ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
18-09-2019, 19:09
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ท่านจันทร์ VS สนธิ อันเนื่องมาแต่ มติชนสุดสัปดาห์ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ท่านจันทร์ VS สนธิ อันเนื่องมาแต่ มติชนสุดสัปดาห์  (อ่าน 2601 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 26-09-2008, 22:07 »

เพิ่งเดินไปที่แผงหนังสือ พบมติชนสุดสัปดาห์ หน้าปกซาละเปา และนายกสมาคมคนกลัวเมีย จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน

ซื้อติดมือมาอ่าน ตามความเคยชิน

พลิกไปหน้า 6 จดหมายจากผู้อ่าน

จดหมายฉบับแรก คัดค้าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกี่ยวกับบทบาทในพันธมิตร

บอ กอ ตอบว่า กวี หรือนักเขียน มีสิทธิ์ที่ชอบธรรมที่จะเลือกข้าง

( รายละเอียดตามอ่านเองนะครับ )

0000000000000000

มาทึ่งจดหมายฉบับที่สอง มาจาก สมณะจันทเสฎโฐ ( ท่านจันทร์ ) ที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯทุกวันกับคุณบัณทิตนั่นเอง

จดหมายมีข้อความดังนี้....

เนื่องแต่ "พันธมิตร"

แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้ง 5 ท่านล้วนมีส่วนดีอย่างยิ่งที่น่ายกย่อง

แต่ก็ควรใส่ใจรับฟังคำวิพากษ์ถึงข้อด้อยอย่างยิ่งที่ต้องสังวรเพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์แห่งการทำบุญกู้ชาติครั้งนี้ด้วยเถิด

การพูดถึงพิธีกรหญิงบางคนที่เคยเป็นนางงามด้วยคำรุนแรง อาทิ "ความงามเป็นสิ่งจีรัง ความงั่งก็เป็นสิ่งจีรัง" แม้ "อยู่มาจนหน้าอกเต่งตึง จนถึงหน้าอกหย่อนยานแล้ว"

โดยที่ได้อ่านข่าวว่า ผู้หญิงนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอวางตัวเป็นกลาง ก็นำเธอมาพูดถึงเธออย่างรุนแรงดังยกมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง

ผู้ชายที่ดีนั้นเขาถือกันมากในเรื่องก้าวร้าวเพศมารดา ไม่ควรใช้ความรุรแรงทุกกรณีกับเด็ก สตรี และคนชรา การล่วงเกินผู้หญิงโดยผู้ชายจะทำให้ผู้ชายเป็นที่น่ารังเกียจ และทำให้คนส่วนมากรับไม่ได้ในความไม่มีสปิริตของผู้ชาย

ยิ่งเป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ พูดกระหน่ำผู้หญิงที่เป็นเด็กกว่าตน ไม่ใช่แค่ผู้ชายรังแกผู้หญิง ยังเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็กอีกด้วย

ขอให้ฝึกอ่านจิตอ่านใจผู้ใหญ่ก่อนการใช้คำพูดตำหนิผู้ใดทุกคน


"เมื่อรู้สึกในใจว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด ตอนนั้นไม่ควรพูด" ( วาทะ มหาตมคานธี )


สมณะจันทเสฎโฐ ( ท่านจันทร์ ) มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

000000

บอกอ...ตอบ....

สาธุ...ผู้ฟังพึงสังวร

สังวรระมัดมั่นในการคิด สังวรระมัดมั่ในการพูด สังวรระมัดมั่นในการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่ก็ตาม

ถ้อยคำสั้นๆ จากท่านจันทร์ลึกซึ้งยิ่ง

ตีพิมพ์ด้วยความคารวะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีผลสะเทือนทั้งในความคิด ทั้งในการกระทำ...


จบ.
บันทึกการเข้า

Red Baron
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68



« ตอบ #1 เมื่อ: 28-09-2008, 05:08 »

ท่านจันทร์เริ่มสวนกระแสตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วตอนที่บอกบนเวทีว่าไม่เห็นด้วยกับการ์ดถือกระบองถือไม่กอล์ฟเพราะผิดหลักอหิงสา แล้วพอจบรายการคุณจำลองออกมาถือไมค์ต่อทันทีว่าการ์ดทำถูกต้องแล้วให้รักษากระบองเอาไว้ เพราะทางโน้นมีมีดมีปืนเราถือไม้ไว้ป้องกันตัวและดูแลไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายผู้หญิงและคนแก่ข้างใน ถ้าไม่ไปฟาดใครก่อนก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร วิญญูชนไม่ใช่ผู้ที่ต้องอดทนรับการทำร้ายได้ฝ่ายเดียว

และอีกหลายๆครั้งที่ท่านสวนกระแสความร้อนแรงของมวลชนรวมถึงตัวอย่างข้างบน

และอีกครั้งที่ขอให้มีจิตอภัยในกรรมของสมัครที่โดนวิพากษ์เบาๆจากกลุ่มผู้ฟังหน้าเวที

จะมองอีกแง่ท่านเป็นสมอดึงให้เรือไม่ลอยตามกระแสน้ำ แล้วแต่จะคิดเอาว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจเพราะท่านเป็นสมณะย่อมคิดแบบสมณะ แต่สำหรับผมรับฟังทุกความเห็นยิ่งเป็นสมณะยิ่งต้องฟัง

แต่ปฎิบัติจริงนั้นผมคงตัดสินใจเองเพราะผมยังเป็นปุถุชนอยู่ย่อมมีรักมีเกลียดมีด่าเป็นบางครั้ง ผมถือกระบองก็ต้องฟาดถ้าคนที่วิ่งเข้ามถืออาวุธ ผมคงจะด่าหน้าจอที่วีหนักๆถ้าดูข่าวบิดเบือน และผมคงให้จิตอภัยในกรรมของคุณสมัครไม่ได้เพราะผมไม่ใช่เจ้ากรรมของเขา ผมคงให้ได้แต่จิตเวทนาเท่านั้น
บันทึกการเข้า

อย่าถามหาความเป็นกลางจากผม



"ศิล" แปลว่า "ปกติ" วิญญูชนผู้ไม่หวั่นไหวต่ออบายไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตผิดปกติจากที่เป็นเพื่อรักษา "ศิล"

From the Templar's moral
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #2 เมื่อ: 28-09-2008, 07:14 »

ท่านจันทร์เริ่มสวนกระแสตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วตอนที่บอกบนเวทีว่าไม่เห็นด้วยกับการ์ดถือกระบองถือไม่กอล์ฟเพราะผิดหลักอหิงสา แล้วพอจบรายการคุณจำลองออกมาถือไมค์ต่อทันทีว่าการ์ดทำถูกต้องแล้วให้รักษากระบองเอาไว้ เพราะทางโน้นมีมีดมีปืนเราถือไม้ไว้ป้องกันตัวและดูแลไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายผู้หญิงและคนแก่ข้างใน ถ้าไม่ไปฟาดใครก่อนก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร วิญญูชนไม่ใช่ผู้ที่ต้องอดทนรับการทำร้ายได้ฝ่ายเดียว

และอีกหลายๆครั้งที่ท่านสวนกระแสความร้อนแรงของมวลชนรวมถึงตัวอย่างข้างบน

และอีกครั้งที่ขอให้มีจิตอภัยในกรรมของสมัครที่โดนวิพากษ์เบาๆจากกลุ่มผู้ฟังหน้าเวที

จะมองอีกแง่ท่านเป็นสมอดึงให้เรือไม่ลอยตามกระแสน้ำ แล้วแต่จะคิดเอาว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจเพราะท่านเป็นสมณะย่อมคิดแบบสมณะ แต่สำหรับผมรับฟังทุกความเห็นยิ่งเป็นสมณะยิ่งต้องฟัง

แต่ปฎิบัติจริงนั้นผมคงตัดสินใจเองเพราะผมยังเป็นปุถุชนอยู่ย่อมมีรักมีเกลียดมีด่าเป็นบางครั้ง ผมถือกระบองก็ต้องฟาดถ้าคนที่วิ่งเข้ามถืออาวุธ ผมคงจะด่าหน้าจอที่วีหนักๆถ้าดูข่าวบิดเบือน และผมคงให้จิตอภัยในกรรมของคุณสมัครไม่ได้เพราะผมไม่ใช่เจ้ากรรมของเขา ผมคงให้ได้แต่จิตเวทนาเท่านั้น



ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจและหน่วยงานอื่นๆ สามารถประกันความปลอดภัย ป้องกันพวกอันธพาลของรัฐบาล เช่นแนวร่วมนรกป่วนกรุง คนของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล และ มือที่สาม(ทำไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ขออ้างไว้ก่อน) เป็นต้น และประกันว่าจะไม่ใช้'อาวุธ' ต่างๆ ปราบปรามผู้ร่วมชุมนุมฯ.....

ผู้ร่วมชุมนุม'พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' และการร์ด ก็ไม่สมควรจะมีอาวุธ หรือ สิ่งของที่ดัดแปลงเป็นอาวุธได้อยู่ในบริเวณที่ชุมนุม......!!!

ผู้ร่วมชุมนุมได้เห็นนิสัย สันดานของนักการเมือง หัวหน้าพรรคพังประชาชน อดีตนายกฯนอมินี บริวาร ลิ่วล้อพรรคฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล จะใช้วิธีการ'อหิงสา' เช่นเดียวกับท่าน'มหาตมา คานธี' หรือ ท่าน'ทะไลลามะ' นั้นไม่ได้ เพราะจะเสียเลือดเสียเนื้อเสียชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ ไร้ค่าอย่างยิ่ง.....!!!




บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #3 เมื่อ: 28-09-2008, 07:17 »

เพิ่งเดินไปที่แผงหนังสือ พบมติชนสุดสัปดาห์ หน้าปกซาละเปา และนายกสมาคมคนกลัวเมีย จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน

ซื้อติดมือมาอ่าน ตามความเคยชิน

พลิกไปหน้า 6 จดหมายจากผู้อ่าน

จดหมายฉบับแรก คัดค้าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกี่ยวกับบทบาทในพันธมิตร

บอ กอ ตอบว่า กวี หรือนักเขียน มีสิทธิ์ที่ชอบธรรมที่จะเลือกข้าง

( รายละเอียดตามอ่านเองนะครับ )

0000000000000000

มาทึ่งจดหมายฉบับที่สอง มาจาก สมณะจันทเสฎโฐ ( ท่านจันทร์ ) ที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯทุกวันกับคุณบัณทิตนั่นเอง

จดหมายมีข้อความดังนี้....

เนื่องแต่ "พันธมิตร"

แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้ง 5 ท่านล้วนมีส่วนดีอย่างยิ่งที่น่ายกย่อง

แต่ก็ควรใส่ใจรับฟังคำวิพากษ์ถึงข้อด้อยอย่างยิ่งที่ต้องสังวรเพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์แห่งการทำบุญกู้ชาติครั้งนี้ด้วยเถิด

การพูดถึงพิธีกรหญิงบางคนที่เคยเป็นนางงามด้วยคำรุนแรง อาทิ "ความงามเป็นสิ่งจีรัง ความงั่งก็เป็นสิ่งจีรัง" แม้ "อยู่มาจนหน้าอกเต่งตึง จนถึงหน้าอกหย่อนยานแล้ว"

โดยที่ได้อ่านข่าวว่า ผู้หญิงนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า เธอวางตัวเป็นกลาง ก็นำเธอมาพูดถึงเธออย่างรุนแรงดังยกมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง

ผู้ชายที่ดีนั้นเขาถือกันมากในเรื่องก้าวร้าวเพศมารดา ไม่ควรใช้ความรุรแรงทุกกรณีกับเด็ก สตรี และคนชรา การล่วงเกินผู้หญิงโดยผู้ชายจะทำให้ผู้ชายเป็นที่น่ารังเกียจ และทำให้คนส่วนมากรับไม่ได้ในความไม่มีสปิริตของผู้ชาย

ยิ่งเป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ พูดกระหน่ำผู้หญิงที่เป็นเด็กกว่าตน ไม่ใช่แค่ผู้ชายรังแกผู้หญิง ยังเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็กอีกด้วย

ขอให้ฝึกอ่านจิตอ่านใจผู้ใหญ่ก่อนการใช้คำพูดตำหนิผู้ใดทุกคน


"เมื่อรู้สึกในใจว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด ตอนนั้นไม่ควรพูด" ( วาทะ มหาตมคานธี )


สมณะจันทเสฎโฐ ( ท่านจันทร์ ) มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

000000

บอกอ...ตอบ....

สาธุ...ผู้ฟังพึงสังวร

สังวรระมัดมั่นในการคิด สังวรระมัดมั่ในการพูด สังวรระมัดมั่นในการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่ก็ตาม

ถ้อยคำสั้นๆ จากท่านจันทร์ลึกซึ้งยิ่ง


ตีพิมพ์ด้วยความคารวะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีผลสะเทือนทั้งในความคิด ทั้งในการกระทำ...


จบ.


เห็นด้วยกับ'ท่านจันทร์'.....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
bangkaa
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407



« ตอบ #4 เมื่อ: 28-09-2008, 10:26 »

เห็นไหมล่ะ... ใครที่เอาแต่ ด่า ด่า ด่า... ว่า พระ หรือ ศาสนา.. ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง...


ถ้าหาก ไม่มีสันติอโศก... หรือไม่มี ท่านจันทร์ ขึ้นเวที ทุกวัน... แล้วจะมีใคร คอยมาให้ธรรมะ เตือนสติ แก่ ผู้ชุมนุม พันธมิตรฯ บ้าง...


(อันนี้ก็ต้องให้เครดิตกับทางพันธมิตรฯ ด้วยนะ... ที่จัดธรรมะในที่ชุมนุม... เพราะกระบวนการที่ต้องปลุกเร้าอารมณ์คนให้ฮึกเหิม ถ้ามันเกินไปก็ จะไม่ดี
การที่มี ธรรมะ คำสอน มาถ่วงดุล มาเตือนสติบ้าง ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำ)



ส่วนลุงกะทินั้น ก็เกินเยียวยา จริงๆ... เวลาแก่จะเล่นบท ด่ากระจาย ทีไร... ก็เอาซะไม่มีความพอดีบ้าง...

(ถ้าแกลดโทนความกร้าวร้าวลงบ้าง หรือ ปรับภาพตนเองเหมือนตอนจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์... ก็จะดูดีดว่านี้มาก)



 
บันทึกการเข้า

มาทำหน้าที่... ใช้หนี้แผ่นดิน...และมาทำบุญ...
hide
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157



« ตอบ #5 เมื่อ: 28-09-2008, 13:48 »

นี่แหละที่ไอพวกแม้วมันด่า

สันติอโศกไม่ใช่ศาสนา

ส่วนตัวแล้วท่านยังมีความคิดดีๆ

มากกว่าไอพวกพระตามวัดซะอีก
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 28-09-2008, 14:03 »

เรื่องพี่เปลว

ท่านจันทร์ ก็เห็นด้วยกับพี่เปลว ( บวกผมไปอีกคน )

แต่เมื่อชาวพันธมิตรเห็นว่าต้องลงโทษ ท่านก็บอกว่า เสียงส่วนใหญ่ว่ายังไง เราเสียงส่วนน้อยก็ต้องเก็บความคิดลงลิ้นชัก

แต่ก็ใช่ว่า การมีเมตตาเป็นเรื่องไม่ดี พี่เปลวคิดน่ะไม่ผิดหรอก ดีเสียอีก

แต่มันต้องมีการตัดสิน ( แหะ แหะ ผมอยู่ข้างท่านจันทร์นั่นแหละ )

ไม่งั้นจะไปนอนในทำเนียบให้ปวดเมื่อยตัวทำไม...ว่ามั๊ย

เห็นด้วยในโครงใหญ่ เป้าหมายใหญ่ แต่ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด ผมคิดว่ามีคนแบบผมอีกเยอะแยะ


แต่เค้าไม่อยากพูดให้เพื่อนๆเสียอารมณ์ แต่ผมไม่ใช่คนแบบนั้น เห็นอะไรคิดอะไรก็พูดก็เขียน

ผิดถูกก็เป็นเสียงหนึ่งในสังคม มิใช่ว่าเราเก่ง เราถูกอยู่คนเดียว ข้อมูลมันต้องรับหลายด้าน

คนอ่าน คนฟังก็เก็บไปคิดเอาเอง


ด่ามามีเหตุผลก็ฟัง ด่าแบบไล่งับก็ทิ้งลงคลองน้ำเน่าไป

ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ ประชาธิปไตย ต้องเห็นต่างกันได้
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #7 เมื่อ: 28-09-2008, 14:06 »

เรื่องพี่เปลว

ท่านจันทร์ ก็เห็นด้วยกับพี่เปลว ( บวกผมไปอีกคน )

แต่เมื่อชาวพันธมิตรเห็นว่าต้องลงโทษ ท่านก็บอกว่า เสียงส่วนใหญ่ว่ายังไง เราเสียงส่วนน้อยก็ต้องเก็บความคิดลงลิ้นชัก

แต่ก็ใช่ว่า การมีเมตตาเป็นเรื่องไม่ดี พี่เปลวคิดน่ะไม่ผิดหรอก ดีเสียอีก

แต่มันต้องมีการตัดสิน ( แหะ แหะ ผมอยู่ข้างท่านจันทร์นั่นแหละ )

ไม่งั้นจะไปนอนในทำเนียบให้ปวดเมื่อยตัวทำไม...ว่ามั๊ย

เบื่อ !!!!

เห็นด้วยในโครงใหญ่ เป้าหมายใหญ่ แต่ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด ผมคิดว่ามีคนแบบผมอีกเยอะแยะ


แต่เค้าไม่อยากพูดให้เพื่อนๆเสียอารมณ์ แต่ผมไม่ใช่คนแบบนั้น เห็นอะไรคิดอะไรก็พูดก็เขียน

ผิดถูกก็เป็นเสียงหนึ่งในสังคม มิใช่ว่าเราเก่ง เราถูกอยู่คนเดียว ข้อมูลมันต้องรับหลายด้าน

นี่แหละตัวเอ็ง !!!

คนอ่าน คนฟังก็เก็บไปคิดเอาเอง


ด่ามามีเหตุผลก็ฟัง ด่าแบบไล่งับก็ทิ้งลงคลองน้ำเน่าไป

ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ ประชาธิปไตย ต้องเห็นต่างกันได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 14:10 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

stromman
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 526



« ตอบ #8 เมื่อ: 28-09-2008, 14:51 »

พระไม่ยุ่งได้ยังไงครับ เวลาที่คนมากันมากๆ มันก็ต้องมาพูดตอนนี้ รอให้แต่คนเข้าวัด จะให้สติ ให้ปัญญากันได้กี่คน
ผมมีทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับท่านจันทร์ แต่ทุกครั้งที่ไม่เห็นด้วย ผมต้องเอามาตรองอย่างหนัก ว่าเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น ดีเหมือนกัน ที่มี พระ หรือสมนะมาให้สติเรา ให้รู้จักยับยั้ง ไม่ตามอารมณ์เกินไป ผมให้คำนิยามของการชุมนุมสำหรับตัวผมเองว่า มาฝึกฝนความเพียร และ มาทำบุญ

สาธุ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-09-2008, 15:13 »

เมื่อคุณเอา"ธรรมนำหน้า"

ก็ต้องให้ "ธรรม" นั้น อยู่ในจิตวิญญาณ อยู่ในการปฏิบ้ติ ทั้งวิธีคิด วีธีสื่อสาร วิธีปฏิบัติ


วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11158 มติชนรายวัน

คุณธรรม : ใครสร้าง? สร้างอย่างไร?

โดย บุญยิ่ง สอนศรี

เรามักได้ยินคำว่า "คุณธรรม" จากวิทยุ จากโทรทัศน์ จากการพูดคุยในวงสนทนา หรือจากหนังสือพิมพ์เสมอๆ

คำนี้เริ่มปรากฏเป็นทางการใน พ.ร.บ.การศึกษาฯ พ.ศ.2542 คือ "ความรู้คู่คุณธรรม" หมายถึง "เก่งและดี"

ผู้เขียนสงสัยมานานแล้วว่า ที่เราพูดถึง "คุณธรรม" หรือ "ความดี" กันนั้น คนทั่วไปรู้หรือไม่ว่าคืออะไร? เป็นสิ่งของ หรือเป็นคุณสมบัติของคนดี หรือพูดถึงคุณธรรมบ่อยๆ ก็คงเป็นคนมีคุณธรรมแล้ว

ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าสังคมไทยชอบรูปแบบมากกว่าเนื้อหา เช่น อยากได้ใบปริญญามากกว่าองค์ความรู้

ไปงานสวดพระอภิธรรมก็บ่นว่าพระสวดเป็นภาษาบาลีฟังไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นคนใฝ่รู้จริง เพียงแต่ไปหาหนังสือสวดมนต์ที่มีคำแปลมาอ่าน ก็จะรู้เนื้อหาจริงๆ ได้ ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้งเท่านั้น เป็นต้น

คำว่า "คุณธรรม" ก็เช่นกัน หลายคนพูดตามๆ กันไป แต่อาจไม่เข้าใจความหมายก็ได้

ก่อนอื่นขอเล่าประสบการณ์ในการสัมภาษณ์คนเข้าทำงานประมาณเกือบ 100 คน หนึ่งในคำถามที่ถาม คือ "ศีล 5" มีคนตอบเป็นภาษาบาลีได้ถูกต้อง 3 คน ตอบเป็นภาษาไทยเรียงข้อได้ถูกต้องประมาณ 10 คน นอกนั้นตอบถูกแต่สลับข้อบ้าง ตอบได้บางข้อบ้าง จนตอบไม่ได้เลยก็มี

และมีผู้เข้าสัมภาษณ์คนหนึ่งถามผู้เขียนว่า ที่ถามเขาเกี่ยวกับศีล 5 นั้น เกี่ยวข้องกับงานที่เขาจะทำอย่างไร

วันนั้นผู้เขียนตอบว่า "ศีล 5 เป็นมาตรฐานขั้นต่ำของคนดี เพราะคนที่ปฏิบัติศีล 5 เป็นประจำ จะเป็นคนมีเบญจธรรม คือ มีเมตตา มีอาชีพสุจริต มีความสำรวมในกาม มีสัจจะ มีสติ" หลังจากที่ตอบไปแล้วไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่

หลายปีมาแล้ว ผู้เขียนสอนให้นักศึกษาทำความดี แต่ถูกย้อนถามว่าความดีคืออะไร แค่ไหนเรียกว่าดี

ขณะนั้นได้แต่นิ่งอึ้งไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร หลังจากนั้นได้พยายามสอบถามผู้รู้บ้าง ฟังปาฐกถาธรรมบ้าง ฟังพระธรรมเทศนาบ้าง

บางท่านบอกว่า ความดี เรานำไปคุยต่อได้ เพราะสิ่งที่เราทำไม่ดีมักไม่อยากให้คนอื่นรู้

คำตอบนี้ไม่จริงเสมอไป เพราะเราจะพบว่า คนที่ไปเล่นการพนัน ไปเที่ยวบาร์ ไปหลอกผู้หญิง ก็มักนำมาคุยกันอย่างสนุกสนานประหนึ่งว่าเป็นวีรบุรุษ ต่อมาจึงได้พบว่าแนวทางการสร้างคุณธรรม-ความดี นั้นมีอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา คือ "ละความชั่ว สร้างความดี ทำจิตให้ผ่องใส" นั่นเอง

รายละเอียดที่จะทำให้บรรลุทั้ง 3 กิจกรรมนั้น มีหลักธรรมให้ประพฤติปฏิบัติถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ สำหรับคนธรรมดาอย่างเราเห็นตัวเลข 84,000 ก็คงท้อใจแล้ว

ผู้เขียนขอแนะนำหลักธรรมเพียงบางประการเพื่อให้คนธรรมดาอย่างเราเริ่มนำมาประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

ละความชั่ว พระพุทธทาสสอนไว้ง่ายมาก "อย่าเบียดเบียนเขา" แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ผู้เขียนขอแนะนำว่า "อย่าทำให้ใครเดือดร้อน" นั่นคือ ปฏิบัติศีล 5 อย่างสม่ำเสมอ

สร้างความดี เมื่อเราไม่ทำความชั่ว จึงเป็นการทำความดีเฉพาะตัว แต่คนธรรมดาอย่างเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีพ่อแม่ มีญาติพี่น้อง มีครอบครัว มีเพื่อน มีสังคม จึงต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การที่เราจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม ผู้เขียนขอแนะนำหลักธรรมเพื่อเป็นการเริ่มต้นในการสร้างความดี-คุณธรรม เช่น สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 สัปปุริสธรรม ฆราวาสธรรม เป็นต้น

สังคหวัตถุ 4 ประกอบด้วย ทาน-ให้ ปิยวาจา-พูดไพเราะ อัตถจริยา-ทำตัวเป็นประโยชน์ สมานัตตตา-ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย ผู้รู้บางท่านคิดเป็นภาษาไทยเพื่อง่ายในการปฏิบัติ "โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ประชาชน วางตนพอดี"

พรหมวิหาร ประกอบด้วย เมตตา-รัก ปรารถนาให้ได้ดี กรุณา-สงสาร ปรารถนาให้พ้นทุกข์ มุทิตา-ยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น อุเบกขา-วางเฉย เห็นอกเห็นใจความผิดหวังของคนอื่น

สัปปุริสธรรม ประกอบด้วย รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้ชุมชน รู้บุคคล กล่าวโดยรวมคือ รู้เรา รู้เขา รู้ว่าการทำอย่างนี้จะเกิดผลอะไร รู้ว่าผลอย่างนี้เกิดมาจากเหตุใด รู้จักพอ รู้กาลเทศะ รู้จักสังคมของตัวเราเอง

ฆราวาสธรรม ประกอบด้วย สัจจะ ทมะ-ข่มใจ ขันติ จาคะ-เสียสละ

หลักธรรมที่กล่าวข้างต้น แต่ละคำ แต่ละวลี พอเข้าใจความหมายได้ไม่ยาก (คำอธิบายที่ละเอียด มีผู้รู้เขียนไว้มากมายในหนังสือธรรมะ ตลอดจนในเว็บไซต์เกี่ยวกับธรรมะ) ผู้ใดประพฤติปฏิบัติสม่ำเสมอ ก็ถือได้ว่าเป็นคนมีคุณธรรม แม้บางคนอาจไม่เคยรู้จักหลักธรรมเหล่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเหล่านั้นเป็นคนไม่มีคุณธรรม เพราะถ้าการดำเนินชีวิตของเขาเป็นไปตามหลักธรรมที่กล่าวมาแล้ว ก็เป็นคนมีคุณธรรมเหมือนกัน ผู้ใดอยากรู้ว่าตัวเรามีคุณธรรมหรือไม่ ก็ลองใช้หลักธรรมดังกล่าวเป็นเกณฑ์ เทียบดูว่าการกระทำที่ตนเอง ประพฤติปฏิบัติอยู่ ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีเพี้ยนไปบ้างหรือไม่ถูกต้อง ก็ปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มี "ความดี-คุณธรรม"

ทำจิตให้ผ่องใส สำหรับคนธรรมดา ผู้เขียนขอแนะนำเพียงให้ "คิดทางบวก" ก็ได้ แต่ผู้ใดมีความสามารถทำสมาธิ ปฏิบัติกรรมฐานได้ก็ยิ่งดี

ดังนั้น คุณธรรม-ความดี จึงต้องสร้างโดยการประพฤติปฏิบัติด้วยตนเอง เพียงแต่พูดไม่ได้ คนอื่นสร้างแทนไม่ได้ ซื้อไม่ได้ แต่สร้างได้โดยเริ่มปฏิบัติหลักธรรมดังกล่าว ถ้าผู้ใดต้องการมีคุณธรรมสูงขึ้น ก็มีหลักธรรมให้ปฏิบัติอีกมากมาย

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นคุณธรรม-ความดีเฉพาะตัว เมื่อผู้ใดได้เป็นนักปกครอง หรือผู้บริหาร พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ด้วย ธรรมของนักปกครอง ได้แก่ "ทาน ศีล ความเสียสละ ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน ความเที่ยงธรรม"

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินใช้หลักธรรมนี้ในการปกครองประเทศ ก็เรียกว่า "ทศพิธราชธรรม"

ถ้าคนธรรมดาใช้จะเรียกว่า "ธรรมของนักปกครอง"

หลังจากเราได้รู้จักหลักธรรมต่างๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นคนมีคุณธรรมแล้ว ท่านลองทำแบบฝึกหัด โดยประเมินคนรอบข้างของเรา ว่าเขามีคุณธรรมมากน้อยเพียงใด

เริ่มต้นจากคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี เป็นต้น

ผลการประเมินจะทำให้เรารู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร มีคุณธรรมมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นคนใกล้ชิดที่ท่านสามารถชี้แนะเพื่อให้เขาปรับปรุงตัวได้ ก็เป็นการทำ "ทาน" ชนิดหนึ่ง

ส่วนคนที่ท่านไม่สามารถชี้แนะได้ ก็ต้องใช้ "อุเบกขา-เห็นใจเขาที่ยังเข้าไม่ถึงธรรม" และติดต่อกันน้อยๆ จนถึงไม่คบค้าด้วย ไม่เลือกเข้าไปเป็นผู้บริหารองค์กร

ข้อมูลที่ท่านสามารถนำมาใช้ในการประเมิน หาได้จากการให้สัมภาษณ์ของบุคคลต่างๆ ในหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น

เช่น บางคนบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ดี แต่พอได้ประโยชน์ ก็อ้างว่าทำตามรัฐธรรมนูญ บางคนไม่มีสัจจะ วันนี้พูด พรุ่งนี้บอกไม่ได้พูด บางคนแสดงความคิดเห็นไว้ พอคนเขาไม่เห็นด้วยไม่กล้ามาชี้แจง แต่ให้คนอื่นมาแก้ตัวแทน ทั้งๆ ที่ตัวคนนั้นก็ยังอยู่ บางคนซื้อปริญญา บางคนให้คนไปสอบแทน คนเหล่านี้มีคุณธรรมหรือไม่

อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่รัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ ในการประชุมร่วมฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2551 มีผู้อภิปรายว่า ท่านนายกรัฐมนตรี (ณ วันนั้น) มีทศพิธราชธรรม (ควรใช้ธรรมของนักปกครอง เพราะตามพจนานุกรม ทศพิธราชธรรมใช้กับพระเจ้าแผ่นดิน) มีสมาชิกสภาถกเถียงกันว่า "ทศพิธราชธรรม" เป็นราชาศัพท์หรือไม่

ไม่มีข้อสรุปในที่ประชุม แต่คนที่ถูกยกย่องคงวาสนาไม่ถึงจึงต้องมีอันเป็นไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2008, 15:19 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 28-09-2008, 21:44 »

พระไม่ยุ่งได้ยังไงครับ เวลาที่คนมากันมากๆ มันก็ต้องมาพูดตอนนี้ รอให้แต่คนเข้าวัด จะให้สติ ให้ปัญญากันได้กี่คน
ผมมีทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับท่านจันทร์ แต่ทุกครั้งที่ไม่เห็นด้วย ผมต้องเอามาตรองอย่างหนัก ว่าเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น ดีเหมือนกัน ที่มี พระ หรือสมนะมาให้สติเรา ให้รู้จักยับยั้ง ไม่ตามอารมณ์เกินไป ผมให้คำนิยามของการชุมนุมสำหรับตัวผมเองว่า มาฝึกฝนความเพียร และ มาทำบุญ

สาธุ


วันนี้ผมได้ฟัง ได้ชมรายการ'ท่านจันทร์'บนเวที'พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย'.....
ผมบอกเล่าตามท่านจันทร์ทุกคำทุกประโยคไม่ได้ แต่เข้าใจความที่ท่านได้เทศน์.....


'ท่านจันทร์'เทศน์ว่าท่านมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าท่านเห็นด้วยทุกประการ ทุกเรื่อง....
แต่ท่านจันทร์เห็นด้วยแนวทางการเคลื่อนไหว การต่อสู้ ขับไล่รัฐบาลนอมินีของทักษิณ จำเลยหนีหมายจับของศาลยุติธรรม จะมีความเห็นต่างบ้าง ก็ต้องสนับสนุนต่อไป....


'ท่านจันทร์' เทศน์ว่าถ้านับสิบส่วน ท่านจันทร์เห็นด้วย เก้าส่วน
ถ้านับ ร้อยส่วน ท่านเห็นด้วย เก้าสิบส่วน....!!!

การเห็นต่างหนึ่งส่วนในสิบส่วน
หรือ สิบส่วนในร้อยส่วน
ไม่ใช่เป็นเหตุให้เลิกสนับสนุน หรือต่อต้านแนวทางของการเคลื่อนไหวของห้าพันธมิตรฯ ของผู้ชุมนุมพันธมิตรฯทั้งหมด......!!!

ถ้าจะบอกว่า 'สงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วม' ก็น่าจะคล้ายคลึงกัน....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า




บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Prach
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92



« ตอบ #11 เมื่อ: 29-09-2008, 01:03 »

ท่านจันทร์ ท่านคิดและมองอย่างเมตตา แบบสมณะ ซึ่งหนูว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

จะให้ท่านมาเย้วๆๆ ฮาร์ดคอร์อย่างเราๆ ซึ่งเป็นปุถุชนคนยังมีกิเลส ได้ไงอ่ะ

ถือว่าช่วยดึงๆ ยั้งๆ เตือนๆกันไว้นั่นแหละดี

ยิ่งเมื่อวันก่อน ท่านพูด topic ที่ว่าการเป็นคนดีดีน่ะดี แต่อย่าหลงในความดีของตัวเอง (ใครมีเนื้อหาเต็มๆ รบกวนเอามาลงหน่อยจิคะ)

สาธุ สาธุ สาธุ
 
บันทึกการเข้า

"สันติภาพอันชั่วร้าย...เลวเสียยิ่งกว่าสงคราม"...ทาซิตุส
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 29-09-2008, 01:59 »

ธรรมะ ที่ท่านจันทร์นำมาฝาก เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย

ผมชอบเวลาที่อ่านอ่านธรรมะ เป็นลำนำ มีเสียงขลุ่ย หรือเสียงเพลงบรรเลงประกอบ

ฟังแล้วเกิดปัญญา

นึกถึงรายการกวีทางวิทยุ สมัยสายลมแสงแดด

ยิ่งฟังดึก ๆ เพลินจนหลับ อิ อิ

ลองติดต่อไปซีครับ ผมแน่ใจว่าท่านทำเป็นซีดีเอาไว้แจกด้วย


 
บันทึกการเข้า

indexthai
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 122


« ตอบ #13 เมื่อ: 29-09-2008, 08:23 »

เห็นไหมล่ะ... ใครที่เอาแต่ ด่า ด่า ด่า... ว่า พระ หรือ ศาสนา.. ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง...


ถ้าหาก ไม่มีสันติอโศก... หรือไม่มี ท่านจันทร์ ขึ้นเวที ทุกวัน... แล้วจะมีใคร คอยมาให้ธรรมะ เตือนสติ แก่ ผู้ชุมนุม พันธมิตรฯ บ้าง...


(อันนี้ก็ต้องให้เครดิตกับทางพันธมิตรฯ ด้วยนะ... ที่จัดธรรมะในที่ชุมนุม... เพราะกระบวนการที่ต้องปลุกเร้าอารมณ์คนให้ฮึกเหิม ถ้ามันเกินไปก็ จะไม่ดี
การที่มี ธรรมะ คำสอน มาถ่วงดุล มาเตือนสติบ้าง ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำ)



ส่วนลุงกะทินั้น ก็เกินเยียวยา จริงๆ... เวลาแก่จะเล่นบท ด่ากระจาย ทีไร... ก็เอาซะไม่มีความพอดีบ้าง...

(ถ้าแกลดโทนความกร้าวร้าวลงบ้าง หรือ ปรับภาพตนเองเหมือนตอนจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์... ก็จะดูดีดว่านี้มาก)



 


เขียนได้ตรงใจผมเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/indexthai
ค น น อ ก ก ร ะ แ ส
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #14 เมื่อ: 29-09-2008, 08:31 »

เอ๊ะ..งั้นก็แสดงว่าถือครองและเสพใบกระท่อมนี่ก็เป็นการแสดงความอารยะขัดขืนแบบอสิงหาอ่ะเด๊ะ....เฟี้ยวเจงๆ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #15 เมื่อ: 29-09-2008, 12:47 »

เอ๊ะ..งั้นก็แสดงว่าถือครองและเสพใบกระท่อมนี่ก็เป็นการแสดงความอารยะขัดขืนแบบอสิงหาอ่ะเด๊ะ....เฟี้ยวเจงๆ


หนอนฯ ใช้'โยนีมด' แสดงความคิดเห็นอีกแล้ว......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
วาโย
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 250


ซ้ายหรือขวาก็ว่าเอียงทั้งคู่ขอสู้อยู่ตรงกลางดีกว่า


« ตอบ #16 เมื่อ: 29-09-2008, 13:04 »

เห็นด้วยกับท่านจันทร์ครับ จิ้งจกทักโบราณยังให้ฟังเลยสมณะคือผู้ระงับจากบาปทั้งปวงกระตุกเตือนไว้บ้างก็ดี
ไอ้ที่พูดนะเคยเคี้ยวใบกระท่อมมั่งหรือยังคุณเอก (หรือของอ่อนๆไม่เคยเคยแต่ไอ้ที่มันแรงๆ) ใบกระท่อมคนโบราณเค้าใช้เป็นยาสมุนไพรด้วยซ้ำเห็นชอบยกเรื่องนี้มาพูดน่าจะเป็นคนในวงการตัวจริงละมั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2008, 13:32 โดย วาโย » บันทึกการเข้า

มาเถอะพี่น้องพ้องเพื่อนชีวิต ...ตื่นเถอะมวลมิตรผู้ยังหลับไหลจากเรา...คาราวาน (ขอยกท่อนหนึ่งของเพลงคาราวานมาแสดงระกันครับ ถึงเวลาแล้วที่คนหลับต้องตื่นสู้ คนอยู่ต้องก้าวต่อไป)
สวิส
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #17 เมื่อ: 29-09-2008, 13:12 »

เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมาผมฟัง FM 98.25 ท่านจันทน์ ก็กล่าวเตือนสติกลุ่มพันธมิตร ด้วยถ้อยคำประมาณนี้แหล่ะครับ

ผมว่านี่เป็นบรรยากาศที่ดีของพันธมิตรนะครับ มีคนคอยเตือนสติ ส่วนจะรับฟังหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล

แต่ผมเห็นว่าส่วนใหญ่พันธมิตร โดยเฉพาะแกนนำ หรือวิทยากร ก็น้อมรับคำเตือนเหล่านี้นะครับ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #18 เมื่อ: 29-09-2008, 13:46 »

เห็นด้วยกับท่านจันทร์ครับ จิ้งจกทักโบราณยังให้ฟังเลยสมณะคือผู้ระงับจากบาปทั้งปวงกระตุกเตือนไว้บ้างก็ดี
ไอ้ที่พูดนะเคยเคี้ยวใบกระท่อมมั่งหรือยังคุณเอก (หรือของอ่อนๆไม่เคยเคยแต่ไอ้ที่มันแรงๆ) ใบกระท่อมคนโบราณเค้าใช้เป็นยาสมุนไพรด้วยซ้ำเห็นชอบยกเรื่องนี้มาพูดน่าจะเป็นคนในวงการตัวจริงละมั้ง


ใบกระท่อม กินแล้วไม่กลัวแดดครับ

พื้นที่ทางใต้บางจังหวัด เขาเคี้ยวใบกระท่อมเพื่อให้ทำงานอึด

พวกนี้ไม่รู้สึกว่า เป็นสิ่งเสพติด แม้กฏหมายถือว่าผิด

กินกันมานานจนเป็นเรื่องปกติ

ครั้งนึงเคยไปทำธุระที่บ้านป้าแก่ๆคนนึง มีตำรวจในเครื่องแบบเดินเข้ามาที่บ้านนั้น ไอ้เราก็สงสัย เข้ามาทำไร หรือมีธุระกับเจ้าของบ้าน คำที่ได้ยินคือ...

"ป้า..ใบท่อม 20 "

ง่ะ..ตำรวจมันมาซื้อใบกระท่อม 20 บาท ถุงใหญ่เชียว

ตอนแรกก็งงมาก เพราที่รู้มันผิดกฏหมาย แต่ได้รับคำอธิบายอย่างที่บอก

พวกพื้นที่จะไม่รู้สึกว่าผิดอะไรมากมาย กินกันมานาน เพื่อทำงานทน และน้อยรายที่จะแสดงผลทางร่างกายชัด ป้าแกบอกโรงพักใกล้บ้านกินใบกระท่อมกันแทบทั้งโรงพัก
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #19 เมื่อ: 29-09-2008, 13:54 »

'ใช่มั้นใช่'ภาคพิสดาร'ใบกระท่อม'มีเอี่ยวพลิกการเมือง?  
 
 
 
 
 
การเมืองไทยวันนี้เป็นเช่นไรแล้วก็อย่างที่รู้ ๆ

แต่หากจะย้อนดูวันวานกับการจับกุมกลุ่ม “นักรบศรีวิชัย” ของ “ม็อบพันธมิตรฯ” ที่บุกสถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อเช้าตรู่วันที่ 26 ส.ค. 2551 สิ่งหนึ่งที่ตำรวจเอามาแบ-บอกว่าค้นเจอ...คือ “ใบกระท่อม” และกับการ เข้าสลายที่ตั้งม็อบแถวสะพานมัฆวานฯ เมื่อสายวันที่ 29 ส.ค. 2551 ก่อนม็อบจะยึดคืนพื้นที่ได้อีก สิ่งหนึ่งที่ตำรวจก็เอามาแบว่าพบเจอ...ก็คือ “ใบกระท่อม” อีก !!
 
“ใบกระท่อม” ใบไม้ชนิดนี้หลัง ๆ เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ
 
อีกทั้งข่าวใบกระท่อมก็มักเกี่ยวข้องกับความรุนแรง !!
 
ก่อนจะเจอกับกรณีของม็อบ เมื่อไม่นานมานี้แถว ๆ ชานกรุงเทพฯ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแหล่งปลูกต้นกระท่อมแหล่งใหญ่เก่าแก่และได้ตัดฟันทำลาย แต่ที่เป็นข่าวดังมากกว่าก็เห็นจะเป็นการนำใบกระท่อมไปเข้าเครื่องประกอบเป็น “ยาเสพติด” ชนิดใหม่ เช่น “สี่คูณร้อย” ซึ่งทางภาคใต้ระบาดมาก มีข่าวการตรวจพบจับกุมอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญ...มีการระบุว่ากลุ่มผู้เสพมักจะเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุ-ก่อคดีร้าย ๆ ต่าง ๆ ด้วย 
 
อย่างไรก็ตาม โฟกัสกันเฉพาะ “ใบกระท่อม” ที่ “ขนาดในม็อบเคลื่อนไหวทางการเมือง ม็อบขับไล่นายกฯ-รัฐบาล ก็ยังมีการพบเจอ” นั้น ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ว่าไว้ว่า... กระท่อมเป็นพืชยืนต้นขนาดกลาง มีแก่นเป็นไม้เนื้อแข็ง โดยทั่วไปสูงราว 10-15 เมตร จัดเป็นพืชเฉพาะถิ่น พบมากในประเทศมาเลเซีย และไทย แต่ก็ปลูกขึ้นได้ดีในประเทศเขตร้อนทั่วไป ซึ่งบางพื้นที่ก็เรียก “กระทุ่มโคก” “กระทุ่มพาย”
 
ในอดีตนั้น กระท่อมเป็นพืชที่ใช้เข้าเป็นตัวยาในตำรับประเภทยาแก้ท้องเสียของหมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณ

แต่ยุคหลัง ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งพืชเสพติดที่แพร่หลาย โดยนิยมใช้ส่วนใบ ทั้งการชงดื่ม, การสูบ, การเคี้ยว ซึ่งจะออกฤทธิ์ทั้งกระตุ้นประสาทและกดประสาท สารที่พบในใบกระท่อมเป็นสาร “มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง คล้ายกับยาเสพติดกลุ่มยาบ้า” ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้า ทำให้ทำงานได้นาน ทนขึ้น ทนต่อความร้อนได้มากขึ้น ดังนั้น ในอดีตผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งจึงมักนิยมเสพ
 
แต่...นอกจากพิษภัยดังที่ระบุแล้ว ผู้ที่เคี้ยวใบกระท่อมโดยไม่ได้รูดเอาก้านใบที่ไม่สามารถย่อยได้ออกก่อน อาจเกิดอาการ “ถุงท่อม” เกิดการตกตะกอนติดค้างอยู่ภายในลำไส้ ขับถ่ายออกมาไม่ได้ จนเกิดพังผืดขึ้นมาหุ้มรัดอยู่โดยรอบก้อนกากกระท่อม ซึ่งก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายในที่สุด
 
ด้านข้อมูลของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหา วิทยาลัยมหิดล ระบุว่า... พืชที่มีชื่อไทยว่ากระท่อม หรือ “ท่อม” หรือ “อี ถ่าง” นั้น มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil อยู่ในวงศ์ RUBIACEAE เป็นพืชที่เป็นพิษทุก ๆ ส่วน รวมถึงใบ “ออกฤทธิ์เป็นพิษต่อระบบประสาท” ชนิดของสารพิษคือ Mitragynine และ indole alkaloid
 
กับผลจากการเสพ เมื่อกินใบกระท่อมเข้าไปราว 5-10 นาที  จะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่าสบาย เข้มแข็ง ขยัน ว่องไว อยากทำงาน “แต่...ถ้าเสพไปนาน ๆ จะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ผิวหนังดำเกรียม” โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง สีหน้าจะคล้ายคนเป็นโรคตับเรื้อรัง
 
นอกจากนี้ อาการอื่น ๆ ที่พบส่วนใหญ่คือ น้ำลายแห้ง ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก บางคนอุจจาระสีดำ อาการเมื่อขาดหรือไม่ได้เสพคือ ทางร่างกาย...จะมีน้ำมูก เจ็บตามกล้ามเนื้อ กระตุกตามขา และจะมีกิริยาอาการที่แสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรต่อผู้อื่น “ก้าวร้าว รุกราน” และอาจก่อให้เกิดอาการทางจิต
 
ทางจิตนั้น...อาการเมื่อขาดการเสพจะเกิดขึ้นเมื่อติดกระท่อมเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการของ “โรคจิต” สภาพจิตสับสน “ประสาทหลอน”
 
ทั้งนี้...คนเคยรู้เคยเห็นบางคนบอกเล่ากับ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า ถ้าใช้เสียงมาก ๆ เช่น ตะโกนด่าใครต่อใครเย้ว ๆ จนเสียงแหบแห้ง หากได้ “เคี้ยวใบกระท่อม” เสียงจะกลับคืนมาใส ด่าใคร ๆ ต่อได้ทันใจ แต่ ณ ที่นี้ไม่ยืนยันว่านี่คือสรรพคุณที่พอมีของใบกระท่อม...หรือเปล่า ??
 
อย่างไรก็ตาม “กระท่อมถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 กลุ่มเดียวกับพืชเสพติดอย่าง ฝิ่น, กัญชา” เพราะแม้จะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่พิษภัยมันมากกว่ามากดังที่ว่ามาข้างต้น นี่ยังไม่พูดถึงพิษภัยที่จะร้ายยิ่งขึ้นเมื่อถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมหรือหัวเชื้อของยาเสพติดรูปแบบอื่น เช่น “สี่คูณร้อย” และภัยต่อเนื่องจากตัวผู้เสพที่เสพแล้วไปทำอะไรไม่ดีกับคนอื่น ๆ
 
ย้อนไปปลายปี 2545 เคยมีการเสนอให้ถอดกระท่อมออกจากการเป็นพืชเสพติดเพื่อให้มีการสกัดสารบางอย่างมาใช้ประโยชน์ แต่ถูกค้าน ล่วงเลยมาถึงยุคนี้ นอกจากกับกลุ่มผู้เสพติดทั่วไปแล้ว กับเรื่องการประท้วงทางการเมืองก็เกิดกรณีแปลกที่บางคนเปรย ๆ คำว่า  “นักรบใบกระท่อม” ขึ้นมา ซึ่งก็มีทั้งคนที่เชื่อว่าที่เห็นน่ะ “ของจริง-เจอจริง” และทั้งคนที่มองว่าเขียว ๆ สด ๆ อย่างนั้น “ของยัด-จัดฉาก” หรือเปล่า ? ...ก็ว่ากันไป
 
ที่แน่ ๆ การเมืองร้อนยุคนี้ดันมีเรื่อง “ใบกระท่อม” โผล่แจม
 
โผล่เขียวปี๋ “ท่ามกลางไฟม็อบ” ที่กดดัน “เปลี่ยนการเมือง”
 
และจะยังไงช่วงนี้การเมืองไทยก็ถือว่ามีจุดเปลี่ยนระดับหนึ่ง
 
“ใบกระท่อมมีเอี่ยวในการเปลี่ยน” หรือเปล่า...ไม่รู้สิ ?!?!?." 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 29-09-2008, 16:38 »

สิ่งเสพติด สารเสพติด ในกลุ่มคนหมู่มากระดับหมื่นๆ แสน ๆ น่าจะมีอยู่บ้าง

แต่มันไม่ใช่ส่วนสำคัญในการกำหนดเกมใด ๆ ในกลุ่มมดงาน ก็ย่อมมีทั้งดีและไม่ดี

สุริยะใส เองก็ยังเปรย ๆ ว่า "แม้แต่พันธมิตรเอง ยังสั่งการ์ดพวกเดียวกันไม่ได้ เนื่องจากร้อยพ่อพันแม่ มาทำหน้าที่" ลงในไทยรัฐเมื่อ 15 กันยายน 2551


แต่ในที่สุดหากพิจารณาโดยองค์รวมของพันธมิตร คือคนที่คิดดี ทำดี มิใช่สนับสนุนการกระทำที่ไม่ดีแน่นอน

ที่สำคัญ คนเสพใบกระท่อมมาทำงาน ย่อมมิใช่คนเลวเสมอไป อย่างน้อยก็มาช่วยกันทำให้ประเทศชาติดีขึ้น

สำนึกดีเพื่อบ้านเพื่อเมืองย่อมมีอย่างเต็มเปี่ยม

บางคนติดบุหรี่ ทางเหนือติดเมี่ยง คนแก่ๆ ทางอีสานติดหมาก นักดนตรีติดกัญชา..ก็มีหลากหลายกันไป

ผมยังไม่เคยได้ยินว่า ติดใบกระท่อมแล้วทำให้มีอาการอยากทำร้ายคน

ผิดกับอีกฝั่งที่ใช้ นักเลงหัวไม้ อันธพาลการเมืองมาทำงานนี่สิ น่าคิดตำหนิมากกว่า...ว่ามั๊ยครับ
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #21 เมื่อ: 29-09-2008, 16:43 »

สิ่งเสพติด สารเสพติด ในกลุ่มคนหมู่มากระดับหมื่นๆ แสน ๆ น่าจะมีอยู่บ้าง

แต่มันไม่ใช่ส่วนสำคัญในการกำหนดเกมใด ๆ ในกลุ่มมดงาน ก็ย่อมมีทั้งดีและไม่ดี

สุริยะใส เองก็ยังเปรย ๆ ว่า "แม้แต่พันธมิตรเอง ยังสั่งการ์ดพวกเดียวกันไม่ได้ เนื่องจากร้อยพ่อพันแม่ มาทำหน้าที่" ลงในไทยรัฐเมื่อ 15 กันยายน 2551


แต่ในที่สุดหากพิจารณาโดยองค์รวมของพันธมิตร คือคนที่คิดดี ทำดี มิใช่สนับสนุนการกระทำที่ไม่ดีแน่นอน

ที่สำคัญ คนเสพใบกระท่อมมาทำงาน ย่อมมิใช่คนเลวเสมอไป อย่างน้อยก็มาช่วยกันทำให้ประเทศชาติดีขึ้น

สำนึกดีเพื่อบ้านเพื่อเมืองย่อมมีอย่างเต็มเปี่ยม

บางคนติดบุหรี่ ทางเหนือติดเมี่ยง คนแก่ๆ ทางอีสานติดหมาก นักดนตรีติดกัญชา..ก็มีหลากหลายกันไป

ผมยังไม่เคยได้ยินว่า ติดใบกระท่อมแล้วทำให้มีอาการอยากทำร้ายคน

ผิดกับอีกฝั่งที่ใช้ นักเลงหัวไม้ อันธพาลการเมืองมาทำงานนี่สิ น่าคิดตำหนิมากกว่า...ว่ามั๊ยครับ



ฮ่าๆๆๆ....ใบกระท่อมเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ นักรบศรีวิชัยเสพใบกระท่อมก่อนยึดNBTและทำเนียบ...ไม่ต่างกับพวกโจรใต้ที่เสพใบกระท่อมก่อคดีร้ายที่ภาคใต้รายวัน

ความเหมือนก็คือ นิสัยโจรมักชอบในสิ่งเดียวกัน!!
บันทึกการเข้า
Bo.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 106



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 29-09-2008, 16:55 »

จ๊ะ เอาข้อความคนอื่นมาแปะ
ให้เครดิตเค้าบ้างสิคะ
หรือหวังจะให้คนอื่นเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ไปอมขี้ฟันเค้ามาพูด
เคารพทรัพย์สินทางปัญญาคนอื่นหน่อยสิ
บันทึกการเข้า

You can't walk no line.
หน้า: [1]
    กระโดดไป: