ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-09-2020, 13:10
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รธน.2550 มิได้บัญญัติให้ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี ? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 2 3 [4]
รธน.2550 มิได้บัญญัติให้ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี ?  (อ่าน 9059 ครั้ง)
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #150 เมื่อ: 04-10-2008, 18:12 »

เหลี่ยม ณ ลอนดอนไง

0 คำแนน (ทีหลัง อย่าแอบดูคำตอบคนอื่น)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 18:15 โดย concordance democracy » บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #151 เมื่อ: 04-10-2008, 18:14 »

รัฐธรรรมนูญ2550 มิได้บัญญัติให้ใครเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี

เพราะฉะนั้น ครม.สมัครทุกชุด และ ครม.สมชายเป็นโมฆะทั้งสิ้น

มาตรา 172 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมตรี

หลังจากนั้น มาตราไหน ? ให้ใคร ? เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี

ดังนั้นการบริหารราชการแผ่นดินของครม.สมัครทุกชุด + ครม.สมชาย น่าจะเป็นโมฆะทั้งหมด

ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างร้ายแรงนี้ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ?

นี่คือการปล้นอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทยที่แนบเนียนที่สุด มายาวนานถึง 76 ปี และต่อไปๆ ตลอดชาติ ?

ตอบผิด 0 คะแนน อธิบายคำตอบที่มีผู้ถามได้ไม่ชัดเจน -1 ไม่พยายามทำให้คนอื่นเข้าใจในความคิดเห็นของตัวเอง -2

ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น -3 ทำตัวไม่อยู่กับร่องกับรอยชอบตามลบหรือแก้ไขกระทู้ของตัวเอง -4

พยายามที่จะยัดเยียดให้คนอื่นยอมรับในความคิดเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว -5

สรุป คุณติดลบอยู่ 5
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #152 เมื่อ: 04-10-2008, 18:19 »

มาตราไหนห้ามไม่ให้รัฐมนตรี เลือกนายกเอง...

รธน.ของประเทศสวิส
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #153 เมื่อ: 04-10-2008, 18:22 »

ตอบผิด 0 คะแนน อธิบายคำตอบที่มีผู้ถามได้ไม่ชัดเจน -1
ไม่พยายามทำให้คนอื่นเข้าใจในความคิดเห็นของตัวเอง -2
ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น -3
ทำตัวไม่อยู่กับร่องกับรอยชอบตามลบหรือแก้ไขกระทู้ของตัวเอง -4
พยายามที่จะยัดเยียดให้คนอื่นยอมรับในความคิดเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว -5
สรุป คุณติดลบอยู่ 5

ไม่ยึดถือธรรมเนียม -5
คะแนนสงสารอีก -5
รวมทั้งสิ้นน่าจะ -25
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 18:24 โดย concordance democracy » บันทึกการเข้า
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #154 เมื่อ: 04-10-2008, 18:49 »

รธน.ของประเทศสวิส

เวรละ เค้าพูดถึงประเทศไทยอยู่ดีๆ ไอ้นี้ไปเอาของเมืองนอกมาเฉยเลย 
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
ลูกนนทรี
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222


เกษตรศาสตร์_ศาสตร์แห่งแผ่นดิน


« ตอบ #155 เมื่อ: 04-10-2008, 18:53 »

เวรละ เค้าพูดถึงประเทศไทยอยู่ดีๆ ไอ้นี้ไปเอาของเมืองนอกมาเฉยเลย 

                                           ก็ผมบอกแล้วคุณธนพลคนนี้เค้าสมองปลวก แถไปได้แบบสุดยอดหัวมันเลยโตอยู่นีไงมัวแต่ให้คะแนนบ้าบอ 55
                                   รัฐธรรมนูญสวิสบ้าบอไรตอบมาได้พูดเรื่องประเทศไทยอยุ่
บันทึกการเข้า

เกลียดพวกเลียไอ้เหลี่ยม ไม่นิยมบัตรเติมเงิน
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #156 เมื่อ: 04-10-2008, 19:05 »

                                           ก็ผมบอกแล้วคุณธนพลคนนี้เค้าสมองปลวก แถไปได้แบบสุดยอดหัวมันเลยโตอยู่นีไงมัวแต่ให้คะแนนบ้าบอ 55
                                   รัฐธรรมนูญสวิสบ้าบอไรตอบมาได้พูดเรื่องประเทศไทยอยุ่

เอาแต่ให้คะแนนอย่างเดียว เฮงซวยจริงๆ
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #157 เมื่อ: 04-10-2008, 19:09 »

ไม่ยึดถือธรรมเนียม -5
คะแนนสงสารอีก -5
รวมทั้งสิ้นน่าจะ -25

55555
ด้วยมาตรฐานห่วยแตกของคุณ ข้อมูลไม่เอาไหน ธรรมเนียมไม่มี มารยาทไม่รู้จัก
ความโสมมของคุณ  การโกงกินจนติดมาเป็นสันดานแล้วเสือ.กมาสอนคนอื่นให้ยอมรับตาม
รวมคะแนนลบของคุณมันเกิน -100,000 คะแนนแล้วครับ

บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #158 เมื่อ: 04-10-2008, 19:21 »

ฐธรรมนูญสวิสบ้าบอไรตอบมาได้พูดเรื่องประเทศไทยอยุ่

1 คะแนน / สงสาร
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #159 เมื่อ: 04-10-2008, 19:24 »

เอาแต่ให้คะแนนอย่างเดียว

-0 (แอบดูคำตอบคนอื่น)
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #160 เมื่อ: 04-10-2008, 19:27 »

รวมคะแนนลบของคุณมันเกิน -100,000 คะแนนแล้วครับ

แจคปอตยัง ?
บันทึกการเข้า
จะบ้าตาย
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120



« ตอบ #161 เมื่อ: 04-10-2008, 19:32 »

นึกถึงใครบางตน ที่ห่างหายไปจากเว๊ปนี้
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #162 เมื่อ: 04-10-2008, 19:34 »

แจคปอตยัง ?

ไม่มีแจ๊คพอด มีแต่"กล้วยนิ้วกลาง"
แจกให้ฟรี ไม่คิดมูลค่า
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #163 เมื่อ: 04-10-2008, 19:36 »

นึกถึงใครบางตน ที่ห่างหายไปจากเว๊ปนี้

ใช่ ฟลัดกระทู้ โพสขยะ แกล้งโง่ เหมือนๆกันเลย
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #164 เมื่อ: 04-10-2008, 19:38 »

ใช่ ฟลัดกระทู้ โพสขยะ แกล้งโง่ เหมือนๆกันเลย

แฟนตรึม
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #165 เมื่อ: 04-10-2008, 19:45 »

แฟนตรึม

คนเขาพูดกัน ควายมาเกี่ยวอะไรด้วย
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #166 เมื่อ: 04-10-2008, 19:47 »

คนเขาพูดกัน ควายมาเกี่ยวอะไรด้วย

ค.ควาย ไถนา
บันทึกการเข้า
ลูกนนทรี
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222


เกษตรศาสตร์_ศาสตร์แห่งแผ่นดิน


« ตอบ #167 เมื่อ: 04-10-2008, 20:09 »

เหมือนspecial force นะ เหมือนหลายคนเลย 555 ไอ้โลนตัวใหม่เนี่ย
บันทึกการเข้า

เกลียดพวกเลียไอ้เหลี่ยม ไม่นิยมบัตรเติมเงิน
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #168 เมื่อ: 04-10-2008, 20:12 »

ท่าทางว่ากระทู้นี้จะไม่มีเนื้อหาอะไรเพิ่มเติมแล้วนะครับ  

อย่างไรก็ตามขอให้เครดิต คุณ concordance democracy
ที่จุดประเด็นได้ดีขนาดผมต้องติดต่อสอบถาม สสร. โดยตรง
และทำให้ผมต้องไล่ค้นรัฐธรรมนูญ ย้อนไปถึงฉบับปี 2475
เกี่ยวกับประเด็นที่มาของรัฐมนตรี

ซึ่งทำให้ผมมั่นใจในประเด็นที่กำลังนำเสนอต่อสังคมมากขึ้น
ว่าเราควรผลักดันให้กำหนดที่มาของรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญ
ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร


...

อีกจุดที่สำคัญและเพิ่งสังเกตเห็นก็คือตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2475
จนถึงรัฐธรรมนูญ 2550 มีการรวบอำนาจอธิปไตยฝ่ายบริหาร
ไว้กับคนเพียงกลุ่มเดียว
ที่จะกำหนดให้ใครเป็น รัฐมนตรี ก็ได้

ซึ่งไ่ม่สอดคล้องกับพระราชประสงค์ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ในการ
พระราชทานรัฐธรรมนูญ ตามที่ปรากฎในพระราชหัตถเลขาที่ว่า

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของ
ข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป      แต่ข้าพเจ้าไม่
ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด
โดยฉะเพาะ  เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟัง
เสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"


ทำให้ผมตั้งใจจะผลักดันแนวคิด ให้ประชาชนเป็นผู้กำหนด
"โควต้ารัฐมนตรี" โดยตรงผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกพรรค
ที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) และใน
รัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.สัดส่วน)

จากการพยายามติดต่อทุกฝ่าย (ส.ส.รัฐบาล/ส.ส.ฝ่ายค้าน/
ส.ว.สรรหา/ส.ว.เลือกตั้ง/พันธมิตร/นปก/ประชาชนทั่วไป)
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนที่ผมได้พูดคุยด้วย ต่างเห็นพ้อง
ในหลักการกับผมว่า...

วิธีการฟอร์มรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหา
และเห็นด้วยว่าการเลือก ส.ส.สัดส่วน คือการ "เลือกพรรค"
ที่จะำทำหน้าที่เป็นรัฐบาลโดย ส.ส.สัดส่วน คือ ว่าที่ รมต.
แต่กลับไม่มีการนำสัดส่วนคะแนนดังกล่าวมาใช้ฟอร์มรัฐบาล
โดยไปใช้จำนวน ส.ส.เขต แทนทั้งที่เป็นการเลือกตัวบุคคล


...

ผมคิดว่าเราไม่ควรให้นักการเมืองใช้วิธี Zero-Sum Game/
The Winner Take All รวบอำนาจไปต่อรองแบ่งเค้กกันเอง
โดยก่อปัญหาแตกแยกทางการเมืองในสังคมไทยอีกต่อไป

ผมเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่ง
ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ครับ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 20:19 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #169 เมื่อ: 04-10-2008, 20:13 »

แล้ว รธม. ม.7 พูดถึงประชาธิปไตยแบบไหนล่ะครับ
แบบพวกมากลากไป
ผมชอบแบบสลากกินแบ่ง / มาด้วยกันกินด้วยกัน
quote มาไว้ก่อนเดี๋ยวแอบเปลี่ยนข้อความอีก ดูท่าจะโผล่หางออกมาแล้ว ที่แท้ก็พวกเดียวกับไอ้้หัวโตนี่เอง 

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำหรับบุคคลอย่าง จขกท แล้ว เป็นประชาธิปไตยแบบพวกมากลากไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 20:15 โดย Solidus » บันทึกการเข้า
ลูกนนทรี
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222


เกษตรศาสตร์_ศาสตร์แห่งแผ่นดิน


« ตอบ #170 เมื่อ: 04-10-2008, 20:20 »

ท่าทางว่ากระทู้นี้จะไม่มีเนื้อหาอะไรเพิ่มเติมแล้วนะครับ  

อย่างไรก็ตามขอให้เครดิต คุณ concordance democracy
ที่จุดประเด็นได้ดีขนาดผมต้องติดต่อสอบถาม สสร. โดยตรง
และทำให้ผมต้องไล่ค้นรัฐธรรมนูญ ย้อนไปถึงฉบับปี 2475
เกี่ยวกับประเด็นที่มาของรัฐมนตรี

ซึ่งทำให้ผมมั่นใจในประเด็นที่กำลังนำเสนอต่อสังคมมากขึ้น
ว่าเราควรผลักดันให้กำหนดที่มาของรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญ
ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร


...

อีกจุดที่สำคัญและเพิ่งสังเกตเห็นก็คือตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2475
จนถึงรัฐธรรมนูญ 2550 มีการรวบอำนาจอธิปไตยฝ่ายบริหาร
ไว้กับคนเพียงกลุ่มเดียว
ที่จะกำหนดให้ใครเป็น รัฐมนตรี ก็ได้

ซึ่งไ่ม่สอดคล้องกับพระราชประสงค์ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ในการ
พระราชทานรัฐธรรมนูญ ตามที่ปรากฎในพระราชหัตถเลขาที่ว่า

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของ
ข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป      แต่ข้าพเจ้าไม่
ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด
โดยฉะเพาะ  เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟัง
เสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"


ทำให้ผมตั้งใจจะผลักดันแนวคิด ให้ประชาชนเป็นผู้กำหนด
"โควต้ารัฐมนตรี" โดยตรงผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกพรรค
ที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) และใน
รัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.สัดส่วน)

จากการพยายามติดต่อทุกฝ่าย (ส.ส.รัฐบาล/ส.ส.ฝ่ายค้าน/
ส.ว.สรรหา/ส.ว.เลือกตั้ง/พันธมิตร/นปก/ประชาชนทั่วไป)
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนที่ผมได้พูดคุยด้วย ต่างเห็นพ้อง
ในหลักการกับผมว่า...

วิธีการฟอร์มรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหา
และเห็นด้วยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน คือการเลือกพรรค
แต่กลับไม่มีการนำสัดส่วนคะแนนดังกล่าวมาใช้ฟอร์มรัฐบาล
โดยไปใช้จำนวน ส.ส.เขต แทนทั้งที่เป็นการเลือกตัวบุคคล


...

ผมคิดว่าเราไม่ควรให้นักการเมืองใช้วิธี Zero-Sum Game/
The Winner Take All รวบอำนาจไปต่อรองแบ่งเค้กกันเอง
โดยก่อปัญหาแตกแยกทางการเมืองในสังคมไทยอีกต่อไป

ผมเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่ง
ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ครับ
 

สวยงามครอบคลุมครับคุณจีระศักดิ ไม่เหมือนบางคนไปอ้างถึงรัฐธรรมนูญสวิส ระวังหัวโตมากกว่านี้นะครับ
บันทึกการเข้า

เกลียดพวกเลียไอ้เหลี่ยม ไม่นิยมบัตรเติมเงิน
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #171 เมื่อ: 04-10-2008, 20:23 »

                                           ก็ผมบอกแล้วคุณธนพลคนนี้เค้าสมองปลวก แถไปได้แบบสุดยอดหัวมันเลยโตอยู่นีไงมัวแต่ให้คะแนนบ้าบอ 55
                                   รัฐธรรมนูญสวิสบ้าบอไรตอบมาได้พูดเรื่องประเทศไทยอยุ่
เป็นพวกเดียวกับไอ้้หัวโตครับ ถึงได้บอกว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยแบบพวกมากลากไป จึงไม่แปลกอะไรที่จะยกประเทศที่เป็นสมาพันธรัฐมาเทียบกับรัฐเดี่ยว และ่ยังเอาแบบประธานาธิบดีมาเทียบอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 20:25 โดย Solidus » บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #172 เมื่อ: 04-10-2008, 20:27 »

สวยงามครอบคลุมครับคุณจีระศักดิ ไม่เหมือนบางคนไปอ้างถึงรัฐธรรมนูญสวิส ระวังหัวโตมากกว่านี้นะครับ
แต่กระทู้นี้ก็ทำให้รู้นะครับว่าใครเป็นอย่างไร อยู่พวกไหน
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #173 เมื่อ: 04-10-2008, 20:28 »

ท่าทางว่ากระทู้นี้จะไม่มีเนื้อหาอะไรเพิ่มเติมแล้วนะครับ

อย่างไรก็ตามขอให้เครดิต คุณ concordance democracy
ที่จุดประเด็นได้ดีขนาดผมต้องติดต่อสอบถาม สสร. โดยตรง
และทำให้ผมต้องไล่ค้นรัฐธรรมนูญ ย้อนไปถึงฉบับปี 2475
เกี่ยวกับประเด็นที่มาของรัฐมนตรี

ซึ่งทำให้ผมมั่นใจในประเด็นที่กำลังนำเสนอต่อสังคมมากขึ้น
ว่าเราควรผลักดันให้กำหนดที่มาของรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญ
ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

อีกจุดที่สำคัญและเพิ่งสังเกตเห็นก็คือตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2475
จนถึงรัฐธรรมนูญ 2550 มีการรวบอำนาจอธิปไตยฝ่ายบริหาร
ไว้กับคนเพียงกลุ่มเดียว ที่จะกำหนดให้ใครเป็น รัฐมนตรี ก็ได้

ซึ่งไ่ม่สอดคล้องกับพระราชประสงค์ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ในการ
พระราชทานรัฐธรรมนูญ ตามที่ปรากฎในพระราชหัตถเลขาที่ว่า

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของ
ข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป      แต่ข้าพเจ้าไม่
ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด
โดยฉะเพาะ  เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟัง
เสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"[/color]

ทำให้ผมตั้งใจจะผลักดันแนวคิด ให้ประชาชนเป็นผู้กำหนด
"โควต้ารัฐมนตรี" โดยตรงผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกพรรค
ที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) และใน
รัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.สัดส่วน)

จากการพยายามติดต่อทุกฝ่าย (ส.ส.รัฐบาล/ส.ส.ฝ่ายค้าน/
ส.ว.สรรหา/ส.ว.เลือกตั้ง/พันธมิตร/นปก/ประชาชนทั่วไป)
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนที่ผมได้พูดคุยด้วย ต่างเห็นพ้อง
ในหลักการกับผมว่า...

วิธีการฟอร์มรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหา
และเห็นด้วยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน คือการเลือกพรรค
แต่กลับไม่มีการนำสัดส่วนคะแนนดังกล่าวมาใช้ฟอร์มรัฐบาล
โดยไปใช้จำนวน ส.ส.เขต แทนทั้งที่เป็นการเลือกตัวบุคคล

ผมคิดว่าเราไม่ควรให้นักการเมืองใช้วิธี Zero-Sum Game/
The Winner Take All รวบอำนาจไปต่อรองแบ่งเค้กกันเอง
โดยก่อปัญหาแตกแยกทางการเมืองในสังคมไทยอีกต่อไป

ผมเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่ง
ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้ครับ

ขอบคุณครับ
จะขายรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใส่ใจรสนิยมของคนไทย ถ้าอ่านตลาดออกก็ไปได้สวย
แบบอาหารฟาสฟูดแบนด์เนม พอมาถึงเมืองไทยก็ต้องเติมพริก เติมเกลือ แบบไทยๆ บางอย่างกลายเป็นลาบ+ส้มตำเบอร์เกอร์ (ฝรั่งเพื่อนผมมาเห็นยังงง) ไม่งั้นขายไม่ออก
The winner take all ผมแปลแบบหยาบๆว่า "มาด้วยกัน กินด้วยกัน คือ ไทยแท้" หรือ "ฉลากกินแบ่ง ดีกว่า ฉลากกินรวบ)
หากการเมืองเป็นแบบ"มาด้วยกัน กินคนเดียว หรือกลุ่มเดียว" อยู่อย่างนี้ ก็จะยุ่งขิงอยู่ตลอดไป
การเมืองไม่มีอะไรลึกซึ้งมากมาย ปลอกกล้วยเข้าปากง่ายกว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แค่แบ่งกันกินให้ลงตัวก็จบ
ไปดูเถอะ ประเทศที่เขาเจริญ การเมืองเขานิ่ง เพราะเขาแบ่งกันกินได้อย่าง win/win ก็แค่นี้เอง
"ชมรมประชาธิปไตยแบบสอดคล้อง" http://www.cdthai.org/ ขอสนับสนุนครับ

ขมรมฯถือคติว่า
-ไทยทั้งผองพี่น้องกัน
-คนไทยคือครอบครัวเดียวกัน
-ยากดีมีจนก็แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้
-คนไทยใจบุญ
-คนไทยยิ้มสวย
-คนไทยขอกันกินได้
-คนไทยน่ารัก
-ฯลฯ (คนไทยมีอะไรดีๆมากมาย เพียงแต่เราไม่ค่อยได้เอาสิ่งที่ดีๆมาคุยกัน เอาแต่เรื่องร้ายๆมาคุยกัน ผมแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง The Secret Attraction ทั้งเรื่องก็แค่หลักพุทธที่ว่า "คิดแต่ในสิ่งที่ดี ทำแต่ในสิ่งที่ ผลที่ได้ก็จะมีแต่สิ่งดี" เท่านั้นเอง )
-ผมคิดว่าการเมืองไทยแก้ไขได้โดยเริ่มต้นที่แนวคิดแบบ The Secret Attraction หรือหลักพุทธดังกล่าว
-เวลานี้ผมมองทุกฝ่าย ไม่ว่าพันทะมิด นปก. พรรคทุกพรรค คนไทยทุกคน รวมถึงคุณทักษิณ คนที่เกลียดคุณทักษิณ รวมถึงพี่น้องที่เล่นบอร์ด แบบเมตตาสงสาร แบบญาติมิตร ผมเห็นว่านั่นเป็นจุดเริ่มที่ผมจะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
-พรุ่งนี้ผมไม่ไปเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. เพราะผมรักทุกคน เลยแบ่งคะแนนไม่ถูก ใครได้ก็ยินดีด้วย ใครไม่ใด้ก็ยินด้วย (ทั้ง 13 คน เป็นคนดีทั้งนั้น น่าที่จะตกลงกันได้ว่าใครควรจะเป็นผู้ว่า กทม. ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ ผมก็จนปัญญาที่จะไปช่วยอะไรพวกเขา)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 21:13 โดย concordance democracy » บันทึกการเข้า
ลูกนนทรี
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222


เกษตรศาสตร์_ศาสตร์แห่งแผ่นดิน


« ตอบ #174 เมื่อ: 04-10-2008, 20:48 »

แต่กระทู้นี้ก็ทำให้รู้นะครับว่าใครเป็นอย่างไร อยู่พวกไหน

                      อย่างว่าล่ะครับผมก้สงสัยชื่อมานานล่ะว่ามันคือไรประชาธิปไตยแบบสอดคล้องของเค้ามันต้องอ้างถึงรัฐธรรมนูญสวิส เออ ทำไมไม่ให้คะแนนคุณจีล่ะหืม คุณประชาธิปไตยแบบสอดคล้อง
บันทึกการเข้า

เกลียดพวกเลียไอ้เหลี่ยม ไม่นิยมบัตรเติมเงิน
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #175 เมื่อ: 04-10-2008, 20:56 »

จะขายรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใส่ใจรสนิยมของคนไทย ถ้าอ่านตลาดออกก็ไปได้สวย
แบบอาหารฟาสฟูดแบนด์เนม พอมาถึงเมืองไทยก็ต้องเติมพริก เติมเกลือ แบบไทยๆ บางอย่างกลายเป็นลาบ+ส้มตำเบอร์เกอร์ (ฝรั่งเพื่อนผมมาเห็นยังงง) ไม่งั้นขายไม่ออก
The winner take all ผมแปลแบบหยาบๆว่า "มาด้วยกัน กินด้วยกัน คือ ไทยแท้" หรือ "ฉลากกินแบ่ง ดีกว่า ฉลากกินรวบ)
หากการเมืองเป็นแบบ"มาด้วยกัน กินคนเดียว หรือกลุ่มเดียว" อยู่อย่างนี้ ก็จะยุ่งขิงอยู่ตลอดไป
การเมืองไม่มีอะไรลึกซึ้งมากมาย ปลอกกล้วยเข้าปากง่ายกว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แค่แบ่งกันกินให้ลงตัวก็จบ
ไปดูเถอะ ประเทศที่เขาเจริญ การเมืองเขานิ่ง เพราะเขาแบ่งกันกินได้อย่าง win/win ก็แค่นี้เอง
"ชมรมประชาธิปไตยแบบสอดคล้อง" http://www.cdthai.org/ ขอสนับสนุนครับ

ใครกินคนเดียว ใครแบ่งใครกิน ใครเป็นฉลากกินรวบ ใครกินกลุ่มเดียว การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แค่แบ่งกันกินให้ลงตัว

ตัวละครทั้งหมดมีแค่สองพวก คือ ข้าราชการ กับ นักการเมือง

เพราะฉะนั้นไม่เห็นด้วยกับการแดกแบบสอดคล้องกันระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองโดยเด็ดขาด
บันทึกการเข้า
concordance democracy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #176 เมื่อ: 04-10-2008, 21:46 »

จะขายรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใส่ใจรสนิยมของคนไทย ถ้าอ่านตลาดออกก็ไปได้สวย
แบบอาหารฟาสฟูดแบนด์เนม พอมาถึงเมืองไทยก็ต้องเติมพริก เติมเกลือ แบบไทยๆ บางอย่างกลายเป็นลาบ+ส้มตำเบอร์เกอร์ (ฝรั่งเพื่อนผมมาเห็นยังงง) ไม่งั้นขายไม่ออก
The winner take all ผมแปลแบบหยาบๆว่า "มาด้วยกัน กินด้วยกัน คือ ไทยแท้" หรือ "ฉลากกินแบ่ง ดีกว่า ฉลากกินรวบ)
หากการเมืองเป็นแบบ"มาด้วยกัน กินคนเดียว หรือกลุ่มเดียว" อยู่อย่างนี้ ก็จะยุ่งขิงอยู่ตลอดไป
การเมืองไม่มีอะไรลึกซึ้งมากมาย ปลอกกล้วยเข้าปากง่ายกว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แค่แบ่งกันกินให้ลงตัวก็จบ
ไปดูเถอะ ประเทศที่เขาเจริญ การเมืองเขานิ่ง เพราะเขาแบ่งกันกินได้อย่าง win/win ก็แค่นี้เอง
"ชมรมประชาธิปไตยแบบสอดคล้อง" http://www.cdthai.org/ ขอสนับสนุนครับ
ใครกินคนเดียว ใครแบ่งใครกิน ใครเป็นฉลากกินรวบ ใครกินกลุ่มเดียว การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แค่แบ่งกันกินให้ลงตัว
ตัวละครทั้งหมดมีแค่สองพวก คือ ข้าราชการ กับ นักการเมือง
เพราะฉะนั้นไม่เห็นด้วยกับการแดกแบบสอดคล้องกันระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองโดยเด็ดขาด

-ผมไม่ได้เห็นว่าคนไทย 63 ล้าน จะมีใครดีเต็ม 100 หรือชั่วเต็มร้อย ผมคุยกับทุกคนได้ แต่ในเรื่องที่ดีๆ (เช่น พวกพันทะมิดก็มีความคิดดีๆหลายอย่างน่ารับฟัง แต่จะให้ผมไปยึดทำเนียบด้วยนั้น ผมรับไม่ได้ ทำนองเดียวกันคุณทักษินทำส่วนไหนดีผมก็ว่าดี ส่วนไหนเลวผมก็ว่าเลว ส่วนที่เลวก็รับไป ผมไม่รับด้วย
-สำหรับเรื่องการเมือง ผมเห็นว่าการกีดกันมิให้พรรค ปชป.ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นการปิดกั้นโอกาสของประชาชนที่เขาเลือกคนของเขามาบริหารประเทศ ไม่แฟร์ครับ กติกาแบบพวกมากลากไป ประชาชนเสียประโยชน์ ไม่เป็น"ประชาธิปไตย" แต่เป็น"ประชาธิปพวก"ครับ ผมรับไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-10-2008, 21:52 โดย concordance democracy » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]
    กระโดดไป: