ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-01-2020, 02:56
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  มุขใหม่ของ"สามเกลอ"หัวขวด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
มุขใหม่ของ"สามเกลอ"หัวขวด  (อ่าน 2586 ครั้ง)
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« เมื่อ: 29-09-2008, 10:08 »

ในรายการคว-ายจริงวันนี้ สามเกลอหัวขวดเล่นมุขใหม่
"ชวนขายชาติหมดแล้ว แม้วจะเอาที่ไหนมาขายได้อีก"

เห็นที หม่ำ-เท่ง-ป๋าเทพ ตลอดจนตลกคาเฟ่ทั้งหลายต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่
เสียแล้ว........เอิ้กกกกกกกก

 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #1 เมื่อ: 29-09-2008, 10:11 »

ชวนขายชาติผ่านปรส.และ กฏหมาย 11 ฉบับ...เรื่องนี้ใครๆก็ทราบกันดี
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #2 เมื่อ: 29-09-2008, 10:29 »

คว-ายตัวแรกมาเข้ารับมุขแล้วครับ..........เอิ้กกกกกก
 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #3 เมื่อ: 29-09-2008, 10:31 »

คว-ายตัวแรกมาเข้ารับมุขแล้วครับ..........เอิ้กกกกกก
 


จ๊ะผิดอีกแล้วซิเนี่ยที่เข้ามาบดขยี้กระทู้ลุงถึก(คำโบราณที่แปลว่าโง่)
บันทึกการเข้า
จะบ้าตาย
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120



« ตอบ #4 เมื่อ: 29-09-2008, 10:33 »

   มาไวกว่าสั่ง ปิซ่าทางโทรศัพท์  แม่นบ่ ลุง
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #5 เมื่อ: 29-09-2008, 10:38 »

ชวนขายชาติผ่านปรส.และ กฏหมาย 11 ฉบับ...เรื่องนี้ใครๆก็ทราบกันดี


55  มุขเก่า  ....เกิดกรณี เลแมนบราเธอร์...กับสหาย 

ตอนนี้ คนรู้หมดแล้ว..

ว่า ไอ้ซัพไพรม์ มันเป็นหนี้เน่า เหมือน ปรส. ...ซื้อไปก็เจ๊ง

ตกลงที่ซื้อหนี้เน่าไปถูก ๆ เนี่ย โง่ หรือ ฉลาด......


 
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #6 เมื่อ: 29-09-2008, 11:03 »


55  มุขเก่า  ....เกิดกรณี เลแมนบราเธอร์...กับสหาย 

ตอนนี้ คนรู้หมดแล้ว..

ว่า ไอ้ซัพไพรม์ มันเป็นหนี้เน่า เหมือน ปรส. ...ซื้อไปก็เจ๊ง

ตกลงที่ซื้อหนี้เน่าไปถูก ๆ เนี่ย โง่ หรือ ฉลาด......


 

หนี้เน่าสมัยก่อน...ต่างชาติซื้อไว้ถูกๆก่อนปล่อยขายให้กับเจ้าของเดิมในราคาแพงๆ ประเด็นก็คือ ผู้นำหน้าโง่เชื่องช้ากระทำการข่มเหงเจ้าของธุรกิจคนไทยโดยการจัดให้ต่างชาติเข้ามาเชือดคนไทยด้วยกันเองแบบนิ่มๆ

จะเอาหลักฐานและข้อมูลเรื่องนี้ไหมหล่ะ...เยอะมากอาจต้องไปตั้งกระทู้ใหม่
บันทึกการเข้า
Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #7 เมื่อ: 29-09-2008, 11:41 »

อ้างถึง
หนี้เน่าสมัยก่อน...ต่างชาติซื้อไว้ถูกๆก่อนปล่อยขายให้กับเจ้าของเดิมในราคาแพงๆ ประเด็นก็คือ ผู้นำหน้าโง่เชื่องช้ากระทำการข่มเหงเจ้าของธุรกิจคนไทยโดยการจัดให้ต่างชาติเข้ามาเชือดคนไทยด้วยกันเองแบบนิ่มๆ

จะเอาหลักฐานและข้อมูลเรื่องนี้ไหมหล่ะ...เยอะมากอาจต้องไปตั้งกระทู้ใหม่


    นั้นซิ มารควาย-นปก หน้าโง่ ถ้าไม่เสือกมีไอ้หัวหน้าหมาตัวไหนปั่นค่าเงินบาท มันจะเกิดปรส และเกิดการกินโกง เนอะ แล้วหัวหน้าหมาตัวไหนวะที่หอนผมจยกเลิก กม  ขายชาติ ผมจะไม่อิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ แหมพอเอา คนอืนออก มันเอามาขายหมด และขาย ชาติ หัวหน้าหมาตัวไหนก็ไม่รุ้ตอแหล ต้นเหตุ ทำให้ประเทศชาติล่มจม เสียหาย ฆ่าตัวตาย แกไม่รู้เหรอ ว่าหัวหน้าของแกมันคือใคร มารควายนปก  เก่งแต่ตัดแปะ อย่างเดียว เรืองอะไรไม่รุ้ เอาแต่หอนตามเขาสั่ง  ผู้นำเชื่องช้า มันก็ไม่ทำให้ประเทศเสียหายเหมือนหัวหน้าหมาตัวไหน ไม่รุ้ทำเก่ง แต่เก่งแต่ปากแต่เรื่องกินโกง ขายประเทศมันเก่งหมด จนทุกวันนี้เงินคลังไม่มี เอาแต่กู้ กินโกง อ้ายหัวหน้าหมาตัวไหน มันเก่งจริงเรืองสารเลวที่ อ้ายลุกควา-ยตัวนี้ไม่เคยรุ้อะไรเลยวะ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #8 เมื่อ: 29-09-2008, 11:45 »

หนี้เน่าสมัยก่อน...ต่างชาติซื้อไว้ถูกๆก่อนปล่อยขายให้กับเจ้าของเดิมในราคาแพงๆ ประเด็นก็คือ ผู้นำหน้าโง่เชื่องช้ากระทำการข่มเหงเจ้าของธุรกิจคนไทยโดยการจัดให้ต่างชาติเข้ามาเชือดคนไทยด้วยกันเองแบบนิ่มๆ

จะเอาหลักฐานและข้อมูลเรื่องนี้ไหมหล่ะ...เยอะมากอาจต้องไปตั้งกระทู้ใหม่


เอาไปให้ DSI โลด.....ไปประกอบ กับ เศษกระดาษ เย็บเล่ม ที่ ไข่มุกดำ ไปฟ้องนั่นแหละ...

เอาให้อยู่หมัดเลย....

แล้วตกลง ไอ้พวก หนี้เน่า ที่ เลแมน บราเธอร์ ซื้อไป แล้ว เก็บไม่ได้เนี่ย....ตกลงมันโง่ หรือ ฉลาด เนี่ย...


ไอ้กฏหมาย ขายชาติ 11 ฉบับ ก็เหมือนกัน....ทักษิณ อยู่มา 6 ปี บวก สมัคร กับ สมชาย เป็นเกือบ 7 ปี.

ไม่เห็นมันบอกว่า จะแก้ หรือ ยกเลิก...แถม มันยัง ขายชาติ หนักยิ่งกว่า หลายเท่าอีกต่างหาก...งง   ครับบบบ


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2008, 11:50 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #9 เมื่อ: 29-09-2008, 11:52 »

  อ้อมารควา-ยนปก ชวนเขาท้านะ บอกว่า DSI รีบทำนะ อย่าช้านะ เหลียมยังไม่ตาย จะได้รุ้ว่า ทำไมเกิดปรส  ใครซื้อหนี้เน่า พวกใตร  แล้วหัวหน้าหมาตัวนี้มีนเกียวข้องมาตั้งแต่ต้น จนจบ 55555555555 อย่าช้า นะ และอย่าลิมเอาหนังสือวีระแนบติดไปฟ้องDSI นะ
บันทึกการเข้า
indexthai
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 122


« ตอบ #10 เมื่อ: 29-09-2008, 12:09 »

สู้กันกับคนปกป้องผลประโยชน์รัฐ(ปชช.) กับคนมาแย่งผลประโยชน์รัฐ หน้าด้านๆ(นปก. ไม่รู้จะเปลี่ยนเป็น นปช. ทำไม)

 
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/indexthai
ค น น อ ก ก ร ะ แ ส
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #11 เมื่อ: 29-09-2008, 12:14 »

ด่าเรื่อง ปรส. อย่าลืม ด่า ดร.โกร่งด้วยล่ะ...ฮิ ฮิ

อ้างถึง

**ใครทาบเป็นประธานปรส..

คือคุณธานินท์(ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รมว.คลังในรัฐบาลชวน หลีกภัย ) อ้างว่า ผมมีแบล็คกราวด์มากกว่าคนอื่น เพราะผมเคยเป็นประธานในชุดของคณะกรรมการกำกับควบโอน 56 ไฟแนนซ์มาก่อน ๆที่มาเป็นปรส. และที่สำคัญตอนที่ผมรับปาก รับเพราะแต่แรก ดร.โกร่ง ( ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ) มาพูดกับผม เพราะ 56 ไฟแนนซ์มันล้มหมดแล้ว เค้าหาคนที่เก่งและที่ไม่เกี่ยวข้องกับ 56 ไฟแนนซ์เกือบไม่ได้ คนที่รู้เรื่องการเงินไม่เหลือแปดเปื้อนไปหมดและคุณรู้ไหมว่าตอนนั้น เรามีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียง 5,000-6,000 ล้านดอลลาร์ ฯ เท่ากับการนำเข้าเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น เขา(ดร.โกร่ง) บอกว่าทุนสำรองเหลือแค่อาทิตย์เดียว นั่นหมายความว่าประเทศเจ๊งแล้ว จะเปิดแอลซียังไม่ได้ ถ้าเกิดต่างประเทศ แบงค์เมืองนอกรู้ขึ้น ทุกอย่างจบแน่ ผมจึงได้รับไว้ ไม่อย่างงั้นก็ไปอังกฤษแล้ว[/b]


จากคอลัมภ์

"ถึงรู้ว่าจะมีวันนี้ ผมก็ต้องรับเป็นประธาน ปรส."....... อมเรศ ศิลาอ่อน

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16900.150

บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #12 เมื่อ: 29-09-2008, 13:51 »

เอาไปให้ DSI โลด.....ไปประกอบ กับ เศษกระดาษ เย็บเล่ม ที่ ไข่มุกดำ ไปฟ้องนั่นแหละ...

เอาให้อยู่หมัดเลย....

แล้วตกลง ไอ้พวก หนี้เน่า ที่ เลแมน บราเธอร์ ซื้อไป แล้ว เก็บไม่ได้เนี่ย....ตกลงมันโง่ หรือ ฉลาด เนี่ย...


ไอ้กฏหมาย ขายชาติ 11 ฉบับ ก็เหมือนกัน....ทักษิณ อยู่มา 6 ปี บวก สมัคร กับ สมชาย เป็นเกือบ 7 ปี.

ไม่เห็นมันบอกว่า จะแก้ หรือ ยกเลิก...แถม มันยัง ขายชาติ หนักยิ่งกว่า หลายเท่าอีกต่างหาก...งง   ครับบบบ


 


เรื่องปรส.ถูกส่งไปให้ปปช.กว่า 1 ปีแล้ว  ปปช.ที่แต่งตั้งโดย คมช.  เรื่องนี้ก็เลยยังเงียบอยู่จนถึงปัจจุบันโดยที่ใครก็ไม่สามารถไปดำเนินการอะไรกับ ปปช. ชุดนี้ได้เพราะวุฒิสภาที่มีอำนาจถอดถอนปปช.ก็มาจากการแต่งตั้งซะ50%...องค์กรอิสระเจงๆ  หว่ะ55555
บันทึกการเข้า
Tuba ✿゚✎..✿.。.:。ღ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 660


ทักษิณที่ดี คือทักษิณที่.......ตายแล้ว


« ตอบ #13 เมื่อ: 29-09-2008, 13:59 »

ในรายการคว-ายจริงวันนี้ สามเกลอหัวขวดเล่นมุขใหม่
"ชวนขายชาติหมดแล้ว แม้วจะเอาที่ไหนมาขายได้อีก"

เห็นที หม่ำ-เท่ง-ป๋าเทพ ตลอดจนตลกคาเฟ่ทั้งหลายต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่
เสียแล้ว........เอิ้กกกกกกกก

 

แม้วมันถึงต้องขายแผ่นดินแทนไงครับ ลุงถึก ฯ
บันทึกการเข้า

ทหาร เป็นอะไรก็ไม่ได้ดี นอกจากเป็นทหาร

ตำรวจ เป็นอะไรก็ดีไม่ได้ แม้กระทั่งเป็นตำรวจ
Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #14 เมื่อ: 29-09-2008, 13:59 »

 
อ้างถึง
 เรื่องปรส.ถูกส่งไปให้ปปช.กว่า 1 ปีแล้ว  ปปช.ที่แต่งตั้งโดย คมช.  เรื่องนี้ก็เลยยังเงียบอยู่จนถึงปัจจุบันโดยที่ใครก็ไม่สามารถไปดำเนินการอะไรกับ ปปช. ชุดนี้ได้เพราะวุฒิสภาที่มีอำนาจถอดถอนปปช.ก็มาจากการแต่งตั้งซะ50%...องค์กรอิสระเจงๆ  หว่ะ55555  
ข้อความเมื่อ: วันนี้ เวลา 12:14ข้อความโดย: 55555  

เหรอ เรื่องปรส ส่งไปปปช เหรอ .......ตั้งปี เหรอ ...ตั้งปี ขนาดDSI ของแก ตั้ง 2 ปี เพิ่งแจ้งข้อหา แล้วแกหอนหาอะไร มารควายนปก ขนาดเรื่องเมียพ่อสมชายของแก ที่ส่งไป ยังเกือบ 2 ปีกว่าที่ร่ำรวยผิดปกติ  ป่านนี้ ยังไม่เสร็จเลยวะ  เนอะ แหมมันช้าเนอะ  หรือเรื่องที่นายสมชายทุจริตสมัยเป็นอธิบดี นั้น เกือบ 4 ปี ยังไม่เสร็จเลยวะ แหมเรื่องที่พวกแกกินตั้งหลายเรื่องไม่เห็นเสร็จสักเรื่องมาก่อน แต่เรื่องแกมาทีหลังหน้าด้านจะแซงคนอืนโถ มารควา-ยหน้าโง่ วันๆๆเอาแต่แปะ แต่ไม่เคยรุ้ข่าวความจริง ว่ามันเป็นอย่างไรวะ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #15 เมื่อ: 29-09-2008, 14:26 »

 
เหรอ เรื่องปรส ส่งไปปปช เหรอ .......ตั้งปี เหรอ ...ตั้งปี ขนาดDSI ของแก ตั้ง 2 ปี เพิ่งแจ้งข้อหา แล้วแกหอนหาอะไร มารควายนปก ขนาดเรื่องเมียพ่อสมชายของแก ที่ส่งไป ยังเกือบ 2 ปีกว่าที่ร่ำรวยผิดปกติ  ป่านนี้ ยังไม่เสร็จเลยวะ  เนอะ แหมมันช้าเนอะ  หรือเรื่องที่นายสมชายทุจริตสมัยเป็นอธิบดี นั้น เกือบ 4 ปี ยังไม่เสร็จเลยวะ แหมเรื่องที่พวกแกกินตั้งหลายเรื่องไม่เห็นเสร็จสักเรื่องมาก่อน แต่เรื่องแกมาทีหลังหน้าด้านจะแซงคนอืนโถ มารควา-ยหน้าโง่ วันๆๆเอาแต่แปะ แต่ไม่เคยรุ้ข่าวความจริง ว่ามันเป็นอย่างไรวะ





ทุกครั้งที่มณฑาอ้าปากร้องหาความรู้...พี่จ๊ะจึงมีหน้าที่หย่อนปัญญาสีเหลือเป็นก้อนๆใส่ปากมณฑาอย่างทะนุถนอม(กลัวเปื้อนอ่ะ)


"ย้อนรอย ปรส."ปล้นรอบสอง" 6 แสนล้าน!!


ย้อนรอยอัปยศโจรเสื้อนอก ปรส.
อภิมหายุทธการปล้นชาติ 6 แสนล้าน!
(ตอนที่ 1)

เป็นที่ยอมรับกันว่าวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย หรืออุบัติการณ์ ?ฟองสบู่แตก? ที่เกิดขึ้นในปี 2540 ถือเป็นหายนะครั้งใหญ่ของชาติที่เปรียบเสมือนการ ?เสียกรุงครั้งที่ 3? โดยคนไทยทั้งแผ่นดินต้องเผชิญกับสภาพการสูญเสียเอกราชอธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วยความขมขื่น สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินสาธารณะหลาย ?ล้านล้านบาท?

รากเหง้าของวิกฤตชาติดังกล่าวเกิดจากการความความอ่อนด้อยบวกกับความละโมบของ ?รัฐบาลนายแบงก์? ที่ติดบ่วงมายาโลกาภิวัตน์ จนตัดสินใจผิดอย่างใหญ่หลวงในการผลักดันนโยบายเสรีทางการเงินสุดขั้ว โดยการเปิดกิจการวิเทศน์ธนกิจ หรือ ?บีไอบีเอฟ? (Bangkok International Banking Facilities : BIBF) ในปี 2537 โดยไม่มีมาตรการรองรับ เช่น จงใจปล่อยให้เกิดช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยภายใน (12%) และภายนอกประเทศ (7%) และยังคงปล่อยให้เงินบาทผูกติดกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือระบบ ?ตระกร้าเงิน? (Basket of Currencies) แทนที่จะ ?ลอยตัวค่าเงินบาท? (Managed Float) เพื่อให้วิถีค่าเงินเป็นไปตามกลไกตลาดเสรีอย่างแท้จริง

นโยบายที่แฝงด้วย ?วาระซ่อนเร้น? ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดสภาพ ?เงินนอกไหลท่วม? เนื่องจากทุกฝ่ายต่างมุ่งตักตวงโอกาสในการแสวงหาประโยชน์หรือกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย จนเมื่อสถานการณ์สุกงอม ?ค่าเงินบาท? ก็เกิดความผันผวนอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกโจมตีจากกองทุนค้าเงินข้ามชาติ (Hedge Fund) โดยเฉพาะ ?ปีศาจการเงิน? อย่าง ?จอร์ส โซรอส? ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ?แบงก์ชาติ? ต้องทุ่มทุนปกป้องค่าเงินบาทอย่างถมไม่เต็ม แต่ก็ต้องยอมยกธงขาวก่อนที่เงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศจะหมดเกลี้ยง และจำต้องประกาศ ?ลอยตัวค่าเงินบาท? เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 พร้อมทั้งขอรับความช่วยเหลือจาก ?ไอเอ็มเอฟ? หลังจากที่เกิดความเสียหายจากความ ?บกพร่องและบ้าบิ่น? ในการปกป้องค่าเงินบาทเป็นจำนวนมหาศาล

เฉพาะเพียงแค่วันที่ 15 พฤษภาคม 2540 วันเดียว ที่ประชุมผู้บริหารแบงก์ชาติได้มีมติให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการปกป้องค่าเงินบาทได้โดยไม่จำกัดวงเงิน ส่งผลให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินทุนสำรองฯ ในการปกป้องค่าเงินบาทไปอีกกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ?2 แสน 5 หมื่นล้านบาท? ซึ่งถือได้ว่า ?เป็นการป้องกันค่าเงินที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และอาจจะแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้?

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายดังกล่าวยังไม่เทียบเท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังวิกฤติชาติ จากน้ำมือขององค์กรที่มีชื่อว่า ปรส. หรือ ?องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน? ที่สร้างความเสียหายแก่สินทรัพย์ของชาติรวมมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท จนมีผู้ประณามวีรกรรมของ ปรส.ว่าเปรียบเสมือนการ ?ปล้นรอบสอง?

มูลเหตุกำเนิดของ ปรส.สืบเนื่องมาจากภายหลังจากที่มีการปิดสถาบันการเงิน 56 แห่งอย่างถาวรในปี 2540 รัฐบาลจึงได้ออกพระราชกำหนดจัดตั้ง ปรส. เพื่อให้ทำหน้าที่บริหารจัดการสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกปิด ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ของชาติ รวมมูลค่าราว 823,000 ล้านบาท (อาจสูงถึง 1 ล้านล้านบาท)

แต่ปรากฏว่า ปรส.กลับนำสินทรัพย์ทั้งหมดมากองรวมกันโดยไม่ได้แยกหนี้ดีและหนี้เสียออกจากกัน และทำการประมูลแบบ ?ยกเข่ง? สร้างความสูญเสียแก่ประเทศอย่างใหญ่หลวง ถือเป็นความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องจากสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท ปรส.เปิดประมูลได้กว่า 2 แสนล้านบาทเท่านั้น มูลค่าสินทรัพย์ของประเทศสูญหายไปถึง 6 แสนล้านบาท

จนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่ได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าการดำเนินการของ ปรส.ผิดพลาดอย่างไร และยังไม่ทราบว่าความเสียหายทั้งหมดนี้ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่ามูลเหตุที่อาจทำให้ ปรส.ตัดสินใจรวม ?หนี้ดี-หนี้เสีย? กองไว้ด้วยกันและเปิดประมูลแบบยกเข่งนั้น อาจเป็นเพราะการที่ ?แบงก์ชาติ? ไม่ต้องการเปิดเผยถึงความผิดพลาดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน จึงไม่ต้องการให้มีการแบ่งเป็นกองหนี้ดีและกองหนี้เสีย

ทั้งๆ ที่วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ปรส.ตามพระราชกำหนดการปฏิรูปสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 ไม่ได้มุ่งให้ ปรส.ดำเนินการขายสินทรัพย์แบบ ?ขายทอดตลาด? แต่ต้องการให้ ปรส. ?ปฏิรูป? หรือ ?ฟื้นฟูหนี้เสีย? ให้กลายเป็นหนี้ดีขึ้นหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นให้มากที่สุด เพราะสินทรัพย์ดังกล่าวมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อหนี้สาธารณะ ซึ่งประชาชนทุกคนต้องเป็นผู้แบกรับความเสียหายทั้งหมดในที่สุด

อาจกล่าวได้ว่ามูลเหตุสำคัญในความผิดพลาดของ ปรส.เกิดจากการที่มี ?ผลประโยชน์ทับซ้อน? (Conflict of Interest) เนื่องจากหลายสาเหตุ แม้ข้อเท็จจริงตามกฎหมายอาจดูไม่เข้าข่ายมูลฐานความผิด แต่ในแง่ของจรรยาบรรณถือเป็นความไม่ชอบธรรมอย่างชัดเจน ดังนั้น ถึงแม้ว่าอาจจะไม่สามารถเอาผิดคนบางกลุ่มไม่ได้ แต่สังคมควรได้รับรู้ว่าใครบ้างที่มีความผิดด้านจรรยาบรรณ และจะต้องลงโทษคนที่ร่วมกันสร้างความเสียหายแก่ประเทศ

พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของผู้บริหาร ปรส.เริ่มตั้งแต่การว่าจ้าง บริษัท เลห์แมนบราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาในการจัดการสินทรัพย์ของ ปรส.ทั้งหมด โดยบริษัทดังกล่าวได้ทำเกินหน้าที่ด้วยการให้ข้อเสนอในการตั้งเงื่อนไขต่างๆ ให้ข้อมูลในด้านตัวเลขและราคาแก่ผู้เข้าร่วมประมูล และเมื่อ ปรส.เปิดการประมูลสินทรัพย์ก็ปรากฏว่าเงื่อนไขต่างๆ เป็นที่น่าเคลือบแคลงอย่างยิ่ง เช่น

1. การไม่ยอมให้ลูกหนี้ร่วมประมูลหนี้ของตนเอง อันเป็นการตัดสิทธิผู้รู้ข้อมูลของสินทรัพย์ที่แท้จริง

2. ตั้งสินทรัพย์เป็นกองใหญ่ๆ ตามคำแนะนำของที่ปรึกษาที่รู้ว่าหากตั้งเป็นกองใหญ่ๆ ในขณะนั้นคนไทยย่อมขาดเงินทุนหรือไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะเข้าร่วมแข่งขันในการประมูล

ดังนั้นจึงเปิดช่องให้กลุ่มบริษัทต่างชาติเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการประมูลครั้งนี้ โดยข้อน่าสังเกตุก็คือผลการประมูลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันอย่างชัดเจน (เรียกกันว่ามีครีมอยู่ข้างบน) วงเงินจำนวนมากแต่ผลการประมูลได้กว่า 19,000 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการประมูลก็คือ บริษัท เลห์แมนบราเดร์สโฮลอิ้ง อิงค์ ซึ่งถือหุ้นในบริษัทที่ปรึกษาของ ปรส.(เลห์แมนบราเดอร์สฯ) 99.99%

จึงกล่าวได้ว่าผู้ชนะการประมูล ?รู้ไส้ ปรส.? ก่อนคู่แข่ง แต่ผู้บริหาร ปรส.กลับอ้างว่า ทั้ง 2 บริษัทไม่มีการเปิดเผยข้อมูลถึงกัน เพราะมี Chinese Wall หรือ ?กำแพงเมืองจีน?

หากแต่ในความเป็นจริงไม่มีประเทศใดในโลกที่จะยอมให้บริษัทปรึกษาวาณิชธนกิจซึ่งเป็น ?บริษัทลูก? เป็นผู้วางกรอบและกำหนดเกณฑ์ในการประมูล จนกระทั่ง ?บริษัทแม่? เป็นผู้ชนะการประมูลในที่สุด

นี่เป็นเพียงปฐมบทของ ?อภิมหายุทธการปล้นชาติ 6 แสนล้าน? ที่ควรจะต้องมีผู้รับผิดชอบ"
บันทึกการเข้า
Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #16 เมื่อ: 29-09-2008, 14:48 »

  นั้นซิ บริษัท เลห์แมนบราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด  มันก็เลยกว้านซื้อหนี้เสียหมด แล้วร่วมมือเหลี่ยมก็ได้ทรัพย์สินที่ประมูลจากปรส เนอะ มันเลวทำให้เกิดปรส ไม่พอ ฆ่าคนไม่พอ ยังมาสวมรอย ซื้อของถุกด้วยเนอะ จะได้ประจานศาลให้มันรุ้ว่าไอ้ทีทำให้ เกิด ใคร  ไอ้ที่ใครไม่รุ้ได้ทรัพย์สินมากมายจากปรส เหลียมและเมียได้มากมาย เนอะ ต้องด่านะไอ้พวกหากินบนความลำบากของคนไทย แต่แปลกวะ DSI ก็ไม่สามารถ ตั้งข้อพวก ปชป สักคน ก็คนที่ทำเรืองปรส มันก็คือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นพิเศษให้คนนอกมาดุแล มันจะโกงหรือกิน ก็คือความผิดของคนที่จัดการ จริงมะมารควา-ยไร้สมอง แต่ที่แน่อย่าหัวใจหวายตายนะว่าเหลียมพ่อแกม้นมีส่วนรวมตั้งแต่ต้น จนจบนะ มารควายนปก  ขนาด DSI  หน่วยงานขี้ข้าเหลียมมันยังไม่มีปํญญาตั้งข้อหาพวกปชป ได้วะ เนอะ มันแปลกดีเนอะ แล้วปปช เขาจะหาข้ออะไรได้เนอะ มารควายไร้สมอง เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาแปะ แต่ไม่รุ้ข่าวหรือเรืองมันไปถึงไหนก็เลยหอนเอาหอนเอา
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #17 เมื่อ: 29-09-2008, 15:01 »

  นั้นซิ บริษัท เลห์แมนบราเดอร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด  มันก็เลยกว้านซื้อหนี้เสียหมด แล้วร่วมมือเหลี่ยมก็ได้ทรัพย์สินที่ประมูลจากปรส เนอะ มันเลวทำให้เกิดปรส ไม่พอ ฆ่าคนไม่พอ ยังมาสวมรอย ซื้อของถุกด้วยเนอะ จะได้ประจานศาลให้มันรุ้ว่าไอ้ทีทำให้ เกิด ใคร  ไอ้ที่ใครไม่รุ้ได้ทรัพย์สินมากมายจากปรส เหลียมและเมียได้มากมาย เนอะ ต้องด่านะไอ้พวกหากินบนความลำบากของคนไทย แต่แปลกวะ DSI ก็ไม่สามารถ ตั้งข้อพวก ปชป สักคน ก็คนที่ทำเรืองปรส มันก็คือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นพิเศษให้คนนอกมาดุแล มันจะโกงหรือกิน ก็คือความผิดของคนที่จัดการ จริงมะมารควา-ยไร้สมอง แต่ที่แน่อย่าหัวใจหวายตายนะว่าเหลียมพ่อแกม้นมีส่วนรวมตั้งแต่ต้น จนจบนะ มารควายนปก  ขนาด DSI  หน่วยงานขี้ข้าเหลียมมันยังไม่มีปํญญาตั้งข้อหาพวกปชป ได้วะ เนอะ มันแปลกดีเนอะ แล้วปปช เขาจะหาข้ออะไรได้เนอะ มารควายไร้สมอง เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาแปะ แต่ไม่รุ้ข่าวหรือเรืองมันไปถึงไหนก็เลยหอนเอาหอนเอา




"ปรส. อัปยศ? เมื่อไร ปชป. จะตอบเสียที!    

--------------------------------------------------------------------------------
*ขอสรุปสั้นๆ ด้วยภาษาชาวบ้านดังนี้
     1.รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้ง ปรส. ขึ้นมา ให้ทำหน้าที่ปฏิรูปสถาบันการเงินให้มีความแข็งแรง และฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นกำลังทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงให้หยุดกิจการ 58 สถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว แต่ครั้นเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ นโยบายก็เปลี่ยนแปลงไปหมด มีการสั่งปิดตาย 58 สถาบันการเงินทันที และกลับมาเปิดใหม่เพียง 2 แห่ง เสมือนเป็นการเริ่มต้นของแผนร้าย โดยไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เดิม
     2.เมื่อปิดสถาบันการเงินแล้วโอนทรัพย์สินและลูกหนี้กว่า 6 แสนล้านบาทไปให้ ปรส. บริหารจัดการ โดยรัฐบาลรับใช้หนี้เงินฝากแก่ประชาชนที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินที่ถูกปิดไป ทั้งหมดเท่ากับว่า การบริหารจัดการหนี้เสียของสถาบันเหล่านี้ จักต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับ คือจะต้องจัดการให้ได้รับผลตอบแทนที่ทัดเทียมกัน มิฉะนั้น รัฐบาลก็จะเสียหาย ซึ่งก็คือประชาชนเสียหาย
     3.ผู้บริหาร ปรส. และ ธปท. จ้างฝรั่งมาเป็นที่ปรึกษา และกำหนดให้ขายทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาทโดยเร็ว โดยวิธีการจัดรวมหนี้เน่ามารวมกองกับหนี้ดี ซึ่งก็คือ ทำให้ราคาหนี้ดีต้องถูกกดตามหนี้เน่าในกองเดียวกันไปด้วย (แทนที่จะจัดหนี้ดีกองรวมกัน แยกต่างหากจากกองหนี้เน่า) และจะขายเป็นกองๆ ละประมาณหมื่นล้านบาท แต่ไม่ให้ลูกหนี้เดิมมีส่วนร่วมประมูล เท่ากับเป็นการเปิดทางให้เฉพาะต่างชาติซึ่งเป็นพวกพ้องเท่านั้น
     4.ที่ปรึกษาฝรั่งแห่งหนึ่ง ได้เข้ามาตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่เป็นลูกหนี้ทั้งหมด รวบรวมเก็บข้อมูลทั้งหมด แล้วจัดกองลูกหนี้เอง จากนั้นก็กำหนดเงื่อนไขการขายคือ ไม่ให้ลูกหนี้เข้าประมูล และเมื่อขายกองละหมื่นล้านบาทขึ้นไป ก็เท่ากับกีดกันผู้ประมูลทั่วไปให้เหลือน้อยลง
     5.เมื่อประกาศประมูล ได้มีผู้แสดงความสนใจหลายราย จึงต้องเปิดให้ผู้แจ้งความจำนงจะเข้าร่วมประมูล มีโอกาสตรวจกองลูกหนี้ เพื่อจะได้รู้สถานะที่แท้จริง เพื่อเสนอราคาได้ถูกต้องหลังจากเปิดให้ตรวจแล้ว ผู้ดำเนินการประมูลได้ใช้เล่ห์กลเพื่อสร้างความสับสนให้กับผู้จะเข้าร่วม ประมูล โดยการสลับกองลูกหนี้ ย้ายลูกหนี้กองนั้นไปไว้กองโน้น ทำให้ผู้สนใจที่มาตรวจดูกองลูกหนี้แล้วเกิดความไม่แน่ใจว่า กองหนี้ที่ตั้งใจจะประมูลเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จึงทำให้มีผู้สละสิทธิ์ ไม่เข้าประมูลหลายราย เหลือแต่พรรคพวกในขบวนการเดียวกันเท่านั้น
     6.ในจำนวนผู้สนใจซื้อหนี้ มีบริษัทที่ที่ปรึกษาฝรั่งถือหุ้น 99.99% ที่เพิ่งจดทะเบียนเพื่อทำธุรกรรมเฉพาะกิจในครั้งนี้รวมอยู่ด้วย และสุดท้ายก็คือผู้ชนะการประมูล เพราะชงเอง ชู้ตเอง จึงรู้ตื้นลึกหนาบางทุกรายละเอียดนั่นเอง
     ทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาท จึงขายได้ต่ำกว่า 200,000 แสนล้านบาท เท่ากับชาติถูกปล้นไปกว่า 4 แสนล้านบาท! เป็นมหาวีรกรรมโกงชาติระดับโลก ที่ต้องจารึกไว้ชั่วลูกชั่วหลาน
     7.พอชนะประมูลแล้วยังคิดโกงภาษีต่อไปอีก โดยวิธีตั้งเป็นบริษัทกองทุนเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อให้เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีบริษัทกองทุน จึงต้องถูกจดทะเบียนอย่างเร่งด่วน ดังนั้น เมื่อถึงวันเซ็นสัญญา ผู้ชนะประมูลไม่ได้มาร่วมลงนามเซ็นสัญญา คงมีแต่ ปรส. เซ็นชื่อข้างเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการทำสัญญาแบบไหน แต่ก็มีการโอนเงินเข้ามาชำระเงินงวดแรกหลังจากนั้นอีกหลายเดือน เมื่อมีการตั้งกองทุนเสร็จ ก็เอากองทุนเข้ามาทำสัญญา เท่ากับเป็นการโกงภาษีอีกต่อหนึ่ง ความเสียหายกว่า 4 แสนล้านบาท คนไทยทั้งประเทศต้องรับภาระต่อไปอีกนาน
     ความจริงยังมีวีรกรรมของ ปรส. ในยุคของรัฐบาลเวลานั้นอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องการขายสัญญาลีสซิ่งของสถาบันการเงินให้กับ จีอี แคปปิตอล ในราคาถูกๆ แต่หัวใจของเรื่องก็คือ จีอี แคปปิตอล ผู้ประมูลได้นั้น มีประธานบริษัทที่ว่ากันว่า เป็นนายกฯ ผู้ดีในช่วงวิกฤติพฤษภา 2535
     ท่านทั้งหลายที่อ่านมาถึงบทนี้ คงคุ้นๆ กับชื่อตัวแสดงเหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่จะละม้ายกับกลุ่มตัวละครในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก
     โอ้! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!
     นี่คือข้อมูลที่ชำแหละนโยบายและพฤติกรรมของพรรครัฐบาลในช่วงเวลานั้นได้อย่างถึงลูก ถึงคน ถึงแก่น
     ข้อมูลเช่นนี้ ยากที่จะหาคนไม่เชื่อ
     ยากที่จะหาข้อมาคัดง้าง
     จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “กรณีอัปยศนี้” ล่วงเลยผ่านไปแล้ว 11 ปี
     เป็น 11 ปีที่ไร้คำตอบ และคำชี้แจงของ ปชป. ผู้เป็นรัฐบาลในเวลานั้น
     สุดท้าย! ขอเลียนแบบพฤติกรรมของเหล่าพันธมิตรฯ ที่ชอบตะโกนด่าทอบนเวทีดังๆ สักหน่อยว่า “ปชป. ตอบได้แล้วโว้ย"
บันทึกการเข้า
katindork
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369


« ตอบ #18 เมื่อ: 29-09-2008, 17:57 »

หัวขวดทุบดินแบบนี้  ก็ต้องเจอคำถามอมตะ นิรันดร์กาลว่า

หลังจากนั้น  รัฐบาลทักษิณครองอำนาจอยู่ ร่วม 6 ปี   เอาหัวไปซุกรูไหนอยู่  ไม่จัดการสักที ถ้าไม่ใช่ว่าร่วมบ่อนทำลายชาติกับเขาด้วย
พล่ามอยู่นั้นแหละ ทั้งหัวขวด หัวอะไร
บันทึกการเข้า
บัวริมบึง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 384


« ตอบ #19 เมื่อ: 29-09-2008, 21:39 »

ทีกระทู้นี้ล่ะ TLE มาเร็วเชียว

ทีกระทู้พาดพิงโดยตรงล่ะเงียบ
บันทึกการเข้า
Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #20 เมื่อ: 29-09-2008, 22:04 »

  มารควา-ย นปก หน้าโง่มันไม่กล้าตอบหรอก ขนาดเหลียมเป็นนายก 6 ปีไม่ทำอะไร พอDSI ตรวจไม่ยักสาวถึงปชป สักคนแค่นายอมเรส ศิลาอรและคนอื่น ไม่แน่จริงวะ ไม่ฟ้องปชป กลัวสาวถึงเหลียมพ่อแกใช่มะมารควา-ยนปก หน้าโง่ไร้สมองไม่รุอะไร เอาแต่ตัดแปะ เก่งแต่ตัดแปะ แต่ไม่รุ้ที่มาทีไปของเรื่อง พวกเสือกแย่งควา-ยมาเกิดวะ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #21 เมื่อ: 30-09-2008, 00:05 »

ชวนขายชาติผ่านปรส.และ กฏหมาย 11 ฉบับ...เรื่องนี้ใครๆก็ทราบกันดี


หัวขวดทุบดินแบบนี้  ก็ต้องเจอคำถามอมตะ นิรันดร์กาลว่า

หลังจากนั้น  รัฐบาลทักษิณครองอำนาจอยู่ ร่วม 6 ปี   เอาหัวไปซุกรูไหนอยู่  ไม่จัดการสักที ถ้าไม่ใช่ว่าร่วมบ่อนทำลายชาติกับเขาด้วย
พล่ามอยู่นั้นแหละ ทั้งหัวขวด หัวอะไร




หนอนฯเอ๋ยยย.....
รัฐบาลทักษิณมี'มือ'ในสภามากมาย ไม่แก้ไขกฏหมาย 11 ฉบับ
แต่สวมรอยใช้ดิบใช้ดีตลอดเวลาเป็นนายกฯ และ เป็นรัฐบาล.....!!!

คุณชวน และ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาลอย ๆ และกระพือข่าวโดยนักธุรกิจการเมือง ทักษิณ แกนนำพรรคไทยรักไทย บริวาร และ 'หน้ามืด-หน้าจืด' ไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากขบวนการยุติธรรมไทย....!!!
แต่ทักษิณ แกนนำพรรคไทยรักไทย หมัก เมถุน ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงเรื่องต่างๆ หลายกรณี หลายคดีสู่ขบวนการศาลยุติธรรม บางคดีทักษิณถูกลงโทษจำคุก ต้องหนีประกันตัว หนีหมายจับของศาลยุติธรรรม หมัก เมถุน นายกฯนอมินี ต้องโทษจำคุก 2 ปี ฯลฯ.....

หนอนฯใช้'โยนีมด' คิดเอาเองเถอะ..
ถูกกล่าวหา สาดโคลน ใส่ความโดย'นายผู้ชาย' จำเลยหนีหมายจับของศาลยุติธรรม และพรรคพวกหนอนฯ
กับกรณี'นายผู้ชาย' และ 'นายผู้หญิง' หนีประกันตัว หนีหมายจับของศาลยุติธรรม....

'ไร้ยางอาย'เข้ากระดูกดำ จึงนำมาเอ่ยอวดอ้าง...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2008, 00:07 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #22 เมื่อ: 30-09-2008, 00:16 »

หนี้เน่าสมัยก่อน...ต่างชาติซื้อไว้ถูกๆก่อนปล่อยขายให้กับเจ้าของเดิมในราคาแพงๆ ประเด็นก็คือ ผู้นำหน้าโง่เชื่องช้ากระทำการข่มเหงเจ้าของธุรกิจคนไทยโดยการจัดให้ต่างชาติเข้ามาเชือดคนไทยด้วยกันเองแบบนิ่มๆ

จะเอาหลักฐานและข้อมูลเรื่องนี้ไหมหล่ะ...เยอะมากอาจต้องไปตั้งกระทู้ใหม่



หนอนฯ เอ๋ยยย....
ไปหาข่าวรัฐบาล'พ่อบุช' ของ'แม้ว' แก้ไขปัญหา 'ปรส.แฮมเบอเกอร์' อย่างไร
และเรียนรู้ให้ฉลาดว่า 'ปู่บุช'ของหนอนฯ ตีราคาทรัพย์สิน'เน่าๆ'ต่ำกว่า 30% ได้อย่างไร...
นำเงินภาษีของประชาชนไปค้ำจุน ไปซื้อหนี้เน่า ๆ ได้อย่างไร...

  พระสยามเทวาธิราช ดลบันดาลให้'บิดาแม้ว'ของหนอนฯพ้นอำนาจ....!!!
มิฉนั้น 'บิดาแม้ว'คงช่วย'นายพุ่มไม้น้อย' ซื้อหนี้เน่าๆ ในราคา 100%.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



ปล.'ทุนสามานย์'ในประเทศและต่างประเทศ ที่ไม่ได้นับถือ'นายพุ่มไม้น้อย'เป็น'พ่อบุช' จะเข้าไปซื้อทรัพย์สินเน่าๆพรรค์นั้นราคาเท่าไหร่ ....!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2008, 00:24 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #23 เมื่อ: 30-09-2008, 08:48 »




"ปรส. อัปยศ? เมื่อไร ปชป. จะตอบเสียที!    

--------------------------------------------------------------------------------
*ขอสรุปสั้นๆ ด้วยภาษาชาวบ้านดังนี้
     1.รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้ง ปรส. ขึ้นมา ให้ทำหน้าที่ปฏิรูปสถาบันการเงินให้มีความแข็งแรง และฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นกำลังทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงให้หยุดกิจการ 58 สถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว แต่ครั้นเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ นโยบายก็เปลี่ยนแปลงไปหมด มีการสั่งปิดตาย 58 สถาบันการเงินทันที และกลับมาเปิดใหม่เพียง 2 แห่ง เสมือนเป็นการเริ่มต้นของแผนร้าย โดยไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เดิม
     2.เมื่อปิดสถาบันการเงินแล้วโอนทรัพย์สินและลูกหนี้กว่า 6 แสนล้านบาทไปให้ ปรส. บริหารจัดการ โดยรัฐบาลรับใช้หนี้เงินฝากแก่ประชาชนที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินที่ถูกปิดไป ทั้งหมดเท่ากับว่า การบริหารจัดการหนี้เสียของสถาบันเหล่านี้ จักต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับ คือจะต้องจัดการให้ได้รับผลตอบแทนที่ทัดเทียมกัน มิฉะนั้น รัฐบาลก็จะเสียหาย ซึ่งก็คือประชาชนเสียหาย
     3.ผู้บริหาร ปรส. และ ธปท. จ้างฝรั่งมาเป็นที่ปรึกษา และกำหนดให้ขายทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาทโดยเร็ว โดยวิธีการจัดรวมหนี้เน่ามารวมกองกับหนี้ดี ซึ่งก็คือ ทำให้ราคาหนี้ดีต้องถูกกดตามหนี้เน่าในกองเดียวกันไปด้วย (แทนที่จะจัดหนี้ดีกองรวมกัน แยกต่างหากจากกองหนี้เน่า) และจะขายเป็นกองๆ ละประมาณหมื่นล้านบาท แต่ไม่ให้ลูกหนี้เดิมมีส่วนร่วมประมูล เท่ากับเป็นการเปิดทางให้เฉพาะต่างชาติซึ่งเป็นพวกพ้องเท่านั้น
     4.ที่ปรึกษาฝรั่งแห่งหนึ่ง ได้เข้ามาตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่เป็นลูกหนี้ทั้งหมด รวบรวมเก็บข้อมูลทั้งหมด แล้วจัดกองลูกหนี้เอง จากนั้นก็กำหนดเงื่อนไขการขายคือ ไม่ให้ลูกหนี้เข้าประมูล และเมื่อขายกองละหมื่นล้านบาทขึ้นไป ก็เท่ากับกีดกันผู้ประมูลทั่วไปให้เหลือน้อยลง
     5.เมื่อประกาศประมูล ได้มีผู้แสดงความสนใจหลายราย จึงต้องเปิดให้ผู้แจ้งความจำนงจะเข้าร่วมประมูล มีโอกาสตรวจกองลูกหนี้ เพื่อจะได้รู้สถานะที่แท้จริง เพื่อเสนอราคาได้ถูกต้องหลังจากเปิดให้ตรวจแล้ว ผู้ดำเนินการประมูลได้ใช้เล่ห์กลเพื่อสร้างความสับสนให้กับผู้จะเข้าร่วม ประมูล โดยการสลับกองลูกหนี้ ย้ายลูกหนี้กองนั้นไปไว้กองโน้น ทำให้ผู้สนใจที่มาตรวจดูกองลูกหนี้แล้วเกิดความไม่แน่ใจว่า กองหนี้ที่ตั้งใจจะประมูลเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จึงทำให้มีผู้สละสิทธิ์ ไม่เข้าประมูลหลายราย เหลือแต่พรรคพวกในขบวนการเดียวกันเท่านั้น
     6.ในจำนวนผู้สนใจซื้อหนี้ มีบริษัทที่ที่ปรึกษาฝรั่งถือหุ้น 99.99% ที่เพิ่งจดทะเบียนเพื่อทำธุรกรรมเฉพาะกิจในครั้งนี้รวมอยู่ด้วย และสุดท้ายก็คือผู้ชนะการประมูล เพราะชงเอง ชู้ตเอง จึงรู้ตื้นลึกหนาบางทุกรายละเอียดนั่นเอง
     ทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาท จึงขายได้ต่ำกว่า 200,000 แสนล้านบาท เท่ากับชาติถูกปล้นไปกว่า 4 แสนล้านบาท! เป็นมหาวีรกรรมโกงชาติระดับโลก ที่ต้องจารึกไว้ชั่วลูกชั่วหลาน
     7.พอชนะประมูลแล้วยังคิดโกงภาษีต่อไปอีก โดยวิธีตั้งเป็นบริษัทกองทุนเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อให้เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีบริษัทกองทุน จึงต้องถูกจดทะเบียนอย่างเร่งด่วน ดังนั้น เมื่อถึงวันเซ็นสัญญา ผู้ชนะประมูลไม่ได้มาร่วมลงนามเซ็นสัญญา คงมีแต่ ปรส. เซ็นชื่อข้างเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการทำสัญญาแบบไหน แต่ก็มีการโอนเงินเข้ามาชำระเงินงวดแรกหลังจากนั้นอีกหลายเดือน เมื่อมีการตั้งกองทุนเสร็จ ก็เอากองทุนเข้ามาทำสัญญา เท่ากับเป็นการโกงภาษีอีกต่อหนึ่ง ความเสียหายกว่า 4 แสนล้านบาท คนไทยทั้งประเทศต้องรับภาระต่อไปอีกนาน
     ความจริงยังมีวีรกรรมของ ปรส. ในยุคของรัฐบาลเวลานั้นอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องการขายสัญญาลีสซิ่งของสถาบันการเงินให้กับ จีอี แคปปิตอล ในราคาถูกๆ แต่หัวใจของเรื่องก็คือ จีอี แคปปิตอล ผู้ประมูลได้นั้น มีประธานบริษัทที่ว่ากันว่า เป็นนายกฯ ผู้ดีในช่วงวิกฤติพฤษภา 2535
     ท่านทั้งหลายที่อ่านมาถึงบทนี้ คงคุ้นๆ กับชื่อตัวแสดงเหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่จะละม้ายกับกลุ่มตัวละครในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก
     โอ้! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!
     นี่คือข้อมูลที่ชำแหละนโยบายและพฤติกรรมของพรรครัฐบาลในช่วงเวลานั้นได้อย่างถึงลูก ถึงคน ถึงแก่น
     ข้อมูลเช่นนี้ ยากที่จะหาคนไม่เชื่อ
     ยากที่จะหาข้อมาคัดง้าง
     จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “กรณีอัปยศนี้” ล่วงเลยผ่านไปแล้ว 11 ปี
     เป็น 11 ปีที่ไร้คำตอบ และคำชี้แจงของ ปชป. ผู้เป็นรัฐบาลในเวลานั้น
     สุดท้าย! ขอเลียนแบบพฤติกรรมของเหล่าพันธมิตรฯ ที่ชอบตะโกนด่าทอบนเวทีดังๆ สักหน่อยว่า “ปชป. ตอบได้แล้วโว้ย"


ไอ้พวก ที่มันซื้อ หนี้เน่าประเภทซัพไพรม์ หรือ ปรส. เป็นอาชีพ อย่าง เลแมนบราเดอร์ หรือ พวก โกลด์แมนแซค มันตอบแทนแล้วไง.....555

ไอ้บริษัท พวกนี้ มันคงกำไรดยอะน่าดูเลยเน๊อะ ....ซื้อหนี้เน่า ราคา ถูก ๆ ไปขาย....ของจริงมีให้เห็นแล้ว ยังจะไปนั่งฟังคำอธิบายของใครอีก...


 

อ้อ แล้วอย่าลืมไปด่า ดร.โกร่ง เรื่องแต่งตั้ง นายอมเรศ ศิลาอ่อน มาดูสถาบันการเงินด้วยล่ะ....อิ อิ...เห็นตอนนี้ กำลังโดนเรื่อง ปรส.อยู่นี่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: