ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-09-2019, 18:52
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ผู้มีบารมีและพล.อ.เปรม 'ทักษิณ'ผู้ใหญ่โต้คับฟ้า ทำอะไรอยู่-ไม่มีใครรู้? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ผู้มีบารมีและพล.อ.เปรม 'ทักษิณ'ผู้ใหญ่โต้คับฟ้า ทำอะไรอยู่-ไม่มีใครรู้?  (อ่าน 2187 ครั้ง)
watson
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393


« เมื่อ: 05-07-2006, 17:39 »

นายโสภณ สุภาพงษ์ รักษาการส.ว.กทม. ได้เขียนบทความเรื่อง “ผู้มีบารมีและพล.อ.เปรม” มีรายละเอียดดังนี้

...............................................................

ผู้มีบารมีนั้นเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตนอยู่ในคุณงามความดีมายาวนาน หรือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่ทำให้ยิ่งใหญ่ เช่นว่าพระบารมีปกเกล้า (อ้างถึงพจนานุกรม ราชบัณฑิตสถาน)ชี้วิถีชีวิตที่ประเสริฐแก่มนุษย์ในโลก และผู้คนในชาติ จนคนศรัทธาเชื่อมั่น

คุณมีชัย ฤชุพันธ์ บอกว่า "คนทั้งประเทศเชื่อกันว่าคนที่มีบารมีมากที่สุด และเป็นที่รักของทุกคนคือ พระเจ้าอยู่หัว ส่วนคนที่เคยอยู่ในแวดวงการเมืองที่มีบารมี และคนยังเคารพนับถือก็คือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งบัดนี้ท่านก็พ้นจากแวดวงการเมืองไปดำรงตำแหน่ง ประธานองคมนตรี อันเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้ชิด พระเจ้าอยู่หัว"

บุคคลที่บำเพ็ญทศบารมีคือ พระพุทธเจ้า ซึ่งได้ชี้วิถีชีวิตที่ประเสริฐแก่มนุษย์ทุกลมหายใจ

สำหรับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์นั้น แค่เสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวที่ท่านได้ทำคงจะอธิบายได้ถึงบารมีของท่านที่ได้ทำหน้าที่รักษาปกป้องบ้านเมือง และสถาบันกษัตริย์

เมื่อปี 2516 สงครามได้ลามไปทั่วอินโดจีน เลือดคนไทยด้วยกันไหลนองแผ่นดินจากสงครามปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พลตรีเปรม ติณสูลานนท์ ในขณะนั้นได้เข้าดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่2 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2516 รับผิดชอบ 16 จังหวัดภาคอีสาน

พล.อ.เปรม เปิดเผยเรื่องนี้ในหนังสือประวัติของท่านว่า "ผมไม่ค่อยจะมีความรู้อะไรมากนัก ก็รู้แต่ว่ามีการปฏิบัติการที่รุนแรงมาก ในภาคอีสานตอนนั้นแรงมาก...ผมไปถึงที่นั่นวันที่ 2 พฤศจิกายน พอวันที่ 3 ทหารของผมถูกซุ่มโจมตีตายไปทีเดียว 23 คน โลงศพที่สกลนครแทบไม่พอใส่ ผมเสียใจมาก แล้วผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นั่งนึกตรึกตรองมาว่า เอ...ทำอย่างไรนี่ถึงจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ก็คิดไม่ออก เราก็ขึ้นไปใหม่ๆแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรมาก จนกระทั่งอยู่มานานพอสมควรถึงได้คิดได้ว่า..."

"...ถ้าเราไม่สามารถรู้ว่าคนไหนเป็นผกค. และคนไหนไม่ใช่นี่ เราคงไม่มีทางสู้กับผกค.ได้หรอก เราก็ต้องไปยิงกับเขาทุกวัน ยิงผิดบ้างถูกบ้าง ยิงคนข้างเดียวกันบ้าง ยิงผกค.บ้าง เราไม่รู้ว่าคนไหนใช่คนไหนไม่ใช่ ทำอย่างๆรเราถึงจะรู้ว่าคนไหนที่เขาเป็นคนดีคนไหนเป็นผกค. ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ และในที่สุดเราก็ตอบได้..."

"...ตอนผมไปครั้งแรกก็มองผกค.เหมือนกับศัตรูต่างชาติที่ต้องฆ่ากัน และยังมองไปอีกว่าทำไมเวลาเราไปเยี่ยมชาวบ้านนี่ เขาถึงหนีพวกเรา เราเดินเข้าไปในหมู่บ้านเขาไม่สนใจเรา ผมเข้าใจว่าเขาเกลียดพวกเรา เขาไม่อยากเดินมาพูดจากับพวกเรา เราก็ท้อใจ เราก็เสียใจ เอ๊ะทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่มาต้อนรับ เราก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรดี ก็ถามเขาบ้าง พูดคุยกับเขาบ้างว่าเขาเกลียดอะไร บางคนเขาก็เล่าให้ฟังว่าถูกรังแก ถูกข่มเหง ถูกรีดไถ อะไรต่างๆนานา ร้องพันประการ ผมบอกว่านี่คือสาเหตุ ถ้าเราไม่สามารถกำจัดทั้งหมดนี้ได้ เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่เราไม่สามารถกำจัดทั้งหมดนี้ได้ เราก็ค่อยๆเริ่มเข้าไปบอกกับชาวบ้าน เราพยายามกำจัดพวกนี้ ขอให้เชื่อเรา ขอให้ความร่วมมือกับพวกเราและทสปช. (กลุ่มราษฎรอาสาสมัครไทยอาสาป้องกันชาติ) จึงได้เกิดขึ้น"

"...และโดยวิธีที่เราไปพูดกับเขานี่เองทำให้เราสำเร็จ ในที่สุดชาวบ้านก็เชื่อว่า เขาสามารถมั่นใจได้ถ้าผู้ใหญ่มากๆอย่างขนาดผม หรือขนาดผู้ว่าราชการจังหวัดรับปากเขาว่า จะไม่ให้ตำรวจไปรังแกเขา ไม่ให้ทหารไปรังแกเขา ถ้าเขาถูกรังแกก็ให้เขามาหาเรา เราจะจัดการให้เขา จะย้าย จะลงโทษ ชาวบ้านจึงเริ่มเข้าใจ เริ่มเชื่อเรา เริ่มหันหน้าคุยกับเรา เราเริ่มได้อะไรมาจากเขา ในที่สุดพอเขาเกิดศรัทธาสูงสุดก็เริ่มได้มวลชนมา เหตุการณ์จึงเริ่มคลี่คลาย"

พลเอกเปรมใช้บารมีปราบคอมมิวนิสต์โดยไม่ต้องฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

ส่วนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ก่อนปี 2524 นั้น มีกองกำลังติดอาวุธ ทั้งโจรจีน กลุ่มคอมมิวนิสต์ กลุ่มก่อการร้ายต่อมาเลเซีย กลุ่มแบ่งแยกดินแดน รวมทั้งโจรอาชญากรรม มากกว่า 62 กลุ่ม รวมหลายพันคน

นายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้วางรากฐานดำเนินการดูแลภาคใต้ด้วยการสังวรเสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรักษา "ใจ" ของคน 1.7 ล้านคนใน 3 จังหวัดได้ด้วย "พระเมตตา" โดยนายกฯ เป็นผู้ทำ ชาวบ้านผู้เดือดร้อนเป็นผู้บอกความต้องการ

ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือศอ.บต. และพตท.43 มีผู้อำนวยการที่มีศีลธรรม เช่น คุณเจริญจิต ณ สงขลา จนถึง คุณพลากร สุวรรณรัตน์ มีชาวบ้าน ผู้นำทางศาสนาเข้าร่วม ได้ข้อมูลความจริง มุ่งสร้างความยุติธรรม ปราบโจรผู้ร้าย ขจัดการกดขี่ ข่มเหง ดูแคลน เบียดเบียนศาสนา ด้วยข้อมูลความจริงจากชาวบ้าน ได้มีการลงโทษ โยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่กดขี่ข่มเหงมากกว่า 200 คน

ด้วยบารมีในความยุติธรรม มีนักรบที่อยู่ในกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนเข้ามอบตัว ร่วมสร้างความสมานฉันท์ถึง 969 คน เมื่อปราศจากแนวร่วมโจรหลายพันคน ในปี 2524 เหลือเพียง 70 คน ในปี 2544 ผมซึ่งเคยทำงานให้พลเอกเปรม ได้รับการพูดย้ำจากท่านเสมอว่า “ความดีจะชนะ”

แต่การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของคุณทักษิณได้ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลง โจรที่เหลือ 70 คนในปี 2544 กลับมีแนวร่วมขมขื่น คับแค้นระบาดใหญ่โตน่าสะพรึงกลัวเป็นหมื่นคน เหตุร้ายที่เคยเกิด 32 ครั้งในปี 2543 กลายเป็น มากกว่า 3,500 ครั้งในปี 2547 - 48 มีคนบริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ที่เสียสละต้องตายและบาดเจ็บพิการมากกว่า 3,000 คน

บารมีของพลเอกเปรมทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นที่รักของกลุ่มประเทศมุสลิมในโลกที่มีมากกว่า 1,200 ล้านคน แต่ปัจจุบันรัฐบาลทำให้เราเป็นที่ขมขื่นของกลุ่มประเทศเหล่านี้

พลเอกเปรม ไม่เคยคดโกง ปราบทุจริต เสียสละ ทำให้คนในชาติหยุดการแตกแยกกลับมารักกัน ทำให้คนไทยรับรู้ว่าต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ในขณะที่วันนี้การเมืองสอนให้คนไทยตอบแทนบุญคุณทุนข้ามชาติสิงคโปร์ ใช้ชีวิตกับอบายมุข การเมืองร่วมกันคดโกงทุจริต ผู้มีบารมีนั้นยิ่งมีมากยิ่งดีต่อบ้านเมือง ต่อคนไทย

แต่ผู้ที่มีอิทธิพลระดับท้องถิ่นนั้นถูกเรียกว่า เจ้าพ่อ มาเฟียระดับประเทศถูกเรียกว่า "เผด็จการ" แต่ถ้าหากินปล้นคนไทยขายชาติ เราเรียกว่า ขโมย โจร จนถึงทรราช คนกลุ่มนี้ ไม่ชอบผู้มีบารมีที่ดีงามทั้งสิ้น

คุณทักษิณที่ใหญ่โตคับฟ้า วางแผนทำอะไรอยู่ ไม่มีใครรู้ครับ...


เอามาจาก http://www.thaiinsider.com/ex/ShowNews.php?Link=News/Political/2006-07-05/14-05.htm ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: