ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-09-2020, 15:07
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  มติชนยังคงเดินหน้า "ฆ่าพันธมิตร" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
มติชนยังคงเดินหน้า "ฆ่าพันธมิตร"  (อ่าน 3152 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 23-09-2008, 16:56 »

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11154 มติชนรายวัน

หักดิบ..การเมืองใหม่ "ล้ม"แต่ยังไม่ตั้งไข่

สูตรการเมืองใหม่ 70:30 ถูกจุดพลุขึ้น ท่ามกลางความแข็งแกร่งของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ต้องการเสนอทางเดินของสังคมเพื่อนำพาไปสู่ "สังคมยูโธเปีย" ผ่านความเข้าใจเฉพาะระดับ "แกนนำ" โดยไม่ยึดโยงกับ "มวลชน"

ทำให้สูตรประชาธิปไตยแบบ "โควต้าอ้อย" ถูกวิจารณ์จากสังคมจนไม่มีชิ้นดี

กลายเป็นว่าการเสนอสูตรการเมืองใหม่ขึ้นมา เป็นไปเพื่อโดดเดี่ยวตัวเอง

เพราะท้ายสุดสูตรนี้ ก็ถูกตีตกและพับเก็บเข้าลิ้นชัก

จนถึงคราวต้องประกาศท้ารบในวาระ "สงครามครั้งสุดท้าย" พันธมิตรจึงงัดกลยุทธ์ที่ถูกตีตกกลับมารีมิกซ์ใหม่ในภาพ "ประชาภิวัฒน์" เพื่อเปิดฉากปฏิรูปการเมือง

ทว่า การกลับมาใหม่ของสูตรการเมือง กลับยังคงเส้นคงวาในรูปแบบ "เดินเกมเชิงเดี่ยว" ด้วยการละทิ้งมวลชนและปิดประตูรับความคิดเห็น

ภาพที่ปรากฏบนหน้าฉากการต่อสู้ จึงตกอยู่ในห้วงของการบีบบังคับให้ประชาชน "สมยอม" ในสูตรการเมือง ทั้งที่มวลชนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ

การก่อชนวนประชาภิวัฒน์จึงส่อต่อการ "หักดิบประชาธิปไตย" ที่ไร้กระบวนการมีส่วนร่วม

กอปรกับบทบาทของแกนนำพันธมิตร ในห้วงที่ผ่านมามีลักษณะคล้าย "เผด็จการ" ที่ร้องหาการยอมรับจากสังคม แต่กลับปิดหู ปิดตา ไม่ฟังเสียงจากสังคม

ตรงกันข้ามแกนนำยังได้สร้างภาพลักษณ์ให้ดูเหมือนกับว่า เป็นบุคคลที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ การจะให้สังคมยอมรับในสูตรการเมืองที่จุดพลุออกมาจึงเป็นไปได้ยาก

ยิ่งเมื่อ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ขึ้นนั่งกุมบังเหียนในรัฐบาลใหม่ และมีทีท่าแห่ง "ความสมานฉันท์" ต่อการชุมนุม การแข็งข้อของแกนนำพันธมิตรจึงถูกตีกลับ

ภาพพจน์ของพันธมิตรจึงไม่ต่างจากข้อกล่าวหาของ "สมัคร สุนทรเวช" ที่เคยตั้งข้อหาว่าพันธมิตรเป็นอันธพาลครองเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งดันทุรังมากเท่าใด "ต้นทุน" ความชอบธรรมของพันธมิตรที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานก็ยิ่งร่อยหรอลงทุกวัน

ไม่แปลกที่กระแสสังคมส่วนใหญ่วันนี้ จึงส่งเสียงวอนให้พันธมิตรหาทางลงหรือถอยเพื่อชาติ!!!

แม้พันธมิตรจะแปลงสูตรการเมืองจาก 70:30 เป็น 50:50 หรือเปลี่ยนสูตรการเมืองไปเป็นแบบใดก็ตาม หากยังใช้แนวทาง "หักดิบ" และคิดว่า แนวคิดตัวเอง "ถูกต้องแต่ฝ่ายเดียว" โดยไม่เปิดทางให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม แม้จะมีเจตนารมณ์การเมืองใหม่ ที่ต้องการล้างบางนักการเมืองโกงและยกเครื่องสังคมใหม่ ย่อม "จบเห่" เสียตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่

คงไม่ต้องพูดถึงสูตรการแยกขั้ว ส.ส.ออกเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้งและคนที่มาจากการแต่งตั้งว่า ควรมีจำนวนเท่าใด ใครควรจะเป็นผู้ถูกแต่งตั้ง ใครควรจะเป็นคนถูกเลือกตั้งหรือใครจะเป็นผู้มาแต่งตั้ง

ที่มาของรายละเอียดเหล่านี้ ใช่ว่าพันธมิตรจะสามารถคิดเองได้ทั้งหมด และไม่ใช่ว่าหากพันธมิตรเสนอแนวคิดออกมา สังคมโดยรวมจะเห็นพ้องต้องตามความเห็นของพันธมิตรโดยไม่โต้แย้ง เพราะต้องยอมรับว่า สังคมมีความหลากหลาย

ซึ่งครั้งหนึ่งพันธมิตรก็เคยเปิดประตูให้สังคมที่มีความหลากหลายได้แสดงความคิดเห็น

แต่วันนี้ความฮึกเหิมที่เกิดขึ้นจากการมีมวลชนหนุนหลังมากมาย ทำให้แกนนำพันธมิตรรู้สึกว่า "ตัวเองยิ่งใหญ่" โดยความยิ่งใหญ่นี้เปรียบประดุจการได้รับสิ่งประทานจากสวรรค์ ความยิ่งใหญ่นี้ จึงกระเด็นเข้าตาและมาบดบังกระบวนการประชาธิปไตย

ทั้งที่ความจริงแล้วพันธมิตรก่อเกิดมาเพื่อทวงคืนประชาธิปไตยที่ถูกครอบงำจาก "ระบอบทักษิณ"

แต่ท้ายสุด ทำไม..พันธมิตรกลับปิดประตูสร้างกระบวนการประชาธิปไตยแบบการมีส่วนร่วมเสียเอง

หากพันธมิตรมุ่งหวังปฏิรูปการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยจริง ควรสร้างบรรยากาศให้ควรค่าแก่การแลกเปลี่ยน แล้วเปิดโต๊ะดึงทุกภาคส่วนของสังคม เข้ามาเสนอแนวคิดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กินรวบอย่างที่เป็นอยู่

เมื่อนั้นบรรยากาศ "ชูธงเขียว" เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2540 จะกลับมาอีกครั้ง!!!!

แต่ถ้าพันธมิตรยังเดินเกมแบบไม่ยอมหักและไม่ยอมงอเช่นนี้ อาจทำให้การเมืองใหม่แบบ "ประชาภิวัฒน์" ไม่เกิด ตรงกันข้ามมวลชนที่เคยภักดีอาจตีตัวออกห่างไปมากกว่านี้

ความดีความงามของพันธมิตรที่สั่งสมมาในอดีตก็จะจบลงอย่างไม่สวยงาม ดังที่แกนนำต้องการให้เป็น

ท้ายสุด...การชุมนุมที่ต่อเนื่องยาวนานและแลกมาด้วยความเหนื่อยยากจะจบลงอย่างไม่ได้อะไรกลับมา

หน้า 11
บันทึกการเข้า

Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #1 เมื่อ: 23-09-2008, 17:05 »

ผลของการด่าคนอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองไปทั่ว โดยคิดว่าตัวเองถูกอยุ่ฝ่ายเดียว... 

ผมว่า พันธมิตร ลดจุดนี้ลงไปเยอะๆเลย จะดีมากครับ เพราะความเห็นต่างมันก็คือประชาธิปไตยนี่ละ

มัวแต่ไปวิจารณ์กันไปๆมาๆ ไม่จบง่ายๆีหรอก เหอๆๆๆ
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 23-09-2008, 17:11 »

นอนฟังพันธมิตรในทำเนียบเมื่อวาน

เห็นตอบโต้ นิธิแรงๆ ใครมีบทความนิธิ บ้างครับ
บันทึกการเข้า

chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #3 เมื่อ: 23-09-2008, 17:11 »

     เอ้า แล้ว พธม. เค้าไม่เปิด ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างไร  แล้วเค้าก็บอกว่า เป็นการเลือกตั้ง 100 %  และก็ประกาศตลอดว่าต้องการให้ประชาชนมาร่วมกันช่วยกันคิด และ พธม. มีหน้าที่แค่จุดประเด็น ให้คนทั้งประเทศช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งในห้องวิจารณ์ ออกข่าวโจมตีโดยอคติ แทนที่จะออกมาช่วยระดมความคิดเห็น  ว่าจะหลุดพ้นวงจรจากการเมืองอุบาทน้ำเน่าซักทีslime_mad:
บันทึกการเข้า
istyle
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 853



« ตอบ #4 เมื่อ: 23-09-2008, 17:13 »


ทว่า การกลับมาใหม่ของสูตรการเมือง กลับยังคงเส้นคงวาในรูปแบบ "เดินเกมเชิงเดี่ยว" ด้วยการละทิ้งมวลชนและปิดประตูรับความคิดเห็น

......

กอปรกับบทบาทของแกนนำพันธมิตร ในห้วงที่ผ่านมามีลักษณะคล้าย "เผด็จการ" ที่ร้องหาการยอมรับจากสังคม แต่กลับปิดหู ปิดตา ไม่ฟังเสียงจากสังคม

......

แม้พันธมิตรจะแปลงสูตรการเมืองจาก 70:30 เป็น 50:50 หรือเปลี่ยนสูตรการเมืองไปเป็นแบบใดก็ตาม หากยังใช้แนวทาง "หักดิบ" และคิดว่า แนวคิดตัวเอง "ถูกต้องแต่ฝ่ายเดียว" โดยไม่เปิดทางให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม

........

คงไม่ต้องพูดถึงสูตรการแยกขั้ว ส.ส.ออกเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้งและคนที่มาจากการแต่งตั้งว่า ควรมีจำนวนเท่าใด ใครควรจะเป็นผู้ถูกแต่งตั้ง ใครควรจะเป็นคนถูกเลือกตั้งหรือใครจะเป็นผู้มาแต่งตั้ง

.......


จริงเหรอ ???

ไม่รับฟังความเห็นเหรอ

แต่งตั้งเหรอ
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #5 เมื่อ: 23-09-2008, 17:22 »

แปลว่าคนเขียนบทความนี้ ไม่ได้ติดตามข่าวเลย
สักแต่นั่งเทียนเขียนเอาตามใจชอบ

เฮ้อ....นี่เหรอ คนที่มีปากกาเป็นอาวุธ
บันทึกการเข้า
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #6 เมื่อ: 23-09-2008, 17:26 »

นอนฟังพันธมิตรในทำเนียบเมื่อวาน

เห็นตอบโต้ นิธิแรงๆ ใครมีบทความนิธิ บ้างครับ


ใช่กระทู้นี้เปล่าครับ ...
http://forum.serithai.net/index.php?topic=35781.0

--------------------------------------------------------------------------------------------------

ต้องดูว่าศึก มติชน - พันธมิตร จะจบลงอย่างไร อิอิ...
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
superager
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


Olivier@ขบวนการโจ๋เรนเจอร์


« ตอบ #7 เมื่อ: 23-09-2008, 17:37 »

ทว่า การกลับมาใหม่ของสูตรการเมือง กลับยังคงเส้นคงวาในรูปแบบ "เดินเกมเชิงเดี่ยว" ด้วยการละทิ้งมวลชนและปิดประตูรับความคิดเห็น

......

กอปรกับบทบาทของแกนนำพันธมิตร ในห้วงที่ผ่านมามีลักษณะคล้าย "เผด็จการ" ที่ร้องหาการยอมรับจากสังคม แต่กลับปิดหู ปิดตา ไม่ฟังเสียงจากสังคม

......

แม้พันธมิตรจะแปลงสูตรการเมืองจาก 70:30 เป็น 50:50 หรือเปลี่ยนสูตรการเมืองไปเป็นแบบใดก็ตาม หากยังใช้แนวทาง "หักดิบ" และคิดว่า แนวคิดตัวเอง "ถูกต้องแต่ฝ่ายเดียว" โดยไม่เปิดทางให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม

........

คงไม่ต้องพูดถึงสูตรการแยกขั้ว ส.ส.ออกเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้งและคนที่มาจากการแต่งตั้งว่า ควรมีจำนวนเท่าใด ใครควรจะเป็นผู้ถูกแต่งตั้ง ใครควรจะเป็นคนถูกเลือกตั้งหรือใครจะเป็นผู้มาแต่งตั้ง

.......


จริงเหรอ ???

ไม่รับฟังความเห็นเหรอ

แต่งตั้งเหรอ

นั่นดิ จริงเหรอที่พันธมิตรไม่เปิดให้คนอื่นมีส่วนร่วม มันแปลกๆแล้วนะมติชน


อาจารย์สมเกียรติ์ก็ยังงงมติชนมั่วข่าว มติชนอ้างว่าสุริยะใสให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองใหม่(แถมข้อมูลก็ไม่ถูกต้อง ) แต่กลับไม่มีปรากฏในเทปการให้สัมภาษณ์ใดๆเลยแม้แต่น้อย มีแต่ไทยโพสต์ลงตรงเป๊ะ

หน้าข่าว

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112544

คลิปวิดีโอ

http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewVideo.aspx?NewsID=9510000112697

คลิปเสียง

http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D6139%2Ewma&program_id=18729

ดูจากพฤติกรรม มติชนคงเลือกข้างแล้วแหละหรืออาจจะเลือกข้างมานานแล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออก
บันทึกการเข้า
Cylonn
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137


« ตอบ #8 เมื่อ: 23-09-2008, 17:44 »

ถ้าแก้มีทางเดียวครับ....

ยืนหยัดกับความจริงต่อไปครับ แก้ได้ ชี้แจงได้ แต่ไม่จำเป็นต้องด่า และก็ไม่ต้องคาดหวังให้เขาเปลื่ยน

ที่ผ่ามมาก็โดนรุม โดนบิดเบือนมิใช่น้อย ไม่เห็นตายมีแต่โต

พธม สู้สู้
บันทึกการเข้า
1ktip
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,457



« ตอบ #9 เมื่อ: 23-09-2008, 17:46 »

ท่าทางคนเขียนคอลัมน์เพิ่งกลับจากหลังเขา หรือไม่ก็เป็นประเภทอ่านแต่พาดหัวข่าวแล้วสรุปเอามาเขียน

สูตร 70:30 ก็ยังเอามาหาเรื่องด่าไม่เลิก บนเวทีไม่เคยประกาศเลยว่าจะยึดสูตรนี้ เขาก็ย้ำตลอดตั้งแต่แรก

สงสัยจริงๆ คนในสังคมนี้มีปัญหาในการรับฟัง และทำความเข้าใจหรืออย่างไร ถึงบ้าไม่เลิกกับ 70:30

พันธมิตรฯ จัดประชุมกลุ่มย่อย ระดมความคิดเห็นมาพักใหญ่แล้ว มีคนจากทุกกลุ่มนั่นแหละ ไม่ใช่มีแค่แกนนำคุยกันเอง

ใครอยากร่วมก็เข้ามาคุยสิ เขาก็ประกาศเชิญทุกคนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วม หรือต้องมีเทียบเชิญพิเศษให้?

..............................................................................................................................

ถ้าเจอสื่อมีอคติแล้ว ถือว่าเป็นคราวซวยของพันธมิตรฯ จริงๆ ที่ลุยไม่เลือกหน้า
บันทึกการเข้า
Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #10 เมื่อ: 23-09-2008, 17:57 »

โดนมติชน ตีเข้ากลางกบาล

เมื่อเช้าก็โดนนักข่าวอาวุโส เจ๊ยุฯ ออกวิทยุ 97 ด่าซะเสียผู้เสียคน

ตอนนี้ ก็เหลือแค่"รูหมารอด"อยู่รูเดียว คือต่อรองให้ไม่ต้องติดคุก... จากนั้นก็สลายตัว เพราะไม่มีใครเอาด้วยแล้ว

พวกที่เย้วๆสนับสนุน คงไปไม่ถูกเลยทีนี้
บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #11 เมื่อ: 23-09-2008, 18:10 »

ลูกน้อง คุ๋ณช้าง ยังเชื่อถือได้อีกเหรอ??

มีอีกหลายกรณี ขี้เกียจพูดมาก

บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
hide
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157



« ตอบ #12 เมื่อ: 23-09-2008, 18:28 »

นอนฟังพันธมิตรในทำเนียบเมื่อวาน

เห็นตอบโต้ นิธิแรงๆ ใครมีบทความนิธิ บ้างครับ




http://www.prachatai.com/05web/th/home/13755


 
บันทึกการเข้า
hide
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157



« ตอบ #13 เมื่อ: 23-09-2008, 18:33 »

โดนมติชน ตีเข้ากลางกบาล

เมื่อเช้าก็โดนนักข่าวอาวุโส เจ๊ยุฯ ออกวิทยุ 97 ด่าซะเสียผู้เสียคน

ตอนนี้ ก็เหลือแค่"รูหมารอด"อยู่รูเดียว คือต่อรองให้ไม่ต้องติดคุก... จากนั้นก็สลายตัว เพราะไม่มีใครเอาด้วยแล้ว

พวกที่เย้วๆสนับสนุน คงไปไม่ถูกเลยทีนี้



อีนี่ท่าจะปัญญาอ่อน

เคยฝึกงานเจอเจ๊ยุ

วีนแม้กระทั่งแม่ค้าที่โรงอาหารทำเนียบ

คิดว่าแค่โดนเจ๊ว่า นี่พันธมิตรต้องสลายเลยหรอ หา




บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 23-09-2008, 18:38 »

บทความ : ปฏิรูปสังคม
โดย :  นิธิ เอียวศรีวงศ์

ที่มา :  หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2551

น่ายินดีที่ฝ่ายพันธมิตรออกมาปฏิเสธว่า การเมืองใหม่ 70/30 ไม่ใช่เงื่อนไขตายตัว เป็นเพียงข้อเสนอเชิงตุ๊กตาเพื่อการถกเถียงอภิปรายกันเท่านั้น จึงเท่ากับการเปิดประตูให้กว้างขวางแก่ทุกฝ่าย ที่จะเข้ามาช่วยกันคิดและเสนอ เพราะจริงอย่างที่ฝ่ายพันธมิตรกล่าว ขณะนี้สังคมจำเป็นต้องร่วมกัน "ปฏิรูป" อีกครั้งหนึ่ง ต่อจากช่วง 2535-40

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการ "ปฏิรูป" แบบเปิดกว้าง ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการกดดันของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องเป็นบรรยากาศที่ทุกกลุ่มทุกฝ่าย รู้สึกปลอดภัยและอิสระเสรีในการเข้าไปมีส่วนร่วม อันไม่ใช่บรรยากาศของกลางฝูงชนที่กำลังประท้วง (ด้วยเรื่องอะไรกันแน่...ไม่มีใครทราบ)

สภาพการณ์ที่จำเป็น ผมคิดว่ามีอย่างน้อย 3 ประการ

1/ ขออย่ามีกลุ่มใดอ้างว่า เป็นตัวแทนของ "ประชาชน" เลย ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งหรือได้รับอาณัติจากสังคม ขอให้เข้าใจด้วยว่า อาณัตินั้นไม่ได้เด็ดขาดในทุกเรื่อง แต่จำกัดเฉพาะนิติบัญญัติ อีกทั้งต้องใช้กระบวนการที่ประชาชนอาจมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลาด้วย ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม, จัดสัมมนา-เสวนา, แถลงการณ์ของสหภาพหรือนักวิชาการ ฯลฯ ก็ล้วนเป็นความเห็นของผู้ลงนามเท่านั้น เสนอขึ้นเพื่อให้สังคมได้รับไปพิจารณา

ไม่ควรที่กลุ่มใดจะไฮแจ๊คความปกติสุขของสังคม, หรือไฮแจ๊คทำเนียบรัฐบาล, รัฐสภา, ท้องถนนอย่างถาวร ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองให้รับความเห็นของตน มิฉะนั้นก็จะไม่คืนตัวประกัน

2/ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดว่าให้คนดีปกครองบ้านเมือง ไม่ใช่เพราะคำพูดนี้ผิด แต่เป็นภูมิปัญญาที่ไม่ต้องใช้ปัญญาอะไร พูดเมื่อไรก็ถูกเมื่อนั้น แต่เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เพราะไม่มีทางที่ใครจะรู้แน่ว่าใครคือคนดี แม้แต่ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าดี ก็อาจผันแปรเป็นไม่ดีไปได้เมื่อเงื่อนไขชีวิตเปลี่ยนไป เช่นมีอำนาจและลูกน้องที่จะต้องเลี้ยงดู หรือถึงจะเป็นคนดีแต่ไม่มีฝีมือในการบริหาร ก็ไม่ทำให้เกิดผลดีแก่ส่วนรวม

ที่ต้องใช้ปัญญาอย่างแท้จริงคือ กระบวนการอะไรจึงทำให้คนดีและมีฝีมือ ได้ปกครองบ้านเมือง และดำรงความดีกับฝีมือของตนไว้ได้ตลอดไป คำตอบของนักปราชญ์ฝ่ายประชาธิปไตยก็คือ ต้องเปิดให้แก่การตรวจสอบของสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ทั้งในระบบ (รัฐสภา, องค์กรอิสระ, คณะกรรมการประเภทต่างๆ, อำนาจที่คานกันเองได้ทั้งในระนาบเดียวกันและต่างระนาบ ฯลฯ) และนอกระบบ (การประท้วง, สื่อ, ความเคลื่อนไหวทางการเมือง, เศรษฐกิจและสังคมที่อิสรเสรี, การแสดงออกทางวัฒนธรรม ฯลฯ)

หากที่ผ่านมา เราไม่อาจขจัดคอร์รัปชั่น, ความไร้สมรรถภาพ, เผด็จการทางรัฐสภา ฯลฯ ได้ ก็ควรหันมาทบทวนกลไกการตรวจสอบ และสร้างกลไกและหลักประกันในการตรวจสอบให้เป็นจริง

ร้ายยิ่งไปกว่านั้น การใช้หลักการที่ไร้เดียงสาเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการ "ปฏิรูป" ยังอาจนำไปสู่การแสวงหาคนดีที่หลุดไปจากการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดของสาธารณชนด้วย เช่นข้อเสนอให้แต่งตั้ง ส.ส.หรือบุคคลสาธารณะ หรือการยกอำนาจทั้งหมดให้แก่คณะบุคคลที่ประชาชนไม่อาจตรวจสอบได้เลย (เช่นกองทัพ, องคมนตรี, ตุลาการ, นายกฯคนนอก ฯลฯ) ในการเลือกสรรคนดีเข้ามาดำรงตำแหน่ง

น่าประหลาดที่เขาเรียกการรอนอำนาจประชาชนเช่นนี้ว่า "ประชาภิวัฒน์"

ไม่แต่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น ข้อเสนอประเภทภูมิปัญญาที่ไม่ต้องใช้ปัญญาเช่นนี้ยังมาจากทุกฝ่าย เช่น รัฐบาลแห่งชาติ (ประหนึ่งคำว่าแห่งชาติคำเดียวจะทำให้ทุกอย่างดีเอง), สุมหัวกันแก้รัฐธรรมนูญในหมู่นักเลือกตั้ง (ประหนึ่งว่านักเลือกตั้งมีคุณสมบัติในการร่างรัฐธรรมนูญดีกว่านักรับแต่งตั้ง), งดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ฯลฯ

อันที่จริง ในการ "ปฏิรูป" ใครจะเสนออะไรที่ไร้เดียงสาหรือเห็นแก่ตัวเท่าไรก็ได้ทั้งนั้น หากมีบรรยากาศที่เปิดกว้าง ปราศจากการไฮแจ๊ค ไม่ว่าจะเป็นไฮแจ๊คทำเนียบ หรือไฮแจ๊ครัฐสภา ดังเช่นข้อเสนอปฏิรูปการเมืองของฝ่ายพันธมิตร หากเป็นข้อเสนอในบรรยากาศปกติธรรมดา สังคมไม่ถูกบังคับขู่เข็ญ ก็จะถูกตีตกไปในเวลาอันรวดเร็ว และไม่มีใครใส่ใจจริงจังอีกเลย

3/ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการจำกัดการ "ปฏิรูป" ให้เหลือเพียงการ "ปฏิรูปการเมือง" เพราะไม่มีการ "ปฏิรูปการเมือง" ใดๆ จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ หากไม่คิดว่า "การเมือง" เป็นเพียงมิติเดียวของสังคม ยังมีส่วนของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่กำกับความเป็นไปของการเมืองอยู่เสมอ และผมขอเสนอให้เรียกว่า "ปฏิรูปสังคม" เราควรคิดถึงการปฏิรูปที่ดิน, การปฏิรูประบบภาษี, การปฏิรูปการศึกษา, การปฏิรูประบอบปกครอง ฯลฯ ไปพร้อมกัน เพราะความล้มเหลวของการเมืองไทยหลายประการ มาจากเศรษฐกิจ, วัฒนธรรม และสังคม ไม่ใช่เรื่องการเมืองและนักการเมืองล้วนๆ

ฝ่ายพันธมิตรกำลังเผชิญการท้าทายยิ่งกว่าหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียอีก หากฝ่ายพันธมิตรเชื่อจริงในเรื่อง "การเมืองใหม่" หรือการ "ปฏิรูป" เพราะฝ่ายพันธมิตรเป็นฝ่ายหนึ่ง ซ้ำเป็นฝ่ายสำคัญด้วย ที่จะนำเอาบรรยากาศปกติกลับคืนมาแก่สังคม การสนับสนุนของประชาชนส่วนที่ได้รับอยู่เวลานี้ ต้องแสวงหาและรักษาไว้ด้วยมาตรการอื่น ไม่ใช่การประท้วงด้วยท่าที "สงครามครั้งสุดท้าย" เพียงอย่างเดียว เพราะท่าทีนี้ไม่ใช่การเปิดกว้างแก่การ "ปฏิรูป" แต่เป็นการประกาศคำสั่งเด็ดขาดเท่านั้น

พันธมิตรมีความกล้าที่จะยุติการประท้วงด้วยท่าทีนี้หรือไม่ แน่นอนว่าฝ่ายแกนนำต้องเผชิญกับคดีตามกระบวนการยุติธรรม ท่านเหล่านั้นล้วนอ้างว่าไม่ได้ทำผิด และอ้างความเสียสละกล้าหาญมาโดยตลอด ถึงเวลาที่ท่านต้องพิสูจน์คำพูดด้วยการกระทำเสียที

นอกจากนี้ การกลับคืนสู่ภาวะปกติ ย่อมหมายถึงการ "รณรงค์" ในลักษณะอื่นที่ไม่ใช่ "สงครามครั้งสุดท้าย" ด้วย เช่นการอภิปรายโต้แย้งกันบนเวทีที่ทุกความเห็นไม่ถูกคุกคาม คำถามคือท่านเหล่านั้นมี "กึ๋น" จะทำได้หรือไม่ หรือเหลือ "กึ๋น" ที่จะทำได้หรือไม่

หากฝ่ายพันธมิตรไม่อาจทำได้ทั้งสองอย่างนี้ การ "ปฏิรูป" ก็ไม่มีทางเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นตามแนวทางที่ฝ่ายแกนนำเป็นผู้เสนอ สิ่งที่น่าเสียดายไม่ใช่ข้อเสนอของแกนนำ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือแรงหนุนที่ผู้คนจำนวนมากให้แก่พันธมิตร ไม่ได้ถูกแปรไปใช้ในทางที่จะนำประเทศให้หลุดออกจาก "ระบอบทักษิณ" จริง แม้คนที่ชื่อทักษิณอาจไม่มีทางกลับมาสู่การเมืองไทยตลอดไปก็ตาม ("ระบอบทักษิณ" อาจมีนายกฯชื่อ สมชาย, ชวน, อภิสิทธิ์, สุรพงษ์, จำลอง, สนธิ, หรือสุรยุทธ์, อนุพงษ์ ฯลฯ ก็ได้)

และเมื่อมองสภาพกว้างกว่าฝ่ายพันธมิตรก็เป็นไปได้ด้วยว่า ไม่มีแรงหนุน "การปฏิรูปสังคม" อย่างจริงจังในสังคมไทยในช่วงนี้ ซึ่งแปลว่าเราต้องเผชิญการเมืองน้ำเน่าเช่นนี้ต่อไป จนกว่าจะเกิดอะไรร้ายแรงเสียก่อน สังคมไทยโดยรวมจึงจะเห็นความจำเป็น

เวลาที่ต้องเสียไปนี้ก็ตาม ความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งน่าเสียดายทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

i-spirit
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #15 เมื่อ: 23-09-2008, 18:54 »

ผู้เขียนมติชนถ้าไม่อ่อนเรื่องข่าวก็แกล้งเขียนหรือไม่ก็บทความนี้เขียนล่วงหน้ามาเป็นเดือนแล้วเลยไม่ update เท่าที่ควร
ส่วนนิธิก้เช่นกันถึงกับเติมศักดิ์(พิธีกร ASTV) ออกมาแย้งกลางเวทีได้ก้แสดงว่าความเห้นแย่เต้มที ที่จริงคำพูดว่าให้สนับสนุนคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองเป้นพระบรมราโชวาทของในหลวงที่ได้ทรงพระราชทานมาตั้งกว่า 20 ปีแล้ว และไม่ใช่แค่คำพูดที่ทรงพระราชทานพระองค์ท่านได้ทรงปฏิบัติให้เหตุอย่างต่อเนื่องมาตลอดในส่วนพระองค์ท่านจะสามารถทำได้ ประชาชนทุกคนผู้บริหารในองค์กรต่างๆถ้ารับใส่เกล้าแล้วนำมาปฏิบัติก็จะเกิดมักผลกับตนเองและประเทศชาติ ของเพียงทำในส่วนองตนเองให้ครบถ้วนแล้วผู้ที่อ้างตัวเองว่าอาจาร์ยนิธิได้กระทำสิ่งใดในการสั่งสอนลูกศิษย์และให้ความรู้กับสังคมชี้แนะในสิ่งที่ดีและถูกต้อง
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #16 เมื่อ: 23-09-2008, 18:59 »

มติชนยังคงเดินหน้า "ฆ่าพันธมิตร"
**************************

มันก็แค่พ่อค้าขายข่าว
โดยพวกกุลีข่าว จับกังข่าว
หรือจะเรียก กรรมกรข่าว
ก็แล้วแต่จะเรียก วุ้ย!
ที่หลงตัวเองว่าเป็นสื่อ
เหมือนพวกทีวีสารพัดตัวเลขนั่นแหละ
รวมทั้งพวกหัวเหม็นเขียวนั่นด้วย
พ่อค้าขายข่าวทั้งนั้น
พ่อค้าย่อมทำทุกวิถีทาง
เพื่อผลประโยชน์และผลกำไรแห่งตนเท่านั้น อิ อิ .....




สื่อที่เป็นสื่อแท้
สื่อที่เป็นสื่อจริง
ต้องกล้ายืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล
ต้องกล้าตรวจสอบรัฐบาลในทุกๆเรื่อง

 
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 23-09-2008, 19:02 »

เมื่อคืนขำนอนฟัง พี่สมศักดิ์ แกนนำพันธมิตร แกบอกว่า อ.นิธิ ไฮแจ็ค เมียเพื่อน

ผมปล่อยก๊าก...ไปหลายดอก..ฮ่า ฮ่า

เลยลืมฟังเนื้อหาที่พี่สมศักดิ์ตอบโต้ออกมา

ไม่รู้คิดได้ยังไง

ส่วนประเด็น "คนดี" รู้สึกจะตอบได้ดี โดยยกพระราชดำรัสมาขยายความ


สำหรับประเด็น การให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกับพันธมิตร ผมเคยพูดไปแล้วว่า

พันธมิตร ต้องออกมาประสานงานข้างนอก ไม่ใช่เชิญผู้คนทั้งหลายไปเปิดเวทีที่ทำเนียบ

เรื่องนี้เห็นตรงกันครับ เพราะ กลุ่มแกนนำ หรือกลุ่มที่เข้าไปปรึกษาหารือในทำเนียบ คือส่วนหนึ่งของสังคมไทยเท่านั้น

ยังมีอีกหลากหลายกลุ่มที่มีทัศนะแตกต่างออกไป ในเรื่อง "การเมืองใหม่"

ต้องอาศัยเวลาอีกนานมากครับ กว่าจะตกผลึกกันได้ทั้งสังคม
บันทึกการเข้า

Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #18 เมื่อ: 23-09-2008, 19:04 »


อีนี่ท่าจะปัญญาอ่อน

เคยฝึกงานเจอเจ๊ยุ

วีนแม้กระทั่งแม่ค้าที่โรงอาหารทำเนียบ

คิดว่าแค่โดนเจ๊ว่า นี่พันธมิตรต้องสลายเลยหรอ หา





อ้อ  ไม่อยากสลาย?  แล้วจะทำไงต่อล่ะ?  

ไล่เกณฑ์มาหมดแล้ว ทั้งรสก. นักศึกษา ขอทาน แมงดา... อยู่ไม่เกิน 1-2 วัน ก็กลับมาเหลือแค่หยิบมือเหมือนเดิม

โหรงเหรงจนยัยปองหงุดหงิดออกมาด่ากันเองเมื่อเช้า  เพราะนั่งอ่านข่าวแต่ไม่มีคนฟัง มีแต่เก้าอี้ว่าง

ยังจะดื้อด้านชุมนุมต่อ ให้ใครๆรุมด่าสาปแช่งทุกเช้าทุกเย็น... ถ้าชื่นชอบแบบพวกโรคจิต ก็ตามสบาย Smile
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 23-09-2008, 19:11 »

เมื่อคืนเหนียวแน่นมากครับ

ผมนอนฟังในทำเนียบ เสร็จจากซูซู กับพี่ตั้ว คนกลับไปเยอะ

แต่ต่อมาก็เห็นนั่งใช้มือตบกันทั้งคืน

พอตีห้ากว่าๆ ก็ยังเห็นนั่งฟังกันอยู่

ผมเลยเดินทางกลับบ้าน...อดฟังเจ๊ปอง น้องเก่เลย เสียดาย กว่าจะถึงอุบลก็ บ่าย 3 โมง...

หลับในรถแอร์ ไม่สนอะไรเลย อิ อิ


ในทำเนียบน่าจะมีแผงขายหนังสือพิมพ์รายวันนะ ผมหาที่ซื้อไม่ได้เลย
บันทึกการเข้า

i-spirit
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #20 เมื่อ: 23-09-2008, 19:26 »

ต้องอย่างอ.ประเวศราษฎรอาวุโสซิ เรียกได้ว่าปราชญ์แผ่นดินได้เต็มปากเต็มคำ ความคิดเห็นต่างๆที่สื่อออกมาล้วนเป็นประโยชน์กับสังคมโดยไม่ต้องใส่อคติลงไป

หมอประเวศ วะสี ชู "การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดี โอกาสอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย"

"คนไทยเหมือนไก่อยู่ในเข่ง" เป็นความหมายที่นพ.ประเวศสื่อให้เห็นภาพ และแสดงกระแสทรรศน์ชี้ จุดเด่น จุดด้อยของพันธมิตรฯ ที่หวังจะปฏิรูปการเมืองให้เข้มแข็ง แต่ต้องไม่หลง จนคิดว่าตัวเองเป็น "พรรคการเมือง"เสียเอง

วิกฤต คือ โอกาส
 
ประเทศไทยวิกฤตสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุดๆ เหมือนกัน
 
โอกาสอะไร โอกาสเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดี
 
 
ถ้าเราเข้าใจปรากฏการณ์ว่าเป็นโอกาส เราจะได้ไม่ทุกข์ไม่เครียดจนเกินไป มีสติปัญญา ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ภวะใหม่ที่ดีเกิดขึ้นโดยเจ็บปวดน้อยที่สุด สูญเสียน้อยที่สุด หรือไม่สูญเสียเลย
 
 
๑. ตามปรกติวิกฤตนำไปสู่สงคราม
 
ตามปรกติในประเทศใดประเทศหนึ่งเมื่อวิกฤตสุดๆ จนไม่มีทางไปก็จะเกิดสงครามหรือสงครามกลางเมือง เช่น สงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา หรือการที่เยอรมนีและญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามมีคนตายและทำให้คนตายหลายสิบล้านคน การแพ้สงครามของเยอรมนีและญี่ปุ่นเป็นวิกฤตสุดๆ ของประเทศของเขา แต่หลังจากแพ้สงครามปรากฎว่า เยอรมันและญี่ปุ่นเจริญอย่างรวดเร็ว เพราะการแพ้สงครามเป็นโอกาสแก้ปัญหาที่ตามปรกติแก้ไม่ได้ และปัญหาที่แก้ไม่ได้ ได้นำประเทศทั้งสองเข้าไปสู่สงคราม

สำหรับประเทศไทยซึ่งวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง “วิกฤตที่สุดในโลก” มีผู้ตั้งคำถามกันมานานแล้วว่า เราจะพ้นวิกฤตโดยไม่ต้องนองเลือดได้อย่างไร และก็มองไม่เห็นว่าจะไม่นองเลือดได้อย่างไร อาจจะเป็นบุญของประเทศเรา บุญซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัยเฉพาะบางอย่าง ประเทศของเรากำลังจะผ่านสภาวะวิกฤตสุดๆ ไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีโดยไม่ต้องนองเลือด
 
๒.มหาวิกฤตการณ์สยาม
 
สังคมไทยไม่สามารถแก้ปัญหาหลักๆ อันได้แก่ ความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยถ่างกว้างมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเมืองอันสลับซับซ้อน การเอารัดเอาเปรียบและฉ้อฉลเพิ่มขึ้นทุกวงการ เป็นวิกฤตการณ์ทางศีลธรรมที่บีบคั้นคนไทยมากขึ้นๆ อย่างมองไม่เห็นทางออก เครื่องมือต่างๆ เช่น กลไกรัฐ ระบบการศึกษา ระบบการเมืองดูไม่มีน้ำยาที่จะแก้ไขสภาพวิกฤต หรือตัวเองก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตมากขึ้น อย่างที่เรียกว่า การเมืองน้ำเน่า ก็วนเวียนอย่างนั้นและเลวร้ายกว่าเดิม รัฐประหารก็ทำกันมาหลายครั้ง รัฐธรรมนูญก็ร่างกันมาหลายฉบับ เรียกว่าลองกันมาหมดทุกอย่างก็ไม่หายวิกฤต นี่แหละที่เรียกว่าวิกฤตสุดๆ หรือวิกฤตที่สุดในโลก จนไม่มีทางไปในภวะเดิม ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่ภวะใหม่
 
๓.พลังอำนาจทางสังคม
 
เราคุ้นเคยอยู่กับพลังอำนาจ ๒ ประเภท คือ
 
 พลังอำนาจรัฐ (รัฐฐานุภาพ) ใช้กฎหมายและกำลังติดอาวุธ คือทหารและตำรวจ
 
 พลังอำนาจเงิน (ธนานุภาพ) ใช้เงินเป็นอำนาจ ซึ่งอาจครอบงำอำนาจรัฐได้ด้วย
 
ทั้งสองอำนาจนี้ประสบความล้มเหลวในการขจัดความไม่ถูกต้องเป็นธรรม หรือกลับเป็นปัญหาเสียเอง ในสังคมสมัยใหม่ที่ซับซ้อนการใช้อำนาจเกือบจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย แต่กลับสร้างปัญหามากขึ้น ดังที่การปฏิวัติรัฐประหาร หรือการที่ทุนขนาดใหญ่เข้ามายึดอำนาจรัฐก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้แต่กลับเป็นปัญหาเสียเอง
 
มีพลังอำนาจอีกชนิดหนึ่งที่เราไม่ค่อยรู้จักกัน คือ พลังอำนาจทางสังคมหรือสังคมมานุภาพ
อำนาจสังคมยุติความชั่วร้ายทั้งปวง  ดังตัวอย่างต่อไปนี้
 
(๑) สมัยก่อนโจรปล้นควายชุกชุม โจรปล้นควายเป็นคนกลุ่มเล็กๆ มีปืนเที่ยวปล้นควายชาวบ้านก่อความเดือดร้อนทั่วไป เจ้าหน้าที่บ้านเมืองแก้ไขไม่ได้ ต่อเมื่อชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวมตัวกันจัดเวรยามตีเกราะเคาะไม้ เมื่อโจรมาชาวบ้านตื่นขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน โจรก็ทำอะไรไม่ได้ การที่ชาวบ้านรวมตัวกันทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ คืออำนาจสังคมหรืออำนาจแห่งการรวมตัวกัน
 
(๒) ที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ย้อนหลังไป ๒๐ ปี ชาวบ้านเดือดร้อนมาก จากการให้สัมปทานป่าชายเลน และการที่มีเรือประมงขนาดใหญ่เข้ามาใช้อวนรุนชิดชายฝั่ง ซึ่งคราดเอาหญ้าทะเลไปหมด กุ้งหอย ปูปลาไม่มีที่อนุบาล ชาวบ้านยากจนลงเพราะขาดแคลนอาหาร ชาวบ้านจะร้องเรียนทางราชการอย่างไร ๆ ก็ไม่ได้ผล เพราะเจ้าของเรือประมงขนาดใหญ่มีอำนาจมากกว่า ต่อมาชาวบ้านรวมตัวกันสร้างเครื่องป้องกันไม่ให้เรือประมงขนาดใหญ่เข้ามาลากอวนชิดชายฝั่งซึ่งผิดกฎหมาย เอาปะการังเทียมและหญ้าทะเลลง ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมกลับคืนมา กุ้งหอยปูปลากลับมา ชาวบ้านพ้นจากความอดอยากยากแค้น และขณะนี้รวมตัวกันรักษาชายฝั่งทะเลอันดามันขยายตัวออกไปทั้งทางเหนือและทางใต้ อำนาจแห่งการรวมตัวกันหรือความเป็นสังคมทำให้ความไม่ดียุติลงได้
 
(๓) ที่ดอนสามหมื่นจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มลักลอบตัดต้นไม้ขึ้นไปพร้อมทั้งเครื่องมือ คือรถยนต์ เลื่อยไฟฟ้า ปืนเครื่องมือสื่อสาร คนตัดไม้ทำลายป่ามีอำนาจเกินกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดีๆ จึงถูกฆ่าตายหรือฆ่าตัวตาย เช่น คุณสืบ นาคะเสถียร แต่เมื่อโจรตัดต้นไม้กลุ่มนี้ขึ้นไปเจอชาวบ้านรวมตัวกันอยู่หนึ่งพันคน ก็ไม่กล้าตัดต้นไม้
 
จึงกล่าวว่า อำนาจสังคมหรืออำนาจแห่งการรวมตัวของประชาชนคือเครื่องยุติความชั่วร้ายทั้งปวง
สังคมคือผู้กำกับความถูกต้อง ตัวอย่าง
 
(๑) เมื่อครั้งพุทธกาล พระที่กรุงโกสัมพีแบ่งเป็นสองพวกทะเลาะกันยืดเยื้อทำอย่างไรๆ ก็ไม่หยุด พระพุทธองค์เสด็จไปทรงห้ามก็ไม่เชื่อแถมยังว่าพระพุทธเจ้าเสียอีก พระบรมศาสดาจึงเสด็จหลีกเข้าป่าปาเลไลย์ไป ต่อมาชาวบ้านรำคาญหยุดใส่บาตรพระทั้งนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงหมดกำลัง หยุดทะเลาะ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่พระศาสดาของพระเหล่านั้นเองยังยุติความขัดแจ้งไม่ได้ แต่สังคมคือชาวบ้านทั้งหลายสามารถทำได้
 
(๒) คนเราจากทุกประเทศจะเจริญหรือไม่เจริญอย่างไรก็ไปเล่นฟุตบอลกันได้ทั่วโลก เพราะในการเล่นฟุตบอลมีกรอบ กติกา และกลไกชัดเจน มีผู้กำกับเส้นดูแลให้เล่นอยู่ในกรอบ มีกรรมการกำกับให้เล่นตามกติกา กรรมการและผู้กำกับเส้นอาจโกงได้ แต่โกงไม่ได้ เพราะมีคนดูคอยกำกับอยู่อีกทีหนึ่ง คนดูคือสังคมคอยกำกับความถูกต้อง
 
ผู้มีอำนาจใด ๆ ไม่ว่าอำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรือกรรมการหรือแม้แต่พระอาจโกงได้เสมอถ้าไม่มีสังคมคอยกำกับ อำนาจสังคมคืออำนาจที่กำกับทำให้เกิดความถูกต้อง นี่เป็นข้อที่เราจะต้องตราไว้ ว่าจะไม่ไปเรียกร้องผู้มีอำนาจใดๆ ให้เข้ามาแก้ปัญหา เพราะไม่สามารถแก้ได้ แต่อำนาจสังคมนั่นแหละที่จะกำกับให้เกิดความถูกต้อง
 
๔.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกับระบอบทักษิณ
 
พธม.กับระบอบทักษิณเป็นตัวอย่างให้เราเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมถึงพลังอำนาจทางสังคม ระบอบทักษิณคงจะมีทั้งคุณและโทษสุดแต่ผู้มอง
 
แต่ที่แน่ๆ ก็คือระบอบทักษิณทรงพลังอำนาจมหาศาล ทักษิณานุภาพนี้ไม่มีองค์กรหรือสถาบันใดๆ จะต้านทานได้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะถูกหรือผิดแล้วแต่ผู้มอง แต่ที่แน่ๆ คือเป็นการรวมตัวของมหาชนอันหลากหลายจำนวนมากนับแสนนับล้าน เป็นพลังทางสังคมที่ทำให้ทักษิณานุภาพแม้ทรงมหิธานุภาพเพียงใด ก็อ่อนกำลังลงและเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมเข้มแข็งขึ้น

 
การที่ขบวนการการเมืองภาคประชาชนเติบโตเข้มแข็งขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากวิกฤตการณ์สุดๆ ไม่มีทางไป และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากมีคนอย่างคุณทักษิณ และคุณสมัคร ถ้าปราศจากคนอย่างคุณทักษิณและคุณสมัครขบวนการประชาชนก็จะไม่เติบโตอย่างนี้ การที่คนในชาติรวมตัวกันเป็นสังคมเข้มแข็ง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นทุนทางสังคมอันยิ่งใหญ่
 
การรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนจำนวนมากเกิดจากการมีเป้าหมายร่วม ประชาชนควรจะรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง เกิด เป็นประชาสังคมหรือสังคมเข้มแข็ง
 
สังคมเข้มแข็งนั่นแหละคือประชาธิปไตยโดยสาระ ในขณะที่กลไกทางการเมืองอาจเป็นเพียงรูปแบบ
 
ประเทศใดที่สังคมเข้มแข็ง เศรษฐกิจจะดี การเมืองจะดี และศีลธรรมจะดี นี้เป็นสัจจะซึ่งสามารถตรวจสอบจากหลักฐานในข้อเท็จจริงจากทั่วโลก
 
๕. ประชาธิปไตยมาก่อนรัฐธรรมนูญ
 
เมื่อผมเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ และ คพป.เสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เพื่อปฏิรูปการเมืองนั้น มิตรที่เป็นนักทฤษฎีประชาธิปไตยเตือนผมว่าลัทธิรัฐธรรมนูญไม่นำไปสู่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยต้องมาก่อนรัฐธรรมนูญ ผมเป็นหมอไม่มีความรู้ความชำนาญใดๆ ทางการเมือง แต่สังคมไทยได้เรียนรู้แล้วว่ารัฐธรรมนูญไม่มีพลังที่จะต้านอำนาจเผด็จการ เรามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับแล้วไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยที่แท้ได้
 
สมมติว่าลองคิดกลับกันเสียว่าประชาธิปไตยมาก่อนรัฐธรรมนูญ
 
นั่นคือประชาชนจำนวนมากมีความสำนึกในอิสรภาพและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของตนเอง และพยายามทำอะไรดีๆ รวมตัวร่วมคิดร่วมทำเป็นกลุ่มและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ในโครงสร้างเผด็จการ (รูป ก.)
 
 
 
 
                                                   


(ก)   โครงสร้างเผด็จการ                      (ข)   โครงสร้างประชาธิปไตย มีการรวมตัว
       ใช้อำนาจสั่งการจากบนลงล่าง                  ร่วมทำด้วยความสมัครใจ เล็กหรือใหญ่
                                                         อาจใหญ่เป็นมวลชนมหาชนที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน

         
มีการใช้อำนาจสั่งการจากบนลงล่าง โครงสร้างชนิดนี้มีความไม่เป็นธรรมสูงมีการเรียนรู้น้อย ไม่มีพลังที่จะแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ในโครงสร้างประชาธิปไตย (รูป ข.) คนแต่ละคนมีเสรีภาพ ใช้ศักยภาพของตนเองได้เต็มที่ รวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยความสมัครใจ ด้วยความเสมอภาคและภราดรภาพ เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เกิดเป็นผลในทางสังคม หรือสังคมเข้มแข็ง
 
พลังทางสังคมที่เข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและมีส่วนในนโยบายสาธารณะ (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๗) เป็นการเมืองภาคพลเมืองหรือการเมืองภาคประชาชน การเมืองภาคประชาชนมีพลังการตรวจสอบและกำกับให้เกิดความถูกต้องทางการเมืองมากกว่ารัฐสภา และมากกว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในสภาพการณ์ปัจจุบันนี่เป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่าประชาธิปไตยมาก่อนรัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนสามารถรวมตัวกันเคลื่อนไหวประชาธิปไตยก่อนมีรัฐธรรมนูญ
 
๖.ขบวนการมหาประชนเพื่อธรรมาธิปไตย-ประชาธิปไตย
 
พธม.คงจะมีทำผิดบ้าง แต่ภาพรวมคือขบวนการประชาชนขนาดใหญ่ที่ตรวจสอบอำนาจทางการเมือง การเมืองภาคประชาชนถ้าทะนุบำรุงหล่อเลี้ยงให้เติบโตแข็งแรงมีความถูกต้องก็จะเป็นพลังทางศีลธรรมอันยิ่งใหญ่ที่จะกำกับตรวจสอบ และส่งเสริมให้เกิดความถูกต้องทุกด้าน ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา การพัฒนาจิตใจ และสันติวิธี
 
การเมืองภาคประชาชนต้องเป็นพลังทางจิตสำนึก พลังทางความรู้ พลังทางการสื่อสาร พลังทางสังคม ซึ่งถ้าทำได้ธรรมาธิปไตยกับประชาธิปไตย จะเข้ามาซ้อนทับกัน ประชาธิปไตยกับธรรมะจะต้องผนวกกัน

ขบวนการมหาประชาชนเพื่อธรรมาธิปไตย ประชาธิปไตย จะเป็นปราการอันแข็งแกร่งที่ทำให้การเมืองดีและขบวนการยุติธรรมแข็งแรง รวมทั้งสิ่งดีๆ อื่นๆ เกิดตามมา
 
พธม.ควรจะอยู่กับจุดแข็งของ พธม. คือ สร้างขบวนการมหาประชาชนเพื่อธรรมาธิปไตย-ประชาธิปไตย มากกว่าเข้าไปสู่กลไกและรูปแบบทางการเมือง ซึ่งจะเปลืองตัวและทำให้ตัวเองอ่อนแอลง ขบวนการมหาประชาชนเพื่อธรรมาธิปไตย-ประชาธิปไตย จะไปทำให้เกิดกลไกและรูปแบบทางการเมืองต้องปรับตัวไปสู่ประชาธิปไตยเอง ซึ่งการกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึง และทุกส่วนของสังคม จะปฏิสัมพันธ์ด้วยการเรียนรู้และตรวจสอบซึ่งกันและกัน แทนที่การใช้อำนาจจากบนลงล่างแบบแยกส่วนตายตัวซึ่งเป็นการเมืองแบบเก่า ประชาธิปไตยจะกลายเป็นวัฒนธรรมที่เข้ามาอยู่เหนือกลไกทางการเมือง
 
๗.ความมุ่งมั่นร่วมกันของคนไทยทั้งมวลในการบินออกจากเข่ง
 
การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะมีการปฏิวัติประชาธิปไตยโดยมวลชน ด้วยสันติวิธีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่โอกาสกำลังอยู่ต่อหน้าเราแล้ว ด้วยลักษณะพิเศษของคนไทยทำให้การปฏิวัติด้วยสันติวิธีเป็นไปได้และถ้าเป็นจริงจะเป็นศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ของคนไทยว่าเราเป็นคนที่เจริญ
 
คนไทยเหมือนไก่อยู่ในเข่ง ขณะที่รอความพินาศต่อชีวิตจะมาถึงด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ยังจิกตีกันร่ำไป ที่จิกตีเพราะในเข่งมันคับแคบบีบคั้นทำให้กระทบกระทั่งกัน
เข่งคือระบอบเผด็จการอันคับแคบ ต้องรวมตัวกันบินออกจากเข่ง นั่นคือสร้างระบอบประชาธิปไตยการปฏิวัติประชาธิปไตยโดยคนไทยทั้งมวลสามารถทำได้ด้วยสันติวิธี ไม่มีการยึดอำนาจหรือการฆ่าแกงอะไรใครทั้งสิ้น แต่โดยคนไทยมีสำนึกประชาธิปไตยแล้วรวมตัวกันเป็นเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เชื่อมโยงกันเต็มประเทศ โดยไม่ต้องรอรัฐธรรมนูญ เพราะประชาธิปไตยต้องมาก่อนรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญและองค์กรทางการเมืองที่จะเกิดตามมาเป็นระบบ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ขบวนการมหาประชาชนเพื่อธรรมาธิปไตย-ประชาธิปไตย เป็นขบวนการที่ใครๆ ก็เข้าร่วมได้ เพราะไม่ได้เป็นศัตรูกับใครและไม่ได้โค่นล้มอะไรใคร แต่เป็นการที่ประชาชนจับมือกันสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นเองด้วยสันติวิธี
โอกาสอยู่ต่อหน้าเราแล้ว ที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันเป็นธรรมนี้ ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันเป็นเรื่องไม่ยาก ยุคศรีอาริยะที่คนไทยใฝ่ฝันกันมาเนิ่นนานจะเป็นจริงได้

ประเทศไทยที่เข้มแข็งเป็นธรรมและศานติ นอกจากประโยชน์ของตัวเองแล้ว ยังช่วยชาวโลกได้ด้วย เพราะล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน
 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #21 เมื่อ: 23-09-2008, 19:47 »

โดนมติชน ตีเข้ากลางกบาล

เมื่อเช้าก็โดนนักข่าวอาวุโส เจ๊ยุฯ ออกวิทยุ 97 ด่าซะเสียผู้เสียคน

ตอนนี้ ก็เหลือแค่"รูหมารอด"อยู่รูเดียว คือต่อรองให้ไม่ต้องติดคุก... จากนั้นก็สลายตัว เพราะไม่มีใครเอาด้วยแล้ว

พวกที่เย้วๆสนับสนุน คงไปไม่ถูกเลยทีนี้



ถ้าให้นักข่าวรุ่นเก่าวิพากษ์วิจารณ์บ้าง เป็นความคิดต่าง จะเป็นไร....!!!

อย่าปล่อยให้'บัตรเติมเงิน'ไร้ยางอายด่า ด้วยเมตตา ไม่อยากขัด'ลาภ'....

อย่าทำนะครับ รำคาญครับ.......... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
PK
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #22 เมื่อ: 23-09-2008, 20:10 »

ขอบคุณลุงแคนที่เอาบทความมาฝาก

บทความจากมติชนชิ้นนี้  ในความรู้สึกของผม คนเขียนนั้นเขาเขียนเพื่อดูแคลนและเหยียดหยาม พธม
และเนื้อหาไม่มีอะไรใหม่ เป็นความคิดของคนที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่สามารออกจากภวังค์ความคิดเดิมๆ

ส่วนบทความของ อ. นิธิ มีสิ่งที่ตรงกับผมคิด
คือ การเมืองใหม่ ต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงทุกๆ ด้าน ทั้งสังคม เศษรฐกิจและการเมือง 
จะทำเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง ยังไม่สามารถนำพาให้ประเทศก้าวกระโดดข้ามพ้นวิกฤตประเทศไปได้
หรือ่หากจะทำทีละส่วน ทำไป ก็จะถูกส่วนที่เหลือถ่วงให้หน่วง หรือปัญหายังไม่จบ
แต่ก็อีกละ ช่วงเวลาปัจจุบัน ประเทศเราขาดผู้นำระดับชาติรุ่นใหม่
ที่จะเป็นผู้ปลุกเร้าให้คนทั้งประเทศ พากันลุกขึ้นมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ร่วมแรงแข็งขันอย่างพร้อมเพียง ในการปฏิรูปประเทศของเรา

และจากที่ อ. นิธิ บอกว่า
"....สิ่งที่น่าเสียดายก็คือแรงหนุนที่ผู้คนจำนวนมากให้แก่พันธมิตร
ไม่ได้ถูกแปรไปใช้ในทางที่จะนำประเทศให้หลุดออกจาก "ระบอบทักษิณ" จริง..."
็มันเป็นไปได้ยากในเวลานี้ที่จะทำให้ได้อย่างที่ อ. นิธิบอก
เพราะฝ่ายตรงข้าม คือ ระบอบทักษิณที่พยายามทำทุกวิถีทาง ในการออกข่าวบิดเบือนความจริง
และทำตลอดอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน (รวมทั้ง อ. นิธิ ก็ทำด้วย)
เพื่อให้พลังมวลชนฝ่ายตนและพวกกลางกลวงมองพลังมวลชนของ พธม นั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย
และที่ฝ่ายตรงข้ามทำเช่นนั้น ก็เพื่อไม่ให้พรรคพวกตนสูญเสียคะแนนนิยมและหันเหออกไปร่วมกับ พธม
จึงไม่มีทางเลยที่จะยอมให้ฝ่าย พธม ชนะได้เป็นอันขาด

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การปฏิรูปประเทศ ไม่มีทางทำได้เลยในตอนนี้
เพราะพลังมวลชนของฝ่่ายตรงข้ามและพวกกลางลวงจะไม่ร่วมมือร่วมใจด้วย

ตอนนี้ ที่อยากรู้มากว่า เหมาเจ๋อตุง ทำยังไง?
แต่ไม่ได้หมายถึงจะให้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นระบอบแบบประเทศเขาหรอกนะครับ
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 23-09-2008, 20:59 »

ลุงเข้าใจที่หนูว่ายังอ่ะว่า อย่าซี้ซั้วเชียร์ เพราะแรกๆ ก็คลาดเคลื่อน จากนั้นก็บิดเบือน หลังๆ นี่ออกแนวนั่งเทียนเขียนแล้วอ่ะ 

เอาน่าลุง ทำใจเหอะ วิชาชีพนี้ ผู้ใหญ่ยังออกมาพูดเองว่า เด๋วนี้ก็ขายตัวกันเยอะ เหลือที่ยังพอดูได้แค่ 40% เท่านั้น

ตะก่อนก็ประเภทรับตัง หลบๆ ซ่อนๆ เขียนเชียร์ เด๋วนี้มันด้านมากขึ้น พอๆ กะหน้านักการเมืองอ่ะแหละ ทำไรซึ่งๆ หน้า ไม่ค่อยอายแระ
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 23-09-2008, 21:25 »

หมอประเวศ บอกว่า การเมืองใหม่ต้องใช้จินตนาการเยอะมาก

ลองมองไปภาคส่วนอื่นๆ ของสังคมที่มิใช่พันธมิตร เช่น สื่อ นักวิชาการ นักการเมืองในระบบทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล

บางที การใช้จินตนาการมากๆ ประกอบองค์ความรู้ วิเคราะห์ วิจารณ์ ก็อาจมองว่า เป็นการ "นั่งเทียน"

ที่สำคัญผมบอกตั้งแต่ต้นแล้ว การเมืองใหม่ของพันธมิตร ยังหาสูตรตายตัวไม่ได้ พอใครวิพากษ์ก็กลายเป็นศัตรู

ทั้งๆ ที่ สิ่งที่ตนเองนำเสนอในครั้งแรก ถูกวิจารณ์กลับ ก็ต้องยอมรับตรงนั้นว่าพลาดไป

และต่อไปก็ต้องวางปัญหา หรือ โยนปัญหา ไปให้ส่วนอื่นของสังคมเค้าได้ใช้จินตนาการของเค้าเองบ้าง

มิใช่ ต้องจินตนาการตามแกนนำพันธมิตรเท่านั้น

จะว่าไปในแวดวงคนรู้เรื่องการเมืองไทย มิใช่แค่พันธมิตรหรือแค่ 5 แกนนำเท่านั้น

หากนำเสนอสินค้าขายไม่ออก อย่าไปโทษคนไม่ซื้อสิ...


จะว่าไป 1คน 2 เสียง 3 เสียง ที่ผมเขียนออกไปนั่นก็ใกล้ๆ กับพันธมิตร คือ ตัวแทนประชาชนทั้งหมดต้อง "เลือกตั้ง"

ต้องไม่ลืมว่า การเสนอสูตร "คัดสรร" เจือ "เลือกตั้ง" เค้าไม่รับกันแล้ว

เพราะมันจะเหมือน เอา สภาผู้แทน บวกกับ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แค่นั้นเอง

ก็ต้องแสดงให้โลกรู้ว่า สูตรการเมืองใหม่ คือ เลือกตั้ง 100 %

ต้องโปรโมทสูตรนี้ออกไปให้เป็นเอกภาพ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-09-2008, 21:51 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

sootyod
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 74



« ตอบ #25 เมื่อ: 23-09-2008, 21:27 »

ผมสังเกตดู ก็มีหลายคนเชียร์ และบางคนโจมตีพันธมิตรนะ

แต่ไม่ยักเห็นเชียร์ฝั่งระบอบทักษิณ นปก.นปช.แบบชัดเจนมั่งเลย

เห็นด้วยว่า เดี๋ยวนี้ มติชน มั่วกว่าเมื่อก่อน  ไม่รู้เพราะอะไร

นี่ถ้า อ.เนาวรัตน์ เลิกเขียนให้มติชนสัปดาห์ ก็จะเลิกซื้อหนังสือเครือมติชนแล้ว

แบบว่าอารยะขัดขืนอ่ะ


ไม่ได้หมายความว่าให้มาเชียร์พันธมิตร  แต่ให้เป็นกลางแท้ๆแบบฐานันดรที่4ควรจะเป็น (ไม่ใช่กลางกลวง)


(ให้โอกาสมติชนมานาน เพราะเครดิตเดิมยังดีอยู่)


ลองมาอารยะขัดขืนสื่อมวลชนที่ไม่เป็นกลางดูมั้ยครับ

เลิกซื้อ-เลิกอ่านซัก 2-3เดือน ดูซิธาตุแท้เป็นอย่างไร




 
บันทึกการเข้า

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #26 เมื่อ: 23-09-2008, 22:05 »

ผมเคยเขียนในเวบบอร์ด มติชน ประณามการเขียนข่าว หลายครั้ง และระบุ ชื่อ ผู้ต้องสงสัย เช่น การ์ตอง เสถียร จันทิมาธร ที่เขียนข่าว มีอคติกับพันธมิตร และพยายามลงบทความดิสเครดิต แกนนำ เช่น พล.ต.จำลอง สนธิ ลิ้ม เป็นระยะๆ ตั้งแต่ พ.ค. 51 ถึงปัจจุบัน (เว็บบอร์ด มติชน ต้องใส่ชื่อ นามสกุลและเลขประจำตัวประชาชน จึงดูน่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้ ไม่มีเวลาไป โพสต์แล้ว)

รวมทั้งลงข่าว การล่มสลายระบอบกษัตริย์ ในช่วงเวลา ที่ข่าว จักรภพ กำลังฮอท

ทำให้คลางแคลงใจ กับ(อดีต) สื่อคุณภาพ รายนี้มากๆ
บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #27 เมื่อ: 23-09-2008, 22:26 »

จากที่แกนนำสมศักดิ์ ด่า นิธิ ผมว่าก็สมควรแล้ว

นิธิ เอาแต่ด่าพันธมิตร แต่ไม่เห็นจะด่านักการเมืองเลว เลย
แถมยังมีหน้ามาบอกว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดว่าให้คนดีปกครองบ้านเมือง เพราะไม่มีทางที่ใครจะรู้แน่ว่าใครคือคนดี

ผมงงกับนิธิ นักวิชาการปัญญาอ่อน คนนี้จริงๆ
นักการเมืองเลวๆ ที่มันเป็นรัฐบาลตอนนี้ นิธิ ยังแยกไม่ออกอีกเหรอว่ามันเลว
คดี สารพัด เต็มไปหมด อีกทั้ง พยายาม วิ่งเต้น ซื้อ ตุลาการ มาหลายหน นี่ นิธิ ยังแยกไม่ออกอีกเหรอว่าใครเลว

ส่วนเรื่องไฮแจ๊ค ทำเนียบ ผมมองว่า ถ้ารัฐบาลไม่เลวร้าย คงไม่มีใครเอา หรือยอมเสี่ยงกับพันธมิตรด้วยหรอก

ส่วนที่นิธิไฮแจ๊คเมียเพื่อน ก็คงจะแยกไม่ออกเหมือนกันว่าตัวเองเป็นคนดีหรือคนเลว 55
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 23-09-2008, 22:30 »

ศัตรูของศัตรู คือมิตร

พักนี้ ควายจริงวันนี้ สบายตัวไปเยอะ อิ อิ


เมื่อกี๊ วีระ ด่า เสรี สุวรรณภานนท์ ( เพราะเขียนบทความด่าความเท็จวันนี้ในสยามรัฐ )ว่าเลียได้ เลียดี

แต่ วีระ ลืมไปว่า เลียสมัครวันที่สมัครตกเก้าอี้ แล้วผมจะอ้วก
บันทึกการเข้า

โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #29 เมื่อ: 23-09-2008, 22:43 »

ไอ่พวกแปลงร่างเพื่อผลประโยชน์ ผมเห็นมาแยะแล้ว

ในเสรีไทยก็มี อยากอ้วกอ้ากอิ๊บอ๋าย
บันทึกการเข้า
tigerfireback
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #30 เมื่อ: 23-09-2008, 22:49 »

เสถียร จันทิมาธร เหรอ เหยอ

ตอนใกล้ 6 ตค 2519 ยิ่ง ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา  ฮาใหญ่  โฮ โฮ โฮ  โฮ  โฮ โฮ โฮ  โฮ  โฮ้ย โอ้ย

ตอนนี้ ต้องโห่ไล่เลย ไปไกลๆ ไปเลย อย่ามาหลอกหลอนเลย

ไปเลย ไป ไป ไป ไ ป ชู้ว อย่ามาเกะกะแถวนี้
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 23-09-2008, 23:00 »

ผมกลับมองว่า หากพันธมิตรยังยึดเอาการเมืองใหม่เป็นของตัวเองแต่เพียงฝ่ายเดียว

ทำยังไงก็น่าจะไปไม่ถึงดวงดาว เพราะฝั่งนักวิชาการ ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่เห็นด้วย

ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญ 2550 มีการลงประชามติ หากจนถึงกระบวนการสร้างการเมืองใหม่ ( ตามที่ฝัน )

ก็ต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ....ผมยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะไปออกรัฐธรรมนูญใหม่ได้อย่างไร

ที่สำคัญ มันต้องผ่านประชามติ เสียด้วยสิ....ตรงนี้หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มเปี่ยม จากรัฐบาล

คงผ่านประชามติยากมาก ๆ
บันทึกการเข้า

OMEGA
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 233



« ตอบ #32 เมื่อ: 23-09-2008, 23:19 »


พวกนักวิชาการ พวกสื่อที่ทำตัวเป็นอีแอบมันจะมีค่าอะไร

หมาเฝ้าบ้าน ขู่คำรามจะกัดเจ้าของ... น่าเลี้ยงไหมเล่า?


 
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 23-09-2008, 23:32 »

แค่ทัศนะแตกต่างก็ไปประนามเค้าแล้ว

แล้วจะไปทำอะไรที่มันเป็นประชาธิปไตยได้ล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-09-2008, 23:45 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

...นึกว่าใคร ?
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 159


" ? "


เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 23-09-2008, 23:36 »

...


..อยากให้น้า can สรุป ง่ายๆเลย ไม่ต้องออ้ม...
บันทึกการเข้า

OMEGA
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 233



« ตอบ #35 เมื่อ: 23-09-2008, 23:40 »

ก็ประชาธิปไตยตรงที่ต่างคนต่างคิดต่างได้ไงครับลุงแคน..ไม่ใช่ประนาม
 

แต่ที่ต่างกันมากกว่านั้นคือผมเป็นผู้บริโภคที่เลือกที่จะรับหรือไม่รับสื่อนั้นได้

สื่อเขียนอะไรก็เขียนไป คนอ่านวิจารณ์สื่อก็วิจารณ์ไปแต่ผมเป็นคนซื้อ

สื่อเป็นคนขาย  เขียนตรงไปตรงมานั่นสิสื่อของจริง สื่ออีแอบอ่านถุงกล้วยแขก

ดีกว่าครับ ไม่เปลืองตังค์ อิอิ

 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #36 เมื่อ: 23-09-2008, 23:41 »

...


..อยากให้น้า can สรุป ง่ายๆเลย ไม่ต้องออ้ม...
สรุปได้ไง ประณามยังเขียนผิด........เอิ้กกกกก
 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #37 เมื่อ: 23-09-2008, 23:55 »

...


..อยากให้น้า can สรุป ง่ายๆเลย ไม่ต้องออ้ม...

สรุปอะไรเหรอ

กระทู้บอกว่า มติชนยังเดินหน้าฆ่าพันธมิตร กึ่งบอกกล่าว กึ่งแนะนำ

ถ้าแนะนำก็คือ แกนนำพันธมิตรต้องแสวงหาแนวร่วม มากกว่าแสวงหาศัตรู

โยนเรื่องการเมืองใหม่ ให้สังคมวิพากษ์ ยอมรับความแตกต่างทางความคิด

ให้สังคมตัดสิน อย่าคิดว่าวิธีการของตนเองดีที่สุด และ ต้องเป็นไปตามนั้น

เพราะนั่นมันเผด็จการแล้วครับ


พูดตรงๆ ก็คือ ในหมู่แกนนำ ยังมีบารมีในหมู่นักวิชาการหรือสื่อมวลชนที่ต้องรับฟัง

สุดท้ายก็แค่ กระทู้ปิงปอง ถามาตอบไป ตอบไปถามมากันอยู่แบบนี้แหละครับ

ถ้าไม่คิดใช้สื่อฟรีทีวี ก็น่าที่จะต้องคิดใช้สื่อกระแสหลัก

หากใช้แค่ ASTV และ ผู้จัดการ ยังไม่เพียงพอหรอกครับ

อาจเพียงพอสำหรับการประท้วงและระดมคน

แต่ไม่เพียงพอที่จะขยับเขยื้อนสังคม เพราะสังคมไทยยังมี อัตตาสูง มีการแบ่งข้างแบ่งฝ่ายมากเกินไป

สังคมไทยมีความหลากหลายอยู่เยอะ...หากคิดว่าแนวทางของตนเองถูกต้องฝ่ายเดียว คงทำอะไรไม่สำเร็จ

ก็อย่างที่บอกไว้ครั้งก่อน ถ้าหากคิดจะทำการเมืองใหม่ ตามสไตล์พันธมิตร สงสัยต้องยึดทำเนียบตลอดชีวิต ( ประมาณนั้น )
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #38 เมื่อ: 24-09-2008, 00:08 »



เหนื่อยมั้ยจ๊ะ  คุณบัวลอย ไปกทม มา
เวปก็ล่ม เหล่ก็ไม่มา บัวลอยก็ไม่อยู่ เหงาปาก อิอิ


 
บันทึกการเข้า

almondflavor
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 320



« ตอบ #39 เมื่อ: 24-09-2008, 00:37 »


เหนื่อยมั้ยจ๊ะ  คุณบัวลอย ไปกทม มา
เวปก็ล่ม เหล่ก็ไม่มา บัวลอยก็ไม่อยู่ เหงาปาก อิอิ


 

ห่วงอยู่ว่างาน มีติ้ง ไม่รู้ว่าคุณ PJ ไปจะเจอกับลุงแคนไหม

กลัวจะไม่เป็นอันทานข้าวกันนะค่ะ จะเอาแต่ถกปัญหากันทั้งวัน
บันทึกการเข้า
sootyod
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 74



« ตอบ #40 เมื่อ: 24-09-2008, 00:37 »

แค่ทัศนะแตกต่างก็ไปประนามเค้าแล้ว

แล้วจะไปทำอะไรที่มันเป็นประชาธิปไตยได้ล่ะ



ไม่ใช่เพราะทัศนะคติต่างกันครับ

แต่เพราะ อคติ วิจารณ์ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดใจรับฟัง

คือ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด



ไม่เป็นกลาง ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชน

มาตรฐานคุณภาพ ด้อยลงจากความคาดหวังของผู้อ่าน (จากที่เคยเป็นมา)



บันทึกการเข้า

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 24-09-2008, 00:58 »

ASTV กับเวทีพันธมิตร ใช่มั๊ยครับ

แกนนำมีอคติหรือเปล่าครับ

 
บันทึกการเข้า

จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #42 เมื่อ: 24-09-2008, 01:18 »

วันนี้ พิธีกร บอกว่า ถ้าใครก็ตาม รวมกลุ่มกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป จะขอเวลาขึ้นเวทีได้ครับ
น้าแคน สนใจป่ะครับ ขึ้นไปในนามเว็บเสรีไทย
พวกเราก็นัดกัน รวมๆกันขึ้นไปยืนบนเวที แล้วให้น้าแคนกับใครก็ได้ที่อยากเสนอแนะและพูดอะไรที่น่าสนใจ
บันทึกการเข้า

almondflavor
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 320



« ตอบ #43 เมื่อ: 24-09-2008, 01:32 »

วันนี้ พิธีกร บอกว่า ถ้าใครก็ตาม รวมกลุ่มกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป จะขอเวลาขึ้นเวทีได้ครับ
น้าแคน สนใจป่ะครับ ขึ้นไปในนามเว็บเสรีไทย
พวกเราก็นัดกัน รวมๆกันขึ้นไปยืนบนเวที แล้วให้น้าแคนกับใครก็ได้ที่อยากเสนอแนะและพูดอะไรที่น่าสนใจ

คุณ จูล่ง_j จะไปยืนเป็นวอลเปเปอร์

เหมือนพวกวอลเปเปอร์นักการเมืองเหรอคะ

เวลาพูดต้องมีคนยืนข้างหลัง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 24-09-2008, 02:17 »

วันนี้ พิธีกร บอกว่า ถ้าใครก็ตาม รวมกลุ่มกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป จะขอเวลาขึ้นเวทีได้ครับ
น้าแคน สนใจป่ะครับ ขึ้นไปในนามเว็บเสรีไทย
พวกเราก็นัดกัน รวมๆกันขึ้นไปยืนบนเวที แล้วให้น้าแคนกับใครก็ได้ที่อยากเสนอแนะและพูดอะไรที่น่าสนใจ

ไม่ไหวมั๊งครับ...ใครสนใจก็ไปขึ้นเถอะครับ ผมก็มีแต่บมความที่เสนอนั่นแหละครับ

ใครสนใจก็ฝากไปเสนอด้วยละกัน...

แต่อาจไม่ตรงของเค้านัก เพราะ สูตรของผมคือ เลือกตั้งทั่วไป 100 %

แค่เปลี่ยน ปาร์ตี้ลิสต์ มาเป็น สัดส่วนอาชีพ


คงต้องคุยกันอีกยาวเรื่องการเมืองใหม่

ห้วงนี้แค่ปรับเรื่อง กกต. ให้เลือกตั้งไม่ทุจริต ก็น่าจะพอ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการเมืองใหม่ คงอีกยาวใกลครับ
บันทึกการเข้า

sootyod
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 74



« ตอบ #45 เมื่อ: 24-09-2008, 07:21 »

ASTV กับเวทีพันธมิตร ใช่มั๊ยครับ

แกนนำมีอคติหรือเปล่าครับ

 



ASTV กับเวทีพันธมิตร  นั้นเค้ามีจุดยืนชัดเจนว่า เลือกข้างแล้ว เป็นคู่กรณีครับ
จะบอกว่า อคติได้อย่างไร  ASTV กับเวทีพันธมิตร  ชัดเจนครับเลือกข้างครับ สีเหลืองครับ


NBT กับ นปก./นปช.  ก็ชัดเจนครับ เลือกข้างแล้ว สีแดงครับ



ส่วนมติชน ถือเป็นสื่อมวลชน ที่ผ่านมา แสดงออกว่าเป็นกลาง 
และต้องการให้เข้าใจว่าเป็นกลาง เปิดรับฟังความเห็นที่ต่างก็จริง
แต่คราวหลังนี่เริ่มมีแปลกๆไปครับ
เดิมเคยวิจารณ์อยู่บนรากฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง
นี่อะไรกัน 70/30 เอามาวิจารณ์ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่ แกนนำบอกแล้วบอกอีก แค่ตัวอย่างความเห็น
ถ้าคุณไปบอกใครว่าต้องการการเมืองใหม่ แล้วไม่มีอะไรมาเสนอก็ไม่มีใครเข้าใจ
การเมืองใหม่ที่ว่านั้น ยังต้องช่วยกันคิดอีกหลายแนวทาง ยังไม่ได้สรุปแน่นอน
และไม่ใช่แค่ตามที่แกนนำเสนอมา เค้าบอกหลายครั้งแล้วครับ
ไม่ได้ฟังเค้าเลย อย่างนี้ อคติ มั้ยครับ


ถ้าบอกว่ากลาง แล้วทำเช่นนี้ มันต่างกับ ดูข่าวค่ำ NBT ตรงไหนกันครับ?


ประเด็นคือ ถ้าอยากจะกลาง ก็อย่าทำแบบนี้ครับ เสียเครดิต
ติเพื่อก่อนะครับ









บันทึกการเข้า

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
yuwadee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137


« ตอบ #46 เมื่อ: 24-09-2008, 07:46 »

ปกติเลิกอ่านสื่อที่ไม่มีความเป็นกลาง อย่างมติชน,เครือเนชั่น โดยเฉพาะเครือผู้จัดการนี่ เจอที่ไหน ขยำทิ้งที่นั่น

แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนใจมาเชียร์ มติชน ค่ะ มีไรมั้ยคะ...

บันทึกการเข้า
protecter
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 465


« ตอบ #47 เมื่อ: 24-09-2008, 08:02 »

สื่อที่รับเงินรับทองขายจิตรวิญญาญให้กับนายทุน จะให้มันเขียนยังไงล่ะ 

สื่อค่ายนี้มันคงลืมไปแล้วมั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีกว่าๆ มันเกือบถูกนายทุนที่ตอนนี้มันกำลังรับใช้อยู่แทกโอเวอร์
ก็เห็นมีแต่ พธม ออกมาร่วมต่อสู้ยืนเคียงข้างกับมัน
บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #48 เมื่อ: 24-09-2008, 08:50 »

สื่อที่รับเงินรับทองขายจิตรวิญญาญให้กับนายทุน จะให้มันเขียนยังไงล่ะ 

สื่อค่ายนี้มันคงลืมไปแล้วมั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีกว่าๆ มันเกือบถูกนายทุนที่ตอนนี้มันกำลังรับใช้อยู่แทกโอเวอร์
ก็เห็นมีแต่ พธม ออกมาร่วมต่อสู้ยืนเคียงข้างกับมัน

นั่นแหละที่เป็นเหตุผลให้มันถล่มพันธมิตรอยู่ในตอนนี้แหละ ถ้าปล่อยให้ถูกฮุบพวกมันก็สบายไปแล้ว

มันเลยโกรธ อ้อยจะเข้าปากช้างอยู่แล้ว พันธมิตรดันไปง้างเอาออกมา ช้างกลัวจะเสียหน้าก็เลย

โอนอ่อนผ่อนตามกระแส ยอมคายอ้อยที่คาบเอาไว้   ........................   มันเลยเก็บกด
บันทึกการเข้า
weshare
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 84



« ตอบ #49 เมื่อ: 24-09-2008, 10:29 »

ปกติเลิกอ่านสื่อที่ไม่มีความเป็นกลาง อย่างมติชน,เครือเนชั่น โดยเฉพาะเครือผู้จัดการนี่ เจอที่ไหน ขยำทิ้งที่นั่น

แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนใจมาเชียร์ มติชน ค่ะ มีไรมั้ยคะ...




จะทำอะไรก็ทำไปเหอะ
ไม่มีใครใส่ใจหรอกอย่าสำคัญตนขนาดนั้น

เอาเหอะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: