ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-09-2019, 02:06
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  จีนกับการผงาดเป็นมหาอำนาจทางอวกาศ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
จีนกับการผงาดเป็นมหาอำนาจทางอวกาศ  (อ่าน 4227 ครั้ง)
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« เมื่อ: 27-09-2008, 12:22 »

ขณะที่สหรัฐกำลังล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาภายในบ้าน จีนกำลังผงาดขึ้นเป็นเจ้าอวกาศรายใหม่อย่างเงียบๆ
บ่ายวันนี้ใครมี CCTV เปิดดูถ่ายทอดสด Taikonaut จีนออกไปเดินในอวกาศเป็นชาติที่ 3 ของโลกครับ
มหาอำนาจกำลังจะเปลี่ยนขั้ว ไทยเราเลือกจะอยู่ที่ใดครับ
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #1 เมื่อ: 27-09-2008, 15:13 »

ดูผ่านเ็น็ตทางเวปไหนได้บ้างขอLinkหน่อย
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 27-09-2008, 15:16 »

กระผมมี link นะ

http://tvonline.thaicool.com/worldtv/list-channel.asp?id=30


 
บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #3 เมื่อ: 27-09-2008, 15:21 »

ขอบคุณครับ ผู้ทำลาย
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 27-09-2008, 15:28 »

CCTV-5
CCTV-8
CCTV4- 1

ดูได้นะครับ


แต่ช่องอื่นกระผมเปิดดูไม่ได้ - -"

ปล. ทั้งนี้ยังไม่ได้ใช้  รับชมโดยการเปิดโปรแกรมภายนอก

ปล. 2 บางช่องเปิดไม่ได้ แต่มาลองอีกครั้งก็เปิดได้แฮะ ... = =
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 15:30 โดย ผู้ทำลาย » บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 27-09-2008, 15:41 »

นักบินอวกาศจีนกำลังเดินอวกาศอยู่ครับ  เอาธงชาติจีนไปโบกในอวกาศครั้งแรก  เป็นภาพที่น่าตื่นเต้น ปกติเห็นแต่ฝรั่งทำ ตอนนี้คนเอเชียทำได้แล้ว


ปีนี้จีนเจอแต่เรื่องร้ายๆทั้งนั้น ตั้งแต่ พายุหิมะ ประท้วงทิเบต แผ่นดินไหว แล้วมาเจอ วิกฤตินมทารกเป็นพิษอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 15:50 โดย AsianNeocon » บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 27-09-2008, 15:44 »

หัวหน้าทีมนักบินอวกาศ คือ 翟志刚 zhai2 zhi4 gang1 หรือไจ๋จื้อกัง (อ่านแบบไทยๆ)  ประวัติแกเป็นลูกชาวนายากจน แม่ขายเม็ดก๋วยจี๊ทอด ยากจนสุดๆ  แต่ลูกชายมีวาสนาได้ไปเดินอวกาศ
บันทึกการเข้า

เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #7 เมื่อ: 27-09-2008, 15:57 »

สุดยอดครับ คุณ AsianNeocon
 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 27-09-2008, 16:07 »

อยากให้ไทยได้ไปยืนบนแถวหน้าของเอเชียเทียบเคียงกับ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี บ้าง  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไทยพร้อมที่สุด

ไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว อยากน้อยขอให้มีเทคโนโลยีอะไรเด่นๆสักด้าน  ผมว่าเราควรส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรให้เป็นเลิศในโลกไปเลย ไม่ว่าจะเรื่องพรรณพืช ปุ๋ย เครื่องจักรการเกษตร ที่ไม่ต้องพึ่งต่างชาติ ถ้าพึ่งต่างชาติน้อยลง คนไทยก็จะพ้นจากความยากจน แล้วก็มั่งคั่งที่สุด จะได้ไหม   

(แต่คงต้องกำจัดไอ้พวกโจรปล้นชาติก่อน) 
บันทึกการเข้า

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #9 เมื่อ: 27-09-2008, 16:37 »

กล้องดับไป 2 นาที แต่ถือว่าสอบผ่านครับ
ภาพชัดเจนมากกว่ายุคก่อนตอนอเมริกาบุกเบิกอวกาศมาก
เห็นแม้แต่เศษขยะที่ลอยออกมาตอนเปิดประตูเลย  Very Happy
ภาพตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็สุดจะบรรยาย

หากจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกที่จีนกล้าถ่ายทอดสดภารกิจกลางอวกาศ
แสดงว่าน่าจะมั่นใจพอสมควรแล้ว
ภารกิจต่อไปน่าจะเป็น moon landing
น่าดูครับ
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 27-09-2008, 16:46 »

กล้องดับไป 2 นาที แต่ถือว่าสอบผ่านครับ
ภาพชัดเจนมากกว่ายุคก่อนตอนอเมริกาบุกเบิกอวกาศมาก
เห็นแม้แต่เศษขยะที่ลอยออกมาตอนเปิดประตูเลย  Very Happy
ภาพตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็สุดจะบรรยาย

หากจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกที่จีนกล้าถ่ายทอดสดภารกิจกลางอวกาศ
แสดงว่าน่าจะมั่นใจพอสมควรแล้ว
ภารกิจต่อไปน่าจะเป็น moon landing
น่าดูครับ


ไปดวงจันทร์ แล้วจีนจะแอบไปถอนธงสหรัฐออกไหมครับ
ทำบนดวงจันทร์ ไม่ผิดกฎหมายด้วยนะ
แม้แต่กฎบัตร UN ก็คงไปไม่ถึง 
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 27-09-2008, 16:47 »

ชุดเดินอวกาศ จีนไปซื้อเทคโนโลยีจากรัสเซียมาผลิตเองเป็นชุดแรก ก็คือชุดที่นักบินอวกาศคนแรกใส่ออกไปเดินอวกาศ

รัสเซียใจหนึ่งก็กลัวจีน แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวอเมริกา  แต่คิดๆแล้วเชื่อใจจีนมากกว่า  แล้วก็เป็นเทคโนโลยีที่ถือว่าเก่าแล้วสำหรับรัสเซีย



ผมคิดว่า ญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้แน่นอน ญี่ปุ่นแม้จะยังไม่ส่งยานอวกาศคนบังคับไปเอง แต่ก็มีศักยภาพตัดหน้าจีนไปลงดวงจันทร์ก่อน ต้องดูว่าใครจะไปลงดวงจันทร์ได้ก่อนระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ปีหน้าคงต้องเห็นญี่ปุ่นทำอะไรบางอย่างแน่นอน
บันทึกการเข้า

เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #12 เมื่อ: 27-09-2008, 16:59 »

หากจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกที่จีนกล้าถ่ายทอดสดภารกิจกลางอวกาศ
แสดงว่าน่าจะมั่นใจพอสมควรแล้ว
ภารกิจต่อไปน่าจะเป็น moon landing
น่าดูครับ

ไปดวงจันทร์ แล้วจีนจะแอบไปถอนธงสหรัฐออกไหมครับ
ทำบนดวงจันทร์ ไม่ผิดกฎหมายด้วยนะ
แม้แต่กฎบัตร UN ก็คงไปไม่ถึง 
ภารกิจเหยียบดวงจันทร์ในโครงการAPOLLO ยังเป็นที่กังขาว่าน่าจะเป็นการแหกตาชาวโลกน่ะ
ภารกิจ เหยียบดวงจันทร์ ของจีน จะเป็นการพิสูจน์ว่าการเหยียบดวงจันทร์ของ APOLLO ที่สงสัยกันมันของแท้ หรือของเทียม
 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #13 เมื่อ: 27-09-2008, 17:11 »

เทคโนโลยีทางอวกาศของจีนได้มาจากรัสเซียเยอะครับ
ชุดทีนักบินคนแรกที่ออกไปเป็นชุดทำในจีน แต่ชุดคนที่ส่งธงให้เป็นชุดรัสเซีย
เห็นที่หน้าอก ใต้คางนักบินคนที่ออกไปทำ spacewalk มีเหมือนฟองน้ำใสๆ ปุดๆ ในช่องมอง ไม่รู้มันคืออะไร

แต่ที่จีนกำลังจะก้าวกระโดดก็คือเทคโนโลยี EmDrive (Electromagnetic Drive) ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติหรือไม่
จีนกำลังสร้างระบบขับดันแบบ EmDrive ซึ่งใช้ไมโครเวฟในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแรงฉุด ซึ่งหากจีนสามารถทำระบบขับเคลื่อนแบบใหม่นี้ได้ และพิสูจน์ว่าระบบนี้สามารถทำงานได้จริง จีนก็จะมีเทคโนโลยีอวกาศที่สามารถครอบครองอวกาศได้เลย

ตอนนี้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐและรัสเซียไม่มีเงินที่จะมาส่งคนไปอวกาศสู้กับจีนแล้ว เหลือก็แต่ญี่ปุ่นนี่แหล่ะครับ
ปีสองปีนี้น่าจะสนุก Very Happy
บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #14 เมื่อ: 27-09-2008, 17:22 »

ภารกิจ เหยียบดวงจันทร์ ของจีน จะเป็นการพิสูจน์ว่าการเหยียบดวงจันทร์ของ APOLLO ที่สงสัยกันมันของแท้ หรือของเทียม
 

หากจีนไปลงดวงจันทร์ ถ่ายทอดกลับมายังโลก ปรากฎว่าไม่เหมือนที่อเมริกาไปลงเมื่อ 40 ปีก่อน รับรองคนอเมริกันมันต้องบอกว่าของจีนเป็นของปลอม เป็น CG เหมือนดอกไม้ไฟโอลิมปิกแน่  Very Happy

ว่าแต่ว่าเมื่อ 40 ปีก่อนเทคโนโลยีมันพอให้อเมริกาส่งคนไปลงดวงจันทร์ได้จริงเหรอ ผมก็ยังสงสัยอยู่เลย
พวกระบบ fault tolerance ต่างๆ สมัยก่อนมันยังไม่มีเลย
ลำพังส่งจรวดขึ้นจากโลกไปถึงดวงจันทร์ได้ก็ยากพอแล้ว ดันกลับมายังโลกได้อีก
รัสเซียยังทำไม่ได้เลย  Very Happy

จำได้ตอนเด็กๆ ดูหนังเรื่อง capricon one แผนลวงโลก ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไร แต่มานั่งคิดตอนนี้ เออมันก็น่าจะจริงแฮะ

ปล. ใครเกิดไม่ทันดู capricorn one ดูได้ที่ http://video.google.com/videoplay?docid=-364883774856478814
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 17:30 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 27-09-2008, 17:26 »

3 วันมานี้มีข่าว คนจีนถูกอเมริกาจับกุมถึง 2 คน

คนแรก เป็นชายวัยเกษียณอายุ 68  ชาวจีนสัญชาติอเมริกัน ถูกจับในฐานลักลอบนำเทคโนโลยีอวกาศไปให้รัฐบาลจีน

อีกคนเป็น ผู้หญิงวัย 40 ถือกรีนการ์ดอเมริกา พยายามลักลอบเอาเซ็นเซอร์ไฮเทค ซึ่งสามารถเอาไปเป็นส่วนประกอบอาวุธไฮเทคออกจากอเมริกา


จีนใช้ทุกรูปแบบ ทั้งทุ่มเงินซื้อ ทั้งพัฒนาเอง ทั้งก๊อปปี้ ทั้งขโมย ทั้ง reverse engineering  ทั้งจารกรรม    ไม่กลัวฝรั่งประณามเลย


ไทยควรหันมาคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติไม่ควรแคร์เสียงด่าจากฝรั่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 17:28 โดย AsianNeocon » บันทึกการเข้า

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #16 เมื่อ: 27-09-2008, 17:32 »

3 วันมานี้มีข่าว คนจีนถูกอเมริกาจับกุมถึง 2 คน

คนแรก เป็นชายวัยเกษียณอายุ 68  ชาวจีนสัญชาติอเมริกัน ถูกจับในฐานลักลอบนำเทคโนโลยีอวกาศไปให้รัฐบาลจีน

อีกคนเป็น ผู้หญิงวัย 40 ถือกรีนการ์ดอเมริกา พยายามลักลอบเอาเซ็นเซอร์ไฮเทค ซึ่งสามารถเอาไปเป็นส่วนประกอบอาวุธไฮเทคออกจากอเมริกา


จีนใช้ทุกรูปแบบ ทั้งทุ่มเงินซื้อ ทั้งพัฒนาเอง ทั้งก๊อปปี้ ทั้งขโมย ทั้ง reverse engineering  ทั้งจารกรรม    ไม่กลัวฝรั่งประณามเลย


ไทยควรหันมาคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติไม่ควรแคร์เสียงด่าจากฝรั่ง


เคยดู Pirate of Silicon Valley ใหมครับ
 Very Happy
บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #17 เมื่อ: 27-09-2008, 17:58 »

ขณะที่สหรัฐกำลังล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาภายในบ้าน จีนกำลังผงาดขึ้นเป็นเจ้าอวกาศรายใหม่อย่างเงียบๆ
บ่ายวันนี้ใครมี CCTV เปิดดูถ่ายทอดสด Taikonaut จีนออกไปเดินในอวกาศเป็นชาติที่ 3 ของโลกครับ
มหาอำนาจกำลังจะเปลี่ยนขั้ว ไทยเราเลือกจะอยู่ที่ใดครับ

อ่านแล้วเศร้าครับ คิดจะอยู่ในระบบอุปถัมไปนานเท่าไหร่
น่าจะกระตุ้นให้เรายืนได้ด้วยตัวเอง หรือเดินไปพร้อมกับ
ชาติอื่น ไม่ใช่คอยตามก้นคนอื่นเขา ให้กำลังใจ สร้างกำลังใจ
ให้คนในชาติหน่อยครับ อย่ามัวแต่ตัดกำลังใจกัน
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 27-09-2008, 18:14 »

3 วันมานี้มีข่าว คนจีนถูกอเมริกาจับกุมถึง 2 คน

คนแรก เป็นชายวัยเกษียณอายุ 68  ชาวจีนสัญชาติอเมริกัน ถูกจับในฐานลักลอบนำเทคโนโลยีอวกาศไปให้รัฐบาลจีน

อีกคนเป็น ผู้หญิงวัย 40 ถือกรีนการ์ดอเมริกา พยายามลักลอบเอาเซ็นเซอร์ไฮเทค ซึ่งสามารถเอาไปเป็นส่วนประกอบอาวุธไฮเทคออกจากอเมริกา


จีนใช้ทุกรูปแบบ ทั้งทุ่มเงินซื้อ ทั้งพัฒนาเอง ทั้งก๊อปปี้ ทั้งขโมย ทั้ง reverse engineering  ทั้งจารกรรม    ไม่กลัวฝรั่งประณามเลย


ไทยควรหันมาคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติไม่ควรแคร์เสียงด่าจากฝรั่ง




รบกวนดูนี่นิดนึง  อันนี้ฝีมือของเาหลีไต้ในฟุตบอลโลก2002

http://www.youtube.com/watch?v=ROucSxQEEyA


ฮะมันไม่แคร์   แต่โดนก่นด่าไปทั่วโลก  คงจะภูมิใจ   ส่วนตัวผมไม่สนับสนุน  วิธีนี้หรอก เพราะมันไม่น่าภูมิใจ ฮะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 18:16 โดย หมอ จิตเพศ » บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 27-09-2008, 18:22 »

แหม อันนั้นมันเรื่องกีฬาอะเพ่  การโกงในเกมกีฬาอันนั้นไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาติครับ หน้าด้านโกงเขาไปรังแต่จะเจอด่า 
บันทึกการเข้า

หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 27-09-2008, 18:33 »

แหม อันนั้นมันเรื่องกีฬาอะเพ่  การโกงในเกมกีฬาอันนั้นไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาติครับ หน้าด้านโกงเขาไปรังแต่จะเจอด่า 


ฮะเข้าใจว่าเรื่องกีฬาแต่ผลสะท้อนมันเหมือนกันแหละฮะ ถ้าขึ้นชื่อว่า(ขโมย)เค้ามา

เพราะไอกีฬามันก็ผลประโยชน์ของชาติเหมือนกันนั่นแหละ   ไม่ต่างกัน

จีนมีคนเก่งๆเยอะฮะ  เสียอย่างเดียว  ใช้เวลาเร็วและมักง่าย แม้ว่าจะขยันก็จริง

เหมือนกับคนไทยที่เก่ง  แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีและถูกต้องนั่นแหละ

เชื่อผมมั้ยหละ   ถ้าคนไทยได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ 

เท่าที่ควรจะได้รับการสนับสนุน   ป่านนี้ ไทย ได้ไป ก่อนจีนเป็นชาติๆ แล้ว

ลองคำนวนเงินที่นักการเมืองมันโกงเราไปแล้วเอามาลงตรงนี้ดีกว่าว่ามีความเป็นไปได้มั้ย 
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #21 เมื่อ: 27-09-2008, 18:46 »

อ่านข่าวจีนประสบความสำเร็จแล้วย้อนมองตัวเอง

ประเทศไทยแค่จะส่งดาวเทียมธีออสเข้าวงโคจร
ยังมีปัญหาติดขัดยืดเยื้อ(ไ่ม่รู้เรื่องไปถึงไหนแล้ว)

หรือแค่กองทัพอากาศจะผลิตเครื่องบินใช้งานเอง
ก็ยังติดขัด เพิ่งจะมาสำเร็จเอาตอนหลังรัฐประหาร
ใช้เวลาหลายปีแค่จะผลิตเครื่องบินสำหรับฝึกบิน

...

ศูนย์นิวเคลียร์สร้างเป็นสิบปีสุดท้ายโครงการคงล้ม
และดูเหมือนเรื่องจะเงียบหายไปแล้ว

ขณะที่ต่างประเทศเขามี LHC แต่ของไทยเรามีแค่
เครื่องเร่งอนุภาคนิวตรอนเล็กๆ อยู่ที่ ม.เชียงใหม่
โดยที่ต้องแบ่งโครงการวิจัยเกี่ยวกับด้านพลาสมา
ไปให้ ม.สงขลา ทำ (แยกกันไปคนละภูมิภาคเลย
ไม่งั้นรวมกันจะเป็นเงินก้อนใหญ่ขออนุมัติลำบาก)

ที่สำคัญคือนักวิทยาศาสตร์ไทยวิ่งหาอุปกรณ์
กันมาเองจนตั้งศูนย์วิจัยนิวตรอนได้


...

ทางด้านดาราศาสตร์ ที่ ม.เชียงใหม่ มีกล้องดูดาว
ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่มีแล้วไม่ได้ใช้งาน
อยู่หลายปี เพราะไม่มีทุนทำหอดูดาวเพื่อตั้งกล้อง

มาตั้งเป็นหอดูดาวสำเร็จ ก็เพราะพระอุปถัมภ์ของ
สมเด็จพระเทพฯ ไม่งั้นคงต้องห่อกล้องเก็บไว้เฉยๆ


...

หรือเอาแค่งานวิจัยด้านพลังงาน ในหลวงทำเรื่อง
น้ำมันดีโซฮอล์ (ดีเซลผสมเอธานอล) มาเป็นสิบปี
ใช้งานแล้วจริงๆ ในวังสวนจิตร สัดส่วนเอธานอล
อยู่ที่เกือบ 15% (แก๊สโซฮอล์ยังอยู่ที่ 10%)
โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์มากมาย

แต่ไม่เห็นรัฐบาลไหนเอามาทำต่อเป็นเรื่องเป็นราว
มีแค่แก๊สโซฮอล์ ทั้งที่ประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซล
มากกว่าน้ำมันเบนซินเป็นเท่าตัวเห็นๆ


ล่าสุดเปิดปั๊มน้ำมัน E85 ที่ไม่รู้ว่าจะมีรถที่ไหนไปเติม
และรัฐมนตรีพลังงาน เจ้าของไอเดียก็ไ่ม่อยู่ต่อแล้ว
Neutral

...

ถ้ามาดูด้านวัสดุศาสตร์ยิ่งอาการน่าเป็นห่วงไปใหญ่
ไทยมี NECTEC ที่ทำด้าน IT , มี BIOTEC ที่ทำ
ด้านชีวภาพ แต่แทบไม่มีใครรู้จัก MTEC ที่ทำงาน
ด้านวัสดุศาสตร์

หนักกว่านั้นหลายคนอาจไม่รู้ว่าวัสดุศาสตร์คืออะไร

...

มาดูเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แค่ Wi-MAX จนป่านนี้
รอดูมาจะครบปีแล้ว ยังไม่เห็นออกมาให้ใช้จริงสักที
ทั้งที่ก็ทดลองระบบเสร็จกันไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว

ผมก็ยังต้องทนใช้อินเตอร์เน็ต 256/128 มาเรื่อยๆ Confused

ที่เห็นก็มี ดร.แดน โม้ว่าจะให้มี Wi-MAX 75 Mbits
ผมก็สงสัยว่าถ้าจริงจะเอา Banwidth ที่ไหนรองรับ?

นี่ขนาดเป็นโครงสร้างที่เอกชนเป็นคนออกเงินลงทุน
รัฐบาลไม่ต้องควักกระเป๋าแท้ๆ ยังล่าช้าเลยครับ
 

...

มองไปทุกด้านก็มีเรื่องให้บ่นมันได้ทุกด้านจริงๆ

ผมว่างานวิจัยของไทยเราก็มีเยอะนะครับ เพียงแต่
เป็นการแยกกันทำ และไม่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์
ของประเทศ  ดูเหมือนกลายเป็นวิจัยทิ้งๆ ขว้างๆ

ถ้าจำไม่ผิดงบประมาณแผ่นดินกว่า 70% ต้องจ่าย
เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับข้าราชการ เช่น เงินเดือน
ที่เหลือยังต้องใช้แจกผ่านโครงการเอาใจประชาชน

แค่เงินจะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็ยังมีไม่พอ
แล้วเรื่อง R&D จะไปหวังอะไรได้ล่ะครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #22 เมื่อ: 27-09-2008, 18:58 »

คุณ G
ประเทศของเขา เขาให้เราอาศัยอยู่ก็บุญแล้ว
อย่าบ่นมากน่า  Very Happy
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 27-09-2008, 19:22 »



แค่เงินจะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็ยังมีไม่พอ
แล้วเรื่อง R&D จะไปหวังอะไรได้ล่ะครับ



จริงเนอะ วันนี้ CCTV ทำสกู๊ป "เบื้องหลัง" ครับ (มาแบบเดียวกับสมัยสกู๊ปเบื้องหลังพิธีเปิดโอลิมปิก)

ตะลึงสุดๆกับพวก facility (ภาษาไทยเรียกว่าอะไรดีล่ะ ลืมกะทันหัน  ) ซึ่งใช้ฝึกนักบินอวกาศจีน มีทั้งแท้งก์น้ำขนาดยักษ์ แบบที่อเมริกาและรัสเซียมี

รวมทั้งวันนี้ช่อง Phoenix ก็มีสกู๊ปเกี่ยวกับสถาบันวิศวกรรมการบินของจีน ที่ผู้นำเขามีดำริให้ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างคนที่จะมาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีด้านการบินและอวกาศ ชื่อว่า ซีเป่ย์กงเฉิง อะไรสักอย่าง อยู่ที่ซีอาน  ได้ยินว่าที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็มีอะไรประมาณนี้  ผู้นำเขารุ่นเก่าๆมีดำริให้สร้างมานานนับ 20 ปีแล้ว เป็นการหว่านเมล็ดหวังผลระยะยาว แล้วก็คุ้มจริงๆ  ทำให้ไม่ต้องพึ่งฝรั่ง และเปิดช่องทางอีกทางในการค้นพบใหม่ๆที่อาจจะก้าวกระโดดได้เร็วยิ่งขึ้น


ประเทศไทยนั้น พร้อมทุกอย่าง พร้อมมากกว่าจีนหลายเท่า ประชากรพอเหมาะ มีความคิดสร้างสรรค์ก็มาก  ดิน น้ำ อุดมสมบูรณ์ ภัยธรรมชาติร้ายแรงก็ไม่มี ที่ตั้งก็เป็นศูนย์กลาง  เป็นมหาอำนาจได้สบายๆ แต่กลับ ........................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 19:27 โดย AsianNeocon » บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #24 เมื่อ: 27-09-2008, 19:39 »

คุณ G
ประเทศของเขา เขาให้เราอาศัยอยู่ก็บุญแล้ว
อย่าบ่นมากน่า  Very Happy

โอ๊ยยยยยยย เจ็บจิ๊ดเลยค่ะ 

เพราะเราอาศัยอยู่บ้านไหน เราก็อยากมีส่วนร่วมทำให้บ้านนั้นดีขึ้น
แต่เจ้าของบ้านนอกจากจะไม่ให้โอกาสแล้ว ยังกลับทำลายโอกาสเสียเอง

ปล. พอทราบจากกระทู้เมื่อตอนบ่ายนี้ รีบลงไปจะเปิดทีวี แต่ช้ากว่าอาตั่วเฮียไปหนึ่งก้าว  Mr. Green


บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #25 เมื่อ: 27-09-2008, 19:54 »


จริงเนอะ วันนี้ CCTV ทำสกู๊ป "เบื้องหลัง" ครับ (มาแบบเดียวกับสมัยสกู๊ปเบื้องหลังพิธีเปิดโอลิมปิก)

ตะลึงสุดๆกับพวก facility (ภาษาไทยเรียกว่าอะไรดีล่ะ ลืมกะทันหัน  ) ซึ่งใช้ฝึกนักบินอวกาศจีน มีทั้งแท้งก์น้ำขนาดยักษ์ แบบที่อเมริกาและรัสเซียมี

รวมทั้งวันนี้ช่อง Phoenix ก็มีสกู๊ปเกี่ยวกับสถาบันวิศวกรรมการบินของจีน ที่ผู้นำเขามีดำริให้ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างคนที่จะมาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีด้านการบินและอวกาศ ชื่อว่า ซีเป่ย์กงเฉิง อะไรสักอย่าง อยู่ที่ซีอาน  ได้ยินว่าที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็มีอะไรประมาณนี้  ผู้นำเขารุ่นเก่าๆมีดำริให้สร้างมานานนับ 20 ปีแล้ว เป็นการหว่านเมล็ดหวังผลระยะยาว แล้วก็คุ้มจริงๆ  ทำให้ไม่ต้องพึ่งฝรั่ง และเปิดช่องทางอีกทางในการค้นพบใหม่ๆที่อาจจะก้าวกระโดดได้เร็วยิ่งขึ้น


ประเทศไทยนั้น พร้อมทุกอย่าง พร้อมมากกว่าจีนหลายเท่า ประชากรพอเหมาะ มีความคิดสร้างสรรค์ก็มาก  ดิน น้ำ อุดมสมบูรณ์ ภัยธรรมชาติร้ายแรงก็ไม่มี ที่ตั้งก็เป็นศูนย์กลาง  เป็นมหาอำนาจได้สบายๆ แต่กลับ ........................


facility แปลว่า "สิ่งอำนวยความสะดวก" ดีไหมครับ 

สำหรับประเทศไทยถ้าผมสามารถสั่งให้ทำอะไรก็ได้
ผมจะตัดงบประมาณส่วนที่ใช้แจกเอาใจประชาชน
อย่างงบ "กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น"

ปีหนึ่งๆ มีงบประมาณมากกว่า แสนล้านบาท นะครับ
แต่จ่ายเป็นเบี้ยหัวแตก ละลายกับโครงการ "ส่งเสริม"
ที่ดูเหมือนคิดกันได้ไม่รู้จบ แต่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

สมมุติว่าตัดออกมาได้สักปีละ 3 หมื่นล้านบาท
ภายใน 10 ปีจะมีงบถึงขนาดสร้าง LHC ได้เลย!!!


และเงินจำนวนนี้ถ้าในแต่ละปี focus เพื่อทำ R&D
ให้สำเร็จเป็นเรื่องๆ ใน 10 ปีก็จะทำได้ 10 เรื่อง

..แค่นั้นประเทศไทยก็ก้าวหน้าได้มหาศาลแล้วครับ..

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ดูเหมือนงบประมาณ
ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนี้จะเป็น
อู่ข้าวอู่น้ำของใครหลายคนน่ะครับ
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #26 เมื่อ: 27-09-2008, 20:37 »

ผมว่าประเทศไทยจะเป็นทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ
ประเทศไทยไม่มีพื้นฐานอื่นเลยนอกจากการเกษตรกับอาหาร
เราไม่ต้องไปอวกาศ ไม่ต้องมีดาวเทียมเป็นของตนเอง ไม่ต้องมีห้อง lab เอาโปรตรอนมาชนกันหรอก
ซอฟต์แวร์ ยานยนต์ แฟชั่น ก็ไม่ใช่เรา <--- ไม่รู้ใครไปทำ SWOT มาแล้วบอกว่าเมืองไทยมีจุดแข็งเรื่องซอฟต์แวร์ แฟชั่น ฟังแล้วจะอ๊วก
เมื่อนึกถึงประเทศไทย เขานึกถึงอาหารไทยอย่างเดียว (หากไม่นับโสเภณี)

ดังนั้น ทั้งประเทศต้องมุ่งเน้นทางเดียวคืออุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์จากการเกษตรอย่างที่คุณ AsianNeocon ว่านั่นแหล่ะ

แทนที่จะทุ่มเงินสะเปะสะปะ ประเทศไทยไม่มีเงินมากอย่างเขา เราเอาเงินมาทุ่มเรื่องอาหาร สร้างแบรนด์อาหารของไทยในหมวดต่างๆ

รวมทั้งการบริการที่เกี่ยวกับอาหาร เช่นการ certify แหล่งที่มาของอาหาร โลจิสติกส์ของสินค้าการเกษตรและอาหาร ตลาดซื้อขายอาหารของโลก บริการรับจ้างปลูกพืช ดูแลจัดการฟาร์ม ฯลฯ สร้างเป็นอาชีพใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำในโลกนี้

มหาวิทยาลัยก็สอนนักเรียนให้มุ่งเน้นเรื่องอุตสาหรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนทางด้านบริหาร วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

ห้อง lab ต่างๆ ก็มุ่งวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารเป็นหลัก ตั้งสถาบันมาตรฐานอาหารเพื่อเป็นศูนย์กลางอาหารให้ได้
ใครจะเป็นศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางแฟชั่น ศูนย์กลางซอฟต์แวร์ ก็ให้เขาเป็นไป แต่เราต้องเป็นศูนย์กลางอาหารโลกให้ได้

เราต้องทำให้ประเทศไทยมีชาวนา ชาวไร่ระดับปริญญา-ด็อกเตอร์มากๆ
หากเรามุ่งเน้นไปทางเดียวมันก็จะเกิดเป็นความเชี่ยวชาญระดับประเทศขึ้น
ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยพยายามเป็นหลายๆ อย่างที่ไม่ใช่เราเลย
การเกษตรและอาหารคือสิ่งที่เราจะ diffentiate จากประเทศอื่นๆ ได้
การเกษตรและอาหารคือจุดที่เราควรจะยืนบนโลกใบนี้ในขณะที่อำนาจของโลกกำลังจะเปลี่ยนไป
และเราต้องมองหาประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไปให้ได้
ไม่ใช่นั่งมองแบบเหม่อๆ แล้วก็ปล่อยให้คนอื่นเขาชิงตัดหน้าไป


กฎข้อหนึ่งในโลกธุรกิจก็คือ
ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมมีโอกาสใหม่ๆ เสมอ
แล้วแต่เราจะเลือกนั่งมองเฉยๆ หรือมองในแง่ร้าย หรือมองเป็นโอกาส
อำนาจของโลกกำลังจะเปลี่ยน และเปลี่ยนอย่างรวดเร็วมาก
ประเทศไทยจะนั่งดูเฉยๆ หรืออย่างไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 21:07 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #27 เมื่อ: 27-09-2008, 20:49 »


เหมือนกับคนไทยที่เก่ง  แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีและถูกต้องนั่นแหละ

เชื่อผมมั้ยหละ   ถ้าคนไทยได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ 

เท่าที่ควรจะได้รับการสนับสนุน   ป่านนี้ ไทย ได้ไป ก่อนจีนเป็นชาติๆ แล้ว


ขอโทษที อย่าหาว่าดูถูกคนชาติเดียวกันเลย
ผมไม่เชื่อว่าหากคนไทยได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์เท่าที่ควรจะได้ ป่านนี้เราไปเดินในอวกาศได้แล้ว
เห็นพูดกันจัง ไม่ว่าเรื่องอะไร
คนไทยเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน
อันนั้นมันความเชื่อ เอาไว้ปลอบใจตนเอง
ประเทศไหนๆ เขาก็พูดอย่างนี้กันทั้งนั้นแหล่ะ
แต่ทำได้ไม่ได้นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง

ทุกประเทศเขาก็มีคนเก่งระดับอัจฉริยะทั้งนั้น ไม่ได้มีแต่ในเมืองไทย
แต่การเอาคนเก่งมาทำงานร่วมกันให้เกิดเป็นงานขนาดนั้น มันต้องการมากกว่าความเก่งของปัจเจกบุคคลมาก
อย่าหลอกตัวเองเลย การไปเดินในอวกาศมันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดและทำได้
เรามีเรื่องอื่นที่ประเทศอื่นเขาทำไม่ได้หรือเขามองข้ามไป
สำหรับประเทศไทยเราต้องหาอะไรที่เป็นช่องว่างขนาดเล็กให้เราแทรกเข้าไปยิ่งใหญ่ได้
ไม่ใช่จะเป็นไปเสียทุกอย่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 20:55 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 27-09-2008, 21:10 »

ที่จีนมีโครงการอวกาศ หรือการพัฒนาต่างๆ ต้องทำเพราะความจำเป็น เนื่องจากมีประชากรล้นเกิน การพึ่งพาแต่เทคโนโลยี โดยซื้อเขาลูกเดียวโดยตัวเองไม่มีฐาน อนาคตเป็นเรื่องอันตราย ตามหลักความประหยัดต่อขนาด หรือ economy of scale


ไทยมีเกษตร การผลิตอาหาร การประกอบอาหาร คือจุดแข็งของคนไทยจริงๆ  แต่นักการเมืองกลับเห็นเป็นแหล่งหาผลประโยชน์ขูดกับชาวไร่ชาวนามาตลอด โดยร่วมมือกับนายทุนนั่นแหละ

พวกญี่ปุ่นมันเห็นเมืองไทยเป็นทองคำ เวลานี้จ้องเข้ามาใช้พื้นที่อุดมปลูกพืชผัก โดยเอาเมียไทยเป็นนอมินี  หรือทางเหนือของไทยเดี๋ยวนี้พวกญี่ปุ่นก็นิยมมากว้านซื้อที่ดินเตรียมจะสร้างเป็นนิคมสำหรับชาวญี่ปุ่นวัยเกษียณ ที่จะมาพำนักพักพิง (จริงๆคือมาแย่งทรัพยากรคนไทยใช้)   พวกคนจีนก็เห็นเมืองไทยเป็นขุมทรัพย์ไม่แพ้กัน


ที่ต่างชาติสำรวจว่าเมืองไทยเป็นสถานที่น่ามาท่องเที่ยวเพราะทิวทัศน์งดงาม แถมราคาถูก คนไทยอัธยาศัยดี   อย่าไปหน้าบานนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าให้คนไทยไปทำป่าเถื่อนกับต่างชาติ แต่ว่าให้พึงสำนึกว่า ต่างชาติ พวกฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี น่ะเขากำลังมาแย่งทรัพยากร(ซึ่งควรจะถูกจัดสรรไปให้คนไทยด้วยกัน) เอาไปใช้ในราคาถูก ผ่านช่องว่างทางกฎหมายที่นักการเมืองไปเปิดช่อง  คนไทยเราดันไปหน้าบานกับแค่คำชมแล้วก็เงินที่เข้ามา ไม่คุ้มกับทรัพยากรที่ไปแบ่งให้เขาใช้
บันทึกการเข้า

sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #29 เมื่อ: 27-09-2008, 21:26 »




พวกญี่ปุ่นมันเห็นเมืองไทยเป็นทองคำ เวลานี้จ้องเข้ามาใช้พื้นที่อุดมปลูกพืชผัก โดยเอาเมียไทยเป็นนอมินี  หรือทางเหนือของไทยเดี๋ยวนี้พวกญี่ปุ่นก็นิยมมากว้านซื้อที่ดินเตรียมจะสร้างเป็นนิคมสำหรับชาวญี่ปุ่นวัยเกษียณ ที่จะมาพำนักพักพิง (จริงๆคือมาแย่งทรัพยากรคนไทยใช้)   พวกคนจีนก็เห็นเมืองไทยเป็นขุมทรัพย์ไม่แพ้กัน




ไม่ใช่เฉพาะญี่ปุ่นหรอกครับ ฝรั่งเข้ามาทำการเกษตรในเมืองไทยเยอะแยะ
ลองไปดูเว็บบอร์ดพวก expat ในเมืองไทย เช่น http://www.thaivisa.com/forum/Farming-Thailand-Forum-f104.html สิครับ
ฝรั่งมันสนใจเข้ามาทำการเกษตรแทบทุกอย่างในเมืองไทยเลย
แต่ชาวไร่ชาวนาไทยกลับทิ้งนาเข้ามาแบกปูน ขับแท๊กซี่ในกรุง
บางคนส่งลูกเรียนหนังสือแทบตายเพื่อให้กลายเป็นลูกจ้างเขา
กลับบ้านนอกทีนึงทำเป็นเท่ว่าได้ทำงานออฟฟิศในกรุง
โง่หรือฉลาดไม่รู้
บันทึกการเข้า
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #30 เมื่อ: 27-09-2008, 21:44 »

พิชัยสงคราม ท่านว่า ว่าไว้ว่า ผูกมิตรใกล้ ดีกว่า ผูกมิตรไกล

ผมคิดว่า โดยพื้นฐานทางวัฒนธรรม และ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยและจีน แนบแน่นหมดทุกด้าน ยกเว้นด้านยุทธศาสตร์การทหาร

กองทัพไทย ยังคงบริโภคเทคโนโลยีอาวุธจากอเมริกาอย่างแนบแน่น ไม่เคยคิดจะพัฒนาหรือสร้างเองบ้าง เช่น รถถัง เรือรบประจัญบานขนาดกลาง เครื่องบินขับไล่ขนาดเล็กตอนนี้ทีทำได้ ก็แค่พวกเครื่องยิงจรวด กับ ปื่นใหญ่ แต่ อาวุธแบบอื่นๆ เรายังทำไมได้สักอย่าง มีแต่ซื้อๆๆ เขา

นี่ในหลวงท่านก็ริเริ่มให้ กองทัพเรือต่อเรือลาดตระเวณ ใช้เองบ้างแล้ว ผมก็หวังว่า กองทัพไทย น่าจะเริ่มคิดที่จะทำอะไรเองบ้างได้แล้ว ไม่ใช่ไปยืมจมูกคนอื่นเขาหายใจหมด

ขนาดมีเงินซื้่อเครื่องบินขับไล่ F16 แต่เขาก็ไม่ยอมขายจรวดนำวิถีติดเครื่องบิน เราก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 27-09-2008, 21:54 »

ขอโทษที อย่าหาว่าดูถูกคนชาติเดียวกันเลย
ผมไม่เชื่อว่าหากคนไทยได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์เท่าที่ควรจะได้ ป่านนี้เราไปเดินในอวกาศได้แล้ว
เห็นพูดกันจัง ไม่ว่าเรื่องอะไร
คนไทยเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน
อันนั้นมันความเชื่อ เอาไว้ปลอบใจตนเอง
ประเทศไหนๆ เขาก็พูดอย่างนี้กันทั้งนั้นแหล่ะ
แต่ทำได้ไม่ได้นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง

ทุกประเทศเขาก็มีคนเก่งระดับอัจฉริยะทั้งนั้น ไม่ได้มีแต่ในเมืองไทย
แต่การเอาคนเก่งมาทำงานร่วมกันให้เกิดเป็นงานขนาดนั้น มันต้องการมากกว่าความเก่งของปัจเจกบุคคลมาก
อย่าหลอกตัวเองเลย การไปเดินในอวกาศมันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดและทำได้
เรามีเรื่องอื่นที่ประเทศอื่นเขาทำไม่ได้หรือเขามองข้ามไป
สำหรับประเทศไทยเราต้องหาอะไรที่เป็นช่องว่างขนาดเล็กให้เราแทรกเข้าไปยิ่งใหญ่ได้
ไม่ใช่จะเป็นไปเสียทุกอย่าง



คุณว่า ดร อาจอง นี่ หัวดำหรือหัวแดง   คนไทยไม่โง่หรอกครับ  เชื่อผมเถอะ  แค่ขาดการสนับสนุน  และความเข้าใจแค่นั้นเอง

คุณเคยได้ยินคำนี้ป่าวหละ  เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย    อยู่ที่ผู้นำคนไหนเท่านั้นแหละจะกล้าคิดกล้าทำ  กล้าได้กล้าเสีย 

หากวันนี้คุณคิดว่าคนไทยโง่  มันก็ไม่มีวันฉลาดหรอก   แต่ถ้าคุณคิดว่าคนไทยฉลาด  แล้วคุณกล้าที่จะเปิดอะไรที่ ไม่มีคนอื่นกล้าทำ

วันนึงก็จะเห็นผลเองแหละ    อย่างที่ คหของคุณ Arch_FreeMan  นั่นแหละ  อะไรๆ ทำไมได้ ซื้อๆๆๆๆๆ

ถามง่ายๆ  ไอพวกที่ ไปประกวดหุ่นยนต์ ได้รางวัล ระดับโลก นี่หัวเหลือง หรือหัวดำ  จบแล้ว ไปทำงานที่ไหน  !

 


จะบอกว่า  เวียดนาม  ใครจะเรียนวิทยาศาสตร์  เค้าให้เรียนฟรี

เหมือนกับอินเดีย  นั่นแหละ 


ความเป็นอัจฉริยะ  ไม่ไม่ได้มาจากพรสวรรณ์ หรอกครับ  มาจากพร แสวงล้วนๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 22:15 โดย หมอ จิตเพศ » บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #32 เมื่อ: 27-09-2008, 22:20 »

ผมว่าประเทศไทยจะเป็นทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ
ประเทศไทยไม่มีพื้นฐานอื่นเลยนอกจากการเกษตรกับอาหาร
เราไม่ต้องไปอวกาศ ไม่ต้องมีดาวเทียมเป็นของตนเอง ไม่ต้องมีห้อง lab เอาโปรตรอนมาชนกันหรอก
ซอฟต์แวร์ ยานยนต์ แฟชั่น ก็ไม่ใช่เรา <--- ไม่รู้ใครไปทำ SWOT มาแล้วบอกว่าเมืองไทยมีจุดแข็งเรื่องซอฟต์แวร์ แฟชั่น ฟังแล้วจะอ๊วก
เมื่อนึกถึงประเทศไทย เขานึกถึงอาหารไทยอย่างเดียว (หากไม่นับโสเภณี)

ดังนั้น ทั้งประเทศต้องมุ่งเน้นทางเดียวคืออุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์จากการเกษตรอย่างที่คุณ AsianNeocon ว่านั่นแหล่ะ

แทนที่จะทุ่มเงินสะเปะสะปะ ประเทศไทยไม่มีเงินมากอย่างเขา เราเอาเงินมาทุ่มเรื่องอาหาร สร้างแบรนด์อาหารของไทยในหมวดต่างๆ

รวมทั้งการบริการที่เกี่ยวกับอาหาร เช่นการ certify แหล่งที่มาของอาหาร โลจิสติกส์ของสินค้าการเกษตรและอาหาร ตลาดซื้อขายอาหารของโลก บริการรับจ้างปลูกพืช ดูแลจัดการฟาร์ม ฯลฯ สร้างเป็นอาชีพใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำในโลกนี้

มหาวิทยาลัยก็สอนนักเรียนให้มุ่งเน้นเรื่องอุตสาหรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนทางด้านบริหาร วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

ห้อง lab ต่างๆ ก็มุ่งวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารเป็นหลัก ตั้งสถาบันมาตรฐานอาหารเพื่อเป็นศูนย์กลางอาหารให้ได้
ใครจะเป็นศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางแฟชั่น ศูนย์กลางซอฟต์แวร์ ก็ให้เขาเป็นไป แต่เราต้องเป็นศูนย์กลางอาหารโลกให้ได้

เราต้องทำให้ประเทศไทยมีชาวนา ชาวไร่ระดับปริญญา-ด็อกเตอร์มากๆ
หากเรามุ่งเน้นไปทางเดียวมันก็จะเกิดเป็นความเชี่ยวชาญระดับประเทศขึ้น
ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยพยายามเป็นหลายๆ อย่างที่ไม่ใช่เราเลย
การเกษตรและอาหารคือสิ่งที่เราจะ diffentiate จากประเทศอื่นๆ ได้
การเกษตรและอาหารคือจุดที่เราควรจะยืนบนโลกใบนี้ในขณะที่อำนาจของโลกกำลังจะเปลี่ยนไป
และเราต้องมองหาประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เปลี่ยนไปให้ได้
ไม่ใช่นั่งมองแบบเหม่อๆ แล้วก็ปล่อยให้คนอื่นเขาชิงตัดหน้าไป

ความเห็นของคุณ sleepless ต่างกับมุมมองของผมมากเลยครับ
โดยเฉพาะความเห็นที่ว่า...


"ประเทศไทยไม่มีพื้นฐานอื่นเลยนอกจากการเกษตรกับอาหาร"

ส่วนตัวผมมองว่า.. ความจริงประเทศไทยมีพื้นฐานมากมายครับ
แน่นอนว่ามีเรื่องการเกษตรอยู่ด้วย แต่ก็ต้องระลึกไว้เสมอว่า..

จุดแ็ข็งด้านการเกษตรของไทย ไม่ได้มีเพราะเราเพาะปลูกเก่ง-
กว่าประเทศอื่นในโลก แต่เป็นเพราะกำลังการผลิตของไทยเรา
สามารถผลิตได้เหลือกินเหลือใช้ ก็เลยส่งออกได้ในสัดส่วนที่สูง
เป็นแบบนี้เพราะไทยมีพื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยต่อหัวประชากรสูงมาก


แต่ไ่ม่ใช่ว่าเราผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ความจริง-
เราปลูกด้วยต้นทุนพอๆ กันหรือสูงกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุให้
เกษตรกรไทยต้องประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด


...

ในขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งจริงๆ ที่ได้เปรียบประเทศอื่นจริงๆ
นอกเหนือจากเรื่องการเกษตร เช่น..

- จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งประเทศ ที่เป็นศูนย์กลางภูมิภาค
- จุดแข็งด้านภาพลักษณ์ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์
- จุดแข็งด้านบริการ ที่บางบริการได้สั่งสมจนเป็นที่ยอมรับแล้ว
  เช่น บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคาไม่แพง
- จุดแข็งด้านอุตสาหกรรม ที่พัฒนาตัวเองจนมีระดับเทคโนโลยี
  และความชำนาญสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศแล้ว
- จุดแข็งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ได้สั่งสมมายาวนาน
  กับมิตรประเทศบางรายเป็นการเฉพาะ เช่น จีน ญี่ปุ่น สเปน ฯลฯ


...

ถ้าถามผมว่า... แล้วประเทศไทยเราขาดอะไรมากที่สุด
คงต้องตอบว่าเรามักขาด "ยุทธศาสตร์ประเทศ"
(ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
้ถ้ามีก็ยังดีกว่าไม่มียุทธศาสตร์เลย)

ตัวอย่าง ยุทธศาสตร์ "เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า"
ของรัฐบาลชาติชาย ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทย
ทุกภาคส่วนมีการเคลื่อนไหวตอบรับอย่างคึกคัก

แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลมีปัญหาทุจริตบุปเฟต์คาบิเนต
กระทั่งถูกคณะ รสช. ยึดอำนาจ นำไปสู่พฤษภาทมิฬ
จากนั้นประเทศไทยก็ขาดยุทธศาสตร์อยู่เป็นเวลานาน

ต่อมาถูกซ้ำเติมจาก วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 เข้าไปอีก
ต้องดิ้นรนแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าอยู่หลายปี


...

เพิ่งจะได้มียุทธศาสตร์กันอีก ก็คงเป็นยุครัฐบาลทักษิณ
ที่เสนอ "ทักษิโณมิกส์" ได้รับการตอบสนองในช่วงแรก

น่าเสียดายที่รัฐบาลทักษิณมีปัญหาทุจริตเชิงนโยบาย
และมีปัญหาไม่สามารถประสานกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ
เนื่องจากเหมาผลประโยชน์เข้าพวกตัวเองฝ่ายเดียว

รัฐบาลทักษิณไม่สามารถสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว
เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ประเทศ กลับสร้างความแตกแยก
ขึ้นภายในประเทศแทน กลายเป็นสภาพที่ไม่ว่าจะมีการ
วางยุทธศาสตร์อย่างไร ก็จะต้องมีคนตั้งข้อระแวงสงสัย


ทำให้ช่วงหลังของการดำรงตำแหน่งไม่ได้ทำอะไรเลย
นอกจากทะเลาะกับฝ่ายต่อต้าน.. สุดท้ายถูกรัฐประหาร


...

สืบเนื่องมาถึงปัจจุบันมีรัฐธรรมนูญใหม่+เลือกตั้งใหม่แล้ว

แต่เราก็ยังคงลุกไ่ม่ขึ้น  รัฐบาลหมดสภาพนำเพราะสังคม
เสื่อมสิ้นศรัทธา ไม่เชื่อว่าจะมีปัญญานำพาประเทศได้
และยังระแวงว่าจะใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

พรรคร่วมรัฐบาล และแกนนำยังถูกฟ้องดำเนินคดีมากมาย
ไม่ต้องพูดถึงการออกยุทธศาสตร์ประเทศ แค่แก้ปัญหา-
เฉพาะหน้าไปวันๆ ก็จะเอาตัวไม่รอดแล้วครับ


...

ผมเชื่อว่าตอนนี้ทุกคนมองข้ามรัฐบาลปัจจุบันกันไปแล้ว
และยังไม่มีความหวังว่าเลือกตั้งคราวหน้าจะมีทางออก

..ยุทธศาสตร์ประเทศจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้..

ประเทศที่ไม่มียุทธศาสตร์ก็เหมือนเรือที่ลอยลำอยู่เฉยๆ
ปล่อยให้คลื่นลมซัดพาไปตามยถากรรม


ต่อให้มียุทธศาสตร์แล้ว ก็ยังไ่ม่รู้ว่าจะมีใครมาขับเคลื่อน
เพราะจะต้องเป็นตัวแทนที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ยุทธศาสตร์ประเทศที่ไม่มีผู้ขับเคลื่อนก็เหมือนแผนเดินเรือ
ที่เก็บไว้เฉยๆ ไม่มีกัปตันที่จะนำเรือไปสู่จุดหมายครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 22:22 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 27-09-2008, 23:03 »

เมื่อมองกลับมาเมืองไทย ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับใครในกระทู้นี้

ข้อสรุป ก็คือ วังเวง 
บันทึกการเข้า

RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 27-09-2008, 23:40 »

คนไทยเก่งจริง แต่ระบบองค์กรของไทยมันห่วย
ทำให้คนเก่งไม่มีองค์กรจะอยู่ ไม่มีที่ให้ใช้ความสามารถ
รวมถึงวิธีการทำงานเป็นทีมก็ไม่มี ระเบียบวินัยก็ต่ำ
แบบนี้ทำงานใหญ่ลำบากครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 28-09-2008, 00:17 »

คนไทยเก่งจริง แต่ระบบองค์กรของไทยมันห่วย
ทำให้คนเก่งไม่มีองค์กรจะอยู่ ไม่มีที่ให้ใช้ความสามารถ
รวมถึงวิธีการทำงานเป็นทีมก็ไม่มี ระเบียบวินัยก็ต่ำ
แบบนี้ทำงานใหญ่ลำบากครับ

ไม่เห็นด้วยเลย

คนจีนก็ระเบียบวินัยต่ำกว่าคนไทยซะอีก นั่นคือสาเหตุหนึ่งของ วิกฤตินมผงเด็กปนเปื้อนเมลามีน เพราะความชุ่ย  ทำงานเป็นทีมหรือ คนจีนก็ไม่เป็นทีม ดูจากการเล่นกีฬาเป็นทีม ทั้งระดับโอลิมปิกหรือมาถึงระดับคนธรรมดา จีนก็ไม่ได้เก่งเรื่องพวกนี้

แต่เท่าที่ผมสัมผัสมา  คนจีนมีข้อดี 2-3 อย่างที่อาจจะเป็นจุดแข็งที่ชดเชยจุดด้อย แล้วทำให้เด่นกว่าไทย คือ ภูมิใจในชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ อันนี้ชัดเจน   อย่างที่สองคือ หูผึ่ง อยากเรียนรู้เทคนิคแปลกๆใหม่ๆจากใครก็ได้   สามก็คือ แข่งขันจนเป็นความเคยชิน  พอคนจีนมาเห็นเมืองไทยแล้วสงสัยทำไมคนไทยจะคิดอะไรช้ากว่า แต่สบายๆ ไทยก็มีของดีหลายด้านที่คนจีนอยากจะมาเรียนรู้เอากลับไปบ้านเขา คือ ความสามารถด้านช่างของคนไทย ไม่ว่าจะด้านอาหาร ซ่อมเครื่องยนต์ หรืออะไรที่ใช้ทักษะอาชีพเฉพาะทาง   ในขณะที่คนไทยจะค่อนข้าง เรื่อยๆ สบายๆ ไม่ค่อยชอบแข่งขันมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 00:21 โดย AsianNeocon » บันทึกการเข้า

FireSatongNorth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107



« ตอบ #36 เมื่อ: 28-09-2008, 00:36 »

ผมว่าความสามารถทางด้านเทคนิค วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการเรียนรู้ทางด้านนี้ คนไทยไปได้ไวครับ
ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำได้ดี และดีกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
แต่ระบบการบริหารด้านนี้นั้นแย่มาก ผมว่าเล่นการเมืองในองค์กรกันมากไป การประชุมก็เกรงอกเกรงใจกัน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเต็มที่
หรือกล้าแสดงออก ก็เป็นที่หมายหัว มันคล้ายๆกับระบอบทักษิณเลยล่ะ มีการเล่นพรรคเล่นพวก ประจบสอพลอกันไปวันๆ เฮ้อ
ดีแต่ติดต่อ Supplier ซื้อมันลูกเดียว ไม่ยอมพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้เอง (ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ)

ส่วนปัญหาการทำงานเป็นทีมนั้น ผมว่าเราทำได้ครับ มีหลักสูตร Team building ซึ่งดีมากๆ หลังจากอบรมใหม่ๆลูกทีมทัศนคติดีต่องานและเพื่อนร่วมงาน
แต่พอเข้าระบบเดิมที่ผู้บริหารห่วยแตก ผลมันก็กลายเป็นแบบเดิม เศร้าใจ 
บันทึกการเข้า
cafein
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96



« ตอบ #37 เมื่อ: 28-09-2008, 07:53 »

ดูถูกไป คนไทยนี่แหละที่ช่วยกันออกแบบอาวุธ ออกแบบนวัติกรรมหลายๆอย่าง แต่ใช้ชื่อไทยไม่ได้
และเปิดเป็นชื่อไทยไม่ได้ เพราะไทยมีกฏหมายห้ามและขัดขวาง ในเรื่องเหล่านี้ไว้ สุดท้ายก็ได้แค่ขายผลงาน
ความคิดไปให้ต่างชาติ รวมไปถึงฮาร์ดแวร์ซอฟแวร์ อย่าตกใจไปถ้าจะบอกว่า เรื่องเหล่านี้ แท้จริงคนไทยมีส่วนรวม
ไม่น้อยกว่าครึ่งของที่มีปรากฏในตอนนี้แน่ๆ

ไม่ใช่เพราะคนไทยทำงานทีมไม่เป็นหรือไม่ดีนะครับ นั่นนะเก่าแล้ว
แต่ที่จริงเป็นเพราะสังคม กฏหมาย และสิ่งแวดล้อมของไทยเองมากกว่า
ไม่เคยเห็นหรือครับ โปรแกรมเมอร์ที่ถูกเจ้านายบังคับให้ไปตอกบัตรเซ็นชื่อทุกวัน แถมด้วยการบังคับให้ทำงานอยู่แต่ที่โต๊ะทำงาน
ไม่เคยเห็นหรือครับ คนไทยที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในต่างประเทศ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทย ตัวเขาเองแทบจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสาม เพียงเพราะเขาไม่ได้เป็นข่าว
ไม่เคยเห็นหรือครับ นักคิดนักเขียนที่ไม่สามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ในเมืองไทย เพราะผลจากอำนาจและกฏหมาย
นี่แค่คร่าวๆเท่าที่เราพอจะได้รับรุ้กันมาบ้าง ยังไม่รวมถึงการเมืองภายในองค์กร ความเชื่อเจ้านายลูกจ้าง จิปาถะ

ย้อนกลับไปข้างบนที่ผมบอก บริษัทต่างชาติเหล่านี้ อยู่ในไทยพนักงานก็คนไทย แต่ต่างชาติทำได้ คนไทยทำไม่ได้
ผมเคยเห็นแต่พุดกันแต่เรื่องอาชีพที่คุ้มครองไว้ให้คนไทย ในมุมกลับมันก็ดันมีช่องโหว่กลายเป้นว่า
คุ้มครองอาชีพให้ต่างชาติหากินในไทย โดยที่ไทยทำไม่ได้

ลองวันนี้มีคนไทยออกมาเปิดบริษัทแล้วบอกว่าทำเรื่องพวกนี้สิ รับรองครับ ฮ่องกง
อ้อต้องยกเว้นไว้อันนึงครับ ก็ไอบริษัทที่รับวิจัยและพัฒนาให้กับกองทัพโดยตรงนั่นอะ เพราะอะไร คิดเอาเอง ^ ^V

บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #38 เมื่อ: 28-09-2008, 11:01 »

[b

จุดแ็ข็งด้านการเกษตรของไทย ไม่ได้มีเพราะเราเพาะปลูกเก่ง-
กว่าประเทศอื่นในโลก แต่เป็นเพราะกำลังการผลิตของไทยเรา
สามารถผลิตได้เหลือกินเหลือใช้ ก็เลยส่งออกได้ในสัดส่วนที่สูง
เป็นแบบนี้เพราะไทยมีพื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยต่อหัวประชากรสูงมาก


แต่ไ่ม่ใช่ว่าเราผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ความจริง-
เราปลูกด้วยต้นทุนพอๆ กันหรือสูงกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุให้
เกษตรกรไทยต้องประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด



ถูกต้องครับ เรายังขาดประสิทธิภาพในการผลิต เพราะเกษตรกรของเราเป็นเกตรกรที่มีความรู้น้อยมาก
เราต้องทำให้เกษตรกรของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและสามารถหาความรู้ในการผลิตเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
ก็นโยบายรัฐบาลทุกสมัยพยายามจะเปลี่ยนประเทศจากเกษตรไปเป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตทุกอย่าง
แทนที่จะเปลี่ยนจากการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมและบริการทางด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว
เรายังไปได้อีกมากในเรื่องนี้ครับ พื้นที่การเกษตรเรายังมีอีกมาก เรายังขาดเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาส
มีเพียงยักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งที่มองเห็นโอกาสนี้


ในขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งจริงๆ ที่ได้เปรียบประเทศอื่นจริงๆ
นอกเหนือจากเรื่องการเกษตร เช่น..

- จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งประเทศ ที่เป็นศูนย์กลางภูมิภาค
- จุดแข็งด้านภาพลักษณ์ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์
- จุดแข็งด้านบริการ ที่บางบริการได้สั่งสมจนเป็นที่ยอมรับแล้ว
  เช่น บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคาไม่แพง
- จุดแข็งด้านอุตสาหกรรม ที่พัฒนาตัวเองจนมีระดับเทคโนโลยี
  และความชำนาญสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศแล้ว
- จุดแข็งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ได้สั่งสมมายาวนาน
  กับมิตรประเทศบางรายเป็นการเฉพาะ เช่น จีน ญี่ปุ่น สเปน ฯลฯ



ถูกต้องครับ ไทยมีบริการทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง แต่มันไม่ใช่อุตสาหกรรมสำหรับชาวบ้าน มันเป็นของกลุ่มวิชาชีพเพียงหยิบมือเดียวกับกลุ่มนายทุนเท่านั้น
ส่วนการท่องเที่ยวก็ไม่ได้มีความยั่งยืนแต่อย่างใด เราหวังพึ่งการท่องเที่ยวในระยะยาวน่าจะลำบาก
ส่วนอุตสาหกรรมอื่น นอกจากอุตสาหกรรมอาหารและผลผลิตทางการเกษตรแล้ว มองไม่เห็นว่ามีอุตสาหกรรมใดที่โดดเด่นเป็นรากฐานให้เราสร้างแบรนด์ต่อได้เลย ที่เห็นเราเก่งมันก็แค่การผลิตเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าเราผลิตเก่งแล้วจะสามารถสร้างแบรนด์สินค้านั้นๆ ได้หรอก อย่างเราผลิตรถเก่งยังไง เราก็ยากที่จะไปแข่งกับเจ้าตลาดที่เขาครอง category ของรถยนต์นั้นๆ ไปแล้ว ยกเว้นว่าเราจะสามารถสร้างรถยนต์ใน category ใหม่ขึ้นมา ซึ่งลำพังความรู้ในการผลิตของเราไม่พอในการออกแบบหรอกครับ

อย่างเรื่อง software นี่ผมฟันธงเลยว่าสิ่งที่ software park หรือ SIPA ทำ มันฝืนกับธรรมชาติของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ผมอยู่ในวงการซอฟต์แวร์มา 20 กว่าปีแล้ว  ผมเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 13-14 ปี ตั้งแต่ยุค Z-80 บน Apple II มาจนถึงยุค .NET ผมรับจ้าง coding มาตั้งแต่อายุ 18 ปี ผมมองไม่เห็นว่าเมืองไทยจะสามารถแข่งกับบริษัท software ระดับโลกได้อย่างไร การพัฒนาของธุรกิจซอฟต์แวร์มันอาศัยการรบแบบกองโจรไม่ใช่การสนุบสนุนโดยรัฐบาล  ผมจะบอกให้ว่า category เล็กๆ นิดเดียวในอุตสาหกรรมนี้ที่เราพอจะแข่งได้ ไม่ใช่ animation หรอก แต่เป็น Embeded software ซึ่งเหมาะกับทักษะของช่างไทยมาก แต่เราดันทะลึ่งไปทำ animation แข่งกับเกาหลี ลองไปดูสิบกว่าปีที่แล้วนักเรียนเกาหลีมันไปเรียน CG ระดับปริญญาเอกกันในอเมริกาจนเต็มห้องเรียน ไม่มีนักเรียนไทยสักคน แล้วอยู่มาวันดีคืนดี เราก็บอกว่าเราจะเป็นเจ้า animation ไอ้ที่เราเป็นอยู่นี่เราเป็นแค่ผู้ใช้งาน animation package เราไม่ได้มีเทคโนโลยีทางด้าน animation เลย

บุคลากรระดับหัวกะทิในด้านซอฟต์แวร์ของเราก็มี ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่มันไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้หรอก อย่างมากก็ทำได้เฉพาะ utility เล็กๆ และรับจ้าง coding หรือไม่ก็จำกัดเฉพาะไปเลยว่าเมืองไทยจะทำ software testing เป็นหลัก ซอฟต์แวร์ทั่วโลกต้องมา test ที่ีเมืองไทย

แล้วเรื่อง ดร อาจอง นี่ก็ชอบยกตัวอย่างกันจัง ก็บอกแล้วไงว่าทุกประเทศเขาก็มีบุคคลแบบนี้ ประเทศจีนเขามีแบบ ดร อาจองเป็นร้อยเป็นพัน คุณไปดูห้องเรียนในอเมริกาตอนนี้สิ มีแต่นักเรียนจีน เกาหลี เต็มห้อง แต่กว่าเขาจะส่งคนออกไปนอกโลกได้ หากไม่ได้รัสเซียช่วย คุณคิดว่าเขาจะทำได้ง่ายๆ อย่างนี้หรือครับ

ห้อง lab อย่าง nectec, biotec หรือ mtec ของไทยก็ไม่ใช่ว่างบประมาณจะน้อยซะที่ไหน แต่ผลงานที่ออกมามันไม่ได้สัดส่วนกับเงินที่ลงไปสักเท่าไหร่เลย ทั้งๆ ที่บุคลากรในทั้ง 3 lab ก็ระดับหัวกะทิทั้งนั้น แล้วคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร?

แล้วเห็นที่ชอบเอามาอวดอยู่เรื่อยอีกอย่างก็เรื่องหุ่นยนต์ที่เด็กมหาวิทยาลัยไปแข่งมาอะนะ มัน low tech มากๆ มันเป็นของเด็กเล่นที่ไม่มีใครเขาสนใจหรอกครับ

แล้วที่คุณ cafein บอกว่าคนไทยทำงานเป็นทีมไม่เป็นเป็นเรื่องที่เก่าแล้วนั้น ผมอยากจะบอกว่าเมืองไทย 30 ปีที่แล้วเป็นยังไง ปัจจุบันก็ยังเป็นอย่างนั้นครับ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน ซ้ำร้าย เด็กรุ่นใหม่ นอกจากทำงานเป็นทีมไม่เป็นแล้ว ยังจับจดอีกต่างหาก อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ (นอกจากภาษาอังกฤษที่ติดมากับเกม) ความรู้จึงไม่สามารถพัฒนาขึ้นเป็นความเชี่ยวชาญได้

หากคุณยังปลอบใจตนเองด้วยคำพูดที่สื่อชอบใช้กันบ่อยๆ ว่า "เด็กไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าเด็กชาติอื่น เพียงแต่ไม่ได้รับการส่งเสริม" มันสะท้อนให้เห็นปมด้อยของเราครับ และมันทำให้เราหยิ่งผยองอย่างกบในกะลา เราจะต้องบอกว่า เด็กไทยวันนี้น่าเป็นห่วง เราจะต้องปรับปรุงการศึกษาของเรา ทำให้เด็กของเราเลิกสนใจ SMS, chat room, game และหันมาสนใจเก็บเกี่ยวความรู้จากช่องทางเทคโนโลยีซึ่งตอนนี้เปิดโอกาสให้เราสามารถหาความรู้ได้เท่ากับประเทศอื่นๆ แล้ว ต่างหาก

อย่าทำตัวเป็นกบในกะลาครับ ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า "เด็กไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าเด็กชาติอื่น เพียงแต่ไม่ได้รับการส่งเสริม" ผมอยากจะหัวเราะครับ



บันทึกการเข้า
sleepless
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 525


Sleepless


« ตอบ #39 เมื่อ: 28-09-2008, 11:23 »

ผมว่าความสามารถทางด้านเทคนิค วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการเรียนรู้ทางด้านนี้ คนไทยไปได้ไวครับ
ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำได้ดี และดีกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
แต่ระบบการบริหารด้านนี้นั้นแย่มาก ผมว่าเล่นการเมืองในองค์กรกันมากไป การประชุมก็เกรงอกเกรงใจกัน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเต็มที่
หรือกล้าแสดงออก ก็เป็นที่หมายหัว มันคล้ายๆกับระบอบทักษิณเลยล่ะ มีการเล่นพรรคเล่นพวก ประจบสอพลอกันไปวันๆ เฮ้อ
ดีแต่ติดต่อ Supplier ซื้อมันลูกเดียว ไม่ยอมพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้เอง (ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ)

ส่วนปัญหาการทำงานเป็นทีมนั้น ผมว่าเราทำได้ครับ มีหลักสูตร Team building ซึ่งดีมากๆ หลังจากอบรมใหม่ๆลูกทีมทัศนคติดีต่องานและเพื่อนร่วมงาน
แต่พอเข้าระบบเดิมที่ผู้บริหารห่วยแตก ผลมันก็กลายเป็นแบบเดิม เศร้าใจ 

คุณคงจะเข้าใจผิดระหว่างทักษะในการซ่อมเครื่องจักรกับการออกแบบและสร้างเครื่องจักรซึ่งสามารถสร้างแบรนด์ขายได้
ทั้งสองอย่างมันต่างกันมากนะครับ อย่างผมออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ตอนประกอบ บัดกรีไอซี หรือหาว่าอุปกรณ์ตัวไหนเสีย ผมทำได้ไม่ดีกว่าช่างลูกมือผมหรอก และผมก็ไม่เสียเวลาไปทำด้วย เพราะผมมีงานอย่างอื่นที่ผมทำไ้ดีกว่า

ทักษะที่คุณบอกว่าคนไทยมีในการซ่อมเครื่องจักรนั้น มันก็เหมือนกับทักษะที่เด็กไทยตอนนี้เห่อสร้างหุ่นยนต์กันนั่นแหล่ะ มันไม่เพียงพอต่อการนำไปผลิตออกมาเป็นสินค้าที่มีคนซื้อทั่วโลกได้หรอก

คุณไปอบรมการทำงานเป็นทีมมา แต่พอจบหลักสูตรออกมา คุณก็เริ่ม blame ผู้บริหารเลย แสดงว่าที่คุณไปอบรมมามันไม่ได้เข้าไปอยู่ในจิตสำนึกเลยนะสิครับ
การทำงานเป็นทีมมันเป็นอุปนิสัยที่สร้างมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ มาปลูกฝังกันตอนโตมันไม่เข้าไปในจิตใจหรอก

หากคุณต้องการรู้ว่าทำงานเป็นทีมเป็นยังไงไปดูวิศวกรญี่ปุ่นสิครับ มันมากับจิตใจตั้งแต่เด็กแล้ว เขาไม่ได้มาอบรมตอนโตหรอก
หากคุณต้องการปรับปรุงการทำงานเป็นทีมให้แก่คนไทย ก็ต้องทำกับเด็กเล็กๆ รุ่นนี้ แล้วรอเก็บเกี่ยวผลในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
มันไม่มีอะไรช่วยให้คุณก้าวกระโดดได้หรอกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 11:36 โดย sleepless » บันทึกการเข้า
protecter
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 465


« ตอบ #40 เมื่อ: 28-09-2008, 11:29 »

จริงๆ จุดที่น่าสนใจคือ

ดาวเทียมดวงเล็กที่ปล่อยออกไปจากยานแม่ เพื่อทำหน้าที่เสมือนมือกล้อง การถ่***ทอดสดที่เราเห็นอยู่นั่น ก้ถ่ายจากดาวเทียมดวงเล็กนั้นหละ

ดาวเทียมดวงเล็กนั้น สามารถบินคู่กับยานแม่ นอกจากนั้นยังบินวนรอบยานแม่ได้ สามารถถอยออกห่าง และบินเข้าใกล้ยานแม่

ฟังดูก็ธรรมดา.......แต่ลองคิดดูอีกมุม ....ดาวเทียมดวงเล็กติดอาวุธแสงแสเซอร์ และยานที่มันบินเข้าหาเป็นดาวเทียมของศัตรูที่ต้องการทำลาย

นั่นหมายความว่า ขณะนี้จีนมีขีดความสามารถ ผลิตและส่งดาวเทียมสู่อวกาศ เพื่อไปทำลายดาวเทียมของคนอื่นแล้ว
บันทึกการเข้า
FireSatongNorth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107



« ตอบ #41 เมื่อ: 28-09-2008, 12:55 »

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่กล่าวเหมารวมว่า ผู้บริหารห่วยแตก ทำให้ไทยเราก้าวไม่ถึงไหน
เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นเราคงมีแบรนด์ไทยดังๆแข่งในตลาดโลกแล้ว อันเนื่องมาจากวิสัยทัศน์ การวางแผนยุทธศาสตร์ การควบคุม การสร้างบรรยากาศการทำงานให้ได้ประสิทธิผล

แต่ยังงัยก็ตามผมขอแย้งความเห็นของคุณในประเด็นดังนี้

คุณคงจะเข้าใจผิดระหว่างทักษะในการซ่อมเครื่องจักรกับการออกแบบและสร้างเครื่องจักรซึ่งสามารถสร้างแบรนด์ขายได้
ทั้งสองอย่างมันต่างกันมากนะครับ อย่างผมออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ตอนประกอบ บัดกรีไอซี หรือหาว่าอุปกรณ์ตัวไหนเสีย ผมทำได้ไม่ดีกว่าช่างลูกมือผมหรอก และผมก็ไม่เสียเวลาไปทำด้วย เพราะผมมีงานอย่างอื่นที่ผมทำไ้ดีกว่า

===> ผมเข้าใจถูกแล้วล่ะครับเรื่องทักษะในงานซ่อมของไทยดี และนั่นเป็นพื้นฐานสุดในการรับเทคโนโลยีต่างชาติได้ เพราะการจะซ่อมได้ต้องเข้าใจภาพรวมของระบบ และลงมือปฎิบัติ ได้ผลมาก็ยืนยันว่าดีหรือไม่
แล้วเก็บเป็นข้อมูลไว้ เพื่อการปรับปรุงพัฒนาเครื่องจักรนั้นต่อ เครื่องจักรที่ผมพูดถึงนี้ใช้ในอุตสาหกรรมหนักนะครับ ไม่ใช่วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทีซ่อมโดยการเปลี่ยน Part โดยคนคนเดียว


ทักษะที่คุณบอกว่าคนไทยมีในการซ่อมเครื่องจักรนั้น มันก็เหมือนกับทักษะที่เด็กไทยตอนนี้เห่อสร้างหุ่นยนต์กันนั่นแหล่ะ มันไม่เพียงพอต่อการนำไปผลิตออกมาเป็นสินค้าที่มีคนซื้อทั่วโลกได้หรอก

===> ผมมีหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี คือ Adapt & Adopt สำคัญคือต้องมีจินตนาการให้มาก ไม่ใช่ไปก็อปเขามาทั้งดุ้น อย่างน้อยการสร้างหุ่นยุนต์ของเด็กไทย เส้นทางระหว่างที่เขาต้องศึกษาเพื่อสร้างชิ้นงานขึ้นมา ไม่ว่าผิดพลาดหรือดีถูกต้อง เขาก็ได้เรียนรู้ โดยการปฏิบัติแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะในเรื่องไมโครคอนโทรลเลอร์ และชุดไดรฟ์ แต่ขอเน้นว่าต้องมีจินตนาการว่าความรู้ที่ได้มามันทำอะไรอื่นได้อีกนอกจากหุ่นยนต์

คุณไปอบรมการทำงานเป็นทีมมา แต่พอจบหลักสูตรออกมา คุณก็เริ่ม blame ผู้บริหารเลย แสดงว่าที่คุณไปอบรมมามันไม่ได้เข้าไปอยู่ในจิตสำนึกเลยนะสิครับ
การทำงานเป็นทีมมันเป็นอุปนิสัยที่สร้างมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ มาปลูกฝังกันตอนโตมันไม่เข้าไปในจิตใจหรอก

===> ที่ผมยกตัวอย่างนี้เพราะจะขอแย้งเหตุที่ว่า ไทยเราทำงานกันเป็นทีมไม่เป็น ผมยืนยันว่าทำได้ แต่อยู่ที่คนลีดครับว่าเปิดรับฟังความคิดเห็นของทีมหรือไม่ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน จำแนกจ่ายงานได้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ควบคุมและติดตามผลให้อยู่ในกรอบได้ดีเพียงไร และที่สำคัญต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารว่าสิ่งที่ทีมของคุณกำลังทำอยู่มันสำคัญ และสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้
เพื่อปรับให้ทีมมีทัศนคติที่ดีต่องานและมุ่งมั่นกับผลของงาน อันนี้มันเป็นเรื่องบริหารว่าทำได้ดีหรือไม่ ไม่ใช่เอะอะก็บอกว่าเด็กมันไม่ดี มันแย่มาแต่กำเนิด แก้ไม่ได้หรอก ไม่ได้ เพราะคุณกำลังโยนความผิดให้กับทีมคุณ
โดยไม่โทษตัวเองว่าบริหาร วางแผน หรือยุทธศาสตร์ไม่ดีเอง
<=== ข้อเสียของผู้บริหารไทยบางคน


หากคุณต้องการรู้ว่าทำงานเป็นทีมเป็นยังไงไปดูวิศวกรญี่ปุ่นสิครับ มันมากับจิตใจตั้งแต่เด็กแล้ว เขาไม่ได้มาอบรมตอนโตหรอก
หากคุณต้องการปรับปรุงการทำงานเป็นทีมให้แก่คนไทย ก็ต้องทำกับเด็กเล็กๆ รุ่นนี้ แล้วรอเก็บเกี่ยวผลในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
มันไม่มีอะไรช่วยให้คุณก้าวกระโดดได้หรอกครับ

===> ผมไปดูมาแล้วครับทั้งญี่ปุ่น เยอรมัน และมาเลเซีย ถึงบอกได้ว่าความสามารถเฉพาะตัวของไทยเราสามารถสู้เขาได้ แต่ยอมรับว่าญี่ปุ่นวินัยสูง ทำตามขั้นตอนระเบียบแบบแผน
แต่เขายอมรับให้แต่ละคนปรับปรุงงานของตัวเองได้ระดับหนึ่งที่เรียกว่า Kaizen มีระบบให้กำลังใจกระตุ้นให้ทุกคนเรียนรู้ตลอด ผมว่าสังคมญี่ปุ่นรับแบบแผนการดำเนินชีวิตมาจาก วิถีของโตโยต้า ชัดเจน
ส่วนในเยอรมันซัดเบียร์กันตอนเที่ยงเลยแต่ละคนกินเป็นเหยือกๆ บ่ายก็เข้าทำงานต่อ ไม่มีการบังคับกัน อิสระ แต่เน้นที่ผลของงาน ไม่เหมือนญี่ปุ่นที่เน้นกระบวนการ ส่วนมาเลเซียก็พอๆกับไทย แต่เขาได้
ภาษาอังกฤษเหนือไทยมากๆ เพราะใช้เป็นภาษากลางระหว่างชนชาติในประเทศเขา คือแขกมาเล จีน และ อินเดีย ดังนั้นการรับเทคโนโลยี ติดต่อประสานงาน มาเลเซียจึงได้เปรียบเด็กไทย




บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 28-09-2008, 13:03 »

สรุปว่า ข้อสรุปของคุณจีรศักดิ์ น่าจะเข้าท่าที่สุด คือ ไทยไม่มียุทธศาสตร์ ที่ไม่มียุทธศาสตร์เพราะเจอแต่ผู้นำและนักการเมืองที่เข้ามาปล้นชาติ

ทั้งๆที่ไทยก็มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ ข้อเสียก็มี ข้อดีก็เยอะ  เลยไม่มีใครดึงเอาจุดดีของคนไทยมาชูและกำหนดยุทธศาสตร์  ซ้ำยังโกงอีก ประเทศเลยทรุดโทรมจนทุกวันนี้ ท่ามกลางความก้าวหน้าไม่หยุดของเพื่อนบ้านบางชาติ
บันทึกการเข้า

นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #43 เมื่อ: 28-09-2008, 14:01 »

       ผมเห็นด้วยกับแนวคิดคุณจีและทุกท่าน ว่าเราขาด ยุทธศาสตร์ (ทิศทาง หรือ นโยบาย) ที่ชัดเจน ซึ่งตอบได้เลยว่า เราไม่มีผู้นำระดับชาติที่มุ่งประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง (มันก็วนกลับมาที่การเรียกร้องหาการเมืองใหม่ นี่ล่ะครับ) เพราะการกำหนดยุทธศาสตร์ เป็นเรื่องยากและต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ผมขอแสดงความเห็นส่วนตัว เพิ่มเติมดังนี้

ผมเคยได้ยินว่า เมื่อก่อน สมัยที่ GSM เริ่มแพร่หลาย ทางเกาหลีใต้ ซึ่งมองออกถึงศักยภาพ ของ ระบบโทรศัพท์มือถือ ต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้นเกาหลีจึงต้องการมีเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์เป็นของตนเอง จึงมีการระดมสมองจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เลือกเทคโนโลยี CDMA เป็นพื้นฐานในการพัฒนา โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ซื้อเทคโนโลยี และการปรึกษาจาก Qualcomm บริษัทผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา(http://www.qualcomm.com/who_we_are/history.html) โดยกำหนดให้ CDMA เป็นยุทธศาสตร์ชาติ และออกกฏหมายปกป้องต่างชาติ ทุกอย่างเพื่ออุ้มทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (ในขณะนั้น GSM แพร่หลายไปมาก แต่เกาหลีรู้ว่า CDMA เป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่า แม้กระทั่งปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่า 3G ที่แพร่หลายก็อยู่บน CDMA) จนในที่สุดบริษัทเกาหลี เช่น Samsung กลายเป็นผู้นำในเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยี และประเทศเกาหลี ก็ได้ประโยชน์ต่อเนื่อง กลายเป็นผู้ครองเทคโนโลยี ด้าน broadband ชาติหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลดีต่อทางเศรษฐกิจโดยรวม

ผมคิดว่าบทเรียนสำคัญ ก็คือ เกาหลีมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง (ความเห็นผม ไม่ได้เชื่อมโยงประเด็นนี้เอาไว้ ขอแนะนำ http://forum.serithai.net/index.php?topic=36679.msg368184;topicseen#new ซึ่งมีคุณwincha และ คุณ An.mkII ให้ข้อมูลเอาไว้ ) ทำให้ได้ผู้นำที่มุ่งประโยชน์ชาติ และสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน เป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรม สำหรับประเทศเรา

ด้วยเหตุนี้ การไล่รัฐบาลชั่วจึงเป็นภารกิจ สำคัญและเร่งด่วนที่สุด
ส่วนการเมืองใหม่ เป็นภารกิจสำคัญแต่ไม่ด่วนที่สุด ยังมีเวลาให้พิจารณาอย่างรอบคอบ
รอเวลาสุกงอม เพื่อลุกขึ้นยืนอย่างแข็งแกร่งต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 16:40 โดย นักปฏิวัติ » บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
FireSatongNorth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107



« ตอบ #44 เมื่อ: 28-09-2008, 15:09 »

สิ่งหนึ่งที่ผมขอเสนอในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย หลังจากมีการเมืองใหม่ มีผู้บริหารประเทศที่มีวิสัยทัศน์ คือ

การสร้างพิพิธภัณฑ์เครื่องมือ เพราะวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ทำให้เราอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารไม่เพียงเฉพาะเราเป็นสัตว์สังคม สมองโตกว่าสัตว์อื่นๆเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวแล้ว เรายังมีพัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องมือครับ ในการที่จะทำอะไรก็ตามเราต้องใช้เครื่องมือเป็นเครื่องทุ่นแรงทั้งนั้น ไม่ว่าด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออื่นๆ ดังนั้นการศึกษาอดีตและปัจจุบันของเครื่องมือ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างเครื่องมือใหม่ๆในอนาคต เพื่อที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆทุกด้าน

และที่สำคัญอีกอย่างคือ เครื่องมือทางความคิด ควรเร่งให้การศึกษาอย่างเป็นระบบเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็น mind map, triz, problem solving การเรียนรู้แบบผจญภัย หรืออื่นๆ เข้าไปในระบบการศึกษาไทย แม้แต่เกษตรกรในญี่ปุ่นยังได้เรียนรู้เรื่อง Kaizen เพื่อพัฒนาผลผลิต ที่เราเห็นได้ชัดคือ แตงโมสี่เหลี่ยม ที่เป็น OTOP ของเขาก็เกิดจากกระบวนการนี้
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #45 เมื่อ: 28-09-2008, 18:16 »

ถูกต้องครับ เรายังขาดประสิทธิภาพในการผลิต เพราะเกษตรกรของเราเป็นเกตรกรที่มีความรู้น้อยมาก
เราต้องทำให้เกษตรกรของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและสามารถหาความรู้ในการผลิตเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
ก็นโยบายรัฐบาลทุกสมัยพยายามจะเปลี่ยนประเทศจากเกษตรไปเป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตทุกอย่าง
แทนที่จะเปลี่ยนจากการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมและบริการทางด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว
เรายังไปได้อีกมากในเรื่องนี้ครับ พื้นที่การเกษตรเรายังมีอีกมาก เรายังขาดเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาส
มีเพียงยักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งที่มองเห็นโอกาสนี้


ถูกต้องครับ ไทยมีบริการทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง แต่มันไม่ใช่อุตสาหกรรมสำหรับชาวบ้าน มันเป็นของกลุ่มวิชาชีพเพียงหยิบมือเดียวกับกลุ่มนายทุนเท่านั้น
ส่วนการท่องเที่ยวก็ไม่ได้มีความยั่งยืนแต่อย่างใด เราหวังพึ่งการท่องเที่ยวในระยะยาวน่าจะลำบาก
ส่วนอุตสาหกรรมอื่น นอกจากอุตสาหกรรมอาหารและผลผลิตทางการเกษตรแล้ว มองไม่เห็นว่ามีอุตสาหกรรมใดที่โดดเด่นเป็นรากฐานให้เราสร้างแบรนด์ต่อได้เลย ที่เห็นเราเก่งมันก็แค่การผลิตเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าเราผลิตเก่งแล้วจะสามารถสร้างแบรนด์สินค้านั้นๆ ได้หรอก อย่างเราผลิตรถเก่งยังไง เราก็ยากที่จะไปแข่งกับเจ้าตลาดที่เขาครอง category ของรถยนต์นั้นๆ ไปแล้ว ยกเว้นว่าเราจะสามารถสร้างรถยนต์ใน category ใหม่ขึ้นมา ซึ่งลำพังความรู้ในการผลิตของเราไม่พอในการออกแบบหรอกครับ

อย่างเรื่อง software นี่ผมฟันธงเลยว่าสิ่งที่ software park หรือ SIPA ทำ มันฝืนกับธรรมชาติของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ผมอยู่ในวงการซอฟต์แวร์มา 20 กว่าปีแล้ว  ผมเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 13-14 ปี ตั้งแต่ยุค Z-80 บน Apple II มาจนถึงยุค .NET ผมรับจ้าง coding มาตั้งแต่อายุ 18 ปี ผมมองไม่เห็นว่าเมืองไทยจะสามารถแข่งกับบริษัท software ระดับโลกได้อย่างไร การพัฒนาของธุรกิจซอฟต์แวร์มันอาศัยการรบแบบกองโจรไม่ใช่การสนุบสนุนโดยรัฐบาล  ผมจะบอกให้ว่า category เล็กๆ นิดเดียวในอุตสาหกรรมนี้ที่เราพอจะแข่งได้ ไม่ใช่ animation หรอก แต่เป็น Embeded software ซึ่งเหมาะกับทักษะของช่างไทยมาก แต่เราดันทะลึ่งไปทำ animation แข่งกับเกาหลี ลองไปดูสิบกว่าปีที่แล้วนักเรียนเกาหลีมันไปเรียน CG ระดับปริญญาเอกกันในอเมริกาจนเต็มห้องเรียน ไม่มีนักเรียนไทยสักคน แล้วอยู่มาวันดีคืนดี เราก็บอกว่าเราจะเป็นเจ้า animation ไอ้ที่เราเป็นอยู่นี่เราเป็นแค่ผู้ใช้งาน animation package เราไม่ได้มีเทคโนโลยีทางด้าน animation เลย

บุคลากรระดับหัวกะทิในด้านซอฟต์แวร์ของเราก็มี ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่มันไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้หรอก อย่างมากก็ทำได้เฉพาะ utility เล็กๆ และรับจ้าง coding หรือไม่ก็จำกัดเฉพาะไปเลยว่าเมืองไทยจะทำ software testing เป็นหลัก ซอฟต์แวร์ทั่วโลกต้องมา test ที่ีเมืองไทย

แล้วเรื่อง ดร อาจอง นี่ก็ชอบยกตัวอย่างกันจัง ก็บอกแล้วไงว่าทุกประเทศเขาก็มีบุคคลแบบนี้ ประเทศจีนเขามีแบบ ดร อาจองเป็นร้อยเป็นพัน คุณไปดูห้องเรียนในอเมริกาตอนนี้สิ มีแต่นักเรียนจีน เกาหลี เต็มห้อง แต่กว่าเขาจะส่งคนออกไปนอกโลกได้ หากไม่ได้รัสเซียช่วย คุณคิดว่าเขาจะทำได้ง่ายๆ อย่างนี้หรือครับ

ห้อง lab อย่าง nectec, biotec หรือ mtec ของไทยก็ไม่ใช่ว่างบประมาณจะน้อยซะที่ไหน แต่ผลงานที่ออกมามันไม่ได้สัดส่วนกับเงินที่ลงไปสักเท่าไหร่เลย ทั้งๆ ที่บุคลากรในทั้ง 3 lab ก็ระดับหัวกะทิทั้งนั้น แล้วคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร?

แล้วเห็นที่ชอบเอามาอวดอยู่เรื่อยอีกอย่างก็เรื่องหุ่นยนต์ที่เด็กมหาวิทยาลัยไปแข่งมาอะนะ มัน low tech มากๆ มันเป็นของเด็กเล่นที่ไม่มีใครเขาสนใจหรอกครับ


แล้วที่คุณ cafein บอกว่าคนไทยทำงานเป็นทีมไม่เป็นเป็นเรื่องที่เก่าแล้วนั้น ผมอยากจะบอกว่าเมืองไทย 30 ปีที่แล้วเป็นยังไง ปัจจุบันก็ยังเป็นอย่างนั้นครับ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน ซ้ำร้าย เด็กรุ่นใหม่ นอกจากทำงานเป็นทีมไม่เป็นแล้ว ยังจับจดอีกต่างหาก อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ (นอกจากภาษาอังกฤษที่ติดมากับเกม) ความรู้จึงไม่สามารถพัฒนาขึ้นเป็นความเชี่ยวชาญได้

หากคุณยังปลอบใจตนเองด้วยคำพูดที่สื่อชอบใช้กันบ่อยๆ ว่า "เด็กไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าเด็กชาติอื่น เพียงแต่ไม่ได้รับการส่งเสริม" มันสะท้อนให้เห็นปมด้อยของเราครับ และมันทำให้เราหยิ่งผยองอย่างกบในกะลา เราจะต้องบอกว่า เด็กไทยวันนี้น่าเป็นห่วง เราจะต้องปรับปรุงการศึกษาของเรา ทำให้เด็กของเราเลิกสนใจ SMS, chat room, game และหันมาสนใจเก็บเกี่ยวความรู้จากช่องทางเทคโนโลยีซึ่งตอนนี้เปิดโอกาสให้เราสามารถหาความรู้ได้เท่ากับประเทศอื่นๆ แล้ว ต่างหาก

อย่าทำตัวเป็นกบในกะลาครับ ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า "เด็กไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าเด็กชาติอื่น เพียงแต่ไม่ได้รับการส่งเสริม" ผมอยากจะหัวเราะครับ






อย่าทำตัวเป็นกบในกะลาครับ ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำว่า "เด็กไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าเด็กชาติอื่น เพียงแต่ไม่ได้รับการส่งเสริม" ผมอยากจะหัวเราะครับ

ราจะต้องปรับปรุงการศึกษาของเรา ทำให้เด็กของเราเลิกสนใจ SMS, chat room, game และหันมาสนใจเก็บเกี่ยวความรู้จากช่องทางเทคโนโลยีซึ่งตอนนี้เปิดโอกาสให้เราสามารถหาความรู้ได้เท่ากับประเทศอื่นๆ แล้ว ต่างหาก



ถ้าย้อนกลับไปสัก20-30ปีก่อน คำนี้ก็ใช้ว่า ส่งเสริมแหละครับ อย่าหัวเราะตัวเองนะครับ  เพราะผมก็เขียนบอกไว้แล้ว  ว่าส่งเสริมในทางที่ถูก !   
แต่ว่าไป ปรับปรุงการศึกษาเพื่อที่ ทำให้เด็กเราเลิสนใจ SMS, chat room, game 
นี่มันน่าขำกว่ากันเยอะฮะ  บอกกรงๆ อันนี้มันอยู่ที่การปลูกฝัง กันในครอบครัวฮะ   ไม่เกี่ยวกับ ระบบการศึกษา 


แล้วเรื่อง ดร อาจอง นี่ก็ชอบยกตัวอย่างกันจัง ก็บอกแล้วไงว่าทุกประเทศเขาก็มีบุคคลแบบนี้ ประเทศจีนเขามีแบบ ดร อาจองเป็นร้อยเป็นพัน คุณไปดูห้องเรียนในอเมริกาตอนนี้สิ มีแต่นักเรียนจีน เกาหลี เต็มห้อง แต่กว่าเขาจะส่งคนออกไปนอกโลกได้ หากไม่ได้รัสเซียช่วย คุณคิดว่าเขาจะทำได้ง่ายๆ อย่างนี้หรือครับ

มีเด็กไทยสักกี่คนครับ ที่ได้รักการสนับสนุนทางด้านการศึกษาเหมือน ดร.องอาจ วันนี้ก็ไม่ได้มีแค่ดร.องอาจนะครับ  ดร.ธวัช วิรัตติพงศ์    ดร.ก้องภพ อยู่เย็น คนนี้ก็อายุน้อยที่สุดในนาซ่า คงไม่ต้องยกข้อมูล จากอรุณสวัสดิ์ มานะครับ   ถามหน่อยเถอะ มีเด็กไทยคนไหนๆได้รับโอกาสแบบนี้บ้าง    ฮะเห็นที่ผมเขียนข้างบนมั้ยครับ  วันนี้เวียดนามให้เรียนวิทยาศาสตร์ฟรีแล้ว แบบฟรีจริงๆ ไม่ใช่ฟรีลมปาก  แบบนักการเมือง  ต้องเข้าใจนะครับว่ามันเลยเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีโอกาส  ได้มีช่องทางในการศึกษา   !    เปิดออกจากกะลาบ้างนะครับจะได้รู้บ้างว่าคนไทยก็มีดี 





แล้วเห็นที่ชอบเอามาอวดอยู่เรื่อยอีกอย่างก็เรื่องหุ่นยนต์ที่เด็กมหาวิทยาลัยไปแข่งมาอะนะ มัน low tech มากๆ มันเป็นของเด็กเล่นที่ไม่มีใครเขาสนใจหรอกครับ


อะฮะ เข้าใจว่าโลว์เทค  แต่จุดเริ่มต้น ของอะไรหลายๆ อย่าง มันก็เริ่มมาแบบนี้นั่นแหละ แล้วคุณ พูดตรงนี้ได้มั้ย ว่าไอที่มันทำมันพวกไร้สมอง  อย่าเอาอคติเป็นที่ตั้งดีกว่า
ถามคำถามเดียวเลย ถ้ามีช่องทางให้พวกนี้มีทุน มีอะไรดีๆให้พวกนี้มัน(ต่อยอด) ต่อ การพัฒนาในขั้นต่อไปมันจะได้มั้ย ถูกฮะอย่างที่บอกว่าไม่ได้พัฒนากันได้แบบก้าวกระโดดมันต้องใช้เวลา
แต่เพราะว่าจริงๆแล้ว ประเทศเรา ยังไม่เริ่ม อะไรเลยด้วยซ้ำ บุคลากร  มี แต่ไม่มีจุดยุทธศาสตร์  (คือเป้าหมายของโครงการ)  ถ้าบอกว่าคหของคุณจีถูกต้อง
แล้วไม่เห็นหรือครับที่เค้าเขียนว่าวิทยาศาสตร์ ไทยไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร




ผมถึงบอกไง  พรสวรรณ์ มันัไม่ได้อยู่ดีๆแล้วได้มา แต่มันมาจากพรแสวง แต่เมื่อแสวงหาแล้ว มันมืดก็ช่วยอะไรไม่ได้ 


ผมไม่ได้ปลอบใจตัวเองหรอกครับ      ผมรู้ว่าคนไทยนั้นชอบหลอกตัวเองมากกว่า   ไปดูเถอครับ สมัยนี้ไม่ต้องใช้วิชาการมากนัก    ไม่สังเกตุหรอ ครับ ประเทศไทย  ในรุ่น 10-17 มันเก่งแบบ เกินหูเกินตา   แต่พอพ้นวัย นั้น เด็กเหล่านั้นหายไปไหน!    อาจจะเป็น สก๊อย  อาจจะเป็นเด็กแว๊น ก็ได้ใครจะไปรู้ 

ดร องอาจ เค้าก็บอก ตอนที่เค้าไปรับ เค้าก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำได้ !       

โอกาสแบบนี้มันจะอยู่ในมือลูกคนรวยแบบนี้แล   ลูกคนขายเกาลัดในเมืองไทยอย่าได้หวัง จร้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 18:55 โดย หมอ จิตเพศ » บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
หน้า: [1]
    กระโดดไป: