ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-04-2021, 13:23
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กรอบความคิดของการเมืองใหม่ในทัศนะของผม ! 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กรอบความคิดของการเมืองใหม่ในทัศนะของผม !  (อ่าน 778 ครั้ง)
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« เมื่อ: 28-09-2008, 21:35 »

ตั้งแต่ นายกสมชาย ได้จัดตั้ง ครม. ปลาแดก 1 ขึ้นมา ก็ทำให้กระแสตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปการเมืองดังกระหึ่มขึ้น นักคิด นักวิชาการ และ ภาคประชาชนหลายส่วนเริ่มออกมาเสนอแบบจำลองของการเมืองไทย ไม่เฉพาะเพียงแค่พันธมิตรฯ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มเท่านั้น ส่วนตัวผมมองว่า ไม่ว่าการเมืองใหม่จะมีรูปแบบอย่างไร กรอบความคิดของการเมืองใหม่ก็จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานสำคัญดังต่อไปนี้

1. ประเทศจะต้องใช้รูปแบบการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข

2. จะต้องปรับรูปแบบระบบการเลือกตั้ง สส. และ พรรคการเมือง ใหม่ทั้งหมด เพื่อลดอำนาจของระบบทุนการเมืองที่เข้าไปแทรกแซงพรรคการเมือง และ ใช้พรรคการเมืองเสาะแสวงหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตัวเอง ผ่านระบบการปกครองแบบรัฐสภา

3. จะต้องปรับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะ ตำรวจ และ อัยการ จะต้องให้สองหน่วยงานนี้เป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง นักการเมืองและฝ่ายบริหารจะต้องไม่มีสิทธิให้คุณให้โทษกับ ข้าราชการที่สังกัดในสององค์กรนี้ ทำให้ตำรวจเป็นตำรวจของท้องถิ่นให้มากที่สุด ไม่ใช่ตำรวจของนักการเมือง หรือ ฝ่ายการเมือง ยุบหรือปรับเปลี่ยนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ถ่ายโอนอำนาจการดูแลเจ้าหน้าตำรวจจากส่วนกลาง ลงสู้องค์กรปกครองส่วนภูมิภาคอย่างจริงจัง ให้ศึกษารูปแบบการบริหารองค์กรตำรวจจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะไม่ใช่การบริหารในรูปแบบกองทัพแบบที่ประเทศไทยทำอยู่

4. เปิดพื้่นที่การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบขององค์กรภาคประชาชนเพิ่มมากขึ้น เปิดโอกาส ให้ประชาชนหรือสำนักงานทนายความอิสระสามารถฟ้องคดีทุจริตของนักการเมืองที่มีผลกระทบต่อการใช้จ้ายเงินภาษีหรือประชาชนในท้องถิ่นหรือประชาชนทั่วไประดับประเทศได้ และ คดีทุุจริตคอรัปชั่นจะต้องไม่มีอายุความ

5. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชนในรูปแบบของการกำหนดการเข้าไปถือหุ้นหรือควบรวมกิจการของนายทุนการเมือง และ ตรากฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ ประชาชนสามารถฟ้องสื่อสารมวลชน หรือ รายการใดๆที่ผลิตโดยไม่มี่จริยธรรมเหล่านั้นได้โดยตรงผ่านกระบวนการยุติธรรมทั้งทางแพ่งและทางอาญา เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ควบคุมสื่อสารมวลชนโดยตรง ผ่านกระบวนการยุติธรรม ไม่จำเป็นต้องตั้งความหวังลมๆแล้งๆ กับเสือกระดาษแบบกลุ่มสมาคมวิชาชีพสื่ออีกต่อไป

ทั้งหมดนี้คือกรอบความคิด ของการเมืองใหม่ ในทัศนะของผม

อยากให้พันธมิตรและเพื่อนๆ นักคิด นักวิชาการลองไปค้นหารูปแบบและกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #1 เมื่อ: 28-09-2008, 22:44 »

กรอบความคิดของคุณ Arch_FreeMan น่าจะไม่มีใครปฏิเสธสักข้อนะครับ
เพียงแต่ทำได้ชัดเจนทันทีเพียงข้อเดียวคือ ข้อ 1. ซึ่งเราทำอยู่แล้ว

ส่วนข้อ 2 ถึง 5 ยังเป็นหลักการกว้างๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการตั้งเป้าหมาย
แต่รายละิเอียดในการปฏิบัติจริง แค่ข้อใดข้อหนึ่งก็ต้องคุยกันยาวแล้ว

ตอนนี้ผมออกแบบระบบการเมือง ที่มีขั้นตอนการทำงานจริงๆ ขึ้นมาครับ
ถ้าคุณ Arch_FreeMan สนใจ ก็รบกวนไปให้ความเห็นสักหน่อย



==ระบบการเมืองใหม่ที่ทำได้จริง โดย jerasak จาก http://forum.serithai.net==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=36897.0


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2008, 06:28 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 28-09-2008, 23:10 »

คุยกรอบกว้างก่อนแบบนี้ก็สนุกดีครับ

การเมืองแบบมีส่วนร่วม จะเจาะเข้าไปร่วมตรงไหนได้บ้าง

ถ้าใครทำเป็นแบบสอบถาม เป็นข้อๆ เป็นประเด็นๆ ไปได้ยิ่งดีครับ

ทำตารางเปรียบเทียบ คล้ายๆ ตอนใกล้ลงประชามติรับ/ไม่รับร่างก็ดีครับ

หรือจะหยิบกรอบ คุณหมอประเวศ ทำไว้ให้ มาสานต่อก็ได้

รู้สึกจะออกสื่อสิ่งพิมพ์เกือบครบแล้ว


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 23:15 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #3 เมื่อ: 29-09-2008, 07:26 »

ส่วนตัวผมคิดว่า ข้อ 3 4 5 มีความสำคัญมากๆ เพราะ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และ ได้ใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับ นักการเมืองชั่วได้ง่าย ที่ผ่านมาทำได้ยาก

สำคัญที่สุดคือ ตำรวจ ตำรวจจะต้องไม่เป็นทาสและเครื่องมือของนักการเมือง แต่ ตำรวจในการเมืองใหม่ จะต้องเป็นเครื่องมือของประชาชน ช่วยประชาชนจับนักการเมืองชั่ว ข้าราชการกังฉินตามตัวบทกฎหมาย

อัยการก็ต้องเป็นอัยการของประชาชน ไม่ใช่อัยการของรัฐบาล อัยการจะต้องปกป้องทรัพย์สินและสิทธิของประชาชนตามกฎหมาย อัยการต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติแทนประชาชน ไม่ใช่ไปรักษาผลประโยชน์ของพรรครัฐบาลหรือนักการเมืองรายบุคคลแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชน ก็สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย จัดการ กับสื่อเทียม สื่อไม่มีจรรยาบรรณ สื่อบิดเบือน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รวมไปถึงสื่อของรัฐด้วย ที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ไปเน้นการคุ้มครอง พวกนักข่าว พวกบริษัท นสพและสถานีทีวี ไปให้อภิสิทธิกับคนพวกนี้มากจนเกินไป ใครก็แตะต้องคนพวกนี้ไม่ได้ ทำให้สมาคมวิชาชีพของคนพวกนี้มักจะปกป้องพวกเดียวกันเองโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่พึงได้แก่ประชาชนทั่วไป ไม่รู้ถูกรู้ผิด เพราะมีผลประโยชน์ง้างปากกา เขียนข้อเท็จจริงกันไม่เป็น ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ ภาคประชาชนนี่แหละ จะต้องตรวจสอบสื่อมวลชนตามตัวบทกฎหมายเพื่อ ให้เขาประพฤติตามจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างแท้จริง
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #4 เมื่อ: 01-10-2008, 06:21 »

ส่วนตัวผมคิดว่า ข้อ 3 4 5 มีความสำคัญมากๆ เพราะ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และ ได้ใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับ นักการเมืองชั่วได้ง่าย ที่ผ่านมาทำได้ยาก

สำคัญที่สุดคือ ตำรวจ ตำรวจจะต้องไม่เป็นทาสและเครื่องมือของนักการเมือง แต่ ตำรวจในการเมืองใหม่ จะต้องเป็นเครื่องมือของประชาชน ช่วยประชาชนจับนักการเมืองชั่ว ข้าราชการกังฉินตามตัวบทกฎหมาย

อัยการก็ต้องเป็นอัยการของประชาชน ไม่ใช่อัยการของรัฐบาล อัยการจะต้องปกป้องทรัพย์สินและสิทธิของประชาชนตามกฎหมาย อัยการต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติแทนประชาชน ไม่ใช่ไปรักษาผลประโยชน์ของพรรครัฐบาลหรือนักการเมืองรายบุคคลแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน ภาคประชาชน ก็สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย จัดการ กับสื่อเทียม สื่อไม่มีจรรยาบรรณ สื่อบิดเบือน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รวมไปถึงสื่อของรัฐด้วย ที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ไปเน้นการคุ้มครอง พวกนักข่าว พวกบริษัท นสพและสถานีทีวี ไปให้อภิสิทธิกับคนพวกนี้มากจนเกินไป ใครก็แตะต้องคนพวกนี้ไม่ได้ ทำให้สมาคมวิชาชีพของคนพวกนี้มักจะปกป้องพวกเดียวกันเองโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่พึงได้แก่ประชาชนทั่วไป ไม่รู้ถูกรู้ผิด เพราะมีผลประโยชน์ง้างปากกา เขียนข้อเท็จจริงกันไม่เป็น ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ ภาคประชาชนนี่แหละ จะต้องตรวจสอบสื่อมวลชนตามตัวบทกฎหมายเพื่อ ให้เขาประพฤติตามจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างแท้จริง

ผมก็ไม่ได้ค้านกรองความคิด คุณ Arch_FreeMan นะครับ 

ผมเห็นด้วยหมดทุกข้อ ( และคิดว่าถามใครเขาก็เห็นด้วยหมดทุกข้อทั้งนั้น )
เพราะที่คุณ Arch_FreeMan ตั้งกรอบความคิดมาก็เหมือนบอกว่า "ควรทำดี"

เฉพาะเนื้อหา 5 ข้อของกระทู้ และเนื้อหาใน คคห.ข้างบนนี้ มีเรื่องให้ทำมากมาย
ต้องได้รับความร่วมมือจากสารพัดภาคส่วน และจะต้องปะทะกับหลายฝ่ายอีกด้วย

การจะบรรลุเป้าหมายทั้ง 5 ข้อที่เป็นหลักการและเหตุผล ก็คือต้องออกแบบระบบ
มารองรับเช่น ข้อ 3 "ปรับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมใหม่ทั้งหมด"
ก็ต้องออกแบบว่าองค์กรดังกล่าวจะปรับให้ออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

...

ซึ่งตามข้อ 2 "จะต้องปรับรูปแบบระบบการเลือกตั้ง สส. และ พรรคการเมือง ใหม่ทั้งหมด"
ผมได้ออกแบบระบบการเลือกตั้ง สส. และ พรรคการเมือง เลยไปถึงการตั้งรัฐบาล
ด้วยวิธีง่ายๆ แก้ไขจากระบบเดิมเพียงเล็กน้อย แต่สามารถคาดหวังผลได้ยิ่งใหญ่คือ ...

1. สามารถสลายการเผชิญหน้าของประชาชน ที่แตกแยกแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง
    ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ด้วยระบบที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงอำนาจรัฐ
2. จัดตั้งรัฐบาลไ้ด้ทันทีที่รู้ผลเลือกตั้ง เพราะประชาชนเป็นผู้กำหนดโควต้าใน ครม.เอง
    โดยแต่ละพรรคไม่ต้องวิ่งต่อรองจับขั้วกันแบบเดิมๆ อีก
3. รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรมีเสถียรภาพสูง มีโอกาสมากที่จะอยู่ครบวาระ 4 ปีเป็นปกติ
4. แก้ปัญหาการด้อยความสามารถของรัฐมนตรี โดยให้พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่ที่ควรทำ
    คือการพัฒนาบุคลาการทางการเมือง และสั่งสมความรู้ความชำนาญในการบริหารประเทศ
5. แก้ปัญหาการหยุดชะงักของโครงการภาครัฐจากการเปลี่ยนนโยบายตามรัฐมนตรีคนใหม่
6. ตอบสนองข้อเสนอกลุ่มพันธมิตร ที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมของตัวแทนสาขาอาชีพต่างๆ
    ผ่านโครงสร้างของวุฒิสภา ที่สามารถรองรับตัวแทนสาขาอาชีพได้ในสัดส่วนที่สูง
7. ได้ระบบตรวจสอบที่คาดหวังประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม โดยใช้วุฒิสภาที่ไม่สังกัดพรรค
    ไม่ใช่พรรคฝ่ายค้านที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการตรวจสอบ
8. ระบบมีความใกล้เคียงระบบเดิมมาก ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย และมีภาระในการแก้ไข
    รัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อย


...

ผมไม่ได้เข้ามาค้านความเห็น คุณ Arch_FreeMan แต่มาเชิญให้ไปช่วยดู
และให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบที่ออกแบบขึ้นครับ

เพราะที่ผมออกแบบ ก็น่าจะมีส่วนตรงกับกรอบความคิดข้อ 2 ในกระทู้นี้

และผมตั้งใจที่จะนำเสนอแนวคิดระบบนี้ในวงกว้างต่อไป หลังจาก-
สมาชิกบอร์ดเสรีไทย ช่วยกันดูแล้วในระยะเวลาพอสมควรครับ


==ระบบการเมืองใหม่ที่ทำได้จริง โดย jerasak จาก http://forum.serithai.net==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=36897.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2008, 20:01 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: [1]
    กระโดดไป: