ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
23-09-2019, 05:02
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==สิ้นหวัง ครม.สมชาย 1 “พิษณุ นิลกลัด” ร้องระดมสมองปฏิรูปการเมือง== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
==สิ้นหวัง ครม.สมชาย 1 “พิษณุ นิลกลัด” ร้องระดมสมองปฏิรูปการเมือง==  (อ่าน 2100 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« เมื่อ: 26-09-2008, 22:44 »

ผู้จัดการเอาบทความคุณพิษณุในมติชนมาอ้างต่ออีกที แต่ก็พอจับประเด็นได้ระดับหนึ่งครับ
บทความจริงเข้าไปดูที่เว็บมติชนแล้วเปิดไม่ได้ เพราะสงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกครับ

เอาแค่ที่ผู้จัดการลงไว้มาให้ดูกันก่อนนะครับ ถ้ายังจำกันได้คุณพิษณุเคยทำนายอะไรแม่นๆ
มาแล้วครั้งหนึ่งตอนต้นรัฐบาลทักษิณ 2 ที่ไทยรักไทยได้คะแนนถล่มทลาย ว่าอีกไม่นาน
จะต้องเกิดเหตุการณ์มวลชนออกมาเดินประท้วงตามท้องถนน และ 1 ปีต่อมาก็เกิดขึ้นจริงๆ
และสุดท้ายนำไปสู่การรัฐประหาร 19 กันยา

ผมเห็นด้วยกับคุณพิษณุว่าพอเห็นรายชื่อ ครม.สมชาย แล้วรู้สึกทันทีว่าต้องปฏิรูปการเมือง
เท่าที่คุยกับคนทั่วไปก็รู้สึกไปในทางเดียวกัน ว่าสิ้นหวังกับระบบปัจจุบันแล้ว


------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สิ้นหวัง ครม.สมชาย 1 “พิษณุ นิลกลัด” ร้องระดมสมองปฏิรูปการเมือง
โดย ผู้จัดการออนไลน์   26 กันยายน 2551 17:16 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000114424

ผู้จัดการออนไลน์ - “พิษณุ นิลกลัด” ไม่ทน “การเมืองเก่า” ชี้ ครม.สมชาย 1 ผลักให้คนเลือกข้าง “การเมืองใหม่” ของพันธมิตรฯ
ชี้ ถ้าไม่เปลี่ยนจะเหลือแต่พวกโกงบ้านกินเมือง แถมถ่ายทอดพันธุกรรมไปยังลูก-หลาน ที่คอร์รัปชันหนักมือขึ้น ร้องนักรัฐศาสตร์
ระดมสมองหาทางออก เสนอ คดีทุจริตไม่มีอายุความ-ลงโทษรุนแรง
       
       ในหนังสือมติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 26 ก.ย.-2 ต.ค.2551 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1467 หน้าที่ 96 ในคอลัมน์คลุกวงใน
นายพิษณุ นิลกลัด พิธีกร นักสื่อสารมวลชนอาวุโส ได้เขียนบทความเรื่อง “หลายมิติที่ได้เห็น ‘รัฐบาล สมชาย 1’” ระบุถึงความ
ผิดหวังในรายชื่อคณะรัฐมนตรีของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ครม.ชุดนี้น่าจะอยู่ได้ไม่กี่เดือน
       
       ผู้ประกาศ และพิธีกรชื่อดังของช่อง 7 ผู้นี้ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาจากรายชื่อ ครม.แล้วจะเห็นได้ว่า ยังคงตกอยู่ภายใต้
อิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันหลบหนีคดีอาญาไปอยู่ประเทศอังกฤษ และพิสูจน์ให้เห็นได้ชัด
ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมรามือทางการเมืองและยังมุ่งหวังที่จะเอาเงิน 7 หมื่นล้านบาทที่ถูกอายัดไว้จากคดีทุจริตคืน
       
        “ดูโฉมหน้า ครม.แล้วประเทศไทยของเรายังคงอึมครึมไปอีกนาน คนที่เคยหัวเราะเยาะ “การเมืองใหม่” ของกลุ่มพันธมิตรฯ
เริ่มลังเลใจ เพราะถ้า “การเมืองเก่า” ทำให้นักการเมืองไม่เห็นหัวหรือไม่ใส่ใจความรู้สึกห่วงใยบ้านเมืองของปัญญาชน รวมทั้ง
คนชั้นกลางขึ้นไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ไอเดียการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรฯ ถ้าช่วยกันปรับแต่งให้ดีบางทีอาจเป็นทางออก
และความหวังของประเทศ”

       
       จากนั้น นายพิษณุ ได้กล่าวต่อว่า ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ต่อไปการเมืองไทยจะไม่มีวันพัฒนา เพราะนักการเมืองรุ่นเก่า
สไตล์โบราณจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเก่ง คนดี และคนซื่อสัตย์เข็ดขยาด และรังเกียจที่จะเข้าสู่การเมือง ทั้งยังไม่มีเงินมากพอ
นอกจากนี้ ลูกหลานของนักการเมืองเก่าเหล่านี้ก็กำลังเข้ามามีบทบาททางการเมือง และมีวิธีการคอร์รัปชันที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ
       
       “นักการเมืองเลวที่มีวิชันส่งลูกไปเรียนเมืองนอก กลับมาเป็นนักการเมือง ปรากฏว่า ประเทศเดือดร้อนยิ่งกว่าสมัยที่พ่อ
เล่นการเมืองคนเดียว เพราะลูกได้ “นิสัยดั้งเดิม” จากพ่อที่บ่มเพาะกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วยังได้ความเป็นอินเตอร์ทั้งภาษาและ
โลกทัศน์ที่พ่อไม่มี นักการเมืองรุ่นลูกประเภทนี้กินเยอะกินละเอียดกว่ารุ่นพ่อ ถ้าเมืองไทยไม่ปรับแก้กติกาการเมืองกันใหม่
ให้รัดกุม ภาคประชาชนไม่แข็งแรง ความผิดฐานฉ้อราษฎร์บังหลวงยังมีหมดอายุความ ... อนาคตลำบากแน่ครับ”

       
       นอกจากนี้ นายพิษณุ ยังกล่าวด้วยว่า ในฐานะอดีตศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตนขอเรียกร้องให้ทุกมหาวิทยาลัยที่มี
คณะรัฐศาสตร์ จัดสัมมนาเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนา และเหมาะสมกับ
สภาพเศรษฐกิจ การศึกษา ความเชื่อ นิสัยและวัฒนธรรมไทย โดยที่นักรัฐศาสตร์ทุกคนจะต้องช่วยให้ประเทศไทยไปรอดให้ได้
ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาเสนอว่า ประชาธิปไตยใหม่นี้จะต้องมีบทลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตอย่างรุนแรง
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
gabiNo
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 172


« ตอบ #1 เมื่อ: 26-09-2008, 23:55 »

คุณพิษณุ สมแล้วที่ดิฉันชื่นชอบคุณ 
บันทึกการเข้า
May The Force Be With You
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 331


ขอพลังสถิตย์กับท่าน


« ตอบ #2 เมื่อ: 27-09-2008, 00:05 »

ลุงแถวบ้านผมก็บอกแบบนี้    ตั้งแต่เห็นหน้าไอ้เหลิมคุมสาธารณสุข   
บันทึกการเข้า

"เจไดที่ฉลาดมากๆ คนหนึ่งเคยบอกข้าไว้ว่าเราไม่จำเป็นต้องชนะ แต่เราต้องสู้"
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 27-09-2008, 00:12 »

พ่อค้า แม่ค้า แถว Office ที่เชียร์เหลี่ย เชียร์ รัฐบาล

บอก เห็นหน้าคณะ ครม. แล้วเชียร์ไม่ลง 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
คนกวาดขยะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 147



« ตอบ #4 เมื่อ: 27-09-2008, 00:14 »

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 00:19 โดย คนกวาดขยะ » บันทึกการเข้า

สังคมไทยวิบัติ มาช่วยกันปฏิวัติสังคมใหม่กันเถอะ
คนกวาดขยะ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 147



« ตอบ #5 เมื่อ: 27-09-2008, 00:16 »

ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์หลายปี เพิ่งรู้ว่าพิษณุ เขียนบทความการเมืองด้วย

ความคิดอ่าน เข้าท่า รู้ลึก รู้จริง

ต่างกับนักข่าวรุ่นใหม่หลายคน หรือคอลัมนิสต์รุ่นเก่า บางคน

ที่ใช้ี่สมองควายแทนที่สมองคน โง่จนแยก ดี-ชั่ว ไม่ออก

หรือเขียนบทความตามใบสั่ง เท่านั้นเอง

บันทึกการเข้า

สังคมไทยวิบัติ มาช่วยกันปฏิวัติสังคมใหม่กันเถอะ
หมักเมถุน
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #6 เมื่อ: 27-09-2008, 01:01 »

คอลัมน์แกส่วนใหญ่จะเน้นไปทางด้านกีฬาครับ อยู่ท้ายๆเล่มในมติชนสุดสัปดาห์ (พอรู้บ้างเพราะอาศัยอ่านฟรีจากผู้ใจบุญครับ  )
บันทึกการเข้า
พลังเงียบ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #7 เมื่อ: 27-09-2008, 02:46 »

เขาเสนอว่า ประชาธิปไตยใหม่นี้จะต้องมีบทลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตอย่างรุนแรง
ถูกใจ ใช่เลย ต้องอัดยาแรง
 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 27-09-2008, 02:56 »

พิษณุเรียนจบ รัฐศาสตร์จุฬาฯ ถ้าจำไม่ผิดเป็นนักฟุตบอล สจม.

 
เริ่มเข้าสู่วงการข่าวโดยเป็นผู้สื่อข่าวการเมือง ใต่ระดับจนถึงหัวหน้าข่าวการเมือง และทำข่าวกีฬาจนเป็นบรรณาธิการข่าวกีฬา

ภาพของแกออกแนว กีฬา มากกว่าการเมือง เพราะคนเห็นแต่ภาพนั้นทางโทรทัศน์

คอลัมน์ในมติชนสุดสัปดาห์ เขียนกีฬาฯเป็นหลัก บางที่ก็ออกแนวการเมืองตามกระแส


ฉบับที่แล้วก็เขียนเรื่อง สส. ขานชื่อ นายกรัฐมนตรี

ฉบับนี้ก็เขียนซ้ำ เมื่อเห็นโผรายชื่อ รมต. แล้ว

ผู้จัดการนำมาไม่ครบหรอกครับ แค่สรุป ๆ มา

คำว่าการเมืองใหม่ กระตุ้นทุกภาคส่วนแล้ว ขนาด พี่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ยังเสนอรูปแบบ "การเมืองในทัศนะใหม่"

เนาวรัตน์นำเสนอรูปแบบ 3 สภา เรียกว่า สภาภิวัฒน์

แบ่งเป็นสองส่วน คือ สภารัฐ กับ สภาราษฎร์

สภารัฐมี 2 สภา คือ สภาผู้แทน กับวุฒิสภา ( สภาผู้แทน ใช้ระบบขจัดการเข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ ) วุฒิสภาเป็น สภาวิชาชีพและคนกลุ่มน้อย

ฝั่งสภาราษฎร์ มาจากการจัดตั้ง เรียกสภาประชาชน เป็นสภานอกระบบเลือกตั้ง แต่มีอำนาจตรวจสอบ

ลองๆ ไปหาอ่านนะครับ

0000000000

ส่วนหมอประเวศ วะสี เสนอให้วางกรอบประชาธิปไตยแบบอารยะเสียก่อน อย่าเพิ่งไปคุยเรื่อง "องค์กรการเมือง" มันจะทำให้ทะเลาะกันก่อน

ถึงที่สุด พรุ่งนี้จะมีการประชุมสัมนาของพันธมิตรฯ อาจมีข้อสรุปดีๆ ออกมาเพื่อให้ทั้งสังคม ช่วยกันคิด

แต่ผมเชื่อว่า อาจต้องนำ "การเมืองใหม่" ออกมาจากทำเนียบ ให้ประชาชนภาคส่วนอื่น ๆ ช่วยคิดต่อ


ถ้ายังสัมนาในทำเนียบ คนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดทำเนียบคงไม่เข้าร่วม

หากรัฐบาล จะยอมรับการปฏิรูปการเมืองรอบใหม่ ถ้าให้เดา ประธานน่าจะเป็น คุณหมอประเวศ วะสี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 04:06 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 27-09-2008, 03:45 »

จะว่าไป หากจะลงโทษนักการเมืองให้หนักมือ

รัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ต้องมีหลายมาตรา เอาแค่โครงใหญ่ๆ ก็พอ

นอกนั้นให้ทำเป็น พรบ. จะได้ลงโทษได้ง่าย จำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ทำได้เลยโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง


โดยเฉพาะประมวลจริยธรรมนักการเมือง ต้องมีโทษอาญาประกบด้วย
บันทึกการเข้า

see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #10 เมื่อ: 27-09-2008, 08:28 »

*   ดีค่ะ  ที่คุณจีเอาเรื่อง ครม. ชุดใหม่มาลง ... เพราะดูเหมือนว่าที่นี่คุยเรื่องนี้กันน้อย

     จะว่าไปแล้ว ครม. ของ นายก  สมชาย  มันก็คือ คนหน้าเดิม ๆ ที่กลับเข้ามารับตำแหน่งนะแหละ

     แถมยังเอาคนที่ไม่มีความรู้โดยตรงมาสวมหัวโขนเสียอีก  ดูอย่าง  เฉลิม  เป็นไงเข้าไปคุม สาธารณสุข

     ครม. ชุดนี้มีสายตรงในการจัดตั้งมาจาก ลอนดอน ...........  มีการแบ่งเค้กกันในเรื่องเก้าอี้  รมต.

     การต่อรองกันแบบสุด ๆ จากหลายกลุ่มหลาบก๊วน  เพื่อที่จะให้ได้นายกคนใหม่มีชื่อว่า  สมชาย  วงสวัสดิ์  น้องเขย  แม้ว

     พวกเราก็เลยเห็น  ครม. ที่เกินเลยคำว่า ขี้เหร่  ..... ไปถึงขั้น  " อัปลักษณ์ "  แบบนี้ไงคะ
 

     
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
LunaticBomberman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 147


« ตอบ #11 เมื่อ: 27-09-2008, 10:29 »

แค่เห็นชื่อ เหลิม กับ ไชยา ผมก็ทนอ่านไม่ไหวแล้วครับ อีกอย่างรัฐมนตรีแต่ละคนก็จบมาไม่ตรงสาขา อย่างรมต. ศึกษา ถ้าจำไม่ผิด พี่แกจบ และทำงานมาทาง คมนาคม

เหมือนหมอให้ยาไม่ถูกโรค อย่างงี้จะไหวมั้ยเนี่ย
บันทึกการเข้า
ninja
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #12 เมื่อ: 27-09-2008, 10:42 »

ฟรีทีวีทุกช่อง ถ้ามี  สื่อ  ที่รู้สึกรู้สากับบ้านกับเมือง

แล้วเผยแพร่ความจริง แค่ช่องละชั่วโมง  ทุกวัน ๆๆๆๆ

การเมืองใหม่ เข้าไปถึงทุกหย่อมหญ้าแน่นอน

ขนาดมีแต่ เอเอสทีวี กับ พธม  ก็ขานรับกันกว่าครึ่ง

ก็ได้แต่ให้พวกสื่อฟรีทีวี เกิดดวงตาทำเพื่อชาติ

 
บันทึกการเข้า
Tuba ✿゚✎..✿.。.:。ღ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 660


ทักษิณที่ดี คือทักษิณที่.......ตายแล้ว


« ตอบ #13 เมื่อ: 27-09-2008, 11:41 »

แค่เห็นชื่อ เหลิม กับ ไชยา ผมก็ทนอ่านไม่ไหวแล้วครับ อีกอย่างรัฐมนตรีแต่ละคนก็จบมาไม่ตรงสาขา อย่างรมต. ศึกษา ถ้าจำไม่ผิด พี่แกจบ และทำงานมาทาง คมนาคม

เหมือนหมอให้ยาไม่ถูกโรค อย่างงี้จะไหวมั้ยเนี่ย

ผมกลับเห็นตรงกันข้ามนะครับ นอกจากระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังแล้ว

ผู้ที่มาเป็น รมต. หรือ รมช. ไม่ควรจะเอาผู้ที่รู้จักคุ้นเคยงานนั้น ๆ มาคุม

เพราะยิ่งรู้ละเอียดมาก ยิ่งเข้าไปล้วงลูกมาก สุดท้ายก็กลายเป็นผู้บริหารสันดานเสมียน

หรือแม้กระทั่งโยกคนที่เห็นว่าจะขวางประโยชน์ออกไปให้พ้นทาง
บันทึกการเข้า

ทหาร เป็นอะไรก็ไม่ได้ดี นอกจากเป็นทหาร

ตำรวจ เป็นอะไรก็ดีไม่ได้ แม้กระทั่งเป็นตำรวจ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 27-09-2008, 13:39 »

ประเด็นสำคัญ ที่พิษณุเขียนไว้ในบทความนี้ แกบอกว่า

ตลลอด 4 ปีที่เรียนรัฐศาสตร์ ถูกสอนมาว่า ไทยใช้ระบบของอังกฤษ

( ผู้จัดการไม่ได้นำมาใส่ในข่าว )

0000000000000000000000000

ตรงนี้ก็น่าคิด เราใช้แบบของอังกฤษ มากน้อยแค่ไหน

อะไรคือ ความงดงามของประชาธิปไตยของอังกฤษ

ทำไมประชาชนเค้าถึงเข้าใจ คุณธรรม จริยธรรม ทั้งๆ ที่ไม่ได้ถือพุทธ

เริ่องนี้ นายธานินท์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เขียนไว้ว่า

อังกฤษยึดมั่นในหลัก "อวิโธนะ" คือ ความไม่คลาดเคลื่อนแห่งหลักธรรม หรือ หลักการ

คนเรานั้นหากมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ในจิตใจ และไม่คลาดเคลื่อนจากตรงนั้น

ถือว่าสังคมนั้น เหมาะสมที่ประชาธิปไตยเจริญงดงาม

และไม่จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษร

เพราะอย่างถ่องแท้ว่า อะไรดี อะไรเลว อะไรเป็นประโยชน์ส่วนตน อะไรเป็นประโยชน์สาธารณะ

แต่สังคมไทยที่ชื่นชอบนิทานศรีธนญชัยเป็นชีวิตจิตใจ ชื่นชอบวิธีคิดกบฎ ๆ แบบศรีธนญชัย

มันก็ยากเหมือนกันที่จะให้สังคมนั้น "ไม่คลาดเคลื่อนจากหลักแห่งธรรม" เพราะฝังหัวชื่นชม ศรีธนญชัย

แปลความว่า "รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" แบบผิด แบบที่ไม่ดูว่า "รักษาตัวรอดเนื่องเพราะกระทำขัดหลักการหรือไม่"

สังคมที่เห็น "พันท้ายนรสิงห์" เป็นคนโง่ ก็ลำบากที่จะพัฒนา เพราะไม่มีคนกล้าทำ กล้ารับ

เห็นได้จากการต่อสู้ของทนายความในเมืองไทยนั่นแหละครับ

ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกความของตนเองชนะคดี นักการเมืองไทยก็มักเป็นเช่นนั้น

ที่สำคัญ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่กลับ "รับได้" นี่สิคือตัวปัญหา

เว้นเสียแต่ว่า เราจะมีการตรวจสอบที่เข้มแข็ง โกงเมื่อไหร่คุกทันที

โกงเลือกตั้งฉ้อฉลอำนาจเมื่อไหร่คุกทันที

แบบนี้ประเทศไทยยังมีโอกาส

ถ้าแค่คดี แจกใบแดง ใบเหลือง ยังใช้เวลาเกือบปี แล้วเราจะมี กกต. ขี้เท่อแบบนี้ไว้ทำไม

ประชาธิปไตยที่มีเรื่องการโกงตั้งแต่ชั้นเข้าสู่อำนาจ มันก็พัฒนาประชาธิปไตยไปไม่ได้ตั้งแต่ต้น
บันทึกการเข้า

chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #15 เมื่อ: 27-09-2008, 13:45 »

อ่านข่าวนี้แล้วผม รู้ได้เลยว่า การเมือง ประชาธิปไตย แบบไทยๆ
มันสุดๆ ขนานไหน เศร้าใจจริงๆ สส.ฝากรัฐบาล ทำสภาล่ม เพราะว่า
อดได้ตำแหน่ง
  หมดหวังแล้วจริงๆ

สภาล่มพรบ.ฟอกเงินเลื่อนลงมติรอบ2นับองค์ถึง 3 ครั้ง
http://www.komchadluek.net/2008/09/27/x_pol_k001_222850.php?news_id=222850
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 27-09-2008, 13:57 »

วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 20:14:43 น.  มติชนออนไลน์

การเมืองใหม่ ต้องกำจัดนักการเมืองขี้ฉ้อ..

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

ยามที่พูดกันถึง"การเมืองใหม่" แต่ยังไม่มีใครจินตนาการออกว่า หน้าตาที่ควรจะเป็น หรือเหมาะสมจะเป็นอย่างไรซึ่งคงจะต้องใช้เวลาถกเถียงกันอีกนาน

แต่ที่เห็นตรงกัน 2 เรื่องคือ

หนึ่ง ภาคประชาชนจักต้องมีส่วนร่วมมากขึ้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม

การเคลื่อนไหวภาคประชาชนต้องได้รับการยอมรับว่า เป็นการเมืองในระบบ ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมสามารถแสดงเจตจำนงให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน (แต่ไม่ใช่สรรหา 70 เลือกตั้ง 30แบบที่พันธมิตรฯเสนออย่างแน่นอน)

สอง นักการเมืองต้องไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ควรมีทัศนคติแบบนักการเมืองที่คอร์รัปชั่นบ้าง(ไม่มูมมาม) แต่ทำงาน พอยอมรับได้

ความคิดเช่นนี้ที่ทำให้ชนชั้นกลางในเมืองและนักธุรกิจยอมรับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในระยะแรก เพราะความเคยชินหรือคิดได้ประโยชน์จากรัฐบาลนี้

แต่เมื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลแสดงความตะกละตะกลามมากขึ้น รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ป 73,000 ล้านบาท โดยไม่ยอมเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ทนไม่ได้เพราะเห็นว่า รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณกำลังมูมมามจนถึงขั้นเอาเปรียบพวกเขา

แต่การที่จะหวังให้นักการเมืองเลิกฉ้อราษฎร์บังหลวงเอง เหมือนรอให้งาช้างงอกออกจากปาก*** จึงต้องหาวิธีการในการกำจัดนักการเมืองเหล่านี้ซึ่งที่ผ่านมามีการเสนอวิธีการมากมาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

เพราะสุดท้ายปลายทางแล้ว มีน้อยมากที่จะสามารถนำนักการเมืองขี้ฉ้อมาลงโทษได้ตามกฎหมาย

แม้ในช่วง 1-2 ปีนี้ ศาลได้พิพากษาจำคุกนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงไปจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่สามารถหลบหนีเงื้อมมือกฎหมายไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศได้ โดยที่รัฐมนตรีในรัฐบาลมีส่วนรู้เห็น เช่น นายสมชาย คุณปลื้มหรือกำนันเป๊าะ นายวัฒนา อัศวเหม พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

แต่นักการเมืองเหล่านี้ก็ยังไร้ยางอายลอยหน้าลอยตาหรือเป็นรัฐมนตรีอยู่ได้ ทั้งๆที่เป็นการทำลายหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องพิจารณาอยู่อีกหลายคดีรวมทั้งในป.ป.ช.ซึ่งจะพิสูจน์ว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีประสิทธิภาพหรือไม่

การจัดการนักการเมืองนักการเมืองขี้ฉ้อที่น่าจะได้ผลยังมีอีก ถ้านำวิธีการนี้มาใช้อย่างจริงจัง

ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 สาธารณชนไม่มีทางรู้ว่า รัฐมนตรีแต่ละคนมีทรัพย์สินมากน้อยแค่ไหน หลายคนก่อนเป็นรัฐมนตรีมีฐานะยากจน แต่เป็นรัฐมนตรีเพียงปีสองปีก็ร่ำรวยอู่ฟู่

จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(รสช.) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 มีการอายัดทรัพย์นักการเมืองในรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ 25 คนและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน(คตส.)ขึ้นมาตรวจสอบจนกระทั่งสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองจำนวนหนึ่ง ทำให้รู้ว่า นักการเมืองเหล่านี้มีทรัพย์สินหลายร้อยล้านบาท ทั้งๆที่บางคนไม่มีอาชีพที่แน่ชัด

แม้ต่อมาศาลฎีกาจะพิพากษาให้คำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คตส.เพราะถือว่า คตส.ใช้อำนาจตุลาการซึ่งขัดต่อประเพณีการปกครองและเป็นการริบทรัพย์ทางอาญาย้อนหลัง(ฎีกาที่  1131/2536)

แต่การที่นักการเมืองเหล่านี้มีทรัพย์สินจำนวนมากเป็นที่ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ กรมสรรพากรจึงอาศัยประมวลรัษฎากร มาตรา 49 ประเมินภาษีนักการเมืองเหล่านั้น เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายเสนาะ เทียนทอง นายสุบิน ปิ่นขยัน พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ฯลฯ

ทั้งนี้มาตรา 49 ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินเงินหรือทรัพย์สินที่อยู่ในครอบครองของผู้มีเงินได้ ฐานะความเป็นอยู่หรือพฤติการณ์ของผู้มีเงินได้เมื่อเทียบกับการสถิติเงินได้ของผู้มีเงินได้ หรือกิจการของผู้มีเงินได้เป็นหลักในการพิจารณาว่า สอดคล้องต้องกันหรือไม่

แต่การใช้อำนาจตามมาตรานี้ ต้องให้อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติก่อนทำการประเมิน

ปรากฏว่า กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากนักการเมืองเหล่านี้ ทำให้นักการเมืองเหล่านี้ฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางให้เพิกถอนคำสั่งของกรมสรรพากรซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้กรมสรรพากรแพ้คดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประเมินภาษี โดยมิได้ขออนุมัติจากอธิบดีซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญและเป็นเรื่องพื้นฐานที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรไม่น่าผิดพลาด

ถึงมาบางอ้อที่หลังว่า เป็นความจงใจของเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรมสรรพากรที่รับคำสั่งมากจากนักการเมือง สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา

แม้คดีดังกล่าวจะยังไม่หมดอายุความ กรมสรรพากรก็ไม่ยอมอุทรณ์หรือเริ่มประเมินภาษีนักการเมืองเหล่านี้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือรัฐบาลนายชวน หลีกภัย

ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นสันดานของนักการเมืองด้วยกัน

ในปัจจุบัน ทั้งรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว.ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำให้เห็นว่า มีส.ส.และรัฐมนตรีหลายคน รวมทั้งสมาชิก 3 เกลอมีทรัพย์สินมากอย่างน่าสงสัย รวมทั้งหุ้นมูลค่านับสิบล้านบาท

ถ้ากรมสรรพากรคิดจะล้างบาป ควรใช้มาตรา 49 ประเมินภาษีนักการเมืองเหล่านี้ รับรองจะจัดนักการเมืองขี้ฉ้อขึ้นเขียงได้อีกหลายราย
บันทึกการเข้า

นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #17 เมื่อ: 27-09-2008, 13:58 »

ท่าทางมันคงจะมีได้แค่ ครม.สมชาย1 เท่านั้นแหละ

ไม่เคยหวังอะไรกับมันเลย ก็เลยไม่รู้สึกว่าสิ้นหวังกับครม.ชุดนี้
บันทึกการเข้า
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 27-09-2008, 14:24 »

ในขณะคนไทยสิ้นหวัง แต่ ต่างชาติกลับชื่นชม ที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย

ยิ่งมีรัฐบาลโง่ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งชอบ เพราะเวลาจะสั่งซ้ายหันขวาหัน มันจะได้สั่งได้ง่ายๆ หน่อย
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 27-09-2008, 18:29 »

ชอบคุณพิษณุ นิลกลัด มาตั้งแต่ทั้งพากษ์มวยไทย สนุกเก้อร์ แล้วครับ  ไม่ผิดหวังจริงๆที่ก้าวออกมาเป็นผู้นำทางความคิดอีกคน 
บันทึกการเข้า

H-edge
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94


« ตอบ #20 เมื่อ: 27-09-2008, 20:56 »

ปัญหาอยู่ที่.... จะทำอย่างไรให้คนรากหญ้า รับรู้และเข้าใจเหมือนอย่างที่คนชั้นกลางรับรู้และเข้าใจ
ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น  เพราะถ้ารอให้รากหญ้าพัฒนาความคิด ด้วยการส่งเสริมการศึกษา
เกรงว่าชาติไทยคงสิ้นชาติไปสะก่อน 
 

ฟรีทีวีทุกช่อง ถ้ามี  สื่อ  ที่รู้สึกรู้สากับบ้านกับเมือง

แล้วเผยแพร่ความจริง แค่ช่องละชั่วโมง  ทุกวัน ๆๆๆๆ

การเมืองใหม่ เข้าไปถึงทุกหย่อมหญ้าแน่นอน

ขนาดมีแต่ เอเอสทีวี กับ พธม  ก็ขานรับกันกว่าครึ่ง

ก็ได้แต่ให้พวกสื่อฟรีทีวี เกิดดวงตาทำเพื่อชาติ

 


ที่เห็นง่ายที่สุดอย่างคุณ  ninja ว่า ก็คงจะเป็นฟรีทีวี เข้ากับคนได้ทุกระดับชั้น
ทั้งนักข่าว นักจัดรายการ ที่โด่งดัง  อยากเห็น คนไหนจะกล้าที่จะเป็นผู้นำ ให้สม
กับที่เป็นขวัญใจประชาชน
และคงต้องถามเจ้าของฟรีทีวี ว่าจะหากินกันไปอย่างนี้ โดยไม่เคยคิดช่วยประเทศชาติเลยหรือไง
อยากเห็นว่า ช่องไหนจะเริ่มก่อน  เพราะคิดว่าถ้ามีผู้เริ่ม คงจะมีผู้ตามกันเป็นทิวแถว
นอกซะจากว่า มีอะไรมันอุดต่อมความกล้าไว้อยู่
บันทึกการเข้า
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #21 เมื่อ: 27-09-2008, 21:20 »



อ่า ไม่รู้ว่าใครพูดเน๊อะ  ต้นไม้มีพิษ ดอกผลของมันก็มีพิษ
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
อยู่บำรุ๊ง .. บำรุง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210


ทีวีเพื่อพวกตน !


« ตอบ #22 เมื่อ: 27-09-2008, 21:24 »

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น ..

มันอยู่ที่ระดับการศึกษา ของคนในประเทศ

การที่จะทำให้คนเข้าใจหลักการเมืองนั้นต้องใช้ความรู้

หากไม่มีความรู้แล้ว มันก็เหมือนเดิมคือ ว่าไงว่าตามกัน

หรือไม่ก็เอาคนนี้เพราะเป็นคนใหญ่คนโตในจังหวัด

อีกอย่างคือได้เงินก็จบ

พวกแบบนี้แหละครับ จะอยู่นิ่งๆไม่สนใจอะไร

หรือเรียกตัวเองว่าเป็นกลางก็ได้

เพราะเค้าไม่ได้เดือดร้อนอะไรขอแค่ชีวิตไม่ลำบาก

 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: