ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-11-2020, 01:27
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  โภคิน-ประชา-วัฒนา สมัคร-อภิรักษ์-ขรก.ซี10 คดีทุจริตจัดซื้อเรือและรถดับเพลิง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
โภคิน-ประชา-วัฒนา สมัคร-อภิรักษ์-ขรก.ซี10 คดีทุจริตจัดซื้อเรือและรถดับเพลิง  (อ่าน 1644 ครั้ง)
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« เมื่อ: 05-07-2006, 14:40 »

ดีเอสไอฟัน3รมต.
"โภคิน-ประชา-วัฒนา"เอี่ยวซื้อรถดับเพลิงฉาว
พ่วงสมัคร-อภิรักษ์-ขรก.ซี10คอพาดเขียงยกแก๊ง
ผลสอบชี้ชัดขัดมติครม.-ซื้อแพง-แหกตาแลกไก่
เตรียมยื่นปปช.เชือด/"ทวี"ขู่เล่นงานซ้ำคดีฟอกเงิน

เมื่อเวลา 12.30น.วันที่ 4 กรกฎาคม พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)แถลงผลการประชุมสรุปสำนวนคดีจัดซื้อรถ เรือ และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร ว่า คดีดังกล่าวมีผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินการผู้บริหารที่มีหน้าที่เสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรี การทำสัญญา การเปิดแอลซีและการบริหารสัญญา รวม 7 คน ทั้งนี้ จากการสอบปากคำพยานกว่า 50 ปาก และรวบรวมพยานเอกสาร 15,000 แผ่น คณะพนักงานสอบสวนมีมติให้ส่งสำนวนคดีชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คน พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติระดับล่าง ซึ่งไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ส่งผลให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ดำเนินการตามกฎหมายในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า หลักฐานจากการสอบสวนพบว่า โครงการจัดซื้อเรือและรถดับเพลิงนั้น ครม.มีมติอนุมัติให้จัดซื้อในวงเงิน 6,687 ล้านบาท และมีเงื่อนไขให้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เฉพาะที่ไม่มีหรือไม่อาจผลิตได้ในประเทศไทยและเป็นการค้าต่างตอบแทน ดังนั้นการจัดซื้อดังกล่าวจึงมีมูลการกระทำความผิดรวม 6 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นการจัดซื้อเกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. เพราะราคาที่รวมภาษีอากรเป็นเงินถึง 8,000 ล้านบาท ซึ่งวงเงินที่เพิ่มขึ้นไม่มีการนำเสนอขออนุมัติจากครม.แม้ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกทม.และได้มีการทบทวนสัญญาและเปิดแอลซีจนทำให้สัญญาเป็นผลสมบูรณ์ ก็ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องภาระภาษี จนกระทั่งมีการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศไทย กทม.จึงได้รับผิดชอบเกี่ยวกับภาษีนำเข้ากับกรมศุลกากร

ประเด็นที่2 มติ ครม.ระบุว่า สิ่งใดที่สามารถผลิตในประเทศไทยให้ซื้อในประเทศไทยเท่านั้น แต่การจัดซื้อเรือดับเพลิง 30 ลำ ลำละ 25,462,100บาท รวมเป็นเงิน 763,890,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเรือที่ซื้อจากบริษัทซีทโบ๊ท พัทยา จ.ชลบุรี ราคาลำละ 14,300,000 บาท รวมเป็นเงิน 429,000,000บาท ในส่วนของรถดับเพลิง จำนวน 72 คัน ซื้อจากบริษัทมิตซูบิชิ คันละ 460,000 บาท รวมเป็นเงิน 33,120,000 บาท แต่เมื่อประกอบเป็นรถดับเพลิงแล้ว กทม.ซื้อในราคาคันละ 5,839,150 บาท หรือ 116,781ยูโร รวมเป็นเงิน 420,411,600 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดซื้อดังกล่าวจึงเป็นการขัดมติ ครม.

ประเด็นที่3 การจัดซื้อเรือและรถดับเพลิงครั้งนี้ ไม่ปฏิบัติตามมติครม.ที่ให้นำความคิดเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาในการจัดซื้อ จนเกิดความเสียหาย ขาดความเหมาะสม และเป็นการจัดซื้อเกินความจำเป็น เช่น ปัจจุบัน กทม.มีรถดับเพลิงประมาณ 611 คัน มีสถานีดับเพลิง 35 สถานีพบว่า จะต้องมีพนักงานดับเพลิงที่มีความเชี่ยวชาญถึง 3,000คน แต่กทม.มีบุคลากรไม่เพียงพอ เมื่อจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงอีก 315 คัน จึงต้องใช้คนเพิ่มอีกกว่า 1,000คน นอกจากนี้ การพิจารณาจัดซื้อรถดับเพลิงแบบขับเคลื่อน4ล้อ เป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น เพราะกทม.ไม่มีพื้นที่สูงหรือภูเขา ส่วนการจัดซื้อเรือดับเพลิงจำนวน 30ลำ ต้องใช้กับพื้นที่เมืองที่มีคูคลองจำนวนมาก แต่กทม.พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นถนน นอกจากนี้ ยังมีการจัดซื้อรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000ลิตร ราคาคันละ 20,035,900บาท จำนวน 72 คัน รวมเป็นเงิน 1,442,584,800 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แพงและเกินจำเป็น เพราะกทม.มีรถบรรทุกน้ำอยู่แล้ว ถึง 400คัน ทั้งนี้ หากกทม.ได้รับฟังความเห็นจากส่วนราชการตามมติ ครม.ก็จะไม่เกิดความเสียหาย

ประเด็นที่4 จากการสอบสวนผู้บริหารบริษัทสไตเออร์ฯ ยืนยันว่า ผลของสัญญา เกิดขึ้นจากการเปิดและมีการยืนยันแอลซี โดยมีพยานหลักฐานซึ่งเป็นกรรมการที่ได้แต่งตั้งทบทวนสัญญา ระบุว่า มีการการทักท้วงแล้ว แต่เมื่อมีการเปิดแอลซีจึงทำให้สัญญามีผลสมบูรณ์และมีเหตุให้ส่งสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าที่ผิดไปจากมติ ครม.ด้วย

ประเด็นที่ 5 การสอบสวนพบว่า มีการจัดซื้อรถดับเพลิงมูลค่า 6,687 ล้านบาท เป็นราคาที่แพงจนเกิดความเสียหาย นอกจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,300ล้านบาท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังพบว่า ราคาที่ซื้อขายกันจริงไม่เกิน 60-70ล้านยูโร หรือเป็นเงินไทย 3,000-3,500ล้านบาทเท่านั้น ประกอบกับประเทศออสเตรียมีโรงงานผลิตรถดับเพลิงที่มีมาตรฐานเป็นที่รู้จักทั่วโลกแต่ก็ไม่ได้ใช้โรงงานดังกล่าว แต่ไปเลือกว่าจ้างบริษัทจากประเทศอื่นให้ประกอบและผลิตแทน

ประเด็นที่ 6 โครงการดังกล่าวไม่เป็นการซื้อแบบการค้าต่างตอบแทนตามมติ ครม.จากการสอบสวนพบหลักฐานว่า มีการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน โดยมีการว่าจ้างบริษัทผู้ส่งออกในประเทศไทยในราคา 150ล้านบาท โดยที่บริษัทดังกล่าวมีโควตา หรือแผนส่งออกอยู่แล้ว กรณีดังกล่าวจึงเป็นเพียงการรวบรวมเอกสารเพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบการค้าต่างตอบแทนและเป็นเหตุสนับสนุนให้สามารถซื้อรถและเรือดับเพลิงได้เท่านั้น ที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มราคาทำให้ราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดไว้ทั้งหมดแล้ว หาก ปปช.ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตจัดซื้อเรือและรถดับเพลิง ดีเอสไอจะตั้งข้อหาฟอกเงินเพื่ออายัดทรัพย์ที่ได้ไปจากการกระทำความผิดทันที
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ถูกกว่าหาทั้ง 7 คน ที่ดีเอสไอส่งสำนวนไปยัง ปปช. แยกเป็นนักการเมืองระดับชาติ ได้แก่ นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, นายประชา มาลีนนท์ รักษารมช.มหาดไทย และนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ส่วนผู้บริหารกทม. 2ราย คือนายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม.และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. และ นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นหน้าห้องของ นายประชา มาลีนนท์

ส่วนข้าราชการประจำที่ถูกชี้มูลความผิด เป็นข้าราชการระดับ10 ของ กทม. คือ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ์ อดีต ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับสัญญาการค้าต่างตอบแทนหลักฐานการสอบสวนพบว่า บริษัทสไตเออร์ฯได้ว่าจ้างบริษัทซีพี ซึ่งมีโควตาส่งออกไก่ต้มสุกอยู่แล้ว เพื่อทำให้สัญญาการค้าต่างตอบแทนสมบูรณ์ โดยไก่ต้มสุกไม่ได้ถูกจัดส่งไปยังประเทศออสเตรียแต่อย่างใด

ขณะที่ นายนันทศักดิ์ พูนสุข รองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ซึ่งร่วมเป็นประธานประชุมสรุป สำนวนชี้มูลความผิดคดีซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม.ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมถึงกรณีที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กทม.จะทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอยกเลิกโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ว่า การจะยกเลิกหรือไม่ ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการและไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะยกเลิกด้วยเหตุผลใด อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลต่อสำนวนคดี เพราะการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงเกิดขึ้นก่อนแล้ว

ส่วน นายอภิรักษ์ กล่าวถึงผลสรุปการจัดซื้อรถดับเพลิงของดีเอสไอ ว่า เรื่องนี้ขอศึกษารายละเอียดก่อน พร้อมกับพิจารณาข้อกล่าวหาว่าผิดส่วนใดบ้าง อย่างไรก็ตาม พร้อมจะชี้แจงทุกข้อกล่าวหา เพราะมั่นใจการทำงานที่ผ่านมาได้รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างโปร่งใส แล้ว
นอกจากนี้ ตนจะตรวจสอบผลสรุปของดีเอสไออีกครั้งและจะเร่งประสานกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่า การจัดซื้อรถดับเพลิง เป็นสัญญาผูกพันระดับชาติ ที่ทั้ง กทม.และกระทรวงมหาดไทย จะต้องหาข้อยุติร่วมกัน มิใช่โยนให้ กทม.ตัดสินใจฝ่ายเดียว

 
http://www.naewna.com/news.asp?ID=15590
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #1 เมื่อ: 05-07-2006, 14:50 »

โดนกันทั้งกะบิ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย DSI อย่าเลือก ปฏิบัติในตอนหลังละกัน
บันทึกการเข้า

แนวสกา
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 633



« ตอบ #2 เมื่อ: 05-07-2006, 15:06 »

ใครผิดจริงก็จัดการไปเลยครับ

แต่การตัดสินต้องยุติธรรมนะครับ อย่าเลือกปฏิบัติ
บันทึกการเข้า

ทุกคนล้วนมักมีอำนาจวาสนา ตัวข้าต้องการเพียงเสพดื่มกิน
cha_srt
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 276



« ตอบ #3 เมื่อ: 05-07-2006, 16:04 »

สิเทย จะซวยไหมงานนี้
บันทึกการเข้า
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 05-07-2006, 16:14 »

ยังมั่นใจอภิรักษ์ค่ะ....

เห็นว่าจะแถลงเรื่องนี้ตอนบ่าย ไม่รู้ผลออกมาว่าไง?
บันทึกการเข้า

1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #5 เมื่อ: 05-07-2006, 16:38 »

โดนกันเป็นพรวน แต่ตอนจบกลัวจะเหลือแค่ข้าราชการ c10
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 05-07-2006, 17:28 »

โดนกันเป็นพรวน แต่ตอนจบกลัวจะเหลือแค่ข้าราชการ c10

แล้วก็กลัวว่าจะเหลืออภิรักษ์อีกคนนึง ฐานะอยู่ฝ่ายตรงข้าม
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Wadoiji
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 801


รักษ์ประชาธิปัตย์


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 05-07-2006, 17:53 »

โดนกันเป็นพรวน แต่ตอนจบกลัวจะเหลือแค่ข้าราชการ c10

แล้วก็กลัวว่าจะเหลืออภิรักษ์อีกคนนึง ฐานะอยู่ฝ่ายตรงข้าม

กลัวแต่เขาจะเอาอภิรักษ์ไปด้วยน่ะสิ - -*
บันทึกการเข้า

mini
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407


« ตอบ #8 เมื่อ: 05-07-2006, 19:20 »

ที่กลัวสุด คือ รอดกันหมด ยกเว้น อภิรักษ์น่ะสิ
บันทึกการเข้า
(ก้อนหิน) ละเมอ
Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,041



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 05-07-2006, 20:19 »

ที่กลัวสุด คือ รอดกันหมด ยกเว้น อภิรักษ์น่ะสิ
ก็กลัวอย่างนั้นเหมือนกัน ...  Question
บันทึกการเข้า

koo
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 550



« ตอบ #10 เมื่อ: 05-07-2006, 20:22 »

อยากเห็น หน้า ปปช. จังเลยยยยยยยย

เมื่อไรจะมีซะที  เอาแบบ ฟันเฮียหมักจังๆจะดียิ่ง

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: