ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-09-2019, 03:13
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ช่วยอธิบายความหมายของคำว่า "ประชาธิปไตย"หน่อยครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ช่วยอธิบายความหมายของคำว่า "ประชาธิปไตย"หน่อยครับ  (อ่าน 3527 ครั้ง)
คิคิ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271



« เมื่อ: 26-09-2008, 02:39 »

เห็นพวกคลั่งชอบเอามาใช้กันจัง
ไม่ว่าจะเป็นพวกคลั่งเหลี่ยม
หรือเป็นพวกคลั่งนักการเมืองขายชาติ
พวกคลั่งม๊อบถ่*** นปก นปช
หรือพวกคลั่งรัฐบาลหน้าด้าน

ส่วนใหญ่ก็ประมาณว่า ประชาธิปไตยคือเสียงคลั่งมาก หรือประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง เป็นต้น

เอาแบบสั้นๆก็พอครับ

สำหรับผม แปลง่ายๆ
ประชา = ประชาชน
ธิปไตย = การปกครอง ,เสรี
ประชาธิปไตย ความหมายของผมคือ การปกครองโดยประชาชน และมีเสรีภาพทางความคิดเต็มที่ในการปกครองตัวเอง

ยาวไปรึเปล่า?

แต่ทุกวันนี้ ประชาธิปไตย คือการปกครองโดยพวกขายชาติทั้งนั้นแล้ว
โดยมีพวกดักดานเป็นลิ่วล้อคลั่งเชลียร์อยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 04:17 โดย คิคิ » บันทึกการเข้า
saopao
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 199



« ตอบ #1 เมื่อ: 26-09-2008, 04:02 »

ไม่อยากให้คิดว่าเป็นประชาธิปไตยแล้วมันต้องดีอ่ะ
เพราะทุกอย่างมีดีและไม่ดี
เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยที่ดีก็มี ประชาธิปไตยที่ไม่ดีก็มี ... มันเป็นระบบการปกครอง ขึ้นอยู่กับผู้ใข้อำนาจ อะครับ..


ที่ท่านเจ้าของกระทู้เขียนมาก็เป็นประชาธิปไตยที่ดี   ผมก็อยากให้ประเทศนี้ มีประชาธิปไตยที่ดีครับ....
แต่ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่า มันเป้นประชาธิปไตยที่ไม่ดีเลยยยย........  (อาจมองได้เป็นระบบที่แค่ขอให้ได้อำนาจบริหารมาโดยการเลือกตั้ง...ไม่รู้มีชื่อเรียกว่าอะไร)

ยังไงก็ตาม ขอยกคำของท่าน พุทธทาส มาละกันนะครับ เรื่องความหมายของประชาธิปไตย
ไปค้นมาจากระทู้เก่าๆครับ

สนทนาธรรมระหว่างคุณเจิมศักดิ์ กับท่านพุธทาส

เจิมศักดิ์: ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านอาจารย์นะครับว่า ผมเข้ามาที่สวนโมกข์นี่ ผมเห็นปากประตูเขียนว่า "เห็นแก่ประชาธิปไตยต้องไม่เห็นแก่ตัว"

พุทธทาส: ไม่ทราบใครเขียน ฮึๆ

เจิมศักดิ์: แต่เห็นเขียนไว้ว่าเป็นคำพูดของท่านอาจารย์

พุทธทาส: ไม่ทราบ อาตมาจะเคยพูดหรือไม่ก็ยังนึกไม่ออก ก็ไม่ทราบว่าใครเขียน แต่ถ้าโดยตามตัวหนังสือ มันก็ต้องไม่เห็นแก่ตัว ประชาธิปไตยเห็นแก่ตัวทุกคน ถ้าเห็นแก่ตัวมันเห็นแก่คนเดียว นี่พอจะเข้าใจได้อย่างนั้น

เจิมศักดิ์: ในความหมายของคำว่า "ประชาธิปไตย" ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร

พุทธทาส: ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่

เจิมศักดิ์: ต่างกันอย่างไรครับ ถ้าประชาชนเป็นใหญ่

พุทธทาส: ถ้าประชาชนเป็นใหญ่ ก็ทำเพื่อประชาชน ทำให้ประชาชน โดยประชาชน นี่เราต้องเอาประโยชน์ที่ถูกต้องของประชาชนทั้งหมด นั่นแหละเป็นใหญ่ สังคมนิยมก็เหมือนกัน ไม่ใช่เห็นแก่สังคม แต่เห็นแก่ประโยชน์ของสังคม มันจึงจะเป็นสังคมนิยม

เจิมศักดิ์: ถ้าท่านอาจารย์บอกว่า ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่โดยประชาชน อาจจะโดยคนอื่นก็ได้

พุทธทาส: โดยคนอื่นก็ได้

เจิมศักดิ์: แต่ต้องให้ประชาชน

พุทธทาส: ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริง อย่างนี้จึงจะเป็นประชาธิปไตย ประชาชนเป็นใหญ่ แล้วมันไม่แน่ ประชาชนบ้าบอก็ได้ ของประชาชนโดยประชาชน ถ้าประชาชนเห็นแก่ตัวแล้วฉิบหายหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-09-2008, 04:05 โดย saopao » บันทึกการเข้า

moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #2 เมื่อ: 26-09-2008, 04:44 »

ขอบคุณครับ คุณ saopao

 
บันทึกการเข้า
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #3 เมื่อ: 26-09-2008, 14:46 »

อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ก็ใกล้เคียงครับ อยากให้ลองอ่านดู เป็นของท่านพระพรหมคุณาภรณ์

http://www.budnet.info/buddhigha/buddhiga22/bud223.htm

อ้างถึง
ทำไมต้องธรรมาธิปไตย  :  พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) 

     ความจริง ธรรมาธิปไตยมันไม่ใช่ระบบการปกครอง แต่มันเป็นคุณธรรมหรือคุณสมบัติในตัวคน ก็เลยบอกว่า นี่นะ แม้แต่สังฆะซึ่งเป็นสถาบันที่พระพุทธเจ้าตั้งขึ้นเอง ก็ไม่มีการปกครองที่เรียกว่าธรรมาธิปไตย คำว่า “ ธรรมาธิปไตย ” ไม่ใช่การปกครองที่ไหนทั้งนั้นแม้แต่ในคณะสงฆ์ แต่มันเป็นคุณสมบัติในตัวบุคคล

     “ ธรรมาธิปไตย ” เป็นคำเก่าที่มีอยู่ก่อนแล้วในพระไตรปิฎก โดยมีความหมายของมันเองมาแต่เดิม ทีนี้ชื่อของมันเกิดมาคล้ายเข้ากับคำใหม่ที่เขาคิดบัญญัติขึ้นมาไม่นานนี้ ว่า “ ประชาธิปไตย ” ซึ่งเป็นการบัญญัติเพื่อให้เป็นคำแปลของคำฝรั่งว่า democracy

      เมื่อเป็นคำบัญญัติขึ้นสำหรับ democracy คำว่า “ ประชาธิปไตย ” ก็จึงต้องมีความหมายไปตามคำฝรั่งคือ democracy ที่ว่านั้นด้วย

      ที นี้ เมื่อเวลาผ่านมา คำว่า “ ประชาธิปไตย ” มีการใช้ดาษดื่นมาก จนกลายเป็นว่า คนรู้จักคำว่า “ ประชาธิปไตย ” มากกว่าคำว่า “ ธรรมาธิปไตย ” พอเจอคำ “ ธรรมาธิปไตย ”      ก็เลยชักจะมองความหมายของมันไปในเชิงที่จะให้เข้ากับหรือให้อนุวัตรตาม ความหมายของคำว่า “ ประชาธิปไตย ”

     ไป ๆ มา ๆ “ ธรรมาธิปไตย ” ก็เลยจะมีความหมายที่คลุมเครือหรือสับสน เพราะยกขึ้นมาพูดทีไร ก็มักมีเงาของคำว่า “ ประชาธิปไตย ” เข้ามาพาดผ่าน

      ประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครอง ซึ่งมีเรื่องของการจัดตั้งวางระบบ มีกระบวนการขั้นตอนระเบียบวิธีอะไรต่าง ๆ ในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ตรงนี้ชัดว่า ระบบจัดตั้งที่ว่านี้ไม่มีในธรรมธิปไตย เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปบอกให้พัฒนาประชาธิปไตยไปเป็นธรรมาธิปไตย ก็ย่อมมองไม่ชัด แล้วถ้าคนเข้าใจผิดว่าธรรมาธิปไตยเป็นระบอบเป็นระบบ ก็เลยจะยุ่งกันใหญ่

     จึง ต้องให้ชัดว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครอง แล้วก็ไปเทียบกับระบอบการปกครองอื่น ๆ จะเป็นระบอบเผด็จการสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คณาธิปไตย หรืออะไรก็ว่าไป

    แล้วทีนี้ ธรรมาธิปไตยคืออะไรล่ะ อ๋อ … อันนี้ต้องมาดูที่การตัดสินใจของบุคคล ก็เลยต้องอธิบายกันหน่อย

    ธรรมาธิปไตย เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ให้ได้ประชาธิปไตยที่ดี

    ตรงนี้ดูให้ชัดนะ คือว่าในการปกครองทุกระบอบ มีองค์ประกอบสำคัญ คือ อำนาจตัดสินใจ อันนี้เป็นตัวกำหนดเด็ดขาด

   การ ปกครองระบอบต่าง ๆ ทั้งหลายนั้น เมื่อมองไปให้ถึงที่สุดตัวกำหนดก็อยู่ที่อำนาจตัดสินใจ หมายความว่า อำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ไหน การปกครองก็คือระบอบนั้น จะเป็นระบอบการปกครองไหนก็ดูว่าอำนาจตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ใด

    ถ้าอำนาจตัดสินใจอยู่ที่บุคคลผู้เดียว ก็เป็น เผด็จการ

   ถ้าอำนาจตัดสินใจอยู่ที่คณะบุคคล ก็เป็น คณาธิปไตย

   ถ้าอำนาจตัดสินใจอยู่ที่ประชาชน ก็เป็น ประชาธิปไตย

ตอนนี้ บ้านเมืองของเรานี้ ตกลงกันว่าให้เป็นประชาธิปไตย อำนาจตัดสินใจก็จึงมาอยู่ที่ประชาชน

    ทีนี้ ปัจจุบัน เรามีระบอบประชาธิปไตยที่มีตัวแทน ประชาชนก็มอบอำนาจตัดสินใจนี้ให้แก่พวกตัวแทนที่พวกตนเลือกตั้งไปนั้น แล้วตัวแทนหรือผู้แทน ( ส . ส .) เหล่านี้ ยังไปประชุมกันเลือกผู้นำหรือหัวหน้าผู้บริหารขึ้นมาให้เป็นนายกรัฐมนตรีคน หนึ่ง

   ก็เลยเท่ากับไปมอบอำนาจตัดสินใจ ให้กับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น

ดังนั้น นายกรัฐมนตรีก็จึงเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ และทำการตัดสินใจในนามของประชาชน

     ทีนี้ ในเมื่ออำนาจตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการปกครองนั้น มันก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งว่า บุคคลผู้ตัดสินใจ จะใช้อำนาจตัดสินใจนั้น ด้วยเอาอะไรเป็นตัวกำหนด หรือเอาอะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ

     นี่เราดูตรงนี้นะ ไม่ว่าระบอบไหน จะเป็นระบอบเผด็จการหรือเป็นระบอบคณาธิปไตย หรือเป็นระบอบประชาธิปไตย ในเวลาที่ใช้อำนาจตัดสินใจ จะเอาอะไรเป็นเกณฑ์

     ถ้าเอาตัวเอง เอาความยิ่งใหญ่ของตน เอาความทะนงตัว เอาทิฐิความเห็นความเชื่อยึดถือส่วนตัว เอาผลประโยชน์ของตน เป็นเกณฑ์ตัดสิน ก็เป็นอัตตาธิปไตย

    ถ้าตัดสินใจไป ตามกระแสความนิยม เสียงเล่าลือ หรือแม้แต่ไม่เป็นตัวของตัวเอง คอยฟังว่าใครจะว่าอย่างไร อย่างที่ว่าแล้วแต่พวกมากลากไป หรือตามแรงกดดัน จะเอาใจเขา จะหาคะแนน หรือตอบแทนการเอื้อประโยชน์ ก็เป็นโลกาธิปไตย

    ถ้าเอาความจริงความถูกต้องดีงาม หลักการ กฎ กติกา เหตุผล ประโยชน์ที่แท้จริงของชีวิตและสังคม เป็นเกณฑ์ตัดสิน โดยใช้ปัญญาหาข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่รับฟังอย่างกว้าง ขวาง ให้ถ่องแท้ ชัดเจน และพิจารณาอย่างดีที่สุด เต็มขีดแห่งสติปัญญาจะมองเห็นได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็เป็นธรรมาธิปไตย

    ฉะนั้น ผู้เผด็จการก็เป็นได้ทั้งอัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธรรมาธิปไตย

   คณาธิปไตยก็เป็นได้ทั้งอัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธรรมาธิปไตย

   ประชาธิปไตยก็เช่นเดียวกัน ก็เป็นได้ทั้งอัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธรรมาธิปไตย

   แต่ที่เราต้องการ ซึ่งดีที่สุด คือให้เป็นธรรมาธิปไตย

   ถ้า ผู้เผด็จการใช้เกณฑ์ตัดสินแบบธรรมาธิปไตย ก็เป็นเผด็จการที่ดี แต่เรากลัวว่าเขาจะตัดสินใจไม่รอบคอบ เพราะรู้ข้อมูลไม่ทั่วถึงหรือปัญญาอาจจะไม่พอ เป็นต้น

   ถ้าคณาธิปไตยที่ไหน เป็นธรรมาธิปไตย มันก็ยังดี คือเป็นอย่างดีที่สุดของคณาธิปไตย แต่เราเห็นว่ามีจุดอ่อนอยู่มาก

   ทีนี้เราหวังว่า ถ้าระบอบเป็นประชาธิปไตย และคนใช้อำนาจตัดสินใจด้วยเกณฑ์ธรรมาธิปไตย ก็จะดีที่สุด

   จะ เป็นอย่างนี้ได้ ก็ต้องให้ประชาชนทุกคนเป็นธรรมาธิปไตยเพราะประชาชนทุกคนมีอำนาจตัดสินใจ ตั้งแต่เลือกตั้งเลยทีเดียว ทุกคนตัองตัดสินใจเลือกด้วยเกณฑ์ธรรมาธิปไตย

     ธรรมาธิปไตยของชาวบ้าน ถูดทดสอบครั้งสำคัญวันเลือกตั้ง

    พอถึงวันเลือกตั้ง เราตัดสินใจด้วยธรรมาธิปไตย เลือกใครล่ะก็ใช้ปัญญาพิจารณาตรวจตราไล่ดูให้ชัดที่สุด ใครพรรคไหนเป็นคนดีมีธรรมมีปัญญาซื่อสัตย์สุจริตมุ่งทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แน่นอน ก็ได้ตัวเลย บอกว่าคนนี้เป็นผู้แทนของเราได้

     ผู้แทนเป็นอย่างไร ก็แสดงว่าผู้เลือกคงเป็นอย่างนั้น ถ้าผู้เลือกเป็นคนดี ก็คงได้ผู้แทนที่เป็นคนดี ถ้าผู้แทนชั่ว ก็ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าผู้เลือกก็คงจะชั่วหรือมีคุณภาพต่ำ มองไปได้ถึงทั้งประเทศ คนชาติอื่นมองดูที่ ส . ส . ไทย แล้วบอกว่า คนไทยก็คืออย่างนี้

     พูดสั้น ๆ ว่า ธรรมาธิปไตยจะต้องเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจของทุกกิจกรรมในระบอบประชาธปไตย เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นบททดสอบการใช้อำนาจตัดสินใจครั้งสำคัญยิ่งใหญ่ สำหรับประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

    ทีนี้ คนที่มีอำนาจตัดสินใจใหญ่ที่สุด คือผู้บริหารสูงสุด ในกรณีนี้ก็คือนายกรัฐมนตรี เพราะได้รับมอบความไว้วางใจให้เป็นผู้ใช้อำนาจตัดสินใจนี้แทนประชาชน ในนามของประชาชน หรือในนามของประเทศชาติทั้งหมด

เพราะฉะนั้น การใช้อำนาจตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจึงสำคัญที่สุด

    ถ้า นายกรัฐมนตรีผู้ทำหน้าที่ตัดสินใจแทนประชาชนนี้ ใช้อำนาจตัดสินใจสูงสุดนั้น ด้วยเกณฑ์ธรรมาธิปไตย ก็ดีนะซิ ก็หวังได้ว่าเขาจะรักษาประเทศชาติไว้ด้วยดี และตัวเขาเองก็จะเป็นรัฐบุรุษ

   แต่ ถ้านายกรัฐมนตรีใช้เกณฑ์อัตตาธิปไตย หรือโลกาธิปไตยในการตัดสินใจ แล้วไม่ช้าไม่นานนัก ประเทศชาติก็มีหวังปั่นป่วนวุ่นวาย และตัวเขาเองก็จะเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับรัฐบุรุษ


   ตอนนี้ เรามีประชาธิปไตยที่ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุดแล้ว ทำไมจึงต้องมาโอดครวญแต่ปัญหากันอยู่เรื่อย

   เรื่อง ก็คือว่า การใช้อำนาจตัดสินใจมันไปไม่ค่อยจะถึงธรรมาธิปไตยกันเลย หรือว่าธรรมาธิปไตยมันไม่ค่อยจะเด่นขึ้นมาให้เห็นชัดที่จะทำให้ชื่นใจมั่นใจ


    เมื่อไร ๆ ก็ได้แต่นัวเนียตัดพ้อต่อว่า กระทั่งทะเลาะกันอยู่ ที่เรื่องอัตตาธิปไตยกับโลกาธิปไตยนั่นแหละ

    บางทีทำท่าจะเอาธรรมาธิปไตย แต่ก็อยู่แค่ธรรมชั้นสองที่เป็น กฎคนทำ อ้างกันอยู่นั่น ติดอยู่แค่นั้น ขึ้นไม่ค่อยถึงธรรมแท้ที่เป็น กฎแห่งธรรม ก็เลยเอาดีจริงไม่ได้

       เอาละ ระบอบประชาธิปไตยจะดีได้ คนต้องเป็นธรรมธิปไตย

        •  เฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารสูงสุดที่ใช้อำนาจตัดสินใจในนามของประชาชน จะต้องทำการตัดสินใจด้วยเกณฑ์ธรรมาธิปไตย และ

        •  ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจ แต่ละคนต้องทำการตัดสินใจขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย ที่จะเลือกผู้แทนมารับมอบอำนาจตัดสินใจของตนไป ด้วยการเลือกตั้งที่ใช้เกณฑ์ธรรมาธิปไตย


    นี่แหละ มาบรรจบกันที่นี่ ประชาธิปไตย กับธรรมาธิปไตย ถ้าอย่างนี้จะไม่สับสน ไม่เช่นนั้นก็ยุ่งอยู่นี่ จะให้ระบอบประชาธิปไตยเป็นธรรมาธิปไตยอย่างไรดี มองไม่ชัด ก็เลยนัวเนียนุงนัง สับสนหมด
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
คิคิ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271



« ตอบ #4 เมื่อ: 27-09-2008, 02:35 »

ขอบคุณครับ


แล้วพวกคลั่งประชาธิปไตยทั้งหลายล่ะ คิคิคิ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2008, 04:20 โดย คิคิ » บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 27-09-2008, 02:49 »

ลองหาดูแถวๆ นี้สิ ทางขวามือ มีหลายระบอบการปกครอง

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2
บันทึกการเข้า

หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 27-09-2008, 02:57 »

ประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุดในโลก  ต้องเอาไม้ไล่ตีคนที่ไม่เห็นด้วย! 



แหมไม่ได้เจอกันนาน  สบายดีนะครับ
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
คิคิ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271



« ตอบ #7 เมื่อ: 27-09-2008, 04:21 »

ประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุดในโลก  ต้องเอาไม้ไล่ตีคนที่ไม่เห็นด้วย! 



แหมไม่ได้เจอกันนาน  สบายดีนะครับ



อิอิ จำไม่ค่อยได้ เพราะเพื่อนหยิงฯเปลี่ยนชื่อบ่อยจัง คิคิคิ
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 27-09-2008, 04:36 »



อิอิ จำไม่ค่อยได้ เพราะเพื่อนหยิงฯเปลี่ยนชื่อบ่อยจัง คิคิคิ


  เออนั่นสิ ฮ่าๆๆๆๆ   

ช่วงนี้แปลงร่างเป็นหมอ  รักษาคนไข้โรคจิตอยู่ แต่บอร์ดอื่นยังหาเพื่อนหยิงเหมือนเดิม จร้า 

บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 27-09-2008, 14:11 »


  เออนั่นสิ ฮ่าๆๆๆๆ   

ช่วงนี้แปลงร่างเป็นหมอ  รักษาคนไข้โรคจิตอยู่ แต่บอร์ดอื่นยังหาเพื่อนหยิงเหมือนเดิม จร้า 



ระวัง อย่าจิตตกซะเองล่ะ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
หน้า: [1]
    กระโดดไป: