ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
09-12-2019, 06:53
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ไขปริศนา!ทำไมพันธมิตรฯ-รัฐบาลต้องชิงไหวชิงพริบ"ยึดรัฐสภา-เร่งแถลงนโยบาย" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ไขปริศนา!ทำไมพันธมิตรฯ-รัฐบาลต้องชิงไหวชิงพริบ"ยึดรัฐสภา-เร่งแถลงนโยบาย"  (อ่าน 1181 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 07-10-2008, 02:53 »

ไขปริศนา!ทำไมพันธมิตรฯ-รัฐบาลต้องชิงไหวชิงพริบ"ยึดรัฐสภา-เร่งแถลงนโยบาย"
มติชน

การที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลบุกเข้าปิดล้อมรัฐสภาเมื่อค่ำวันที่ 6 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อสกัดมิให้คณะรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้นั้นมีเป้าหมายไม่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้

เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 บัญญัติไว้ว่า "คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่(วันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์..มาตรา 175)...

"ก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้"

นั่นหมายความว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลนายสมชายจะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เว้นแต่กรณี "จำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน"ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ผลก็คือ สภาพรัฐบาลนายสมชายก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเป็ดง่อย ที่แทบไม่มีอำนาจใดๆเพราะไม่สามารถโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ สั่งงานหน่วยงานของรัฐ และดำเนินโครงการต่างๆในลักษณะที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดินได้

ในทางตรงกันข้าม เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องพยายามทุกวิถีทางให้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาย แม้จักต้องระเหเร่ร่อนเป็นรัฐสภาพลัดถิ่นเหมือนรัฐพลัดถิ่นก็ตาม

ทั้ง พ.อ. อภิวันทน์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรปและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต่างกล่าวตรงกันว่า จะต้องหาสถานที่เพื่อประชุมรัฐสภาให้ได้

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนและแกนนำรัฐบาลได้มองสถานที่ไว้อย่างน้อย 3 แห่งที่สมาชิกรัฐสภากว่า 600 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐสภาอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่

หนึ่ง อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่สามารถบรรจุคนได้นับหมื่น และมีสถานที่จอดรถอย่างเพียงพอ  แต่อาจจะมีขนาดใหญ่เกินไปและระบบปรับอากาศอาจจะไม่ถึงระดับที่ต้องการ และต้องใช้เวลาเตรียมสถานที่อีกระยะหนึ่ง

สอง สนามกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกรุงเทพมหานคร สามารถจุคนได้ถึง 2,000 คน ระบบการปรับอากาศอาจสมบูรณ์กว่า และใช้เวลาในการเตรียมการน้อยกว่า

สาม หอประชุมของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สุโขทัยธรรมาธิราช ที่จุคนได้ประมาณ 1,000 คน หรืออาจรวมถึงโรงแรมต่างๆที่มีห้องขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีสามาถแถลงนโยบายสำเร็จ แต่ประเทศไทยจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติกลายสภาพเป็นสัมภเวสีหาที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาคมโลกจะให้ความเชื่อถือกับรัฐบาลที่ไร้อำนาจรัฐเช่นนี้ได้อย่างไร

 
บันทึกการเข้า

nominee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #1 เมื่อ: 07-10-2008, 03:08 »

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ม.175 รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ก่อนเข้ารับหน้าที่
ม.176 คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่
ม.88 รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนและวุฒิสภา

ครม.สมชาย (1) เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2551

วันศุกร์ที่ 10 ตค. นี้ จะครบ 15 วัน หลังจากที่ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณและเข้ารับหน้าที่
หากไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็จะขัดต่อ ม.176 และไม่สามารถเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้

ทางเลือกที่เป็นไปได้ คือ
1. รัฐบาลสั่งสลายการชุมนุมที่รัฐสภา เพื่อให้ ครม. เข้าไปแถลงนโยบายภายในวันศุกร์นี้ โดย
    1.1 เดินข้ามคราบเลือด หรือ
    1.2 สวมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา

2. ประธานสภาเรียกประชุมรัฐสภาในสถานที่แห่งอื่น เพื่อให้ ครม. แถลงนโยบาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม. แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ไม่ได้กำหนดให้แถลงที่รัฐสภา
   จากนั้น รัฐบาลก็บริหารประเทศไป แก้รัฐธรรมนูญช่วยเหลือทักษิณและพวกพ้องไป ส่วนพันธมิตรคงต้องยอมให้แกนนำโดนจับอีก 3-4 คน ไม่งั้นครั้งหน้าอาจไม่สามารถระดมพลให้มากกว่านี้ได้อีก

3. รัฐบาลไม่สลายการชุมนุม (หรือสลายไม่สำเร็จ) และไม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในสถานที่อื่นภายในวันศุกร์นี้ (พธม.ตามไปต่อต้านทุกที่)
    ครม.ก็ยังเป็น ครม.ต่อไป แต่บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ ก็อาจไปร่วมงานเลี้ยงเป็นเกียรติให้หัวคะแนนซักพัก ยั่วให้พันธมิตรเจ็บแค้นใจอีกซักพัง แล้วค่อยลาออกทั้งคณะ เพื่อให้สภาเลือกนายกใหม่

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ใช้เวลาเขียนนานไปหน่อย เลยตั้งกระทู้ใหม่ไม่ทัน ขออนุญาตแจมกระทู้นะครับ  Laughing
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 07-10-2008, 03:51 »

ดีเลยครับ ขอก้อบไปเสริมในบล็อคนะครับ

 
บันทึกการเข้า

nominee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #3 เมื่อ: 07-10-2008, 10:29 »

เหตุการณ์กำลังเดินไปตามข้อ 1.1 ครม.เดินข้ามคราบเลือดประชาชนเข้าไปแถลงนโยบาย

หากจะยุติการแถลงนโยบาย คงจะเหลือทางเลือกไม่กี่ทาง คือ
1. ไม่ครบองค์ประชุม
2. ไฟดับ
3. ไฟไหม้
4. ปฏิวัติ

ข้อ 3-4 ขออย่าให้เกิดขึ้นเด็ดขาด แต่ข้อ 1-2 น่าจะยังพอมีโอกาส

หาก ครม แถลงนโยบายเสร็จ ก็จะหน้าด้านหน้าทนทำงานกันไป ซื้อเวลากันไปเรื่อยๆ ไม่เข้าปะทะกับ พธม อีกแล้ว

แกนนำ พธม ประกาศแนวทางต่อสู้อย่างไรหรือยังครับ ว่าจะแตกหักไม่ยอมให้แถลงนโยบาย หรือจะอหิงสากันไปเรื่อยๆ เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้วครับ
บันทึกการเข้า
watson
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393


« ตอบ #4 เมื่อ: 07-10-2008, 10:44 »

เหตุการณ์กำลังเดินไปตามข้อ 1.1 ครม.เดินข้ามคราบเลือดประชาชนเข้าไปแถลงนโยบาย

หากจะยุติการแถลงนโยบาย คงจะเหลือทางเลือกไม่กี่ทาง คือ
1. ไม่ครบองค์ประชุม
2. ไฟดับ
3. ไฟไหม้
4. ปฏิวัติ

ข้อ 3-4 ขออย่าให้เกิดขึ้นเด็ดขาด แต่ข้อ 1-2 น่าจะยังพอมีโอกาส

หาก ครม แถลงนโยบายเสร็จ ก็จะหน้าด้านหน้าทนทำงานกันไป ซื้อเวลากันไปเรื่อยๆ ไม่เข้าปะทะกับ พธม อีกแล้ว

แกนนำ พธม ประกาศแนวทางต่อสู้อย่างไรหรือยังครับ ว่าจะแตกหักไม่ยอมให้แถลงนโยบาย หรือจะอหิงสากันไปเรื่อยๆ เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้วครับ


ข้อ 1 ข่าวล่าสุดเห็นว่าขาดอีกแค่ 5 ตัวก็จะครบองค์ประชุม ไม่น่าจะมีปัญหา
ข้อ 2 ไฟดับไปแล้วครับ แต่มีไฟสำรองใช้ได้ถึง 7 ชม ถ้าประชุมรวบรัดก็น่าจะเสร็จทัน

เหลือแต่ข้อ 3-4 ก็แหล่วแต้ว่ะ
บันทึกการเข้า
nominee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #5 เมื่อ: 07-10-2008, 11:51 »

ข้อ 1 ข่าวล่าสุดเห็นว่าขาดอีกแค่ 5 ตัวก็จะครบองค์ประชุม ไม่น่าจะมีปัญหา
ข้อ 2 ไฟดับไปแล้วครับ แต่มีไฟสำรองใช้ได้ถึง 7 ชม ถ้าประชุมรวบรัดก็น่าจะเสร็จทัน

เหลือแต่ข้อ 3-4 ก็แหล่วแต้ว่ะ

เมื่อข้อ 1 กับ 2 หมดโอกาสไปแล้ว ก็คงเหลือแต่ "อุบัติเหตุ" เท่านั้น

ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้ไฟไหม้รัฐสภา
ประชาชนไปชุมนุมหน้ารัฐสภามากๆ เด๋ว สส. สว. จะหนีตายออกมาไม่ได้นะครับ

ส่วนประธานสภา จะทำหน้าที่ในรัฐสภาเป็นคนสุดท้าย เหมือนกับกัปตันเรือที่ยอมจมลงไปกับเรือ หรือไม่?
ผมคิดว่าประธานฯ น่าจะหนีออกมาเป็นคนแรกเลยครับ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #6 เมื่อ: 07-10-2008, 12:51 »

ไขปริศนา!ทำไมพันธมิตรฯ-รัฐบาลต้องชิงไหวชิงพริบ"ยึดรัฐสภา-เร่งแถลงนโยบาย"
มติชน

การที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลบุกเข้าปิดล้อมรัฐสภาเมื่อค่ำวันที่ 6 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อสกัดมิให้คณะรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้นั้นมีเป้าหมายไม่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้

เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 บัญญัติไว้ว่า "คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่(วันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์..มาตรา 175)...

"ก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้"

นั่นหมายความว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลนายสมชายจะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เว้นแต่กรณี "จำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน"ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ผลก็คือ สภาพรัฐบาลนายสมชายก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเป็ดง่อย ที่แทบไม่มีอำนาจใดๆเพราะไม่สามารถโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ สั่งงานหน่วยงานของรัฐ และดำเนินโครงการต่างๆในลักษณะที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดินได้

ในทางตรงกันข้าม เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องพยายามทุกวิถีทางให้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาย แม้จักต้องระเหเร่ร่อนเป็นรัฐสภาพลัดถิ่นเหมือนรัฐพลัดถิ่นก็ตาม

ทั้ง พ.อ. อภิวันทน์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรปและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต่างกล่าวตรงกันว่า จะต้องหาสถานที่เพื่อประชุมรัฐสภาให้ได้

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนและแกนนำรัฐบาลได้มองสถานที่ไว้อย่างน้อย 3 แห่งที่สมาชิกรัฐสภากว่า 600 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐสภาอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่

หนึ่ง อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่สามารถบรรจุคนได้นับหมื่น และมีสถานที่จอดรถอย่างเพียงพอ  แต่อาจจะมีขนาดใหญ่เกินไปและระบบปรับอากาศอาจจะไม่ถึงระดับที่ต้องการ และต้องใช้เวลาเตรียมสถานที่อีกระยะหนึ่ง

สอง สนามกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกรุงเทพมหานคร สามารถจุคนได้ถึง 2,000 คน ระบบการปรับอากาศอาจสมบูรณ์กว่า และใช้เวลาในการเตรียมการน้อยกว่า

สาม หอประชุมของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สุโขทัยธรรมาธิราช ที่จุคนได้ประมาณ 1,000 คน หรืออาจรวมถึงโรงแรมต่างๆที่มีห้องขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีสามาถแถลงนโยบายสำเร็จ แต่ประเทศไทยจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติกลายสภาพเป็นสัมภเวสีหาที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาคมโลกจะให้ความเชื่อถือกับรัฐบาลที่ไร้อำนาจรัฐเช่นนี้ได้อย่างไร


 





'นาค' อยากห่มผ้าเหลือง
เป็น'เทวฑัต'จริงๆ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-10-2008, 12:53 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: