงไม่เหมือนกรณีการสรรหาของตนที่สรรหาใช้เวลาถึง 5 เดือน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาประกาศไปแล้วว่าจะไม่สรรหา กกต.เพิ่ม พล.ต.อ.วาสนา กล่าวว่า ตนไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้พูดถึงให้กระทบใคร แต่เป็นการพูดถึงปัญหาว่า ยังมีภาระกิจที่ยังค้างอยู่หากเสียงสังคมส่วนใหญ่บอกว่าให้ตนไป ตนก็พร้อมห่วงแต่ว่างานที่ทำอยู่จะเสียหาย แต่ถ้าสรรหากกต.ให้ครบ 5 คนแล้วตนลาออกไปอีก 4 คนที่เหลือก็สามารถทำงานต่อไป แล้วค่อยสรรหามาเพิ่มอีก 1 คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ตนมองประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ส่วนกกต.อีก 2 คนจะอยู่หรือจะลาออกหรือไม่ ตนไม่รู้ เพราะจะไปบังคับไม่ได้           

http://www.bangkokbiznews.com/2006/07/07/w001_118562.php?news_id=118562

พอใกล้ติดคุก เริ่มอยากลาออกขึ้นมาหน่อยละ ไอ้หนาเอ้ย หุหุ
บันทึกการเข้า

Tony
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 48



« ตอบ #2 เมื่อ: 07-07-2006, 18:40 »

สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า

Freedom and power bring responsibility.
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #3 เมื่อ: 07-07-2006, 18:47 »

เพี๊ยงงงง

สาธุ สาธุ

ให้มันติดคุก นานๆๆ น๊านน นานนนน เลย
เพราะ เค้าพร้อมจะแลกกับเงินทองที่รับมาให้ลูกหลานสบายแล้วนิ ศาลที่เคารพ
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #4 เมื่อ: 07-07-2006, 19:10 »

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่ทรงประทานแก่ผู้ว่าซีอีโอ

"ใครทุจริต ขอให้มีอันเป็นไป"

...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-07-2006, 19:16 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 07-07-2006, 22:38 »

โส นะ น่า ~
บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 08-07-2006, 10:52 »

ติดคุกไปซะ เร็วๆได้ยิ่งดี
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
ThailandReport
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,415


« ตอบ #7 เมื่อ: 08-07-2006, 10:57 »

หน้าฝน พี่หนาโปรดรักษาสุขภาพ
ระวังเป็นหวัด..เจ็บคอ....
ไอ....

คุก...คุก....คุก...ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


( Tripple I ..ภาค3 ของ Tripple X ชื่อไทยว่า....กอดคอเข้าคุก ทีละ 3 คน )
บันทึกการเข้า

The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !!
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !
Register_AC
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119



« ตอบ #8 เมื่อ: 08-07-2006, 11:34 »

"ดูนางให้ดูที่แม่"


ทักษิณดื้อแพ่งไม่ออก ... หนาก็ไม่ออก

ทักษิณร้องไห้ ... หนาร้องมั่ง ...

ทักษิณอ้างกฏหมาย ... หนาก็อ้างมั่ง ...

ทักษิณมีข้ออ้างมหัศจรรย์ที่จะไม่ออก ... หนาก็พันลึกเหมียนกัลลล



พฤติกรรมเลีย(น)แบบกันอยู่ ... โบราณเค้าว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ ...
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #9 เมื่อ: 08-07-2006, 11:53 »

ผมอยากเห็นจังครับ นักการเมืองที่กระทำผิด แล้วถูกลงโทษ อยากเห็นจริงๆ
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
achiteer
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 285



« ตอบ #10 เมื่อ: 08-07-2006, 17:12 »

ขอให้ติดจริงๆซะทีเถอะคะ  Mr. Green
บันทึกการเข้า
นายเบียร์
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 997



« ตอบ #11 เมื่อ: 08-07-2006, 19:04 »

ขอให้ติดจริงๆเถอะ หึๆๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: