ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-11-2020, 16:32
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ธรรม กับ การต่อสู้ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
ธรรม กับ การต่อสู้  (อ่าน 5347 ครั้ง)
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« เมื่อ: 02-07-2006, 18:40 »

ขออัญเชิญบางส่วน ของพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มาให้อ่านกันก่อนนะคะ

"ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา ป้องกันขอบขัณฑเสมา รักษาประชาชนและมนตรี"

บทพระราชนิพนธ์ที่ยกมานั้น จะเห็นได้ว่าทรงตั้งปณิธานที่จะรักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้ดำรงมั่นในแผ่นดิน การรักษาพระพุทธศาสนานั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องกระทำแน่นอนก็คือปฎิบัตตามคำสอนของพระพุทธองค์

พระราชปณิธานถัดมาจะเห็นได้ว่า ทรงตั้งมั่นที่จะรักษาประเทศชาติประชานไว้ นั่นหมายถึงจะต้องทำสงครามกับผู้รุกราน และสงครามนั้น ย่อมต้องมีการผิดศีล

ไม่มีการวิจารณ์พระราชนิพนธ์นะคะ ยกมาให้เห็น โปรดอ่านต่อไปโดยกรุณาอย่าโยงเรื่อง
------------------

ขณะนี้ มีการต่อสู้กันทั้งทางความคิด และกำลัง เกิดขึ้นในประเทศไทย บ่อยครั้งที่มีผู้ยกพระพุทธศาสนามาปรามผู้ที่กำลังต่อสู้กัน  โดยมากแล้วฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทักษิณ มักจะได้รับคำเตือนจากผู้หวังดี โดยยกธรรมะมาอ้าง และแสดงความกรุณาปราณี อยากให้พวกต่อต้านทักษิณ ต่อต้านอย่างเป็นธรรม เรียกว่าใช้ธรรมบังหน้า เพื่อหลอกฆ่าฟันนั่นเอง

นอกจากอ้างธรรม ก็มีการอ้างกติกา อ้างรัฐธรรมนูญ อ้างความชอบธรรม อ้างเสียงข้างมาก อ้างในทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อนที่กลุ่มคนโกงชาติ จะได้กระทำชั่วต่อไปได้

ขอให้ลองนึกกลับไปถึงสงคราม หากอริราชศัตรูยกกองกำลังเข้ามาบุกประเทศเรา แล้วอ้างว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ประชาชนไม่ควรผิดศีล ไม่ควรฆ่าฟันศัตรูที่รุกรานประเทศ เป็นท่าน ท่านจะเชื่อคำกล่าวนั้นไหม

วันนี้สถานการณ์เช่นเดียวกัน  ผู้รักชาติทั้งหลาย  กำลังต่อสู้เพื่อรักษาประเทศชาติ และระบอบการปกครองของเราให้คงอยู่  ในขณะที่ศัตรูกำลังใช้กลยุทธล่อหลอก  อ้างธรรมที่เรานับถือ  อ้างกติกา อ้างรัฐธรรมนูญ อ้างเสียงข้างมาก เพื่อให้กลุ่มผู้ต่อสู้ยอมสงบ เพื่อที่มันจะได้เป็นฝ่ายชนะ

โปรดจำสัจธรรมข้อนี้ไว้นะคะ

พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ  พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต  พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม

ขอให้พวกเราช่วยกันสละชีวิตของไทยรักไทย เพื่อรักษาธรรมไว้เถิดค่ะ
บันทึกการเข้า
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #1 เมื่อ: 02-07-2006, 18:45 »

ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง อิอิ
บันทึกการเข้า

Tony
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 48



« ตอบ #2 เมื่อ: 02-07-2006, 19:55 »

ปรัมวลจากการกระทำที่ผ่านมาของเหลี่ยม ผมว่าปณิธานของเหลี่ยมคงจะเป็น "ตั้งใจจะอุปปถัมภ์โคตรเหง้า กลืนกินพระศาสนา แบ่งขายขอบขัณฑเสมา (โดยบางส่วนให้เช่าระยะยาว 99 ปี) กดขี่ประชาชนและมนตรี"
บันทึกการเข้า

Freedom and power bring responsibility.
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #3 เมื่อ: 02-07-2006, 20:17 »

หากศัตรูจะมาทำลายบ้านเมือง ถ้าไม่รบก็จะถูกฆ่า ถูกย่ำยี จะรบเพื่อป้องกันตัวก็สมควรอยู่  แต่เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่ศัตรูมาย่ำยี แต่เป็นแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจในการปกครองประเทศ.. ใครจะถือว่าอีกฝ่ายมิใช่คนร่วมชาติ แต่เป็นศัตรูที่จะอยู่ร่วมแผ่นดินมิได้ ก็ตามใจเถิด

การนำธรรมมาสู่สนามรบ ถ้านักรบน้อมรับไว้ใส่ใจ ก็จะเป็นกองทัพธรรม หากโชคร้ายตายไปท่ามกลางสนามรบ จิตก็ไม่ทุรนทุราย สมัยมหาภารตะยุทธ์มีภควัตคีตา อัศวินยุโรปสมัยกลางมีวีรธรรม (Chivalry) เราชาวไทยนับถือศาสนาพุทธ ก็มีธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นเทียนชัยส่องทางให้กับนักรบ

สนามรบในกาลนี้ รบกันด้วยปัญญา มีวาจาเป็นอาวุธ จะรบกับฝ่ายตรงข้าง ถ้าไม่ใช้วิธีโกหก ไม่ใช้วิธีด่าทอ ไม่ใช้วิธียุยงปลุกปั่น ไม่บิดเบือนเหตุและผล ถ้าไม่ทำวจีทุจริต 4 ประการนี้แล้ว จะไม่มีทางรบชนะอย่างนั้นหรือ ผมไม่เชื่อว่าคนพูดจริงจะแพ้คนโกหก คนพูดไพเราะจะแพ้คนสามหาว คนพูดมีเหตุผลจะแพ้คนตลบตะแลง ผมไม่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาโกหกมา เราต้องโกหกกลับไปสองเท่า เขาด่ามาห้าคำ เราต้องด่ากลับไปสิบคำ ถ้าต้องเอาชนะกันด้วยวิธีนั้น ใยมิใช่แข่งกันเลว ผู้ชนะก็คือผู้ที่เลวที่สุด

ธรรมที่ผมนำมาแสดง ผมเผยแพร่โดยเสมอกัน ทั้งในเวบบอร์ดของขบวนการฯ เวบพันทิป และโอเพ่นมายด์  เป็นธรรมที่เป็นกลางต่อคู่ปรปักษ์ทั้งสองฝ่าย ไม่ควรทำให้ทหารกล้าแห่งประชาธิปไตยต้องย่นระย่อเลย แต่กลับทำให้ฝ่าย อธรรม ต้องหัวหด เพราะคนที่คิดว่าต้องทำวจีทุจริต จึงจะได้ชัยชนะ ก็คือฝ่ายอธรรม เท่านั้น

ขอวิงวอนให้เหล่าผู้กล้าแห่งเวบบอร์ด ทุกคน ทุกฝ่าย โปรดน้อมรับธรรมของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหลักประจำใจ เพื่อให้บังเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพธรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2006, 20:22 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 02-07-2006, 20:47 »

หากศัตรูจะมาทำลายบ้านเมือง ถ้าไม่รบก็จะถูกฆ่า ถูกย่ำยี จะรบเพื่อป้องกันตัวก็สมควรอยู่  แต่เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่ศัตรูมาย่ำยี แต่เป็นแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจในการปกครองประเทศ.. ใครจะถือว่าอีกฝ่ายมิใช่คนร่วมชาติ แต่เป็นศัตรูที่จะอยู่ร่วมแผ่นดินมิได้ ก็ตามใจเถิด

คุณกะลาชนเที่ยวไปสั่งสอนผู้อื่นเรื่องวจีทุจริต แต่แค่อ้าปากคุณกลับเป็นเสียเอง

ทุกวันนี้ไม่มีใครแย่งอำนาจใครเลย มีแต่ไอ้ชั่วทักษิณ ชินวัตร คนเดียวที่กำลังดิ้นรนเพราะกลัวสูญเสียอำนาจ พันธมิตรฯไม่ได้เป็นพรรคการเมือง และแกนนำพันธมิตรฯก็ประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการเล่นการเมือง ผู้ที่ฉ้อราษฏร์บังหลวง ลบหลู่สถาบัน เป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นพันๆศพ นั่นแหละคือ "ศัตรู" ที่กำลังย่ำยีชาติ




ขอวิงวอนให้เหล่าผู้กล้าแห่งเวบบอร์ด ทุกคน ทุกฝ่าย โปรดน้อมรับธรรมของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหลักประจำใจ เพื่อให้บังเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพธรรม

ผมไม่บังอาจโฆษณาตัวเองว่าเป็นศาสนิกของศาสนาใดครับ แต่ผมวิงวอนว่า ศาสนิกของศาสนาใดที่แท้จริง จะไม่เอาธรรมะของศาสนานั้นมาอ้างพร่ำเพรื่อหรอก การพูดการกระทำมันส่อ "เจตนา" อยู่แล้ว คุณหลีกมันไปไม่พ้น

ถ้าคุณกะลาชนรักธรรมะจนถือไว้เป็นหลักประจำใจจริง คุณจะไม่ไป "ปรองดอง" กับคนชั่วหรอก จริงไหมครับ Question
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2006, 21:19 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

No_Tuky
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 296


« ตอบ #5 เมื่อ: 02-07-2006, 20:49 »

คำพูดเกิดมาจากจิต คนเราเมื่อคิดแล้วจึงพูด คนเราหากมีสติสัมปัชชัญญะครบ 100% พึงรู้ว่าเรื่องใดสมควรพูด เรื่องใดสมควรไม่พูด แม้ว่าสิ่งที่คิดในใจอาจจะไม่ดี

มีคำกล่าว ก่อนพูด เราเป็นนายของคำพูด หลังพูดมันเป็นนายของเรา.

ทักษิณเป็นคนประเภทนั้น รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่จิตใจไม่ดี แต่ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้พูดเรื่องที่สมควรพูดอย่างเดียวไม่ได้

คนที่นับถือพุทธศาสนา โดยปกติแล้วย่อมแสวงหาแต่ความสงบสุข ไม่คิดร้ายต่อผู้อื่นเป็นอาจิณ



มีคำถาม "หากคุณเห็นคนเลวมีอำนาจ คุณจะทำตัวเช่นไร".? ต่อสู้ หรือ เพิกเฉย.???

แน่นอนว่า หากมุ่งวิถีแห่งความหลุดพ้นอย่างแท้จริง ย่อมใช้หลักทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง กล่าวคือสมควรละวางเรื่องทั้งหลาย

แต่มนุษย์ทุกผู้คน มีหลายจิตเจตจำนงค์ ย่ิอมมีส่วนหนึ่งที่ทนไม่ได้กับเรื่องแบบนี้

มองในแง่มุมหนึ่ง ล้วนเป็นความยึดติด มองในอีกแง่ล้วนเป็นความถูกต้อง.

โลกนี้จึงไม่เที่ยงอย่างแท้จริง บุคคลที่อยู่ในโลกล้วนอยู่ภายใต้ โลกธรรม 8

เกมนี้เชื่อว่าหลายคนรู้ว่า บทสรุปของเกมเป็นอย่างไร.? แต่ความอยากที่จะเอาชนะนั้นมีอยู่

ความไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองให้รู้ว่าอะไรสมควรทำไม่สมควรทำได้ มีไม่เท่ากันในทุกผู้คน

ทักษิณฟังดูเหมือนพูดดี แต่เนื่องจากในใจล้วนเป็นมโนทุจริต อีกทั้งไม่เข้าใจหลักธรรมมะอย่างถ่องแท้ ย่อมไม่สามารถละวางที่จะเพิกเฉยต่อข้อครหา ที่กล่าวว่าร้ายตัวเองได้ การกล่าวโป้ปดมดเท็จ เพื่อให้ดูชอบธรรมจึงเกิดขึ้น

หากอยากรู้ว่าใครดีมากดีน้อย ให้พึงสังเกตจากข้อปฎิบัติของบุคคลๆนั้น แต่การสังเกตดังกล่าว ยังไม่สามารถเชื่อถือได้ชัดเจน เพราะคนในโลกนี้มีหลายประเภท ที่สามารถแสดงเป็นคนดี แต่ใจโสมมมีอยู่มากไม่น้อย... แ่ต่อย่างน้อยหากรู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด สังคมบ้านเราคงไม่วุ่นวายปานนี้

มองในแง่ของพุทธศาสนา เรื่องนี้เป็นธรรมดาสามัญยิ่ง ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ถูกผิดที่แท้จริงล้วนอยู่ในใจของเขาเอง.

คุณต่อสู้โดยคิดเช่นนี้หรือไม่  Laughing

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-07-2006, 20:56 โดย No_Tuky » บันทึกการเข้า
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #6 เมื่อ: 02-07-2006, 22:33 »

หากศัตรูจะมาทำลายบ้านเมือง ถ้าไม่รบก็จะถูกฆ่า ถูกย่ำยี จะรบเพื่อป้องกันตัวก็สมควรอยู่  แต่เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่ศัตรูมาย่ำยี แต่เป็นแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจในการปกครองประเทศ.. ใครจะถือว่าอีกฝ่ายมิใช่คนร่วมชาติ แต่เป็นศัตรูที่จะอยู่ร่วมแผ่นดินมิได้ ก็ตามใจเถิด


อย่างที่คุณ Thaitruth บอกน่ะค่ะ ไม่มีใครรบชิงอำนาจกัน  มีแค่คน คนเดียวที่กำลังต่อสู้ดิ้นรน ทุกวิถีทาง ทั้งวจีทุจริต มโนทุจริต สาระพัดจะทุจริต อยู่ที่ทักกี้คนเดียว  แม้กระทั่งตอนนี้อับจนหนทาง ยังสร้างกระแสไอ้โม่ง แล้วพูดให้คนเข้าใจว่าไอ้โม่งเป็นป๋า.........อ่อ อาจจะมีแค่ข้อเดียว ที่ทักกี้ยังอยู่ในใจคุณกาลามชน คือทักกี้ มันอยู่ในกติกา อยู่ในกฏหมาย (ในนิยามของคุณกาลามชน) ก็เท่านั้นเอง

การนำธรรมมาสู่สนามรบ ถ้านักรบน้อมรับไว้ใส่ใจ ก็จะเป็นกองทัพธรรม หากโชคร้ายตายไปท่ามกลางสนามรบ จิตก็ไม่ทุรนทุราย สมัยมหาภารตะยุทธ์มีภควัตคีตา อัศวินยุโรปสมัยกลางมีวีรธรรม (Chivalry) เราชาวไทยนับถือศาสนาพุทธ ก็มีธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นเทียนชัยส่องทางให้กับนักรบ


คุณนี่เป็นผู้ชายซะเปล่า...แต่ไม่เข้าใจวิธีคิด กับจิตวิญญาณของนักรบเลย  มีนักรบที่ไหนมานั่งกังวลว่าตายไปด้วยจิตแบบไหน ตายแล้วจะเป็นอะไร.....จิตใจของนักรบยามอยู่ในสมรภูมิ มีแต่จะทำเพื่อชาติ....สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี.........หากกองทัพใดมีนักรบที่มัวนั่งกังวลว่า ตายไปด้วยใจอาฆาต โกรธแค้นแล้วต้องไปเป็นอสูรกาย.....แม่ทัพคงต้องพิจารณา ส่งนักรบคนนั้นกลับบ้านไปดูดนมแม่ แล้วมั้ง

สนามรบในกาลนี้ รบกันด้วยปัญญา มีวาจาเป็นอาวุธ จะรบกับฝ่ายตรงข้าง ถ้าไม่ใช้วิธีโกหก ไม่ใช้วิธีด่าทอ ไม่ใช้วิธียุยงปลุกปั่น ไม่บิดเบือนเหตุและผล ถ้าไม่ทำวจีทุจริต 4 ประการนี้แล้ว จะไม่มีทางรบชนะอย่างนั้นหรือ ผมไม่เชื่อว่าคนพูดจริงจะแพ้คนโกหก คนพูดไพเราะจะแพ้คนสามหาว คนพูดมีเหตุผลจะแพ้คนตลบตะแลง ผมไม่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาโกหกมา เราต้องโกหกกลับไปสองเท่า เขาด่ามาห้าคำ เราต้องด่ากลับไปสิบคำ ถ้าต้องเอาชนะกันด้วยวิธีนั้น ใยมิใช่แข่งกันเลว ผู้ชนะก็คือผู้ที่เลวที่สุด

แต่ผมอยู่ตรงกลางและเอียงไปทางทักษิณนิดๆ......แสดงว่า คุณก็นิยม ชมชอบ คนโกหก คนที่ชอบด่าทอคนอื่น คนที่ยุยงปลุกปั่น คนบิดเบือนเหตุผล คนที่สารพัดจะทุจริต................หรือคุณ จะบอกว่าทักษิณไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ถ้าคุณไม่ได้อยู่ข้างความดี ความสุจริต แล้วคุณยกสารพัดความดีมาอ้าง เพื่อให้ฝ่ายต่อต้านทักษิณ สงบ ปรองดอง กับทักกี้.......มันไร้ประโยชน์ ในเมื่อตัวผู้พูดเองยังนิยมอยู่กับฝ่ายทุจริต แล้วจะมาเรียกร้องให้คนอื่นเห็นดีไปกับธรรมะที่คุณเอามาพูด ทำห...อะไร


เราจะไม่ปรองดองกับคนชั่ว


ธรรมที่ผมนำมาแสดง ผมเผยแพร่โดยเสมอกัน ทั้งในเวบบอร์ดของขบวนการฯ เวบพันทิป และโอเพ่นมายด์  เป็นธรรมที่เป็นกลางต่อคู่ปรปักษ์ทั้งสองฝ่าย ไม่ควรทำให้ทหารกล้าแห่งประชาธิปไตยต้องย่นระย่อเลย แต่กลับทำให้ฝ่าย อธรรม ต้องหัวหด เพราะคนที่คิดว่าต้องทำวจีทุจริต จึงจะได้ชัยชนะ ก็คือฝ่ายอธรรม เท่านั้น

อย่างที่บอกไปแล้วในเมื่อตัวผู้พูด ยังยืนอยู่ข้างฝ่ายทุจริต แล้วมาเรียกร้องให้อีกฝ่ายยึดธรรมะเพื่อประณีประนอม เพื่ออะไรกัน.....หรือแค่เพื่อโน้มน้าวใจ คนที่คิดต่อต้านทักกี้ว่า ไม่ดีอย่าทำเลยมันบาป...

ขอวิงวอนให้เหล่าผู้กล้าแห่งเวบบอร์ด ทุกคน ทุกฝ่าย โปรดน้อมรับธรรมของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหลักประจำใจ เพื่อให้บังเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพธรรม

ขอวิงวอนเหล่าผู้กล้าทุกคนว่าตอนนี้เราอยู่ในสงคราม  สงครามจิตวิทยาขั้นสูงในการโน้มน้าวจิตใจผู้คน ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งทีวี วิทยุ ล่าสุด ธรรมะก็ถูกนำมาใช้ ขอจงเข้มแข็งอย่าอ่อนไหว พึงรำลึกไว้ว่า

คนโกหก คนขี้โกง คนปากสวะ คนไม่รับผิดชอบ หลง เหลิงอำนาจ.......คนเช่นนี้คือคนชั่ว
[/size
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 01:29 โดย JaoPing » บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #7 เมื่อ: 03-07-2006, 04:27 »

นิธิ เอียวศรีวงศ์

วัฒนธรรมความรุนแรง

ความรุนแรงเป็นส่วนหนึ่งของทุกวัฒนธรรม รวมทั้งวัฒนธรรมไทยด้วย

ในแง่หนึ่ง ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ คือใช้ความรุนแรง ไม่ใช่เพื่อความรุนแรง แต่ใช้เพื่อเป้าหมายอย่างอื่น เช่น ใช้เพื่อเอาชนะในความขัดแย้ง, ใช้เพื่อปราบปรามคนชั่วหรือคนดื้อ, ใช้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี, หรือแม้แต่ใช้เพื่อ "สันติภาพถาวร"

ในแง่นี้แหละครับที่สันติวิธีเสนอเครื่องมืออื่นเข้ามาแทนที่ พร้อมทั้งพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า, สูญเสียน้อยกว่า และได้ผลยั่งยืนกว่าความรุนแรง

(ผมควรวงเล็บข้อสังเกตไว้ด้วยว่า สันติวิธีก็เป็นส่วนหนึ่งของทุกวัฒนธรรมด้วยเหมือนกัน)

ความรุนแรงในแง่ของเครื่องมือนั้น ผมคิดว่ามีในทุกวัฒนธรรม และเพราะมันเป็นวัฒนธรรม จึงอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามแต่เงื่อนไขทางสังคมด้วย เช่น อาจใช้บ่อยขึ้นหรือใช้น้อยลง ตลอดจนให้ความหมายใหม่แก่วิธีการที่รุนแรงให้แรงขึ้นก็ได้ ให้มองไม่เห็นก็ได้ หรือให้ความหมายใหม่แก่ผู้กระทำความรุนแรงและเหยื่อก็ได้

คงไม่ต้องพูดกันยืดยาวก็มองเห็นอยู่แล้วว่า วัฒนธรรมไทยนับแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยปฏิเสธความรุนแรงในฐานะเครื่องมือ พึงใช้ในเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัยเท่านั้น

แต่ยังมีความรุนแรงอีกแง่หนึ่ง ซึ่งผมก็อธิบายได้ไม่ชัดเหมือนกัน ผมขอเรียกว่าการให้คุณค่าแก่ความรุนแรงโดยตัวของมันเอง เพราะเอาความรุนแรงหรือศักยภาพที่จะใช้ความรุนแรงไปผูกกับอำนาจความรุนแรงในแง่นี้ก็คงมีในทุกวัฒนธรรมเหมือนกันกระมังครับ เช่น รัฐโบราณมักใช้การลงโทษที่ทารุณโหดร้ายเพื่อแสดงพระราชอำนาจ (มากกว่ารักษาความสงบ)

อย่างไรก็ตาม ผมออกจะ "รู้สึก" (คือไม่ได้ค้นคว้าอะไรมามากมาย) ว่า วัฒนธรรมไทยเน้นคุณค่าของความรุนแรงไม่สู้จะมากนัก เช่น ในขณะที่มีการลงโทษอย่างทารุณโหดร้าย แต่กลับไปเน้นพระราชอำนาจที่ธรรมะบ้าง "พระมหากรุณาธิคุณ" บ้าง บุญญาบารมีบ้าง เป็นต้น

พระเอกในวรรณคดีเก่าของไทยกล้ามลีบนะครับ อ้อนแอ้นอรชร รูปร่างของพระเอกไม่แสดงศักยภาพของการใช้ความรุนแรงเลย โจรไพร่ที่ไหนเห็นก็นึกว่าจะเตะเล่นได้ง่ายๆ แต่พอต่อสู้เข้าจริงก็มีฤทธิ์เดชเพราะบารมีแต่หนหลังบ้าง เพราะมีเวทมนตร์บ้าง จนสามารถใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือปราบปรามศัตรูได้เหมือนดีดนิ้ว

ต่างจากเฮอร์คิวลิสนะครับ กล้ามใหญ่และแสดงศักยภาพของการใช้ความรุนแรงได้ชัดเจนเลย ผมมีความรู้เกี่ยวกับกรีกไม่พอจะบอกได้หรอกครับว่า กล้ามใหญ่ในวัฒนธรรมกรีกหมายถึงศักยภาพที่จะใช้ความรุนแรง หรือเป็นความงามอันสมบูรณ์ของมนุษย์เพศชาย

แต่อย่างที่บอกแหละครับ คือ "รู้สึก" ว่าวัฒนธรรมไทยแต่ก่อนให้คุณค่าแก่ความรุนแรงในตัวของมันเองน้อย อย่างน้อยก็น้อยกว่าปัจจุบัน

ผมอยากจะเดาต่อด้วยว่า การให้คุณค่าแก่ความรุนแรงเช่นนี้มากับการสร้างชาติซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดของฝรั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่างมาก

ชาติต้องมีความเข้มแข็ง ซึ่งมักมีความหมายถึงศักยภาพที่จะใช้ความรุนแรงอย่างมีประสิทธิภาพ "หากหวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ" เกณฑ์อย่างหนึ่งซึ่งมักใช้สำหรับตัดสินความเป็นมหาราชของกษัตริย์คือ รบเก่งหรือไม่ ในรัชสมัยขยายพระราชอาณาเขตไปได้กว้างขวางหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกิดความคิดในหมู่ฝรั่งว่าชนชาติต่างๆ นั้นล้วนมีอุปนิสัยประจำชาติที่สืบทอดกันมาอย่างไม่เสื่อมคลาย จึงมีชาติขี้เล่น, ชาติเคร่งเครียด, ชาติทหาร (martial race), ชาติ "ตัวเมีย" (feminine race), ฯลฯ ตามแต่จะว่ากันไป

(ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ชัดเจนในงานนิพนธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ)

แล้วเราอยากเป็นชาติอะไร ก็ต้อง "ชาตินักรบ" สิครับ ("ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด") จึงทำให้ความเข้มแข็งของชาติมีความหมายที่เน้นศักยภาพของการใช้ความรุนแรงสูง

โชคดีที่ผู้นำไทยนับตั้งแต่ ร.5 สืบมาถึงสมัยหลัง ใช้ความเป็น "ชาตินักรบ" สำหรับปลุกใจประชาชนเท่านั้น แต่ไม่ได้เอาไปปลุกใจตัวเอง ต่างจึงมีสำนึกได้ดีว่า ในความเป็นจริงนั้น ศักยภาพของการใช้ความรุนแรงของไทยนั้นมีจำกัดมาก โดยเฉพาะกับอริราชศัตรู เราจึงประคองตัวมาได้ แม้อย่างทุลักทุเล แต่ก็ไม่ถึงกับย่อยยับอัปราในโลกแห่งความรุนแรงที่เราต้องเผชิญอยู่

แม้กระนั้น วัฒนธรรมทางราชการที่ปลูกฝังประชาชนให้ยกย่องคุณค่าของความรุนแรงในตัวของมันเองก็มีพลังอยู่ในสังคมไทยไม่น้อย คนไทยโดยเฉพาะที่ได้ผ่านการศึกษาในระบบและรับสื่อมากหน่อย เช่น คนชั้นกลาง จึงยกย่องศักยภาพที่จะใช้ความรุนแรง และมองเห็นการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือที่วิเศษอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

ผมได้ความรู้สึกอย่างนี้จากการอ่านกระดานข่าวในเว็บไซต์ต่างๆ น่ะครับ

(มีต่อ)

http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0413300649&srcday=2006/06/30&search=no
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #8 เมื่อ: 03-07-2006, 04:38 »

(ต่อ)

ฉะนั้น เราจึงมีวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงสองอย่าง คือ ชนชั้นนำถึงจะยกย่องเชิดชูความรุนแรงอย่างไร ก็มีสำนึกในความเป็นจริงถึงข้อจำกัดของศักยภาพนั้น หรือแม้แต่สำนึกถึงข้อจำกัดของตัวความรุนแรงในฐานะเครื่องมือ ในขณะที่เรามีวัฒนธรรมของประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งนิยมยกย่องความรุนแรงทั้งโดยตัวของมันเองและในฐานะเครื่องมืออย่างสุดลิ่มทุ่มประตู

แต่ก็อยู่กันมาได้โดยดี เพราะประเพณีปกครองของไทยนั้น อนุญาตให้ชนชั้นนำพูดกับประชาชนอย่างหนึ่ง แต่ทำอะไรอีกอย่างหนึ่งข้างหลัง ฉะนั้น จอมเผด็จการผู้เห้ยมหาญจึงอาจบอกประชาชนได้ว่า ระดมพลเผชิญหน้ากับขบวนการปะเทดลาวเลย ไม่ต้องไปกลัวมัน แต่เบื้องหลังคือได้เจรจากับวอชิงตันเรียบร้อยแล้ว มหามิตรของเราจึงส่งกองกำลังเข้ามาสมทบ

ผู้นำจึง***มหาญในสายตาประชาชนต่อไป ในขณะที่เราไม่ต้องเผชิญกับอริราชศัตรูโดยลำพัง หรือโดยตรงด้วยซ้ำ เพราะสภาพการณ์ได้กลายเป็นแนวรบด้านหนึ่งของสงครามเย็นระดับโลกไปแล้ว

วัฒนธรรมความรุนแรงซึ่งมีสองมิติอย่างนี้เริ่มจะหายไปเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบอบเลือกตั้งธิปไตย คนที่ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำไม่ได้สืบเนื่องกับชนชั้นนำในอดีต (เช่น ผ่านระบบราชการ) แต่กลายเป็นคนชั้นกลางที่มีวัฒนธรรมความรุนแรงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เชื่อทั้งในความรุนแรงและเชื่อทั้งในเครื่องมือความรุนแรง

วัฒนธรรมชนชั้นนำที่เปลี่ยนไปอย่างนี้ ผมคิดว่าค่อยๆ เริ่มขึ้นมานานแล้ว แต่เห็นได้ชัดในสมัย คุณทักษิณ ชินวัตร นี้แหละครับ โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงในฐานะเครื่องมือจนแทบจะกล่าวได้ว่า ตะแกใช้เครื่องมือชนิดนี้สำหรับแก้ปัญหาแทบทุกเรื่อง นับตั้งแต่ยาเสพติด, ชนกลุ่มน้อย, แรงงานอพยพ, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ฯลฯ

เพื่อความเป็นธรรม ควรกล่าวด้วยว่า นโยบายใช้ความรุนแรงนี้ไม่ได้ทำโดดๆ นะครับ ทำท่ามกลางเสียงเชียร์มากบ้างน้อยบ้างของคนชั้นกลางที่ไปร่วมขับไล่แกในภายหลังนั่นแหละครับ

ความรุนแรงในฐานะวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับการเมือง, เศรษฐกิจและสังคมอย่างแยกออกจากกันไม่ได้

ผมคิดเรื่องข้างต้นทั้งหมดนี้เมื่ออ่านรายงานของ กอส. ซึ่งเสนอให้แก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้สามระดับ คือ ระดับบุคคล, ระดับโครงสร้าง และระดับวัฒนธรรม

ส่วนที่ลึกสุดคือวัฒนธรรม ซึ่งจะพูดว่าสำคัญที่สุดก็ได้ เพราะถ้าไม่แก้ถึงระดับนี้ก็ยากที่จะรักษาสันติสุขไว้อย่างยั่งยืนได้ ไม่ใช่เฉพาะในภาคใต้นะครับ แต่ในสังคมไทยโดยรวมทั้งหมดทีเดียว

และระดับนี้แหละครับที่ผมคิดว่ายากที่สุด เช่น จะส่งเสริมให้สันติวิธีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในการเผชิญความขัดแย้ง ทำได้อย่างไรครับ

ผมไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้นะครับ ทำได้ แต่ทำยากเท่านั้น เพราะการใช้ความรุนแรงในฐานะเครื่องมือเป็นส่วนหนึ่งที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยปัจจุบันไปเสียแล้ว โดยเฉพาะวัฒนธรรมการ "จัดระเบียบสังคม" ต่างๆ (เช่น แก้ปัญหาอาชญากรรมทุกอย่างด้วยการออกกฎหมายเพิ่มโทษ)

ทัศนคติที่ให้คุณค่าแก่ความรุนแรงฝังอยู่ในระบบการศึกษา (ทั้งในและนอกโรงเรียน), ในสื่อ, ในระบบการเมือง, ในกฎหมาย, ในคำเทศน์, ในพิธีกรรม, ในวิถีชีวิตทั้งหมดของคนชั้นกลางไทยเลยก็ว่าได้

คนกลุ่มเดียวที่มีความตื่นตัวทางการเมือง และมีสมรรถภาพจะเข้าถึงอำนาจรัฐได้ คือคนที่อยู่ในวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงอย่างเหนียวแน่น ฉะนั้น ผมจึงไม่ค่อยมีความหวังว่ารัฐจะสามารถเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลงอะไรในเรื่องนี้ได้มากนัก

สิ่งที่น่าคิดกว่าก็คือ ประชาชนมีพลังพอจะเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมได้หรือไม่ ถ้ามีไม่พอ ทำอย่างไรถึงจะมีพอ

http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0413300649&srcday=2006/06/30&search=no

มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1350

ตามเคยของท่านผู้เขียน คือ ชี้ให้เห็นปัญหา แต่ไม่บอกทางแก้

ขึ้นอยู่กับพวกเราว่าจะช่วยกันแก้ปัญหา หรือจะช่วยกันส่งเสริมให้ปัญหาขยายตัวเพิ่มขึ้น

หากไม่ช่วยกันแก้ อย่างน้อยที่สุดก็อย่าทำตัวให้เป็นปัญหาซะเอง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 04:46 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
คนในวงการ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,393


FLY WITH NO FEAR !!


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 03-07-2006, 04:48 »

ผมว่าทางแก้ คุณนิธิได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วครับ นั่นคือสันติวิธี เพียงแต่ไม่ได้บอกวิธีปฏิบัติให้ชัดเจนลงไปนั่นเอง แต่ผมอยากจะขอบังอาจแสดงความคิดเชิงแนะนำนะครับ ว่าที่แท้จริงแล้ว มหาบุรุษของโลกผู้หนึ่งได้ ใช้สันติวิธี แก้ไขปัญหาได้สำเร็จมาแล้ว นั่นคือท่านมหาตมะคานฑี ผู้ที่ต่อสู้ในแนวทางสันติ จนเอาชนะมหาอำนาจในยุคนั้นอย่างอังกฤษได้เป็นผลสำเร็จ วิธีที่ท่านใช้ก็แสนจะเรียบง่ายและธรรมดา คือ ไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ กับอังกฤษ ซึ่งแนวทางนี้ ผมได้เห็นพันธมิตร ได้นำมาใช้แล้วบ้างในบางข้อ และกำลังพยายามขยายความคิดนี้ไปให้กับผู้ร่วมชุมนุมทุกท่าน และได้ผลนั่นคือ รัฐบาลไม่สามารถหาข้ออ้างใด ๆ มาสลายการชุมนุมได้ นอกจากเป็นอีแอบ มาดำเนินคดีในภายหลังว่าก่อความไม่สงบ กีดขวางการจลาจร ฯลฯ

ในตอนนี้ก็เร่งดำเนินคดีเป็นการใหญ่หวังจะจับแกนนำเข้าคุก ซึ่งเหตุการณ์นี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับมหาตมะคานฑี และผมก็เชื่อว่าแกนนำการชุมนุม ก็จะยอมให้จับแต่โดยดี เหมือนกับที่ท่านมหาตมะเคยทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด การต่อสู้ทางการเมืองจากนี้ไป ต้องจับตาดูให้ดีครับ
บันทึกการเข้า

"Be without fear in the face of your enemies. Be brave and upright that God may love thee.
Speak the truth, always, even if it leads to your death. Safeguard the helpless, and do no wrong. That is your oath."
- Balian of Ibelin -
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #10 เมื่อ: 03-07-2006, 04:55 »


โปรดจำสัจธรรมข้อนี้ไว้นะคะ

พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ  พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต  พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม

ขอให้พวกเราช่วยกันสละชีวิตของไทยรักไทย เพื่อรักษาธรรมไว้เถิดค่ะ

ตามที่ดิฉันเข้าใจ ความหมายคือ ให้สละชีวิตตัวเอง

ไม่ได้ให้ไปสละชีวิตคนอื่น จะโดยขอร้อง/บังคับ คนผู้นั้นก็ตามที

เข้าใจว่าคงเรียนธรรมมาคนละที่กับคุณ พรรณชมพู

ผู้รู้จักคำว่า “ใช้ธรรมบังหน้า เพื่อหลอกฆ่าฟัน”

บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #11 เมื่อ: 03-07-2006, 05:45 »

ขอกราบเท้าท่านผู้ทรงธรรมงามๆนะครับ ไม่ทราบว่าเรื่องที่ "ท่านบวรศักดิ์บอกว่าป๋าเปรมไม่ได้บีบให้ลาออก"
จะเกี่ยวกับที่ พณ.ท่าน กล่าวพาดพิงคุณ บวรศักดิ์ ว่า "ลาออกเพราะถูกผู้มีบารมีนอกระบบขอร้อง" หรือเปล่าครับ
แล้วที่ พณ.ท่านพูดอย่างนี้ เราควรจะใช้ธรรมข้อไหนพิจารณาดีครับ  Rolling Eyes
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 05:56 โดย chaidan » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #12 เมื่อ: 03-07-2006, 08:29 »

คุณ JaoPing

นักรบ ไม่ใช่ นักฆ่า นักรบในสมัยโบราณนั้นมีคุณธรรม เช่น จะไม่ทำร้ายผู้ที่อาวุธหลุดจากมือ จะไม่ทำร้ายผู้ที่ล้มลงบนพื้น จะไม่ทำร้ายผู้ที่หมดทางสู้ ฯลฯ คุณธรรมเหล่านี้ เหนี่ยวรั้งเมตตาธรรมไว้ส่วนหนึ่งให้คงอยู่ในใจ ในขณะที่นักฆ่า จิตมีแต่ความดุร้ายหมายทำลายล้างเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงคุณธรรมใดๆ

แม่ทัพจะเลือกนักรบ หรือนักฆ่า มาจัดตั้งเป็นกองทัพ ขึ้นกับว่าเป็นทัพของใคร ฝ่ายธรรมะ หรือ อธรรม

คุณ snowflak

ขอบคุณสำหรับบทความของคุณนิธิ ฯ

คุณ chaidan

ใช้หลัก กาลามสูตร อย่างเพิ่งเชื่อ เพราะเรื่องยังเร็วไปที่จะสรุป "ผู้มีบารมีนอกระบบ" อาจจะมีจริงหรือไม่มี ก็ยังไม่รู้ชัด หรือถ้ามีจริง จะเป็นใครก็ยังไม่ชัด หรือถ้าไม่มี เป็นเพราะนายกฯกุข่าวปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังผล หรือเข้าใจผิดเพราะถูกสงครามข่าวหลอกเอา ก็ยังไม่ชัด

ซึ่งตัวผมเอง ก็ยังไม่ปักใจลงความเห็นใดๆต่อเรื่อง ผู้มีบารมีนอกระบบ

แล้วควรจะทำอย่างไร ง่ายที่สุดคือ รอดู เวลาจะค่อยๆคลี่คลายความจริงให้ปรากฎออกมาเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 09:04 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #13 เมื่อ: 03-07-2006, 10:13 »

แหม คุณ กาลามชน กับคุณ snowflake แปลความหมาย ไปถึงคำว่าความรุณแรงโน่น...ดิฉันอ่านแล้วแทบตกเก้าอี้ คิดไปได้  ว่าแต่ได้ทีนี่ใส่มาเต็มที่เลยนะ

คุณกาลามชนคะ ผู้ทรงธรรม ผู้ประเสริฐ คุณเอาธรรมมะมาเผยแพร่เช่นนี้ ในขณะที่ใจคุณยังฝักใฝ่อยู่กับทักษิณ ฝักใฝ่อยู่กับอธรรม........ฝักใฝ่อยู่กับคนนิยมความรุณแรง ฝักใฝ่อยู่กับคนพูดจาโกหก หลอกลวง ฝักใฝ่อยู่กับคนคดโกง  แล้วเอาธรรมมาเผยแพร่เพื่ออะไรเล่า ในขณะที่จิตใจคุณยังฝักใฝ่อยู่กับความทุจริต  เก็บไว้ศึกษาให้บรรลุก่อนจะดีกว่าไหม เผื่อรู้แจ้งเห็นจริง อาจมีปรัชญาใหม่ๆมาเพิ่ม ทำแบบนี้ คนบ้านนอกอย่างดิฉันเรียกว่า

มือถือสากปากถือศีล

คุณกาลามชนคะ  ในสมรภูมิรบ ปรัชญาข้อเดียว คือ ไม่เอ็งตายก็ข้าอยู่.......อย่าเพ้อฝันให้มาก อย่าหลงนิยายคลาสสิค จนลืมความเป็นจริง....ในสมรภูมิรบ ถ้าข้าศึกดาบหลุดจากมือ ข้าศึกล้ม แล้วละชีวิต คนที่เสียชีวิตคือตัวนักรบเองหาใช่ข้าศึกไม่ (ความจริงมันโหดร้ายสักหน่อย หวังว่าคงไม่ทำลายจิตใจอันทรงธรรม จิตใจอันอ่อนโยนของคุณนะคะ)  ปัจจุบัณ นักรบในสงครามเค้าเลิกใช้ดาบกันแล้ว เดียวนี้เค้าใช้ปืนกัน.....ลูกผู้ชาย ออกสู่สมรภูมิ รบเื่พื่อชาติ สละได้แม้ชีวิต....ออ นักรบ หรือทหารที่ดิฉันกล่าวถึงนี่คือทหารที่ประจำอยู่ชายแดนนะคะ ส่วนทหารที่อยู่ใต้ชายกะโปรงภริยา ไม่นับ

กองทัพฝ่ายธรรมะ หรือฝ่ายอธรรม....ใครจะเป็นคนตัดสินเล่า หรือคุณกาลามชนบรรลุอริยะ ถึงขั้นตัดสินได้.....สมัยก่อน ไทยรบพม่า เราคนไทย เราเทิดทูนกองทัพเราว่าเป็นฝ่ายธรรม ยกย่องจอมทัพเราว่าเป็นวีรบุรุษ รบเพื่อปกป้องชาติ  พม่าก็เช่นเดียวกันเค้าเคารพและยกย่อง บูชาจอมทัพของเค้า ยกย่องเป็นวีรบุรุษเช่นเดียวกัน.................ผิด ถูก อยู่ที่ใครตัดสิน และคนตัดสินก็มักจะตัดสินเข้าข้างพวกพ้องตัวเอง ใช่หรือไม่  ธรรมมะหรืออธรรม ใครเล่าจะบอกได้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 10:31 โดย JaoPing » บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #14 เมื่อ: 03-07-2006, 10:22 »

คุณ snowflake คะ

ขอบคุณสำหรับบทความที่เอามาลง

แต่ดิฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ทั้งดิฉันและคุณพรรณชมพู หรือแม้กระทั่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นักวิชาการกลุ่มรู้ทันทักษิณ ไม่มีใครสักคนเลยที่นิยมความรุณแรง ไม่มีใครสักคนเลยที่ปราถนาการนองเลือด สังเกตได้จากการพยายามควบคุมการดำเนินการของม๊อบ

ส่วนที่คุณพรรณชมพู เธอเขียนเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้นไม่ได้หมายความว่า ขอให้ ฆ่า ทรท สังหาร สส ทรท แต่ขอให้สละพรรค ทรท เพื่อดำรงไว้ซึ่งชาติไทย อันปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข....ไม่ได้มุ่งหวังให้ฆ่าล้างแค้น...(ผิด ถูกประการใด ขออภัยคุณพรรณ ด้วยนะคะ)

ถ้าหากดิฉันเข้าใจคุณ Snowflake ผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ  แต่คราวหลังรบกวนคุณสื่อเจตนาของคุณด้วยได้ไหม...คือคนบ้านนอกอย่างดิฉันอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ อ่านแล้วพาลให้เข้าใจผิดอยู่เรื่อยน่ะค่ะ Mr. Green
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #15 เมื่อ: 03-07-2006, 10:27 »

อ้างถึง
ตามที่ดิฉันเข้าใจ ความหมายคือ ให้สละชีวิตตัวเอง

ไม่ได้ให้ไปสละชีวิตคนอื่น จะโดยขอร้อง/บังคับ คนผู้นั้นก็ตามที

เข้าใจว่าคงเรียนธรรมมาคนละที่กับคุณ พรรณชมพู

ผู้รู้จักคำว่า “ใช้ธรรมบังหน้า เพื่อหลอกฆ่าฟัน”

หนูเรียนธรรมเองค่ะ ผิดพลาดอย่างไรไม่มีอาจารย์ให้โทษค่ะ

จะไปเรียนกับอิสระมุนีก็เข้าไม่ถึง เพราะเหลี่ยมกับสีกาแย่งกันรุมอาจารย์จนกระเจิงไปแล้ว

ถามนิดหนึ่งเถิดค่ะ ฉลาดจนไม่รู้จักคำว่า  ประชด  เหรอคะ อิอิ
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #16 เมื่อ: 03-07-2006, 10:36 »

อ้างถึง
มหาบุรุษของโลกผู้หนึ่งได้ ใช้สันติวิธี แก้ไขปัญหาได้สำเร็จมาแล้ว นั่นคือท่านมหาตมะคานฑี ผู้ที่ต่อสู้ในแนวทางสันติ จนเอาชนะมหาอำนาจในยุคนั้นอย่างอังกฤษได้เป็นผลสำเร็จ วิธีที่ท่านใช้ก็แสนจะเรียบง่ายและธรรมดา คือ ไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ กับอังกฤษ

ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะค่ะ   ไม่ได้หมายถึงว่าประวัติศาสตร์ของอินเดียผิดหรือถูกแต่อย่างไรนะคะ แต่จะบอกว่า

ความเข้าใจในการต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย ที่กล่าวว่าชนะโดยมหาตมะคานธีเพียงลำพังนั้น ผิดค่ะ

มีผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดียมากมายค่ะ มหาตมะคานธีเป็นกลุ่มหนึ่งในการต่อสู้นั้น  และเป็นกลุ่มที่ใช้อหิงสา  ขณะที่ยังมีกลุ่มที่ใช้กำลัง  และการเมืองระหว่างประเทศ ร่วมอยู่ด้วย

และยังมีแม้แต่สหายรักของคานธี ที่เห็นว่ายังไม่ควรเรียกร้องเอกราชเร็วจนเกินไปนัก ในที่สุดเพื่อนรักเองก็ยังต้องแตกคอกัน  เหตุที่เขาไม่เห็นว่าควรได้เอกราชเร็ว เพราะเล็งเห็นถึงความแตกแยกในประเทศ ซึ่งที่สุดก็เป็นความจริงเมื่ออินเดียซึ่งได้รับเอกราช ต้องเสียปากีสถานและบังคลาเทศไป

มหาตมะคานธีควรได้รับการยกย่อง  แต่อย่าเอาภาพไม่ชัดเจนในประวัติศาสตร์ มาบดบังความจริงที่ว่า  อินเดียไม่ได้เอกราชด้วยการนั่งเฉยๆ หรือต่อต้านไม่รับคำสั่งอังกฤษแต่เพียงอย่างเดียว  โปรดดูด้วยว่าในขณะนั้น อังกฤษย่ำแย่แค่ไหน  และจำต้องปล่อยอินเดียให้เป็นอิสระ  หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ที่อังกฤษหมดสภาพความเป็นมหาอำนาจไปแล้ว  และกลุ่มต่อสู้อื่นๆที่ต่อสู้อังกฤษเช่นกันก็มีมากมาย

วันนี้ อาจจะมีคนนั่งรักษาธรรม และเชื่อว่าจะชนะทักษิณได้  ก็ขออนุโมทนาด้วย  ส่วนพวกที่ไม่เชื่อ  และเห็นว่าต้องจัดการให้ถึงที่สุด  แม้จะมีบางวิธีนอกธรรมไปบ้าง  ก็ขอเอาใจช่วย

เพราะจุดมุ่งหมายของสองกลุ่มนี้เหมือนกัน  นั่นคือกำจัดคนชั่วของแผ่นดินค่ะ
บันทึกการเข้า
ประกายดาว
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,266


" ดาว " ดวงน้อยประกาย นั่นยังพร่างพราย.....


« ตอบ #17 เมื่อ: 03-07-2006, 11:31 »

หากศัตรูจะมาทำลายบ้านเมือง ถ้าไม่รบก็จะถูกฆ่า ถูกย่ำยี จะรบเพื่อป้องกันตัวก็สมควรอยู่  แต่เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่ศัตรูมาย่ำยี แต่เป็นแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจในการปกครองประเทศ.. ใครจะถือว่าอีกฝ่ายมิใช่คนร่วมชาติ แต่เป็นศัตรูที่จะอยู่ร่วมแผ่นดินมิได้ ก็ตามใจเถิด

คุณกะลาชนเที่ยวไปสั่งสอนผู้อื่นเรื่องวจีทุจริต แต่แค่อ้าปากคุณกลับเป็นเสียเอง

ทุกวันนี้ไม่มีใครแย่งอำนาจใครเลย มีแต่ไอ้ชั่วทักษิณ ชินวัตร คนเดียวที่กำลังดิ้นรนเพราะกลัวสูญเสียอำนาจ พันธมิตรฯไม่ได้เป็นพรรคการเมือง และแกนนำพันธมิตรฯก็ประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการเล่นการเมือง ผู้ที่ฉ้อราษฏร์บังหลวง ลบหลู่สถาบัน เป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นพันๆศพ นั่นแหละคือ "ศัตรู" ที่กำลังย่ำยีชาติ




ขอวิงวอนให้เหล่าผู้กล้าแห่งเวบบอร์ด ทุกคน ทุกฝ่าย โปรดน้อมรับธรรมของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหลักประจำใจ เพื่อให้บังเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพธรรม

ผมไม่บังอาจโฆษณาตัวเองว่าเป็นศาสนิกของศาสนาใดครับ แต่ผมวิงวอนว่า ศาสนิกของศาสนาใดที่แท้จริง จะไม่เอาธรรมะของศาสนานั้นมาอ้างพร่ำเพรื่อหรอก การพูดการกระทำมันส่อ "เจตนา" อยู่แล้ว คุณหลีกมันไปไม่พ้น

ถ้าคุณกะลาชนรักธรรมะจนถือไว้เป็นหลักประจำใจจริง คุณจะไม่ไป "ปรองดอง" กับคนชั่วหรอก จริงไหมครับ Question

[/color]

อ้างถึง
มหาตมะคานธีควรได้รับการยกย่อง  แต่อย่าเอาภาพไม่ชัดเจนในประวัติศาสตร์ มาบดบังความจริงที่ว่า  อินเดียไม่ได้เอกราชด้วยการนั่งเฉยๆ หรือต่อต้านไม่รับคำสั่งอังกฤษแต่เพียงอย่างเดียว  โปรดดูด้วยว่าในขณะนั้น อังกฤษย่ำแย่แค่ไหน  และจำต้องปล่อยอินเดียให้เป็นอิสระ  หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ที่อังกฤษหมดสภาพความเป็นมหาอำนาจไปแล้ว  และกลุ่มต่อสู้อื่นๆที่ต่อสู้อังกฤษเช่นกันก็มีมากมาย

วันนี้ อาจจะมีคนนั่งรักษาธรรม และเชื่อว่าจะชนะทักษิณได้  ก็ขออนุโมทนาด้วย  ส่วนพวกที่ไม่เชื่อ  และเห็นว่าต้องจัดการให้ถึงที่สุด  แม้จะมีบางวิธีนอกธรรมไปบ้าง  ก็ขอเอาใจช่วย

เพราะจุดมุ่งหมายของสองกลุ่มนี้เหมือนกัน  นั่นคือกำจัดคนชั่วของแผ่นดินค่ะ
ข้อความเมื่อ: วันนี้ เวลา 10:27ข้อความโดย: พรรณชมพู 
[/color]



ประกายดาว เป็น แฟนคลับ ประจำ ของ สองท่านข้างล่างนี้ คุณ ThaiTruth กับ คุณ พรรณชมพู มากๆค่ะ

เมื่อวาน ได้คุยกับ ท่านผู้ใหญ่มากๆ ในบ้านเมือง
กรรม คือเครื่อง แสดง เจตนา ของผู้ชายชื่อ ทักษิณ มากเกิน บรรยายค่ะ
บันทึกการเข้า



วันที่ดาว ทวงฟ้า นภากระจ่าง
ดาวล้านดวง ทวงทาง ระหว่างฝัน
ผุดขึ้นมา  คราเดียว พร้อมพร้อมกัน
ประกาศมั่น.... วันนี้... เสรีไทย



http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=twinkling-stars&group=1
koo
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 550



« ตอบ #18 เมื่อ: 03-07-2006, 12:14 »

กระทู้ เดือดแฮะๆ ยังไม่ว่าง อ่านะครับ แต่มาเชิญชวน ผู้บอกว่าตนเองเป็นนักวิชาการ  Mr. Green ไปวิเคราะห์ หลักกาลามสูตรหน่อย

http://forum.serithai.net/index.php?topic=3660.msg50985

 Mr. Green  Mr. Green  Mr. Green

บันทึกการเข้า
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #19 เมื่อ: 03-07-2006, 13:53 »

ตีความกันไปมากมาย

ผมไม่รู้นะ ว่าใครจะไปฆ่าใคร

ผมคิดว่า คนที่ต่อสู้กับระบอบทักษิน ไม่ได้ไปฆ่าใครหรอก มีแต่จะถูกมันฆ่า และผมก็พร้อม ถ้าจำเป็น

อย่าง เช่น หากมีการชุมนุมใหญ่อีก ถ้าสถาณการณ์นั้นพันธมิตร ต้องการคนเยอะ ผมก็จะไปร่วม

ถ้าแม้วมันอยากจะมาฆ่าคนชุมนุม ก็มาเถอะ

ผมจะไม่หดหัวอยู่กับบ้าน ปล่อยคนวิปลาศอย่างแม้ว ครองเมือง
บันทึกการเข้า

กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #20 เมื่อ: 03-07-2006, 14:04 »

คำตอบส่วนใหญ่เป็นการกระแทกมาที่ตัวผมโดยตรง

พอกระแทกใส่ผู้ที่เขียนแล้ว ก็ทำเหมือนได้โต้ตอบให้เนื้อหาตกไปด้วย

ขอให้ลองคิดว่า ถ้าเนื้อหาที่ผมเขียนนี้ เขียนโดยใครสักคน ที่เพิ่งจะมาปรากฎตัวเป็นวันแรก(ไม่กล้าขอยืมชื่อใคร) ถ้าไม่มีช่องให้ตอบกระทบกระเทียบใส่ตัวผู้เขียนแล้ว  คุณจะคิดอย่างไรกับเนื้อหา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 14:34 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #21 เมื่อ: 03-07-2006, 14:26 »

ผมได้บอกแล้วในคำตอบที่ 3 ว่าถ้าจะแบ่งฝ่ายสู้กัน

ผมก็ไม่ห้ามแล้วครับ

คุณจะระดมพลโค่นล้มระบอบทักษิณ ก็จะไม่ห้ามอีกแล้ว

เพราะเห็นจะเข้าสงครามใหญ่แล้ว ถึงได้เอาธรรมมาให้ ขอให้อ่านแล้วคิดกันอีกที่ สมมติว่าเป็นใครสักคนที่ศึกษาธรรมเป็นผู้กล่าว ไม่ใช่ผม


สนามรบในกาลนี้ รบกันด้วยปัญญา มีวาจาเป็นอาวุธ จะรบกับฝ่ายตรงข้าง ถ้าไม่ใช้วิธีโกหก ไม่ใช้วิธีด่าทอ ไม่ใช้วิธียุยงปลุกปั่น ไม่ทำให้เหตุและผลคลาดเคลื่อน ถ้าไม่ก้าวล่วงจีทุจริต 4 ประการนี้แล้ว จะไม่มีทางรบชนะอย่างนั้นหรือ ผมไม่เชื่อว่าคนพูดจริงจะแพ้คนโกหก คนพูดไพเราะจะแพ้คนสามหาว คนพูดมีเหตุผลจะแพ้คนตลบตะแลง ผมไม่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาโกหกมา เราต้องโกหกกลับไปสองเท่า เขาด่ามาห้าคำ เราต้องด่ากลับไปสิบคำ ถ้าต้องเอาชนะกันด้วยวิธีนั้น ใยมิใช่แข่งกันเลว ผู้ชนะก็คือผู้ที่เลวที่สุด
บันทึกการเข้า
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #22 เมื่อ: 03-07-2006, 15:03 »

ทุกคำที่โพสต์ไปหาใช่กระแทกแดกดัน แต่ดิฉันตั้งใจฟันตรงๆ

ถ้าเนื้อหาที่คุณเขียนด้วยใจที่บริสุทธิ หวังให้การต่อสู้ของกลุ่มคนที่จะโค่นล้มอำนาจทรราชย์ เป็นไปอย่างสงบ สันติ ดึงสติของผู้ที่กำลังอาฆาตแค้น.....เนื้อหาของทุกคำที่คุณเขียนก็คงมีค่าไม่มากก็น้อย

ใจบริสุทธิ์หรือไม่ คุณก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ

ถ้าถามว่าถ้ากระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่คุณโพสต์ ดิฉันก็คงปลาบปลื้มในธรรมะ ของคุณไม่น้อย....แต่เพราะกระทู้นี้ไม่ใช่กระทู้แรก และพอย้อนกลับไปดูกระทู้ของคุณก่อนหน้า......กรรมเป็นเครื่องส่อเจตนา ซึ่งบ่งบอกเจตนาของคุณอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

แล้วจะมาโอดครวญว่าผมถูกแดกดัน มันน่าตลกไหม

ได้เขียน และย้ำไปหลายครั้ง.........ว่า ในเมื่อตัวผู้ยกธรรมมะ มาข่มคนอื่นนั้น ยังมัวเมา ยังนิยมชมชอบอยู่ในบุคคลอันทุจริต แล้วจะยกธรรมมะ มาเพื่ออะไร ในเมื่อตัวผู้ยกเอง ยังไม่สำเหนียกถึงความทุจริตที่อยู่ในใจตน

ถึงได้บอกไงว่าคนบ้านนอก เรียกคนประเภทนี้ว่า มือถือสากปากถือศีล

คุณจะระดมพลโค่นล้มระบอบทักษิณ ก็จะไม่ห้ามอีกแล้ว......ถามว่าถ้าคุณจะห้าม ห้ามเพราะอะไร มีเหตุผลอะไรมาห้าม

ดิฉันเขียนตรงไหนผิด ตรงไหนไม่ถูกต้องคุณก็แย้งซิคะ.....รึถนัดแค่โอดครวญแล้ววิ่งหนี

ดิฉันขอปฏิเสธว่าไม่ได้กระแทกแดกดัน  แต่อย่างที่บอกตอนแรก ว่า ฟันกันตรงๆ
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #23 เมื่อ: 03-07-2006, 15:18 »

จะฟันตัวผมก็มิเป็นไร ณ ขณะนี้ผมแค่ต้องการให้ผู้ที่ผ่านมาอ่านได้เจอข้อความที่ผมเขียน และรับไว้พิจารณา

สนามรบในกาลนี้ รบกันด้วยปัญญา มีวาจาเป็นอาวุธ จะรบกับฝ่ายตรงข้าง ถ้าไม่ใช้วิธีโกหก ไม่ใช้วิธีด่าทอ ไม่ใช้วิธียุยงปลุกปั่น ไม่ทำให้เหตุและผลคลาดเคลื่อน ถ้าไม่ก้าวล่วงจีทุจริต 4 ประการนี้แล้ว จะไม่มีทางรบชนะอย่างนั้นหรือ ผมไม่เชื่อว่าคนพูดจริงจะแพ้คนโกหก คนพูดไพเราะจะแพ้คนสามหาว คนพูดมีเหตุผลจะแพ้คนตลบตะแลง ผมไม่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาโกหกมา เราต้องโกหกกลับไปสองเท่า เขาด่ามาห้าคำ เราต้องด่ากลับไปสิบคำ ถ้าต้องเอาชนะกันด้วยวิธีนั้น ใยมิใช่แข่งกันเลว ผู้ชนะก็คือผู้ที่เลวที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 15:24 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #24 เมื่อ: 03-07-2006, 15:23 »

เง้อ คุณ กาลามชน จะมาพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องทำไมนิ

ถ้าจะแย้งก็เอาความเห็นใหม่ๆมาเพิ่มสิครับ อย่าโกงดิ Laughing
บันทึกการเข้า

กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #25 เมื่อ: 03-07-2006, 15:27 »

ก็ไม่คิดจะห้ามแล้วครับ เพียงพอแล้วครับ

รักษาธรรมไว้นะครับ คุณจูล่ง_j แล้วธรรมจะรักษาคุณ
บันทึกการเข้า
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #26 เมื่อ: 03-07-2006, 15:31 »

เอ๋า คุณกาลามชน

คุณนี่เป็นผู้ชายซะเปล่า

ดิฉันบอกคุณชัดเจนแล้วนะคะ ว่า ฟันกันตรงๆ ตรงไหนผิด ตรงไหนไม่ใช่ก็แย้งมา.....

ถ้าคุยภาษานักรบ เอาล่ะ ดิฉันยอมให้คุณอยู่ฝ่ายธรรมมะ เป็นกองทัพธรรม

นักรบฝั่งตรงข้าม ส่งสาร์นท้ารบ ส่งอย่างเปิดเผยด้วยนะเอ๊า....

นักรบกองทัพธรรม (อย่างคุณกาลามชน)........ทิ้งเมืองหนี ไปดื้อๆ เลยงั้นเหรอ

ถอยตั้งหลัก หรือหนีไปตั้งเมืองใหม่ล่ะนั่น... 5 5 5
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #27 เมื่อ: 03-07-2006, 15:56 »

คุณ JaoPing

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะพูดออกจากปากของใคร ก็งดงามเสมอต้นเสมอปลาย
คุณและบางคนพยายามชี้นำว่า ถ้าพูดออกจากปากคนที่ใจสกปรกอย่างตัวผม ธรรมก็หมดความหมาย
เหมือนมีเจตนาจะอ้างเอาตัวคนพูด เป็นเงื่อนไขที่จะชักชวนให้ผู้อื่นว่าไม่ควรรับพิจารณธรรมนั้น
ถ้าคุณคิดว่าถูกแล้ว ก็ควรทราบว่าคุณคิดผิดแปลกไปจากสังคม ต่างกันที่ระดับฐานรากของความเชื่อเลย
ก็เลยไม่รู้จะต่อได้อย่างไร เพราะทำอย่างไร คุณก็คงไม่เห็นผมดีขึ้นมาได้ ก็เลยต้องยอมเป็นฝ่ายถอยไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2006, 16:10 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #28 เมื่อ: 03-07-2006, 16:07 »

จากปากคำของเด็กสาว ที่ตกเป็นเหยื่อของอลัชชีบ้ากามละแวกสามพราน ให้การไว้ว่า ในขณะที่เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ อลัชชีตนนั้น พร่ำพูดว่า  "หลวงพ่อทำด้วยความเมตตาๆๆ" ก่อนจะสำเร็จกามกิจ ทั้งๆที่ยังอยู่ในผ้าเหลือง

"ธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะพูดออกจากปากของใคร ก็งดงามเสมอต้นเสมอปลาย"

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ

ธรรมของพระพุทธเจ้า งดงามเสมอต้นเสมอปลาย เห็นด้วยสุดหัวใจค่ะ

แต่ธรรมนั้น เมื่อหลุดออกจากปากของอลัชชี  ไม่งามค่ะ

พระเส้าหลินกล่าว "อมิตตะพุทธ" แล้วฟาดฝ่ามือใส่คู่อริจนสิ้นลมปราณ  คำที่กล่าวนั้นงดงามจริงหรือคะ

ธรรมย่อมรักษา ผู้ประพฤติธรรม

และ

ธรรม ก็ควรออกจากปากของผู้ประพฤติธรรมค่ะ

นกแก้วนกขุนทอง ร้องธรรมออกมาเพราะจำเสียงได้  งดงามหรือคะ
บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #29 เมื่อ: 03-07-2006, 16:18 »

เอาเถอะ คุณจะสรุปว่า เพราะธรรมนี้ออกจากปากคนที่ใจสกปรก จึงควรเป็นโมฆะ มิควรพิจารณาใช่ไหม
นี่คือ สัมผัปปลาปะวาจา ขนานแท้ และเป็นแบบที่จะมีกรรมหนักมากด้วย เพราะเป็นการปรามาสธรรม
ผมจึงคิดว่าควรหลบไปเอง จะดีกว่า เพื่อประโยชน์ของคุณ
บันทึกการเข้า
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #30 เมื่อ: 03-07-2006, 16:23 »

คุณนี่คิดไปนู่น คิดมากจริงๆ.....ขอย้ำอีกทีว่าดิฉันไม่ได้ แดกดัน ไม่ได้มีเจตนาอื่น ขนาดพูดตรงๆ ฟันกันตรงๆ คุณยังเข้าใจไปนู่นนนน...แล้วคิดดูซิคะเวลาคุณพิมอะไรที่มันอ้อมๆ คนอ่านเค้าจะตีความไปทางไหน

ธรรมะของพระพุทธองค์ บริสุทธิ์และผุดผ่อง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เปรียบเหมือนดวงแก้ว.........แต่สมมติว่าดวงแก้วตกลงไปในกองอาจม แล้วกองอาจมก็ร้องเร่ ให้คนมาดูดวงแก้ว.....คนมาดูน่ะ ไม่ได้มองว่าดวงแก้วมีราคีหรอกค่ะ แต่เค้าจะมองว่าดวงแก้วแปดเปื้อน ดวงแก้วอันบริสุทธิ์หาคู่ควรกะกองอาจมไม่

....โอ้ยๆ ปากจัดอีกแล้วดิฉัน....


ไม่รู้ว่าที่โดนรุมอยู่ในขณะนี้ เพราะกลัวว่าคนจะเริ่มรู้สึกดีกับผมหรือเปล่าครับ...สำคัญตัวเองผิดแท้ๆ ประเด็นที่ดิฉันค้างคาใจนี่ คุณไม่เคยตอบได้กระจ่างชัดเลยสักประเด็นเดียว ก็เลยต้องตามจี้ คุณติดๆ อย่างนี้ไง ดิฉันกลัวคุณลืมค่ะ

ประเด็นเก่าๆ นี่มากระทู้นี้มีประเด็นใหม่อีก คุณก็ยังไม่ตอบอยู่ดี

มีข้าศึกอยู่ตรงหน้า จะหนีออกทางประตูหลัง รึประตูข้างดีล่ะคะ.... 5 5 5
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #31 เมื่อ: 03-07-2006, 16:26 »

เอ๋า คุณกาลามชน......หนีไปแล้ว

มาวัดใจหน่อยซิคะ ว่าลูกผู้ชาย หัวใจเท่ากำปั้น รึหัวใจเท่าจมูกมด

ใจไม่สู้ สู้ลูกผู้หญิงไม่ได้ อายเขานะเออ





ปล. ใครมาว่าดิฉัน กระแทกแดกดัน คุณกาลามชนนี่จะโกรธจริงๆด้วย ขอย้ำอีกทีว่าไม่ได้แดกดัน ดิฉันฟันตรงๆ...5 5 5
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
แนวสกา
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 633



« ตอบ #32 เมื่อ: 03-07-2006, 17:41 »

จากปากคำของเด็กสาว ที่ตกเป็นเหยื่อของอลัชชีบ้ากามละแวกสามพราน ให้การไว้ว่า ในขณะที่เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ อลัชชีตนนั้น พร่ำพูดว่า  "หลวงพ่อทำด้วยความเมตตาๆๆ" ก่อนจะสำเร็จกามกิจ ทั้งๆที่ยังอยู่ในผ้าเหลือง

"ธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะพูดออกจากปากของใคร ก็งดงามเสมอต้นเสมอปลาย"

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ

ธรรมของพระพุทธเจ้า งดงามเสมอต้นเสมอปลาย เห็นด้วยสุดหัวใจค่ะ

แต่ธรรมนั้น เมื่อหลุดออกจากปากของอลัชชี  ไม่งามค่ะ

พระเส้าหลินกล่าว "อมิตตะพุทธ" แล้วฟาดฝ่ามือใส่คู่อริจนสิ้นลมปราณ  คำที่กล่าวนั้นงดงามจริงหรือคะ

ธรรมย่อมรักษา ผู้ประพฤติธรรม

และ

ธรรม ก็ควรออกจากปากของผู้ประพฤติธรรมค่ะ

นกแก้วนกขุนทอง ร้องธรรมออกมาเพราะจำเสียงได้  งดงามหรือคะ

ขอแสดงความคิดเห็นนิดนะครับ ที่หลวงพ่อนั้นพูดมิใช่ธรรม การการพร่ำเพ้อ เข้าทำนองพูดเพ้อเจ้อ

หลวงจีนแห่งเส้าหลินนี่น่าจะเป็นลักษณะท่องเหมือนนกคือกล่าวออกมาเฉยๆโดยขาดสำนึก

เปรียบง่ายๆคนเจอผี ท่องนะโมฯเพราะกลัวแต่ไม่เคยรู้แปลว่าอะไร จิตไม่นิ่ง ผีจะกลัวรึ จูนไม่ถึงกัน

ถ้าเป็นคลื่นวิทยุอาจไม่ค่อยดีเสียงขาดๆหายๆ ทำความรำคาญใจบ้าง

แต่ถ้าผู้รับ จับใจความได้นำไป วิเคราะห์ถูกทาง อย่างน้อยเสียงวิทยุนั้นใช่จะไร้ค่าเสียทีเดียว

ส่วนพวกท่านจะลุยกันยังไงต่อก็เชิญครับ ผมเผ่นก่อนดีกว่า  Smile
บันทึกการเข้า

ทุกคนล้วนมักมีอำนาจวาสนา ตัวข้าต้องการเพียงเสพดื่มกิน
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #33 เมื่อ: 03-07-2006, 18:36 »


โปรดจำสัจธรรมข้อนี้ไว้นะคะ

พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ  พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต  พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม

ขอให้พวกเราช่วยกันสละชีวิตของไทยรักไทย เพื่อรักษาธรรมไว้เถิดค่ะ

ตามที่ดิฉันเข้าใจ ความหมายคือ ให้สละชีวิตตัวเอง

ไม่ได้ให้ไปสละชีวิตคนอื่น จะโดยขอร้อง/บังคับ คนผู้นั้นก็ตามที

เข้าใจว่าคงเรียนธรรมมาคนละที่กับคุณ พรรณชมพู

ผู้รู้จักคำว่า “ใช้ธรรมบังหน้า เพื่อหลอกฆ่าฟัน”



หนูเรียนธรรมเองค่ะ ผิดพลาดอย่างไรไม่มีอาจารย์ให้โทษค่ะ

จะไปเรียนกับอิสระมุนีก็เข้าไม่ถึง เพราะเหลี่ยมกับสีกาแย่งกันรุมอาจารย์จนกระเจิงไปแล้ว

ถามนิดหนึ่งเถิดค่ะ ฉลาดจนไม่รู้จักคำว่า  ประชด  เหรอคะ อิอิ

คงฉลาดไม่ได้อย่างคุณ จึงเข้าใจได้ตื้นๆ และห่วงไปว่า
คุณกำลังนำธรรมหรือคำกล่าวที่ว่ามาใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า
“ทำชั่วได้ถ้าทำกับคนไม่ดี”
แถมเป็นความดีอันยิ่งใหญ่ ถ้าได้ขจัดมารศาสนา

ดิฉันรู้สึกว่าแบบนี้เป็นการนำธรรมมาอ้าง เพื่อหลอกคนที่ไม่รู้เท่าทันให้ทำบาป
ไม่ต่างจากคนบางศาสนาที่คิดว่า คนนอกศาสนาเขาเป็นคนเลวทั้งหมด
และยิ่งฆ่าได้มากก็ยิ่งไปสวรรค์เร็ว
แต่ จขกท. คงไม่มีเจตนาเช่นนั้น
รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ได้คิดให้รอบคอบ
อาจเป็นได้

สมมุติว่ามีใครอ่านข้อเขียนนี้
แล้วฉลาดไม่พอจะรู้ว่าเป็นเพียงคำประชด
เกิดไปทำระเบิดพลีชีพจริง
จขกท. จะภูมิใจ ดีใจ
เป็นสุขมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเปล่า?
ดิฉันไม่กล้าจินตนาการ
ได้เพียงแต่ยืนยันตามที่ได้เรียนรู้มา
ว่าคำสอนทางศาสนาพุทธนั้น
ทำชั่วกับคนชั่วไม่เป็นความดีอันยิ่งใหญ่
ส่วนจะบาปมากน้อยเพียงใด
ได้ส่วนลด เพราะทำกับคนไม่ดี หรือไม่
ไม่มีความรู้พอจะบอกได้

แต่ก็อยากเตือนไว้ด้วยความปรารถนาดี
ไม่ต้องการให้มีการหลอกใช้หรือชี้นำให้เกิดการทำชั่ว
โดยบอกว่าเป็นของดี ทำแล้วจะได้ไปสวรรค์
นอกเหนือจากได้เป็นวีรบุรุษ วีรสตรี

เมื่อเข้าใจถ่องแท้แล้ว ก็ตัดสินใจเลือกอย่างมีสติได้
ว่าอยากทำอย่างไร
ชีวิตใครก็ของคนนั้น กรรมของใครก็ของคนนั้น
ตัวท่านเป็นผู้รับผิดชอบเอง
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #34 เมื่อ: 03-07-2006, 18:39 »

ดิฉันเพิ่งรู้นะนี่ ว่า ขจัดไทยรักไทย ขจัดระบอบทักษิณ ออกไปจากแผ่นดินไทย นี่มันเป็นบาป.....
บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #35 เมื่อ: 03-07-2006, 18:46 »

อ้างถึง
เอาเถอะ คุณจะสรุปว่า เพราะธรรมนี้ออกจากปากคนที่ใจสกปรก จึงควรเป็นโมฆะ มิควรพิจารณาใช่ไหม
นี่คือ สัมผัปปลาปะวาจา ขนานแท้ และเป็นแบบที่จะมีกรรมหนักมากด้วย เพราะเป็นการปรามาสธรรม
ผมจึงคิดว่าควรหลบไปเอง จะดีกว่า เพื่อประโยชน์ของคุณ

นี่แหละค่ะ สิ่งที่คุณกาลามชนได้พยายามมาตลอด นับตั้งแต่พยายามใช้พระธรรม เขามาเสียดสีผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับทักษิณ  นั่นก็คือหากไม่ประพฤติธรรม เพราะทนเห็นทักษิณละเมิดธรรมไม่ไหว  ก็จะต้องถูกคุณเสียดสีให้เป็นคนบาป เลวร้าย นับเป็นแผนการใช้ธรรมสยบผู้คนให้ตกเป็นทาสอธรรมได้แยบยลนัก  คุณพยายามแต่หนูก็รู้ทันค่ะ อิอิ

อ้างถึง
คงฉลาดไม่ได้อย่างคุณ จึงเข้าใจได้ตื้นๆ และห่วงไปว่า
คุณกำลังนำธรรมหรือคำกล่าวที่ว่ามาใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า
“ทำชั่วได้ถ้าทำกับคนไม่ดี”
แถมเป็นความดีอันยิ่งใหญ่ ถ้าได้ขจัดมารศาสนา

ลอกมานิดหน่อยนะคะ

ดีใจนะคะที่คุณเกล็ดหิมะ ฝักใฝ่ในธรรม  หนูเป็นคนบาปค่ะ  ถ้าหนูได้เป็นทหาร วันที่ลั่นไกปืนเพื่อชาติ หนูจะไม่อ้างชาติมาเพื่อลดกรรม  อย่างที่คนชอบตีความทั้งหลายกระทำกัน  เมื่อฆ่าคนก็ยินดีรับบาปอย่างเต็มที่  ไม่ต้องมคิดลดบาปกรรมให้เพราะฆ่าเพื่อชาติ

ประเทศไทยจะต้องมีศาสนาพุทธต่อไปค่ะ  ระหว่างที่คุณรักษาศาสนาให้บริสุทธิ์  หนูจะฆ่าคนที่คิดล้างศาสนาให้เองค่ะ  คุณรับบุญของคุณไป หนูก็รับบาปของหนูไป  ไม่ว่ากันค่ะ  ไม่ต้องแย่งเกียรติคุณกันค่ะ ว่าใครกันแน่ที่รักษาศาสนาไว้

ถ้าหนูเดินอยู่ในที่เปล่ยว และมีปืนสักกระบอก  หากมีโจรจะมาข่มขืน  หนูขออนุญาตยิงก่อนนะคะ  บาปก็ทำค่ะ

ส่วนคุณเกล็ดหิมะ อย่าทำเชียวนะคะ บาปค่ะ กรรมเก่ามี ถ้าจะโดนอย่างนั้น ก้มหน้รับกรรมไปนะคะ  มันจะได้หมดกรรมไป

ขอให้เจริญในเนวทางพุทธศาสนาค่ะ  การเมืองนี่สกปรกนะคะ  ลงมาแล้วระวังแปดเปื้อนค่ะ สิริจะเสื่อม
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #36 เมื่อ: 03-07-2006, 18:50 »

คุณ snowflake คะ

ขอบคุณสำหรับบทความที่เอามาลง

แต่ดิฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ทั้งดิฉันและคุณพรรณชมพู หรือแม้กระทั่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นักวิชาการกลุ่มรู้ทันทักษิณ ไม่มีใครสักคนเลยที่นิยมความรุณแรง ไม่มีใครสักคนเลยที่ปราถนาการนองเลือด สังเกตได้จากการพยายามควบคุมการดำเนินการของม๊อบ

ส่วนที่คุณพรรณชมพู เธอเขียนเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้นไม่ได้หมายความว่า ขอให้ ฆ่า ทรท สังหาร สส ทรท แต่ขอให้สละพรรค ทรท เพื่อดำรงไว้ซึ่งชาติไทย อันปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข....ไม่ได้มุ่งหวังให้ฆ่าล้างแค้น...(ผิด ถูกประการใด ขออภัยคุณพรรณ ด้วยนะคะ)

ถ้าหากดิฉันเข้าใจคุณ Snowflake ผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ  แต่คราวหลังรบกวนคุณสื่อเจตนาของคุณด้วยได้ไหม...คือคนบ้านนอกอย่างดิฉันอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ อ่านแล้วพาลให้เข้าใจผิดอยู่เรื่อยน่ะค่ะ Mr. Green

เข้าใจผิดไม่กลัว กลัวเข้าใจถูก อาจจะดู ASTV มากไปจนเข้าใจผิดก็ได้
ขอภาวนาให้สิ่งที่คุณเชื่อ (เน้นสีแดง) เป็นจริงด้วยก็แล้วกัน

เจตนาของดิฉันหรือคะ เขียนไปหลายครั้งแล้ว ถ้าใครยังไม่ทราบหรือไม่เชื่อ
บอกอีกก็ได้ว่า ไม่นิยมความรุนแรง และ ไม่เห็นด้วยกับการทำเลวกับคนเลว
ตอนนี้อาจต้องเพิ่มด้วยว่า และการส่งเสริมและสนับสนุนแนวคิดเช่นนี้

หลักการมาตรฐานของความเป็นคนดีมีศีลธรรมก็ต้องดำรงคงอยู่
จะมาปล่อยให้เสียไป หรือยกเว้นชั่วคราว เพื่อเอาชนะคนเลวเหลี่ยมจัด
ที่ฉลาดเกินไป มีเงินและอิทธิพลมากเกินไป
กระทั่งเป็นต้นเหตุให้เกิดความแตกแยกทางความคิด
ชนิดทำให้เกิดการเห็นว่าระบบหรือวิธีการดีๆ ที่ถูกต้อง
ทางกฎหมายและศีลธรรมนั้นใช้ไม่ได้
ต้องใช้วิธีการอื่นๆ มาต่อสู้จึงจะมีทางเป็นไปได้

เห็นว่าผู้นำไม่มีจริยธรรม เราก็อย่าไปทำตาม
เห็นว่าเขาทำชั่ว ก็ไม่ต้องไปชั่วตามหรือชั่วกว่า
เพื่อให้จัดการกับคนชั่วได้

เป็นคนดีก็ต้องยึดมั่นในความดี
ไม่เคยได้ยินที่ไหนสอนว่า
เลวกับคนที่เลว แล้วแปลว่าดีได้

อย่าปล่อยให้การเกลียดคนๆ หนึ่ง
ทำลายหรือสั่นคลอนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในจิตใจ

การที่เขาทำลายให้เสียหายด้านวัตถุไป
คิดว่ายังไม่เลวร้ายเท่าที่เขาทำลายจิตใจที่ดีงาม
และความสามัคคีของคนในชาติ
ที่ต้องมาทะเลาะโกรธเกลียดกัน
เพราะมันเป็นความเสียหายที่มิอาจเยียวยาได้
ด้วยเงิน ... หรือวัตถุมีค่าอื่นใด
และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว

บางทีตัวเอง (ที่ก็เป็น “คนบ้านนอก” เหมือนกัน
เห็นคุณเจ้าผิง ใช้อยู่หลายครั้ง
ไม่ทราบว่าต้องการสื่ออะไร
หากกรุณาอธิบายให้ทราบก็จะดี
จะได้ไม่บังอาจบอกว่า “เหมือนกัน”)
อาจไม่มีความสามารถในการใช้ภาษาที่ดีพอ
ลองอาศัยข้อเขียนของท่านอื่นดูบ้าง อาจสื่อได้ดีกว่า

คัดจาก ว่ายทวนน้ำ ไทยโพสต์  15 มิถุนายน 2549

ทุกรัฐบาลก็มีข้อดีข้อเสีย แต่ลักษณะพิเศษของรัฐบาลทักษิณคือ มีความสุดโต่งจนมีคนรักมาก ชังมาก

ที่จริงถ้าอ่านงานของนักวิชาการ  (ที่เป็นนักวิชาการจริงๆ) แม้แต่คนที่ไม่เอารัฐบาลทักษิณ ก็จะเห็นว่าเขาแยกแยะทั้งสองด้าน ผมไม่ใช่นักวิชาการ คงเขียนวิเคราะห์ไม่ได้ขนาดนั้น แต่แนะนำให้ลองอ่านกว้างๆ ตั้งแต่อาจารย์อัมมาร อาจารย์รังสรรค์ อาจารย์นวลน้อย อาจารย์ผาสุก ฯลฯ ทุกคนเวลาพูดเขาจะชี้ทั้งข้อดีข้อเสียทั้งนั้นละครับ แต่เวลาพาดหัวข่าวคุณอาจจะเห็นด้านเดียว หรือในสถานการณ์ม็อบ ก็อาจจะเห็นด้านเดียว แม้แต่คุณพิภพ ธงไชย (ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์) ก็ยอมรับว่ารัฐบาลทักษิณให้คนจนในสิ่งที่รัฐบาลอื่นไม่เคยให้ ไม่ว่าการปราบปรามยาเสพติด  30 บาท การให้โอกาสเข้าถึงทุน - เพียงแต่ทำแล้วมีปัญหาทุกอย่าง

สิ่งที่เราคัดค้านรัฐบาลทักษิณ ก็คือการรวบอำนาจ และไม่สามารถตรวจสอบ เพราะกลไกตรวจสอบพิการหมด ตรงนั้นที่ต่างจากรัฐบาลอื่น

บางคนบอกว่าเวลาจะไล่กันแล้วไม่ต้องพูดถึงข้อดี แต่การไล่ทักษิณกลายเป็นเรื่องยืดเยื้อ และสร้างความแตกแยก ผมจึงเห็นว่าต้องพูดให้รอบด้าน พูดให้ชัดว่าเขาก็มีทั้งดีไม่ดี แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือการผูกขาดอำนาจ

ฉะนั้นผมจึงไม่ได้บอกว่าทักษิณดี และไม่ได้คัดค้านการไล่ทักษิณ แต่ที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือการมองว่าทักษิณเลวร้ายไปเสียทุกอย่าง จนใช้วิธีการอะไรก็ได้ไล่ทักษิณ ไม่ว่าจะลากองค์กรสถาบันไหนลงมาเปลืองตัว  ไม่ว่าจะใช้วิธีการอะไรที่เสียหายต่อหลักการประชาธิปไตย ไม่ว่าจะตั้งข้อหาอะไรก็ได้ขึ้นมาเล่นงานกัน

ตั้งแต่มาตรา  7  หรือจำแลงไปอ้างมาตรา 3 มาจนปฏิญญาฟินแลนด์ มันผิดสาระ สาระคือทักษิณรวบอำนาจ ทำลายประชาธิปไตย ก็ต้องสู้เพื่อประชาธิปไตย สู้ด้วยการเคลื่อนไหวทำความเข้าใจกับประชาชน  ไม่ใช่กลายเป็นนักบิดเบือนประชาธิปไตย ใช้วิชามารไล่ทักษิณ

สิ่งที่น่ากลัวตอนนี้คือโปรดเหลียวมองรอบข้าง ผมรู้สึกว่ากระแสประชาชนวงกว้างเบื่อหน่ายชินชาไปหมดแล้ว เบื่อทั้งทักษิณ แล้วก็เบื่อฝ่ายไล่ทักษิณ ที่เขารู้สึกว่าเลยเถิด ฉะนั้นที่บอกว่าหลังจากนี้พันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวอีก ถ้าไม่วัดกระแสให้ดี ไม่รู้จักเคลื่อนไหวอย่างมีเหตุผล มีประโยชน์ รู้ประมาณ ก็อาจจะเหลือแต่ขาประจำจำนวนหนึ่ง

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=15/Jun/2549&news_id=125849&cat_id=400
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
จ้าวผิงกว่อ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 387



« ตอบ #37 เมื่อ: 03-07-2006, 19:16 »

งั้นขอชัดๆนะคะคุณ snowflake
 
กรุณาแนะนำวิธีการต่อต้านทักษิณ วิธีการโค่นล้มทักษิณ ในแบบที่คุณคิดว่าดี สร้างสรรค์มาสักข้อ สองข้อเถอะค่ะ..please..


ส่วนบทความที่คุณยกมานั้น มันหมายความว่าอย่างไรคะ

- หมายความว่ารัฐบาลไหนมันก้เลวหมดล่ะ แต่รัฐบาลทักษิณนี่ดีสุดเพราะมีผลงานมากที่สุด

- ผู้เขียนบทความนั้นวิจารณ์ไปหมด วิธีนู้นไม่ดี วิธีนั้นสกปรก วิธีนู้นเสื่อมเสีย....แต่ไม่มีสักประโยค นึงที่แนะแนวทางแก้ปัญหา คนเขียนเหมือนจะรู้ แต่ไม่รู้จริงๆ  รู้แต่ว่าที่คนอื่นทำน่ะไม่ดี ไม่ถูก แต่พอถามหาว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดดี สิ่งใดควร กลับตอบไม่ได้

- สุดท้ายผู้เขียนสรุปว่า เบื่อแล้วนะ เบื่อทั้งทักษิณ เบื่อทั้งพันธมิตร....นอนอยู่บ้านเฉยๆ สบายกว่า Question

ขอสรุปสั้นๆกับบทความประเภทนี้นะคะ ว่าเขียนก็เหมือนไม่ได้เขียน ได้แต่ติ ได้แต่บ่น แต่...ไม่ได้ชี้ทางออก ไม่ได้บอกทางไป


ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจ ทุกคนมีกันทั้งนั้นแหล่ะค่ะอยู่ที่ว่าสำนึกนั้นเพื่ออะไร เพื่อใคร  ถ้าสำนึกและยึดถือในศีล ในธรรมเพื่อหลุดพ้นสู่นิพพานแล้วล่ะก็ ดิฉันก็อนุโมทนา สาธุด้วยคนค่ะ.....แต่ดิฉันที่ดิ้นรน ต่อสู้ อยู่เนี่ย คงไม่อ้างว่าทำเพื่อชาติหรอกค่ะ ดิฉันทำเพื่อลูก เพื่อหลาน รักษาแผ่นดินไว้ ก่อนที่ทักกี้มันจะขายหมด รักษาพืชพันธุ์สมุนไพรไทยไว้ก่อนนี่ทักกี้มันจะขายให้อเมริกาผ่าน FTA ฯลฯ.........ดิฉันจะรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ก็ต่อเมื่อ ทักกี้หมดอำนาจ ระบอบทักษิณหมดไปจากสังคม ก็เท่านั้นเองค่ะ

อย่างที่คุณพรรณเปรียบเทียบน่ะค่ะ...เจอโจรข่มเหงจะสู้ หรือ ยอมมันก่อนแล้วค่อยไปแจ้งความทีหลัง อยู่ที่คุณเลือกค่ะ

คนบ้านนอกก้คือคนบ้านนอกค่ะ บางคนว่าคนบ้านนอกคือคนชนบท คือรากหญ้า...และดิฉันก็อยู่ในกลุ่มนั้น แต่ดิฉันคิดว่าคุณ snowflake คงไม่ใช่คนบ้านนอกหรอก  เพราะคนบ้านนอกแถวบ้านดิฉันไม่เห็นมีใครเก่งภาษาอังกฤษเท่าคุณ snowflake เลยค่ะ



บันทึกการเข้า

เราประกาศ ณ ที่นี้ว่าเรามีจุดยืนสนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้จัดการกับความผิดชั่วของระบอบทักษิณ เอาทรัพย์สมบัติชาติกลับคืน และถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด!...
koo
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 550



« ตอบ #38 เมื่อ: 03-07-2006, 19:30 »

กำลังคิดจะตั้งต้นอ่าน

แต่ให้ตายเถอะ เจอความเห็นของคุณเศษหิมะเข้าไป ท้อเลยผม

จะพิมพ์อะไรก็พิมพ์ตรงๆซิครับ จะวิจารณ์ใครก็ว่ากันตรงๆ

เล่นจับคำมา 1คำ แล้วแปะ บทความของคนอื่นเพื่อแสดงความคิดของตัวเองต่อคำๆนั้น

ใครมาร่วมแบ่งปันความคิดเห็นกับคุณก็ตายดิ
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #39 เมื่อ: 04-07-2006, 02:21 »

งั้นขอชัดๆนะคะคุณ snowflake
 
กรุณาแนะนำวิธีการต่อต้านทักษิณ วิธีการโค่นล้มทักษิณ ในแบบที่คุณคิดว่าดี สร้างสรรค์มาสักข้อ สองข้อเถอะค่ะ..please..

คนบ้านนอกก้คือคนบ้านนอกค่ะ บางคนว่าคนบ้านนอกคือคนชนบท คือรากหญ้า...และดิฉันก็อยู่ในกลุ่มนั้น แต่ดิฉันคิดว่าคุณ snowflake คงไม่ใช่คนบ้านนอกหรอก  เพราะคนบ้านนอกแถวบ้านดิฉันไม่เห็นมีใครเก่งภาษาอังกฤษเท่าคุณ snowflake เลยค่ะ


งั้นดิฉันไม่เป็น “คนบ้านนอก” ตามนิยามของคุณ เจ้าผิง ก็ได้ค่ะ
และเชื่อว่าคุณก็ไม่ได้เป็นเช่นกัน แต่ถ้าคุณยืนยันว่าใช่ ก็คงไม่แย้ง
เพราะมันนิยามของคุณ ใครจะไปก้าวก่ายได้

ที่คิดว่าตัวเองก็เป็น “คนบ้านนอก” กับเขาเหมือนกัน
เพราะเกิดที่บ้านนอก เข้ามาเรียนในกทม. และตอนนี้ก็ทำงานอยู่ต่างจังหวัด
โดยไม่ได้ย้ายชื่อจากทะเบียนบ้าน จึงมีสิทธิลงคะแนนเสียงใน กทม.
แต่ไม่ให้เป็นก็ได้ ไม่เป็นไรค่ะ

ส่วน รากหญ้า เข้าใจว่าหมายถึง
คนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง จึงไม่ได้รับข่าวสาร
และขาดความสนใจต่อการเมืองการปกครอง
คงไม่รวมคุณเจ้าผิง เข้าไปด้วยหรอกมั้งคะ

คำถามของคุณเจ้าผิง ได้เคยตอบไปแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่คงยังไม่ถูกใจ ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคำตอบที่ใช้การได้
จึงต้องถามอีกครั้ง (ครั้งอื่นๆ คนอื่นถาม)

ถามอีก ก็ตอบอีกได้ แต่คงยังไม่ถูกใจต่อไป
เพราะคำตอบยังเหมือนเดิมว่า

ให้เป็นไปตามระบบและกระบวนการยุติธรรม
เราต้องเชื่อมั่นว่าระบบต้องใช้การได้
และทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
หากทำผิดมากมายหลายคดี
ต้องมีหลักฐานที่ปกปิดไม่มิด และมีทางเอาผิดได้อย่างแน่นอน
ไม่ขอเชื่อว่าอำนาจเงินซื้อได้ทุกที่ ทุกคนในแผ่นดินนี้
คนดีอาจมีไม่มาก แต่ก็ต้องมีค่ะ

ความดีต้องชนะความชั่ว
ธรรมะย่อมชนะอธรรม

รอศาลตัดสินก่อนไม่ได้หรือคะ
ทำไมต้องรีบปลุกระดมให้ไปม็อบกัน
แถมยังออกแนวรุนแรง (ประชดหรือไม่ แล้วแต่คนเข้าใจ)
ไม่ระแวงบ้างหรือว่าจะไปเข้าทางใคร
เป็นเหตุให้เขาใช้อำนาจที่อ้างว่าชอบธรรม
ในฐานะรัฐบาลรักษาการณ์มาปราบปรามได้
ผลที่สุด แม้กำจัดทักษิณไปได้
ก็ยังคิดว่าเป็นราคาที่แพงเกินไป
เลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า
อย่าให้มีใครต้องเสียใจโดยไม่จำเป็น

อยากขอร้องให้อดทนไว้อีกไม่นานเกินรอ
เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการยุติธรรม
อย่าไปหลงตอบโต้การยั่วยุใดๆ
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #40 เมื่อ: 04-07-2006, 02:50 »

ไม่ถนัดในการโค่นล้มนะคะ ฟังดูรุนแรงซึ่งเป็นแนวที่ตัวเองไม่นิยม
ขอต่อต้านในระยะยาวก็แล้วกัน เพราะยังไงเสีย เราคงมีเลือกตั้งอีกใช่ไหมคะ
ถ้ายังคิดว่าต้องการระบอบประชาธิปไตย ที่ฟังเสียงส่วนใหญ่ของปวงชน

ดังนั้นเราต้องหาทางชนะการเลือกตั้ง อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
ซึ่งดิฉันไม่เชื่อว่า 16-19 ล้านเสียงของไทยรักไทยนั้นได้มาด้วยการซื้อทั้งหมด
และไม่แน่ใจว่าต่อให้กำจัด กกต. ชุดนี้ไป ได้ชุดใหม่มา
พรรคประชาธิปัตย์จะชนะการเลือกตั้งได้ (หากรอดการยุบพรรค)
เพราะจากที่ลองถามๆ ดู (ไม่ยืนยันว่าเป็นข้อมูลอ้างอิงได้
เนื่องจากจำนวนตัวอย่างน้อยและไม่ได้ทำการสุ่มอย่างมีระบบ)
ถ้าไม่มี ทรท. (กรณีโดนยุบพรรค) เขาก็ไม่เลือก ปชป. ค่ะ
บอกว่าจะ no vote ให้รู้ว่าโดนบังคับขืนใจ
(คิดเหมือนกันเลยไหมคะ แต่คนละขั้ว)

ขออนุญาต quote แล้วกัน เพื่อประหยัดเวลาพิมพ์ซ้ำ
กระทู้ ถ้าไม่มีพรรคไทยรักไทย ขบวนการฯเวบบอร์ด จะเป็นอย่างไรต่อไป 
http://forum.serithai.net/index.php?topic=3483.msg47677#msg47677

โดยส่วนตัวมองที่เรื่องระยะยาวของการต่อสู้กับระบอบทักษิณ
ที่แม้กำจัดตัวคุณทักษิณไป (ซึ่งน่าจะไปในอีกไม่นานนี้ ตามการถอดรหัสดาวโดย คุณชายยอดฟ้า)
อาจเปลี่ยนคนใหม่มาอีก ดังนั้นต้องป้องกันไม่ให้แนวคิดผิดๆ เติบโต
เปลี่ยนความคิดของคนที่ไปเลือกตั้งว่าอย่าเห็นแก่ประชานิยมที่ดีชั่วคราว แต่เสียถาวรในภายหน้า
อย่าเลือกคนไม่มีคุณธรรม รวบอำนาจ เผด็จการ ไม่โปร่งใส ไม่ยอมให้ตรวจสอบ

ทุกวันนี้ ยังทำไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่ จะโทษม็อบซะทีเดียวก็คงไม่ได้ (แม้เป็นจุดใหญ่ที่ทำให้เถียงลำบาก)
เดี๋ยวชาวม็อบน้อยใจว่าเราไม่ยกย่องให้เครดิตในความกล้าหาญอดทนเหนื่อยยาก
แต่การมีม็อบนี้ backfire โดยไม่เจตนา เพราะคนส่วนหนึ่ง (มีมากพอสมควร) ที่ไม่ได้รักหรือเกลียดใครอย่างชัดเจน
เป็นพวกเฉยๆ เฉื่อยๆ ไม่สนใจการเมืองสักเท่าไหร่ รำคาญม็อบว่าเป็นพวกป่วนเมือง ทำให้รถติด เศรษฐกิจเสียหาย
แล้วเลยพานไปเห็นใจเข้าข้างคุณทักษิณ เป็นตรรกะประหลาดที่ไม่รู้คิดไปได้ไง แต่ก็เป็นไปแล้ว
คงเพราะความเสียหายที่เกิดจากการบริหารงานของรัฐบาลนี่ยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมพอเมื่อเทียบกับ
ความเดือดร้อนที่เขาได้รับ/ประสบเฉพาะหน้าจากความวุ่นวายทางการเมือง

แต่ก็คงต้องพยายามกันต่อไป เป้าหมายอาจไม่ใช่คนชื่อทักษิณ แต่เป็นคนอื่นที่ต้องเฝ้าจับตาดูต่อไป
ควบคู่กับการรณรงค์ให้เกิดการสนใจการเมือง ตื่นตัว รู้เท่าทัน ซึ่งยอมรับว่าไม่ง่าย
เพราะคนส่วนใหญ่ (ที่เจอ) ไม่สนใจการเมือง ว่าเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะตัวเองก็เป็น

การเปลี่ยนความเชื่อ/ยึดมั่นของคนไม่ใช่เรื่องง่าย
บางคนจะรีบบอกทันทีว่าอย่าคุยเรื่องการเมืองเลยเดี๋ยวทะเลาะกัน
ก็คงคุยได้กับคนที่ไม่สุดโต่งเกินไปเท่านั้น เพราะไม่ได้ชอบเถียงเอามัน
ขี้เกียจเปลืองเวลาและพลังงานกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์และอาจมีโทษตามมา
คือต่อไปก็เลยมองหน้ากันไม่ติด ทั้งๆ ที่ใช้ชีวิต/ทำงานร่วมกันทุกวัน


ดี หรือสร้างสรรค์ หรือเปล่าไม่ทราบ
แต่เป็นวิถีทางที่คนไม่กล้าหาญ ขี้เกียจไปม็อบอย่างดิฉันเลือกทำ ตามอัตภาพ
หากไม่ถูกใจใครก็ไม่ขออภัย เพราะว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล  Cool
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
(-O-)Koka
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 562



« ตอบ #41 เมื่อ: 04-07-2006, 03:35 »

ไม่ค่อยได้ศึกษาธรรมมะอ่ะ

แค่พยายามฝึกให้รู้สติอยู่เสมอ ยังทำไม่ค่อยได้เลย

ยิ่งเวลาเห็นหน้าเหลี่ยมๆ กะลิ่วล้อ ออกมาตอบคำถามแบบ “ไม่มีอะไร โธ่เอ๊ย พอแล้ว เลิกๆ ได้แล้ว ไปทำงาน ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง พอได้แล้ว”
โมหะมันจี๊ดดดดด ขึ้นหัวแล้วลงฝ่าเท้า

อยากตื้บบๆๆๆๆ ใครสักคนที่หน้าเหลี่ยมๆ

ตื้บบๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า


อหิงสาคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความขี้ขลาด
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #42 เมื่อ: 04-07-2006, 05:20 »

คุณ JaoPing

นักรบ ไม่ใช่ นักฆ่า นักรบในสมัยโบราณนั้นมีคุณธรรม เช่น จะไม่ทำร้ายผู้ที่อาวุธหลุดจากมือ จะไม่ทำร้ายผู้ที่ล้มลงบนพื้น จะไม่ทำร้ายผู้ที่หมดทางสู้ ฯลฯ คุณธรรมเหล่านี้ เหนี่ยวรั้งเมตตาธรรมไว้ส่วนหนึ่งให้คงอยู่ในใจ ในขณะที่นักฆ่า จิตมีแต่ความดุร้ายหมายทำลายล้างเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงคุณธรรมใดๆ

แม่ทัพจะเลือกนักรบ หรือนักฆ่า มาจัดตั้งเป็นกองทัพ ขึ้นกับว่าเป็นทัพของใคร ฝ่ายธรรมะ หรือ อธรรม

คุณ snowflak

ขอบคุณสำหรับบทความของคุณนิธิ ฯ

คุณ chaidan

ใช้หลัก กาลามสูตร อย่างเพิ่งเชื่อ เพราะเรื่องยังเร็วไปที่จะสรุป "ผู้มีบารมีนอกระบบ" อาจจะมีจริงหรือไม่มี ก็ยังไม่รู้ชัด หรือถ้ามีจริง จะเป็นใครก็ยังไม่ชัด หรือถ้าไม่มี เป็นเพราะนายกฯกุข่าวปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังผล หรือเข้าใจผิดเพราะถูกสงครามข่าวหลอกเอา ก็ยังไม่ชัด

ซึ่งตัวผมเอง ก็ยังไม่ปักใจลงความเห็นใดๆต่อเรื่อง ผู้มีบารมีนอกระบบ

แล้วควรจะทำอย่างไร ง่ายที่สุดคือ รอดู เวลาจะค่อยๆคลี่คลายความจริงให้ปรากฎออกมาเอง

อ่า~~~~ งั้นขอกราบเท้าถามผู้ทรงธรรมอีกครั้งนะขอรับ กรณี พณ.ท่านทักษิณกล่าวตกปากรับคำกับคุณ สรยุทธในรายการถึงลูกถึงคนว่าพร้อมจะดีเบตสามฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น กับ พันธ์มิตร ฝ่ายค้าน และ รัฐบาล แล้ว นายกก็ไม่ยอมไปซะงั้น เรียกว่าแบบหน้าด้านๆเลยจำได้ป่าว แบบว่าโกหกคนดูรายการทั้งประเทศแบบ ชัดๆคาตา ควรจะใช้ ธรรมข้อไหนดีครับ จะเป็นกาลามสูตร คงไม่ได้ เพราะความจริงมันเห็นกันอยู่ วานท่านทรงธรรมผู้เมตาชี้แนะด้วยครับ  Laughing
บันทึกการเข้า
kobkla
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 97


« ตอบ #43 เมื่อ: 04-07-2006, 06:08 »

ผมไม่รู้ว่า คุณกาลามชนแกตั้งใจหรือเปล่า?(ถ้าไม่ใช่ผมก็พร้อมที่จะขออภัย)
แต่ที่ผมเห็น ก็คือสูตรที่ทักษิณวางไว้ พยายามผลักให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เริ่มความรุนแรงก่อน หรือให้ฝ่ายตรงข้ามสร้างสถาณการณ์ที่ตัวเองจะฉวยโอกาศขยายให้เป็นความรุนแรง เพื่อจะประกาศภาวะฉุกเฉิน เช่น พันธมิตรมีม็อบไป กกต. จัดม็อบต้าน ๒-๓ ร้อยคน หาคนทำร้ายม็อบต้าน โยนความผิดให้พันธมิตร
อย่าไปหลงกล ดีที่สุดแล้ว ทำอะไรเราอย่าใช้ความรุนแรง เพราะก็เป็นคติของพวกเราอยู่แล้ว และยิ่งช่วงนี้ ยิ่งต้องใช้ไม่ให้เข้าทางทักษิณ
 
บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #44 เมื่อ: 04-07-2006, 07:49 »

ถ้าไม่ชอบระบอบทักษิณ ผมมีวิธีหยุดยั้ง อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม  ตามกติการ้อยเปอร์เซนต์

เรื่องจะยาว และต้องทำความเข้าใจ สักหน่อย ขอเวลาเรียบเรียงหนึ่งวันแล้วจะตั้งเป็นกระทู้เชิงวิชาการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2006, 07:51 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
tom
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156



« ตอบ #45 เมื่อ: 04-07-2006, 08:12 »

เจ้าอาวาส คุยกัน

เรื่องนี้เณรไม่เกี่ยว เพราะ....สติปัญญายัง......เล็ก

ทำยังไงก็ได้ จะวิชาการหรือไม่วิชาการก็ได้ ให้เหลี่ยมออกไปจากแผ่นดิน
เณร อยากได้เท่านี้แหละ...จ้ะ
บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #46 เมื่อ: 04-07-2006, 08:31 »

ก่อนจะเริ่มเรื่อง ขอให้ข้อมูลไว้ให้คิดสองสามเรื่อง

เรื่องแรก

พรรคการเมืองใหญ่สุดสามพรรคของประเทศ
1. พรรคไทยรักไทย มีสมาชิก 14 ล้านคน!!!
2. พรรคประชาธิปัตย์ มีสมาชิก 4 ล้านคน
3. พรรคชาติไทย มีสามชิก 1 ล้านคน
 
พรรคการเมืองอื่นยังตามยุทธศาสตร์ของ ทรท ไม่ทัน
หลายคนยังปักใจเชื่อแบบเดิมๆว่า ทรท ชนะด้วยการซื้อเสียงเป็นคราวๆ
และยังคงคิดว่าถ้าหยุดยั้งการซื้อเสียงได้ ทรท จะแพ้เลือกตั้ง

ทรท เป็นพรรคที่ริเริ่มการเมืองแบบใหม่ คือ ชักจูงให้ประชาชนตัดสินใจเลือกข้างในระยะยาว
พรรคจะได้สมาชิกมาด้วยการชักจูง ว่าจ้าง หลอกล่อ หรือศรัทธาด้วยใจสมัครก็ตาม
แต่การยอมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ทำให้มีความมั่นคงต่อพรรคเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง
เพราะถ้าครั้งใดไม่มีการซื้อเสียงเลย และถ้าไม่มีตัวเลือกอื่นที่เด่นกว่าจริงๆ
คนที่เป็นสมาชิกพรรค ทรท ย่อมมีแนวโน้มจะเลือก พรรคของตนเป็นอันดับแรก


หากประชาชน 14 ล้าน มีความผูกพันเลือกพรรค ทรท ต่อเนื่องเป็นสิบปีขึ้นไป
ก็จะเกิดความผูกพันกับพรรค เหมือนที่คนภาคใต้ส่วนหนึ่งมีความผูกพันกับพรรค ปชป
ไม่จำเป็นต้องทุ่มหาเสียงเป็นคราวๆในช่วงเลือกตั้ง และมีความพร้อมที่จะลงเลือกตั้งทุกเมื่อ
หาก ทรท สามารถสร้างความผูกพันกับพรรค แบบ ปชป ได้สำเร็จ
ในอนาคต ทรท อาจจะกลายเป็นฝ่ายที่ต่อต้านการซื้อเสียงด้วยซ้ำ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2006, 08:39 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #47 เมื่อ: 04-07-2006, 08:50 »


... เรื่องนี้เณรไม่เกี่ยว เพราะ....สติปัญญายัง......เล็ก


บอกตรงๆครับว่าเครียดครับ หลังจากอ่านหลายๆกระทู้แล้ว
บังเอิญวันนี้โชคดีมากที่ได้อ่านที่คุณ tom เขียนเอาไว้
ก็เลยขออนุญาตเขียนอะไรแปะไว้ให้คลายเครียดดังนี้
(ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น นอกจาก"ขำขัน"เท่านั้น ขออโหสิกรรม!)

ที่ผนังห้องน้ำในวัดแห่งหนึ่ง มีลายมือเขียน 4 แบบ เขียนต่อๆกันว่า
บวชชีเพราะหนีรัก
อกหักเพราะรักชี
บวช 10 ปีได้ชีหนเดียว
เณรไม่เกี่ยวเพราะเจี้**ยังเล็ก


 Very Happy Smile Very Happy
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #48 เมื่อ: 04-07-2006, 09:41 »

เรื่องที่สอง

พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีการบริหารภายในพรรค แบบประชาธิปไตย
ไม่ใช่ตัวแกนนำ หรือสมาชิกระดับ สส จะชี้นำพรรคได้เสมอไป


เมื่อคุณทักษิณยุบสภา พรรค ปชป ได้ประชุมกันเช้าจรดเย็น มีมติให้บอยคอตการเลือกตั้ง
ประมาณ 2-3 วันหลังจากการประชุมพรรค มีหนังสือพิมพ์(จำไม่ได้แน่ แต่คิดว่าเป็นไทยรัฐ)
คอลัมนิสต์หน้าในๆ ลงข่าวประเภทเจาะลึกการประชุม มีเรื่องที่น่าสนใจว่า
(ถ้าจำรายละเอียดผิดไปบ้างก็ขออภัย)

หนังสือพิมพ์เล่าว่าในวันนั้น พรรคเริ่มการประชุมโดยเตรียมตัวจะลงเลือกตั้ง
ในชั่วโมงแรกมีความหวัง เพราะมองเห็นแนวโน้มที่จะได้ที่นั่ง สส ในสภาเพิ่มขึ้น
ต่อมาแกนนำท่านหนึ่งมาถึง และเสนอแผนให้บอยคอต โดยให้ความเห็นว่า
แม้ ทรท จะเสียงตก แต่ประเมินว่า ยังไม่มากพอที่ ปชป จะพลิกกลับมาเป็นเสียงข้างมากได้
น่าจะลองโหนกระแสม๊อบ โดยทำการบอยคอต ยกสภาให้ ทรท ไปทั้งหมด
เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ม๊อบต้องเดินหน้าชน ขับไล่ทักษิณจนถึงที่สุด
ถ้าทักษิณถูกขับไล่ให้ต้องวางมือจากการเมืองได้ ทรท หมดผู้นำก็หมดความหมาย
ผู้เสนอแผนบอยคอต ให้เหตุผลว่า ถ้ามองระยะยาว ทรท มีแต่จะโตวันโตคืน
แม้วันนี้กำลังเพลี่ยงพล้ำ เสียงตกไปบ้าง อาจจะทำให้ได้ที่นั่ง สส น้อยลงบ้าง
แต่ถ้ายังคงได้เป็นรัฐบาลต่อไปอีกสี่ปี ทรท อาจจะเติบโตจนกลายเป็นพรรคใหญ่พรรคเดียว
ที่ครองเสียงข้างมากต่อเนื่อง ยี่สิบ สามสิบปี เหมือนการเมืองในญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์

แผนบอยคอตนี้เสี่ยงมาก เหมือนการทุ่มแทงหมดหน้าตัก
ถ้าม๊อบชนะ ก็ล้มระบอบทักษิณ พลิกสถานการณ์ไปเลย
แต่ถ้าม๊อบแพ้ ปชป ก็คงต้องออกไปนั่งเล่นการเมืองข้างถนน
ก็ในเมื่อมีแนวโน้มจะถูกเบียดให้กลายเป็นพรรคเล็กที่ไม่มีความหมายในอนาคต
แล้วทำไมจะไม่ลองเสี่ยงวัดดวงกันในวันนี้ไปเลย

เกิดกระแสความเห็นแตกเป็นสองทาง คุณอภิสิทธิ์ ไม่แน่ใจในแผนบอยคอต
ระหว่างที่กำลังถกเถียงกัน แกนนำอีกท่านได้รวบรวมสมาชิกที่เป็นกลุ่ม สส ของพรรค
ร่วมกันลงชื่อได้ 80 กว่าคน
ยื่นถึงหัวหน้าพรรค ขอให้ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้ง
เพื่อรักษากฎกติกาประชาธิปไตย ซึ่งเป็นจุดยืนยาวนานของพรรค ปชป

คุณอภิสิทธิเสนอให้ลงมติ ให้สมาชิกพรรคที่มาประชุมทุกคนลงคะแนน
ผลคือ สมาชิกพรรคที่อยู่ในที่นั้นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการบอยคอต

จะเห็นว่า ในพรรคการเมือง ก็มีการเมืองย่อยๆอยู่ข้างใน ดำเนินการโดยใช้มติเสียงข้างมาก
ปชป พรรคที่มีจุดยืนบนกติกาประชาธิปไตยยาวนาน เปลี่ยนจุดยืนในชั่วข้ามคืนเพราะ มติพรรค
ไม่รู้ว่าใครเริ่มจะมองเห็นอะไรบ้างไหม..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2006, 13:03 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
กาลามชน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 717


« ตอบ #49 เมื่อ: 04-07-2006, 10:03 »

รูปแบบการเมือง หลายประเทศ เป็นแบบรัฐบาลผสมหลายพรรค
เพราะไม่มีพรรคเสียงข้างมาก และไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง

ประเทศที่เจริญแล้ว ส่วนใหญ่เป็นแบบ พรรคเด่นสองพรรค
มีเสียงก้ำกึ่งกัน  ผลัดกันครองเสียงข้างมาก ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
แต่มักจะไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อเนื่องหลายสมัย เพราะพอบริหารเพลี่ยงพล้ำ
ประชาชนก็จะพลิกกลับไปเลือกอีกพรรค ให้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน สลับกัน

ประเทศที่เจริญแล้ว จำนวนหนึ่ง มีรัฐบาลแบบพรรคเดียวที่ใหญ่มาก
ครองเสียงข้างมากที่ท่วมท้น ยาวนานต่อเนื่องเป็นหลายสิบปี
ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ (ไต้หวันเพิ่งจะเปลี่ยนมาเป็นแบบสองพรรค)
การเมืองของประเทศเหล่านี้ จะเป็นการเมืองภายในพรรค
คือพอกลุ่มอำนาจเก่าที่บริหารพรรคบริหารประเทศเพลี่ยงพล้ำ ประชาชนเริ่มไม่พอใจ
จะเกิดกลุ่มยังเตอร์กในพรรคของตนเอง โผล่ขึ้นมาช่วงชิงอำนาจบริหารในพรรค


เรานึกไม่ออกว่าจะเกิดการเปลี่ยนกลุ่มอำนาจในพรรคกันได้อย่างไร
แต่มันเป็นไปได้ และเคยเกิดขึ้นแล้วในพรรคประเภทนั้น
เพียงแต่เรายังใหม่ ยังไม่เคยเห็น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2006, 10:35 โดย กาลามชน » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: