ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-09-2019, 17:25
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ  (อ่าน 493 ครั้ง)
taworn09220
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« เมื่อ: 03-07-2006, 15:27 »

ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ( วันที่ 22 ธันวาคม 2548 )
ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน
ราชบัณฑิต

กระบวนทางการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจ ซึ่งมีการเข้าสู่ตำแหน่งอำนาจ
การใช้อำนาจ และการรักษาอำนาจ โดยทั่วไปผู้เข้าสู่ตำแหน่งอำนาจจะพยายาม
อยู่ในตำแหน่งอำนาจให้นานที่สุด แต่ก็มีบ่อยครั้งเมื่อได้อำนาจแล้วก็ไม่สามารถ
จะธำรงอำนาจดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้เนื่องจากอำนาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้
วิธีการอันแยบยลจึงจะสามารถดำรงอำนาจนั้นไว้ได้ ประเด็นทางการเมืองดังต่อ
ไปนี้เป็นเรื่องซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักและทำ
ความเข้าใจอย่างแท้จริง ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้ คือ

1. ความถูกต้องตามกฎหมาย (legal) และความชอบธรรมทางการเมือง
(legitimate) อะไรก็ตามที่ถูกต้องตามกฎหมายมักจะมีความชอบธรรมทางการ
เมือง แต่ไม่เสมอไป เช่น การสร้างสะพานแขวนที่ถนนพระราม 9 อยู่ในกรอบ
ของอำนาจที่จะกระทำได้ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย (legal) เพราะใช้งบ
ประมาณในการก่อสร้างตามตัวบทกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน
มาตรฐานของการสร้างสะพานก็เป็นที่รับรองและไม่มีข่าวเรื่องกินนอกกินใน แต่
ในขณะเดียวกันหลายหมู่บ้านในชนบทยังไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา ถนนหนทางก็ไม่
ได้รับความสะดวก คำถามก็คือ ใครเป็นผู้ตัดสินให้สร้างสะพานแขวนซึ่งอำนวย
ความสะดวกกับคนในนครหลวงและผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าชาวชนบท ดังนั้น
อาจจะเถียงได้ว่ากรณีที่ยกมานั้นถูกต้องตามกฎหมาย (legal) แต่ไม่ชอบธรรม
ทางการเมือง (legitimate) ในแง่การใช้งบประมาณอย่างยุติธรรม

ในทางกลับกัน การกระทำบางอย่างอาจจะผิดกฎหมายแต่ชอบธรรม ตัวอย่าง
คือ ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้นคนที่ติดเชื้อกาฬโรคจากแอฟริกาหลบเข้ามาสู่ที่
เมืองนิวยอร์ค จึงต้องทำการฉีดยาวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าว โดยต้องกระทำ
อย่างลับๆ เพื่อมิให้คนตื่นตระหนกตกใจ แต่การนำวัคซีนข้ามรัฐเข้ามาที่รัฐ
นิวยอร์คนั้นต้องห้ามตามกฎหมาย เมื่อมีการประชุมผู้ว่าราชการมลรัฐที่อยู่ล้อม
รอบรัฐนิวยอร์คก็มีข้อตกลงว่าจะนำวัคซีนข้ามรัฐเข้ามาโดยใส่ในกระป๋องเบียร์
การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน (illegal) แต่มีความ
ชอบธรรม (legitimate) เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เสียชีวิตจากการ
รับเชื้อกาฬโรค

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าผู้ใช้อำนาจการเมืองต้องคำนึงทั้งความถูกต้องตามกฎหมาย
และความชอบธรรมทางการเมือง จะใช้ตัวบทกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียวเพื่อเป็น
เครื่องมือในการบริหารราชการแผ่นดินน่าจะมีข้อจำกัด และนี่คือที่มาของการใช้
หลักนิติศาสตร์และหลักรัฐศาสตร์ กฎหมายเป็นหลักนิติศาสตร์ ความชอบธรรม
ทางการเมืองเป็นหลักรัฐศาสตร์ การสร้างดุลยภาพไม่ให้เกิดการใช้หลักรัฐศาสตร์
อย่างพร่ำเพรื่อเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจะทำให้สภาพแห่งนิติรัฐถูก
ทำลายลงได้ และจะเป็นการขัดต่อหลักนิติธรรม (the rule of law) แต่ถ้าใช้
หลักนิติศาสตร์อย่างแข็งกระด้างก็จะกลายเป็น the rule by law ในขณะเดียวกัน
ถ้าใช้การแก้ปัญหาในทางรัฐศาสตร์หรือทางการเมืองก็จะกลายเป็นการใช้ความ
สะดวกทางการเมือง (political expediency) เป็นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสีย
หายได้

2. อำนาจ (power) และบารมี (a Thai version of charisma) อำนาจมีอยู่สอง
ส่วน คือ การมีอำนาจตามตัวบทกฎหมาย และการมีอำนาจเนื่องจากบารมี จะเห็น
ได้ว่าคนบางคนไม่มีตำแหน่งอันใดแต่ก็มีบารมีสามารถโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตาม
และปฏิบัติตามได้ คนมีบารมีคือคนที่เป็นที่ยอมรับ และการยอมรับอันนั้นก็จะนำ
ไปสู่อำนาจ

ผู้นำการเมืองมีอำนาจเนื่องจากมีตำแหน่ง มีอำนาจสั่งการได้ตามตัวบท
กฎหมาย แต่การปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มี
การหลีกเลี่ยงและมีกระบวนการถ่วงเวลาให้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางทีก็มีการ
ปกปิดข้อมูลเพื่อไม่ให้มีการปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว้ คนที่มีอำนาจจึงอาจจะไม่
มีบารมี การมีอำนาจมิได้หมายความว่าจะตามมาด้วยบารมีโดยอัตโนมัติ ผู้นำที่
สามารถทำงานได้สัมฤทธิ์ผล สามารถสั่งการได้ คือผู้นำที่มีทั้งอำนาจและบารมี

3. การเรียกร้องทางการเมืองที่เป็นรูปธรรม (concrete demands) และการเรียก
ร้องที่เป็นนามธรรม (abstract demands) การตอบสนองต่อการเรียกร้องทางการ
เมืองมีสองประการคือ สิ่งที่เป็นรูปธรรมและสิ่งที่เป็นนามธรรม สิ่งที่เป็นรูปธรรม
ได้แก่ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาที่มีผลต่อการดำรง
ชีวิตในทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความเสมอภาคใน
เรื่องโอกาส การทำมาหากิน การประกอบธุรกิจ

แต่การตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นรูปธรรมแต่เพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งที่ไม่พอเพียง จำ
เป็นต้องตอบสนองต่อการเรียกร้องทางการเมืองที่เป็นนามธรรมด้วย นั่นคือเรื่อง
สิทธิเสรีภาพ ความรู้สึกว่าตนเป็นบุคคลที่มีความหมายและมีความเคารพตนเอง
ได้ มีศักดิ์ศรี ดังนั้น ผู้นำทางการเมืองผู้ใดที่คิดว่าเมื่อประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงิน
ซื้อเสื้อผ้าแต่งตัว มีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่พอเพียงแล้วนั้น
ก็ถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่หลังจากที่มีการตอบสนองทางรูปธรรมแล้ว มนุษย์จำ
เป็นต้องมีการตอบสนองทางนามธรรม นั่นคือ การมีความเคารพตนองและมี
ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ประเทศบางประเทศที่เป็นเกาะอยู่ทางใต้ของไทย
เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากร 3 ล้านคน ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่าง
มากเนื่องจากระบบการปกครองบริหารสามารถสร้างความเจริญในทางเศรษฐกิจ
และตอบสนองต่อความต้องการทางการเมืองในส่วนที่เป็นรูปธรรมได้ แต่ในทาง
นามธรรมประชาชนของประเทศนี้เสมือนหุ่นยนต์ที่ปราศจากจิตวิญญาณ ประเทศ
ทั้งประเทศถูกควบคุมจัดระเบียบเสมือนหนึ่งเป็นโรงเรียนกินนอน บางคนถึงกับ
บอกว่าเป็นโรงเรียนอนุบาล จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นพรรคฝ่ายค้านมี
เพียงสองคนเท่านั้น นี่คือตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดของระบบการเมืองที่มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในส่วนของการตอบสนองทางวัตถุแต่ไม่สามารถ
ตอบสนองความต้องการทางจิตวิญญาณได้

4. องค์กรทางการเมืองเช่นพรรคการเมือง ก็มีลักษณะเดียวกันกับที่กล่าวมาเบื้อง
ต้น บุคคลที่อยู่ในพรรคการเมืองนอกจากจะมีระเบียบวินัยและปฏิบัติตามวินัย
พรรคแล้ว จะต้องเป็นคนที่มีอุดมการณ์ด้วย การบริหารพรรคต้องมีความเป็น
ประชาธิปไตย มุ่งเน้นใช้หลักคุณธรรม (the merit system) อันได้แก่ ความรู้
ความสามารถและประสบการณ์เป็นเกณฑ์ ที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นระบบที่เปิด
กว้าง รับความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพื่อหาข้อสรุปประมวลมาเป็นนโยบายและ
แนวทางปฏิบัติ สมาชิกพรรคต้องมีจิตวิญญาณโดยปัจเจกสมาชิกต้องไม่สูญเสีย
ความเป็นตัวของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ผูกพันอยู่กับวินัยและอุดมการณ์ของ
พรรค โดยจุดมุ่งเน้นหลักก็คือการรับใช้มวลชนและประเทศชาติ เมื่อมีความขัด
แย้งระหว่างความเป็นปัจเจกภาพและวินัยของพรรคก็ต้องถือพรรคเป็นหลัก ยก
เว้นแต่แนวทางของพรรคนั้นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับความถูกต้องและจริยธรรมทาง
การเมือง จนทำให้ตนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

5. ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี
การฟังความคิดเห็นจากทุกๆ ฝ่ายตามที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้อง
สร้างดุลยภาพกับความเป็นผู้นำทางการเมือง ระบอบการปกครองแบบ
ประชาธิปไตยมิได้หมายความว่า หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลนั้นไม่สามารถ
แสดงความเป็นผู้นำทางการเมืองได้เลย การฟังความคิดเห็นก็เพื่อประมวลสิ่งที่
เป็นประโยชน์ที่สุด แต่หลังจากที่มีข้อสรุปแล้วจะต้องใช้ความเป็นผู้นำทางการ
เมืองผลักดันสิ่งนั้นให้เป็นรูปธรรมให้ได้ ความเป็นผู้นำทางการเมืองคือการที่สั่ง
การได้อย่างแข็งขันและเข้มข้น (be in command) แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเปิด
กว้างให้มีส่วนนำเข้า (input) จากผู้ร่วมรับผิดชอบ ทั้งสองส่วนนี้คือความรับผิด
ชอบร่วมกัน (collective responsibility) ซึ่งจะต้องคู่กับความเป็นผู้นำทางการ
เมือง (leadership) โดยหัวหน้ารัฐบาลคือเอกอุแห่งคนเสมอกัน (primus inter
pares--first among equals)

6. การที่จะแสดงความเป็นผู้นำได้นั้นจะต้องกระชับอำนาจ (consolidation of
power) แต่ไม่ใช่ให้อำนาจกระจุกตัว (concentration of power) จำเป็นจะต้องมี
การกระจายความรับผิดชอบ (delegation of power) โดยมีความเชื่อและศรัทธา
ว่า แต่ละคนสามารถจะทำงานได้ดี มีความอิสระและมีความคิดริเริ่ม แต่ขณะ
เดียวกันก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของผู้ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ทำนองเดียวกับ
การบรรเลงซิมโฟนีโดยวาทยากร คือหัวหน้าฝ่ายบริหาร และนักดนตรีทุกคนคือ
คณะผู้ร่วมในกลุ่มผู้บริหาร ในขณะที่ต้องชำเลืองดูการควบคุมกำกับก็สามารถมี
ความอิสระ มีความเชื่อมั่น มีจิตวิญญาณเป็นตัวของตัวเอง และนี่คือระบบที่ดีที่สุด
เพราะจะสามารถธำรงไว้ซึ่งบุคลิกภาพของแต่ละคนได้

7. การบริหารบ้านเมืองจำเป็นต้องมีข้อมูล มีความรู้ มีทักษะ การที่จะมีข้อมูลได้
นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น อันตรายของระบบอำนาจก็
คือ มักจะถูกห้อมล้อมด้วยบุคคลเพียงกลุ่มเล็กๆ ซึ่งจะกีดกันไม่ให้กลุ่มอื่นๆ เข้า
มามีส่วนร่วม ทำให้ข้อมูลที่ได้นั้นจำกัดและคับแคบ จึงจำเป็นต้องเปิดรับข้อมูลให้
กว้างขึ้น แต่ขณะเดียวกันข้อมูลที่ได้จากกลุ่มผู้ที่มีหน้าที่ปรึกษาหลายๆ กลุ่ม
หลายๆ หน่วยงานจะประดังเข้ามาอย่างเต็มที่ การเลือกรับข้อมูลและข้อเสนอแนะ
จึงเป็นทักษะสำคัญของผู้นำ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โชกุนแห่งญี่ปุ่นในยุค
ซามูไร ประธานาธิบดีอเมริกันแฟรงคลิน ดี. รุสเวลท์ ใช้วิธีการฟังข้อมูล และคำ
แนะนำ จากกลุ่มต่างๆ โดยให้กลุ่มต่างๆ แข่งขันกันและถ่วงดุลกันไปในตัว จาก
นั้นก็จะเลือกเอาเฉพาะที่ตัดสินใจแล้วว่าข้อมูลและการเสนอแนะของกลุ่มใดมี
เหตุผลมากที่สุด หรืออาจจะผสมผสานจากหลายๆ กลุ่มเพื่อประโยชน์สูงสุด ข้อ
สำคัญ จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้คนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาครอบงำได้เบ็ด
เสร็จเด็ดขาด

8. ผู้บริหารบ้านเมืองจำเป็นต้องมีใบหน้าที่เป็นมนุษย์ (human face) ไม่ใช่ใบ
หน้าที่เป็นแต่การปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย ตามเทคนิค แต่จำเป็นต้องมีมนุษย์
สัมพันธ์ ทำให้ผู้เข้าใกล้สบายใจ กล้าแสดงความคิดเห็น และรู้สึกอบอุ่นใจ
นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องมีความเข้าใจสังคมนอกเหนือจากความเข้าใจเศรษฐกิจ
และการเมือง ต้องมีมิติแห่งประวัติศาสตร์เพื่อจะสามารถเชื่อมโยงอดีตเข้ากับ
ปัจจุบันและมองเห็นอนาคต ในปัจจุบันมีผู้นำที่เข้าใจปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และ
มองเห็นอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม แต่ขาดความเข้าใจทางสังคมพอสมควร และขาด
มิติแห่งประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้นำที่มีมิติแห่งประวัติศาสตร์เข้าใจ
ปัจจุบันอย่างครึ่งๆ กลางๆ และไม่เข้าใจอนาคตของสังคมมนุษย์แม้แต่นิดเดียว
และนี่คือปัญหาที่ต้องสร้างดุลยภาพให้เกิดขึ้น

9. การถ่วงดุลระหว่างข้อพิจารณาทางการเมืองและคุณธรรม ในการบริหาร
ราชการแผ่นดินภายใต้ระบบการเมืองแบบเปิด หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีข้อ
พิจารณาทางการเมือง การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในบางครั้งมีความจำเป็นที่จะ
ต้องตอบสนองต่อการเรียกร้องทางการเมือง เพื่อเป็นการบริหารการเมือง แต่
ขณะเดียวกันการจะบริหารบ้านเมืองโดยไม่มีความสัมฤทธิ์ผลในนโยบายต่างๆ นั้น
จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จึงต้องให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาดำรง
ตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับคลังและต่างประเทศ ระบบคุณธรรมนิยม
(meritocracy) เป็นเรื่องจำเป็น ทำอย่างไรจึงจะสร้างดุลยภาพระหว่างคุณธรรม
นิยมและข้อพิจารณาทางการเมืองให้เกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะถ้าจะว่าถึงที่
สุดแล้วตำแหน่งระดับรัฐมนตรีไม่เพียงแต่เป็นตำแหน่งบริหารชั้นสูงเท่านั้นแต่ต้อง
ถือว่าเป็นตำแหน่งของแผ่นดิน จะมองแบบไม่ให้ความสำคัญไม่ได้เป็นอันขาด

ประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในทางการเมืองและในทาง
รัฐศาสตร์ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความคงอยู่และอนาคตของระบอบการ
ปกครองแบบประชาธิปไตย ที่สำคัญคือการพัฒนาและความอยู่รอดของบ้านเมือง



__._,_.___
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: