ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-09-2021, 07:58
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "สมชายลมโชย"เล็กๆ พูด-ทำไม่ได้ ใหญ่ๆ-ใครจะเชื่อถือ"คำพูด" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"สมชายลมโชย"เล็กๆ พูด-ทำไม่ได้ ใหญ่ๆ-ใครจะเชื่อถือ"คำพูด"  (อ่าน 841 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 05-10-2008, 11:42 »

ทัศนะวิจารณ์ คิดใหม่ วันอาทิตย์

5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 00:00:00

"สมชายลมโชย"เล็กๆ พูด-ทำไม่ได้ ใหญ่ๆ-ใครจะเชื่อถือ"คำพูด"

:" สมชาย วงศ์สวัสดิ์" คุณไม่น่าจะใช่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ตัวจริงที่สมควรได้รับการมอบหมายภารกิจสำคัญในการบริหารประเทศไทย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แต่น่าจะยังเป็น " ร่างทรง" ของใครบางคนที่กำลังเริ่มกดปุ่มรีโมตคอนโทรล สั่งให้ทำโน่นทำนี่ในแบบที่เจ้าตัวอาจจะไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรหรือพูดอะไรออกไปในฐานะ "นายกรัฐมนตรีของเรา" คนไทยทั้งประเทศ

"สมชาย" ที่มีอดีตเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับซี 11 ระดับปลัดกระทรวงถึง 2 กระทรวงที่หาได้น้อยมากๆ ในประเทศนี้ ที่เจ้าตัวยอมว่าได้ดีในชีวิตมาจากการ "เอื้ออาทร" ของพี่เขย "คนดีของสมชาย"

นับจาก " นายกฯ สมชายผัวเจ๊แดง" ขอประทานโทษฟังแล้วไม่สุภาพแสลงหู แม้จะคล่องปากมากกว่าการเรียกแบบมีนามสกุล "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ที่เลื่อนสถานะจากสามีคุณนายแดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และน้องเขยอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26" ของประเทศไทย

ไม่ว่าใครจะมอง "พี่เขย" เป็นคนชั่วช้าสามานย์แค่ไหน แต่ "สมชาย" เห็นว่าพี่เขยคนนี้เป็น "คนดี" ตลอดกาล ที่ได้อุปถัมภ์ค้ำชูให้ชีวิตสมชายสมหวังเกินที่ตั้งใจไว้มากมาย จนไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะไปไกลได้เป็นถึง "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26"

"นายกรัฐมนตรีสมชาย" มีโอกาสครั้งเดียวในชีวิตนี้ที่จะก้าวให้พ้นจาก "เงา" ของพี่เขยและเมีย  ด้วยการทำงานอย่างอิสระไม่เป็น "ร่างทรง" ของใครเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองให้ได้

แต่ " สมชาย" กลับยังเป็น "สมชายลมโชย" คนเดิมที่กำลังปล่อยให้ชีวิตยังพัดลอยล่องผูกติดกับพี่เขยและเมีย จนนานวันเข้าอาจจะกลายเป็น "สวะ" ไร้ค่าที่ไม่มีใครให้ราคาค่างวดในการเป็น "นายกรัฐมนตรีของเรา" คนไทยทั้งประเทศอีกต่อไป

เริ่มตั้งแต่ "คณะรัฐมนตรีของสมชาย1" ทำให้เกิดอาการสิ้นหวังระบาดไปทั่วสังคม ทำลายสถิติ "ขี้เหร่" ของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้อย่างราบคาบ

คำพูดของ "สมชาย" ในฐานะ "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26" เริ่มไม่คงเส้นคงวาไม่สมกับความเป็น "คนใต้-ลูกผู้ชาย-ชายชาตรี" ขาดความน่าเชื่อถือมากขึ้นทุกวันและยังทำร้ายจิตใจใครต่อใครเป็นว่าเล่น

สำนักวิจัยดังๆ อย่างสวนดุสิตของอาจารย์สุขุม เฉลยทรัพย์ กับเอแบคของอาจารย์นพดล กรรณิกา น่าจะลองสำรวจความเห็นของชาวบ้านว่าเชื่อถือในคำพูดของ "สมชาย" แค่ไหนที่บอกว่าลงมือเลือกรัฐมนตรีมาเองทุกคน พี่เขยและเมียไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องสั่งการ

"เพื่อนพี่เขย" สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่เป็นอดีตคู่แข่ง "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26" ก็เป็นอีกคนที่คงไม่เชื่อถือคำพูดของ "สมชาย" อีกต่อไปแล้ว

ยังงงไม่หายยิ่งกว่าอาการเมาค้างแฮงก์ข้ามวันข้ามคืนว่า ทำไม "สมชาย" เอ่ยปากขอให้มาเป็น "รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ" ด้วยเหตุผลพิลึกหาคนเหมาะสมไม่ได้จริงๆ รับไปก่อนแล้วกัน

ด้วยความไม่สบอารมณ์ "สมพงษ์" จึงตัดสินใจโยน "เผือกร้อน" ถอนพาสปอร์ตปกแดงของพี่เขยสมชายไปให้ "สมชาย" ตัดสินใจเอง อย่างไม่ต้องเกรงใจกันต่อไปแล้ว แต่ "สมชาย" โยนกลับมาโดยทันที  แล้วบอกว่าอยู่ในอำนาจของ "สมพงษ์" ว่าจะเอายังไงให้บอกมา

"สมพงษ์" จึงยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก คงอยากจะถามว่า "สมชาย" ทำไมคุณไม่ไปถามพี่เขยว่าจะให้ "พวกเรา" ทำยังไงไม่ให้เดือดร้อน

"พี่ษิณตัดสินใจซื้อที่อยู่ถาวรในบั้นปลายชีวิตได้หรือยัง น้องจะได้เลิกอุ้มเผือกร้อนที่ลวกมือพองไปหมดแล้ว ไอ้ธิทวงถามทุกวัน"


" สมชาย" น่าจะเป็นยิ่งกว่า "นอมินีนายกรัฐมนตรี" ที่ "สมัคร สุนทรเวช" เคยรับจ้างพี่เขยมา 7 เดือน แต่เข้าขั้น "ร่างทรงนายกรัฐมนตรี" ของพี่เขยคนดีของสมชายที่จะสำแดงตัวตนอีกด้านหนึ่งของพี่เขยออกมาให้เป็นที่ประจักษ์มากขึ้นๆ

ตัวตนแท้จริง "พี่เขยของสมชาย" เป็น "คนสองบุคลิก" เมื่อคราวเป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 23" อยู่นอกบ้านมักทำเป็น "ใจเย็น" พูดจาฉาดฉาน แต่ใครๆ ก็รู้ว่า "ใจร้อน" มากๆ และยังมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่เป็นประจำ

เมื่ออยู่ในที่ลับตาเฉพาะกับข้าทาสบริวารที่ใกล้ชิด หรือกลับถึงบ้านที่ไม่มีนักข่าวสอดรู้สอดเห็น มักจะปลดปล่อย "ตัวตน" จริงๆ กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่เจ้าอารมณ์พาลทะโลทุกเรื่องที่มีผู้คนขัดขวางไม่ให้ทำงานได้ดั่งใจ   

"คุณแดง" ไม่สงสัยเลยหรือว่าทำไมคำพูดของสามีที่นอนเตียงเดียวกัน เริ่มไม่อยู่กะร่องกะรอย (หรือเป็นอย่างนี้มานานแล้ว?) นับตั้งแต่พี่เขยชี้นิ้วให้เป็น "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26"

หรือว่า "สมชาย" เป็นคนบุคลิกเดียวคือนอกบ้านกับในบ้านก็พูดจาไพเราะ ไม่เคยพูดคำหยาบมึงกูอั๊วลื้อกับใคร แตกต่างจาก "พี่เขย" ที่มีสองบุคลิกโดยสิ้นเชิง "ปากกับใจ" มักไม่ตรงกัน

"สมชาย" ตัวจริง จึงพูดออกมาว่าจะตั้ง "โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" คนใหม่ที่เป็น "สาวสวยสด (ใส)" เปลี่ยนจากเพื่อนรักของพี่เขย "พล.ต.อ.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์" มาเป็น "สาวสวย-ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม" ที่มีอดีตขมขื่นจากข่าวลืออัปมงคลเคียงข้างพี่เขยคนดี

คำพูดของ "สมชาย" ที่บอกความในใจกับสาธารณะไปแล้ว ทำให้ "สาวสวย-ดร.ณหทัย" แก้มเปล่งปลั่งหอมชื่นมีน้ำมีนวลขึ้นทันตาเห็น โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เขียนประวัติใหม่ไฉไลขึ้นเป็นกอง

ดร.ณหทัยปรับจิตปรับใจพร้อมแล้ว สำหรับการกลับมาใหม่ในวงการการเมืองอย่างสมศักดิ์ศรีเพื่อลบล้างอดีตที่อยากลืม

เมื่อเสริมกับ "ทีมรองโฆษกฯ เดิม" สาวสวยอีก 2 คนที่เป็นอดีตผู้ประกาศข่าว "ศุภรัตน์ นาคบุญนำ" กับ "วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส" ย่อมทำให้ "ทีมงานโฆษกฯ ของสมชาย" จะได้รับการจารึกจดจำให้เป็น "ดรีมทีม" ที่สวยและเก่งไม่แพ้นางฟ้าชาร์ลี (Charlie's Angels) เป็นแน่แท้

อีกคำพูดของ "สมชาย" ที่แม้ไม่ได้บอกตรงๆ กับสาธารณะ แต่ได้ส่งสัญญาณ Off the Record ไปถึง "อดีตหวานใจ" สาวสวยนามว่า "นพดล ปัทมะ ณ ปราสาทวิหาร" ที่วางตัวไว้ว่าจะก้าวมาเป็นนายกฯ น้อย "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี" เพื่อช่วยด้านกฎหมายและจัดการงานราชการให้ "สมชาย" สบายใจได้ว่าสามารถต่อสายตรงถึงพี่เขยได้ตลอด 24/7 (24 ชั่วโมง 7 วัน)

แต่ "สมชาย" กลับทำไม่ได้ตามความตั้งใจในการตั้งโฆษกรัฐบาลกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่อาจจะมีบุญกุศลผลพลอยได้ ทำให้ "ณหทัย-นพดล" ถ่านไฟเก่าลุกโชน กลับมาเป็น "กิ๊ก" คู่หวานชื่นกันได้

ดังคำพังเพย "รักแท้แพ้ใกล้ชิด" ในการทุ่มเททำงานเพื่อชาติและลบล้างข่าวลืออัปมงคลเกี่ยวกับพี่เขยของสมชายอย่างเด็ดขาดเสียที

ทำไม "สมชายผัวเจ๊แดง" ที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี กลับทำไม่ได้ตามที่ได้ลั่นวาจาไปแล้วในเรื่องเล็กๆ แค่นี้

จึงเป็นปริศนาว่าใครเป็นคนทำให้ "สมชาย" จำต้องเปลี่ยนใจเพียงชั่วไม่กี่คืนต่อมา จนทำร้ายจิตใจสู้โว้ยของดอกเตอร์สาวสวยที่พร้อมคืนการเมืองและหัวใจสีชมพูของดอกเตอร์หนุ่มโสดที่อ้างว้างมาหลายเพลา

คุณนายแดงที่นอนเตียงเดียวกันกับ "สมชาย" น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุดว่าทำไมต้องจำใจตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ยอมตามใจ "สมชาย"

หรือว่านี่จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นทำงานสำคัญของสมชาย ในฐานะ "นายกรัฐมนตรีคนที่ 26" ให้เป็นเกียรติประวัติของตระกูลวงศ์สวัสดิ์-ชินวัตร ป้องกันไม่ให้เรื่องราวในอดีตกลิ่นคาวที่กระทรวงตาชั่งกลับมาหลอนซ้ำซ้อนใน "ทำเนียบดอนเมือง" ที่มีซอกหลืบลึกลับกว่านัก

คำพูดของ "สมชาย" ในเรื่องเล็กๆ ที่ไม่ได้สำคัญต่อการบริหารประเทศเพียงไม่กี่เรื่องที่ไม่สามารถทำได้ดั่งใจ กำลังจะส่งผลทำให้เรื่องใหญ่และสำคัญต่อความเป็นความตายของประเทศ เดินหน้าต่อไปไม่ได้เพราะไม่มีใคร "เชื่อถือ" ในคำพูดของ "สมชายลมโชย" อีกต่อไปแล้ว

แม้ว่า "สมชาย" พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่น่ารัก ใจดี พูดจาสุภาพไพเราะ ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร ทำใจดีสู้ "พันธมิตรมือตบ" ด้วยการกลับไป "บ้านเกิด" แหลใต้กับ "คนนคร" เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ลืมกำพืดเดิมเป็นคนใต้ที่ไปได้ดีทางเหนือ

หลังจากนั้น "สมชาย" ขึ้นเหนือไปสักการะกระดูกบรรพบุรุษตระกูลพี่เขยและภรรยา พยายามพูดสำเนียงชาวเหนือยกย่องพี่เขยเป็น "คนดีที่หนึ่งในดวงใจ" เพื่อ "เอาใจ" คนบ้านเดียวกับพี่เขยที่ส่วนใหญ่ยังรักเทิดทูนไม่ให้ใครมารังแก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา "สมชาย" ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคพลังประชาชน  แล้วพยายามเว้าสำเนียงอีสานเพื่อให้ได้ใจ "คนอีสาน" ที่มาฟังการปราศรัยที่สนามหลวงไปลงคะแนนให้ลูกพรรค

"สมชาย" ทำได้ดีเพียงแค่นี้เองจริงๆ ในความพยายามพูดจาเสนาะหู "วจีไพเราะ" แต่ไม่แน่ใจว่า "วจีสุจริต" หรือไม่ ดัดสำเนียงเหนือ-ใต้-อีสานให้กลมกลืนหรือกลบเกลื่อนตัวเอง  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้เป็น "นายกรัฐมนตรีของเรา" คนไทยทั้งประเทศ หวังจะให้แตกต่างจากพี่เขยที่เลือกเป็น "นายกรัฐมนตรีของคนเหนือและอีสาน" เท่านั้น

ใครยังจะเชื่อคำพูดของ "สมชาย" ที่รับปากจะปฏิรูปการเมืองชำระล้างสิ่งโสโครก "การเมืองเก่า" แล้วสร้าง "การเมืองใหม่" ด้วยการเห็นดีเห็นงามกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ชุดที่ 3) ที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วม แต่ลูกพรรคกลับส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาสนามหลวงเข้าบรรจุวาระประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ใครยังจะเชื่อคำพูดของ "สมชาย" ที่เคยโทรศัพท์ไปแสดงไมตรีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หวังจะเจรจาให้เกิดความสมานฉันท์ แต่กลับทำไม่รู้ไม่เห็นอ้างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมกับพฤติกรรมตำรวจที่อยู่ใต้บังคับบัญชาไป "ดักจับ" แกนนำพันธมิตร "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" ในข้อหากบฏ

แล้วใครยังจะเชื่อถือในคำพูดคำจา " ปากอย่าง-ใจอย่าง" ที่ไม่ต่างจากพฤติกรรม " หน้าไหว้-หลังหลอก" ของ "สมชาย" ผัวเจ๊แดง-น้องเขยทักษิณที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วว่าจะขออุทิศตนเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติ

(อ่านข้อเขียนย้อนหลังและแสดงความคิดเห็นตลอด 24 ชั่วโมงทาง www.oknation.net/blog/adisak)

http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/05/news_300531.php



'สมชาย' เป็น'นายกรัฐมนตรี' ไม่กี่วัน มีสมญานาม นามมแฝง ไม่น้อยหน้า ทักษิณ สมัคร แล้ว
ถ้าอยู่ในตำแหน่ง'นายกฯอุปโลกน์' ถึงสามเดือน อาจจะมีนามแฝง ล้อเลียน ถากถาง ประจาน นำหน้า'หมัก เมถุน'.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2008, 11:49 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #1 เมื่อ: 05-10-2008, 20:00 »



ขอโทษ ครับ คุณลุง ปุฯ นายกฯ คนใหม่เป็นน้องเขย


นายกฯ คนเก่า ที่โกยแน่บหนีหลบคดีนะ ครับ....
 


อิอิ ต้องท้วง กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ ใช่ปล่าวครับ คุณลุงฯ..
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #2 เมื่อ: 05-10-2008, 21:10 »


ขอโทษ ครับ คุณลุง ปุฯ นายกฯ คนใหม่เป็นน้องเขย


นายกฯ คนเก่า ที่โกยแน่บหนีหลบคดีนะ ครับ....
 


อิอิ ต้องท้วง กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ ใช่ปล่าวครับ คุณลุงฯ..


นัวเนียครับ....
'สมชายผัวแดง'เป็น'นายกฯอุปโลกน์' เป็น'น้องเขยจำเลยหนีหมายจับฯ' และเป็น.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: